ตอน 1

ตอนที่ 1

ก๊อก ก๊อก

ปัง!!

เสียงเคาะประตูดังสองครั้ง ก่อนที่จะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของบ้านซึ่งนอนยาวอยู่บนพื้น ตรงหน้ามีกองหนังสือหางานกองใหญ่

หญิงสาวเจ้าของบ้านลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอตระหนกและตกใจเมื่อเห็นใครก็ไม่รู้บุกเข้ามาในบ้าน

“พวก...พวกคุณ...เป็นใคร”

ใบหน้านวลซีดเผือดเปลี่ยนเป็นแดงก่ำอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงและเร็ว ในดวงตากลมโตเป็นสีเขียวเข้มจนถึงเป็นแดงเป็นประกาย มองผู้ที่บุกรุกอย่างโกรธเกรี้ยวและไม่ชอบใจ

ความรู้สึกเย็นวาบแล้วแปลเปลี่ยนเป็นความร้อนแผ่มาจากชายหนุ่มร่างใหญ่และสายตาที่ตวัดมองมา ทำเอาปัณฑารีย์ร้อนวูบวาบและกระดากอาย เพราะอยู่บ้านเพียงลำพัง เลยใส่เสื้อยืดคอย้วยและมีรอยขาดหลายแห่ง ใส่กางเกงขาสั้นที่ยาวกึ่งกลางขาอ่อน

“เข้ามาในบ้านฉันทำไม ต้องการอะไร พวกคุณรีบออกไปดีกว่า ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาจับ” ปัณฑารีย์พูดอย่างที่นึกได้เสียงสั่นด้วยภาษาไทย แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีอาการตอบสนองจากกลุ่มคนที่ยืนอยู่ก็รีบพูดเป็นภาษาอังกฤษโดยเร็ว

เธอชี้ไปที่ประตูบอกให้ชายหนุ่มทั้งสามคนที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านหลังเล็กของเธอราวกับราชสีห์ ไม่เกรงกลัวสิ่งใดรีบออกไปจากบ้านเธอ ทว่า...

ใบหน้าที่เรียบเฉยจนเป็นเย็นชา ดวงตาที่คมดุและแข็งกร้าวกลับยิ่งทำให้ปัณฑารีย์ตื่นตระหนกและหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น แต่หญิงสาวก็พยายามข่มความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ภายใน รีบปรับให้เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้ผู้บุกรุกเห็นและรู้ว่าเธอกลัวจนเข่าอ่อนแล้ว

ฮัมดีน อิลลา ซยานีนมองสาวน้อยร่างเล็กบางที่อยู่เบื้องหน้า เขาสะดุดใจกับดวงตากลมโตที่ใสแจ๋วราวกับดวงแก้ว ที่เมื่อมาอยู่บนใบหน้านวลเนียนที่มีเลือดฝาด ปากนิดจมูกหน่อย ยิ่งทำให้ชวนมอง...ทำให้เขาร้อนรุ่ม ปรารถนาอยากที่จะสัมผัสกับปากอิ่มสีสด โอบกอดกายอรชรแนบชิด ปรารถนาทำให้หญิงสาวร้อนด้วยเพลิงไฟพิศวาสจนต้องร้องครวญครางแนบอกเขาทั้งวันและทั้งคืน

มุมปากหนาแต้มรอยยิ้มแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป เขามองหญิงตรงหน้าอย่างชัดเจนอีกครั้ง

ใบหน้ารูปไข่ขาวนวลเนียน ดวงตากลมโตแวววาวใสเป็นประกายเหมือนลูกแก้วที่มองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวหวาดกลัว ที่ผสมกับความอยากรู้อยากเห็นและหวั่นไหวกับสายตาของเขาเช่นกันที่ทำให้ฮัมดีน อิลลา ซยานีนเหยียดยิ้ม ก่อนจะนึกขึ้นมาได้...

การเดินทางในทะเลทรายคราวนี้ดูท่าจะมีปัญหาเสียแล้ว เพราะหญิงสาวตรงหน้าเขานี่แหละ รูปร่างเธอเล็กบางเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นแขนหรือขาก็เล็กไปหมด จนน่ากลัวว่าจะทนกับการเดินทางที่สมบุกสมบันไม่ได้

“มองอะไร ที่ฉันถามทำไมถึงไม่ตอบ” ปัณฑารีย์ตวาดออกไปเสียงเข้ม ด้วยหวังจะใช้เสียงลดความกลัวของตัวเองและข่มชายตรงหน้าให้ได้...สักเล็กน้อยก็ยังดี

ถ้าจะวัดกันที่ร่างกายเธอคงจะสู้ไม่ได้ เลยต้องใช้เสียงนี่แหละข่มชายหนุ่มไปก่อน เพราะเธอไม่ใช่หญิงสาวไร้เดียงสาที่จะมองความหมายจากนัยน์ตาคู่นั้นไม่ออก

รัศมีแห่งอำนาจของชายหนุ่มแผ่กระจายมา บวกกับรัศมีแห่งความป่าเถื่อนดุร้ายแกมเรียกร้อง ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวระคนหวาดผวา แต่ต้องพยายามซุกซ่อนมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด แต่เมื่อเห็นชายตรงหน้ายกมือ แล้วชายสองคนที่มาด้วยก็เดินลับหายไปด้านในซึ่งเป็นห้องนอน

บ้านหลังนี้มีสามส่วน ส่วนแรกก็คือห้องโถงที่เธอนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ตอนนี้ ส่วนที่สองเป็นห้องนอนที่เมื่อก่อนมีเธอกับแม่เป็นเจ้าของ แต่หลายปีมานี้มีเพียงเธอที่เป็นเจ้าของ และส่วนสุดท้ายคือด้านหลังที่เป็นห้องครัว

“หยุดนะ” ปัณฑารีย์รีบห้ามเสียงสั่น “ออกไปจากบ้านฉันนะ” แต่ไม่มีใครฟังเลยสักคน แล้วชายหน้าดุที่สั่งก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่เธอใช้เอนตัวนอนดูทีวี หรือไม่ก็ใช้เป็นที่พักผ่อนนอนหลับยามที่ไม่อยากเข้าไปนอนในห้องเพียงลำพัง

เมื่อก่อนเธออาศัยอยู่กับแม่ แต่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว บ้านที่มีเพียงแค่เธอ...มันเลยอ้างว้างและเหงามิใช่น้อย บางคืนถึงกับนอนร้องไห้เพราะคิดถึงมารดา

ความจริงแล้วเธอยังมีบิดา เคยคิดเหมือนกันว่าจะออกไปตามหาท่านที่อยู่แดนไกล แต่เมื่อคิดอีกครั้ง...ไม่ดีกว่า ถ้าพ่อต้องการพวกเธอ ก็คงจะเดินทางมารับไปอยู่ด้วยกันนานแล้ว อีกอย่างเธอไม่ได้มีเงินใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยด้วย ตอนที่แม่เสีย เธอก็ยังเรียนหนังสืออยู่ ค่าใช้จ่ายช่วงนั้นเยอะมาก ทำให้เธอเลิกคิดเรื่องจะไปหาบิดา ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันผ่านไปเหมือนกับสายลมที่พัดมาแล้วก็พัดไป

“พวกคุณกำลังบุกรุกบ้านฉันอยู่นะ ถ้ายังไม่ยอมออกไปอีก ฉันจะ...ฉันจะเรียกตำรวจ” ปัณฑารีย์คิดว่าบุคคลที่เธออ้างถึงน่าจะมีอำนาจพอให้กลุ่มผู้บุกรุกหวาดกลัวจนต้องรีบออกไปจากบ้านของเธอโดยเร็ว ทว่า...น้ำเสียงที่เธอเปล่งออกมานั้น นอกจากจะไม่น่ากลัวแล้วมันยังสั่นเทาจนจับคำแทบไม่ได้

รอ...ผ่านไปสำหรับเธอคิดว่านานมาก แต่ชายในชุดสูทสีดำ ใบหน้ามีทั้งไรหนวดและไรเคราดำเป็นปื้นจนมองไม่เห็นผิวเนื้อ สวมแว่นตาสีดำสนิททับลงไปอีกครั้งก็ยังคงทำเฉย

ปัณฑารีย์โกรธจนตัวสั่น ยิ่งรู้สึกได้ว่าสายตาที่อยู่ใต้แว่นคู่นั้นทั้งเหยียดหยามและดูถูกดูแคลน...เหมือนประเมินสินค้าอะไรสักอย่าง เธออยากจะหาอะไรมาฟาดหัวอีกฝ่ายให้แตก แต่กลับทำได้เพียงแค่ข่มอารมณ์ เพราะรู้ว่าสู้อีกฝ่ายไม่ได้

ปัณฑารีย์หันไปหาอีกสองคนที่เข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องเธออย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

“ฉันเตือนพวกคุณแล้วนะ” ในเมื่อไม่สนใจคำพูดของเธอ ก็เตรียมตัวไปอยู่ในห้องขังก็แล้วกัน

ปัณฑารีย์รีบถลาไปหาโทรศัพท์ที่เธอชาร์จแบตเอาไว้บนโต๊ะวางทีวี แต่เพียงแค่เธอขยับตัวเท่านั้น คนที่นั่งเอนตัวอยู่บนเก้าอี้ก็ลุกมาจับแขนเรียว จับไพล่ไปด้านหลัง อีกมือก็ยกขึ้นปิดปากอิ่มไม่ให้หญิงสาวส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมา

“อื้อ...อื้อ...” (ปล่อยฉันนะ ปล่อย!!) ปัณฑารีย์พยายามสะบัดตัวหนี แต่กลับถูกเหมือนถูกรัดมากขึ้น

“อยู่นิ่งๆ นะแม่สาวน้อย ถ้าไม่อยากถูกมัดเหมือนกับพวกสัตว์ที่ถูกจับไปฆ่าทิ้งนะ”

ปัณฑารีย์ถึงกับขนลุกชันกับน้ำเสียงดุร้ายและแข็งกร้าวที่พูดชิดใบหู ลมหายใจที่เป่ารดและกลิ่นโคโลนจางๆ และอ้อมกอดแข็งแกร่งที่รัดกาย ทำให้เธอหวั่นไหวจนเกือบจะเข่าอ่อน

ฮัมดีนยิ้มหยัน เพียงแค่เขาแตะต้องแค่นิดหน่อย คนในอ้อมกอดก็ดูจะร้อนเป็นไฟแล้ว แบบนี้แผนการที่เขาวางไว้ดูจะสำเร็จได้ง่ายขึ้น การเดินทางก็คงจะไม่น่าเบื่อ เพราะมีอะไรสนุกๆ ให้ทำ

ชายหนุ่มรัดร่างบางจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวกายสาวและแป้งเด็ก กระตุ้นความต้องการจนเขาแทบจะทนไม่ไหว อยากทำอะไรให้มันเสร็จสิ้นโดยเร็วไว แต่ต้องข่มใจเอาไว้ก่อน เพราะบางอย่าง เร่งร้อนไปไม่ใช่เรื่องดี

“เก็บของเสร็จหรือยังยูซาร็อบ” ฮัมดีนตะโกนถามเพื่อน ขณะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งเมื่อครู่โดยพาร่างเล็กบางไปนั่งบนตักด้วย

ตอน 2

ตอนที่ 2

ยูซาร็อบ บิน มุสตาฟา เป็นทั้งเพื่อนและบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวที่ร่วมเรียนร่วมทำกิจกรรมอะไรมาด้วยกัน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับไม่ค่อยพร้อมที่จะเดินทางไปไหนมาไหนกับเขาเพราะสาวน้อยจานียาผู้เป็นภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากและลูกสาวตัวน้อยวัยสามขวบอย่างเจสมีนา รวมถึงหนุ่มน้อยวัยห้าขวบอย่างโยฮาร์ ที่เฝ้ารอการกลับบ้านของสามีและบิดาด้วยใจจดใจจ่ออยู่ทุกคืนวัน

สิ้นเสียงถามของฮัมดีนเพียงแค่ไม่ถึงห้านาที ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสองคนก็พาเอากระเป๋าเสื้อสีดำใบใหญ่ของปัณฑารีย์ออกมา

“พร้อมแล้วครับนาย”

“ดี เสร็จแล้วนายก็ไปจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยนะยูซาร็อบ”

ฮัมดีนสั่งความพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาอุดปากอิ่ม จากนั้นก็ยื่นมือไปรับเชือกเส้นเล็กนำมามัดข้อเท้าและข้อมือของปัณฑารีย์

ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัวหรือถอยหนี เขาช้อนร่างเล็กบางขึ้นบ่าและเดินออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็วเหมือนกับตอนที่มา

“อื้อ...อื้อ...” ปัณฑารีย์พยายามที่จะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แต่นอกจากคิดอะไรไม่ออกแล้ว เธอก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย คงได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม กายเล็กสั่นและเย็นเฉียบด้วยความกลัว

ไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ทำอะไรอยู่กันแน่ จับเธอไปเรียกค่าไถ่...ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย จะพาไปขาย ก็ไม่น่าจะได้เงิน เพราะเธอไม่ใช่คนสวย

ปัณฑารีย์ผงกศีรษะขึ้น เมื่อคนที่เอาเธอพาดบ่าอยู่หยุดเดิน ทันได้เห็นรถตู้สีดำคันใหญ่ที่จอดอยู่โดยที่เครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ ใกล้ๆ กันยังมีชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดและเคราอีกสองคนยืนสงบนิ่งอยู่ ทำราวกับเป็นเพียงแค่หุ่นยนต์ตัวหนึ่งหาใช่คนมีชีวิตจิตใจ

ฮัมดีนวางปัณฑารีย์ลงพื้น แล้วดันหญิงสาวให้ขึ้นไปบนรถ เขาจะตามขึ้นไปพร้อมกับลูกน้อง

เพียงรถปิดประตูลง...ใจปัณฑารีย์ก็หล่นหายพร้อมกับสติ

จนถึงตอนนี้ปัณฑารีย์ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ สามวันแล้วหลังจากถูกจับตัวมาจากบ้าน มาวันนี้เธอก็มาอยู่ในโรงแรมชื่อดังในประเทศอิหร่าน พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปยังแคว้นซาคูอัลเจียตั้งแต่เช้ามืด แคว้นที่เธอเคยอ่านพบในสมุดบันทึกของแม่ว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของพ่อ

ปัณฑารีย์จำได้ว่า ตอนอ่านสมุดบันทึกของแม่ เธอดีใจมากเมื่อรู้ว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่

พ่อเธอชื่ออิมรอน ซุนนะ อิบรอมาน เป็นพระญาติสนิทของผู้ครองแคว้นซาคูอัลเจีย เป็นผู้ชายที่สามารถมีภรรยาได้ถึงสี่คน แต่ละคนก็มีฐานะเท่าเทียมกัน

แม่ได้รับการต้อนรับในฐานะภรรยาคนที่สองของพ่อ ตอนแรกก็มีความสุขกันดี ทว่าทุกอย่างก็เป็นอันจบลง เมื่อพ่อได้เจอกับสาวสวยคนใหม่ ที่พร้อมจะเอาใจใส่ดูแลพ่อด้วยชั้นเชิงอันเหนือกว่า ถึงแม่จะน้อยใจ แต่ก็เข้าใจถึงประเพณีของที่นั่นและทำใจให้ยอมรับ แต่ความอดทนของแม่ก็ขาดลงเมื่อพ่อขาดความเอาใจใส่ นานวันยิ่งห่างเหิน แล้วเมื่อพ่อบอกว่าจะมีเมียอีกคน...

แม่คงจะไม่เจ็บปวดมากนัก ถ้าเมียคนสุดท้ายของพ่อจะไม่ใช่เด็กสาวอายุเพียงแค่สิบห้าสิบหก แต่ต้องกลายมาเป็นภรรยาชายวัยคราวพ่อ

น้ำตาปัณฑารีย์ไหลอาบแก้ม อดน้อยใจแทนแม่ไม่ได้ ยิ่งเมื่อแม่พาเธอจากมา พ่อไม่ติดตามหา ปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้เธอสามารถอยู่ได้โดยที่ไม่โหยหาอ้อมกอดของพ่อ อยู่ได้ด้วยตัวเองมาเกือบจะสองปีนับตั้งแต่ที่แม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ตอนนี้พ่อกลับต้องการเธอ...

อยากจะหัวเราะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือน้ำตา

ปัณฑารีย์ก็ไม่เข้าใจว่าพ่อต้องการอะไรจากลูกสาวผู้ห่างไกลอย่างเธอ ถึงได้ให้ผู้ชายพวกนั้นมาจับพาตัวไป ถ้าจะคิดในอีกมุมหนึ่ง คนพวกนี้อาจไม่ใช่คนที่พ่อส่งมาเอาตัวเธอไปก็ได้ เพราะถ้าเป็นคนของพ่อ คงจะไม่ใช่กำลังบังคับข่มขู่แบบนี้ แค่บอกกล่าวกันก็พร้อมที่จะเข้าใจ

พอคิดแบบนั้น ปัณฑารีย์ก็เริ่มหวาดกลัวจนตัวสั่น เธอรีบถอยหนีเดินเข้าห้องก็พอดีกับที่ระเบียงซึ่งเธอยืนอยู่ สามารถมองเห็นและได้ยินชายหนุ่มสองคนจากห้องใกล้ๆ คุยกันชัดเจนเต็มสองหู

“นายแจ้งท่านอิมรอนเรื่องที่เราจะพาลูกสาวของท่าน ไปส่งให้ท่านพ่อของเราที่แคว้นซาไบนาซัสเรียบร้อยแล้วใช่ไหมยูซาร็อบ”

“ครับนาย”

“ท่านอิบรอนว่ายังไงบ้าง”

“ไม่นะครับ ไม่เห็นจะพูดอะไร นอกจากชมว่าดีเพียงอย่างเดียว”

“ก็จะไม่ให้ชมได้ไงละยูซาร็อบ” ฮัมดีนตวัดสายตาไปยังอีกมุมหนึ่งของห้องพักที่อยู่ติดกัน แล้วยิ้มที่ตรงมุมปากตามความเคยชิน ดวงตาพราวระยับด้วยความชอบใจ

“ก็ยายนั่นเป็นของบรรณาการของพ่อฉันนี่น่า ไม่รู้จะอะไรหนักหนา ผู้หญิงเพียงคนเดียว กลับต้องให้ฉันเดินทางมาพาตัวไป” ฮัมดีนตวัดสายตาไปทางที่หญิงสาวร่างเล็กบางที่ยืนแอบอยู่ไม่ไกล แล้วก็ซ่อนยิ้มในใบหน้า เขาเก็บกดกับเรื่องนี้มาตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ข่าวว่าพ่อจะมีผู้หญิงอีกคนมาร่วมบ้านแล้ว

“ท่านอิบรอนคงจะคิดว่าถ้าให้ลูกสาวเป็นเมียพ่อฉัน ตัวเองจะได้มีอำนาจเหนือสองแคว้น ต้องการสิ่งใดก็จะได้ทุกอย่าง เลยยอมขายลูกสาวของตัวเองให้กับผู้ชายแก่คราวพ่อ”

ปัณฑารีย์เข่าอ่อนยวบ กายบางทรุดลงกองกับพื้นด้วยหมดเรี่ยวแรงที่จะยืน น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ในที่สุดเธอก็ได้รู้ ทำไมพ่อถึงให้คนพวกนี้มาเอาตัวเธอไป ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะคิดถึง ไม่ใช่เพราะห่วงใย แต่เป็นเพราะผลประโยชน์อันมหาศาลที่จะได้รับ

เสียงคุยจากห้องข้างๆ เงียบไปแล้ว แต่ปัณฑารีย์ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น จนแสงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อยลาลับทิวไม้ใหญ่ เธอถึงได้รู้สึกตัวว่าได้ปล่อยให้ความเศร้า เสียใจและเจ็บปวดในสิ่งที่ได้รู้เกาะกินหัวใจ

ปัณฑารีย์ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ยันตัวลุกจากพื้นที่นั่งอยู่ ในขณะที่สมองก็พยายามครุ่นคิดหาทางออกจากเรื่องที่ได้รับรู้มา แต่ความกลัวที่ซ่อนอยู่ในใจก็ดึงรั้งให้เธอไม่กล้าที่จะทำอะไร เพราะกลัวพายุอารมณ์ของผู้ชายที่ชื่อ...ฮัมดีน อิลลา ซยานีน

เพียงแค่คิดว่าจะต่อกรก็เริ่มมีก็ลดลงจนแทบไม่มีเหลือยิ่งถูกชายหนุ่มทำตาดุใส่ ใช้กำลังเล็กน้อย เธอก็หวาดผวาแล้ว แต่ที่ทำให้ตกใจจนตัวสั่นก็น้ำเสียงที่ทั้งดุและแข็งกร้าวที่พูดกรอกหูอยู่ทุกคืนก่อนนอน ว่าจะปล่อยเธอทิ้งไว้ในทะเลทรายเพียงลำพังนั่นแหละ

แต่สิ่งที่ได้ยินในวันนี้ ไม่ต้องให้เขาปล่อยเธออยู่กลางทะเลทรายหรอก เพราะตอนนี้ก็เท่ากับเธอยืนอยู่ปากเหวลึก ที่พร้อมจะตกลงไปทุกวินาที

“เป็นไงปั้นหยา ได้ยินแล้วรู้สึกยังไงบ้าง เจ็บไหม”

ปัณฑารีย์ผงะ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอแอบฟังเรื่องที่เขาและลูกน้องพูดกัน ถ้าเป็นเช่นนั้น...ฮัมดีนอาจจะไม่พูดความจริงก็ได้นะสิ เขาอาจจะแกล้งหาเรื่องเธอก็ได้นี่น่า แกล้งเหมือนกับที่แกล้งมาทุกวัน

ตอนเช้าปลุกเธอจากที่นอนพาตะเลงๆ ไปไหนมาไหนด้วย ตกเที่ยงก็บังคับให้ทานอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้ที่เธอไม่คุ้นเคย กินไปก็เกือบจะอาเจียนไปก็หลายรอบ พอตกเย็นแทนที่จะได้พักผ่อน ยังบังคับให้เธอเรียนเต้นอะไรก็ไม่รู้ ส่ายเอวส่ายสะโพกกระยึกกระยือจนเอวเธอแทบจะหักออกเป็นสองท่อน

ตอน 3

ตอนที่ 3

ฮัมดีนเหยียดยิ้มขณะเดินเข้าไปใกล้ปัณฑารีย์ ก่อนจะเท้ามือคร่อมร่างบางเอาไว้

“ที่เธอเจอสองสามวันนี้ยังน้อย กว่าจะถึงบ้านของฉัน เธอยังจะต้องโดนอีกเยอะ เตรียมตัวไว้ได้เลย พรุ่งนี้เธอได้เจอบทเรียนของจริงจากทะเลทรายบ้านฉันแน่ ปั้นหยา!”

“คุณทำอย่างนี้ทำไมคุณฮัมดีน ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจ ถึงได้แกล้งและทรมานฉันแบบนี้”

“เปล่า...เธอไม่ได้ทำ แต่เผอิญว่าเธอดันเข้ามาในจังหวะที่ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี แล้ววิธีที่จะทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาก็คือ การหาเรื่องแกล้งใครสักคน แล้วที่ว่าก็คือ...เธอ!”

ฮัมดีนมองไปบนหน้านวลที่แม้ว่ามันจะแดงก่ำเพราะร้องไห้ ทว่าความสวยงามและบริสุทธิ์ยังคงมีให้เห็น ในรูปเขาก็ว่าน่ารักแล้วนะ แต่พอได้มาเห็นตัวจริง...ทำเอาผู้หญิงที่ได้เห็นในรูปชิดซ้ายไปเลย

มิน่าล่ะ พ่อเขาถึงได้หลงเพ้อชะเง้อคอ เฝ้ารอคอยให้หญิงสาวเรียนแทบทนไม่ไหว เพียงเพื่อที่จะกลายมาเป็นโสเภณีบำรุงบำเรอชายชราตัณหากลับ ริอ่านจะมีเมียอายุอ่อนกว่าลูกชายอย่างเขาเสียอีก แม่ง...มันน่าฆ่าแม่นี่ฝังใต้พื้นทรายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

“แต่สิ่งที่คุณทำ มันไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ชายที่จะทำกับผู้หญิงไม่มีทางสู้นะ” ปัณฑารีย์ต่อว่าเสียงสั่น ด้วยหวังว่าคำพูดที่ออกไปจะทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนใจปล่อยเธอกลับบ้าน กลับไปอยู่ตามลำพังประสาคนถูกทอดทิ้ง

“แล้วไง ผู้ชายต้องทำยังไงกับผู้หญิงละ ต้องทำแบบนี้หรือไง” ฮัมดีนโน้มใบหน้าลงไปจนปากหนาแนบบนเรียวปากนุ่มอย่างแม่นยำ เขากดย้ำลงไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรงด้วยต้องการโทสะที่มีและอารมณ์บางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ

ปัณฑารีย์ทั้งกลัวและตกใจแต่เพราะยังไม่เคยได้ใกล้ชิดชายใดเช่นนี้มาก่อน เลยทำให้เกิดอารมณ์บางอย่างที่ไม่อาจจะฝืนได้ สัมผัสที่ทำให้เธอถึงกับเข่าถึงกับอ่อนยวบ แต่ดีว่าได้อ้อมแขนแข็งแรงรัดเอวไว้ เธอยกมือยันอกกว้างสลับกับดันใบหน้าคมให้ถอยห่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องถอยไปทางไหนดี ด้านหลังก็ติดกับกำแพงหนา แล้วตัวเธอยังตกอยู่ในอ้อมกอดของชายที่นิสัยไม่ดี หยามเกียรติวนเวียนมอบจุมพิตเร่าร้อนและดูดดื่ม ดูดกลืนเอาลมหายใจของเธอออกจากปอด

จนตอนนี้ปัณฑารีย์รู้สึกเหมือนกับว่า เธอกำลังจมลงไปในน้ำ หายใจไม่ออกเพราะขาดออกซิเจน ปากเล็กอ้าออกเพื่อสูดเอาลมหายใจเข้าปอด แต่กลับเป็นการเปิดทางให้ชายนิสัยไม่ดีที่เฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว ส่งลิ้นสากร้อนล่วงล้ำเข้ามาภายใน

แม้จะหวั่นไหวไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน อีกทั้งยังคิดอะไรไม่ออก แต่ปัณฑารีย์ก็ยังพยายามที่จะพาตัวเองให้หลุดจากอ้อมกอดและสัมผัสของฮัมดีน แต่เธอกลับไม่รู้เลยว่า ยิ่งต่อต้าน กลับยิ่งก่อเกิดความปรารถนามากยิ่งขึ้น

คิดไม่ถึงว่าสัมผัสที่ได้รับจากปัณฑารีย์จะหวานขนาดนี้ ยิ่งทำให้อยากใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ปากเขาขบเม้มดื่มด่ำกับจุมพิต ขณะมือก็นวดคลึงไปทั่วกายอรชรอย่างย่ามใจ

สัมผัสที่มีทั้งเราร้อนและอ่อนหวาน อีกทั้งยังเรียกร้องให้ตอบสนองทำให้ปัณฑารีย์เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง ยิ่งเธอพยายามผลักไสมากเท่าไหร่ กลับยิ่งทำให้ตัวเองตกลงในห้วงสัมผัสที่ฮัมดีนมอบให้มากเท่านั้นและเธอก็เผลอตอบสนองไป

มือที่เคยวางเฉยเริ่มเคลื่อนไหวไปอย่างเชื่องช้า กล้าๆ กลัวๆ สองแขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่ง นิ้วเรียวยาวสอดแทรกไปตามเส้นผมหนานุ่ม

ใบหน้าคมเคลื่อนไปทั่วใบหน้านวลและหยุดที่ใบ ขบเม้มพลางหยอกล้อกับช่องหูเล็ก

“ก็เธอมันเร่าร้อนและง่ายแบบนี้นี่เองปั้นหยา ผู้ชายถึงอยากได้มานอนด้วย”

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

“ท่านอิบรอนคงจะคิดว่าถ้าให้ลูกสาวเป็นเมียพ่อฉัน ตัวเองจะได้มีอำนาจเหนือสองแคว้น ต้องการสิ่งใดก็จะได้ทุกอย่าง เลยยอมขายลูกสาวของตัวเองให้กับผู้ชายแก่คราวพ่อ”

ปัณฑารีย์เข่าอ่อนยวบ กายบางทรุดลงกองกับพื้นด้วยหมดเรี่ยวแรงที่จะยืน น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ในที่สุดเธอก็ได้รู้ ทำไมพ่อถึงให้คนพวกนี้มาเอาตัวเธอไป ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะคิดถึง ไม่ใช่เพราะห่วงใย แต่เป็นเพราะผลประโยชน์อันมหาศาลที่จะได้รับ

เสียงคุยจากห้องข้างๆ เงียบไปแล้ว แต่ปัณฑารีย์ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น จนแสงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อยลาลับทิวไม้ใหญ่ เธอถึงได้รู้สึกตัวว่าได้ปล่อยให้ความเศร้า เสียใจและเจ็บปวดในสิ่งที่ได้รู้เกาะกินหัวใจ

ปัณฑารีย์ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ยันตัวลุกจากพื้นที่นั่งอยู่ ในขณะที่สมองก็พยายามครุ่นคิดหาทางออกจากเรื่องที่ได้รับรู้มา แต่ความกลัวที่ซ่อนอยู่ในใจก็ดึงรั้งให้เธอไม่กล้าที่จะทำอะไร เพราะกลัวพายุอารมณ์ของผู้ชายที่ชื่อ...ฮัมดีน อิลลา ซยานีน

เพียงแค่คิดว่าจะต่อกรก็เริ่มมีก็ลดลงจนแทบไม่มีเหลือยิ่งถูกชายหนุ่มทำตาดุใส่ ใช้กำลังเล็กน้อย เธอก็หวาดผวาแล้ว แต่ที่ทำให้ตกใจจนตัวสั่นก็น้ำเสียงที่ทั้งดุและแข็งกร้าวที่พูดกรอกหูอยู่ทุกคืนก่อนนอน ว่าจะปล่อยเธอทิ้งไว้ในทะเลทรายเพียงลำพังนั่นแหละ

แต่สิ่งที่ได้ยินในวันนี้ ไม่ต้องให้เขาปล่อยเธออยู่กลางทะเลทรายหรอก เพราะตอนนี้ก็เท่ากับเธอยืนอยู่ปากเหวลึก ที่พร้อมจะตกลงไปทุกวินาที

“เป็นไงปั้นหยา ได้ยินแล้วรู้สึกยังไงบ้าง เจ็บไหม”

ปัณฑารีย์ผงะ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอแอบฟังเรื่องที่เขาและลูกน้องพูดกัน ถ้าเป็นเช่นนั้น...ฮัมดีนอาจจะไม่พูดความจริงก็ได้นะสิ เขาอาจจะแกล้งหาเรื่องเธอก็ได้นี่น่า แกล้งเหมือนกับที่แกล้งมาทุกวัน

ตอนเช้าปลุกเธอจากที่นอนพาตะเลงๆ ไปไหนมาไหนด้วย ตกเที่ยงก็บังคับให้ทานอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้ที่เธอไม่คุ้นเคย กินไปก็เกือบจะอาเจียนไปก็หลายรอบ พอตกเย็นแทนที่จะได้พักผ่อน ยังบังคับให้เธอเรียนเต้นอะไรก็ไม่รู้ ส่ายเอวส่ายสะโพกกระยึกกระยือจนเอวเธอแทบจะหักออกเป็นสองท่อน

ฮัมดีนเหยียดยิ้มขณะเดินเข้าไปใกล้ปัณฑารีย์ ก่อนจะเท้ามือคร่อมร่างบางเอาไว้

“ที่เธอเจอสองสามวันนี้ยังน้อย กว่าจะถึงบ้านของฉัน เธอยังจะต้องโดนอีกเยอะ เตรียมตัวไว้ได้เลย พรุ่งนี้เธอได้เจอบทเรียนของจริงจากทะเลทรายบ้านฉันแน่ ปั้นหยา!”

“คุณทำอย่างนี้ทำไมคุณฮัมดีน ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจ ถึงได้แกล้งและทรมานฉันแบบนี้”

“เปล่า...เธอไม่ได้ทำ แต่เผอิญว่าเธอดันเข้ามาในจังหวะที่ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี แล้ววิธีที่จะทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาก็คือ การหาเรื่องแกล้งใครสักคน แล้วที่ว่าก็คือ...เธอ!”

ฮัมดีนมองไปบนหน้านวลที่แม้ว่ามันจะแดงก่ำเพราะร้องไห้ ทว่าความสวยงามและบริสุทธิ์ยังคงมีให้เห็น ในรูปเขาก็ว่าน่ารักแล้วนะ แต่พอได้มาเห็นตัวจริง...ทำเอาผู้หญิงที่ได้เห็นในรูปชิดซ้ายไปเลย

มิน่าล่ะ พ่อเขาถึงได้หลงเพ้อชะเง้อคอ เฝ้ารอคอยให้หญิงสาวเรียนแทบทนไม่ไหว เพียงเพื่อที่จะกลายมาเป็นโสเภณีบำรุงบำเรอชายชราตัณหากลับ ริอ่านจะมีเมียอายุอ่อนกว่าลูกชายอย่างเขาเสียอีก แม่ง...มันน่าฆ่าแม่นี่ฝังใต้พื้นทรายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED