ตอน 1

สาวน้อยร่างบางผิวขาวจัดดวงตาบวมช้ำแดงก่ำนั่งมองรูปหน้าศพที่ตั้งคู่กันสองรูปนิ่งๆ ไม่ขยับตัวไปไหนมาหลายชั่วโมง เป็นที่น่าสลดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

“พั้นช์ หักอกหักใจซะเถอะลูก หนูเป็นแบบนี้พ่อกับแม่จะยิ่งเป็นห่วงนะ เชื่อป้านะลูก”

พิมพ์มาดา เพื่อนที่สนิทที่สุดของผู้หญิงที่นอนอยู่ใน

โลงศพ ตรงเข้าสวมกอดและเอ่ยปลอบใจสาวน้อยตรงหน้าที่ตัวเองรักเหมือนลูกที่มีชะตาชีวิตที่น่าสงสาร เพราะต้องเสียพ่อและแม่ซึ่งเป็นที่พักพิงสุดท้ายไปพร้อมๆกันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกะทันหัน

“ป้าพิมพ์”

สาวน้อยกอดเพื่อนรักของแม่แน่นอย่างต้องการที่พักพิง สาวน้อยวัยสิบแปดปีอย่างเธอ โลกทั้งใบมันถล่มไปตรงหน้าแล้วกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

“ป้าเสียใจด้วยนะลูก แต่พั้นช์ต้องเข้มแข็ง พ่อกับแม่จะได้ไม่ห่วง”

พิมพ์มาดากอดสาวน้อยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเจียน

จะขาดใจแน่นขึ้น ไม่รู้ว่าทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงบ่ายวันนี้ หลานสาวของเธอได้หลับได้นอนหรือได้กินอะไรบ้างหรือยัง เพราะเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียพร้อมกัน

แบบนี้ คงยากที่จะรับไหว

แม้เธอเองพอรู้ข่าว ก็ส่งเลขาและผู้ช่วยมาจัดการเรื่องรับศพและจัดงานศพให้เรียบร้อย แล้วรีบหาตั๋วเที่ยวที่เร็วที่สุด

บินจากอเมริกาแล้วตรงดิ่งมาที่นี่ทันที แต่ก็ยังช้าไปเป็นวัน

“พั้นช์ไม่เหลือใครแล้ว พ่อกับแม่ทิ้งพั้นช์ไปแล้วค่ะ”

“พั้นช์ยังเหลือป้า ป้าจะไม่มีวันทิ้งพั้นช์ไปไหน ไปอยู่

กับป้านะลูก ต่อจากนี้ป้าจะดูแลพั้นช์แทนแม่เอง ไปเป็นลูกสาวของป้าอีกคน แม่ก็จะได้หมดห่วงด้วย โอเคไหม”

“ได้หรอคะ แล้วครอบครัวของป้าพิมพ์จะไม่ว่าอะไร

หรอคะ”

“ได้ลูก ไม่มีใครว่าอะไรหรอก ป้าอยู่คนเดียว ส่วนใหญ่ลุงเขาก็อยู่อเมริกา ส่วนพี่ๆ ตอนนี้ก็เรียนกันอยู่ที่อเมริกากันหมด ยังไม่มีใครกลับมาเลย ต่อให้กลับมาก็ไม่มีปัญหาเพราะบ้านเราใหญ่โตขนาดนั้น มีพั้นช์มาอยู่เป็นเพื่อนป้าก็ดีจะตาย ทุกวันนี้

ก็เหงาจะแย่ เดี๋ยวป้าจะให้คนไปจัดการเรื่องของใช้และเสื้อผ้า

ให้ไปขนเข้าบ้านป้าเลย ส่วนเรื่องอื่นๆ เดี๋ยวเราค่อยทยอยๆจัดการนะลูก”

“ขอบคุณมากค่ะ ป้าพิมพ์”

พาขวัญ หรือ พั้นช์ สาวน้อยผิวขาวจัด วัยสิบแปดปี

ยืนกอดภาพหน้าศพมองควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องควันไฟด้วยใบหน้าแสนเศร้า ปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้มนวล

ไม่ขาดสาย พ่อกับแม่จากเธอไปในวันที่เธอได้รับข่าวดีเรื่องผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ยังไม่ทันที่พ่อกับแม่จะได้รับรู้และร่วมแสดงความยินดีกับข่าวดีนี้ของเธอเลย ท่านก็มาด่วนจากไปเสียก่อนแล้ว

“พ่อกับแม่ได้ต้องเป็นห่วงพั้นช์นะคะ พั้นช์จะไปอยู่กับป้าพิมพ์ พั้นช์จะตั้งใจเรียน ไม่ทำให้ป้าพิมพ์หนักใจค่ะ ขอให้พ่อกับแม่ไปอยู่บนสวรรค์ให้สบายใจ แล้ววันนึง เราค่อยกลับมาเจอกันใหม่นะคะ”

เธอยืนกอดรูปถ่ายพร้อมกับร้องไห้อีกครั้ง

“กลับบ้านเรากันนะลูก ที่เหลือทางนี้เดี๋ยวคนของป้าจัดการต่อเอง”

“ค่ะ ป้าพิมพ์”

คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอเองก็ได้มานอนที่นี่หนึ่งคืนแล้ว แต่เพราะความเศร้าเสียใจ ทำให้เธอไม่ทันจะสังเกตว่าที่นี่มัน

โอ่อ่าและหรูหราขนาดไหน แม้กระทั่งห้องนอนของเธอที่ใช้ซุก

หัวนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เธอเองก็ยังไม่ทันจะได้สังเกตเลยด้วยซ้ำ

พิมพ์มาดาพาเธอนำรูปถ่ายของพ่อกับแม่เธอไปไว้ที่ห้องพระในส่วนที่จัดไว้เฉพาะสำหรับตั้งวางรูปและโกศอัฐิของบรรพบุรุษ

“พร เธอกับคุณพร้อมไม่ต้องเป็นห่วงพั้นช์นะ ฉันจะดูแลให้เอง จะส่งเสียให้เรียนสูงสุดตามแต่เขาจะต้องการ จะดูแลเหมือนพั้นช์เป็นลูกคนหนึ่งของฉัน เธอก็รู้นะ ว่าฉันก็รักพั้นช์

ไม่ต่างจากลูกแท้ๆ เพราะฉะนั้น เธอสองคนสบายใจได้และหลับให้สบาย”

“พั้นช์จะเป็นเด็กดีของป้าพิมพ์ค่ะ อะไรที่พั้นช์จะตอบแทนบุญคุณนี้ของป้าพิมพ์ได้ พั้นช์ยินดีทำทุกอย่างค่ะ”

“ขอบใจมากลูก แค่พั้นช์อยู่ต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและ

มีความสุข ป้าก็พอใจแล้ว”

“พั้นช์จะเข้มแข็งค่ะ”

“ดีมาก ไปอาบน้ำก่อนเถอะลูก เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมง

เราลงไปเจอกันที่โต๊ะอาหารนะ”

พาขวัญเข้ามาในห้องนอนที่ตัวเองต้องอาศัยอยู่นับจากนี้ เธอมองไปรอบๆห้องที่กว้างขวาง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงสีขาวล้วนสไตล์เจ้าหญิง ผ้าปูที่นอนและผ้าม่านเป็นโทน

สีชมพูหวาน ห้องแต่งตัวของเธอที่แยกโซนออกมาประกอบด้วยตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อินยาวเต็มผนัง ลำพังตัวเธอเองก็เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ สะดวกสบายมาตั้งแต่เกิด อยู่บ้านหลังโตโอ่อ่า แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับบ้านหลังนี้

พ่อแม่ของเธอไม่ได้จากไปเปล่าๆ พวกเขาทิ้งสมบัติไว้ให้เธอพอสมควร ทั้งบ้านหลังที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิด ที่ดินในกรุงเทพ บ้านและที่ดินสวนที่จังหวัดนนทบุรี เงินสดในบัญชีธนาคารหลักสิบล้าน และกองทุนประกันชีวิตก้อนโตที่พวกเขาทิ้งไว้ให้ ต่อให้ไม่มีพิมพ์มาดา เธอก็ใช้เงินทองเหล่านี้เลี้ยงดูตัวเองต่อไปได้จนเรียนจบ

แต่ที่เธอเลือกมาอาศัยอยู่กับพิมพ์มาดา เพื่อนรักที่สุดของแม่ เพราะเธอยังไม่บรรลุนิติภาวะจำเป็นต้องมีผู้ปกครองดูแล และเรื่องของสภาพจิตใจที่เธอต้องสูญเสียคนที่รักที่สุดไปพร้อมกันถึงสองคน ไหนจะเรื่องความปลอดภัยของเด็กผู้หญิงที่ต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียวอีก การมาอยู่กับผู้ใหญ่ที่เธอรักและไว้ใจจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

บนโต๊ะอาหารของบ้านหลังใหญ่วันนี้ มีอาหารมากกว่าปกติ เพราะเจ้าของบ้านไม่ต้องทานข้าวเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว ที่จริงสมาชิกของบ้านหลังนี้มีด้วยกันถึงห้าคน แต่เพราะลูกชายและลูกสาวทั้งสามต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกา แถมสามีของเธอยังมีธุรกิจโรงแรมและกาสิโนอยู่ที่นั่น ถึงเทียวไปเทียวมาระหว่างประเทศไทยและอเมริกามาตลอดยี่สิบกว่าปีมานี้

“พั้นช์อยากไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกาไหม พี่ๆ เรียนอยู่ที่โน่นกันหมด แถมลุงพอลยังเทียวไปเทียวมาบ่อยๆ ถ้าพั้นช์ไปเรียนที่โน่นก็มีคนดูแล ป้าก็สบายใจแต่ถ้าไปประเทศอื่นป้าไม่อยากให้ไปเลย”

“พั้นช์เรียนที่ไทยดีกว่าค่ะ”

“เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องเป็นห่วง ป้าจัดการเอง”

พาขวัญพนมมือไหว้ป้าพิมพ์ของเธออย่างนอบน้อม

ในความโชคร้ายที่กลายเป็นเด็กกำพร้าก็ยังมีความโชคดี ที่มีคนที่ยังรักเธอขนาดนี้อยู่บนโลก

“ขอบคุณมากค่ะป้าพิมพ์ แต่พั้นช์ว่าพั้นช์เรียนที่ไทย

ก็พอแล้วค่ะ ตอนนี้พั้นช์สอบได้คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์

ได้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ แถมยังไม่ต้องไปไกลบ้านด้วย อีกอย่างให้พั้นช์อยู่เป็นเพื่อนป้าพิมพ์ดีกว่าค่ะ อยู่บ้านคนเดียวเหงาแย่เลย ไว้ถ้าพี่ๆเรียนจบกลับมา หรือพั้นช์เรียนจบตรีแล้ว จะไปต่อโทที่นั่นค่อยว่ากันอีกรอบนะคะ”

“เอางั้นก็ได้ลูก ตั้งใจเรียนนะ เรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างป้าจัดการเอง”

เธอพนมมือไหว้แม่คนที่สองของเธออีกครั้งในความกรุณา

“ขอบคุณมากค่ะ แต่แม่กับพ่อทิ้งเงินไว้ให้พั้นช์เยอะเลย ใช้เงินนี้เรียนก็ได้ค่ะ แค่มาอยู่กับป้าพิมพ์ก็สิ้นเปลืองแย่แล้ว”

“เงินของพั้นช์ ป้าจะให้พั้นช์เก็บเอาไว้เป็นทุนชีวิต

ไว้สร้างอนาคตตัวเอง ตอนนี้พั้นช์เป็นลูกสาวคนเล็กของป้าแล้วนะ เรื่องเรียน และการดูแลพั้นช์ให้เป็นหน้าที่ป้านะ อย่าเกรงใจและอย่าขัดใจคนแก่ รู้ไหม”

“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะป้าพิมพ์ พั้นช์จะตั้งใจเรียน

จะไม่ทำตัวให้ป้าพิมพ์ผิดหวังในตัวพั้นช์เลยค่ะ”

“จ้ะ ทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยววันนี้พักผ่อนกันเร็วหน่อย นอนหลับให้เต็มที่ พั้นช์หน้าตาอิดโรยมาก พรุ่งนี้ป้าจะพาชมรอบๆ บ้านเอง”

ตอน 2

เช้านี้พิมพ์มาดาทำหน้าที่เจ้าบ้านพาพาขวัญเดินชมรอบบริเวณบ้านและทำความรู้จักกับพื้นที่ใช้สอยในบ้านและห้องต่างๆ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ห้องรับแขกที่แสนโอ่อ่าเป็นห้องสุดท้าย

เด็กสาวยืนนิ่งตกตะลึงตาค้าง ไม่ใช่เพราะความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ในห้องรับแขกและของตกแต่งราคาแพงในห้องนี้หรอกนะที่ทำให้เธออยู่ในอาการนั้น แต่เป็นเพราะภาพถ่ายครอบครัวใบใหญ่ที่ติดไว้ที่ฝาผนังของห้องต่างหากที่ทำให้เธอ

ตกอยู่ในอาการนี้

เธอมองผู้ชายที่อยู่ในรูปที่ยืนเคียงข้างกับพอลสามีของพิมพ์มาดาที่เธอเคยเห็นหน้าบ่อยๆ แต่ชายหนุ่มลูกครึ่งคนนั้น

เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณขาวสะอาด ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่ง โดยเฉพาะดวงตาคมกริบ

มีเสน่ห์คู่นั้นยิ่งดึงดูดเธอให้ตกอยู่ในภวังค์ จนเสียงของผู้หญิงที่เธอเคารพรักดังขึ้น เธอถึงได้สติกลับคืน

“นี่ไง ลูกๆของป้า ป้าก็ได้แต่เคยเล่าให้พี่ๆเขาฟังว่ามีเพื่อนสนิทและมีลูกสาวน่ารัก เด็กๆไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ที่ยืนข้างป้านี่พี่แพท ลูกชายคนที่สอง กับพี่พลอยลูกสาวคนเล็ก ส่วนที่ยืนข้างลุงพอลคือพี่พีท ลูกชายคนโตของป้า ตอนนี้พี่ๆเขากำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่อเมริกา พี่พลอยอยู่ปีสอง พี่แพทเรียนโท

ปีหนึ่ง ส่วนพี่พีทเพิ่งจบโทหมาดๆเลย เห็นว่าจะอยู่พาแฟนเที่ยวก่อนค่อยกลับไทยนะ อีกไม่นานคงได้เจอกัน”

“ค่ะ”

เธอตอบรับคำพูดของผู้มีพระคุณ ในใจวูบโหวงอย่างประหลาดเพียงเพราะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีแฟนแล้ว แต่มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเธอเลยนี่ คนหล่อและดูเพอร์เฟคขนาดนี้

แถมอายุยังพร้อมแล้วที่จะทำงานมีครอบครัวก็ไม่เห็นจะแปลกที่เขาจะมีคนรัก ในเมื่อเขาเป็นลูกป้าพิมพ์ ก็ต้องมีศักดิ์เป็นพี่ชายของเธอด้วยนับจากนี้

“ไปดูที่สวนกุหลาบกับแปลงผักสวนครัวของป้าดีกว่า พั้นช์ต้องชอบแน่ๆ ปกติป้าก็ไม่ค่อยมีเวลาดูแลหรอก ให้เด็กๆ

ในบ้านนี่แหละเป็นธุระให้ ถ้าพั้นช์อยากปลูกอะไรก็จัดการได้

เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าบ้านนี้คือบ้านของพั้นช์เหมือนกัน”

ด้วยรู้ดีว่าสาวน้อยตรงหน้าชอบปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจเหมือนตัวเอง จึงรีบเปิดโอกาสให้สาวน้อยได้หางานอดิเรกทำแก้เหงาทันที

“ค่ะป้าพิมพ์”

“พรุ่งนี้ป้าก็ต้องไปทำงานแล้ว จะเกเรอีกวันก็คงไม่ได้ เพราะมีประชุมผู้ถือหุ้น เอาไว้วันหลังป้าพาไปซื้อต้นไม้มาปลูกกันนะ ป้าไม่ได้มีเพื่อนไปเดินดูต้นไม้มานานแล้ว ตั้งแต่พี่พีทไปเรียนโทนั่นแหละ”

เพราะพิมพ์มาดามีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริษัทของบริษัทอังสหาริมทรัพย์ชื่อดัง ที่เป็นเจ้าของทั้งบ้านจัดสรร รวมไปถึงคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก ตอนนี้ก็รอเพียงลูกชายคนโตกลับมารับช่วงบริหารต่อจากเธอ เพื่อที่เธอจะได้มีเวลาว่างปลูกต้นไม้และเดินทางท่องเที่ยวใช้ชีวิต

วัยเกษียณกับสามีเสียที

“ได้ค่ะป้าพิมพ์”

แล้วครึ่งวันเช้า สาวๆก็ขลุกตัวอยู่ในสวนกุหลาบ โรงเรือนกล้วยไม้ และแปลงผักสวนครัวจนใกล้จะถึงเวลาอาหารกลางวันจึงได้แยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วลงมาเจอกันที่ห้องอาหารเหมือนเดิม

ช่วงบ่ายของวัน สองสาวใช้เวลาในการเสิร์ชหาข้อมูลการปลูกต้นไฮเดรนเยีย เพราะลงมติกันแล้วว่าจะทำแปลงปลูกรอบรั้วบริเวณด้านหน้าบ้าน แล้วในสวนหน้าบ้านอีกหลายจุด

“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”

เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้น เรียกให้สองสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาหาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือมองไปยังต้นเสียงทันที

“พีท กลับมาแล้วหรอลูก”

พิรัชย์ คลาร์ก หรือ พีท หนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเจ้าปั้น คิ้วหนาเข้ม ดวงตาคมกริบ

สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ จมูกโด่งตามเชื้อสายของบิดา ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสดสุขภาพดี รูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัด ผมรองทรงไถข้างสั้นปล่อยด้านหน้ายาวปกหน้าผากเซททรงยุ่งนิดๆ ยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาอ่อนกว่าวัย

เขาตรงเข้าสวมกอดมารดาที่ลุกขึ้นยืนแล้วอ้าแขนรอ

ลูกชายคนโตของบ้าน

“ไหนว่าจะอยู่พาแฟนเที่ยวต่อไงลูก ทำไมรีบกลับมา”

“ค่อยกลับมาเที่ยวที่ไทยก็ได้ครับ ไปเรียนที่นั่นหลายปีแล้ว เที่ยวกันจนเบื่อแล้วครับ”

ทั้งสองผละออกจากกัน มารดาของเขาจึงมองไปที่ด้านหลังของลูกชาย ที่มีสาวสวยแต่งกายเปรี้ยวจัดโชว์สัดส่วน ยกมือไหว้เธอ

“คุณแม่ สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีจ้ะ ชัญญ่า”

เธอรับไหว้ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักของลูกชาย แม้ว่าในใจจะไม่ค่อยชอบใจว่าที่สะใภ้คนนี้สักเท่าไหร่ แต่เธอกับสามีถือคติที่ว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน ไม่ว่าอย่างไร คู่ครองของลูกทั้งสามก็จะให้อิสระกับพวกเขาทุกคนในการเลือกกันเอาเอง แม้ว่าคนคนนั้น จะไม่ค่อยถูกตาต้องใจแม่สามีอย่างเธอเลยก็ตาม

ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่สาวน้อยร่างผอมบาง

ผิวขาวจัดที่นั่งอยู่ด้านหลังมารดา

“นี่หรือครับ เด็กที่แม่บอกว่าเป็นลูกเพื่อนรักที่เสียไป”

“ใช่จ้ะ นี่ลูกชายคนโตของป้า พี่พีทไงลูก ส่วนนั่นก็แฟนของพี่พี่ทเขา ชื่อชัญญ่า ส่วนนี่น้องพั้นช์ ต่อไปนี้น้องจะมาอยู่

กับเรา ในฐานะลูกสาวอีกคนของแม่”

“สวัสดีค่ะ”

พาขวัญยืนขึ้นแล้วพนมมือไหว้หนุ่มสาวคู่นั้นด้วยความนอบน้อม

“สวัสดีจ้ะ น้องพั้นช์”

ชัญญาภัคเอ่ยทักทายคนที่เป็นลูกสาวอีกคนของว่าที่แม่สามีเสียงหวาน แม้จะรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับสาวน้อยผิวขาวผ่อง หน้าตาสวยหวานน่ารักราวตุ๊กตาคนนี้ก็ตาม

ดวงตาคมกริบจ้องมองสาวน้อยตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สาวน้อยรูปร่างผอมเพรียว เอวบางร่างเล็กในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีหวาน ผมยาวสีน้ำตาลเข้มมีผมหน้าม้าน่ารัก ใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเข้มถูกกันตกแต่งรับกับรูปหน้า ดวงตากลมโตหวานสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งปลายเชิดรั้น รับกับริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่มสีแดงสด ใบหน้าสวยหวานน่ารักจนชวนใจแกว่งแม้ไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเลยก็ตาม

แต่เมื่อดวงตาคมกริบประสานกับดวงตากลมโตของเธอ สาวน้อยก็หลบตาเขาวูบ ไม่ยอมมองหน้าเขาอีก ทำเหมือนกับว่าเกรงกลัวเขาเสียเต็มประดา คิ้วเข้มจึงขมวดเป็นปม รู้สึกไม่ค่อยพอใจเธอนิดหน่อย

“มากันเหนื่อยๆ ไปพักก่อนไหม ค่อยลงมากินข้าวเย็นกันก็ได้ แล้วชัญญ่าจะค้างที่นี่หรือกลับบ้านตัวเองจ๊ะ”

“ขอรบกวนพักผ่อนที่นี่และทานข้าวเย็นก่อนนะคะ ชัญญ่าเหนื่อยๆค่ะ เดี๋ยวค่ำๆค่อยกลับบ้านค่ะ ชัญญ่าบอกพ่อกับแม่ไว้แล้วว่าจะถึงบ้านค่ำๆ”

เพราะปกติหนุ่มสาวคู่นี้ก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นประจำที่คอนโดของลูกชายเธอที่อเมริกา เธอจึงไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้อยู่ร่วมบ้าน

“งั้นผมพาชัญญ่าขึ้นไปพักก่อนนะครับแม่ เดี๋ยวมื้อเย็นเจอกันครับ”

“จ้ะ”

ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองสาวน้อยคนนั้นอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็หลบตาเขาวูบเหมือนเดิม ยิ่งทำให้เขารู้สึกขัดหู

ขัดตาและไม่พอใจมากยิ่งขึ้น คนหล่อๆอย่างเขามีแต่คน

อยากมองและอยากสบตาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา

มีแต่ยัยเด็กผอมกะหร่องนี่คนเดียว ที่ทำเหมือนเขาเป็นยักษ์

เป็นมาร

ตอน 3

“อืมมม พีทคะ”

ชัญญาภัคที่กำลังพยายามจับท่อนร้อนของเขายัดใส่ร่องรักของเธอเป็นครั้งที่สอง หลังจากเขาจัดให้เธอเพื่อเป็นการสั่งลาไปแล้วหนึ่งรอบ เพราะหลังจากนี้คงไม่ค่อยได้มีโอกาสมานอนด้วยกันบ่อยๆหรือใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันอีกต่อไปแล้ว

เพราะต่างคนต่างต้องอยู่บ้านของตัวเอง เขาไม่สามารถปลีกตัวออกไปอยู่คอนโดกับเธอแล้วทิ้งให้แม่อยู่กับเด็กสาวสองคนได้ ส่วนเธอก็ไม่อยากที่จะมาอยู่ร่วมบ้านกับเขาทุกวันอยู่ดี เพราะรู้ว่ามารดาของเขาไม่ค่อยจะปลื้มเธอนัก

“พอแล้วชัญญ่า ผมเหนื่อย”

“อะไรกันคะพีท ปกติคุณไม่เป็นแบบนี้”

ใช่ ปกติเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ และคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักจนร่างกายหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้าม ไม่มีอะไรมาทำให้เขาเหนื่อยง่ายๆ แต่ก็ไม่รู้เป็นอะไร ทุกครั้งที่กระแทกกระทั้น

ในร่องรักของคนรักเมื่อสักครู่ กลับมีภาพใบหน้าของยัยเด็กผอมกะหร่องนั่นเข้ามารบกวน จนเขาหงุดหงิดและหมดอารมณ์

“ผมเดินทางอดหลับอดนอนมานะ เหนื่อย อยากพัก คุณอย่างี่เง่าได้ไหม”

เขาจับตัวของคนรักสาวให้ลงมาจากการนั่งคร่อมทับ

ตัวเขา แล้วหันหลังให้และหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว

ชัญญาภัคมองแผ่นหลังกว้างที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอแปลว่าเขาหลับสนิทแล้วก็ไม่พอใจ นับวันเขายิ่ง

ทำเหมือนเธอเป็นของตาย เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์หนุ่มของเขาเท่านั้น ถ้าเขาไม่ต้องการ อย่าหวังว่าเขาจะสนใจไยดีเธอ

เหมือนอย่างตอนนี้ ที่เขาทิ้งเธอแล้วหลับไปต่อหน้าต่อตา

เธอจึงเปิดประตูระเบียงออกไปยืนสูดอากาศหวังระบายความหงุดหงิด แต่เหมือนยิ่งรู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ เมื่อเปิดประตูระเบียงออกไปแล้วเห็นแม่ลูกนอกไส้ กำลังยืนสั่งงานคนสวนหลายคนที่ช่วยกันขุดดินรอบรั้วบ้านด้านใน

รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ที่เขาต้องอยู่ร่วมบ้านกับน้องสาวนอกไส้ที่สวยและน่ารักขนาดนี้ และอีกไม่นานก็คงเติบโตเป็นสาวสะพรั่งสมวัย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแม่ของเขาตั้งใจเอาผู้หญิงคนนั้นมาเป็นลูกสาวจริงๆ หรือเอามาเป็นลูกสะใภ้เพื่อเขี่ยเธอไปให้พ้นจากลูกชายคนโตของบ้านก็ไม่รู้

“หึ อย่าคิดว่าคนอย่างชัญญ่าจะยอมยกผัวของตัวเองให้ใครง่ายๆนะ ตราบใดที่ฉันยังไม่เจอใครที่เพอร์เฟคกว่าพีท

ฉันไม่มีวันยอมปล่อยเขาไปแน่”

แม้ว่าหนทางเดียวที่จะจับลูกชายบ้านนี้ให้อยู่หมัดก็คือการปล่อยให้ตัวเองตั้งท้อง แต่เขาก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เธอได้ทำอย่างนั้นได้เลย เมื่อตลอดเวลาที่คบกันมาสองปีกว่า เขาจะป้องกันตัวเองอย่างดีในทุกครั้งที่มีอะไรกัน แม้เขาจะเมาแค่ไหน

ก็ตาม เห็นทีว่าเธอคงต้องพยายามทำอะไรสักอย่างแล้ว

บนโต๊ะอาหารของบ้านตระกูลคลาร์ก ที่วันนี้คึกคักกว่าทุกทีเพราะลูกชายคนโตของบ้านกลับมาแล้ว แถมยังมีว่าที่ลูกสะใภ้ร่วมโต๊ะเพิ่มมาอีกหนึ่งคน

“พีททานปลาทอดนี่สิคะ อร่อยมากเลยค่ะ”

ชัญญาภัคตักอาหารให้เขาอย่างเอาใจเหมือนทุกทีและก็ได้รับการดูแลกลับจากคนรักเหมือนทุกทีเช่นกัน

“ขอบคุณครับ ชัญญ่าก็ทานทอดมันกุ้งนี่สิครับ

ของโปรดคุณนี่”

“ขอบคุณค่ะ”

“แม่ครับ ทานผัดผักนี่หน่อยนะ อร่อยมากๆเลย เปลี่ยนแม่ครัวหรอครับ อาหารบ้านเราถึงรสชาติดีขึ้นจากเดิมมาก”

เขาตักผัดผักรวมมิตรรสเลิศให้กับมารดา พร้อมเอ่ยชมรสชาติอาหารไม่ขาดปาก

“ขอบใจจ้ะ แม่ครัวหลักก็คนเดิมแหละลูก แต่แม่ครัวเสริมนี่สิ เปลี่ยนคนใหม่ ผัดผักจานนั้นก็ฝีมือเขาล่ะ”

“หรอครับ รับมาจากไหนครับเนี่ย ฝีมือดีมาก อาหาร

ถูกปากอย่างนี้ผมคงอ้วนตาย”

“นั่งอยู่ข้างๆ แม่นี่ไง”

เขาเงยหน้าขึ้นมองสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างมารดา ซึ่งเธอก็หลบตาเขาวูบอีกแล้ว คิ้วเข้มจึงขมวดเป็นปมอีกครั้ง รู้สึกไม่

สบอารมณ์เล็กน้อยที่ยัยเด็กนี่เอาแต่หลบหน้าหลบตาเขา

“อ่อ ฝีมือพั้นช์เองหรอ อร่อยมากนะ”

แต่ก็ต้องเอ่ยชมออกไป แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์ในตัวแม่ครัวคนใหม่คนนี้อย่างไรก็ตาม

“เอ่อ ขอบคุณมากค่ะ”

เธอก้มหน้าก้มตาตอบเขากลับไป ไม่กล้ามองสบตากับดวงตาคมกริบมีเสน่ห์นั่นอีก เพราะแค่ครั้งแรกเมื่อตอนบ่ายที่สบกับดวงตาคู่นี้เข้าอย่างจัง ก็ทำเอาเธอใจสั่น ใบหน้าร้อนผ่าว

จนทำตัวไม่ถูกแล้ว

ลูกชายคนโตของป้าพิมพ์ของเธอ ที่เธอเคยได้มองสบตากับเขาในรูปถ่าย ก็ว่าหล่อเหลาจนใจสาวสั่นสะท้านแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับตัวจริง ที่ต้องบอกว่าโคตรหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดจนไม่อาจหาญจะสบตากับเขาได้เลยจริงๆ

ชัญญาภัคลอบมองปฏิกิริยาของคนรักหนุ่มที่มีต่อสาวน้อยหน้าหวาน ก็เห็นว่าปกติดี ไม่ได้มีวี่แววว่าจะสนใจสาวน้อยคนนั้นเป็นพิเศษ และสาวน้อยนั่นก็ก้มหน้าก้มตา ไม่ได้มีท่าทีชม้อยชม้ายชายตาให้ท่าผู้ชายของเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้น บางที ต่อให้เด็กนี่จะสวยน่ารักขนาดไหน แต่ก็คงไม่ใช่ผู้หญิงในสเปคแบบที่เขาชอบอยู่ดี แต่ก็ต้องรู้เขารู้เราเอาไว้ก่อน

“เก่งจังเลยนะคะ น้องพั้นช์อายุเท่าไหร่แล้วคะ ท่าทางยังดูเด็กๆอยู่เลย”

“พั้นช์อายุสิบแปดค่ะ”

แค่อายุก็ไม่ผ่านแล้ว เพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เด็กกว่ามากๆ เพราะเหตุผลคือเด็กสาวๆมักงี่เง่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจึงคบแต่คนรุ่นราวคราวเดียวกันมาตลอด

“สิบแปดเองหรอ แล้วตอนนี้เรียนอยู่ ม.6 หรือจ๊ะ”

“กำลังจะขึ้นปีหนึ่งค่ะ”

“ตอนแรกแม่ว่าจะส่งพั้นช์ไปเรียนที่อเมริกา ให้ตาแพทกับยัยพลอยช่วยกันดูแล แต่พั้นช์น่ะสิไม่ยอมไป บอกว่าอยากอยู่กับแม่มากกว่า แต่น้องก็สอบได้คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์นะ มหาวิทยาลัยนี้คะแนนสูงเสียด้วย”

คุณพิมพ์มาดาอวยลูกสาวคนใหม่ด้วยความภูมิใจ

ด้วยสนิทสนมกันมาชั่วอายุของสาวน้อยคนนี้ จึงรู้ดีว่าเด็กในปกครองของเธอทั้งเรียนดีและมีความประพฤติดีขนาดไหน

“เรียนที่นี่ก็ดีแล้วครับ แม่จะได้มีเพื่อนด้วย ขืนส่งไปอยู่กับเจ้าสองแสบนั่นมีหวังลูกสาวแม่ได้เสียคน ยัยพลอยก็เอาแต่ใจตัวเอง ติดเที่ยว ติดเพื่อน ถึงแม้อายุใกล้กันก็เถอะ แต่ต้องได้พากันเที่ยวเล่นไม่สนใจการเรียนแน่ๆ ส่วนเจ้าแพทก็เจ้าชู้ควงสาว

ไม่ซ้ำหน้า เผลอๆ มันจะมาเล่นลูกสาวนอกไส้ของแม่เสียเอง”

“เหอะ ลองมาเล่นลูกสาวของแม่สิ แม่จะจับแต่งงาน

ให้ ลูกสาวแม่ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่ใครจะมาเล่นๆ ด้วยได้นะ

จะเอาเลือดหัวออกให้แถมด้วย”

“หึหึ โหดจังเลยนะครับ อย่างนี้เจ้าแพทมันคงไม่กล้าเข้าใกล้แน่ๆ”

เขาปรายตามองใบหน้าหวานๆนั่นชั่วครู่ อมยิ้มมุมปากด้วยความสมใจ แต่จะสมใจเรื่องอะไรก็ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

“น้องพั้นช์น่ารักขนาดนี้ มีแฟนแล้วหรือยังจ๊ะ”

“เอ่อ ยังหรอกค่ะ พั้นช์ยังไม่อยากสนใจเรื่องอื่นค่ะ อยากตั้งใจเรียนก่อน ไม่อยากทำให้ป้าพิมพ์ผิดหวัง”

พิมพ์มาดายิ้มหวานเต็มใบหน้า สมใจที่มีลูกสาวที่น่ารักแบบนี้

“เดี๋ยวพั้นช์เรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็มีได้ลูก โตแล้ว ป้าให้อิสระ แต่ขอให้ดูดีๆ เลือกดีๆ พาเข้ามาให้ผู้ใหญ่รู้จัก ป้าก็โอเคนะ”

“ค่ะ ป้าพิมพ์”

ทันทีที่เธอไม่ปฏิเสธแม่ของเขา คิ้วเข้มจึงขมวดเป็นปม ดวงตาคมกริบก็ตวัดมองใบหน้าหวานด้วยความไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

“อย่าเพิ่งมีแหละดีแล้ว ผู้ชายสมัยนี้มันไว้ใจยาก สนใจแค่เรื่องเรียนก็พอ เธอต้องส่งเกรดให้ฉันดูทุกเทอม ถ้าไม่เป็นที่น่าพอใจคงต้องควบคุมความประพฤติ”

นี่เป็นประโยคยาวๆ ประโยคแรกที่เขาอ้าปากคุยกับเธอ แต่แววตาดุดันคู่นั้นมันคืออะไร ทำเหมือนไม่พอใจเธอตลอดเวลาเสียอย่างนั้น จนเธอเองที่เพิ่งรู้จักเขายิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่กล้ามองสบตาเขาอีกแล้ว

“โหดจังเลยนะคะพีท น้องพั้นช์กลัวจนหงอหมดแล้ว”

“กลัวก็ดี จะทำอะไรจะได้เกรงใจกันบ้าง ไม่สร้างปัญหาให้แม่ปวดหัว”

“ฝันไปเถอะว่ายัยพั้นช์จะทำให้แม่ปวดหัว แกยังไม่รู้จักน้องดี แม่รู้จักน้องมาตั้งแต่น้องเกิด แม่รู้ดีว่าน้องเป็นยังไง

ไม่เหมือนพวกแกหรอก หัวนอก ใช้ชีวิตเสรีจนแม่ปวดหัว”

“อ้าว ทำไมวกกลับมาที่ผมได้ล่ะครับเนี่ย แตะต้องไม่ได้เลยนะ ลูกสาวคนใหม่เนี่ย”

“ใช่ ห้ามแตะลูกแม่”

หึ คอยดูแล้วกัน ว่าเขาจะแตะต้องยัยเด็กนี่ได้ไหม

ถ้าทำตัวเหลวไหลเมื่อไหร่ เขานี่แหละ จะเล่นให้น่วมเลย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED