ตอน 1

"อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานพร้อมเจ้าของส่ายหน้าอย่างระอากับความไม่ระมัดระวังของตัวเอง ขวดน้ำหวานสีแดงเลื่อนหลุดมือหลังจากที่เธอหมุนกายไปคว้ามาเพื่อรินใส่ในโถแก้วสำหรับเป็นส่วนผสมในพั้นซ์ที่เธออาสาทำให้เพื่อนที่ไม่นิยมดื่มแอลกอฮอล์ในปาร์ตี้คืนนี้ โชคดีที่เธอตามคว้าไว้ได้ทันก่อนที่จะล่วงหล่นลงพื้น แต่ผลก็คือ น้ำสีแดงเข้มข้นกระฉอกออกจากขวดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเต็มไปหมด

“แย่จริง เลอะหมดเลย” บ่นอุบพลางวางขวดน้ำหวานทรงสวยลงบนโต๊ะแล้วคว้าทิชชู่เช็ดน้ำสีแดงสดที่ซึมเข้าเนื้อผ้าสีขาวจนสัมผัสถึงนวลเนื้อภายใต้เสื้อยืดรัดรูปตัวเก่ง

“หมดกันมอมแมมหมดแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อดีกว่าลัลน์ ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง” เพื่อนหนุ่มคนสนิทบอกพลางส่งยิ้มให้

ลัลน์นาราพยักหน้ารับยิ้มอย่างขอบคุณก่อนแยกตัวเดินตรงไปยังห้องนอนที่แยกออกไปเป็นสัดส่วน อพาร์ทโฮเตลของเรย์มอนด์นับว่าหรูหราและกว้างขวางสมฐานะ เขาร่ำรวยกว่าใครในรุ่นเดียวกัน แต่ข้อดีคือเรย์มอนด์เป็นคนไม่ถือตัว และครั้งนี้เขาก็เป็นคนเสนอให้มาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่อพาร์ทโฮเตลสุดหรูริมแม่น้ำในรัฐฟลอริด้าแห่งนี้ แม้จะไกลจากบอสตันแต่ทุกคนเต็มใจมาเพราะนี่เป็นทริปสุดท้ายที่จะได้เที่ยวด้วยกันก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนหลังจากจบการศึกษา

ความรีบร้อนทำให้หญิงสาวไม่ทันสำรวจให้เรียบร้อยว่าตนปิดประตูห้องไม่สนิท เพราะทันทีที่เข้าไปภายใน ก็ถอดเสื้อออกแล้วตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบน้ำหวาน และด้วยความเคยชินลัลน์นาราจึงไม่ได้คิดปิดล็อคประตูห้องน้ำให้ดีเสียก่อน

ด้านนอก ภายในห้องโถงสำหรับงานปาร์ตี้เจ้าของอพาร์ทโฮเตลกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญ ไม่เพียงแต่จะเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของเรือสำราญขนาดใหญ่อันดับต้นๆของโลกเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ครอบคลุมไปทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย แต่หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชาย คงยากนักที่จะมีโอกาสเช่นนี้

“สบายดีนะเรย์ ดีใจด้วยที่นายเรียนจบแล้ว ต่อไปลู้คคงสบายขึ้นอีกหลายเท่าตัวเพราะมีน้องชายที่เก่งกาจอย่างนายไปช่วยงาน”

“พี่เคชมผมมากไปแล้วครับ ถึงจะเก่งแค่ไหนก็คงสู้พี่ไม่ได้อยู่ดี” คนถูกชมยิ้มแก้มปริ แต่ก็ไม่วายถ่อมตน แต่ก็คือเรื่องจริงใครจะเก่งเท่าเคลวิน อาร์มันโด ดูจะไม่มีอีกแล้ว เคลวินสานต่อธุรกิจของบิดาแล้วขยายให้ยิ่งใหญ่ครอบคลุมทุกมุมโลกด้วยวัยเพียงสามสิบห้าปีเท่านั้น

“อย่ามัวมาอวยกันเองอยู่เลยน่ะ” เคลวินกระตุกยิ้มมุมปากตามความเคยชิน มหาเศรษฐีหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบ ตอนนี้ในโถงมีเขากับเรย์มอนด์เพียงสองคน คนอื่นคงกำลังสาละวนอยู่ในครัวเพราะได้ยินเสียงหัวเราะกันสนุกสนานดังมาจากในนั้น

“พี่เคอยู่สนุกกับพวกเราทั้งคืนนะครับ” เรย์มอนด์เอ่ยชวน ไม่ใช่เพราะอยากโอ้อวดบรรดาเพื่อนว่าสนิทสนมกับนักธุรกิจอันดับต้นๆ ของโลก แต่เพราะอยากมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนสนิทของพี่ชายคนนี้มากกว่า เนื่องจากเคลวินอยู่ไม่ค่อยติดที่ เขาต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยจนหาเวลาที่จะเจอกันได้ยาก

“นายกับเพื่อนๆ ตามสบายเถอะ พี่แค่แวะมาทักทายสักพักก็คงต้องขอกลับ พรุ่งนี้ต้องกลับมิชิแกนแล้ว”

“น่าเสียดายนะครับ นานๆ ได้เจอกันที” ทำเสียงเศร้าอย่างผิดหวัง เคลวินยกมือตบไหล่เบาๆ เอ่ยปลอบใจ

“เอาเถอะน่า ยังมีอีกหลายโอกาสที่จะได้เจอกัน” ว่าแล้วก็ยิ้มให้ ดึงมือกลับมาสอดเข้าในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

“พี่ขอตัวเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

“ด้านนอกมีคนเข้าครับ” บอกอย่างนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนอีกคนเพิ่งเข้าไปเมื่อสักครู่

“พี่ไปใช้ห้องน้ำที่ห้องผมก็ได้ ห้องที่สองด้านซ้ายมือน่ะครับ”

เคลวินพยักหน้ารับก่อนเดินไปตามคำบอก แต่แล้วคิ้วเข้มทรงดาบก็ต้องขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจเมื่อเปิดประตูห้องไม่ได้ เขามั่นใจว่าเขาฟังไม่ผิดห้องที่สองซ้ายมือ ชายหนุ่มนิ่งคิดอย่างสงสัยก่อนหันไปมองประตูห้องฝั่งตรงข้าม

“หรือว่าเจ้าเรย์จะบอกเราผิด” เคลวินพึมพำกับตัวเองแล้วลองขยับลูกบิดดู ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อพบว่ามันเปิดออกได้อย่างง่ายดาย ร่างสูงผลุบเข้าไปในห้องปิดล็อคแล้วตรงไปยังห้องน้ำ ไม่ทันได้สังเกตสภาพแวดล้อมภายใน

“เปิดน้ำทิ้งไว้อีกแล้วนะเรย์มอนด์” คนเพิ่งเข้ามาในห้องบ่นอุบเมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาจากด้านใน เขาจำได้ว่าเมื่อช่วงวัยเด็กเวลาที่เรย์มอนด์ไปพักด้วยเขาต้องคอยตามปิดน้ำตลอดเพราะน้องชายเพื่อนมักจะลืมปิดน้ำเสมอ มือหนาเปิดประตูห้องน้ำแทรกกายเข้าไปทันทีอย่างไม่ลังเล

ลัลน์นาราสะดุ้งวาบเมื่อได้เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก หญิงสาวหันขวับมามองทางต้นเสียง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มือที่กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเช็ดคราบน้ำหวานสีแดงชะงักค้าง ไม่รู้เพราะตกใจที่เห็นชายแปลกหน้าเข้ามาในห้อง หรือเพราะตะลึงในความหล่อเหลาราวเทพบุตรกันแน่ ลัลน์นารายอมรับว่าเธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนตัดผมทรงสกินเฮดแล้วดูมีเสน่ห์เท่านี้มาก่อน แต่ผู้ชายตรงหน้านี้ดูดีไม่มีที่ติ

อาการนั้นไม่ต่างอะไรกับผู้ก้าวเข้ามา เคลวินไม่คาดคิดว่าจะมีคนอยู่ในนี้ หญิงสาวตรงหน้ามีเพียงกางเกงยีนขาสั้นสีซีดปกปิดส่วนล่าง ช่วงบนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม มีเพียงสองมือที่เจ้าของยกขึ้นปิดบังดอกบัวตูมสองข้าง เธอคงไม่รู้ตัวว่ายิ่งทำแบบนั้นยิ่งเป็นการเชิญชวนให้จ้องมอง เพราะนวลเนื้อที่โผล่ออกมาให้เห็นวับๆ แวมๆ มันดึงดูดสายตามากมายนัก

“ผมให้สิทธิ์คุณเลือกว่าจะกรีดร้องหรือจะหยิบเสื้อคลุมนั่นมาสวม” บอกเสียงเข้มเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะเปล่งเสียงกรีดร้อง ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองนิ่ง สีหน้าตึงเรียบ ราวคุณครูผู้ปกครองกำลังสั่งการ

ลัลน์นาราได้สติรีบหันหลังแล้วคว้าเสื้อคลุมที่แขวนอยู่มาสวมทันที มือน้อยสั่นระริกอย่างพยายามตั้งสติ ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอจะรู้สึกอับอายเท่านี้

“นี่คุณจะเสียมารยาทอีกนานไหมคะ” เค้นเสียงถามเมื่อหันกลับมาแล้วพบว่าคนแปลกหน้ายังยืนพิงกายกับขอบประตูห้องน้ำจ้องมองเธอไม่วางตา

“เสียมารยาทตรงไหนครับช่วยบอกที”

ลัลน์นาราแทบกรีดร้องกับคำถามแสนยียวน ริมฝีปากหยักสวยสั่นระริก ดวงตาหงส์จ้องมองอย่างตื่นตะลึง

“คุณเข้ามาในห้องส่วนตัวฉัน แล้วมายืนจ้อง... แบบนี้ไม่เรียกว่าเสียมารยาทหรือคะ”

เคลวินยิ้มเกือบเป็นหัวเราะ กวาดสายตามองปราดจากศีรษะจรดปลายเท้าแล้ววกกลับมาสบจ้องดวงตาคู่สวยนิ่ง

“ก็ไม่เห็นคุณห้าม ผมก็นึกว่าคุณให้มองได้น่ะสิ”

“คุณ!” เปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้นจริงๆ หญิงสาวไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดตอบโต้ มือน้อยทั้งสองข้างกำแน่นอย่างพยายามเก็บข่มอารมณ์ แต่ยิ่งเห็นท่าทีถือดี ดวงตาสีน้ำตาลทอประกายวิบวับกับอาการกระตุกยิ้มที่มุมปากนั้นคล้ายเยาะหยัน ลัลน์นาราก็แทบอยากซัดกำปั้นใส่หน้าตายียวนนั้น

“ไม่มีใครบอกคุณหรือไงก่อนเข้าห้องควรรอให้เจ้าของห้องอนุญาตก่อน”

“ก็เจ้าของห้องเขาอนุญาตผมแล้วนี่ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไปถามเรย์มอนด์ดูแล้วกัน” บอกพลางเดินเข้าไปด้านในของห้องน้ำอย่างไม่สนใจ ลัลน์นาราที่ขยับหลีกหนีจนหลังชิดติดผนังห้องน้ำ

“นั่นคุณจะทำอะไรของคุณ”

“ผมก็ทำธุระของผมบ้างสิ”

“อ๊าย! ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้นะช่วยเกรงใจกันหน่อยสิ” ร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มจัดการปลดหัวเข็มขัด

“ถ้ากลัวเสียเปรียบ จะเอาคืนด้วยการยืนมองผมก็ได้นะ ผมอนุญาต”

“บ้า! คนบ้า! ใครจะไปยืนมองอะไรที่มันอุจาดตาแบบนั้น”

“ลองมองดูก่อนดีไหมครับ รับรองคุณต้อง... เฮ้! คุณ” ร้องเรียกเจ้าของร่างระหงที่หมุนกายจ้ำอ้าวออกไปจากห้องน้ำก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ริมฝีปากหยักร้ายกระตุกยิ้มอย่างขบขัน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำท่าแบบนี้ใส่เขามาก่อน บางทีหากคืนนี้เขาเปลี่ยนใจอยู่ร่วมงานตามคำขอของเรย์มอนด์อาจมีอะไรสนุกๆ รออยู่ก็ได้

ตอน 2

ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนห่ามเท่านี้มาก่อน นอกจากจะวาจาร้ายเหลือแล้วยังเสียมารยาทกับผู้หญิงได้อย่างไม่น่าให้อภัย ไม่อยากเชื่อว่าเรย์มอนด์คบหากับคนประเภทนี้ด้วย ว่าแต่เธอเคยเห็นหน้าเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยเสียเหลือเกิน

“จะเคยเจอที่ไหนก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเสื้อผ้ายังไง” บ่นกับตัวเองพลางหันรีหันขวาง แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจเสียงประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมร่างสมาร์ตในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสุดเท่ก็ปรากฏกาย

“ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอีกหรือคุณ” เสียงกังวานทักทายมาพร้อมส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี แต่ลัลน์นารากลับหน้าตึงเรียวปากสวยเม้มเข้าหากันแน่นยามสบจ้องไปยังคนตัวโตที่ยืนเอามือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยืนพิงขอบประตูห้องน้ำ

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ผมยินดีและเต็มใจ” ไม่วายกระเซ้ามาให้หงุดหงิดใจ

“มีค่ะ” ตอบกลับเสียงแข็ง “เสร็จธุระแล้วก็ช่วยออกไปจากห้องด้วย เชิญค่ะ” ว่าพลางชี้ไปทางประตูห้องด้วยหางตา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วเอียงคอรอคอยคำตอบ เคลวินกระตุกยิ้มไหวไหล่ก่อนสืบเท้าตรงไปยังประตูห้องนอน

“เรื่องแค่นี้เองหรือที่ต้องการให้ช่วย” หันมาถามหลังจากเดินมาถึงหน้าประตู คิ้วทรงดาบเลิกขึ้นสูง

“ผมนึกว่าคุณอยากให้ช่วยแบบว่า... ช่วยติดขอเสื้อในนี่ให้ฉันทีสิคะฉันติดไม่ถึง อะไรแบบนี้เสียอีก” ว่าพลางส่งยิ้มยียวนหรี่ตามองจ้องนิ่งตรงทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลง

“อีตาบ้า! ออกไปเลยนะก่อนที่ฉันจะตะโกนให้เรย์มอนด์รู้ว่าคุณเสียมารยาทเข้ามาในห้องนี้” ตะโกนก้องพร้อมยกมือขึ้นกอดอกหวังปิดบังให้พ้นสายตาวิบวับคู่นั้น

“คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณทำอะไรแบบนั้นเหรอ” ถามกลับเสียงเข้มดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความดุดันแทนที่จะเปล่งประกายอย่างคนขี้เล่นเช่นเมื่อวินาทีที่ผ่านมา

“หรือคุณจะลองดู”

ลัลน์นาราใจหายวาบกับภาพตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขายามนี้ราวดวงตาพญาเสือที่จ้องตระครุบเหยื่อ หญิงสาวฉลาดพอที่จะไม่ต่อกร สองเท้ารีบก้าวยาวๆ เข้าห้องน้ำไปแล้วปิดล็อคประตู เคลวินยิ้มร้ายตามแบบฉบับ หากไม่ติดที่เป็นเพื่อนของเรย์มอนด์ อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยให้รอดเงื้อมมือ

ด้านในห้องน้ำลัลน์นารายืนหายใจแรงถี่ยิบ มือน้อยยกขึ้นทาบทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงภายใต้เสื้อคลุมตัวหนา นึกถึงวินาทีที่ต่อปากต่อคำกับผู้ชายแสนร้ายกาจก็ยิ่งใจหาย หวังอย่างยิ่งว่าออกจากห้องไปจะไม่พบเขาอยู่ในงานปาร์ตี้ ไม่เช่นนั้นเธอคงหาความสนุกไม่ได้

แต่คำภาวนาของลัลน์นาราดูจะไม่เป็นผล เพราะภาพที่เธอเห็นเต็มสองตาคือ ผู้ชายคนนั้นยังอยู่ และยามนี้เขาและบรรดาเพื่อนของเธอกำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานภายในห้องโถง

“อ้าว! ลัลน์ ออกมาแล้วเหรอ ว่าจะไปตามอยู่พอดี หายไปนานเลยนะ” เรย์มอนด์ทักทายมาเมื่อเห็นร่างระหงปรากฏกายอีกครั้งด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ลัลน์นารายิ้มบางๆ ขณะก้าวเข้าไปร่วมวงสนทนาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สบสายตากับดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องมาไม่กระพริบ

“แอบอู้แล้วออกมากินทีเดียวน่ะสิ แผนสูงนะลัลน์” เสียงใสของเพื่อนสาวนางหนึ่งกระเซ้ามา เพื่อนๆ คนอื่นพากันขบขัน หากในยามปกติเธอคงร่วมหยอกเย้าไปด้วย แต่นี่เพราะเธอกำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่สร้างความอับอายให้เธอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ลัลน์นาราจึงรู้สึกขำไม่ออกได้แต่อมยิ้มให้เพื่อนเท่านั้น

“มานี่เร็ว ผมมีคนที่จะแนะนำให้ลัลน์รู้จัก” เรย์มอนด์กวักมือเรียกให้ไปทางเขาพลางเดินมาจูงแขนดึงให้เดินไปทางคนตัวโตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงขาข้างหนึ่งเหยียดตรงมาข้างหน้า อีกข้างแตะพักไว้ตรงที่พักเท้า มือหนาถือแก้วแชมเปญไว้ในมือ

“นี่มิสเตอร์เคลวิน อาร์มันโด เจ้าของเรือสำราญชื่อดัง กับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รู้สึกว่าจะมีที่ประเทศไทยด้วยนะลัลน์” เรย์มอนด์แนะนำทันทีที่พาเพื่อนสนิทมาถึง ลัลน์นาราทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะยิ้มอย่างยินดีหรืออย่างไรดี แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายตีหน้านิ่งเธอก็เบาใจ

“พี่เคครับนี่ลัลน์เพื่อนสนิทผม เธอเป็นคนไทยคนเดียวในรุ่นครับ” หันมาแนะนำตัวหญิงสาวให้ได้รู้จัก

“สวัสดีค่ะ” ลัลน์นารายื่นมือไปทักทายตามฉบับสากล เคลวินยิ้มมุมปากบางๆ ยื่นมามาจับทักทาย

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

หญิงสาวแทบดึงมือกลับเมื่อเคลวินส่งปลายนิ้วโป้งวนไล้เบาๆที่หลังมือ แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังใจเพราะเขายึดมือเธอไว้มั่น

“พี่เคเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายผมเอง” เรย์มอนด์ยังคงแนะนำต่ออย่างภาคภูมิใจไม่ได้สังเกตท่าทีอึดอัดใจของเพื่อนสักนิด

“ปกติผมจะอยู่มิชิแกน พอดีช่วงนี้มาดูงานที่ฟลอริด้า รู้ว่าเรย์จัดปาร์ตี้ฉลองเรียนจบเลยแวะมาแสดงความยินดี หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจที่จะมีคนนอกอย่างผมมาร่วมสนุกด้วยนะครับ” เคลวินบอกเสียงนุ่มทุ้มขณะที่ยังคงจับมือหญิงสาวมั่น ลัลน์นาราขัดใจแต่ก็ไม่อาจแสดงอาการเกรี้ยวกราดออกไปได้

“คุณเป็นเพื่อนสนิทพี่ชายเรย์นี่คะ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องรังเกียจ” บอกยิ้มๆ พลางจิกสายตาส่งสัญญาณให้เขาปล่อยมือเธอเสียที

“นั่นสินะ หวังว่าค่ำคืนนี้เราจะมีช่วงเวลาดีๆ ต่อกันนะครับ” ว่าแล้วก็ยิ้มมุมปากก่อนปล่อยมือนุ่มนิ่มอย่างนึกเสียดาย ส่งสายตาให้อย่างที่รู้กันแค่สองคน

ลัลน์นาราหน้าแดงซ่านเพราะเข้าใจความหมายนั้น หญิงสาวทำเมินไม่สนใจ หันไปร่วมวงกับเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล ตลอดเวลาเธอรู้สึกถูกจับจ้องจากสายตาคมกริบไม่วางตา แต่ก็นับว่ายังดีที่เขาวางตัวธรรมดา ไม่แสดงทีท่ายียวนหรือเท้าความถึงเหตุการณ์ชวนอับอายก่อนหน้านี้ หวังว่าเธอจะได้เจอเขาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต

************************************

ประเทศไทย

ภายใต้เวิ้งฟ้าสีครามบนผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกตแห่งท้องทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยเรือลำน้อยใหญ่ที่สัญจรไปมาตามวิถีแห่งตน หมู่เกาะนับร้อยผุดพรายกระจายอยู่ท่ามกลางท้องทะเลแสนสวย บ้างอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน บ้างกระจายห่างกันออกไป

เกาะพยามเป็นเกาะหนึ่งในท้องทะเลอันดามัน เป็นเกาะที่อยู่ในเขตการดูแลของจังหวัดระนอง เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวได้ไม่นาน มีรีสอร์ตจำนวนไม่มากสำหรับเปิดบริการนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกตัวหลีกหนีความวุ่นวาย ใช้เวลาในการพักผ่อนอย่างเต็มที่

พยาม รีสอร์ต เป็นรีสอร์ตสไตล์วิลล่าทรงกลมหลังคาคลุมด้วยหญ้าถอดแบบมาจากมัลดีฟ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ว่าที่นี่อยู่ท่ามกลางป่าโกงกางก็เท่านั้น ท้องทะเลสีเขียวมรกต ท้องฟ้าสีครามที่สดใส ลมทะเลที่พัดผะแผ่วเต็มไปด้วยกลิ่นอายทะเลแสนบริสุทธิ์นั้นราวมีมนตร์ขลังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเวียนวนกันเข้ามาสัมผัสบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกนี้ หลายคนมาแล้วยังกลับมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน คำเล่าลือถึงความสุขที่ได้สัมผัสเมื่อมาเยือน ความงามที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่นใด ทำให้ได้รับการขนานนามว่า ‘มัลดีฟเมืองไทย’

พยาม รีสอร์ต เป็นธุรกิจหนึ่งของเคลวิน อาร์มันโด นักธุรกิจหนุ่ม มหาเศรษฐีลูกครึ่งไทยอเมริกัน ที่ชีวิตอยู่ไม่ติดที่ต้องเดินทางไปมาประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ความจริงแค่ธุรกิจเรือสำราญขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกกับธุรกิจเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศก็ยิ่งใหญ่จนบริหารงานแทบไม่ทันอยู่แล้ว แต่เขายังมีธุรกิจใจไทยอีกหลายส่วนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ต เรือขนส่งสินค้าระหว่างไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะที่มีเส้นทางเดินเรือจากภูเก็ตไปลังกาวี

เขามีธุรกิจที่หลากหลายในประเทศไทยตอนใต้นี้ เพราะพื้นเพของมารดาเป็นคนไทยที่มีต้นตระกูลเป็นตระกูลเก่าแก่ทางภาคใต้ ปัจจุบันมารดากับน้องสาวของเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากดูแลธุรกิจทางนี้แทนเขา แม้ว่าจะมีคนสนิทที่คอยดูแลแต่ละส่วนอยู่แล้วก็ตาม ในความเป็นจริงเขารู้ดีว่า คุณแอนนารักและคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนจึงไม่อยากจากไปไหน เพราะตั้งแต่บิดาของเขาจากไป ท่านก็ไม่กลับไปอเมริกาอีกเลย

วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากเขามาเหยียบเมืองไทยด้วยความคิดถึงมารดาและน้องสาว เมื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวจนหายคิดถึงแล้วเคลวินก็ปลีกตัวมาพักผ่อนที่พยาม รีสอร์ต

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆๆ

เสียงคล้ายนาฬิกาปลุกดังมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะข้างเตียงนอนดังขึ้นหลังจากที่เขากลับเข้าวิลล่าได้ไม่ถึงห้านาที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันใบหน้าคมเครียดขมึง เพราะรู้ดีว่านั่นคือสัญญาณลับจากลูกน้องที่ใช้กันในยามเกิดเหตุการณ์คับขันที่บรรดาลูกน้องไม่อาจรับมือได้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเวลาพักผ่อนของเขาเป็นช่วงเวลาที่ห้ามรบกวน ชายหนุ่มเดินไปเลื่อนโคมไฟออกไว้มุมโต๊ะแล้วกดพื้นโต๊ะเบาๆ มีเสียงดังคลิ๊กก่อนที่พื้นโต๊ะจะเปิดออกกลายเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก

ตอน 3

“ขอประทานโทษครับท่าน” มีเสียงรายงานทันทีที่ปรากฏภาพบนหน้าจอ

“มีเรื่องอะไรว่ามา”

“มีรายงานด่วนว่าเกิดปัญหาเส้นทางเดินเรือไปลังกาวีครับ ตอนนี้เฟอร์รี่ของเราถูกตำรวจน้ำของมาเลเซียสกัดกั้นกลางเขตน่านน้ำไม่ให้เทียบท่าครับ”

ใบหน้าคมเครียดขมึงขึ้นทันตา เขาหวังจะมาพักผ่อนแต่กลับเกิดปัญหาให้ต้องลงมือแก้ไขเองจนได้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสงบนิ่งอย่างคนกำลังใช้ความคิด

“มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไง”

“บนเรือรายงานมาว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนมีการตรวจค้นเรือประมงของไทยแล้วพบมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้าไปในเขตมาเลเซีย ทางนั้นจึงมีคำสั่งให้ตรวจค้นเรือทุกลำที่เข้าเขตน่านน้ำมาเลเซีย ปรากฏว่าเกิดตรวจพบยาเสพติดในกระเป๋าผู้โดยสารท่านหนึ่งครับท่าน”

เคลวินถอนหายใจแรง เรื่องไม่เป็นเรื่องเกิดขึ้นจนได้ แต่เพียงแค่นี้ไม่ได้เกินความสามารถของเขา ไม่มีอะไรที่เขาแก้ปัญหาไม่ได้

“แจ้งทุกจุดที่เกี่ยวข้องเตรียมประชุมด่วน บอกให้คนเตรียมเปิดวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ให้ฉันด้วย ให้พร้อมประชุมภายในสิบห้านาทีนี้”

“ครับท่าน” รับคำแล้วรีบกลับไปทำตามคำสั่ง

เคลวินกดพับจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเลื่อนโคมไฟมาวางที่เดิมแล้วเปิดลิ้นชักหยิบเอาโทรศัพท์มือถือชนิดสมาร์ตโฟนติดตัวไปก่อนออกจากวิลล่าตรงไปยังห้องประชุม

สองเท้าก้าวย่างไปตามทางเดินที่เป็นสะพานไม้เชื่อมต่อกันไปยังจุดต่างๆของรีสอร์ต รอบด้านรายล้อมด้วยป่าโกงกางที่ขึ้นอยู่หนาแน่นทำให้บรรยากาศดูสดชื่นร่มรื่น บางจุดมีชายหาดเล็กๆ ดูสะอาดตาแต่ยามนี้ พยัคฆ์หนุ่มไม่มีเวลาแม้จะชื่นชมความงามนั้นสักนิด

“สถานการณ์ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” คนเป็นนายถามทันทีที่นั่งประจำที่และทุกจุดพร้อมสำหรับการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม ด้วยเทคโนโลยีก้าวไกลทำให้เขาประหยัดเวลาได้มากทีเดียวดังนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนอย่างไรก็สามารถเรียกประชุมเร่งด่วนและแก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์

“ผู้โดยสารท่านนั้นถูกตำรวจน้ำจับกุมตัวไปแล้วครับ ส่วนท่านอื่นๆ ตำรวจน้ำกำลังตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้งครับ ลูกเรือกำลังควบคุมสถานการณ์ พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้โดยสารครับ” ผู้ดูแลเส้นทางเดินเรือรายงาน

เคลวินรู้สึกเครียดขึง แต่ทุกอย่างถูกเก็บซ่อนไว้ในสีหน้านิ่งเรียบเป็นแบบฉบับที่ลูกน้องทุกคนชินตา ไม่ว่าจะสถานการณ์เลวร้ายเพียงใดเจ้านายจะไม่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวหรือตื่นตัวกับเหตุการณ์ แต่จะตั้งรับทุกสถานการณ์ด้วยความสงบเงียบเสมอ

“เฟอร์รี่จากสตูลรอบต่อไปที่จะไปลังกาวีมีอีกรอบตอนไหน”

“อีกสองชั่วโมงครึ่งครับท่าน”

เคลวินหลุบตาลงมองนาฬิกาที่ปรากฏอยู่ตรงด้านล่างของแลปท็อป เพียงเสี้ยววินาทีก็ตวัดสายตาคมกลับคืนมาจุดเดิม แล้วออกคำสั่งกับคนสนิทที่แสตนบายพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ระนอง

“กันต์ให้คนเตรียมเครื่องให้พร้อมบินในอีกหนึ่งชั่วโมง” จบคำก็สั่งการคนสนิทอีกคนที่ประจำการณ์อยู่ที่ตรัง

“กริชนายเตรียมใบอนุญาตเปิดเส้นทางเดินเรือให้พร้อม แล้วไปเจอกันที่สตูล เซอร์วิซลูกค้าที่จะเดินทางเที่ยวต่อไปให้ดี มอบกิ๊ฟวาวเชอร์แทนคำขอโทษสำหรับเหตุล่าช้าที่เกิดขึ้น”

"ครับท่าน" คนสนิททั้งสองตอบรับกลับมาเป็นอันรับทราบคำสั่งการ เคลวินจึงหันมาทางลูกน้องหนุ่มที่นั่งฟังการประชุมอยู่ในห้องด้วยกันกับเขา

“โทนี่เตรียมสปีดโบ้ทด่วน! ฉันจะกลับระนองในอีกสิบนาที” เขาบอกแล้วก็หันกลับมาทางแลปท็อปสรุปปิดการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

“ฉันจะไปเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเอง ทุกคนแสตนบายติดตามความเคลื่อนไหวให้พร้อมรอรับคำสั่งจากฉัน เลิกประชุมได้”

“ครับท่าน” เสียงรับคำอย่างพร้อมเพรียงดังมาจากทุกจุด ไม่มีใครแสดงความเห็นคัดค้านเพราะว่าความคิด การตัดสินใจของเคลวินถือเป็นสิ้นสุด แต่ก่อนที่พยัคฆ์หนุ่มจะทันได้ลุกออกจากเก้าอี้เตรียมเดินทาง ลูกน้องหนุ่มที่รับหน้าที่เตรียมพร้อมสปีดโบ้ทก็แย้งขึ้นเสียก่อน

“แต่ท่านครับตอนนี้ดูจากสภาพอากาศแล้วคาดว่าพายุกำลังจะมา คลื่นสูงลมแรงมากเลยครับผมเกรงว่า... ”

“ฉันถือคำสั่งเดิมเป็นที่สิ้นสุด และต่อให้ต้องเสี่ยงยังไงฉันก็ต้องไป เพราะตอนนี้ลูกเรือกับผู้โดยสารบนเฟอร์รี่ทั้งหมดก็กำลังลอยลำอยู่ในทะเลเหมือนกัน”

จบคำนั้นก็ไม่มีใครกล้าทัดทานอีกต่อไป ทุกคนรับคำสั่งพร้อมเพรียงกันอีกครั้งแล้วรีบไปปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทันตามช่วงเวลาที่ขีดเส้นตายตัว ทุกคนรู้ดีว่าห้ามพลาดแม้แต่จุดเดียวเพราะนั่นหมายถึงผลเสียร้ายแรงมูลค่ามหาศาล

**********************************************

ไกลออกไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ทางด้านมุ่งตรงสู่แผ่นดินใหญ่จังหวัดระนอง สปีดโบ้ทขนาดสองเครื่องยนต์สี่ร้อยแรงม้ากำลังแล่นฝ่าคลื่นลมในทะเลอันดามันมุ่งตรงสู่ฝั่งระนองด้วยความเร็วสูง

ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามสดใสยามนี้มีเมฆฝนดำทะมึนตั้งเค้ามืดครึ้มปกคลุมไปทั่ว ท้องทะเลสีเขียวมรกตที่เคยสงบนิ่งทอประทายวิบวับยามแสงอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำกลับเคลื่อนไหวรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง เกลียวคลื่นม้วนตัวเรียงตัวกันถาโถมมุ่งเข้าหาฝั่ง สายลมที่เคยพัดผะแผ่วเริ่มกรรโชกแรงจนแทบพัดพาทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าให้ปลิวลอยไปตามกัน แต่กระนั้นก็หาได้ทำให้สปีดโบ้ทที่กำลังแล่นฉิวฝ่าเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่งหยุดชะงักลงได้

พยัคฆ์หนุ่มเพ่งสายตามุ่งมั่นฝ่าสายลมที่พัดแรงมองตรงไปยังด้านหน้าขณะพาสปีดโบ้ทขับเคลื่อนไปอย่างไม่ลดละ ทั้งที่คาดคะเนแล้วว่าจะสามารถเดินทางถึงที่หมายได้ก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ แต่เรื่องดินฟ้าอากาศเป็นอะไรที่ไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือเดินหน้าต่อไปให้ถึงจุดหมาย เพราะไม่ว่าจะไปทางใดก็ต้องฝ่าฟันกับคลื่นพายุบ้าระห่ำไม่ต่างกัน

สายฝนโปรยปรายลงมาในเวลาอันรวดเร็วหลังจากที่ลมพัดกรรโชกรุนแรงจนผืนทะเลม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นลูกใหญ่เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งเป็นระลอกทั่วท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆขนาดใหญ่มหึมาที่ถูกลมพัดพามารวมตัวกันเป็นวงกว้าง ดูมืดครึ้มดำทะมึนน่าสะพรึงกลัว แต่สำหรับเคลวิน อาร์มันโด กลับเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย

เขาต้องใช้ความสามารถอย่างมากที่จะควบคุมสปีดโบ้ทให้เคลื่อนตัวฝ่าคลื่นลมและสายฝนที่กำลังโปรยปรายมาจากท้องฟ้าที่ดำทะมึน เสียงฟ้าร้องฮึมฮำ ประกอบกับสายฟ้าฟาดแปลบปลาบเพิ่มดีกรีความน่ากลัวมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่พยัคฆ์หนุ่มหัวใจแกร่งไม่หวั่นเกรงแม้แต่นิด มุ่งตรงไปให้ถึงฝั่งระนองด้วยใจที่มุ่งมั่น

กว่าจะถึงที่หมายก็ทำเอาทั้งเขาและบอดี้การ์ดประจำตัวอย่างโทนี่หวุดหวิดสิ้นชื่อกลางอันดามันไปหลายรอบ แต่ทั้งสองก็ฝ่าสถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นมาได้ เคลวินคิดอย่างเดียวว่าสถานการณ์บนเรือเฟอร์รี่ร้ายแรงกว่านัก ลูกเรือและผู้โดยสารกว่าร้อยชีวิต กำลังเผชิญกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตั้งแต่ถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าเขตมาเลเซียจนถึงกำลังลอยทะเลอยู่กลางอันดามันในขณะที่พายุกำลังโหมกระหน่ำ

เคลวินมาถึงระนองในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องบินเล็กถูกจัดเตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อม พยัคฆ์หนุ่มพึงพอใจมากที่ลูกน้องทุกคนปฏิบัติตามสั่งได้ครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง

“พร้อมบินแล้วใช่ไหม”

“ครับท่าน”

“แล้วที่สตูลล่ะเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง”

“คนของเราเตรียมสปีดโบ้ทไว้พร้อมแล้วครับ ส่วนกริชรออยู่ที่สนามบินเรียบร้อยแล้วครับท่าน”

“ดีมาก ไปกันเถอะ” เคลวินพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่ลูกน้องแต่ละคนประสานงานกันฉับไว ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ติดต่อกันได้ทุกสถานการณ์ แม้จะเป็นเรื่องเร่งด่วนเพียงใดก็ตาม

“ครับท่าน” กันต์ค้อมศีรษะน้อยๆ ก่อนเดินนำเคลวินไปขึ้นเครื่อง ส่วนโทนี่คนสนิทส่วนตัวเข้าที่พักแสตนบายพร้อมรอติดตามสถานการณ์อยู่ที่โรงแรมในตัวจังหวัดระนอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED