ตอน 1

ปัง!!! เสียงปืนที่ดังมาจากข้างบนของบ้าน ทำให้อานนท์ที่เพิ่งกลับจากการตรวจงานในฟาร์มไข่มุกกำลังย่างกรายเข้าข้างในถึงกับชะงัก ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้และรีบวิ่งไปยังที่มาของเสียง

มือใหญ่จับลูกบิดประตูพร้อมเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็ว ภาพเบื้องหน้าคือร่างอรชรของน้องสาวนอนจมกองเลือด เขารีบประคองกรรณิการ์เข้าสู่อ้อมกอด ทั่วเรือนร่างเต็มด้วยเลือด ใจของเขาแทบแหลกสลายเห็นคนที่รักในครอบครัวเพียงคนเดียวกำลังจะจากไป

“หนูนิด ทำแบบนี้ทำไม” อานนท์ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“พี่นนท์ หนูนิดขอโทษ อย่าโกรธหนูนิดเลยนะคะ” พูดด้วยน้ำเสียงของคนใกล้สิ้นลมหายใจเต็มที เธอเจ็บปวดราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

“พี่จะพาหนูนิดไปโรงพยาบาล อดทนหน่อยนะครับ”

ขณะชายหนุ่มกำลังอุ้มร่างน้องสาวเข้าสู่อ้อมแขน กรรณิการ์เอื้อมมือขึ้นสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายเพียงคนเดียว ผู้ชายคนนี้คือคนที่รักเธอและดูแลเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่บุพการีเสียชีวิต เธอก็อยู่กับอานนท์กันสองคน

“พี่นนท์โกรธหนูนิดหรือเปล่าคะ” เสียงที่เปล่งออกเบาเหลือเกิน สติค่อย ๆ เลือนรางทุกที ทว่าเธอยังคงอดทนเพื่อฟังคำตอบจากปากพี่ชาย

“พี่ไม่เคยโกรธหนูนิดเลย” ส่ายศีรษะไปมาเล็กน้อย

กรรณิการ์ได้ยินคำตอบจากปากพี่ชาย รู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง อย่างน้อยคนที่เธอรักและเคารพมากที่สุดก็ยังให้อภัยเสมอ แม้จะทำให้ผิดหวังก็ตาม ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงเชื่องช้า มือเรียวที่ประคองใบหน้าคมคายร่วงลงสู่พื้นห้อง หญิงสาวจากไปอย่างสงบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“หนูนิด หนูนิด” เสียงทุ้มพยายามเรียกชื่อน้องสาวซ้ำหลายครั้ง หวังให้หญิงสาวฟื้นขึ้นมา สุดท้ายเหลือแต่ความว่างเปล่า ไม่เข้าใจทำไมทุกคนในครอบครัวถึงทิ้งเขาไว้เพียงลำพังบนโลกใบนี้

“แค้นนี้ต้องชำระ” กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความน่ากลัว เขาต้องหาตัวคนผิดมารับโทษให้ได้ ให้สาสมกับสิ่งที่เขาต้องสูญเสีย ชีวิตของมันต้องพังพินาศเป็นร้อยเท่า

ภายในงานศพกรรณิการ์ แขกส่วนใหญ่เป็นเพื่อน ๆ ของอานนท์และคนงานบนเกาะ เนื่องจากอานนท์ไม่ชอบความวุ่นวาย จึงจัดงานด้วยความเรียบง่าย อีกทั้งเรื่องการเสียชีวิตของกรรณิการ์ เขาไม่ต้องการให้ใครรับรู้ เพราะต้องการหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ การสูญเสียครั้งนี้มันยากจะทำใจได้จริง ๆ

“หนูนิดหลับให้สบายนะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น พี่สัญญาจะหาตัวต้นเหตุที่ทำให้หนูนิดเป็นแบบนี้มารับโทษให้ได้” เขาดูภาพของน้องสาวก่อนนำมากอดแนบอก

“นายหัวครับ”

“ว่าไง” หันขวับมองบุคคลมาใหม่ ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิท

“ผมเจอเบาะแสสำคัญ เกี่ยวกับคุณหนู” ว่าพลางยื่นรูปภาพใบหนึ่ง พร้อมจดหมายฉบับหนึ่ง

อานนท์ยื่นมือรับรูปใบนั้น เพ่งเล็งอย่างละเอียด ในภาพถ่ายคือผู้ชายหน้าตาหล่อคนหนึ่งโอบกอดกรรณิการ์จากด้านหลัง ก่อนเขาจะกวาดสายตาอ่านจดหมายเขียนด้วยลายมือกรรณิการ์กล่าวถึงบุคคลนามว่าชัชชัย

“พี่ชัช ถ้าพี่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว นิดคงจากไปไกลแสนไกลแล้วนะคะ นิดขอโทษสำหรับเรื่องราวที่ผ่านมา อาจจะหึงหวงพี่ชัชไปบ้าง เพราะนิดรักพี่ชัชมากนะคะ ของคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ

ลาก่อน”

หลังจากอานนท์อ่านจดหมายจบ เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นด้วยความแค้นแทบอยากจะฉีกร่างคนที่กล้าย่ำยีกรรณิการ์เป็นชิ้น ๆ ให้สาสมกับสิ่งที่น้องสาวของเขาต้องเจอ

เตชินท์มองเจ้านายหนุ่ม โดยไม่พูดอะไรสักคำเพียงแค่สังเกตท่าทีของอานนท์เท่านั้น เขารับรู้ถึงความเกลียดชังจากคนตรงหน้า

“แกไปสืบข้อมูลมันมาให้ฉัน”

“ครับ นายหัว” เตชินท์รับคำแล้วเดินจากไปทันใด

“พี่สัญญาจะลากคอไอ้คนชั่วมาให้ได้”

หลังพ้นงานศพกรรณิการ์ อานนท์กลับมาทำงานที่ฟาร์มไข่มุกตามปกติ ทว่าสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คือเขาต้องอยู่เพียงลำพัง ไร้ร่างของกรรณิการ์

ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบ ๆ เกาะภายในห้องทำงาน ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยความภาพทรงจำของกรรณิการ์ มันทรมานเหลือเกิน กว่าจะสลัดความคิดเหล่านั้นไปพ้นจากศีรษะ เขาต้องใช้ความพยายามมากมายเพื่อจะผ่านแต่ละวัน

“พ่อแม่ครับ ผมขอโทษที่ไม่สามารถดูแลหนูนิดได้ตามสัญญาที่ให้ไว้ ตอนนี้หนูนิดไปหาพ่อกับแม่แล้วนะครับ คงมีแต่ผมที่ยังคงโดดเดี่ยว” เสียงทุ้มกล่าวอย่างแผ่วเบา ภายในใจเจ็บปวดอย่างยิ่ง

ขณะอานนท์กำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง ทันใดนั้นประตูห้องทำงานก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง

“ไอ้นนท์” ภูชิตเอ่ยทักทายอานนท์ ซึ่งกำลังยืนหันหลังมองวิวนอกหน้าต่างกระจก

“ภูชิต” อานนท์หมุนตัวกลับไปมองพลางเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา ใบหน้าคมคายฉายความฉงน ไม่เข้าใจทำไมเพื่อนรักถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ก็ในเมื่อเพิ่งไปต่างประเทศกว่าจะกลับก็อีกนาน

“ว่าไงไอ้นนท์! ตกใจมากเหรอ” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตรงหน้า

“ทำไมกลับมาแล้ว”

“เคลียร์งานเสร็จเร็วนะ เลยกลับก่อนกำหนด เรื่องหนูนิดกูเสียใจด้วยนะ” เอ่ยพลางลอบมองเพื่อนรัก

“อืม” ตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ ไม่อยากให้เพื่อนเห็นถึงความอ่อนแอของตัวเอง เพราะเขาคือคนเข้มแข็งที่สุด

“งั้นคืนนี้ไปคลายเครียดกัน พวกไอ้มิตรไอ้แมนก็มา” เพราะไม่อยากให้อานนท์เครียดมากมาย จึงเอ่ยชวนไปผับที่เคยไปประจำ อย่างน้อยเพื่อนจะคลายความเสียใจลงบ้าง

ณ ผับหรูชื่อดัง

ทั้งสี่หนุ่มเพื่อนซี้อย่าง อานนท์ ภูชิต มิต แมน นั่งดื่มเหล้าอย่างสร้างสรรค์ โดยข้างกายของพวกเขามีบรรดาสาว ๆ นั่งคลอเคลียไม่ห่าง พวกเขามักจะมาสังสรรค์ที่ผับแห่งนี้เป็นประจำ ตามประสาผู้ชาย

ผับแห่งนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เพราะจะมีเพียงลูกค้าวีไอพีเท่านั้นที่เข้ามาได้ ซึ่งเหมาะกับพวกเขาอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกเขาเป็นคนมีชื่อเสียง จึงไม่อยากตกเป็นข่าวกับใครทั้งสิ้น

“เฮ้ย นนท์ทำไมเงียบ กูรู้ว่ามึงกำลังเศร้าเรื่องน้องสาว แต่มึงมาเที่ยวผับนะ” แมนพูดขึ้นทำลายบรรยากาศ เขาไม่ต้องการให้เพื่อนเศร้า ทว่ากลับกลายเป็นการพูดขยี้จุดมากขึ้น เลยทำให้อานนท์หวนนึกถึงกรรณิการ์

“กูกลับก่อนละกัน” อานนท์ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วเด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา ท่ามกลางความงุนงงของมิต แมน และภูชิต

ตอน 2

“ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่ชัช นั่งหน้าเครียดเชียว” เสียงหวานขอแพรวากล่าวขึ้น ก่อนก้าวเท้าเล็กไปนั่งข้างชัชชัย ซึ่งมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี

แพรวาอาศัยอยู่กับชัชชัยเพียงสองคนเท่านั้น เนื่องจากบุพการีเสียชีวิตตั้งแต่แพรวาอายุเพียงเจ็ดขวบ และชัชชัยอายุสิบห้าปี ชีวิตของหญิงสาวมีเพียงชัชชัยคนเดียวที่ดูแลเธอ เธอจึงรักและเคารพชัชชัยเป็นอย่างมาก หากมีเรื่องอะไรที่ทำให้พี่ชายไม่สบายใจก็พร้อมยินดีจะช่วยเหลือเสมอ

“ก็นิดนะสิ พี่โทรไปหลายสายก็ไม่รับ ไม่รู้โกรธอะไรพี่อีกหรือเปล่า” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล

ปกติคนรักของเขาไม่เคยหายไปนานแบบนี้ แต่นี่เกือบเดือนแล้วที่ติดต่อหญิงสาวไม่ได้ จึงรู้สึกไม่สบายใจ กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

“แพรว่าพี่นิดอาจจะงานยุ่งก็ได้ พี่ชัชอย่าเพิ่งเครียดนะคะ” มือเรียววางบนไหล่กว้างของชัชชัย พร้อมส่งยิ้มหวานหวังให้คลายกังวล เธอไม่อยากให้พี่ชายคิดมากจนล้มป่วย

“แต่นี่เกือบเดือนแล้วนะแพร นิดไม่ติดต่อมาหาพี่เลย พี่รู้สึกใจคอไม่ดีเลย”

“เอาอย่างนี้นะคะ ไว้แพรจะช่วยติดต่อให้อีกแรง”

เธอรู้จักกรรณิการ์เป็นอย่างดี เพราะกรรณิการ์มักจะมาหาพี่ชายบ่อยครั้ง แม้ทั้งสองจะชอบมีปากเสียงกัน แต่ชัชชัยและกรรณิการ์ก็รักกันดีเสมอ

กรรณิการ์เป็นคนจิตใจดี อาจมีหึงหวงไปบ้าง แต่ก็ดูแลแพรวาอย่างดีเสมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง ทุกครั้งมีปัญหา แพรวาชอบปรึกษากรรณิการ์บ่อยครั้ง

แพรวาไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทสักคนด้วยความหน้าตาสะสวย กอปรกับจิตใจดี เลยทำให้โดนแกล้งเป็นประจำ เพราะเหตุนี้เธอจะไม่ชอบอยู่กับคนอื่น ไม่ชอบเข้าไปวุ่นวายที่มีคนเยอะ ๆ เมื่อได้เจอกรรณิการ์ เธอจึงรู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก และกรรณิการ์มีอายุมากกว่าแพรวาสามปี

“ตอนนี้พี่ชัชไปทานข้าวก่อนนะคะ” ไม่พูดเปล่า รีบเด้งตัวลุกพร้อมคว้าข้อมือใหญ่ไปยังโต๊ะอาหาร

ระหว่างรับประทานอาหารกัน แพรวาคอยชวนชัชชัยพูดคุยเรื่องทั่วไปตามประสาพี่น้อง

“เป็นไงบ้างคะพี่ชัช กับข้าวฝีมือแพรอร่อยไหม” แพรวาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“อร่อยมากครับ ใครที่ได้น้องพี่ไปเป็นภรรยาคงโชคดีน่าดู” ชัชชัยกล่าวด้วยความเอ็นดูน้องสาวคนนี้เป็นอย่างมาก เธอเป็นคนจิตใจดีไม่เคยทำร้ายใครก่อน แต่บ่อยครั้งมักถูกรังแกจากคนรอบข้าง

“พี่ชัชก็พูดเกินไป ใครจะมาสนใจแพร”

“แล้วถ้าพี่แต่งงานล่ะครับ” ชัชชัยแกล้งหยอกล้อน้องสาว

“เชอะ”

ชัชชัยอมยิ้มกับท่าทีของคนตรงหน้า ทั้งที่โตเรียนจบและทำงานแล้ว ไม่วายทำตัวน่ารัก น่าเอ็นดูอีก

“น้องแพรครับ” ชัชชัยเอ่ยเรียกคนตัวเล็กด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ว่าไงคะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง จู่ ๆ คนตรงหน้าขรึมขึ้นมาทันใด ไร้รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อ

“น้องแพรได้งานใหม่ยังครับ สนใจมาทำงานบริษัทเดียวกับพี่ไหม” ลอบมองท่าทีของคนตัวเล็ก

แพรวาตกงานเกือบสองสัปดาห์ หญิงสาวยังหางานใหม่ไม่ได้ เพราะเธอมีปัญหากับภรรยาของเจ้านายเก่า สาเหตุสืบเนื่องมาจากความหึงหวง

ย้อนเหตุการณ์ณ์ไปวันนั้น ...

“อีแพร อีนางแพศยา มึงนี้มันร่านจริง ๆ อ่อยผัวชาวบ้านไปทั่ว” คุณหญิงประภาศรี ภรรยาประธานบริษัทกำลังด่าแพรวาด้วยวาจาหยาบคาย พร้อมลากร่างอรชรประจานหน้าบริษัท

เหตุเกิดเพราะช่วงที่เธอกำลังเสิร์ฟกาแฟ ประธานจงใจทำให้มันหกใส่เสื้อผ้าของตนเอง หญิงสาวจึงจำใจต้องเช็ดตามคำสั่ง ทว่าจู่ ๆ คุณหญิงประภาศรีไม่รู้โผล่มาจากไหนเข้ามาลากเธอออกมายังหน้าบริษัท พร้อมทั้งขับไล่

สร้างความอับอายที่สุดแก่แพรวา เธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสามีของใครทั้งนั้น แต่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ทำให้เธอถึงกับขวัญเสียทีเดียว

กลับมาปัจจุบัน...

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ” เสียงหวานเอ่ยปฏิเสธ เธอไม่อยากให้ใครมาต่อว่าเป็นเด็กเส้น เข้าทำงานบริษัทใหญ่ได้เพราะมีพี่ชายเป็นผู้จัดการ

“เอาอย่างนี้ไหมพี่ว่าน้องแพรไปพักผ่อนให้สบายใจก่อนเถอะ แล้วค่อยกลับมาหางานทำดีกว่า ส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวพี่โอนให้ไม่ต้องห่วงน้องสาวคนเดียวพี่ดูแลได้” เขาทราบดีว่าแพรวายังเสียขวัญกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงอยากให้น้องสาวไปพักผ่อนหย่อนใจ

“แต่ว่า…”

“ไม่มีแต่ครับ” จ้องเขม็งแพรวาหมายว่าห้ามเถียงเด็ดขาด

หญิงสาวเงียบนิ่งกับคำพูดของพี่ชาย ไม่กล้าโต้เถียงคนตรงหน้าที่นับถือเยี่ยงบิดา จำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของชัชชัย

วันที่เดินทางแพรวาตัดสินใจไปเที่ยวเกาะฟาร์มไข่มุก เธอเคยได้ยินที่นั่นสวยงาม น้ำทะเลใส บรรยากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อนที่สุด จึงเลือกสถานที่นั่นเป็นอันดับแรกในการพักผ่อน

“น้องแพร ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” ชัชชัยเอ่ยกับน้องสาว ไม่ทันได้ส่งแพรวาขึ้นเครื่อง เขาดันติดประชุมช่วงเช้า จึงส่งแพรวาหน้าประตูทางเข้าสนามบินเท่านั้น

“ไว้แพรจะโทรหานะคะ” กล่าวจบ ร่างอรชรก็หมุนตัว ย่างกรายไปยังจุดเช็คอิน

ระหว่างแพรวากำลังรอขึ้นเครื่อง ทันใดนั้นดวงตาคู่สวยหันไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาหล่อ คิ้วหนา เข้ม ดำ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป

หญิงสาวมองเขาราวกับตกอยู่ในมนต์สะกดชวนให้หลงใหล เธอไม่เคยเจอใครหล่อเหลาขนาดนี้มาก่อน ข้างกายเขามีสาวสวยคนหนึ่งยืนเคียงข้าง

“ผู้ชายก็หล่อผู้หญิงสวย เหมาะสมกันดีจัง” แพรวาเอ่ยอย่างชื่นชม

เชอรินกวาดสายตามองรอบกาย เห็นทุกสายตาของผู้หญิงในสนามบินกำลังจ้องร่างอานนท์สายตาเป็นมัน ก่อนจะสอดแขนเรียวคล้องแขนกำยำของอานนท์ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

“นนท์คะ ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มารับเชอริน”

นางแบบสาวเดินกอดแขนกำยำ พยายามเอาหน้าอกเบียดเข้ากับแขนของชายหนุ่ม เชอรินแต่งกายด้วยเดรสรัดรูปสีแดงเผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มภายใต้เดรสสีแดง เธอจงใจใส่มายั่วอานนท์โดยเฉพาะ

“วันนี้ผมมาทำธุระแถวนี้พอดี” พูดไปโดยไม่สนคนข้างกายสักเท่าไร เขามองเธอแค่คู่นอนแก้เหงา สำหรับเขาไม่เคยคิดที่จะรักใครจริง ๆ เพราะเขาไม่เชื่อเรื่องความรัก

อานนท์ยอมให้เชอรินตามไปยังเกาะฟาร์มไข่มุก เพราะในบรรดาคู่นอนมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว เธอจึงไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา

“จะเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะค่ะ ถึงยังไงคุณก็มารับเชอริน” พูดจบก็ยื่นหน้าจุมพิตแก้มสากเบา ๆ ไม่สนใจว่าใครจะมองหรือเปล่า

แพรวาเดินทางมาถึงเกาะฟาร์มไข่มุก นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างบนเกาะสวยงาม น้ำทะเลใส บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเหลือเกิน หญิงสาวยกกระเป๋าไปยังจุดเช็คอินของที่พัก

“สวัสดีค่ะ ได้จองห้องไว้ไหมคะ” พนักงานสาวกล่าวกับแพรวา เมื่อหญิงสาวเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์

“แพรวา พิพงพัฒน์”

“รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวคนเดิมกล่าวกับแพรวา ก่อนตรวจสอบข้อมูล กระทั่งเสร็จเรียบร้อยจึงยื่นกุญแจห้องแก่คนตรงหน้า

“ขอบคุณนะคะ” ส่งยิ้มหวาน เธอรับกุญแจแล้วเดินตรงไปยังห้องพักริมทะเล

มือเล็กไขกุญแจ แล้วย่างกรายเข้าข้างในห้องพักสไตล์วิลล่ากลางทะเล ตกแต่งเน้นโทนฟ้าขาวเป็นห้องที่มีบานกระจกใส ทำให้มองเห็นวิวทะเลได้จากบนเตียง และยังมีอ่างจากุชชี่สำหรับแช่ตัวมองดูบรรยากาศ

ร่างเพรียววางกระเป๋าลงก่อนก้าวขึ้นเตียง พร้อมเอนกายล้มลงด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง ไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เนื่องจากวันนี้ที่เกาะมีกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน จึงอยากเก็บแรงไว้สำหรับคืนนี้ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้า ก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา

สายตาคมกริบมองดูเบื้องหน้า คือสถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับนักท่องเที่ยว เกาะฟาร์มไข่มุกมักจะจัดกิจกรรมแบบนี้บ่อยครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนสนใจมาเที่ยวมากขึ้น

เกาะแห่งนี้เป็นที่ยอมรับในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากและยังขึ้นชื่อเรื่องไข่มุกที่สวยงามเป็นประกาย

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทข้างกาย

“เรียบร้อยดีครับ นายหัว”

“แล้วเรื่องที่ให้สืบ ไปถึงไหนแล้ว”

“ผมกำลังดำเนินการให้ครับนายหัว คาดว่าอีกไม่นานคงได้ประวัติคนที่ทำร้ายคุณหนูมา”

ตอน 3

“อื้อ” แพรวาลืมตาขึ้นอย่างชักช้า ก่อนบิดขี้เกียจ จากนั้นเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลา

“ห้าโมงเย็นแล้วเหรอ เร็วจังเลย” เสียงหวานพึมพำเพียงลำพัง

เท้าเล็กแตะลงสู่พื้น มุ่งตรงไปยังห้องน้ำ เธอใช้เวลาในการชำระล้างร่างกายสามสิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย ก่อนเปิดกระเป๋าเพื่อเลือกชุดสำหรับคืนนี้

หญิงสาวแต่งกายด้วยเดรสสีชมพูเหนือหัวเข่า เกล้าผมมวยแบบหลวม ๆ แล้วเสริมความน่ารักด้วยการติดกิ๊บ แต่งหน้าโทนหวานอ่อน ๆ ปากสีชมพูแลดูธรรมชาติอย่างยิ่ง

ทันทีที่ร่างอ้อนแอ้นปรากฏในงานเลี้ยง ทุกสายตาต่างหันมอง ไม่เว้นแม้แต่อานนท์ก็มองแพรวาแบบไม่กะพริบตา ทว่าหญิงสาวไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น กระทั่งภูชิตเป็นฝ่ายเข้าหาหญิงสาวเป็นคนแรก

“สวัสดีครับ มาคนเดียวเหรอครับ”

ภูชิตปรายตามองแพรวาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ยอมรับเลยว่าเธอสวยมากเหลือเกิน สวยกว่านางแบบคู่ขาของอานนท์หลายเท่า

“ค่ะ” เอ่ยตอบเสียงเรียบ

“ผมชื่อภูชิตนะครับ เรียกภูเฉย ๆ ก็ได้ครับ แต่ท่าทางแล้วคุณน่าจะเด็กกว่าผมหลายปี เรียกพี่ภูจะเหมาะดีกว่านะครับ” เผยยิ้มหวานแก่คนตัวเล็ก หากใครได้เห็นเป็นอันต้องหลงเสน่ห์เขาแน่นอน ทว่าแพรวากลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น

“แพรวาค่ะ เรียกแพรก็ได้”

“งั้นพี่เรียกว่าน้องแพรนะครับ” ยังคงจ้องมองใบหน้างดงามแบบไม่ห่าง

แพรวาไม่ได้ตอบภูชิต เพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนเท่านั้น

“น้องแพรหิวไหม เดี๋ยวพี่ไปเอาอะไรมาให้” ไม่พูดเปล่า หมายจะเดินไปโซนอาหาร แต่ต้องชะงักกับเสียงหวาน

“พี่ภูคะ ไม่เป็นไร ตอนนี้แพรยังไม่ค่อยหิว” เสียงหวานเอ่ยทักท้วง

ระหว่างทั้งสองกำลังพูดคุยทำความรู้จักทั่วไป จู่ ๆ อานนท์ก็เข้ามาขัดจังหวะ สายตาคมลอบมองร่างบอบบางข้างกายเพื่อนรัก แววตาที่มองคนตัวเล็กปานจะกลืนกิน

เขารู้สึกหวงเธออย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากให้ใครหน้าไหนมองทั้งนั้น แม้กระทั่งภูชิตก็ไม่อยากให้เข้าใกล้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้กับเธอ

แพรวามองบุคคลมาใหม่ คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างฉงน คาดไม่ถึงว่าคนที่เธอตกหลุมรักยังสนามบินจะมายืนเบื้องหน้าราวกับความฝัน

“คุณนั่นเอง” เสียงหวานอุทานเพียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน

“ทำอะไรอยู่เหรอ” อานนท์ถามภูชิต แต่สายตาเหลือบมองคนตัวเล็ก

“คุยกับน้องแพร” ภูชิตแนะนำตัวแพรวาให้อานนท์รู้จัก

“สวัสดีค่ะ แพรวานะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองด้วยท่าทางร่าเริง แต่ต่างกับอีกคนยืนจ้องมองแบบไม่สะทกสะท้านใด ๆ ทำตัวเยือกเย็นปานน้ำแข็ง

ทว่าความเป็นจริงในใจของอานนท์รู้สึกดีแค่ไหนได้ยินเสียงหวานของคนตรงหน้า แต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้ภูชิตรับรู้ว่าสนใจเธอ

“นนท์ขา… มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เชอรินตามหานนท์ตั้งนาน” เสียงแหลมของเชอรินแทรกขึ้น นางแบบสาวเข้ามาเกาะแขนกำยำของอานนท์พูดด้วยท่าทางออดอ้อน หน้าสวยซบตรงไหล่แกร่งพลางชำเลืองมองแพรวา

“ใครเหรอคะ” เชอรินจ้องหน้าแพรวา มองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

“น้องแพร” ภูชิตเป็นฝ่ายแนะนำแพรวาให้แก่เชอรินรู้จัก

ดวงตาคู่หวานเหลือบมองท่าทางของเชอริน แสดงความเป็นเจ้าของอานนท์ เกาะแขนกำยำแทบจะเอาตัวเบียดเข้าไปในร่าง

“แพรขอตัวก่อนนะคะ รู้สึกไม่ค่อยสบาย” เธอกล่าวขึ้น เพราะรู้สึกทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว

“เดี๋ยวพี่ไปส่งนะครับน้องแพร” ภูชิตอาสาทำหน้าที่เป็นเจ้าถิ่นที่ดี

“อย่าดีกว่าค่ะ แพรเดินกลับคนเดียวได้” แพรวาปฏิเสธ ความหวังดีของภูชิต ไม่พูดเปล่ารีบจากไปอย่างสงบ โดยไม่สนใจเหลียวหลังมอง

เธอแค่ไม่อยากเห็นภาพผู้หญิงคนนั้นกำลังกอดกับเขา แม้จะทราบว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นรักกัน ทว่าเรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงรู้สึกกับเขาทั้งที่ เพิ่งเจอกันวันนี้เขาช่างมีอิทธิพลกับเธอเหลือเกิน

ระหว่างกำลังกลับห้อง จู่ ๆ น้ำตาคลอเบ้าค่อย ๆ ไหลออกมาข้างแก้มนวล เจ็บปวดเหลือเกินกับการรักคนมีเจ้าของ

ร่างเล็กล้มตัวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซซ์ ปล่อยน้ำตาคอยเป็นเพื่อนปลอบประโลมยามโดดเดี่ยว ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางวันนี้กอปรเรื่องราวที่เพิ่งเจอ ทำให้แพรวาหลับอย่างง่ายดาย

พ้นร่างอรชรของแพรวาหลายนาที อานนท์ยังคงมองอย่างไม่ละสายตา อยากทำความรู้จักเหลือเกิน รู้สึกถูกชะตาอย่างยิ่ง ไม่เคยมีใครทำให้เขาหวั่นไหวขนาดนั้นมาก่อน เธอคนเดียวเท่านั้น

ไม่ว่าอย่างไร เขาต้องหาทางใกล้ชิดเธอให้ได้ อะไรที่เขาอยากได้ก็ต้องได้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์

“ไอ้นนท์ มึงจะเข้ามาขัดจังหวะกูกับน้องแพรทำไมวะ” ภูชิตเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์ เขาหมายปองหญิงสาวอยากทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น แต่เพื่อนตัวดีดันเข้ามาแทรก

อานนท์ไม่ได้ตอบอะไรภูชิต ตอนนี้ยังคงเหม่อลอยคะนึงหาถึงใบหน้าหวานของแพรวา

“นนท์ขา… เชอรินว่าเราไปทางโน้นดีกว่า” ไม่พูดเปล่า มือที่เกาะแขนชายหนุ่มก็เขย่าเบา ๆ

อานนท์ได้ยินเสียงแหลมของนางแบบสาวข้างกายจึงตื่นจากภวังค์ เขาเพิ่งรับรู้ว่าข้างกายยังคงมีหญิงสาวสวยอีกคนและเพื่อนรักที่จ้องเขม็งปานจะกินเลือดกินเนื้อ

“มึงว่าอะไร ไอ้ภู”

“มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเลยเหรอ ช่างเถอะ” เอ่ยตัดบท

ภูชิตถอนหายใจเสียงดัง เขาเริ่มไม่สบอารมณ์จึงจากไป ทิ้งอานนท์ไว้กับเชอรินอยู่กันตามลำพัง

เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานเลี้ยงริมทะเลบนเกาะฟาร์มไข่มุกค่ำคืนนี้ แสงตะวันกระทบผืนน้ำทะเลเวิ้งว้างเกิดประกายเป็นระยับสวยงาม เกิดจากธรรมชาติโดยแท้จริง

งานเลี้ยงย่อมต้องมีวันเลิกรา ในที่สุดช่วงเวลาสุดท้ายในคืนนี้ แขกต่างเริ่มทยอยกลับเรื่อย ๆ อานนท์เองก็ไม่ต่างกันเดินควงคู่เชอรินไปห้องของเขา ห้องที่มีไว้สำหรับทำเรื่องอย่างว่าเท่านั้น

“เรามาสนุกกันเถอะนนท์” เชอรินคลานขึ้นไปเตียงก่อนคร่อมร่างสูงใหญ่ จากนั้นช่วยปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดพลางมองคนใต้ร่างด้วยสายตายั่วยวน

“เชอรินรักนนท์นะคะ” เสียงแหลมกระซิบข้างใบหูอานนท์ นิ้วเรียวกรีดกรายทั่วแก้มสาก ก่อนหญิงสาวจะร้องเสียงหลงเมื่อชานหนุ่มพลิกร่างเพรียวให้อยู่ข้างล่างแทน จากนั้นกระชากเดรสออกจากเรือนงามกระทั่งไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม

อานนท์เริ่มบรรเลงบทรักกับคนใต้ร่างด้วยจังหวะร้อนแรงและป่าเถื่อน ไม่มีความปรานีสักนิด

“อ๊ะ อ๊า นนท์ขา เสียวจัง” เชอรินเอื้อมแขนไปคล้องคอแกร่งพลางบิดกายด้วยความเสียวซ่าน

“อ๊า ซี๊ด สุดยอด” อานนท์มองคนใต้ร่างที่มีประสบการณ์โชกโชนซึ่งรับแรงกระแทกของเขาได้เป็นอย่างดี

“แรงอีกคะนนท์ เชอรินใกล้จะเสร็จแล้ว” ขาเรียวยกขึ้นเกี่ยวเอวสอบ ได้ยินดังนั้นอานนท์ส่งความเป็นชายเข้าในตัวเธอแบบไม่ยั้ง

“กรี๊ด!!” เชอรินกรีดร้องดังสนั่นทั่วห้องเมื่อถึงจุดสุดยอด ก่อนอีกฝ่ายจะถอดถอนแก่นกายออกจากร่องเนื้อพร้อมโยนถุงยางที่เต็มด้วยน้ำขาวขุ่นลงบนพื้น

หลังเสร็จสิ้นอารมณ์พิศวาส เขาโยนเงินปึกหนึ่งลงบนที่นอนแล้วเดินออกมาอย่างไม่สนใจไยดีเชอรินที่นอนหอบอยู่บนเตียง

เขาเบื่อผู้หญิงเหล่านี้หวังจะจับเขาเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่เขามีความสัมพันธ์กับพวกเธอต้องป้องกันเสมอ เพราะพวกเธอล้วนไม่มีใครปลอดภัยสักคน พวกเธอมักจะโหยหาความสุขเรื่องบนเตียงมาบำบัดความใคร่ของตัวเองเสมอ ใครจ่ายหนักเธอก็ยอมนอนกับคนนั้น ไม่สนใจความรักหรอก เขาเองเช่นกันไม่คิดจะรักใครทั้งสิ้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED