ภาพปกนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

9.0 / 10.0
จากชีวิตที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางฝูงซอมบี้ในโลกเดิม ฉินหลิวซีได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในร่างของเด็กหญิงวัยเพียงห้าขวบ แม้ชาติภพนี้เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกลั่นแกล้งรังแกไม่เว้นวัน แต่ด้วยจิตวิญญาณนักสู้ที่ติดตัวมา ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นโชคชะตาของตนเองและครอบครัวให้ดีขึ้นกว่าเดิม เธอตัดสินใจถลกแขนเสื้อลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งปวง พร้อมประกาศกร้าวว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาคนในบ้านก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้ร่ำรวยมั่งคั่งอย่างสง่างามให้จงได้
เรื่องย่อ สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
จากชีวิตที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางฝูงซอมบี้ในโลกเดิม ฉินหลิวซีได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในร่างของเด็กหญิงวัยเพียงห้าขวบ แม้ชาติภพนี้เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกลั่นแกล้งรังแกไม่เว้นวัน แต่ด้วยจิตวิญญาณนักสู้ที่ติดตัวมา ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นโชคชะตาของตนเองและครอบครัวให้ดีขึ้นกว่าเดิม เธอตัดสินใจถลกแขนเสื้อลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งปวง พร้อมประกาศกร้าวว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาคนในบ้านก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้ร่ำรวยมั่งคั่งอย่างสง่างามให้จงได้
อ่านเพิ่มเติม

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3 ตอนที่ 1

"ข้าจะเก็บสมุนไพรตรงนี้ พวกเจ้าไปหาฝั่งนู้นแล้วกันนะ" ลูกศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยบอกกับคนในกลุ่มตน

"ข้าเก็บตรงนี้เอง" ฉินหลิวซีก็เจอกอสมุนไพรหายากแล้วเช่นกัน

มีแต่หลี่เจิ้นหัวคนเดียวที่รู้ว่านางหาสมุนไพรได้เก่งแค่ไหน เขาไม่กลัวที่จะขอร้องนาง

"ฉินหลิวซี หน้าที่เก็บสมุนไพรคงต้องรบกวนเจ้าหนักหน่อยแล้ว"

"ข้ายินดีอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะเก็บให้ได้เยอะ ๆ เลย"

สหายคนอื่นยังไปได้ไม่ไกลจึงทันได้ยินสิ่งที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันท่านเจ้าสำนักเป็นผู้รับรองความสามารถนางด้วยตัวเอง แต่พวกเขายังไม่เคยเห็นจึงไม่รู้ว่านางโดดเด่นด้านไหนกันแน่ การสนทนานี้กลายเป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับคนสำนักเซียนกระบี่ขึ้นมา

"นางเป็นนักปรุงยาหรือ" ศิษย์ผู้หนึ่งถามขึ้น

"นางเป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา ย่อมต้องเป็นผู้ใช้โอสถอยู่แล้ว"

ซุนเป่ยฉีเป็นผู้อาวุโสที่ไม่ค่อยมีใครพบเจอ ลูกศิษย์รุ่นเยาว์ก็ไม่มีใครเคยคุยกับเขา การที่ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเชี่ยวชาญอะไรไม่ใช่เรื่องแปลก เคยได้ฟังแต่คำบอกกล่าวจากอาจารย์ของตนเท่านั้น ฉินหลิวซีไม่ได้เอ่ยแนะนำตัวให้มากความเพราะนางคิดว่าไม่น่าจะอยู่ที่นี่นาน สนิทสนมกับพวกเขาไปอีกเดี๋ยวก็ลืม

พิกัดเริ่มต้นแต่ละกลุ่มถูกส่งไปแบบสุ่ม หลังจากที่จัดการกับกอสมุนไพรที่บังเอิญพบแห่งแรกนั้นเสร็จพวกเขาก็เดินต่อไปทางทิศตะวันออก

ระหว่างทางนั้นฉินหลิวซีก็ยังเก็บสมุนไพรมาได้อีกหลายต้น เดินต่อมาได้อีกระยะหนึ่งก็พบเข้ากับกอสมุนไพรใหม่ อีกทั้งกอนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีอายุสิบปีขึ้นไปทั้งนั้นอีกด้วย เมื่อเห็นของหายากพวกเขาก็ตั้งท่าระแวดระวังทันที และยกหน้าที่เก็บสมุนไพรเหล่านี้ให้ฉินหลิวซีดูแล

ระหว่างที่กำลังเดินหาและเฝ้ายามไปด้วย หัวหน้ากลุ่มอย่างหลี่เจิ้นหัวก็ส่งสัญญาณมือให้พวกเขาหยุด ยังไม่ทันได้ถามคำตอบก็ดังลั่นมาจากข้างหน้า

"ส่งสมุนไพรในมือเจ้ามา!"

ผู้ใช้โอสถที่กำลังเก็บสมุนไพรอย่างขะมักเขม้นลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น มือหนึ่งจับด้ามกระบี่อ่อนของตนเอาไว้ ในมืออีกข้างยังเหลือต้นสมุนไพรที่พึ่งเก็บขึ้นมา

"พวกดาราจักรนี่เอง" หนึ่งในศิษย์ของสำนักเซียนกระบี่เอ่ยขึ้น

ฉินหลิวซีประเมินด้วยสายตาแล้วก็คิดว่านางคงไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่มย่ามให้ศึกครั้งนี้ นางปล่อยมือจากด้ามกระบี่ของตนแล้วยกหน้าที่คุ้มกันให้หลี่เจิ้นหัว เมื่อเห็นว่าฉินหลิวซีเมินเฉยต่อตัวตนของพวกเขา ลูกศิษย์กลุ่มนั้นก็เข้ามาจู่โจมทันที

ดาราจักรมีความเร็วเป็นเลิศ พวกเขาเชี่ยวชาญการใช้กระบี่อ่อน ชำนาญศาสตร์การทายทักกับดวงดาว ต่อให้เป็นคนรูปร่างใหญ่โตจนดูเหมือนเชื่องช้า แต่ถ้าเป็นคนจากสำนักดาราจักรแล้วละก็ ให้ประเมินความเร็วเขาเอาไว้ระดับสูงได้เลย

ทั้งสองกลุ่มเข้าห้ำหั่นกัน เสียงกระบี่ฟาดฟันดังสะท้อนไปทั่ว ฉินหลิวซีปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความวุ่นวายด้านหลังของตนเอง นางยังตั้งหน้าตั้งตาเก็บสมุนไพรต่อไป สมุนไพรอายุสิบปีเหล่านี้ต้องมีราคามากและนั่นย่อมส่งผลกับคะแนนในการประเมินด้วย

จำนวนคนของแต่ละฝ่ายต่างกันเพราะคนของดาราจักรตกรอบไปพอสมควรตั้งแต่เมื่อวาน มาวันนี้เลยเสียเปรียบด้านกำลังคนอย่างเห็นได้ชัด

"อย่าทำพวกเขารุนแรง ยั้งมือเอาไว้ด้วย"

หลี่เจิ้นหัวไม่อยากทำร้ายคู่ต่อสู้หนักมือ แต่ฉินหลิวซีมีทางเลือกที่ดีกว่า

"ทำให้พวกเขาสลบแล้วทำลายป้ายชื่อเสียก็จบแล้ว" หลังจากที่เก็บสมุนไพรกอนั้นเสร็จนางก็มายืนข้างหลังกลุ่ม ประโยคนั้นของนางทำให้ฝ่ายตรงข้ามหน้าซีด ที่ผ่านมายังต่อกรกันได้เป็นเพราะพวกเขาออมมือให้หรอกหรือ

"แต่ว่า..."

"อย่างไรก็ต้องหาทางทำลายป้ายชื่อเพื่อให้ได้คะแนน เจ้าคงไม่คิดว่าจะถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ รอพวกเขาหมดแรงเองหรอกใช่ไหม นี่คือการแข่งนะ"

ถึงแม้การแข่งนี้นางจะมาโดยไม่ตั้งใจและไม่ได้เตรียมตัวก่อน แต่เรื่องอะไรนางต้องแพ้

ด้วยสายตามุ่งมั่นของนางทำให้คนอื่น ๆ ในกลุ่มเริ่มคล้อยตาม พวกเขาหันไปมองหลี่เจิ้นหัวที่เป็นหัวหน้า สุดท้ายเขาก็เห็นด้วยว่าความคิดนั้นถูกต้อง

เมื่อผู้นำส่งสัญญาณอนุญาตคนในกลุ่มก็เริ่มลงมือทันที ไม่กี่กระบวนท่าและด้วยจำนวนคนที่มากกว่า ดาราจักรพ่ายแพ้และถูกทำลายป้ายชื่อไปทั้งหมด

เมื่อป้ายชื่อหายไปพวกเขาก็ถูกดึงตัวออกจากพื้นที่ทับซ้อน

หลังจากนั้นก็มีการปะทะกับกลุ่มที่สองของศาสตราพิทักษ์ ความโดดเด่นของสำนักนี้คือการที่พวกเขามักจะเก็บอุปกรณ์วิเศษเอาไว้มากมายแทบจะเป็นคลังแสง

"ส่งสมุนไพรของพวกเจ้ามาแล้วพวกข้าจะไม่ยุ่งกับป้ายชื่อ"

"นั่นเป็นคำขู่ที่ดูงี่เง่าสิ้นดี คิดว่าสำนักเซียนกระบี่อย่างเราจะยอมอย่างนั้นหรือ" ศิษย์คนหนึ่งที่เป็นรุ่นน้องของหลี่เจิ้นหัวเอ่ยท้าทายกลับไป

ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองกลุ่มจึงเข้าโจมตีกันโดยฉินหลิวซีไม่ได้ร่วมต่อสู้เหมือนเคย นางมีหน้าที่หลัก ๆ แค่เก็บรักษาสมุนไพรเอาไว้ให้ได้ แต่หากพวกเขาจวนตัวขึ้นมาเมื่อไหร่นางก็จะเข้าไปช่วย

อาวุธของศาสตราพิทักษ์มีลูกเล่นทำให้ยากต่อกร แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

ในที่สุดพวกเขาก็ได้คะแนนจากป้ายชื่อห้าอันที่ทำลายไป ดูเหมือนว่าทางฝั่งของพยัคฆ์ทองจะยังไม่เจอกับศัตรูคนไหนเลย ไม่อย่างนั้นคะแนนของพวกนางก็คงไม่ขึ้นมาพรวดพราดแบบนี้

"จะเที่ยงวันอยู่แล้วพวกเราควรพักสักหน่อยนะ" หลี่เจิ้นหัวมองหาร่มไม้หลบแดดให้คนในกลุ่มตน

พวกเขาแบ่งกันออกไปล่าสัตว์และหาผลไม้ในป่าจนได้เสบียงมาพออิ่มท้อง เพราะยังอยู่ระหว่างการแข่งขันจึงต้องกินมื้อเที่ยงไปอย่างระแวดระวัง

"ฉินหลิวซี เจ้าไม่กินอะไรหน่อยหรือ"

"ตรงนี้ยังมีสมุนไพรเหลืออยู่พวกเจ้ากินไปก่อนเถอะ ข้าเก็บตรงนี้เสร็จแล้วจะไปนั่งพักเอง"

ฉินหลิวซีสัมผัสไม่ได้ว่ามีกลุ่มคนอยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้จึงวางใจได้ว่าคงไม่มีใครบุกเข้ามาโจมตี ทำให้นางมีเวลาเพลิดเพลินกับการเก็บสมุนไพรก่อนจะเริ่มศึกใหม่ในช่วงบ่าย

มิติทับซ้อนของสำนักอุดมสมบูรณ์มากเพราะเปิดใช้งานเพียงสิบปีครั้ง อีกทั้งยังไม่เปิดให้ใครเข้ามาระหว่างนั้น สมุนไพรและพืชผลเติบโตได้อย่างเต็มที่ สิบปีที่ไม่มีใครบุกรุกนี้คงมีแต่แมลงที่จะรบกวนพวกมันได้

"ข้าขอไปดูทางนั้นสักครู่เผื่อว่ามีสมุนไพรอื่นอีก" ฉินหลิวซีขอแยกตัวออกมาหลังจากพักร่างกายเสร็จแล้ว เพราะนางไม่ได้ออกมาไกลมาก ยังอยู่ในระยะที่พวกเขาเห็นได้หลี่เจิ้นหัวจึงไม่ได้ว่าอะไร

ฉินหลิวซีเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มเพื่อนำสมุนไพรบางส่วนเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง สมุนไพรที่หามาได้ต้องแบ่งให้กับคนอื่นเท่า ๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการนับคะแนนแบบกลุ่ม สมุนไพรหายากเหล่านี้นางก็อยากเก็บไว้เอง เพราะมิตินี้สิบปีจะเข้ามาได้สักครั้ง

ข้าก็ไม่ใช่คนดีเป็นพระโพธิสัตว์อะไรอยู่แล้ว ขอเก็บไว้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แล้วกัน

ฉินหลิวซีแบ่งสมุนไพรทีละเล็กละน้อยเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง ในโลกของผู้ฝึกตนจะมีเครื่องมือชนิดหนึ่งใช้หาสมุนไพรที่ต้องการ ผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ล้วนมีมันอยู่ในมือ เป็นอุปกรณ์คล้าย ๆ กับที่คนเป็นครูในโรงเรียนมักจะมีปากกาเหน็บไว้กับเสื้อ

อุปกรณ์ธรรมดาระดับนั้นนางไม่ใส่ใจมันเลย จนกระทั่งพึ่งมาสังเกตว่ามันตรวจจับได้ ว่านางมีสมุนไพรเก็บอยู่มากน้อยเท่าไร

ถ้าใช้เครื่องนั่นย่อมต้องรู้แน่ว่านางแอบเก็บสมุนไพรเอาไว้ไม่แบ่ง แถมยังไม่เอามารวมกับคะแนนของกลุ่มอีกด้วย

พวกเขาเก็บสมุนไพรตามทางจนมาเจอเข้ากับแม่น้ำสายหนึ่ง แต่ละคนมือเปื้อนดินและฝุ่น มีเศษใบไม้ใบหญ้าติดเต็มเสื้อผ้า พวกเขาลงไปล้างมือริมแม่น้ำ บางคนล้างเสร็จก็ไปนั่งพักเอาแรง

ฉินหลิวซียืนพิงต้นไม้คอยประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ

"หลี่เจิ้นหัว"

"ว่าอย่างไร"

"พาพวกลูกศิษย์คนอื่นออกเดินทางต่อกันเถอะ"

"ทำไม เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ"

"เดี๋ยวเราจะต้องปะทะกับกลุ่มที่สามแล้ว เตรียมตัวต่อสู้เสียตั้งแต่ตอนนี้"

ฉินหลิวซีกอดอกทำนิ่งเฉย ทุกคนต่างประหลาดใจว่านางรู้ได้อย่างไร แค่เป็นผู้ฝึกตนถึงจะรับรู้ได้ว่ามีผู้มีวรยุทธ์สูงอยู่ใกล้หรือไม่ก็มีระยะห่างที่จำกัด ถ้าไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถสัมผัสได้ก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีคนอื่น

ฉินหลิวซีรู้ว่าพวกเขาสงสัยอะไรแต่นางไม่คิดจะเฉลย ที่นางรู้เป็นเพราะหงส์ขาวน้อยที่อยู่ในมิติ สัตว์ในตำนานอย่างหงส์แดงเพลิงมีสัมผัสกว้างไกลกว่านายอย่างนาง หงส์แดงเพลิงร้องบอกเจ้านาย ทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้ผ่านพันธสัญญาที่ผูกมัดไว้

ลูกศิษย์คนอื่นยังไม่วางใจในตัวสตรีแปลกหน้าผู้นี้ แต่ระดับฝีมือนั้นพวกเขาเชื่อใจนางได้ เพราะฉินหลิวซีก็ทำให้เห็นมาตลอดตั้งแต่เริ่มการแข่งวันที่สอง

"ดีล่ะ ในเมื่อไม่มีเวลาให้พักก็ไม่ต้องพักกันแล้ว ลุยรวดเดียวจบไปเลย!" หนึ่งในกลุ่มของนางเอ่ยขึ้นอย่างฮึกเหิม คงเหนื่อยจนใกล้สติแตกเต็มที

อย่างไรก็เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนจะหมดวัน นางเห็นด้วยถ้าคิดจะลุยม้วนเดียวจบ

กลุ่มที่เหลืออยู่ตอนนี้มีแต่พยัคฆ์ทองกับเซียนกระบี่ คงยากจะคาดเดาว่าใครจะชนะ

ความเก่งกาจของพวกพยัคฆ์ทองใช่ว่าจะดูเบาได้ ถึงแม้จะอารมณ์ร้อนไม่กลัวตายทำให้พวกเขาพลาดท่าได้ง่าย แต่ฝีมือเป็นของจริง

"เราจะเจอพวกเขาทันทีเลยหรือเปล่า" หลี่เจิ้นหัวถาม

"ยังไม่ใกล้ขนาดนั้น"

พอมีเวลาให้เก็บสมุนไพรเพิ่มได้อีกนิดหน่อย

ฉินหลิวซีหูตากว้างไกลกับพวกพืชสมุนไพรเป็นอย่างมาก คนอื่นยังไม่ทันรู้ตัวว่ามีนางก็เก็บขึ้นมาแล้ว เรื่องความสามารถของนางไม่เป็นที่กังขา

"เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการแข่งแล้ว เราคงต้องเร่งมือกันหน่อย" ศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยขึ้น คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย

"ทางนั้นมีสมุนไพรค่อนข้างมาก เราแวะที่นั่นกันก่อนเถอะ" ฉินหลิวซีชี้ไปทางซ้ายมือของตน ที่ตรงนั้นเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่มากมาย

"เจ้าไปกับหลี่เจิ้นหัวเถอะ พวกข้าจะระวังแถวนี้ให้เอง"

"ใช่แล้ว พวกเราหาสมุนไพรได้ไม่เก่งเท่าเจ้า ทำตัวเป็นผู้รักษาการยังมีประโยชน์มากกว่า ฝากด้วยล่ะหัวหน้า" เขากล่าวประโยคแรกกับนางก่อนจะหันไปตบบ่าสหายแซ่หลี่ในประโยคหลัง

"ถ้าพวกเจ้าว่าอย่างนั้น ก็ได้"

ฉินหลิวซีฟังแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนะ เพราะมันเหมือนกับว่าพวกเขาน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองที่หาของพวกนี้ไม่ได้เก่งเท่านาง การแข่งนี้เป็นของคนในสำนักแท้ ๆ แต่คนนอกอย่างนางกลับหาได้มากกว่าจนต้องหวังพึ่งพิง ถ้านางเป็นคนในสำนักก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

ปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้สิ

อ่านต่อ

สารบัญของ สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
โดมินิก มาเฟียหนุ่มที่เชื่อมาตลอดว่าตนโดดเดี่ยวไร้ซึ่งครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งโชคชะตาก็เปิดเผยความจริงอันชวนตะลึงว่าเขามีลูกสาววัย 7 ขวบชื่อน้องเดียร์ ที่แม่ของเด็กปิดบังเขามาตลอด ความโกรธและความพิศวาสคุกรุ่นในใจเมื่อได้พบกันตาอีกครั้ง เขาตั้งใจจะได้ทั้งลูกและตัวเธอคืนมา โดยไม่ยอมเสียอะไรไปแม้เพียงอย่างเดียว ทางฝั่งกันตา ความผิดพลาดในอดีตทำให้เธอต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง และวันนี้พ่อของลูกซึ่งเป็นมาเฟียอันตรายก็เดินกลับเข้ามาในชีวิต ความกลัวว่าเขาจะพาลูกไป ทำให้เธอต้องสู้สุดชีวิต ทั้งยังต้องระแวงว่าเขาจะข่มเหงร่างกายเธอ สงครามครั้งนี้เธอจะเอาชนะหัวใจและชีวิตของตัวเองกลับมาได้หรือไม่ เมื่อเขาทั้งดุดันและต้องการเธออย่างไม่มีทางขอ
ภาพปกนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปถูกปิยธิดาคนรักเก่าทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทด้วยเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้ ความผิดหวังเปลี่ยนเป็นแรงแค้น เขาจึงเลือกปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่อดีตแฟนสาวเกลียดชังมาเป็นเครื่องมือประชดรัก โดยการเข้าพิธีวิวาห์อย่างรวดเร็วเพื่อหยามหน้าอีกฝ่าย แม้พลาธิปจะตั้งแง่รังเกียจว่าเธอเป็นลูกเมียน้อย แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอใจรักเธอเข้าอย่างจัง ทว่าด้วยทิฐิหนาและนิสัยปากแข็งทำให้เขาไม่กล้าเผยความรู้สึก ขณะที่ปราณปริยาวดีเองก็บอบช้ำจากการถูกตราหน้าและไม่ยอมมอบหัวใจให้เขาง่ายๆ ท่ามกลางความขัดแย้งและไฟริษยา บทสรุปความรักที่เริ่มต้นจากการแก้แค้นของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขรอันกว้างใหญ่ ตระกูลสิงขรดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข จนกระทั่งไผท เพื่อนรุ่นน้องที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว ต้องสูญเสียภรรยาที่รักให้กับครอบครัวของเธอที่มาฉุดไปอย่างทารุณ เหลือไว้เพียงลูกน้อยชื่อดาริกา หัวใจของไผทแตกสลาย เขาจมดิ่งกับสุรา ทิ้งหน้าที่การงานและตัวตนเดิมที่เคยสดใส ข้าวผัด หญิงสาววัย 18 ผู้มีจิตใจงดงาม รับภาระดูแลหลานน้อยและพยายามปลุกปั้นน้าไผทให้กลับมาเป็นคนเดิม เธอแอบรักเขาอย่างลึกซึ้ง มองเห็นชายผู้พ่ายแพ้ แต่กลับยิ่งน่าหลงใหลในสายตาเธอ เธอพร้อมเดิมพันด้วยหัวใจและอนาคตทั้งหมด เพื่อให้เขามองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง แต่ความรักของพวกเขาต้องเผชิญกำแพงใหญ่ ทั้งช่องว่างอายุที่ห่างกันถึง 18 ปี และการคัดค้านของพ่อแม่ที่ไม่อยากให้ลูกสาวต้องเป็นแม่เลี้ยงเด็กกำพร้า ความรักต้องห้ามนี้จะไปจบลงอย่างไร?
ภาพปกนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
โชคชะตาของใบบัวช่างแสนอาภัพ เมื่อเธอต้องกลายเป็นของกำนัลเพื่อชดใช้หนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ชีวิตที่รันทดกลับยิ่งทวีความร้อนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่ง เขาพร้อมจะตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายนวลนางให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป ทว่าท่ามกลางบทลงโทษที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและแรงพิศวาสอันเร่าร้อน หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยและพ่ายแพ้ให้กับบรรณาการชิ้นนี้อย่างหมดท่า จากการกักขังเพื่อขัดดอกกลับกลายเป็นความต้องการครอบครองเธอไว้ในอ้อมกอดตลอดกาล ทัณฑ์ร้ายที่มอบให้จึงแปรเปลี่ยนเป็นบ่วงรักที่ร้อยรัดคนทั้งคู่ไว้ด้วยกันนิจนิรันดร์
ภาพปกนิยาย เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
อุบัติเหตุตกสู่วังน้ำวนปริศนาไม่ได้พรากชีวิตเยี่ยเม่ย ยอดนักฆ่าสาวจากยุคปัจจุบัน เธอกลับฟื้นขึ้นในดินแดนโบราณที่ไร้บันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้เผชิญหน้ากับเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์เป่ยเฉินผู้มีฉายาปีศาจกระหายเลือด การพบพานเขาคือเบาะแสสำคัญที่จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำอันเลือนหาย เยี่ยเม่ยต้องเร่งค้นหาคำตอบว่าเหตุใดโชคชะตาจึงนำพาเธอข้ามมิติมาที่นี่ ตัวตนที่แท้จริงของเธอเชื่อมโยงกับปริศนาทั้งหมดอย่างไร และเรื่องราวลี้ลับนี้อาจไม่ใช่แค่ความบังเอิญ
ภาพปกนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาพรางเสน่ห์ภายใต้เสื้อตัวโคร่งและแว่นหนาเตอะ จนสเตฟานมหาเศรษฐีหนุ่มผู้รายล้อมด้วยนางแบบชั้นนำไม่เคยชายตาแล ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนความสัมพันธ์เฉยเมยให้กลายเป็นความผูกพันทางกายที่ไม่ได้ตั้งใจ จนนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิด หญิงสาวตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบจากเขา สเตฟานในวัยสามสิบห้าปีจึงออกตามหาสาวนิรนามอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางความมืดมนเพราะไร้ข้อมูลเบาะแส แต่แล้วโชคชะตาก็ขีดเส้นให้ทั้งคู่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในที่สุด
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.