ตอน 1

ณ บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ

ภายใต้ชายคาที่เต็มไปด้วยการสู้ดิ้นรน แต่มีอีกคนไม่คิดจะทำอะไรเอาแต่ดื่มเหล้าเข้าบ่อนไปวัน ๆ จนทำให้ลูกกับภรรยาเริ่มเอือมระอา หลายครั้งหลายคราที่มารุตคิดขายลูกสาวให้กับผู้มีอิทธิพล แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะดาวเรืองคอยกีดกันและหาทางออกด้วยการนำเงินเก็บหยิบยื่นให้กับผู้เป็นสามี

เพล้ง!!! เสียงข้าวของพังกระจัดกระจาย หลังจากผู้ชายร่างกายบึกบึน ค้นพบว่าภรรยาของเขาเคยแอบซ่อนเงินเอาไว้หลายที่ แต่ทว่าคราวนี้กลับไม่เจอเหมือนครั้งก่อน

“อีดาวเรือง! มึงคิดจะลองดีกับกูใช่ไหม ฮะ!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราวตวาดดังลั่น พลันเดินเข้าจู่โจมหวังบีบคออีกฝ่ายให้ตายคามือ เพื่อแค้นเอาความจริงจากปาก เพียงเพราะอยากรู้ว่าเงินซ่อนอยู่ที่ไหน

“ปล่อย... อืม... ฮือ” ดาวเรืองพยายามดิ้นรน ทั้งที่ตัวเองไม่มีทางสู้ชายตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

“มึงเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ไหน บอกกูมาเดี๋ยวนี้!”

ดาวเรืองส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา เพราะเงินที่หามาได้ ต้องใช้ความเพียรพยายามเก็บเล็กผสมน้อยค่อยเป็นค่อยไป จากการร้อยมาลัยขายที่ตลาดสด ซึ่งรายรับที่ได้มายังมีค่าใช้จ่ายจ่อคิวรออีกมากมาย ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งอีกไม่กี่วันก็ต้องจ่ายแล้ว

ทานตะวันเพิ่งเรียนจบไม่ถึงเดือน ในระดับชั้นสายอาชีพ (ปวส.)เธอต้องทำงานอย่างหนัก กลางวันเธอช่วยมารดาร้อยมาลัยขาย ส่วนตอนกลางคืนหญิงสาวหางานพิเศษทำ ซึ่งเธอเพิ่งได้งานประจำเป็นพนักงานอยู่ที่ไนท์คลับแห่งหนึ่ง

แต่ชีวิตของเธอกำลังจะผกผัน หลังจากบิดาเริ่มติดการพนันอย่างหนัก ซึ่งเขามักจะทำลายข้าวของ รวมทั้งทำร้ายร่างกายดาวเรืองผู้เป็นภรรยาจนติดเป็นนิสัย

“เกิดอะไรขึ้น แม่จ๋า! พ่อ! ปล่อยแม่นะ!” ทานตะวันเก็บร้านกลับมา เธอได้พบกับเหตุการณ์แบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แต่ก็ไม่ชินสักที บิดาชอบใช้ความรุนแรงลงไม้ลงมือทำร้ายมารดาเป็นประจำ จนหญิงสาวรู้สึกเกลียดเขาเข้าไส้ เธอไม่คิดว่าบิดาจะเป็นเอามากถึงเพียงนี้

“มึงหยุดเลย เอาเงินมา!”

“พ่อค่ะ เงินที่หามาได้ในแต่ละวันแทบไม่พอซื้อข้าวกรอกหม้ออยู่แล้ว อะไรกันคะ! พ่อจะทำให้ชีวิตของพวกเราเลวร้ายไปถึงไหน” หญิงสาวพูดพลางเดินเข้าไปหามารดา เธอทรุดตัวลงกับพื้น แล้วรั้งมารดามากอดเอาไว้

“มึงเรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ ไปหางานทำเสียสิ นี่อะไรมัวแต่ขายพวงมาลัย เมื่อไหร่จะมีเงินกับเขาสักที”

“ทุกวันนี้ตะวันก็ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วพ่อล่ะคะทำไมพ่อไม่ออกไปหางานทำเองบ้างคะ แบมือขอเงินแม่ทุกวันน่าอายสิ้นดี! วัน ๆ เห็นขลุกอยู่แต่ในบ่อน ตั้งแต่เล็กจนโต ตะวันไม่เห็นพ่อได้เงินกลับมาสักที”

“อี่นี่! เดี๋ยวตบคว่ำเลย”

“อย่าทำร้ายลูกนะ!” ดาวเรืองรีบเอาตัวมาขวางเอาไว้ เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกำลังเงื้อมือขึ้นมา พลางยัดธนบัตรใส่มือให้กับมารุต ซึ่งเธอรู้ดีว่ายังไงก็ต้องจ่ายให้เขา จึงได้เตรียมเอาไว้ในตะกร้ามาลัย ไม่อย่างนั้นทานตะวันอาจถูกลูกหลงไปด้วย

“โธ่โว้ย!” มารุตตะคอกออกมาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด ก่อนจะเดินจากไป แน่นอนจุดมุ่งหมายของเขาคงหนีไม่พ้นบ่อน

ถึงแม้ทานตะวันจะเรียนจบเพียงแค่(ปวส.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาศิลปกรรม แต่เธอก็มีความพากเพียรพยายามค้นคว้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อให้ตัวเองมีความรู้เท่าเทียมกับคนอื่น ปริญญาตรีเธอคงไม่มีปัญญาคว้ามันมาได้ แต่ประสบการณ์ในชีวิต หญิงสาวมีไม่แพ้ใคร

“ทานตะวันลูกอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วนะ ลูกต้องไปคืนนี้เลย”

“ไม่ค่ะ ยังไงตะวันก็ไม่มีวันตัดช่องน้อยแต่พอตัว”

“มันอันตรายเกินไป แม่ไม่ไว้ใจเขา แม่กลัวว่าพ่อของเรา เขาอาจตัดสินใจทำอะไรไม่คิด”

“หมายความว่ายังไงคะแม่”

“หนูไปเก็บของที่จำเป็นต้องใช้ แม่จะไปส่งที่สถานีรถไฟ ยังไงลูกก็ต้องไป เข้าใจไหมทานตะวัน”

“ทำไมแม่ต้องผลักไสตะวันด้วยคะ”

“ผลักไสที่ไหนกัน คุณทวดเล็กท่านใจดี ตอนนี้ท่านไม่มีเพื่อน เพราะคุณน้ำเหนือชอบค้างคืนอยู่ที่ผับเป็นประจำ”

“ถ้าอาเหนือรู้ว่าตะวันไปอาศัยอยู่กับย่าเล็ก มีหวังเขาต้องไล่ตะเพิดตะวันออกมาจากบ้านแน่ ๆ ค่ะ” หญิงสาวถึงกับทำหน้ามุ่ย เมื่อนึกถึงใบหน้าของน้ำเหนือ เป็นเวลาสิบปีที่ไม่ได้เจอกัน แต่ทานตะวันกลับจำฝังใจ เรื่องที่เขาคอยกลั่นแกล้งเธอในวัยเด็ก

“เชื่อแม่เถอะ ยังไงคุณน้ำเหนือเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวของแม่นอนข้างถนนหรอก”

“แม่ประเมินค่าผู้ชายอย่างเขาดีเกินไป”

“คุณน้ำเหนือไม่ใช่คนใจร้าย จำไม่ได้เหรอเขายังเคยแบ่งขนมให้ตะวันตอนเด็กเลยนะ”

“แต่เขาแกล้งตะวันก่อน แล้วค่อยเอาขนมมาหลอกล่อให้ตะวันหยุดร้อง เขาคงกลัวทวดเล็กดุมากกว่าค่ะ จึงยอมแบ่งขนมให้ตะวัน” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยอีกครั้ง เมื่อนึกถึงสิ่งที่น้ำเหนือเคยทำไว้กับเธอ

“แต่ยังไงคุณน้ำเหนือก็คอยช่วยเหลือตะวันเวลาที่เราโดนคนอื่นแกล้งไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

“ช่างเถอะค่ะแม่ เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว เขาไม่คิดจะย้ายไปอยู่คอนโด หรือไปอยู่กับแฟนเขาบ้างเลยเหรอคะแม่”

“ไม่หรอกมั้ง ปัจจุบันคุณน้ำเหนือก็ยังคงอยู่บ้านเรือนไทยหลังนั้นกับทวดเล็ก”

“แล้วแม่รู้ได้ไงคะ”

“ก็แม่เพิ่งโทรหาทวดเล็กเมื่อวานนี้เอง”

“ฮะ!” ทานตะวันถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง พลางถอนหายใจออกมาแรง ๆ

ทวดเล็กคือญาติผู้ใหญ่ห่าง ๆ ฝ่ายบิดาของทานตะวัน ส่วนน้ำเหนือนั้นเป็นหลานชายแท้ ๆ ของนาง คนทั้งคู่มีความเกี่ยวข้องกันตั้งแต่สมัยทวดสมัยเทียด แต่ถึงกระนั้นน้ำเหนือก็มีศักดิ์เป็นอาของทานตะวัน แต่ไม่ใช่โดยตรงทางสายเลือดแต่อย่างใด

ตอน 2

ซึ่งถ้าหากหญิงสาวย้ายไปอยู่กับทวดเล็ก ก็หมายความว่าเธอนั้น ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับน้ำเหนือ ผู้ชายที่มารดาคาดหวังว่าเขาจะสามารถคุ้มครองทานตะวันได้

“หนูไปอยู่กับทวดเล็กนะลูก” คราวนี้ดาวเรืองได้ฉายแววตาอ้อนวอนออกมา เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่อยากย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ทั้งที่มันไม่ต่างจากรังหนู แค่ใช้ซุกหัวนอนไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น

“ตะวันไม่มีทางทิ้งแม่ไปไหน ตะวันจะอยู่กับแม่ค่ะ แม่อย่าไล่ตะวันเลยนะคะ” น้ำเสียงสั่นเครือยังคงแฝงไปด้วยร่องรอยของความหนักแน่นอยู่ในที เพราะหญิงสาวไม่อาจหนีความอัปยศนี้ไปได้เพียงลำพัง

“ฟังแม่นะทานตะวัน! ลูกรักของแม่... ต่อให้พ่อของลูกตบตีแม่จนตาย หนูก็อย่าคิดย่างกรายหวนกลับมาที่นี่เด็ดขาด!” ถ้อยคำจากมารดาเป็นดั่งใบมีดกรีดลงกลางใจ เพราะถึงยังไงทานตะวันก็ไม่มีทางให้ใครมาทำร้าย หรือพรากมารดาของเธอไปได้อย่างแน่นอน แต่มีหรือดาวเรืองจะยอมเห็นลูกสาวถูกขายให้กับผู้ชายในบ่อน เธอยอมตายดีกว่าเห็นทานตะวันต้องตกอยู่ในนรกบนดิน

“ไม่นะแม่... ฮึก! ฮื้อ... ตะวันไม่ไปไหนทั้งนั้น ตะวันจะอยู่กับแม่”หญิงสาวพยายามปฏิเสธ แววตาของเธออ้อนวอนเกมขอร้องสุดกำลัง ประหนึ่งว่าชีวิตนี้ จะไม่ขออยู่ถ้าหากไม่มีมารดาอยู่ข้างกาย

“พ่อจะขายหนูให้กับผู้ชายในบ่อน พวกเขาป่าเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ในแดนนรก ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับหนู แม่รับไม่ได้จริง ๆ เลยต้องขอพึ่งใบบุญทวดเล็ก เชื่อแม่นะลูกไปอยู่ที่โน่นหนูจะมีชีวิตที่ดี แม่สัญญาว่าจะรีบตามหนูไป” ดาวเรืองเองก็ร้องไห้ไม่ต่างจากทานตะวัน แต่เพื่อลูกแล้วผู้เป็นมารดาย่อมหาทางปกป้อง แม้ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

“นี่คือเงินที่ตะวันเคยฝากแม่เอาไว้ แม่เพิ่งไปถอนมา โชคดีที่พ่อเขาไม่ค้นตัวแม่ ไม่เช่นนั้นคงแย่แน่” หญิงสาวถึงกับนิ่งงัน เธอมองธนบัตรเหล่านั้นด้วยแววตาเจ็บปวดเจียนตาม ไม่คิดไม่ฝันว่าบิดาจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ

“ตะวันพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถ้าหากต้องจากบ้านไปจริง ๆ แม่ก็เก็บเงินนี้ไว้เถอะค่ะ”

“หนูจะมีสักเท่าไหร่กันเชียว เอาติดตัวไปด้วยนะ เผื่อต้องใช้”

“แม่ค่ะ... ถ้าหากตะวันไปอยู่ที่โน่น ตะวันจะร้อยมาลัยขาย พร้อมทั้งรับวาดภาพไปด้วย ตลาดก็อยู่ไม่ไกล ยังไงก็มีช่องทางทำมาหากิน แต่แม่สิ... ต้องเจอกับอะไรบ้าง เราหนีไปด้วยกันไม่ได้เหรอคะ”

หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครจะห้ามบิดาไม่ให้ลงมือทำร้ายผู้เป็นมารดา นับวันมารุตยิ่งมีอารมณ์รุนแรงลงไม้ลงมือกับดาวเรืองเป็นประจำ

“เด็กโง่ไม่ร้องนะ แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่ฤดูกาลแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ยังไงแม่ก็ไหวอยู่แล้ว” คราวนี้ดาวเรืองได้โน้มตัวลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอก็ตามที ขอเพียงแค่ทานตะวันอยู่รอดปลอดภัยก็เป็นพอ

เมื่อทานตะวันทนผู้เป็นมารดารบเร้าไม่ไหว หญิงสาวจึงจำใจต้องจากบุพการีไปแสนไกล ไม่ว่ายังไงเธอก็จะนับวันรอ ที่จะได้พบหน้ากับมารดาอีกครั้ง

“รถไฟกำลังแล่นมาโน่นแล้ว ไม่ต้องติดต่อมาหาแม่นะตะวัน เดี๋ยวแม่จะเป็นคนติดต่อกลับไปหาหนูเอง”

“ตะวันเป็นห่วงแม่ค่ะ ตะวันกลัวว่าพ่อจะทำร้ายแม่” ทั้งสองยืนจับมือจ้องตากัน สายใยความผูกพันทางสายเลือด ส่งผลให้ทานตะวันอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากจรไปแรมรอนต่างถิ่น

“ไม่ต้องห่วงหรอกตะวัน แม่เอาตัวรอดได้สบาย ยังไงพ่อก็ต้องการเงินไปเข้าบ่อน ถ้าเขาทำให้เครื่องผลิตเงินเครื่องนี้พัง แล้วเขาจะมีปัญญาหาจากไหนได้อีก” ดาวเรืองยังคงเปรียบตัวเองเป็นดั่งขุมทรัพย์ ที่มารุตขุดไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เขาคงลืมสิ้นว่าสักวัน ขุมทรัพย์ขุมนี้ก็ต้องหมดลง เฉกเช่นความอดทนของดาวเรื่องที่มีต่อสามีของเธอ

เสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ประหนึ่งเสียงสัญญาณคลื่นความถี่ของหัวใจ ที่กำลังจะแตกสลายลงไปในพริบตา เมื่อมารดาค่อย ๆ คลายมือออกอย่างช้า ๆ สำหรับทานตะวันแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจยอมรับความจริงนี้ได้

“แม่จ๋า... ตะวันไม่อยากไปเลย”

“จำสิ่งที่แม่พูดได้ไหม ขึ้นชื่อว่าเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้มันน่ากลัวกว่าที่คิด ถ้าหากหนีพ้นได้ก็จะดีกับชีวิตของเรา แม่ไม่อยากเห็นลูกตกอยู่ในอันตราย เดนนรกไม่ใช่ที่ที่ตะวันควรได้รับ ไปอยู่กับทวดเล็กนะลูก ชีวิตของหนูจะได้พ้นภัย แม่สัญญาว่าจะรีบตามลูกไปอย่างแน่นอน”

“แม่สัญญาแล้วนะคะ ห้ามลืมเด็ดขาด ตะวันจะรอแม่ที่เรือนจันทร์ฉาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นานแค่ไหนตะวันก็จะรอแม่อยู่ที่นั่น” หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับทำนบแตก แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่กำลังถาโถมเข้ามาในหัวใจของทานตะวัน (จันทร์ฉายชื่อจริงของทวดเล็ก)

“แม่สัญญากับตะวันแล้ว ยังไงแม่ก็ไม่คืนคำ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูกรัก อยู่บ้านท่านก็อย่านิ่งดูดาย เพราะถึงยังไงเราก็แค่ผู้อาศัย”

“ตะวันเข้าใจดีค่ะแม่ ยังไงตะวันก็ต้องทำงานแลกกับที่พักและอาหาร คนอื่นเขาถึงจะว่าเราไม่ได้” คนอื่นที่ตะวันพูดถึงคงหนีไม่พ้นน้ำเหนือ เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว

“ไปขึ้นรถได้แล้วจ้า เดี๋ยวตกขบวนนะ”

“ตะวันลานะคะแม่ ขอกอดอีกได้ไหมคะ” หญิงสาวพูดพลางโน้มตัวเข้าหาอกอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก มันช่างประจักษ์ถึงรักแท้ยากจะหาที่ไหนเหมือน

ในความเข้มแข็งยังมีความอ่อนแออยู่ในที ดาวเรืองรู้ดีว่าเธอกำลังจะเผชิญกับอะไร พญามัจจุราชหรือจะสู้มารุตได้ เขาเป็นยิ่งกว่าปิศาจร้าย ที่คอยครอบงำชีวิตของเธอ

เมื่อทานตะวันขึ้นไปบนรถไฟ แววตาอันเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอไม่อายใครทั้งนั้น แม้จะมีผู้คนมากหน้าหลายตา เพราะต้องจากมารดาไปอยู่ไกลแสนไกล

ชีวิตครอบครัวของเธอไม่เคยราบรื่นอดมื้อกินมื้อมาทุกช่วงวัย แต่มารดากลับพยายามดิ้นรนเพื่อให้เธอกินอิ่มหลับสบาย แม้ตัวเองเหนื่อยทำงานสายตัวแทบขาด แต่ผู้เป็นสามีกลับเพิกเฉย ซ้ำยังก่อหนี้สินมากมายให้ภรรยาตามชดใช้ ราวกับเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน

เมื่อรถไฟแล่นออกมาจากชานชาลา ใบหน้างามยังคงเปื้อนคราบน้ำตา เธอพยายามมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อบรรเทาความคิดถึงมารดา แต่แล้วเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน

หญิงสาวรีบซับน้ำตาออกจากใบหน้าขาวผ่อง ก่อนจะก้มลงไปหยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวม เพื่ออำพรางแววตาที่มันกำลังแฝงไปด้วยความรู้สึกอ้างว้างในดวงใจ

ตอน 3

ในเวลานี้ทานตะวันพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง เธอคิดถึงมารดาปิ่มจะขาดใจ แต่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวที่มีไว้ใช้ในบ้าน หญิงสาวได้ให้มารดาเก็บเอาไว้ เพราะเธอตั้งใจจะไปร้อยมาลัยขาย บวกกับวาดภาพเก็บเล็กผสมน้อยแล้วค่อยซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่

“หนูชื่ออะไร ทำไมถึงเดินทางคนเดียว” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้น ซึ่งทำให้ทานตะวันถึงกับหวาดระแวง เธอแสร้งทำเป็นหลับ เพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่มีในใจ ปกติแล้วเธอไม่ชอบเวลาถูกใครมองด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยประกายประหลาดเช่นนี้

ในเวลานี้หญิงสาวได้แต่ภาวนาให้รถแล่นถึงกรุงเทพฯ โดยเร็ว ซึ่งระยะทางจากพิษณุโลกไปถึงจุดหมายปลายทาง คงใช้เวลาประมาณหกชั่วโมงกว่า ๆ แต่ทำไมหญิงสาวรู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน เธอไม่กล้าหลับ พยายามขยับตัวชิดขอบหน้าต่าง

หลายชั่วโมงผ่านไป ทานตะวันได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ หญิงสาวตัดสินใจนั่งรถแท็กซี่เข้าไปยังบ้านจันทร์ฉาย ซึ่งพอทวดเล็กเห็นทานตะวันมานั่งรอที่ห้องโถง ทำให้หญิงสูงวัยอดที่จะเอ็นดูในความเป็นตัวตนของเธอไม่ได้

“หนูตะวันมาถึงนานหรือยัง ทำไมไม่โทรมาบอก ทวดจะได้ส่งคนรถไปรับ” หญิงสูงวัยค่อย ๆ เดินมานั่งบนโซฟาตัวยาว พลางพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ประหนึ่งกำลังยินดีต้อนรับในการมาของทานตะวัน

“ตะวันกราบคุณทวดค่ะ ก่อนอื่นตะวันต้องขอบคุณทวดเล็กมาก ๆ เลยนะคะที่เมตตาตะวัน แค่นั่งแท็กซี่มาแป๊บเดียวเองค่ะทวดเล็ก” หญิงสาวเดินเข่าเข้าไปกราบหญิงสูงวัย ซึ่งนางได้ก้มลงไปเอามือลูบศีรษะทานตะวันด้วยความรักและเอ็นดู

“แหม... ช่างพูดนะเราเนี่ย ลุกมานั่งข้าง ๆ ทวดสิจ๊ะ... ไหนขอดูหน้าชัด ๆ หน่อยซิ ไม่เจอตั้งหลายปี โตเป็นสาวแล้วสวยกว่าแม่เราอีกนะเนี่ย” หญิงสูงวัยกล่าวชมออกมาจากใจ ใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อยคิ้วโก่งดั่งคันศร ยิ่งมองก็ยิ่งเพลินตา จนทวดเล็กเชื่อว่าใครบางคนต้องตกตะลึงในความสวยของทานตะวันตั้งแต่แรกเจออย่างแน่นอน

“ขอบคุณค่ะทวดเล็ก อ้อ! เกือบลืมแน่ะ... แม่ฝากมาให้ค่ะ มีจดหมายด้วยนะคะ” หญิงสาวหยิบพวงมาลัยออกมาจากถุงกระดาษอย่างเบามือ โชคดีที่มันไม่ช้ำแถมดอกมะลินั้นยังส่งกลิ่นหอมรัญจวนอบอวนไปทั่วห้องโถง

“ร้อยแบบชาววังเสียด้วย มีความประณีตละเอียดลออ สวยงามกว่าในท้องตลาดทั่วไป ย่าเข้าใจความรู้สึกของแม่ดาวเรืองเป็นอย่างดี เธอคงหวังที่จะฝากฝังให้ทวดดูแลหนูตะวันแทนสินะ” ทวดเล็กพูดพลางหยิบกระดาษออกมาจากซองสีขาว แล้วค่อย ๆ คลี่ออกอย่างเบามือ ก่อนจะอ่านข้อความเหล่านั้นในใจ ซึ่งทานตะวันเองก็ไม่รู้ว่ามารดาได้เขียนอะไรเอาไว้ในกระดาษแผ่นนั้น

“ทวดให้แม่กบจัดห้องไว้ให้หนูตะวันอยู่ชั้นบน ติดกับห้องเจ้าเหนือ ขาดเหลืออะไรก็บอกทวดได้นะหนูตะวัน” เพียงแค่ได้ยินชื่อนี้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก เธอไม่อยากเจอเขาแล้วใยห้องพักต้องติดกันด้วย “แค่นี้ตะวันก็เกรงใจทวดจะแย่แล้วค่ะ ความจริงตะวันพักอยู่ชั้นล่างก็ได้นะคะ ห้องพักแขกหรือห้องเก็บของก็ได้ค่ะ จะได้สะดวกในการช่วยป้ากบทำงานบ้านด้วย... นะคะคุณทวด” หญิงสาวพูดพลางมองหญิงสูงวัยด้วยแววตาใสซื่อ พลอยทำให้นางยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความโอบอ้อมอารี

“หน้าที่ของตะวันคือเรียนหนังสือ งานเหล่านั้นมีคนทำอยู่แล้ว ทวดจัดการเรื่องเรียนให้หนูเรียบร้อยแล้วนะตะวัน”

“อะไรนะคะ!” คราวนี้หญิงสาวเริ่มแสดงสีหน้าฉงน ไม่คิดว่าหญิงสูงวัยจะทำการตระเตรียมเรื่องเรียนไว้ให้เธอ

“ไม่ต้องตกใจหรอก ทวดอยากให้ตะวันมีอนาคตที่ดี”

“อนาคตของตะวันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบปริญญา ทวดเล็กค่ะ... ได้โปรดเห็นใจตะวันด้วยนะคะ ตะวันอยากทำงานมากกว่าเรียน... นะคะคุณทวด” หญิงสาวพูดจาออดอ้อนแกมขอร้องอยู่ในที เพราะเธอรู้ดีว่าการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ต้องใช้เงินมากพอสมควร จึงไม่อยากเป็นภาระให้กับหญิงสูงวัย แค่มาขออาศัยพึ่งใบบุญท่าน ทานตะวันก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

“ทำไมล่ะหนูตะวัน ถ้าหากมีใบปริญญาติดตัว อย่างน้อยมันก็การันตีถึงความสามารถอย่างหนึ่ง ที่เราคว้ามันมาได้สำเร็จ ซึ่งผู้คนส่วนมากมักจะให้ความสำคัญ”

“ตะวันทราบดีค่ะ แต่ตอนนี้ตะวันอยากทำงานมากกว่า เพราะเงินคือปัจจัยหลัก ที่จะทำให้พ่อกับแม่มีชีวิตที่ดีขึ้น” เมื่อเอ่ยถึงบิดามารดา แววตาของหญิงสาวแฝงไปด้วยร่องรอยของความหมองหม่น เพราะเธอไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน

“เอาเถอะเรื่องนี้ค่อยคุยกันใหม่ ตะวันมาเหนื่อย ๆ ขึ้นห้องไปพักเถอะ แม่กบมายกกระเป๋าให้หนูตะวันสิ”

“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ กระเป๋าเล็กนิดเดียวเองตะวันยกเองได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะทวดเล็ก ขอบคุณมากค่ะป้ากบ”

“คุณหนูตะวันตามป้ามาทางนี้ค่ะ” ป้ากบฉีกยิ้มให้กับหญิงสาวอย่างมีมิตรไมตรี ก่อนจะเดินนำหน้าทางตะวันขึ้นไปบนบ้าน

“ระเบียงสวยจังเลยค่ะ บรรยากาศก็ดี” ทานตะวันแอบยิ้มให้กับความร่มรื่นหน้าอยู่น่าอาศัยของบ้านหลังนี้ ถ้าหากได้มีโอกาสมานั่งวาดภาพตรงนั้น เธอจะตั้งใจวาดให้ออกมาสวยสุดฝีมือเลยคอยดูสิ

“คุณท่านชอบมานั่งเล่นตรงนี้เป็นประจำ เพราะลมโชยเย็นสบาย ถ้าคุณหนูตะวันอยากวาดภาพ ก็ลองมานั่งมุมนี้ดูก็ได้นะคะ”

“ได้ด้วยเหรอคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ”

“ก็ตรงระเบียง... เป็นเขตหวงห้ามของอาเหนือไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวยังคงพูดถึงอีกฝ่ายอย่างคุ้นเคย เพราะเธอชินกับการเรียกน้ำเหนือแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“เดือนหนึ่งคุณน้ำเหนือกลับบ้านไม่กี่ครั้ง คุณหนูตะวันไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อีกอย่างระเบียงนี้ไม่ใช่เขตหวงห้ามหรอกค่ะ ปกติแล้วส่วนมากลูกหลานเวลามาเยี่ยมคุณท่าน ทุกคนต่างก็ชอบขึ้นมานั่งเล่นตรงระเบียงนี้เป็นประจำ”

“เหรอคะ สงสัยตะวันจะเข้าใจผิด”

“นี่ค่ะห้องของคุณหนูตะวัน”

“ขอบคุณมากค่ะป้ากบ”

“ขาดเหลืออะไรก็บอกป้าได้นะคะ ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ยังไงคุณหนูตะวันก็ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกนาน” ป้ากบพูดจบประโยคได้ส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับหญิงสาว ก่อนที่นางจะเดินออกไป ปล่อยให้ทานตะวันยืนน้ำตาคลอตามลำพัง เมื่อหญิงสาวคิดถึงมารดาจับหัวใจ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นเช่นไร

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED