ตอน 2

เช้าวันต่อมา

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้กอหญ้าค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปหาความอบอุ่นที่เธอซุกตัวนอนหลับมาตลอดทั้งคืนกลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นจมูกดั่งนาฬิกาปลุกที่ชวนให้เด็กสาวค่อยๆลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายราวกับถูกรถขนาดใหญ่บดทับจนรู้สึกร้าวไปทุกส่วน

กลิ่นหอมที่ยังคงลอยมาแตะจมูกทำให้กอหญ้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นจนกระทั่งหน้าผากของเธอสัมผัสเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่นุ่มหยุ่นราวกับก้อนเต้าหู้เด็กสาวถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเผยความละอายใจออกมา

นี่เมื่อคืนเธอเมามากจนเผลอเข้ามานอนห้องของผิงผิงเลยเหรอเนี่ย แต่เอ๊ะ!! หรือว่าเมื่อคืนเธอเผลอมีเรื่องตบตีกับสายขิมจนถูกผิงผิงลากกลับห้องมานะ

กอหญ้าขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามนึกเท่าไรเธอก็นึกไม่ออกในขณะที่กำลังว้าวุ่นใจคนข้างกายที่กำลังนอนหลับสนิทก็พลันขยับเข้ามาใกล้ๆพร้อมดึงเธอเข้ามาซุกตรงซอกคอของเขาทำให้ความคิดที่กำลังจมดิ่งวนอยู่ในอ่างเล็กที่ยังหาคำตอบไม่ได้ของกอหญ้าพลันกลับคืนมา

“นอนดีๆหน่อยได้ไหมผิงผิง”

กอหญ้าเอ่ยบอกคนข้าง ๆ ที่เธอคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทพร้อมขยับใบหน้าออกมาจากบริเวณซอกคอที่เธอซุกอยู่จนกระทั่งสายตาของเธอปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นแกะสลักฝีมือไมเคิลแองเจโล จิตรกรชื่อดังของอิตาลี 

ดวงตาคู่สวยพลันเบิกกว้างมองคนที่นอนอยู่เคียงข้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจหัวใจของเธอพลันดีดตัวหนึ่งทีแล้วเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุสองมือรีบยกขึ้นปิดปากเอาไว้เมื่อเธอเกือบจะหลุดเสียงกรีดร้องออกมาให้คนที่กำลังนอนหลับสนิทตกใจตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับเธอที่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าทำไมคนที่นอนอยู่ข้างๆเธอถึงได้กลายเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ไปได้

“นี่ตกลงว่าเราเข้าห้องผิดหรือถูกลากเข้ามาในห้องนี้กันแน่วะกอหญ้า”

กอหญ้าพึมพำเสียงเบาหวิวด้วยความคิดที่สับสนวุ่นวายก่อนที่เอวของเธอจะถูกคนที่กำลังนอนหลับยื่นมือมารวบทีเดียวเธอก็กลับเข้าไปนอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง วินาทีที่ริมฝีปากของเขาแนบลงบนแก้มของเธอภาพความทรงจำที่เธอพยายามนึกถึงก็ค่อยๆไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก

เรื่องระหว่างเขาและเธอมันเริ่มจาก...

บาร์

“เบาได้เบาเว้ยเพื่อนตั้งแต่เข้ามามึงซัดไปหลายแก้วแล้วนะ”

ซันนี่เอ่ยเตือนกอหญ้าด้วยความเป็นห่วงเธอไม่ได้ห่วงกลัวว่าโรคตับแข็งจะถามหาเพื่อนหรอกนะแต่เธอกลัวว่าเพื่อนสนิทของเธอจะเมาจนทิ้งคำว่า สติ เอาไว้ที่บาร์น่ะสิถ้าไม่เชื่อทุกคนก็รอดูคืนนี้ได้เลย

“มึงจะห้ามมันทำไมว่ะซัน...”

“ซันนี่จ้ะซันนี่ กรุณาเรียกชื่อกูให้ถูกด้วยผิงผิง”

ผิงผิงยังพูดไม่ทันจบประโยคซันหรือซันนี่เพื่อนชายที่ใจเป็นหญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มก็รีบเอ่ยทักท้วงให้ผิงผิงเรียกชื่อเธอให้ถูกทันที

“เออ ซันนี่ก็ซันนี่ มึงนี่ก็ย้ำกูจังเผลอนิดเดียวรีบท้วงเลยนะ”

“มันแน่นอนอยู่แล้ว ก็ในเมื่อกูเปลี่ยนชื่อเป็นซันนี่แล้วมึงก็ต้องเรียกชื่อกูให้ถูกด้วย”

“พวกมึงนี่ก็ขยันกัดกันเหลือเกินนะ สามวันดีสี่วันไข้ไม่เบื่อมั้งไง”

กอหญ้าเหน็บให้เพื่อนสนิททั้งสองคนที่ยักไหล่น้อยๆอย่างไม่แยแสกับคำพูดของเธอก่อนที่ทั้งสองคนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆซึ่งตรงข้ามกับกอหญ้าที่ยกแก้วตรงหน้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้วด้วยสีหน้าเรียบสนิทราวกับว่าเธอกำลังดื่มน้ำเปล่าอย่างไรอย่างนั้นเลย

“ถ้ามึงจะยกซดเหมือนลำยองขนาดนี้เมาขึ้นมากูไม่แบกกลับห้องนะบอกไว้ก่อน”

ซันนี่รีบพูดออกตัวก่อนคนแรกเมื่อดูแล้วเห็นท่าคืนนี้กอหญ้าคงจะเมาจนลืมสติเอาไว้ที่บาร์แห่งนี้แน่ ๆ

“กูมีขาเดินหลับห้องเองได้มึงไม่ต้องห่วง”

กอหญ้ายกมือขึ้นตบหลังเพื่อนเบา ๆ ก่อนที่เธอจะคีบน้ำแข็งใส่แก้วและชงเหล้าเข้มๆให้ตัวเอง

           “ระวังเอาไว้บ้างก็ดีนะ วันนี้ขาของมึงอาจจะพามึงเดินเข้าห้องผิดก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะจริงไหม” 

ผิงผิงเอ่ยแซวกอหญ้าที่รีบยกนิ้วขึ้นส่ายไปมาเป็นเชิงปฏิเสธคำกล่าวหาของเพื่อนรักที่กำลังดูถูกความสามารถในการเอาตัวรอดของเธออยู่ต่อให้เธอเมามากแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันเข้าห้องผิดหรอก..มั้งนะ

“ไม่มีทางแน่นอน”

กอหญ้าพูดขึ้นด้วยความมั่นใจเพราะสกิลการดื่มของเธอนั้นถือว่าคอแข็งใช้ได้ทีเดียวโดยที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเวลาที่ตัวเองเมานั้นสติที่เคยเต็มร้อยกลับเหลือน้อยจนแทบเท่ากับศูนย์

“ว่าแต่นังสายขิมมันเป็นอะไรมากปะ กูเห็นมันนั่งจ้องหน้ามึงตั้งแต่เข้ามาแล้ว”

คำพูดของผิงผิงทำให้กอหญ้าคิดถึงเรื่องฝึกงานของเธอที่เกิดความผิดพลาดขึ้นและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยเมื่อทางบริษัทที่ทางมหาวิทยาลัยส่งเรื่องไปตอบรับเธอเข้าฝึกงานเรียบร้อยแล้วซึ่งความผิดพลาดในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเธอหรือสายขิมคู่อริเบอร์หนึ่งของเธอแต่อย่างใด

“คงหงุดหงิดมั้งที่ไม่ได้ไปฝึกงานบริษัทที่ตัวเองเล็งเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรก”

คำพูดของกอหญ้าทำให้คิ้วของซันนี่และผิงผิงพร้อมใจขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเพราะเรื่องฝึกงานของพวกเธอเพิ่งจะเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อไม่กี่วันนี้นี่เอง

“หงุดหงิดเรื่องที่ฝึกงานแล้วมันเกี่ยวอะไรกับมึงด้วยวะกอหญ้า” 

ซันนี่เอ่ยถามกอหญ้าเพื่อให้คลายข้อสงสัยที่กำลังก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นอยู่ในใจ

“ไม่เกี่ยวได้ยังไงก็ในเมื่อบริษัทที่มันอยากจะไปฝึกงานดันสลับกับกูน่ะสิ”

“ห๊ะ มึงว่ายังไงนะ”

ผิงผิงกับซันนี่พร้อมใจกันตะโกนถามกอหญ้าอีกครั้งด้วยความตกใจทำให้คนที่เพิ่งบอกสาเหตุที่สายขิมเอาแต่จ้องหน้าเธอได้แต่ยกมือขึ้นปิดหูเอาไว้ราวกับกลัวหูดับ

“แล้วพวกมึงจะพากันตะโกนทำไมเนี่ย”

กอหญ้าต่อว่าสองสาวที่ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยแถมตอนนี้ทั้งคู่ยังพากันจ้องหน้าเธอเพื่อรอฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นตาไม่กระพริบอีกด้วย

“ก็ไม่มีอะไรมาก อาจารย์เขาแค่หยิบเอกสารของกูกับมันสลับกันน่ะก็เลยทำให้กูต้องไปฝึกงานที่ AK Group ส่วนมันก็ไปแทนกูแค่นั้นเอง”

“เดี๋ยวนะกอหญ้า นี่มึงไม่คิดที่จะเล่าเรื่องนี้ให้พวกกูฟังบ้างหรือไง”

ผิงผิงเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ส่ายหน้าไปมาน้อยๆราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญมากพอที่จะต้องเล่าให้เธอกับซันนี่ฟัง

“ก็มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสักหน่อยในเมื่อมึงก็ฝึกงานที่บริษัทของป๊ามึง ส่วนมึงก็ฝึกงานที่บริษัทของครอบครัวมึง ส่วนกูก็แค่ดวงไม่ดีถูกสลับที่ฝึกงานแค่นั้นเอง”

กอหญ้าบอกเพื่อนด้วยท่าทีที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเพราะเธอมองว่าการฝึกงานไม่ว่าจะฝึกที่ไหนเธอก็ต้องตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุดเพื่อให้ผ่านการฝึกงานก็แค่นั้นเอง

“สำหรับมึงอะไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่สำหรับนังสายขิมกูว่ามันคงสำคัญมากแน่ ๆ ดูจากสายตาที่กำลังมองมาที่มึงราวกับจะฉีกเนื้อมึงออกเป็นชิ้น ๆ แล้ว มันคงกำลังโกรธมึงจนแทบอยากจะอาละวาดเลยแหละ”

ความคิดเห็นของซันนี่ทำให้กอหญ้าเพียงปรายตามองสายขิมที่กำลังจ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่จงใจแสดงออกให้เธอรู้ว่าโกรธและเกลียดเธอมากเพียงไรเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่เธอจะหันมาสนใจแก้วเหล้าตรงหน้าต่อเพราะเรื่องที่ฝึกงานเธอเคลียร์กับสายขิมไปตั้งแต่สามวันก่อนที่พวกเธอกับเพื่อนๆในห้องจะเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนก่อนออกฝึกงานแล้ว

สำหรับกอหญ้าเธอจบเรื่องไปตั้งแต่วันที่ฟาดฝีปากใส่กันที่หน้าห้องน้ำแล้วส่วนสายขิมจะจบหรือไม่จบก็ช่างหัวสายขิมปะไรเธอไม่เก็บมาคิดให้เปลืองพื้นที่ในสมองหรอก อย่างวันนี้เรื่องที่สายขิมกำลังนั่งจ้องเธอด้วยสายตาโกรธเกลียดถ้าซันนี่ไม่พูดขึ้นมาเธอก็คงไม่รู้เพราะกอหญ้าไม่ได้ให้ความสนใจในตัวสายขิมเลยแม้แต่น้อย

“ช่างหัวมันปะไรอยากจะโกรธหรือเกลียดกูก็ตามสบาย เพราะตั้งแต่ปีหนึ่งมันก็ไม่เคยรักกูอยู่แล้วนี่นาจริงไหม?”

กอหญ้าเอ่ยบอกเพื่อนอย่างคร้านจะใส่ใจให้เสียเวลาก่อนที่เธอจะนั่งดื่มต่อจนเริ่มรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยแต่รสชาติที่ขมปลายลิ้นหวานล้ำเมื่อไหลสู่ลำคอของเหล้าราคาแพงตรงหน้า ทำให้กอหญ้าตัดใจเลิกดื่มไม่ลงเธอยังคงนั่งดื่มกับเพื่อนไปเรื่อย ๆ แก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งซันนี่และผิงผิงเริ่มคุยกับเธอด้วยลิ้นที่พันกันเธอก็ยังคงไม่เลิกดื่ม

“เดย์ ธัน เรารบกวนแบกผิงผิงกับซันนี่ไปส่งที่ห้องพักหน่อยสิดูท่าคงจะเมาจนดื่มไม่ไหวแล้ว”

เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่พากันเมาจนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะกับโซฟากอหญ้าก็หันไปเอ่ยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้ชายในห้องให้พาทั้งสองคนขึ้นไปส่งที่ห้องพัก ซึ่งสองหนุ่มเมื่อได้รับคำไหว้วานทั้งคู่ก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาพยุงเพื่อนในห้องที่เมาไม่ได้สติเพื่อพาขึ้นไปส่งตามคำขอของสาวสวยที่กำลังฉีกยิ้มให้พวกเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้ม

“แล้วกอหญ้าล่ะไม่กลับห้องพร้อมสองคนนี้เหรอ?”

เดย์หันมาถามกอหญ้าที่ยังคงนั่งดื่มต่อไม่ยอมลุกขึ้นเดินตามพวกเขามาด้วยความสงสัยเพราะตอนนี้ในบาร์เพื่อน ๆ ในห้องต่างก็เริ่มพากันแยกย้ายกลับห้องพักแล้ว

“เราขออยู่ต่ออีกสักพักก็แล้วกันเหล้ากำลังหวานทำใจเลิกดื่มไม่ได้จริงๆ”

คำตอบที่ติดตลกของกอหญ้าทำให้เดย์ได้แต่หลุดยิ้มขำก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและค่อย ๆ พยุงผิงผิงเดินจากไปทิ้งให้กอหญ้านั่งดื่มเพียงลำพัง

ขอแก้วนี้แก้วสุดท้ายก็แล้วกัน

เมื่อเริ่มรู้สึกมึนและเมาจนมองเห็นภาพตรงหน้าไม่ค่อยชัดเจนกอหญ้าก็บอกตัวเองว่าให้ดื่มแก้วที่เธอเพิ่งชงเป็นแก้วสุดท้ายก่อนที่เธอจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้วด้วยความชื่นใจ

“ฮ่า เหล้ายี่ห้อนี้หวานชะมัด เอิ๊ก”

เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทิ้งท้ายก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาและสะบัดหน้าไปมาแรง ๆ สองสามครั้งเพื่อเรียกสติจากนั้นร่างบางที่อยู่ในชุดสายเดี่ยวสุดเซ็กซี่เข้าชุดกับกระโปรงสั้นที่โชว์เรียวขาเนียนสวยก็ค่อย ๆ เดินออกไปจากบาร์ด้วยอาการซวนเซเล็กน้อยเมื่อสติที่เคยเต็มร้อยนั้นเหลือน้อยเต็มทีแล้ว

ติ้ง

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกกอหญ้าก็พาตัวเองเดินเข้าไปพร้อมพยายามเพ่งมองตัวเลขตรงหน้าเพื่อกดไปยังชั้นห้องพักของเธอแต่เพราะว่าดื่มมากเกินไปตัวเลขตรงหน้าถึงได้ดูลายตาไปหมด เธอพยายามเพ่งมองอีกครั้งนิ้วเรียวจึงจิ้มลงบนเลข ๆ หนึ่งที่เธอมั่นใจว่ามันคือชั้นห้องพักของเธออย่างแน่นอนทั้ง ๆ ที่ชั้นที่กดลงไปนั้นคือชั้นห้องพักสำหรับเจ้าของโรงแรมแห่งนี้เท่านั้น

“อ๊ะ ถึงแล้ว”

เมื่อประตูเปิดออกยังชั้นที่พักของเธอกอหญ้าก็รีบหอบร่างของตัวเองออกมาจากลิฟต์ทันทีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับใครบางคนที่กำลังวางสายจากเลขาคู่ใจอยู่พอดี เสียงประตูลิฟต์ที่เปิดออกทำให้ภีมวัจน์ที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันไปมองร่างบางที่กำลังเดินออกมาด้วยอาการเซจนแทบพยุงตัวเองเอาไว้ไม่อยู่

หึ แค่มานอนให้ฉันกระแทกถึงกับต้องดื่มเหล้าย้อมใจ

ภีมวัจน์ได้แต่คิดอยู่ในใจเงียบ ๆ ก่อนที่เขาจะมองสาวสวยในชุดเซ็กซี่ที่แทบจะปิดบังเรือนร่างเย้ายวนของเธอไม่มิดอีกครั้งด้วยความสนใจใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ยิ่งมองก็เหมือนยิ่งต้องมนต์สะกดทำให้ภีมวัจน์ตัดสินใจก้าวยาว ๆ เข้าไปกระชากแขนของเธอให้เดินตามเขาเข้ามาที่ห้อง

ปัง

เสียงประตูที่ปิดลงไม่ได้ทำให้สติของกอหญ้ากลับคืนมาเลยแม้แต่น้อยร่างบอบบางของเธอถูกพันธนาการอยู่ภายใต้วงแขนใหญ่ของภีมวัจน์ที่กำลังมองดวงหน้างามของผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลงใหลไปชั่วขณะ

“เอิ๊ก ปวดหัวอะอยากนอนแล้ว”

กอหญ้าพึมพำเสียงเบาด้วยความรู้สึกปวดศีรษะจนแทบจะระเบิดเมื่อแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปเป็นจำนวนมากกำลังออกฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ภีมวัจน์กลับตีความหมายคำพูดของเธอไปอีกทาง

“หึ เธอได้นอนทั้งคืนสมใจแน่ ๆ คนสวย แต่นอนให้ฉันกระแทกนะทูนหัวไม่ใช่นอนหลับ”

จบประโยคริมฝีปากสีไวน์ก็ก้มลงบดขยี้กลีบปากนุ่มสีแดงเพลิงช่วงชิงจูบแรกไปจากร่างบางของกอหญ้าที่เมามายจนแทบไม่ได้สติทำให้เธอหลงคิดไปเองว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังเป่ารดใบหน้าของเธอ ริมฝีปากที่เจือไปด้วยลมหายใจหอมกรุ่นที่กำลังบดจูบเธออย่างดูดดื่ม มือใหญ่ที่กำลังสัมผัสและบีบเคล้นไปทั่วร่างกายของเธอจนรู้สึกเสียวสะท้านนั้นคือความฝันที่แสนหวาบหวามฝันที่เธอบอกตัวเองว่ามันคือฝันดีที่สุดในค่ำคืนนี้

ตอน 3

“กะ กรี๊ด อุ๊ป”

กอหญ้ารีบยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้ทันทีเมื่อเธอเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจกับภาพฉากเมคเลิฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าหนังเอวีที่เคยดูระหว่างเธอกับเขาก่อนที่ดวงตากลมโตจะเหลือบมองร่างสูงของคู่กรณีที่กำลังนอนหลับสนิทคล้ายอิ่มเอมใจที่ได้เชยชมเธอตลอดราตรีที่ผ่านมาสองมือที่ยกขึ้นปิดปากเอาไว้อย่างแน่นหนาพลันเงื้อขึ้นสุดแรงด้วยความโมโห

ในจังหวะที่มือของกอหญ้าใกล้จะสัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังนอนหลับอยู่กอหญ้าก็พลันยั้งมือของตัวเองเอาไว้อย่างกะทันหันเมื่อรู้สึกเสียดายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาหล่อขนาดนี้เธอทำใจให้หน้าของเขามีรอยแดงจากฝ่ามือของเธอไม่ได้จริงๆคิดได้ดังนั้นกอหญ้าจึงค่อยๆลดมือลงและทิ้งแนบลำตัวในที่สุด

“เฮ้อ เจอคนหล่อมาตั้งเยอะแยะแต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หล่อขนาดนี้นะ”

     กอหญ้าถอดถอนใจด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่หลงเสน่ห์ผู้ชายที่หน้าตาแต่ทำไมเธอถึงตัดใจประทุษร้ายผู้ชายที่มอบรอยราคีคาวให้เธอคนนี้ไม่ลงกันนะกอหญ้าครุ่นคิดด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง ปกติแล้วเธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่หลงใหลผู้ชายหน้าตาดีเลยแม้แต่น้อยต่อให้หล่อแค่ไหนกอหญ้าก็ไม่เคยชายตาแลด้วยซ้ำแต่กับผู้ชายที่กำลังนอนหลับสนิทคนนี้ทำไมเธอถึงละสายตาไปจากใบหน้าคมคายของเขาไม่ได้สักทีนะ

    “หล่อจนใจเจ็บ”

กอหญ้าพึมพำเสียงเบาอีกครั้งก่อนที่เธอจะค่อยๆประทับกลีบปากนุ่มนิ่มลงบนแก้มของภีมวัจน์แผ่วเบาอย่างลืมตัว

“จูบนี้ถือว่าเอาคืนก็แล้วกัน”

สิ้นสุดเสียงพึมพำกอหญ้าพลันเผยรอยยิ้มออกมาน้อยๆก่อนที่เธอจะค่อยๆย่องลงจากเตียงและเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอย่างลวกๆเมื่อเรียบร้อยแล้วกอหญ้าก็ไม่รอช้าที่จะพาตัวเองออกไปจากห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายหวาบหวามด้วยความรวดเร็ว 

เรียวขาสวยเดินจากไปได้เพียงไม่กี่ก้าวกอหญ้าก็พลันชะงักน้อยๆก่อนที่เธอจะยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ หึ จับเธอกินจนเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ถ้าไม่ทิ้งถ้อยคำด่าทอเอาไว้ให้ดูต่างหน้าก็ไม่ใช่กอหญ้าลูกสาวของแม่แก้มใสแล้วถึงแม้ว่าเธอจะเสียตัวแต่ก็ไม่นึกเสียใจอย่างไรแล้วผู้ชายหน้าตาดีที่กำลังนอนหลับตาพริ้มคนนี้ก็ต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง

คิดได้ดังนั้นกอหญ้าก็ไม่รอช้าที่จะหยิบลิปสติกสีแดงสดในกระเป๋าออกมาดวงตากลมโตจ้องมองแท่งลิปสติกสีแดงฉ่ำน้ำด้วยสายตามุ่งร้ายก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหยุดยืนอยู่ข้างๆเตียงใหญ่ มือเรียวสวยค่อยๆบรรจงเขียนคำด่าทอคำหนึ่งไว้บนหน้าผากของภีมวัจน์ด้วยลายมือที่ค่อนข้างโยกโย้แต่ความหมายในคำด่าทอกลับเจ็บเข้าไปถึงทรวง

“นอนหลับฝันดีนะพ่อวันไนท์”

มุมปากของเด็กสาวพลันหยักโค้งด้วยความสะใจก่อนที่เธอจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจคนที่กำลังนอนหลับฝันดีอยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย เรื่องราวที่เกิดขึ้นในค่ำคืนที่ผ่านมากอหญ้าไม่โทษใครทั้งนั้นนอกจากตัวเองที่ดื่มจนเมามายและขาดความยับยั้งชั่งใจหากเธอมีสติสักนิดเรื่องระหว่างเธอและเขาคงไม่เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้อย่างแน่นอน

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความทรงจำที่ไม่ได้ตั้งใจจะคิดถึงก็พลันหลั่งไหลเข้ามาในหัวอีกระลอกคล้ายเกลียวคลื่นที่สาดกระทบริมฝั่งวนอยู่เช่นนั้นไม่รู้จบ กอหญ้ายกมือขึ้นลูบแก้มที่เห่อร้อนของตัวเองด้วยความกระดากอายทุกท่วงท่าลีลายังคงฝังแน่นในความทรงจำที่เลือนรางก่อนที่เธอจะเลื่อนนิ้วมือมาลูบริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะแรงดูดเคล้นแผ่วเบาคล้ายกำลังใจลอยไปถึงใครบางคน

“เฮ้อ เมาจนขึ้นผิดชั้นสินะ กอหญ้านะกอหญ้าเธอรักษาความซิงเอาไว้ชิงโชคมาตั้ง 21 ปีอยู่ ๆ ก็ดันมาเสียซิงให้ไอ้หน้าหล่อขั้นเทพที่ไหนก็ไม่รู้”

เด็กสาวรำพึงรำพันด้วยความเสียดายเล็กน้อยก่อนที่ความเสียใจก่อนหน้านี้จะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วเธอไม่ใช่คนที่จมอยู่กับความทุกข์ใจหรือเศร้าเสียใจนานในเมื่อเธอพลาดไปแล้วก็ช่างมันเถอะจะมามัวคิดเล็กคิดน้อยไปทำไมกัน

ถึงแม้ว่าความบริสุทธิ์คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนมักจะหวงแหนแต่สำหรับกอหญ้าแล้วเธอไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้นในใจของเด็กสาวพร่ำบอกว่าไม่เสียดายแต่ลึกๆแล้วกอหญ้าก็แอบหวังว่าผู้ชายคนแรกและคนสุดท้ายของชีวิตจะเป็นคนๆเดียวแต่เธอก็ทำได้เพียงแค่คิดยากนักที่พรหมลิขิตจะเล็งลูกศรให้เธอได้สมหวังกับเขาคนนั้นผู้ชายหน้าหล่อที่เธอดันเสียตัวให้เขาอย่างงง ๆ

“ก็แค่เสียตัวไม่เห็นต้องเสียใจวันหน้าเจอผู้ชายที่จริงใจเธอก็แค่ลืมมันไปซะกอหญ้า”

กอหญ้าเอ่ยปลอบใจตัวเองเบาๆก่อนที่เธอจะถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระคราบราคีคาวออกจนหมดจดแต่สิ่งที่ยังคงหลงเหลือให้เธอจดจำก็คือรอยแดงเป็นจ้ำๆตามลำตัวซึ่งแทบไม่มีส่วนไหนเลยที่เขาไม่ทิ้งรอยแดงเอาไว้

“ผู้ชายบ้าอะไรมือหนักชะมัดเลย ซี๊ด”

เสียงร้องด้วยความเจ็บดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเธอบรรจงแตะรองพื้นกลบรอยแดงจนไม่เหลือรอยให้ใครได้เห็นว่าเมื่อคืนเธอไปทำอะไรกับใครมากอหญ้าเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนที่เธอจะแต่งหน้าบางๆให้ตัวเองพร้อมฮัมเพลงรักอย่างอารมณ์ดี

“ไอ้ผู้ชายสารเลว”

ภีมวัจน์กำหมัดแน่นด้วยความโมโหจนแทบอยากจะยกมือชกกระจกบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าให้แตกกระจายตั้งแต่มีเซ็กซ์ครั้งแรกมาจนถึงก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครกล้าดีเอาลิปสติกมาเขียนด่าทอเขาด้วยถ้อยคำหยาบคายไว้บนหน้าผากเหมือนผู้หญิงคนนี้เลยสักคน

ติ๊ด ติ๊ด ปึง

“แย่แล้วครับท่านประธานแย่แล้ว”

เสียงเปิดประตูห้องพักที่มาพร้อมเสียงร้องตะโกนด้วยความร้อนรนระคนตกใจของเตชินทร์เลขาคู่ใจของเขาทำให้ภีมวัจน์ที่กำลังโมโหค่อยๆหันมามองหน้าเลขาตัวดีด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์

“หุบปาก แหกปากร้องโวยวายอะไรนักหนา”

น้ำเสียงตะคอกดุดันที่ทรงพลังของภีมวัจน์ทำให้เตชินทร์รีบยกมือขึ้นปิดปากทันทีก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนหน้าผากของผู้เป็นนายท่าทีสำรวมที่เพิ่งเรียกคืนกลับมาก็พลันหลุดขำพรืดออกมาอย่างอดทนไม่ไหว

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทะ ทำไมหน้าผากของท่านประธาน ฮ่า ฮ่า”

เตชินทร์หัวเราะเสียงดังอย่างไม่เกรงใจพร้อมยกนิ้วขึ้นชี้ที่หน้าผากของภีมวัจน์ด้วยความขบขันก่อนที่เขาจะกระโดดหลบกล่องทิชชูที่ขว้างมาสุดแรงอย่างหวุดหวิดราวกับรู้ทันอารมณ์ของผู้เป็นเจ้านายว่ายามที่โมโหทีไรของใกล้มือเป็นต้องถูกหยิบมาขว้างใส่เขาทุกครั้งไป

“ถ้ายังไม่หยุดหัวเราะฉันจะหักเงินเดือนนาย...”

หมับ

“อุด แอ้ว อับ”

สองมือของเตชินทร์ยกขึ้นปิดปากอีกครั้งพร้อมเอ่ยตอบผู้เป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงอู้อี้แต่สายตาของเตชินทร์ก็ยังคงมองตัวหนังสือที่อยู่บนหน้าผากของภีมวัจน์ไม่วางตาด้วยความขบขันอยู่ดี 

“ฉันให้นายหาสาวจากบาร์มาให้ไม่ใช่ยัยตัวแสบที่ไหนก็ไม่รู้ที่บังอาจทิ้งคำด่าไว้บนหน้าผากของฉันแบบนี้”

หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วภีมวัจน์ก็ย่างสามขุมเข้ามาหาเลขาคู่ใจที่ถอยร่นไปทีละก้าวตามจังหวะก้าวเดินของผู้เป็นนายด้วยความรักตัวกลัวตายยามที่เจ้านายของเขาโมโหขึ้นมาเขาไม่อยากจะอยู่ใกล้ๆแม้แต่สักวินาทีเดียว

“คะ คือ คือว่า...”

“พูดมาสักทีมัวอ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ”

ถ้อยคำต่อว่าของภีมวัจน์ที่มาพร้อมสายตาดุดันทำให้เตชินทร์พลันสะดุ้งน้อยๆด้วยความตกใจก่อนที่เขาจะเรียบเรียงคำพูดในหัวให้เข้าที่เข้าทางและเริ่มรายงานเจ้านายถึงเรื่องของผู้หญิงที่ผู้เป็นนายให้เขาหามาบำเรอความสุขบนเตียงในค่ำคืนที่ผ่านมา

“เมื่อคืนหลังจากที่ผมติดต่อผู้หญิงให้ท่านประธานเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ไปนั่งดื่มที่บาร์ดาดฟ้าต่อจนเมาพอกลับถึงห้องผมก็หลับไปทันที จนกระทั่งตื่นขึ้นมาเช้านี้ผมก็ได้รับข้อความจากคนสวยว่ามารอที่หน้าห้องแล้วไม่มีใครเปิดประตูออกมาหาเธอบอกรอไม่ไหวก็เลยกลับไปก่อนผมถึงรู้ว่าบอกเลขห้องท่านประธานผิดไปครับ”

สีหน้าสำนึกผิดของเตชินทร์ทำให้คำด่าทอที่เตรียมจะพ่นใส่เลขาคู่ใจพลันถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอก่อนที่ภีมวัจน์จะยกมือขึ้นมาคลึงหว่างคิ้วเบาๆด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าเขาสมควรหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับเหตุการณ์วันไนท์สแตนด์กับคนแปลกหน้าที่เขารับรู้เพียงว่าเป็นค่ำคืนที่เขามีความสุขมากแต่ความสุขของเขากลับถูกทำลายลงด้วยคำด่าที่ไม่เคยมีใครหน้าไหนมันกล้าด่าเขามาก่อนแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครถึงกล้าดีมาเขียนด่าเขาบนหน้าผากแบบนี้

“ละ แล้ว หน้าผากของท่านประธาน”

เตชินทร์ที่ทั้งอยากจะหลุดขำและรู้สึกผิดไปพร้อมๆกันยกนิ้วชี้ไปบนหน้าผากของภีมวัจน์อย่างกล้าๆกลัวๆด้วยความสงสัยว่าเหตุใดหน้าผากของท่านประธานสุดหล่อของเขาถึงได้มีคำว่า ไอ้ผู้ชายสารเลว เขียนอยู่บนนั้นได้

“อยากจะบ้าตายจริงๆเลย”

ภีมวัจน์ส่ายหน้าไปมาช้าๆด้วยความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกตั้งแต่รู้จักกับคำว่าเซ็กซ์เขาไม่เคยทำเรื่องแบบนี้แบบผิดฝาผิดตัวกับใครเลยสักครั้งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มานอนด้วยเพราะคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เลขาของเขาหามาให้ แต่จะว่าไปแล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นจะโกรธก็ไม่ผิดเพราะเขาเองที่เป็นคนลากเธอเข้ามาในห้องพร้อมเมคเลิฟกับเธออย่างเร่าร้อนอยู่ครึ่งค่อนคืนโดยที่แทบจะไม่ได้พักเลยทั้ง ๆ ที่เธอเป็นใครก็ไม่รู้ 

“หวังว่าอายุคงเกิน 18 ปีแล้วนะ” ภีมวัจน์พึมพำเสียงเบาด้วยความรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย

“ท่านประธานว่าอะไรนะครับ”

เตชินทร์ที่ได้ยินเสียงพึมพำไม่ค่อยชัดเจนเอ่ยถามภีมวัจน์ด้วยความอยากรู้ทำให้คนที่เพิ่งสงบสติอารมณ์และพยายามระงับโทสะเอาไว้สุดความสามารถได้แต่ถลึงตาใส่ลูกน้องที่รีบก้มหน้าลงด้วยความกลัวทันที

เขาก็แค่อยากรู้ไม่เห็นต้องทำหน้าดุใส่เลย

เตชินทร์ที่ก้มหน้างุดแอบต่อว่าภีมวัจน์ที่ยกมือขึ้นเสยผมไปมาสองสามรอบก่อนที่เขาจะเดินตามหามือถือที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเผลอโยนเอาไว้ตรงไหนด้วยความตั้งใจจนกระทั่งมือใหญ่พลิกเปิดผ้าห่มบนเตียงออกสายตาของเขากลับสะดุดกับรอยแดงจางๆคล้ายรอยเลือดบนผ้าปูที่นอนขาวสะอาดภีมวันจน์ก็พลันพุ่งตัวลงไปบนที่นอนทันทีเมื่อสายตาอยากรู้อยากเห็นของเตชินทร์กำลังมองมาที่เตียงอย่างให้ความสนใจ

ตุ้บ

คิ้วเข้มของเตชินทร์ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความแปลกใจเมื่ออยู่ ๆ ท่านประธานที่เพิ่งลุกจากเตียงนอนกระโดดกลับลงไปนอนบนเตียงอีกแล้ว

“ท่านประธานยังอยากนอนต่ออีกเหรอครับ”

เมื่อความสงสัยของเตชินทร์เริ่มทำงานเขาก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามท่านประธานที่คราวนี้ใบหน้าหล่อเหลาคลายความบูดบึ้งลงไปถึงเจ็ดส่วนเหลือเพียงใบหน้ายิ้มระรื่นของเขาที่ทำให้เตชินทร์รู้สึกขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ถูก

“อ้อ พอดีปวดหัวนิดหน่อยน่ะเลยอยากนอนพักสักแป๊บ” ภีมวัจน์ตีหน้าสื่อแสร้งตาใสตอบคำถามของเตชินทร์ที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ผมว่าท่านประธานเช็ดหน้าผากสักหน่อยไหมครับ จะนอนหลับทั้ง ๆ ที่มีคำว่าไอ้สารเลวอยู่บนหน้าผมว่าดูไม่ค่อยดี...”

ผลัวะ

“โอ๊ย ผมเจ็บนะครับท่านประธาน”

เตชินทร์ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ถูกหมอนขว้างใส่เต็มแรงด้วยความเจ็บพร้อมตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ในใจว่าเขาพูดอะไรผิดไปทำไมท่านประธานถึงได้โหดร้ายกับเขาแบบนี้

“รีบไสหัวไปไกลๆก่อนที่ฉันจะหักเงินเดือนนายจนไม่เหลือสักบาท”

เตชินทร์ไม่รอให้ผู้เป็นนายพูดซ้ำเป็นครั้งที่สองขายาวๆของเขาก็รีบก้าวออกจากห้องของภีมวัจน์ทันทีอย่างรู้งานพร้อมก่นด่าท่านประธานอยู่ในใจตลอดทางที่เดินกลับไปยังห้องพักของตัวเอง  หลังจากที่เลขาคู่ใจเดินออกจากห้องไปแล้วภีมวัจน์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนนุ่มพร้อมเพ่งมองคราบสีแดงด้วยความสงสัยก่อนที่เขาจะให้ข้อสรุปแก่ตัวเองว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาได้ทำเรื่องที่น่าละอายใจด้วยการเปิดซิงแม่สาววันไนท์ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเองเลยสักนิด

เฮ้อ นี่เขาก้าวเท้าไหนออกจากบ้านนะถึงได้เจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้

ภีมวัจน์ถอดถอนใจด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่องรอยหวาบหวามออกจากร่างกายจนหมดจดพร้อมตรงไปที่ห้องทานอาหารด้วยความรู้สึกหิวเพราะเมื่อวานเขาดันกินแม่สาววันไนท์คนนั้นแทนข้าวนะสิ

ห้องอาหาร

ใบหน้าหล่อเหลาที่เฉยชาไร้รอยยิ้มของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรมดึงดูดสายตาของสาวๆที่ทั้งโสดไร้คนคู่ใจและไม่โสดมีพันธะเป็นคำว่าแฟนและทะเบียนสมรสครอบครองให้มองมาด้วยความสนใจพร้อมซุบซิบกับคนข้างกายด้วยรอยยิ้มชื่นชม

หนุ่มโสดสุดฮอตแห่งปีที่เข้ารับตำแหน่งท่านประธานตั้งแต่อายุเพียง 23 ปีต่อจากบิดาที่ล่วงลับไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขาเพราะแทบทุกช่องข่าวสารและหน้าหนังสือพิมพ์ล้วนเอ่ยถึงท่านประธานของ AK Group ที่ไม่ชอบออกงานสังคมแต่กลับเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้รับตำแหน่งนักธุรกิจดีเด่นถึง 4 ปีซ้อนแทบทุกวัน

           ครืด ครืด

เสียงสั่นของมือถือทำให้กอหญ้าที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหารรีบหยิบมือถือออกจากกระเป๋าใบเล็กมากดรับสายทันทีเมื่อหน้าจอโชว์สายเรียกเข้าเป็นชื่อของผิงผิงเพื่อนสนิท

“นี่มึงนอนตื่นสายหรือมึงแกล้งซ้อมตายห๊ะกอหญ้า”

ทันทีที่กดรับสายคำพูดเหน็บแนมเธอของผิงผิงก็ดังเข้ามาในสายทันทีอย่างไม่ให้เธอตั้งตัวเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อนสนิทกอหญ้าพลันกลอกตาไปมาด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่เธอจะกรอกเสียงตอบโต้เพื่อนกลับไปอย่างเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน

“ถ้ากูตื่นสายแล้วเหมือนซ้อมตาย มึงกับซันนี่ก็คงเตรียมโลงศพรอได้เลยละมั้ง”

คำตอบยียวนสุดกวนของกอหญ้าทำให้มุมปากของซันที่กำลังนั่งฟังอยู่กระตุกริกด้วยความหมั่นไส้ไม่ต่างกันเรื่องฝีปากที่เจ้าคารมและคมเหมือนใบมีดใครก็สู้เพื่อนสาวของเธอคนนี้ไม่ได้

“อย่าพูดจาอัปมงคลแต่เช้าสิเพื่อนรักรีบมาได้แล้ว พวกกูสองคนหิ้วท้องรอมึงจนใส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย”

กอหญ้ายังไม่ทันเอ่ยตอบโต้หลังจบประโยคปลายสายก็กดตัดสายไปทันทีทำให้เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาน้อยๆพร้อมก้มลงเก็บมือถือไว้ในกระเป๋าสะพายตามเดิมโดยที่สองเท้ายังคงไม่หยุดเดินเพราะคิดว่าทางข้างหน้าคงไม่มีใครจนกระทั่ง

“อ๊ะ”

กอหญ้าร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อร่างบอบบางของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงเต็มแรงมือของเธอพลันยื่นไปข้างหน้าและคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อยึดเกาะไม่ให้ตัวเองล้มลงแต่คนที่ถูกเธอจับมือเอาไว้กลับกระชากเธอเข้ามาหาตัวเองทำให้ร่างบางของกอหญ้าตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาไปโดยปริยาย

กลิ่นหอมที่คุ้นเคยของกันและกันพลันปะทะเข้าเต็มใบหน้าของคนทั้งคู่ก่อนที่ดวงตากลมโตของกอหญ้าจะช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของภีมวัจน์ที่กำลังก้มหน้าลงมองเธอเช่นกัน ทันทีที่ดวงตาสองคู่สบกันความทรงจำที่เร่าร้อนในยามค่ำคืนที่ผ่านมาพลันหลั่งไหลเข้ามาในหัวของคนทั้งคู่คล้ายคลื่นพายุที่โหมกระหน่ำ

“ไอ้ผู้ชายสารเลว”

“แม่สาววันไนท์ตัวดี”

ต่างคนต่างเอ่ยเรียกชื่อที่ตั้งให้กันและกันด้วยความตกใจก่อนที่มือใหญ่และมือหอมนุ่มนิ่มจะรีบยกขึ้นปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้อย่างพร้อมเพรียงกันกลายเป็นภาพหนุ่มสาวสองคนกำลังยืนโอบกอดและยกมือขึ้นปิดปากกันและกันเอาไว้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องอาหารต่างพุ่งความสนใจมาที่คนทั้งคู่ทันที

“ตามฉันมานี้เดี๋ยวนี้”

ภีมวัจน์กระซิบเสียงดุดันลอดไรฟันบอกกอหญ้าพร้อมจับจูงมือเล็กของเด็กสาวลากออกมาจากห้องอาหารทันทีท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่ต่างมองมาด้วยความสนใจรวมไปถึงผิงผิงกับซันนี่ที่พากันอ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเช่นเดียวกับสายขิมที่มองตามแผ่นหลังของกอหญ้าที่กำลังเดินตามแรงจูงของภีมวัจน์ไปด้วยความโมโหจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาเสียงดังเพื่อระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED