บทนำ
มาเฟียหนุ่มหล่อหน้าตี๋นั่งควงแก้ววิสกี้ในมืออย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางแสงสีเสียงและผู้คนที่ออกมาท่องราตรีในยามค่ำคืน สายตาคมดุจหมาป่าที่พร้อมจะล่าเหยื่อตลอดเวลา สายฟ้า มาเฟียหนุ่มหล่อชื่อดังในแวดวงสังคมนักธุรกิจ ผู้บริหารโรงแรม SHAFT คนใหม่สืบทอดต่อจากผู้เป็นพ่อ
“ไง วันนี้ว่างออกมานั่งเล่นแล้วหรอผู้บริหารหน้าใหม่” เสียงเอ่ยแซวของบอสตันหนึ่งในแก๊งเพื่อนและยังเป็นเจ้าของคลับที่เขานั่งอยู่ตอนนี้
“หึ…” เขาหัวเราะให้กับคำพูดของบอสตัน
“ใครจะว่างเหมือนมึง วัน ๆ เอาแต่แดกเหล้า” เขาพูดกระแทกแดกดันเพื่อนสนิทกลับ
“ไอ้เวร ก็กูเป็นเจ้าของร้านเหล้าไม่ให้แดกเหล้าให้แดกนมปั่นหรือไง” คนโดนแซวหัวเสียอยู่ไม่น้อย ไม่ชินเท่าไหร่ที่มักถูกเพื่อนด่าอยู่เสมอเรื่องที่เขาดื่มเหล้าทุกวัน
“เพลา ๆ ลงบ้างก็ดีกูไม่อยากรีบไปงานศพเพื่อนตอนนี้” สายฟ้าแสยะยิ้มพูดร้ายกาจ
“มึงตายก่อนดีไหม ตายคาตีนกูเนี่ย” บอสตันพูดยกฝ่าเท้าขึ้นทำท่าถีบใส่สายฟ้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
สายฟ้าไม่สนใจท่าทางอารมณ์เสียของเพื่อนนักสายตากวาดมองเหล่านักท่องราตรีเพื่อหาเหยื่อในคืนนี้ ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับเด็กสาวตากลมราวกับตุ๊กตาแต่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาที่ใส่ชุดบริกรยืนหลบมุมอยู่ตรงหลังบาร์น้ำ
“ไอ้บอส”
“ว่า…”
“ร้านมึงมีเด็กใหม่หรอ?” เขาเอ่ยถามเสียงราบเรียบในขณะที่สายตายังจับจ้องไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้น
“คนไหน?” บอสตันขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะมองตามสายตาของเพื่อนสนิทไป
“อ๋อ…เด็กเสิร์ฟใหม่พึ่งมาทำงานวันนี้วันแรก ทำไมมึงสนใจ?” บอสตันเอ่ยถามอย่างรู้ทัน
“ก็สนใจอยู่” เขามองเด็กสาวคนนั้นราวกับเจอเหยื่อที่ถูกใจ ยกแก้ววิสกี้สีอำพันขึ้นกระดกจิบอย่างมีมาด
“แต่นั่นบริกรไม่ใช่เด็กพีอาร์กูเรียกให้ไม่ได้หรอกคนละหน้าที่ จะมีก็แต่ว่ามึงจะรอเธอเลิกงานแล้วไปคุยเอาเอง”
“ไม่ใช่ปัญหา ว่าแต่ชื่ออะไร” สายฟ้าละสายตาจากเด็กสาวบริกรหันมามองหน้าเพื่อน
“ไม่รู้ กูไม่ได้สัมภาษณ์เองรู้แค่เด็กใหม่”
“มึงรู้อะไรบ้างเนี่ย”
“กูผิด?” บอสตันชี้เข้าตัวเองเพื่อย้ำถามว่าผิดหรอที่ไม่รู้ชื่อพนักงานทั้งหมด
“เดี๋ยวกูจัดการเอง กูแค่หยอกมึงเล่น” เขาพูดเย้าแหย่เพื่อนสนิทไปอย่างนั้น
เวลาผ่านไป…..
“เหนื่อยจัง” ฝ่ามือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อลวก ๆ หลังจากเลิกงาน เธอกำลังเดินออกจากประตูหลังของคลับก็เจอกับชายหนุ่มหน้าตี๋ ดูมีภูมิฐานยืนสูบบุหรี่อยู่คงเป็นลูกค้าของคลับ เธอหันไปสบตาเขาเพียงแวบเดียวก็หันกลับก่อนจะทำท่าเดิน แต่แล้ว…
“เดี๋ยว!” เสียงเข้มตะโกนเรียกเธอหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ขาของเธอดันหยุดชะงักไปก่อนจะหันไปมองรอบข้าง ก็มีแต่เธอที่อยู่ตรงนั้นบวกกับสายตาที่เขามองมาที่เธอก็ชัดแล้วว่าเขาเรียกเธอจริง ๆ
“ลูกค้ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” เจ้าขาเอ่ยถามน้ำเสียงนอบน้อม
ก่อนเจ้าของความสูงร้อยแปดสิบเจ็ดจะเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นเหล้าลอยมาเตะปลายจมูกของเธอบาง ๆ ตามด้วยกลิ่นบุหรี่ที่เขายังคงคีบไว้อยู่ที่มือ
“หึ…ทำหน้าที่บริกรจนถึงเวลาร้านปิดเลยนะ” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ค่ะ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเอ่ยถามอีกครั้ง ดวงหน้าจิ้มลิ้มฉายความสงสัย
“ฉันก็แค่สนใจเธอ ว่าแต่เธอชื่ออะไร” สนใจเธองั้นหรอ สนใจแบบไหนกัน เธอไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ความหมายของมัน
“เจ้าขาค่ะ หนูชื่อเจ้าขา”
“เธอสนใจจะไปกับฉันไหม?” คำถามของเขาตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดมันถูกแล้ว เขาสนใจจะนอนกับเธอไม่ได้สนใจที่จะจีบเธอ
“ไม่ค่ะ ขอตัว” เจ้าขาปฏิเสธเสียงแข็ง เขาเห็นเธอเป็นอะไรกันนะผู้หญิงให้บริการหรอถึงพูดขอกันได้หน้าตาเฉย
“อย่าเล่นตัวไปเลย ฉันจ่ายหนักนะ ถ้าเธอทำให้ฉันถูกใจฉันอาจจะเลี้ยงดูเธอก็ได้” สายฟ้ายังคงคะยั้นคะยอ
“หนูไม่สะดวกค่ะ ขอตัว” เจ้าขาก้าวขาเดินผ่านร่างสูงอย่างเย็นชา
สายฟ้ามองตามหลังเจ้าของคำพูดเมื่อครู่พร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก ชอบความหยิ่งผยองของเธอ อะไรที่ได้มายาก ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเขาเสมอ
บทที่ 1 เจ้าขา
“เจ้าขา นี่มึงได้นอนบ้างไหม?” เสียงไฟเพื่อนสนิทของเจ้าขาเอ่ยถาม
“นอน ๆ มึงอย่าพึ่งบ่นได้ไหมกูรีบปั่นการบ้านอยู่” เจ้าขายกฝ่ามือห้ามปรามไม่ให้ไฟบ่นเธอ เพราะเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาปั่นการบ้านอยู่
เจ้าขา เด็กสาวเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มตากลมโตราวกับตุ๊กตาส่วนสูงเพียงร้อยห้าสิบแปด เข้าสู่การเป็นนักศึกษาปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วยการสอบชิงทุนเข้าคณะวิศวะ
เธอมีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้นแต่เธอมีภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ต้องรับผิดชอบราวกับคนวัยทำงาน เพราะพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เจ้าขาอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอดหลังจากที่พ่อและแม่ของเธอเสีย ยังโชคดีที่พ่อของเธอทิ้งเงินและบ้านไว้ให้เธอเพียงเล็กน้อยแต่เท่านั้นคงไม่พอ เพราะพ่อของเธอดันติดหนี้นอกระบบไว้เป็นจำนวนสามล้านนั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อมาใช้หนี้ให้หมด และเลี้ยงชีพรับผิดชอบตัวเอง
“กูบอกให้ยืมเงินกูไปคืนซะก็จบจะได้ไม่ต้องไปทำงานกลางค่ำกลางคืน” ไฟพร่ำบ่นใส่หูเจ้าขาทุกวันเรื่องหนี้สินที่เธอกำลังหาเงินใช้หนี้ให้พ่อของเธออยู่
“เก็บไว้เถอะ ไม่อยากรบกวน” เจ้าขาเงยหน้าจากโน็ตบุ้คขึ้นมามองหน้าไฟพลางส่งยิ้มให้แวบหนึ่งก่อนจะหุบยิ้มและก้มลงไปทำงานต่อ
“เห้ย..มึงยังทำไม่เสร็จหรอไอ้เจ้า” เสียงเป้เพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่มเดินเข้ามานั่งสมทบเอ่ยถามอย่างเคยชิน เจ้าขามักมาปั่นการบ้านที่มหาวิทยาลัยเป็นประจำจนชินตาตลอดเวลาที่เรียนมาเกือบปีเพราะเจ้าขาหางานทำไปเรื่อยทุกครัั้งที่ว่างจนบางทีก็ลืมทำการบ้าน ยิ่งตอนนี้พึ่งได้งานใหม่ไปทำที่บอสตันคลับชื่อดังทำให้เจ้าขายิ่งไม่มีเวลาเข้าไปกันใหญ่
“เมื่อคืนมันไปทำงานใหม่ที่คลับมา มึงดูสภาพหน้ามันดินึกว่าผี” ไฟพูดพลางใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าของเจ้าขา
“เหมือนผีจริงด้วยว่ะ” โดนัทเพื่อนสาวอีกคนของกลุ่มที่เดินมาได้ยินบทสนทนาพอดี เข้าไปกอดคอเจ้าขาก้มดูหน้าเจ้าขาใกล้ ๆ
“โอ้ย!พวกมึงเลิกพูดก่อนกูไม่มีสมาธิ” เจ้าขาตบโต๊ะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ที่โดนเพื่อนก่อกวนไม่หยุด ส่งผลให้เพื่อนทั้งสามประสานเสียงหัวเราะออกมาอย่างขันขำที่แกล้งเจ้าขาให้มีน้ำโหได้
“กูจะไปซื้อกาแฟมีใครเอาบ้าง” ไฟเอ่ยถามพลางดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้
“กูเอาคาปูชิโน่ ไฟมึงจ่ายให้เลยรอบที่แล้วมึงติดกูอยู่” เจ้าขายกมือบอกเป็นคนแรก ตั้งแต่ต้องทำงานหาเงินเองก็เป็นคนขี้งกขึ้นมาโดยอัตโนมัติเป็นธรรมดาเงินทองมันหายาก
“ขี้งกว่ะ กูรู้แล้วน่า พวกมึงอ่ะเอาไหม?” ไฟส่ายหัวปลงให้กับความขี้งกของเจ้าขา ทุกคนในกลุ่มต่างก็รู้ดีและก็เข้าใจ ก่อนจะหันไปถามเพื่อนอีกสองคน
“กูเอาลาเต้หวานร้อยแบบตัดขา” โดนัทสั่งพร้อมหยิบเงินสดแบงค์สีแดงยื่นให้ไฟ
“กูไม่เอาแต่เดี๋ยวไปซื้อเป็นเพื่อน” เป้ตอบก่อนจะหันไปกระชากเงินจากมือโดนัทมาถือ
“ไอ้เป้!” โดนัทชักสีหน้าไม่พอใจที่โดนเป้กระชากเงินไปจากมือ สองคนนี้มักจะพูดไม่ถูกคอกันอยู่บ่อยครั้งเป็นคู่กัดประจำกลุ่มเลยก็ว่าได้
“ด่ากู ไม่ซื้อให้นะเว้ยเงินอยู่นี่แล้วด้วย” เป้หยิบเงินขึ้นมาโบกเย้าหยอกโดนัทให้โมโห
“ไปได้ละ ไอ้เป้เสียเวลาเดี๋ยวสาว ๆ หายหมด” จุดประสงค์ทุก ๆ วันที่ไฟมันไปซื้อกาแฟมีไม่กี่อย่างหรอกนอกจากไปเต๊าะสาว ๆ
“เออ ๆ ไปดีกว่าสาว ๆ รออยู่” ทั้งสองเดินกอดคอกันกลมเกลียวมีความสุขเดินออกจากโต๊ะไป
“หล่อตายแหละไอ้ควาย !” โดนัทตะโกนด่าตามตูดอย่างหมั่นไส้
เจ้าขาได้แต่ส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะกดปิดโน็ตบุ้คลงหลังจากกดส่งงานให้อาจารย์ในอีเมลแล้วเรียบร้อย
“เสร็จแล้วหรอ” โดนัทเอ่ยถาม
“เสร็จละ เมื่อยนวดให้หน่อยดิ” เจ้าขาทำท่าออดอ้อนราวกับลูกแมว
“ห้าร้อยค่านวด” โดนัทแบมือยื่นไปที่หน้าของเจ้าขา
“แพงกว่าร้านนวดอีกนะเนี่ย” โดนัทพูดหยอกเล่นไปอย่างนั้น แต่ก็ยอมลุกมานวดให้อยู่ดี
ในระหว่างที่โดนัทกำลังนวดบ่าให้เจ้าขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเล่นตามปกติ ทว่าสายตาก็ไปสะดุดกับโพสหนึ่งในเฟสบุ้ค
“ผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรง อายุน้อย หล่อ เก่ง อย่างคุณสายฟ้า จิรกิตต์ ปรีดาศิริกุล ขึ้นแท่นผู้บริหารต่อจากพ่อ”
ปึก !
ยังอ่านไม่ทันจบเจ้าขาก็ปิดโทรศัพท์วางลงบนโต๊ะเสียงดัง ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นเมื่อนึกเรื่องเมื่อคืน “หล่อตรงไหน หื่นกรามชัด ๆ” ข่าวที่เธออ่านเจอเมื่อครู่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย คือข่าวของสายฟ้า รู้ได้ยังไงน่ะหรอ เพราะรูปของเขาขึ้นเต็มหน้าจอแถมยังเลื่อนไปก็เจอแต่ข่าวของเขาอดที่จะเอ่ยปากด่าไม่ได้จริง ๆ การกระทำของเขาเมื่อคืนมันโจ่งครึ้มเหลือเกินหวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีกนะ
“วางโทรศัทพ์เสียงดังเป็นอะไร” โดนัทปล่อยมือจากบ่าเจ้าขาเดินอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้าม
“เปล่า แค่เจอคลิปตุ๊กแกกูตกใจ”
“อ่อ...” โดนัทพยักหน้าเข้าใจ
บทที่ 2 สืบประวัติ
ภายใต้คฤหาสน์หลังใหญ่ราคาเกือบห้าร้อยล้านที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีเพียงแค่เจ้าของบ้านที่เป็นหนุ่มโสดวัยยี่สิบห้าปีอาศัยอยู่เพียงคนเดียวไม่นับรวมบอดี้การ์ดและแม่บ้านของเขา คฤหาสน์ที่เขาสร้างมันด้วยเงินของตัวเอง
“ขออนุญาตครับเฮีย เรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ” บอมมือขวาคนสนิทเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าก้มหัวลงเล็กน้อย
“มึงไปสืบเรื่องของผู้หญิงคนนี้มาให้กูหน่อย” สายฟ้าโยนเอกสารปึกบางที่บอสตันพึ่งนำมาให้เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว
“ใครหรอครับเฮีย” บอมเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เสือกทุกเรื่อง” สายฟ้าส่ายหัวเล็กน้อยเคยชินกับความอยากรู้อยากเห็นของบอม
ไม่แปลกที่บอมจะกล้าถามหรือเรียกเขาอย่างสนิทสนมไม่เหมือนที่คนอื่นเรียกเขา เพราะบอมคือลูกชายของแม่บ้านที่อาศัยและทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของครอบครัวเขา จึงทำให้ทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกันตั้งแต่ละอ่อนบอมมีอายุน้อยกว่าเขาเพียงแค่สองปีด้วยความรักและเอ็นดูของสายฟ้า เห็นบอมเหมือนน้องชายจึงชักชวนมาทำงานกับเขาแถมยังได้ตำแหน่งเป็นมือขวาคนสนิทของเขาอีกด้วย
“บอมอยากรู้เฉย ๆ ไม่ได้เลย งั้นไม่บอกละ”
“อะไรของมึง” คิ้วหนาขมวดเล็กน้อย
“น้องคนนี้ ผมเคยเห็นเรียนอยู่ที่คณะผมเป็นเด็กปีหนึ่งแถมยังฮอตด้วยนะเพราะหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา”
“แค่นี้ใช่ไหมที่จะบอกกู กูบอกให้ไปสืบมาขอละเอียด ๆ พ่อแม่เป็นใครทำงานอะไร อยู่ที่ไหน” สายฟ้าสั่งเสียงราบเรียบ
“รับทราบครับ ไม่มีอะไรแล้วผมไปทำการบ้านก่อนนะครับ” บอมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแต่เป็นปีสุดท้ายแล้ว นอกจากจะได้รับความเมตตาเอ็นดูให้มาทำงานด้วยบอมยังเก่ง ฉลาดและหลักแหลมต่อให้เรียนอยู่ก็พร้อมจะทำงานให้สายฟ้าเสมออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
…
“เจ้าขา หนูเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟลูกค้าโต๊ะ C1 ให้เจ้หน่อย” เสียงแนนผู้จัดการคลับเอ่ยคำสั่งเสียงหวาน
“ค่ะเจ้แนน” เจ้าขาขานตอบอย่างฉะฉานเดินยกถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟอย่างไม่อิดออด
เธอมาทำงานที่นี่เป็นวันที่สองก็คล่องแคล่วเป็นอย่างดี ถึงกับทำให้แนนที่เป็นผู้จัดการคลับรู้สึกประทับใจไม่น้อย เด็กที่ไม่เคยมีประวัติผ่านการทำงานบริการที่ไหนมาก่อนเคยทำแต่เป็นผู้ช่วยเชฟอยู่ในครัวจากที่สอบถามพอมาทำงานบริการได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งมาก ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการรับมือกับลูกค้า การบริการและการทำงานเป็นทีมร่วมกันกับเพื่อนในที่ทำงานเจ้าขาทำมันออกมาได้ดี
เท้าหนาเดินก้าวเข้ามาในคลับของเพื่อนสนิทอย่างมีมาดตามด้วยชายฉกรรจ์เดินตามหลังประกบอีกสองคน สายตาของหญิงสาวที่ออกมาท่องราตรีต่างพากันจับจ้องมองเจ้าของใบหน้าหล่อตี๋นักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงอย่างสนอกสนใจ
“เจ้แนน…”
“น้องสายฟ้า…สวัสดีค่ะมีอะไรให้เจ้ช่วยไหมคะ” แนนเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทเจ้าของคลับอย่างนอบน้อมพลางเอ่ยถาม
“สวัสดีครับ เจ้พอจะมีโต๊ะว่างให้ผมไหมครับ” เสียงเข้มเอ่ยถาม
“น้องสายฟ้าหมายถึงข้างล่างหรอคะ?” แนนทำหน้าฉงนสงสัย
“ใช่ครับ วันนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งข้างล่างดู”
“เอ่อ…เดี๋ยวเจ้หาให้สักครู่นะคะ” แนนกวาดสายตามองหาโต๊ะว่างที่ไม่มีแก้ววางไว้ เพราะถ้าโต๊ะไหนที่มีแก้ววางไว้แสดงว่ามีคนจองไว้แล้ว
“มีตรงนั้นค่ะ เดี๋ยวเจ้พาไปนั่งตามมาค่ะ” เจ้แนนเดินนำสายฟ้าพาไปยังโต๊ะว่างที่อยู่ติดกับบาร์ค็อกเทล
แนนพาสายฟ้ามานั่งยังโต๊ะที่ว่าง “ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยขอบคุณตามมารยาท
“เดี๋ยวเจ้เรียกน้องเจ้าขาเด็กประจำโซนมาดูแลนะคะ น้องสายฟ้าอยากได้อะไรบอกน้องเขาได้เลย”
“ครับ” มุมปากหนากระตุกยิ้มทันทีที่ได้ยินชื่อของบุคคลที่ทำให้เขาอยากมาในวันนี้ บังเอิญเสียจริงที่ได้เธอเป็นคนมาดูแลโต๊ะของเขา
“สวัสดีค่ะลูกค้ารับอะไรดีคะ?” เสียงเล็กเอ่ยถามน้ำเสียงสุภาพ
“หึ…ผ่านไปแค่วันเดียวก็ลืมกันได้แล้วหรอ” เขาปรายตามองเธอมุมปากหนายกยิ้มเล็กน้อย
“คะ?” เจ้าขาขมวดคิ้วเล็กน้อยสงสัย ในนี้ค่อนข้างมืดทำให้เธอมองหน้าลูกค้าไม่ชัด ก่อนจะจำเสียงของเขาได้
“ทำเป็นไม่ได้ยินที่ฉันพูด?” เสียงเข้มเอ่ยถามพลางหันมาจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มนิ่งแววตาราวกับหมาป่าดุร้าย แผ่รังสีความน่าเกรงขาม
“......” เธอหลุบตาต่ำเพื่อหนีสายตาของเขา ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
เขาคือผู้ชายคนเมื่อคืนที่ชวนเธอไปต่อกับเขา แต่เธอไม่ไป…
“ลูกค้าจะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?” เธอเงยหน้ากัดฟันฝืนยิ้มถาม
“แล้วถ้าฉันบอกว่าฉันอยากได้เธอล่ะ?” ประโยคคำถามของเขาทำให้เธอนิ่งงันไป ใบหน้าเรียวก้มหน้างุดมองพื้น
“ถ้าลูกค้าไม่สั่ง หนูขอตัวไปดูแลโต๊ะอื่นนะคะ” เธอกลั้นใจพูดออกไป ก่อนจะหมุนตัวหนี
“เดี๋ยว!” มือหนากระชากแขนของเธอเอาไว้ เธอกล้ามาก กล้าเมินคำพูดของเขา
“พี่ต้องการอะไรจากหนูหรอคะ?” เจ้าขาหมุนตัวกลับมาเอ่ยถามเสียงสั่น รวบรวมความกลัวเอาไว้ภายใต้จิตใจของเธอ
“ฉันว่าสิ่งที่ฉันแสดงออกมันชัดเจนนะ” เสียงเข้มกดบอก มือหนาบีบเค้นแขนเรียวแน่นจนดวงหน้าจิ้มลิ้มแสดงสีหน้าเหยเกเจ็บปวด
“พี่ไปหาคนอื่นเถอะค่ะ หนูไม่สะดวก” เธอพยายามดีดแขนออกจากพันธนาการของเขา
“เจ้าขา! มาช่วยเจ้รับลูกค้าโต๊ะนี้หน่อย” เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด
“ค่ะเจ้แนน” เธอขานตอบก่อนจะดึงแขนของตัวเองออกจากฝ่ามือหนาซึ่งสายฟ้าก็ยอมปล่อย
“ขอตัวนะคะ” เธอหันไปมองหน้าเขาเพียงแวบเดียวก่อนจะหมุนตัวเดินไปรับลูกค้าโต๊ะอื่น
แนนที่เฝ้ามองเจ้าขาเดินเข้าไปรับออเดอร์โต๊ะสายฟ้าอยู่นาน เห็นท่าไม่ดีจึงช่วยเรียกเจ้าขาออกมาให้รับลูกค้าโต๊ะอื่น สังเกตจากสีหน้าแววตาของเจ้าขาดูเกร็ง ๆ
“เจ้าขา…สายฟ้าทำอะไรเธอหรือเปล่า” เจ้แนนเอ่ยถามในตอนที่เจ้าขากำลังเดินกลับมาเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้ลูกค้า
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะเจ้…” เธอเอ่ยปฏิเสธแล้วยกถาดเครื่องดื่มออกไปเสิร์ฟลูกค้า แนนมองตามด้วยความเป็นห่วงถึงแม้เจ้าขาจะมาทำงานได้แค่สองวันแต่ก็อยู่ในการดูแลของเธอแถมเจ้าขายังเป็นเด็กดี ขยัน เธอรู้สึกเอ็นดูเจ้าขาอยู่ไม่น้อย