ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนห่ามเท่านี้มาก่อน นอกจากจะวาจาร้ายเหลือแล้วยังเสียมารยาทกับผู้หญิงได้อย่างไม่น่าให้อภัย ไม่อยากเชื่อว่าเรย์มอนด์คบหากับคนประเภทนี้ด้วย ว่าแต่เธอเคยเห็นหน้าเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยเสียเหลือเกิน
“จะเคยเจอที่ไหนก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเสื้อผ้ายังไง” บ่นกับตัวเองพลางหันรีหันขวาง แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจเสียงประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมร่างสมาร์ตในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสุดเท่ก็ปรากฏกาย
“ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอีกหรือคุณ” เสียงกังวานทักทายมาพร้อมส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี แต่ลัลน์นารากลับหน้าตึงเรียวปากสวยเม้มเข้าหากันแน่นยามสบจ้องไปยังคนตัวโตที่ยืนเอามือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยืนพิงขอบประตูห้องน้ำ
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ผมยินดีและเต็มใจ” ไม่วายกระเซ้ามาให้หงุดหงิดใจ
“มีค่ะ” ตอบกลับเสียงแข็ง “เสร็จธุระแล้วก็ช่วยออกไปจากห้องด้วย เชิญค่ะ” ว่าพลางชี้ไปทางประตูห้องด้วยหางตา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วเอียงคอรอคอยคำตอบ เคลวินกระตุกยิ้มไหวไหล่ก่อนสืบเท้าตรงไปยังประตูห้องนอน
“เรื่องแค่นี้เองหรือที่ต้องการให้ช่วย” หันมาถามหลังจากเดินมาถึงหน้าประตู คิ้วทรงดาบเลิกขึ้นสูง
“ผมนึกว่าคุณอยากให้ช่วยแบบว่า... ช่วยติดขอเสื้อในนี่ให้ฉันทีสิคะฉันติดไม่ถึง อะไรแบบนี้เสียอีก” ว่าพลางส่งยิ้มยียวนหรี่ตามองจ้องนิ่งตรงทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลง
“อีตาบ้า! ออกไปเลยนะก่อนที่ฉันจะตะโกนให้เรย์มอนด์รู้ว่าคุณเสียมารยาทเข้ามาในห้องนี้” ตะโกนก้องพร้อมยกมือขึ้นกอดอกหวังปิดบังให้พ้นสายตาวิบวับคู่นั้น
“คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณทำอะไรแบบนั้นเหรอ” ถามกลับเสียงเข้มดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความดุดันแทนที่จะเปล่งประกายอย่างคนขี้เล่นเช่นเมื่อวินาทีที่ผ่านมา
“หรือคุณจะลองดู”
ลัลน์นาราใจหายวาบกับภาพตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขายามนี้ราวดวงตาพญาเสือที่จ้องตระครุบเหยื่อ หญิงสาวฉลาดพอที่จะไม่ต่อกร สองเท้ารีบก้าวยาวๆ เข้าห้องน้ำไปแล้วปิดล็อคประตู เคลวินยิ้มร้ายตามแบบฉบับ หากไม่ติดที่เป็นเพื่อนของเรย์มอนด์ อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยให้รอดเงื้อมมือ
ด้านในห้องน้ำลัลน์นารายืนหายใจแรงถี่ยิบ มือน้อยยกขึ้นทาบทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงภายใต้เสื้อคลุมตัวหนา นึกถึงวินาทีที่ต่อปากต่อคำกับผู้ชายแสนร้ายกาจก็ยิ่งใจหาย หวังอย่างยิ่งว่าออกจากห้องไปจะไม่พบเขาอยู่ในงานปาร์ตี้ ไม่เช่นนั้นเธอคงหาความสนุกไม่ได้
แต่คำภาวนาของลัลน์นาราดูจะไม่เป็นผล เพราะภาพที่เธอเห็นเต็มสองตาคือ ผู้ชายคนนั้นยังอยู่ และยามนี้เขาและบรรดาเพื่อนของเธอกำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานภายในห้องโถง
“อ้าว! ลัลน์ ออกมาแล้วเหรอ ว่าจะไปตามอยู่พอดี หายไปนานเลยนะ” เรย์มอนด์ทักทายมาเมื่อเห็นร่างระหงปรากฏกายอีกครั้งด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ลัลน์นารายิ้มบางๆ ขณะก้าวเข้าไปร่วมวงสนทนาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สบสายตากับดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องมาไม่กระพริบ
“แอบอู้แล้วออกมากินทีเดียวน่ะสิ แผนสูงนะลัลน์” เสียงใสของเพื่อนสาวนางหนึ่งกระเซ้ามา เพื่อนๆ คนอื่นพากันขบขัน หากในยามปกติเธอคงร่วมหยอกเย้าไปด้วย แต่นี่เพราะเธอกำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่สร้างความอับอายให้เธอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ลัลน์นาราจึงรู้สึกขำไม่ออกได้แต่อมยิ้มให้เพื่อนเท่านั้น
“มานี่เร็ว ผมมีคนที่จะแนะนำให้ลัลน์รู้จัก” เรย์มอนด์กวักมือเรียกให้ไปทางเขาพลางเดินมาจูงแขนดึงให้เดินไปทางคนตัวโตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงขาข้างหนึ่งเหยียดตรงมาข้างหน้า อีกข้างแตะพักไว้ตรงที่พักเท้า มือหนาถือแก้วแชมเปญไว้ในมือ
“นี่มิสเตอร์เคลวิน อาร์มันโด เจ้าของเรือสำราญชื่อดัง กับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รู้สึกว่าจะมีที่ประเทศไทยด้วยนะลัลน์” เรย์มอนด์แนะนำทันทีที่พาเพื่อนสนิทมาถึง ลัลน์นาราทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะยิ้มอย่างยินดีหรืออย่างไรดี แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายตีหน้านิ่งเธอก็เบาใจ
“พี่เคครับนี่ลัลน์เพื่อนสนิทผม เธอเป็นคนไทยคนเดียวในรุ่นครับ” หันมาแนะนำตัวหญิงสาวให้ได้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ” ลัลน์นารายื่นมือไปทักทายตามฉบับสากล เคลวินยิ้มมุมปากบางๆ ยื่นมามาจับทักทาย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หญิงสาวแทบดึงมือกลับเมื่อเคลวินส่งปลายนิ้วโป้งวนไล้เบาๆที่หลังมือ แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังใจเพราะเขายึดมือเธอไว้มั่น
“พี่เคเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายผมเอง” เรย์มอนด์ยังคงแนะนำต่ออย่างภาคภูมิใจไม่ได้สังเกตท่าทีอึดอัดใจของเพื่อนสักนิด
“ปกติผมจะอยู่มิชิแกน พอดีช่วงนี้มาดูงานที่ฟลอริด้า รู้ว่าเรย์จัดปาร์ตี้ฉลองเรียนจบเลยแวะมาแสดงความยินดี หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจที่จะมีคนนอกอย่างผมมาร่วมสนุกด้วยนะครับ” เคลวินบอกเสียงนุ่มทุ้มขณะที่ยังคงจับมือหญิงสาวมั่น ลัลน์นาราขัดใจแต่ก็ไม่อาจแสดงอาการเกรี้ยวกราดออกไปได้
“คุณเป็นเพื่อนสนิทพี่ชายเรย์นี่คะ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องรังเกียจ” บอกยิ้มๆ พลางจิกสายตาส่งสัญญาณให้เขาปล่อยมือเธอเสียที
“นั่นสินะ หวังว่าค่ำคืนนี้เราจะมีช่วงเวลาดีๆ ต่อกันนะครับ” ว่าแล้วก็ยิ้มมุมปากก่อนปล่อยมือนุ่มนิ่มอย่างนึกเสียดาย ส่งสายตาให้อย่างที่รู้กันแค่สองคน
ลัลน์นาราหน้าแดงซ่านเพราะเข้าใจความหมายนั้น หญิงสาวทำเมินไม่สนใจ หันไปร่วมวงกับเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล ตลอดเวลาเธอรู้สึกถูกจับจ้องจากสายตาคมกริบไม่วางตา แต่ก็นับว่ายังดีที่เขาวางตัวธรรมดา ไม่แสดงทีท่ายียวนหรือเท้าความถึงเหตุการณ์ชวนอับอายก่อนหน้านี้ หวังว่าเธอจะได้เจอเขาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต
************************************
ประเทศไทย
ภายใต้เวิ้งฟ้าสีครามบนผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกตแห่งท้องทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยเรือลำน้อยใหญ่ที่สัญจรไปมาตามวิถีแห่งตน หมู่เกาะนับร้อยผุดพรายกระจายอยู่ท่ามกลางท้องทะเลแสนสวย บ้างอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน บ้างกระจายห่างกันออกไป
เกาะพยามเป็นเกาะหนึ่งในท้องทะเลอันดามัน เป็นเกาะที่อยู่ในเขตการดูแลของจังหวัดระนอง เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวได้ไม่นาน มีรีสอร์ตจำนวนไม่มากสำหรับเปิดบริการนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกตัวหลีกหนีความวุ่นวาย ใช้เวลาในการพักผ่อนอย่างเต็มที่
พยาม รีสอร์ต เป็นรีสอร์ตสไตล์วิลล่าทรงกลมหลังคาคลุมด้วยหญ้าถอดแบบมาจากมัลดีฟ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ว่าที่นี่อยู่ท่ามกลางป่าโกงกางก็เท่านั้น ท้องทะเลสีเขียวมรกต ท้องฟ้าสีครามที่สดใส ลมทะเลที่พัดผะแผ่วเต็มไปด้วยกลิ่นอายทะเลแสนบริสุทธิ์นั้นราวมีมนตร์ขลังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเวียนวนกันเข้ามาสัมผัสบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกนี้ หลายคนมาแล้วยังกลับมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน คำเล่าลือถึงความสุขที่ได้สัมผัสเมื่อมาเยือน ความงามที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่นใด ทำให้ได้รับการขนานนามว่า ‘มัลดีฟเมืองไทย’
พยาม รีสอร์ต เป็นธุรกิจหนึ่งของเคลวิน อาร์มันโด นักธุรกิจหนุ่ม มหาเศรษฐีลูกครึ่งไทยอเมริกัน ที่ชีวิตอยู่ไม่ติดที่ต้องเดินทางไปมาประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ความจริงแค่ธุรกิจเรือสำราญขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกกับธุรกิจเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศก็ยิ่งใหญ่จนบริหารงานแทบไม่ทันอยู่แล้ว แต่เขายังมีธุรกิจใจไทยอีกหลายส่วนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ต เรือขนส่งสินค้าระหว่างไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะที่มีเส้นทางเดินเรือจากภูเก็ตไปลังกาวี
เขามีธุรกิจที่หลากหลายในประเทศไทยตอนใต้นี้ เพราะพื้นเพของมารดาเป็นคนไทยที่มีต้นตระกูลเป็นตระกูลเก่าแก่ทางภาคใต้ ปัจจุบันมารดากับน้องสาวของเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากดูแลธุรกิจทางนี้แทนเขา แม้ว่าจะมีคนสนิทที่คอยดูแลแต่ละส่วนอยู่แล้วก็ตาม ในความเป็นจริงเขารู้ดีว่า คุณแอนนารักและคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนจึงไม่อยากจากไปไหน เพราะตั้งแต่บิดาของเขาจากไป ท่านก็ไม่กลับไปอเมริกาอีกเลย
วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากเขามาเหยียบเมืองไทยด้วยความคิดถึงมารดาและน้องสาว เมื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวจนหายคิดถึงแล้วเคลวินก็ปลีกตัวมาพักผ่อนที่พยาม รีสอร์ต
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆๆ
เสียงคล้ายนาฬิกาปลุกดังมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะข้างเตียงนอนดังขึ้นหลังจากที่เขากลับเข้าวิลล่าได้ไม่ถึงห้านาที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันใบหน้าคมเครียดขมึง เพราะรู้ดีว่านั่นคือสัญญาณลับจากลูกน้องที่ใช้กันในยามเกิดเหตุการณ์คับขันที่บรรดาลูกน้องไม่อาจรับมือได้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเวลาพักผ่อนของเขาเป็นช่วงเวลาที่ห้ามรบกวน ชายหนุ่มเดินไปเลื่อนโคมไฟออกไว้มุมโต๊ะแล้วกดพื้นโต๊ะเบาๆ มีเสียงดังคลิ๊กก่อนที่พื้นโต๊ะจะเปิดออกกลายเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
“ขอประทานโทษครับท่าน” มีเสียงรายงานทันทีที่ปรากฏภาพบนหน้าจอ
“มีเรื่องอะไรว่ามา”
“มีรายงานด่วนว่าเกิดปัญหาเส้นทางเดินเรือไปลังกาวีครับ ตอนนี้เฟอร์รี่ของเราถูกตำรวจน้ำของมาเลเซียสกัดกั้นกลางเขตน่านน้ำไม่ให้เทียบท่าครับ”
ใบหน้าคมเครียดขมึงขึ้นทันตา เขาหวังจะมาพักผ่อนแต่กลับเกิดปัญหาให้ต้องลงมือแก้ไขเองจนได้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสงบนิ่งอย่างคนกำลังใช้ความคิด
“มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไง”
“บนเรือรายงานมาว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนมีการตรวจค้นเรือประมงของไทยแล้วพบมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้าไปในเขตมาเลเซีย ทางนั้นจึงมีคำสั่งให้ตรวจค้นเรือทุกลำที่เข้าเขตน่านน้ำมาเลเซีย ปรากฏว่าเกิดตรวจพบยาเสพติดในกระเป๋าผู้โดยสารท่านหนึ่งครับท่าน”
เคลวินถอนหายใจแรง เรื่องไม่เป็นเรื่องเกิดขึ้นจนได้ แต่เพียงแค่นี้ไม่ได้เกินความสามารถของเขา ไม่มีอะไรที่เขาแก้ปัญหาไม่ได้
“แจ้งทุกจุดที่เกี่ยวข้องเตรียมประชุมด่วน บอกให้คนเตรียมเปิดวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ให้ฉันด้วย ให้พร้อมประชุมภายในสิบห้านาทีนี้”
“ครับท่าน” รับคำแล้วรีบกลับไปทำตามคำสั่ง
เคลวินกดพับจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเลื่อนโคมไฟมาวางที่เดิมแล้วเปิดลิ้นชักหยิบเอาโทรศัพท์มือถือชนิดสมาร์ตโฟนติดตัวไปก่อนออกจากวิลล่าตรงไปยังห้องประชุม
สองเท้าก้าวย่างไปตามทางเดินที่เป็นสะพานไม้เชื่อมต่อกันไปยังจุดต่างๆของรีสอร์ต รอบด้านรายล้อมด้วยป่าโกงกางที่ขึ้นอยู่หนาแน่นทำให้บรรยากาศดูสดชื่นร่มรื่น บางจุดมีชายหาดเล็กๆ ดูสะอาดตาแต่ยามนี้ พยัคฆ์หนุ่มไม่มีเวลาแม้จะชื่นชมความงามนั้นสักนิด
“สถานการณ์ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” คนเป็นนายถามทันทีที่นั่งประจำที่และทุกจุดพร้อมสำหรับการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม ด้วยเทคโนโลยีก้าวไกลทำให้เขาประหยัดเวลาได้มากทีเดียวดังนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนอย่างไรก็สามารถเรียกประชุมเร่งด่วนและแก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์
“ผู้โดยสารท่านนั้นถูกตำรวจน้ำจับกุมตัวไปแล้วครับ ส่วนท่านอื่นๆ ตำรวจน้ำกำลังตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้งครับ ลูกเรือกำลังควบคุมสถานการณ์ พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้โดยสารครับ” ผู้ดูแลเส้นทางเดินเรือรายงาน
เคลวินรู้สึกเครียดขึง แต่ทุกอย่างถูกเก็บซ่อนไว้ในสีหน้านิ่งเรียบเป็นแบบฉบับที่ลูกน้องทุกคนชินตา ไม่ว่าจะสถานการณ์เลวร้ายเพียงใดเจ้านายจะไม่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวหรือตื่นตัวกับเหตุการณ์ แต่จะตั้งรับทุกสถานการณ์ด้วยความสงบเงียบเสมอ
“เฟอร์รี่จากสตูลรอบต่อไปที่จะไปลังกาวีมีอีกรอบตอนไหน”
“อีกสองชั่วโมงครึ่งครับท่าน”
เคลวินหลุบตาลงมองนาฬิกาที่ปรากฏอยู่ตรงด้านล่างของแลปท็อป เพียงเสี้ยววินาทีก็ตวัดสายตาคมกลับคืนมาจุดเดิม แล้วออกคำสั่งกับคนสนิทที่แสตนบายพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ระนอง
“กันต์ให้คนเตรียมเครื่องให้พร้อมบินในอีกหนึ่งชั่วโมง” จบคำก็สั่งการคนสนิทอีกคนที่ประจำการณ์อยู่ที่ตรัง
“กริชนายเตรียมใบอนุญาตเปิดเส้นทางเดินเรือให้พร้อม แล้วไปเจอกันที่สตูล เซอร์วิซลูกค้าที่จะเดินทางเที่ยวต่อไปให้ดี มอบกิ๊ฟวาวเชอร์แทนคำขอโทษสำหรับเหตุล่าช้าที่เกิดขึ้น”
"ครับท่าน" คนสนิททั้งสองตอบรับกลับมาเป็นอันรับทราบคำสั่งการ เคลวินจึงหันมาทางลูกน้องหนุ่มที่นั่งฟังการประชุมอยู่ในห้องด้วยกันกับเขา
“โทนี่เตรียมสปีดโบ้ทด่วน! ฉันจะกลับระนองในอีกสิบนาที” เขาบอกแล้วก็หันกลับมาทางแลปท็อปสรุปปิดการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์
“ฉันจะไปเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเอง ทุกคนแสตนบายติดตามความเคลื่อนไหวให้พร้อมรอรับคำสั่งจากฉัน เลิกประชุมได้”
“ครับท่าน” เสียงรับคำอย่างพร้อมเพรียงดังมาจากทุกจุด ไม่มีใครแสดงความเห็นคัดค้านเพราะว่าความคิด การตัดสินใจของเคลวินถือเป็นสิ้นสุด แต่ก่อนที่พยัคฆ์หนุ่มจะทันได้ลุกออกจากเก้าอี้เตรียมเดินทาง ลูกน้องหนุ่มที่รับหน้าที่เตรียมพร้อมสปีดโบ้ทก็แย้งขึ้นเสียก่อน
“แต่ท่านครับตอนนี้ดูจากสภาพอากาศแล้วคาดว่าพายุกำลังจะมา คลื่นสูงลมแรงมากเลยครับผมเกรงว่า... ”
“ฉันถือคำสั่งเดิมเป็นที่สิ้นสุด และต่อให้ต้องเสี่ยงยังไงฉันก็ต้องไป เพราะตอนนี้ลูกเรือกับผู้โดยสารบนเฟอร์รี่ทั้งหมดก็กำลังลอยลำอยู่ในทะเลเหมือนกัน”
จบคำนั้นก็ไม่มีใครกล้าทัดทานอีกต่อไป ทุกคนรับคำสั่งพร้อมเพรียงกันอีกครั้งแล้วรีบไปปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทันตามช่วงเวลาที่ขีดเส้นตายตัว ทุกคนรู้ดีว่าห้ามพลาดแม้แต่จุดเดียวเพราะนั่นหมายถึงผลเสียร้ายแรงมูลค่ามหาศาล
**********************************************
ไกลออกไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ทางด้านมุ่งตรงสู่แผ่นดินใหญ่จังหวัดระนอง สปีดโบ้ทขนาดสองเครื่องยนต์สี่ร้อยแรงม้ากำลังแล่นฝ่าคลื่นลมในทะเลอันดามันมุ่งตรงสู่ฝั่งระนองด้วยความเร็วสูง
ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามสดใสยามนี้มีเมฆฝนดำทะมึนตั้งเค้ามืดครึ้มปกคลุมไปทั่ว ท้องทะเลสีเขียวมรกตที่เคยสงบนิ่งทอประทายวิบวับยามแสงอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำกลับเคลื่อนไหวรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง เกลียวคลื่นม้วนตัวเรียงตัวกันถาโถมมุ่งเข้าหาฝั่ง สายลมที่เคยพัดผะแผ่วเริ่มกรรโชกแรงจนแทบพัดพาทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าให้ปลิวลอยไปตามกัน แต่กระนั้นก็หาได้ทำให้สปีดโบ้ทที่กำลังแล่นฉิวฝ่าเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่งหยุดชะงักลงได้
พยัคฆ์หนุ่มเพ่งสายตามุ่งมั่นฝ่าสายลมที่พัดแรงมองตรงไปยังด้านหน้าขณะพาสปีดโบ้ทขับเคลื่อนไปอย่างไม่ลดละ ทั้งที่คาดคะเนแล้วว่าจะสามารถเดินทางถึงที่หมายได้ก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ แต่เรื่องดินฟ้าอากาศเป็นอะไรที่ไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือเดินหน้าต่อไปให้ถึงจุดหมาย เพราะไม่ว่าจะไปทางใดก็ต้องฝ่าฟันกับคลื่นพายุบ้าระห่ำไม่ต่างกัน
สายฝนโปรยปรายลงมาในเวลาอันรวดเร็วหลังจากที่ลมพัดกรรโชกรุนแรงจนผืนทะเลม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นลูกใหญ่เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งเป็นระลอกทั่วท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆขนาดใหญ่มหึมาที่ถูกลมพัดพามารวมตัวกันเป็นวงกว้าง ดูมืดครึ้มดำทะมึนน่าสะพรึงกลัว แต่สำหรับเคลวิน อาร์มันโด กลับเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย
เขาต้องใช้ความสามารถอย่างมากที่จะควบคุมสปีดโบ้ทให้เคลื่อนตัวฝ่าคลื่นลมและสายฝนที่กำลังโปรยปรายมาจากท้องฟ้าที่ดำทะมึน เสียงฟ้าร้องฮึมฮำ ประกอบกับสายฟ้าฟาดแปลบปลาบเพิ่มดีกรีความน่ากลัวมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่พยัคฆ์หนุ่มหัวใจแกร่งไม่หวั่นเกรงแม้แต่นิด มุ่งตรงไปให้ถึงฝั่งระนองด้วยใจที่มุ่งมั่น
กว่าจะถึงที่หมายก็ทำเอาทั้งเขาและบอดี้การ์ดประจำตัวอย่างโทนี่หวุดหวิดสิ้นชื่อกลางอันดามันไปหลายรอบ แต่ทั้งสองก็ฝ่าสถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นมาได้ เคลวินคิดอย่างเดียวว่าสถานการณ์บนเรือเฟอร์รี่ร้ายแรงกว่านัก ลูกเรือและผู้โดยสารกว่าร้อยชีวิต กำลังเผชิญกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตั้งแต่ถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าเขตมาเลเซียจนถึงกำลังลอยทะเลอยู่กลางอันดามันในขณะที่พายุกำลังโหมกระหน่ำ
เคลวินมาถึงระนองในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องบินเล็กถูกจัดเตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อม พยัคฆ์หนุ่มพึงพอใจมากที่ลูกน้องทุกคนปฏิบัติตามสั่งได้ครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง
“พร้อมบินแล้วใช่ไหม”
“ครับท่าน”
“แล้วที่สตูลล่ะเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง”
“คนของเราเตรียมสปีดโบ้ทไว้พร้อมแล้วครับ ส่วนกริชรออยู่ที่สนามบินเรียบร้อยแล้วครับท่าน”
“ดีมาก ไปกันเถอะ” เคลวินพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่ลูกน้องแต่ละคนประสานงานกันฉับไว ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ติดต่อกันได้ทุกสถานการณ์ แม้จะเป็นเรื่องเร่งด่วนเพียงใดก็ตาม
“ครับท่าน” กันต์ค้อมศีรษะน้อยๆ ก่อนเดินนำเคลวินไปขึ้นเครื่อง ส่วนโทนี่คนสนิทส่วนตัวเข้าที่พักแสตนบายพร้อมรอติดตามสถานการณ์อยู่ที่โรงแรมในตัวจังหวัดระนอง