ภาพปกนิยาย เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

8.3 / 10.0
อดีตชาติของพราวนารีเต็มไปด้วยความขัดสนและความพลัดพราก เธอต้องยุติเส้นทางการศึกษาทั้งที่เป็นเด็กเรียนเก่งเนื่องจากตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซ้ำร้ายชีวิตคู่ยังล้มเหลวเพราะปัญหาการเงินจนครอบครัวต้องแตกแยก เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เธอจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ก้าวพลาดซ้ำสอง ในชาตินี้พราวนารีจุติในตระกูลมั่งคั่งและอบอุ่นซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวาง เธอใช้บทเรียนจากความผิดพลาดในอดีตมาเป็นเกราะคุ้มกันตนเอง มุ่งมั่นศึกษาในสิ่งที่รักและหลีกเลี่ยงอบายมุขรวมถึงความรักที่ฉาบฉวย เพื่อสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ให้งดงามและมั่นคงกว่าที่เคยเป็นมาในชาติภพก่อน

เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม ตอนที่ 1

ปีพุทธศักราช 2520

พราวนารี เด็กหญิงผู้มีชื่อไพเราะเพราะพริ้งราวกับว่าเธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวของพวกผู้ดีมีสกุล แต่กลับกัน เธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน บิดาและมารดาของเธอเป็นเพียงชาวนาเท่านั้น แต่ทว่าการกำเนิดเกิดมาของเด็กหญิงในครั้งนี้กลับสร้างความยินดีให้กับครอบครัวยิ่งนัก เพราะถึงแม้จะจนแต่ถ้ามีบุตรสักคนไว้ส่งเสริม ฝากผีฝากไข้ในยามแก่ยามเฒ่าก็คงจะดีไม่น้อย

“อุแว๊…..อุแว๊……”

เสียงเด็กน้อยร้องจ้าอยู่ในผ้าอ้อมที่หมอตำแยเพิ่งจะทำคลอดให้ เนื่องจากบ้านของดำรงนั้นอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ถึงแม้การเดินทางจะสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ทว่าการให้คนแก่ที่เคยทำคลอดมาทำให้ก็น่าจะปลอดภัยเช่นกัน

“โอ๋ๆๆ ลูกพ่อไม่ร้องนะคะ แม่เค้าเจ็บแผลอยู่นะลูก” เสียงทุ้มของผู้เป็นบิดาปลอบโยนบุตรสาวที่อ้อมแขน

“อุแว๊….อุแว๊……”

เด็กหญิงพราวนารียังคงร้องไห้ไม่หยุด เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าเธอน่ะกำลังหิวโดยที่บิดาที่เพิ่งเคยมีลูกยังไม่เข้าใจนั่นเอง ปากน้อยๆ ขมุบขมิบเข้าหาอกหนั่นแน่นของบิดาเขาถึงเข้าใจว่าลูกหิวนม

“เมียพี่….ลูกของเราหิวนมแล้วจ้ะ”

เขาบอกภรรยาเสียงนุ่มพร้อมทั้งพาทารกน้อยไปใกล้กับมารดาที่นอนหมดเรี่ยวหมดแรงจากการเบ่งอยู่ สัญชาตญาณของความเป็นแม่รีบเปิดเต้าให้ลูกน้อยได้ดูดนมของเธอทันที ปากน้อยพอรับรู้ถึงแหล่งอาหารก็ไม่รอช้าอ้างับลงบนฐานถันสีชมพูของผู้เป็นมารดาทันที ครั้งแรกอารีรู้สึกไม่ชินกับการให้ลูกดูดนม แต่พอลูกดูดจนน้ำนมไหลออกมาคนเป็นแม่ก็น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม วันนี้เธอได้สัมผัสและรู้ซึ้งถึงความเป็นแม่แล้ว

ดำรงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ภรรยาสาว เขารู้ว่าเขาเป็นสามีที่ไม่เอาไหน แต่หลังจากนี้เขาจะเป็นพ่อที่ดีให้ลูกสาวคนเดียว สองสามีภรรยาตกลงกันเอาไว้ว่าจะมีทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้นด้วยฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน การที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนที่จะมีบุตรสาวคนนี้ เขากับภรรยาก็ต้องพูดคุยและตกลงกันอยู่นานจนได้ข้อสรุป

ห้าปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีในวัยห้าขวบเริ่มหัดอ่านหัดเขียน และมีแววในด้านภาษาต่างประเทศ เธอสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องภาษาได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าครอบครัวมีฐานะยากจน แพรวนารีตอนเป็นเด็กนั้นมักจะมีบุคลิกทโมนเหมือนกับเด็กผู้ชาย และเพื่อนที่เธอเล่นด้วยก็มีแต่พวกผู้ชาย ดำรงและอารี สองสามีภรรยามีอาชีพทำนา ทุกเช้าหลังจากส่งเด็กหญิงไปโรงเรียนอนุบาลที่อยู่ใกล้บ้านเสร็จ อารีจะเข้าไปช่วยสามีทำนา และกิจวัตรประจำวันของสองสามีภรรยาก็วนลูบเป็นแบบนี้ไปทุกวัน

“แม่จ๋า…… เพื่อนที่โรงเรียนมีขนมไปกินตอนเช้าทุกวันเลย หนูอยากมีไปกินเหมือนเพื่อนบ้าง”

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่อารีไปรับลูกสาวตัวน้อยกลับมาจากโรงเรียนเธอก็ได้ยินคำพูดของลูกที่ฟังแล้วจุกอก

“น้องพราวคะ ช่วงนี้ที่บ้านเราไม่ค่อยมีเงินใช้นะลูก พวกแมลงก็ลงข้าว พ่อเขาต้องซื้อยาฆ่าแมลงกับปุ๋ยมาบำรุงต้นข้าว เวลาเก็บเกี่ยวแล้วเราจะได้มีเงินมาซื้อกินซื้อใช้กันเยอะๆ ยังไงล่ะจ๊ะ”

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งฟังมารดาอธิบายตาแป๋ว เธอที่วัยเพียงห้าขวบยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ทว่าเธอก็รู้ดีว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท บิดามารดาของเธอต้องออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะกลับก็เกือบค่ำมืด

“น้องพราวเข้าใจค่ะ น้องพราวจะพยายามไม่มองเวลาที่เพื่อนกินขนมก็แล้วกันค่ะ”

ความไร้เดียงสาของบุตรสาวทำให้คนเป็นมารดาอดที่จะสงสารลูกน้อยไม่ได้ มีลูกคนเดียวแท้ๆ แต่กลับมอบความสุขให้ลูกไม่ได้เลย มือบางที่หยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานหนักมาตั้งแต่สมัยเป็นสาวๆ ยื่นไปลูบผมยาวสลวยของบุตรสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู

สามปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีเป็นนักดนตรีของโรงเรียนตั้งแต่ขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ในวัยแปดปีเด็กหญิงได้ไปร่วมแสดงดนตรีหลายต่อหลายงาน พรสวรรค์ที่เด็กหญิงตัวน้อยมีทำให้บิดาและมารดาภูมิใจในตัวเธอ

เด็กหญิงแพรวนารีเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่บิดาที่เคยแสนดีกลับติดเหล้าเพราะความเครียดจากการทำนาแล้วไม่ได้ผลผลิตตามที่ควร ทุกๆ เย็นเด็กหญิงตัวน้อยจะได้ยินคำด่าทอของบิดาที่มีต่อมารดาไม่ขาดปาก เธอรู้สึกไม่มีความสุข ยิ่งวันไหนที่บิดาลงไม้ลงมือกับมารดา วันนั้นจะเป็นวันที่เด็กหญิงร้องไห้เสียใจเป็นที่สุด

และแล้วเด็กหญิงพราวนารีในวัยแปดขวบต้องเศร้าเสียใจอีกครั้ง เพราะบิดามารดาตัดสินใจไปหางานทำที่กรุงเทพฯโดยจะฝากเธอไว้กับผู้เป็นอา น้องสาวของบิดา การจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ทำให้เด็กหญิงรู้สึกเศร้าสร้อย ก่อนมารดาจะไปเด็กหญิงจึงพยายามโน้มน้าวให้มารดาเปลี่ยนใจ

"แม่จ๋า... แม่ไม่ไปได้ไหมจ๊ะ" เด็กหญิงเอ่ยถามมารดาอีกครั้ง

"แม่ต้องไปหาเงินมาใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายาที่เราไปติดเขามาตอนทำนายังไงล่ะลูก ที่สำคัญแม่กับพ่อต้องไปหาเงินมาส่งหนูเรียนให้สูงๆ ยังไงล่ะจ๊ะ" นางอารีบอกกับบุตรสาว

"แล้วเมื่อไหร่แม่กับพ่อจะกลับมาอยู่กับหนูล่ะจ๊ะ" เด็กหญิงพราวนารีเอ่ยถามมารดา

"เมื่อครอบครัวเราไม่มีหนี้ และเมื่อพ่อกับแม่มีเงินมากพอที่จะเอามาลงทุนทำอะไรสักอย่างอยู่ที่บ้านเรายังไงล่ะลูก" ดำรงตอบบุตรสาวแทนภรรยาที่อ้ำอึ้งอยู่

"หนูต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และที่สำคัญอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ช่วยอาเขาทำงานบ้านบ้างนะลูก"

อารีอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวคนเดียวไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนเป็นอาจะรักหลานแต่ก็คงไม่มากไปกว่าลูกสาวที่อายุมากกว่าพราวนารีไปเพียงสองปี

"จ้ะแม่ หนูจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และจะช่วยอาทำงานบ้าน"

เด็กน้อยในวัยไร้เดียงสาตอบมารดาด้วยวาจาฉะฉาน

และจากวันนั้น ดำรงและอารีก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบุตรสาวอีกเลย เพราะงานที่ไปทำคืองานก่อสร้าง พอหัวถึงหมอนก็พากันหลับใหล เขาและเธอเลือกที่จะส่งเงินกลับมาให้ผู้เป็นน้องสาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของบุตรสาวที่ให้ไปอาศัยอยู่กับเธอแทน นานๆ ทีถึงจะโทรศัพท์มาหา

เด็กหญิงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของอามาอย่างราบรื่น แต่ก็มีบ้างบางครั้งบางคราที่เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม อย่างเช่นการทำงานบ้าน เธอช่วยผู้เป็นอาทั้งล้างจาน ทั้งกวาดบ้านถูบ้าน บางทีก็มีซักผ้าให้อีกด้วย แต่ทว่าพี่สาวซึ่งเป็นลูกสาวของอากลับไม่หยิบจับอะไรเลย บางทีเด็กหญิงก็รู้สึกน้อยใจจวบจนอายุได้เก้าขวบ

การอยู่กับครอบครัวของอาเริ่มไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน พี่สาวที่เป็นลูกสาวของอาเริ่มออกเที่ยวเตร่และติดเพื่อน บางทีเด็กหญิงวัยเก้าขวบจึงต้องติดตามผู้เป็นพี่ไปด้วย ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดในการต้องมาเห็นและรับรู้ในเรื่องที่เด็กไม่สมควรจะรู้ เธอจึงตัดสินใจโทรบอกบิดาและมารดา

ดำรงและอารีตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้เด็กหญิงพราวนารีในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า เด็กหญิงดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้หลีกหนีสถานการณ์ที่อึดอัดเต็มที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพี่สาวลูกของอาที่กำลังติดเพื่อนผู้ชายจนบางครั้งก็พาเธอไปด้วยแบบไม่เต็มใจ รวมไปถึงการที่ต้องแบกรับหน้าที่เกินวัยมันทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจมันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กอย่างเธอ

ความเสียใจเพียงอย่างเดียวของเด็กหญิงพราวนารีในการย้ายโรงเรียนนั่นก็คือเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเธอที่คบกันมาตั้งแต่วัยอนุบาล

"พราว พราวจะไปเรียนที่กรุงเทพฯจริงๆ น่ะเหรอ"

เด็กหญิงสุนารีเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เนื่องจากเมื่อก่อนบ้านทั้งสองอยู่ติดกัน จนกระทั่งบิดามารดาของเพื่อนสนิทพาไปอยู่ที่บ้านของอา ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้เจอกันนอกจากที่โรงเรียน

"จ้ะสุ พราวไปไม่นาน เดี๋ยวพราวก็กลับมา ไว้เรามาเป็นเพื่อนรักกันใหม่นะ" เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างไรก็เดียงสา

"ยัยพราวบ๊อง เราจะเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดไปนั่นแหละ"

เด็กหญิงสุนารียิ้มออกมา ซึ่งเด็กหญิงพราวนารีก็ยิ้มตอบเช่นกัน เด็กน้อยทั้งสองกอดลากันในวันสุดท้ายของภาคเรียน

คนเป็นอารู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะอนาคตของพราวนารีที่โรงเรียนแห่งนี้เธอเป็นเด็กกิจกรรม และเธอก็เป็นนักดนตรีของโรงเรียน แต่ในเมื่อหลานได้ตัดสินใจที่จะไปกับพี่ชายของเธอแล้ว เธอจึงไม่ห้ามอะไร เพราะเธอก็รู้ดีว่าเธอเองก็ไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ เหมือนกัน เพราะอาสาวก็มีอาชีพ ทำไร่ทำนาไม่ต่างจากบิดามารดาของพราวนารีในอดีต แต่ทว่าเธอทำมันได้ประสบความสำเร็จมากกว่า บวกกับมีที่นาเป็นของตนเองจึงไม่ต้องไปเช่าที่นาใครเหมือนกับครอบครัวของดำรง ผู้เป็นพี่ชาย

เด็กหญิงพราวนารีกราบลาผู้เป็นอาที่ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักอาศัยตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยลืมพระคุณและคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมีโอกาสได้กลับมาตอบแทนอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้เธออยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัด เธอไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จเด็กหญิงวัยเก้าขวบก็มุ่งสู่เมืองหลวงของไทยกับบิดามารดาเพื่อไปเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ห้าที่โรงเรียนใกล้ที่พักของบิดามารดา เด็กหญิงไม่รู้เลยว่าชีวิตวันข้างหน้าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่เธอคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องมีความสุขอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็เพราะได้อยู่กับคนที่เธอรัก

อ่านต่อ

สารบัญของ เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
พิชญา เด็กสาวในชุดนักเรียนต้องจำยอมตกเป็นทาสอารมณ์ของ ปรเมศวร์ นักธุรกิจเหมืองเพชรผู้มั่งคั่งเพื่อชดใช้หนี้พนันของครอบครัวและแลกกับความสุขสบายของพ่อแม่น้องๆ แม้จะถูกปฏิบัติเหมือนสินค้าไร้ค่าและถูกตราหน้าว่าไม่มีสิทธิ์เป็นแม่ของลูก แต่เธอก็ต้องอดทนต่อความป่าเถื่อนและเย็นชาของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาเรียกหา เธอต้องเผชิญกับความรุนแรงและการตีตราจองจำที่ไร้อิสรภาพ โดยมีความหวังเพียงหนึ่งเดียวคือการเรียนให้จบเพื่อหลุดพ้นจากขุมนรกที่ใช้เงินซื้อตัวเธอมา ทว่าในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงของเล่นแก้เหงาที่จะไม่มีวันได้รับอิสระตราบใดที่เขายังไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอ
ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน คือทายาทตระกูลดังและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อมที่มาพร้อมรูปลักษณ์อันงดงาม แต่ภายใต้ชื่อที่แปลว่าไฟ เขากลับมีนิสัยเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่ เอซ แดกซ์ตัน แอนเดอร์สัน คือหัวหน้าแก๊งมาเฟียใจร้อนผู้ไม่เคยเกรงกลัวอันตรายและขึ้นชื่อเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างก็อยู่ในโลกของตนเอง จนกระทั่งวันที่เบลซเป็นฝ่ายเริ่มท้าทายเอซด้วยสายตาและคำพูดที่สื่อถึงความปรารถนาอย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางความตึงเครียดและความหงุดหงิดในใจของหัวหน้าแก๊งผู้เย่อหยิ่ง ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดจากเจ้าชายน้ำแข็งก็ถูกหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับความสุขเพียงคืนเดียว คืนที่จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นสัมผัสที่ยากจะลืมเลือน
ภาพปกนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
โชคชะตาเล่นตลกส่งให้ฟ้ารดาสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับสู่กรุงอโยธยาแบบไม่ทันตั้งตัว ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีรูปร่างกำยำและใบหน้าหล่อเหลาจนยากจะถอนสายตา เมื่อหนทางกลับบ้านมืดมน แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่สุดกร้าวใจจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่ากิริยาของเธอแปลกประหลาดประหนึ่งคนวิปลาส แต่เธอก็หาได้ย่อท้อไม่ ทว่าอุปสรรคความรักครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความเย็นชาของชายหนุ่ม แต่ยังมีคุณพ่อที่หวงลูกสาวสุดชีวิตคอยขัดขวางไม่ให้ออกเรือน ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเก่า ฟ้ารดาจะใช้เสน่ห์ที่มีมัดใจนายช่างใหญ่ให้ยอมสยบต่อความรักที่แสนแตกต่างครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
ชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีของพบูที่เพิ่งตกงานเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เมื่อเธอได้รับตั๋วเรือสำราญฟรีจากการเล่นเกม หญิงสาวหวังว่ากลิ่นอายทะเลจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่คาดคิด เมื่ออาเชอร์ชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์กลับสะดุดตากับความสวยสง่าของเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อครอบครองดอกไม้แสนงามดอกนี้ แม้พบูจะพยายามต่อต้านจนทำให้เขาขุ่นเคือง แต่อาเชอร์ก็ยังดึงดันหลอกล่อจนได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ทว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาคิดจะสลัดเธอทิ้ง เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่ใจคิด เมื่อบ่วงรักครั้งนี้ผูกมัดเขาไว้แน่นจนยากจะถอนตัว

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED