ตอน 2

“ในที่สุดก็สอบเสร็จสักที เย็นนี้เราไปฉลองกันไหม”หมิวเพื่อนในกลุ่มเอ่ยชวน

“ได้สิ ไปร้องเกะกันนะ” น้ำอิงก็เห็นด้วยกับเพื่อนเพราะนานแล้วที่พวกเธอไม่ได้ออกไปสนุกด้วยกัน

“ขิงขอตัวก่อนนะหมิว น้ำ”

“รีบขนาดนั้นเลยเหรอขิง” แม้รู้ว่าเพื่อนจะต้องไปทำงานแต่ไม่คิดว่าจะไปทันทีแบบนี้

“อือ ทางนั้นเขาเร่งมา ขิงต้องไปขึ้นเครื่องเย็นนี้”

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้โชคดีนะขิงแล้วอย่าลืมติดต่อมาบ้าง”

“ขิงจะพยายามแต่ไม่รู้ว่าที่นั่นสัญญาณจะดีหรือเปล่า แต่ถ้ามีโอกาสขิงจะติดต่อมานะน้ำ แล้วถ้าน้ำกับหมิวเจอพี่ซันขิงก็ฝากบอกด้วยนะ”

“ไม่มีปัญหาเราจะบอกพี่ซันให้นะ”

ธันยมัยเดินกลับมาจากมหาวิทยาลัยยังไม่ทันถึงหอพักก็เห็นรถเอสยูวีสีดำเคลื่อนผ่านหน้าไปเพียงนิด และจอดสนิทก่อนที่เธอจะเดินผ่าน

“คุณธันยมัยครับ” เซบาสเตียนลดกระจกลงแล้วเรียกหญิงสาวที่กำลังจะเดินเลยรถของเขาไป

“สวัสดีค่ะ คุณเซบาสเตียนฉันไม่คิดว่าคุณจะมาเร็วขนาดนี้”

“บังเอิญว่าผมไม่ค่อยคุ้นเส้นทางเลยออกมาก่อนเวลานัด แล้วคุณสอบเสร็จแล้วใช่ไหมครับ”

“ค่ะ”

“ขึ้นรถมาสิจะได้ไปพร้อมกัน”

“อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว คุณขับไปจอดรอที่หน้าหอพักได้เลยค่ะ”

ชายหนุ่มไม่เซ้าซี้เพราะมันก็จะถึงหอพักอย่างที่เธอบอกจริงๆ

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงยีนกับเสื้อยืดแล้วธันยมัยก็เดินลงมาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบกับกระเป๋าถือ อีก 1 ใบ

“มีแค่ใบเดียวเหรอครับ”เซบาสเตียนถามอย่างแปลกใจเพราะที่ผ่านมาเวลาไปไหนกับผู้หญิงพวกหล่อนก็มักจะมีกระเป๋ากันคนละหลายใบ

“ค่ะ ของฉันมีแค่นี้”เธอเป็นคนง่ายๆ จึงไม่มีข้าวของเครื่องใช้อะไรมาก

“ครับ” เขารับกระเป๋าแล้วนำไปไว้หลังรถจากนั้นก็มุ่งหน้าตรงไปสนามบินทันที

“ฉันขอถามหน่อยได้ไหมคะ เจ้านายคุณอายุมากหรือเปล่า”

“คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้าเจ้านายจะอายุมากแล้ว”

“เปล่าค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่ฉันจะได้ทำตัวถูก ปกติแล้วฉันเป็นคนคุยเก่งค่ะ จะเรียกว่าพูดมากก็ได้เลยกลัวว่าท่านจะรำคาญ”

“อย่ากังวลเลย เคยเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น” เซบาสเตียนแอบยิ้ม อยากรู้เหมือนกันว่าคนพูดน้อย ชอบเก็บตัวถ้ามาเจอเด็กช่างพูดอย่างธันยมัยจะเกิดอะไรขึ้น

“ค่ะ”

เธอยังไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เจ้านายจะเป็นคนยังไง อายุเท่าไหร่ จะใจดีกับเธอหรือเปล่า มันเป็นเรื่องที่เธอต้องหาคำตอบเอาเอง

เมื่อวานธันยมัยกับเซบาสเตียนมาถึงสนามบินก็เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยเพราะกระเป๋าเดินทางของเธอนั้นไปสลับกับของผู้โดยสารคนอื่น กว่าคนที่หยิบกระเป๋าผิดจะเอามาคืนก็เลยเวลาลงเรือไปยังเกาะพราวมุกซึ่งมีเรือออกเพียงแค่วันละ 2 เที่ยว

เซบาสเตียนจึงเปิดโรงแรมให้เธอกับเขาคนละห้อง เพื่อพักหนึ่งคืนระหว่างรอเวลาขึ้นเรือเที่ยวแรก

จากโรงแรมที่พักไปยังท่าเรือนั้นใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ธันยมัยก็มานั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของเรือเฟอร์รีลำใหญ่ ในขณะที่เซบาสเตียนก็เอาแต่วุ่นอยู่กับการคุยโทรศัพท์ตั้งแต่เช้า เธอจึงมีโอกาสนั่งมองวิวทะเลสวยๆ อยู่คนเดียว

ครั้งสุดท้ายธันยมัยมาเที่ยวทะเลก็ตอนที่รุ่นพี่พามารับน้องตอนอยู่ปี 1 เธอยังจำบรรยากาศวันนี้ได้ดีแม้จะผ่านมาถึง 3 ปีแล้วก็ตาม ครั้งนั้นเธอไม่ต้องคิดอะไรมาก ใช้ชีวิตในวัยรุ่นอย่างเต็มที่ แต่หลังจากนั้นพอขึ้นปี 2 เธอก็เสียบิดาผู้ให้กำเนิดอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์

วันนี้ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นสบาย แดดไม่ร้อนมากอีกทั้งยังมีลมทะเลพัดเข้ามาทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย หญิงสาวไม่รู้ว่าที่เกาะแห่งนั้นเธอจะต้องไปเจอเจ้านายแบบไหน แต่ระหว่างทางฟ้าสวยและน้ำใสก็ทำให้เธอรู้สึกว่าการมาทำงานครั้งนี้คงเหมือนได้พักผ่อนไปในตัว

         ระยะเวลาเดินทางจากท่าเรือมายังเกาะพราวมุกใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ เรือลำใหญ่ก็พามาถึงที่หมาย เซบาสเตียนช่วยเธอลากกระเป๋าไปตามสะพานคอนกรีต ชายหนุ่มเดินผ่านรถโดยสารที่จอดรอรับนักท่องเที่ยว ตรงไปยังรถยนต์คันหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากท่าเรือเพียงเล็กน้อย ก่อนเขาจะกดสัญญาณรีโมทให้เธอเข้าไปนั่นรอในรถขณะที่ตัวเองกำลังนำกระเป๋าใบใหญ่ไปเก็บท้ายรถ

“เราต้องไปอีกไกลไหมคะ” เพราะตั้งแต่ออกจากโรงแรมเซบาสเตียนก็ไม่มีเวลาให้เธอถามอะไรเลย

“ขับรถไปอีก 30 นาทีก็ถึงครับ” เขาตอบเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาดูเครียดกว่าที่เจอกันวันก่อนอยู่มาก

ธันยมัยนั่งมองทิวทัศน์ไปเรื่อย จนกระทั่งรถมาหยุดที่บ้านหลังสีขาวทรงโมเดิร์นหลังหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มากนัก

บริเวณที่รถจอดเป็นด้านข้างของตัวบ้าน ส่วนทางด้านหน้านั้นเปิดโล่งเพราะติดอยู่กับทรายหาดสีขาวที่ตอนนี้แสงแดดกระทบกับเม็ดทรายจนเป็นแสงระยิบระยับ

“รีบเข้าบ้านเถอะ คุณอีวานรอแล้ว”เสียงเรียกของเซบาสเตียนทำให้เธอออกจากภวังค์

“ค่ะ”

ด้านในตัวบ้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเทาเกือบทั้งหมดส่วนตัวผนังบ้านนั้นเป็นสีขาว คงเพราะเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นผู้ชายจึงตกแต่งออกมาในแบบที่เรียบง่าย

“มากันแล้วเหรอ”

“อือ ฉันพาผู้ช่วยมาให้คนหนึ่ง มานี่สิ” เขาหันไปเรียกให้เดินมาตรงหน้าเจ้านาย

ธันยมัยมองผู้ชายตรงหน้าที่ตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาครอบด้วยอายชิลด์ ดูแล้วผู้ชายคนนี้รูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่กว่าเซบาสเตียน คงเพราะเขาเป็นลูกครึ่งสิงคโปร์กับไทย ตามที่เซบาสเตียนให้ข้อมูลเธอมา ใบหน้านั้นจัดว่าหล่อกว่าดาราลูกครึ่งหลายคนที่เธอรู้จัก ไรหนวดเขียวครึ้มไปทั่วสันกรามและรอบริมฝีปากหยักได้รูป เธออยากจะเห็นเสียจริงว่าถ้าเอาอายชิลด์ออกแล้วเขาจะหล่อขนาดไหน เธอเผลอจ้องหน้าเขานานจนเซบาสเตียนกระแอมใส่

“สวัสดีค่ะคุณอีวาน ฉันธันยมัยค่ะ”เธอยกมือไหว้ แม้รู้ว่าเขามองไม่เห็นแต่มันก็เป็นมารยาทที่เธอพึ่งกระทำ

“ไม่ต้องไหว้หรอกคุณธันยมัย มันมองไม่เห็นคุณหรอก”เซบาสเตียนบอกพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ เจ้านายของเธอด้วยท่าทางสบายๆ

“คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าต้องทำงานอะไรบ้าง” ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงค่อนขอดของคนข้างๆ เพราะเขารู้ว่าเซบาสเตียนชอบทำตัวตลกกลบเกลื่อนแต่แท้จริงแล้วเขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เป็นห่วงอีวานอย่างแท้จริง

“รู้ค่ะ คุณเซบาสเตียนบอกฉันแล้ว”

“คุณชื่ออะไรนะ เมื่อกี้ผมฟังไม่ชัด”

“ธันยมัยค่ะ”

“เรียกยากไปหน่อย มีชื่อเล่นไหม”

“เรียกขิงก็ได้ค่ะ คุณอีวาน”

“อือ แบบนี้ค่อยเรียกง่ายหน่อย”

“ผมให้เวลาคุณพักหนึ่งวัน พรุ่งนี้เข้ามาพบผมที่ห้องทำงานเวลา 9 โมงตรง” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม จนเธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นหดเหลือตัวนิดเดียว

แล้วผู้หญิงวัยกลางคนก็เดินออกมาจากมุมหนึ่งในบ้าน เธอแนะนำตัวว่าชื่อพี่แหวนเป็นแม่บ้านของที่นี่ จากนั้นพี่แหวนก็พาเธอไปยังห้องพักที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของอีวาน

“คุณขิงพักห้องนี้นะคะ อยู่ตรงข้ามกับห้องคุณเอชจะได้สะดวกในการทำงาน”

“คุณเอชเหรอคะ”

“ค่ะ คุณอีวานชื่อเล่นว่าคุณเอช”

ธันยมัยพยักหน้า แต่เธอคงไม่บังอาจไปเรียกเขาด้วยชื่อเล่นแบบพี่แหวนแน่

แล้วพี่แหวนก็เล่าให้เธอฟังถึงสาเหตุที่เจ้านายของเธอมองไม่เห็น พอได้ฟังแล้วเธอก็รู้สึกสงสารเขาอยู่เหมือนกัน

นอกจากที่พี่แหวนเล่าให้เธอฟังแล้วเธอก็ได้ฟังจากเซบาสเตียนมาเยอะพอสมควร ชายหนุ่มเล่าว่าอีวานประสบอุบัติเหตุเมื่อเกือบสองปีก่อน หลังจากเหตุการณ์นั้นการมองเห็นของเขาก็ลดลง จนในที่สุดก็แทบมองไม่ชัดหมอเลยแนะนำให้เขาผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาซึ่งตอนนี้ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพักฟื้นหลังการผ่าตัด แต่เรื่องนี้เขาจะให้ใครรู้ไม่ได้เพราะมันจะกระทบกับงานที่เขาทำอยู่ เซบาสเตียนเลยให้อีวานมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้และจ้างเธอเป็นผู้ช่วย

“พี่แหวนคะ คุณอีวานดุไหมคะ”

“จะให้พี่นินทาเจ้านายเหรอคะ พี่แหวนไม่กล้าหรอกค่ะ คุณขิงอยู่ไปสักพักก็จะรู้เอง แต่พี่แหวนเตือนไว้อย่างหนึ่งนะคะ คุณเอชท่านไม่ชอบให้ใครมาสงสาร เรื่องที่ท่านตาบอด”

“ค่ะ” แล้วเธอก็เริ่มเอาเสื้อผ้าและของใช้ออกจากกระเป๋าไปเก็บไว้ในตู้ไม้สีขาว ก่อนจะออกไปเดินเล่นที่หน้าชายหาด

อีวานยืนอยู่ในห้องนอน เขาเปิดม่านออกเล็กน้อยและพยายามมองออกไปยังผืนทรายข้างหน้า ตอนนี้แม้จะมองเห็นไม่ค่อยชัดแต่ก็พอจะเดาออกว่าคนที่กำลังเดินอยู่นั้นเป็นผู้ช่วยที่เซบาสเตียนให้มาช่วยงานเขา เพราะเจ้าตัวนั้นต้องกลับไปทำงานแทนเขาที่บริษัท

การหายมานานอย่างนี้ย่อมไม่เป็นผลดีกับบริษัทและไหนจะผู้บริหารบางคนที่พยายามจะเอาเขาลงจากตำแหน่งประธานบริษัท เรื่องสายตาของเขานั้นมีเพียงตัวแองและเซบาสเตียนเท่านั้นที่รู้ ทุกคนในบริษัทรู้แต่เพียงว่าช่วงนี้อีวานกำลังพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาตลอดหลายปี แต่จะหายไปโดยไม่ทำงานก็คงไม่ได้ ชายหนุ่มจึงต้องจ้างผู้ช่วยสักคนเพื่อให้เป็นสายตาให้เขา และคนนั้นๆ จะต้องไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้ เขาจึงต้องให้เซบาสเตียนเก็บโทรศัพท์ของธันยมัยทันทีที่มาถึงบนเกาะแห่งนี้

ตอน 3

การทำงานวันแรกเริ่มด้วยเธอต้องไปเปลี่ยนผ้าก๊อซและหยอดยาหยอดตาให้กับอีวาน เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองเห็นเข้าใกล้ๆ ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกประหม่าอยู่มาก แม้จะนอนหลับตานิ่งแต่เธอก็รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็ดีดตัวขึ้นจนไปชนกับเธอที่พึ่งจะถอยออกมา

“โอ๊ย!”

“เป็นอะไรหรือเปล่า ผมขอโทษผมมองไม่เห็น” อีวานรีบขอโทษ เพราะรู้สึกว่าหัวของเธอจะชนเข้ากับแผงอกกว้างของเขา

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ” เธอรีบกล่าวขอโทษเจ้านายและเก็บกล่องปฐมพยาบาลออกมาจากห้องโดยเร็ว

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับหัวใจของธันยมัยที่เต้นแรงกว่าปกติ เธอคิดว่าเป็นเพราะกลัวจะทำให้เจ้านายไม่พอใจตั้งแต่ทำงานวันแรก

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้าวันนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดเพราะไม่มีเซบาสเตียนอยู่ด้วยเหมือนเมื่อวาน

ธันยมัยนั่งทานอาหารของตัวเองแต่สายตาก็พยายามมองไปทางเจ้านายหนุ่มเผื่อว่าเขาจะต้องการให้ช่วยเหลือ แต่อีวานก็นั่งทานเงียบๆ โดยไม่ได้ขอให้เธอช่วยเลยสักนิด

“ชิ” เธอแอบย่นจมูกเมื่อเห็นเขานั่งทานเหมือนคนปกติ ในใจแอบคิดว่าบางทีอีวานอาจจะแกล้งตาบอด แต่ก็นึกไม่ออกว่าเขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร เพราะมันไม่เป็นผลดีกับตัวเขาเองเลยสักนิด

“ถ้าคุณเอาแต่นั่งมองผมอย่างนั้นวันนี้ก็คงทานไม่เสร็จ” เขาพูดอย่างรู้ทัน

“คุณรู้ได้ยังไงคะ ไหนว่าคุณมองเห็น”เธอสงสัย

“ถึงมองไม่เห็นก็พอรู้เพราะผมไม่ได้ยินเสียงขยับตัวของคุณเลยสักนิด”

ธันยมัยเงียบ เพราะที่เขาพูดมันก็ถูก แม้จะระมัดระวังมากแค่ไหนแต่ถ้าคนเราทานอาหารอย่างน้อยก็คงมีการเคลื่อนไหวอยู่บ้าง เมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองเธอจึงลงมือทานอาหารอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากให้เจ้านายมาคอยจับผิดอีก

งานที่ให้หญิงสาวทำช่วงเช้าคือเปิดอีเมลแล้วอ่านให้เขาฟัง จากนั้นก็พิมพ์ตอบตามที่บอกเป็นภาษาอังกฤษ อีเมลแต่ละฉบับก็จะเกี่ยวกับเรื่องงาน ดูเหมือนชายคนนี้จะทำธุรกิจหลายอย่าง ตอนแรกเธอก็จำได้หรอก แต่อ่านและพิมพ์ตอบไปหลายฉบับในสมองก็เริ่มสับสน และไม่เห็นความจำเป็นว่าจะรู้เรื่องของเขาไปทำไม แค่ทำตามที่เขาบอกเวลาก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว

มื้อกลางวันเขากับเธอก็ยังทานอาหารกันแค่สองคน แต่บรรยากาศก็ดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าอยู่มาก

หลังทานอาหารเขาอนุญาตให้ธันยมัยพัก ก่อนจะกลับมาเริ่มงานอีกทีเวลาบ่ายโมงครึ่ง ปกติแล้วเวลาว่างของเธอก็มักจะท่องไปในโลกโซเชียลแต่มาที่นี่ทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะเซบาสเตียนนั้นยึดโทรศัพท์ไปตั้งแต่เธอเหยียบลงบนเกาะแห่งนี้

หญิงสาวนอนเล่นอยู่บนเตียงแล้วก็เผลอหลับไป สะดุ้งตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่พี่แหวนมาเคาะประตู

“พี่แหวน คุณอีวานให้ตามเหรอคะ ขิงเผลอหลับไป ไม่คิดว่าจะถึงเวลางานแล้ว”

“เปล่าค่ะคุณขิง พี่แหวนแค่จะมาบอกว่าถ้าคุณขิงเบื่อก็ไปดูทีวีที่ห้องรับแขกได้”

“อ๋อ โล่งออกไปทีค่ะ เอาไว้คราวหน้านะคะ นี่ใกล้เวลาเริ่มงานแล้ว” เธอมองนาฬิกาแล้วเห็นว่าอีกเพียง 20 นาทีก็จะถึงเวลาเริ่มงานตอนบ่ายจึงปฏิเสธพี่แหวนไป

“ได้ค่ะ พี่แหวนขอไปทำงานก่อน อ้อ! คุณขิงแพ้อาหารอะไรไหมคะ พี่ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ลืม”

“ไม่นะคะ ขิงทานได้ทุกอย่าง”เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

เมื่อพี่แหวนกลับไปแล้วธันยมัยก็เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องตรงข้ามซึ่งเป็นทั้งห้องนอนและห้องทำงานของอีวาน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อือ เข้ามาเลย” เสียงเย็นชายจากเจ้าของห้องที่ฟังดูเหมือนว่าจะรอเธออยู่แล้ว

“ฉันพร้อมเริ่มงานแล้วค่ะ บ่ายนี้มีอะไรที่ต้องทำบ้าง”

ชายหนุ่มนั่งรอเธออยู่แล้วที่โต๊ะทำงานตัวเดิม แม้จะอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวแต่เขาก็ยังนั่งตัวตรง ธันยมัยมองเจ้านายหนุ่มแล้วรู้สึกว่าบุคลิกของเขานั้นยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์ หญิงสาวพยายามท่องไว้ในใจว่าเขาคือเจ้านายและตัวเธอเองก็มีแฟนอยู่แล้ว

“เห็นแฟ้มตรงหน้าคุณไหม เลือกแฟ้มที่เขียนว่าแผนลงทุนตลาดจีนขึ้นมา แล้วอ่านสรุปสองหน้าสุดท้ายให้ผมฟังอีกรอบ

เธอทำตามที่เขาบอกซึ่งเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ พออ่านจบเขาก็นิ่งเหมือนคนกำลังใช้ความคิด

“คุณฟังเข้าใจไหม” เขาอยากได้ความคิดเห็นเพราะตัวเองฟังที่เธออ่านก็รู้สึกว่าข้อความนั้นมันไม่ค่อยต่อเนื่องเหมือนว่ามันยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก

“ฉันออกความเห็นได้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามอย่างลังเล

“ได้สิ ผมก็อยากรู้”

“คือฉันไม่รู้ว่าที่คุณให้อ่านมันเป็นต้นฉบับหรือว่าคุณแปลมันมาจากภาษาอื่น เพราะฟังดูแปลกยังไงก็ไม่รู้นะคะ” เธอไม่ค่อยแน่ใจแต่ถ้ามันเป็นต้นฉบับก็คิดว่าคนที่สรุปการประชุมนี้ทำงานไม่ค่อยเรียบร้อยเพราะเธอเองแม้ยังเรียนยังไม่จบก็ถึงข้อบกพร่องนี้

“คุณคิดอย่างนั้นหรือ”

“ค่ะ”

“มันถูกแปลมาจากภาษาจีนอีกที”

“คุณอีวานมีต้นฉบับไหมคะ ฉันอยากลองอ่านดู”

“อย่าบอกนะว่าคุณอ่านภาษาจีนออก” เขาแปลกใจเพราะเซบาสเตียนบอกแค่ว่าเธอใช่ภาษาอังกฤษได้ดีเท่านั้น

“ค่ะ ฉันอ่านออก เขียนได้ ส่วนเรื่องพูดก็พอได้ค่ะ แต่สำเนียงอาจแปลกไปหน่อย เพราะไม่ค่อยพูดกับใครเท่าไหร่” เพราะทักษะภาษาจีนทำให้เธอได้ร่วมงานของแบรนด์สินค้าจากจีนอยู่บ่อยครั้ง

“ผมเชื่อคุณได้ใช่ไหม” เขาไม่ค่อยแน่ใจเพราะไม่เห็นสีหน้าและแววตาของคนที่คุยด้วย

“คุณจะทดสอบฉันก็ได้นะคะ”ธันยมัยมั่นใจว่าเธอมีความสามารถมากพอ

จากนั้นเขาก็คุยกับเธอด้วยภาษาจีนกลาง สีหน้าของอีวานดูพอใจเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มคิดว่าคงต้องเพิ่มค่าจ้างให้เธอเพราะช่วยงานได้มากกว่าที่คิด

ตลอดบ่ายวันนี้อีวานเลยให้เธอช่วยอ่านสรุปการประชุมของบริษัทลูกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนให้ฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากจนพี่แหวนขึ้นมาตามทั้งสองให้ลงไปทานอาหารเย็น

“เย็นนี้มีอะไรทานค่ะพี่แหวน ขิงหิวมากเลยค่ะ” เธอเดินตามหลังแม่บ้านซึ่งกำลังประคองอีวานไปนั่งที่โต๊ะ

“พี่ทำหลายอย่างเลยค่ะ ไม่รู้คุณขิงจะชอบหรือเปล่า”

ธันยมัยมองอาหารตรงหน้าแล้วก็ยิ้มกว้างเพราะนั่นเป็นอาหารโปรดของเธอทั้งนั้น

“ของโปรดทั้งนั้นเลยค่ะพี่แหวน ต้มยำกุ้งน้ำข้น กั้งทอดกระเทียมสงสัยขิงต้องน้ำหนักขึ้นแน่ๆ เลยค่ะ”

“คุณขิงชอบเหมือนคุณเอชเลยนะคะ”

“คุณก็ชอบต้มยำเหรอคะ”

“อาหารไทยขึ้นชื่อ ใครบ้างจะไม่ชอบ” เขาตอบห้วนๆ ตามสไตล์ของคนพูดน้อย

อาหารมื้อเย็นของวันนี้บรรยากาศดีกว่าทุกมื้อที่ผ่านมา ธันยมัยช่วยเขาตักอาหารใส่จาน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธการช่วยเหลือของเธอ กว่าทั้งคู่จะลุกจากโต๊ะนานเกือบชั่วโมง

“นี่ถือว่าเลิกงานแล้วคุณพักผ่อนได้ตามสบายนะ”

“แล้วคุณล่ะคะ จะทำอะไร ไปเดินย่อยอาหารกันไหม” เธอไม่อยากให้เขาอุดอู้อยู่แต่ในห้อง

“ไม่ดีกว่า ผมไม่อยากให้คุณลำบาก”

“ไม่เห็นลำบากอะไรเลยค่ะ อย่าลืมสิคะว่าคุณจ้างฉันมาดูแลคุณนะ แล้วทางจากหน้าบ้านคุณไปที่ชายหาดเป็นทางโล่งมาก คุณคงไม่เดินชนอะไรหรอกค่ะ หรือว่าคุณกลัวคนอื่นจะมาเจอ”

“ผมไม่รู้จักใครที่นี่หรอก แล้วคุณล่ะ ไม่กลัวเจอคนรู้จักเหรอ”

“ฉันไม่ได้บอกใครว่ามาที่นี่ นะคะไปเดินด้วยกัน ฉันไม่อยากเดินคนเดียว”

แล้วหญิงสาวก็พาเขาเดินออกจากตัวบ้านช้าๆ จนเท้าของอีวานสัมผัสกับผืนทราย ไม่คิดเลยว่ามันจะทำให้เขารู้สึกดีจนอยากมาเดินแบบนี้ทุกวัน

“ผมคงไม่ทำให้คุณลำบากใจใช่ไหมครับ” เขาถามอย่างสุภาพเพราะนานแล้วที่ไม่มีใครชวนเขาออกไปเดินเล่นแบบนี้

“ไม่เลยค่ะ ออกมาเดินเที่ยวถือว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศ ฉันอยากให้คุณผ่อนคลาย ช่วงที่ฉันมาอยู่ที่ฉันจะพาคุณออกมาเดินทุกวันเลยดีไหมคะ”

“ผมคงต้องเพิ่มค่าจ้างให้คุณแล้ว เพราะการพาผมออกมาเดินเล่นมันไม่ได้อยู่ในสัญญา”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ อีกอย่างฉันเป็นคนชวนคุณออกมานะคะ ฉันของคุณมากที่คุณจ้างฉัน ถ้าไม่ได้เงินก้อนนั้นฉันคงไม่ได้เข้าห้องสอบแน่ๆ

“เรื่องนั้นเซบบอกแล้ว”

“ค่ะ มันน่าอายเหมือนกันนะคะ ที่คนนอกอย่างคุณสองคนต้องมารับรู้เรื่องส่วนตัวของฉันมากขนาดนี้” เธอรู้สึกอย่างที่พูดจริง เธออายแต่มันก็ยังดีกว่าการไม่ได้เข้าห้องสอบ

“แล้วคุณคิดว่าจะได้เงินคืนจากแฟนคุณไหม”

“ฉันไม่แน่ใจค่ะ เพราะฉันเองก็ติดต่อเขาไม่ได้เหมือนกัน” ธันยมัยหมายถึงภาสกรแฟนหนุ่มของเธอ

“คุณเคยถามไหมว่าแม่เขารักษาตัวอยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่เคยถามค่ะ หรือบางทีแม่เขาอาจจะไม่ได้ป่วยก็ได้”เธอเริ่มคิดเพราะตั้งแต่คบกันมาก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงแม่เลยสักครั้ง แล้วอยู่ๆ ภาสกรก็มาบอกเธอว่าแม่ตัวเองป่วย

“ถ้ารู้ว่าเขาโกหกคุณจะเสียใจไหม”

“ใครก็ต้องเสียใจทั้งนั้น”

“ผมหวังว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่ผมพูด”อีวานรู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ลำพังแค่ตัวเองก็มีเรื่องให้ปวดหัวอยู่ทุกวัน

“ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนค่ะ”

ทั้งสองเดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เท้าของเขารู้สึกถึงความเปียกของผืนทราย อีวานหยุดก้าวเดิน

“หยุดทำไมคะ”

“เราเดินมาไกลแล้ว”

“ไม่ไกลเลยค่ะ เล่นน้ำทะเลกันไหมคะ”

“ไม่ดีกว่า” อีวานรีบปฏิเสธ

“งั้นแค่เดินลุยน้ำก็พอนะคะ”

มือเล็กของเธอจับมือเขาให้แน่นขึ้นก่อนจะพาเขาเดินลงน้ำทะเลไป

อีวานรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงและเร็วขึ้น ผู้หญิงคนนี้มีความสดใสร่าเริง เธอชวนเขาคุยไปเรื่อย ซึ่งอีวานก็ฟังไปยิ้มไปอย่างเพลิดเพลิน กว่าเธอจะพาเขากลับขึ้นมาบ้านพักเขาก็เปียกไปเกือบทั้งตัว

“คุณรอตรงนี้ก่อนนะคะ ฉันจะเอาน้ำมาล้างทรายออกก่อน”

เขารั้งมือนั้นไว้แน่น เพราะยังไม่ชินกับการยืนอยู่นอกบ้านคนเดียว

“ถ้าคุณไม่ปล่อยฉันจะเอาน้ำได้ยังไงคะ”

เมื่อปล่อยมือเธอแล้วก็รู้สึกใจหาย แต่ก็ยังอุ่นใจที่ได้ยินเสียงเธอคุยอยู่กับแม่บ้านที่กำลังเดินมาทางที่เขายืนอยู่

“ตายจริงเปียกไปเกือบทั้งตัวเลยนะคะ” แล้วแม่บ้านกับธันยมัยก็ช่วยล้างทรายออกจากตัวชายหนุ่มจากนั้นก็ประคองเขาไปส่งที่หน้าห้องนอน

แม้ว่าตาจะมองไม่เห็นแต่อีวานก็ทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยตัวเองได้เพราะให้เซบาสเตียนจัดวางทุกอย่างให้เหมือนกับห้องน้ำที่คอนโดฯของตัวเองที่สิงคโปร์

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED