ตอน 1

ร่างระหงของหญิงสาววัยยี่สิบสองวิ่งเข้าไปในบ้านหลังเล็กโกโรโกโสอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นชายฉกรรจ์ในชุดสีดำ สวมแว่นกันแดดสีดำกว่าสิบคนยืนอยู่เต็มบริเวณบ้านอันคับแคบอย่างไม่เกรงกลัวอันตรายเพราะห่วงคนที่อยู่ในบ้านมากกว่าชีวิตของตนเอง

“พวกคุณเป็นใครแล้วมาทำอะไรในบ้านของฉัน..”

จุมพิตา ถามเสียงสั่นหน้าขาวซีดเมื่อเห็นท่าทางคุกคามจากอีกฝ่าย แม้ว่าคนเหล่านั้นจะยืนนิ่งเหมือนรอใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่า

“ฉันมาตามของของฉันคืน...”

เสียงห้าวทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏอยู่ที่ประตูบ้าน ร่างใหญ่โตของเขาทำให้ประตูบ้านของเธอดูเล็กคับแคบไปทันที หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตระหนกเมื่อเจอหน้าคนพูด เขานั่นเอง.. ผู้ชายหน้าตาหล่อลากดินแต่แสนจะเย็นชาคนนั้นที่เธอเจอเขาที่ตลาดขายเครื่องประดับเมื่อวันก่อน แล้วเขามาบ้านของเธอทำไม

“คุ คุณ เอ่อ...” จุมพิตาพูดไม่ออกมือสั่นใจสั่นจริงๆ แล้วเธอสั่นไปทั้งตัวต่างหาก

“ของที่พวกเธอเอามาอยู่ไหน”

“ของ ของอะไรฉันไม่รู้เรื่อง”

“ฉันให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้ายแม่สาวน้อย สร้อยเส้นนั้นอยู่ไหน”

เสียงเข้มเย็นชาแววตาวาวโรจน์จนจุมพิตาอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นเสียให้ได้ แต่เธอก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ ได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยคำไหนมาตอบโต้เขา

“ก็ได้หากเธอไม่ยอมคืน หรือไม่ยอมบอกว่ามันอยู่ที่ไหน ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน..”

เขาจ้องมาด้วยแววตากราดเกรี้ยวจนจุมพิตาขาสั่นแทบจะยืนไม่ไหว แล้วจุมพิตาก็แทบสิ้นสติกับคำสั่งของเขาที่ทำให้เธอแทบใจสลาย

“เอาตัวไอ้แก่นั่นมาฉันจะกระทืบมันให้จมดินต่อหน้ายายตัวจิ๋วนี่”

“ไม่นะ อย่ายุ่งกับพ่อของฉัน”

คราวนี้จุมพิตาวิ่งฉิวเข้าไปขวางร่างสูงใหญ่นั้นไว้ ใบหน้าขาวซีดจนไร้สีเลือดทั้งที่เนื้อตัวก็เย็นเฉียบด้วยความหวาดกลัว แต่จุมพิตาจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายพ่อของตนแน่

“ไม่อย่าทำร้ายพ่อของฉัน เขาเดินไม่ได้คุณจะทำร้ายคนแก่ไม่มีทางสู้เหรอ”

เป็นคำพูดที่ยาวที่สุดที่เธอพูดได้ในตอนนี้และหวังว่ามันจะปลุกสำนึกดีๆ ของชายหนุ่มตรงหน้าที่มองมาด้วยแววตากร้าวน่ากลัว

“ฉันไม่สนใจหรอก คนอย่าง พยัคฆ์ คิงส์ ไม่เคยเสียเหลี่ยมใคร และเธอกับพวกของเธอกล้ามากที่มาลองดีกับฉัน..”

ชายหนุ่มตะคอกกลับมา จุมพิตาก็หน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเมื่อคนของเขาที่ร่างกายใหญ่โตไม่แพ้ผู้เป็นนายหิ้วปีก นายจักร ผู้เป็นพ่อของเธอออกมาขาทั้งสองข้างของท่านลากอยู่กับพื้น ใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะอัมพฤกษ์นั้นแม้ไม่ได้บิดเบ้ไปกว่าเดิมแต่แววตาของท่านกำลังบอกว่าเจ็บปวด...

“พ่อ.. อย่าทำอะไรพ่อฉันนะ ปล่อยสิ พวกสารเลวรังแกคนไม่มีทางสู้ หน้ารังแกผู้หญิงรังแกคนแก่ ปล่อยพ่อฉันนะ กรี๊ดดด..”

หญิงสาววิ่งไปหาบิดาปากก็ร้องด่าทอเท่าที่จะสรรหาคำมาพูดได้ทั้งทุบทั้งเตะชายสองคนที่ลากถูบิดาของตนอย่างบ้าคลั่ง แต่ดูเหมือนเธอกำลังทุบตีหินผาอย่างไรอย่างนั้น แต่แล้วเธอก็ต้องกรีดร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อร่างเล็กๆ ของตนลอยหวือขึ้นจากพื้นด้วยแรงจากวงแขนของคนตัวโตที่เธอคิดว่าเขาเหมือนยักษ์เฝ้าประตูวัด

“พวกนายเอาตาแก่นี่ไปจัดการส่วนยายตัวจิ๋วเสียงเหมือนนกหวีดนี่ฉันจัดการเอง”

สิ้นคำสั่งกร้าวร่างของบิดาก็ถูกลากเข้าไปยังห้องโถงเล็กๆ ที่เป็นทั้งห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นของบ้าน จุมพิตากรีดร้องตามไป ทั้งดิ้นทั้งเตะทั้งทุบคนตัวโตกว่าที่ใช้วงแขนรัดเอวบางของตนจนขาเรียวลอยพ้นพื้นกว่าหนึ่งฟุตแผ่นหลังบางแนบชิดไปกับแผงอกกว้างที่ตึงแน่นแข็งกระด้างราวกำแพงหินจนเธอรู้สึกได้ แต่ตอนนี้หญิงสาวไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้นนอกจากบิดาของตน...

“ปล่อยฉันนะไอ้คนสารเลว ไอ้หน้ารังแกผู้หญิงปล่อยนะ ปล้อยย กรี๊ดดด..”

เสียงร้องโวยวายจนแสบแก้วหูอย่างที่เขาเปรียบเทียบว่าเหมือนเสียงนกหวีดดังก้องไปทั้งบ้าน แต่เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ส่งเสียงนานเมื่อมือใหญ่เอื้อมมาปิดปากของเธอไว้

“เงียบ.. หากยังส่งเสียงโวยวาย พ่อเธอตายคามือคาเท้าของลูกน้องฉันแน่ ส่วนเธอ.. หึหึ ฉันจะให้ลูกน้องฉันจัดการเธอทีละคนๆ คงเข้าใจนะว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะถูกจัดการยังไง”

เขากระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเยียบเย็น จุมพิตาตัวแข็งรู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วงและหยุดดิ้นหยุดส่งเสียงทันที

“เจ้านายครับ ผมว่าไอ้แก่นี่มันไม่รู้เรื่องหรอก เราจัดการให้มันจบๆ ไปดีมั้ยครับ ผมว่าไร้ประโยชน์ที่เราจะเสียเวลากับคนพวกนี้”

หนึ่งในชายสองคนที่หิ้วปีกบิดาของเธอไปพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจุมพิตาตาโตด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่นายจักรหน้าซีดน้ำตาไหลพรากยิ่งทำให้หญิงสาวคับแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น

“เอาล่ะฉันจะให้โอกาสเธออีกรอบ ของของฉันอยู่ที่ไหน แล้วไอ้เด็กนั่น เด็กในแก๊งตุ้มตุ๋นของเธออยู่ที่ไหน บอกมา..”

น้ำเสียงคุกคามทั้งวงแขนก็รัดแน่นเข้าจนร่างเล็กแทบจะจมหายเข้าไปในร่างใหญ่โตของเขา จุมพิตาได้แต่ส่ายหน้าหวือน้ำตาเริ่มคลอหน่วยด้วยความหวาดกลัว

“ในเมื่อฉันให้โอกาสแล้วเธอไม่รับฉันก็จะทำตามวิธีของฉันก็แล้วกัน พวกนายดูทางนี้ไว้ให้ดีๆ ถ้ามีใครเจ๋อเข้ามายิงทิ้งได้เลย..”

พูดจบชายหนุ่มก็ตวัดร่างบางพาดบ่าแล้วเดินไปยังห้องเล็กๆ ที่ใกล้ที่สุด และมันก็เป็นห้องนอนของเธอเอง จุมพิตาจะกรีดร้องก็ร้องไม่ออกได้แต่น้ำตารินด้วยความกลัวกับชะตากรรมที่ตนกำลังจะได้รับไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ..

ตอน 2

พยัคฆ์มองใบหน้านวลใสที่เริ่มมีสีสันของคนตัวเล็กที่หลับสนิทมาหลายชั่วโมงอย่างพิจารณา ใบหน้าเรียวได้รูปไม่ว่าจะเป็นปากคอคิ้วคางช่างดูเหมาะเจาะรับกันได้ดีแม้ไม่ได้ดูสวยผุดผาดบาดตาแต่เขากลับถอนสายตาจากใบหน้าของเธอได้ยากลำบากเหลือเกิน โดยเฉพาะดวงตากลมโตยามที่จ้องมองเขาอย่างตื่นตระหนก กับริมฝีปากระเรื่อที่เขาได้เชยชิมมันก่อนที่เจ้าตัวจะหมดสติไปด้วยความหวาดกลัว และตรงนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโจรโรคจิตหรือไม่ก็โจรหื่นกามที่คอยย่ำยีหญิงสาว ทั้งที่ความจริงแล้วตลอดชีวิตที่ผ่านมากว่าสามสิบสองปีของเขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงจนต้องไปฉุดคร่าขืนใจ มีหญิงสาวสวยมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนับไม่ถ้วน ทั้งสวยเริดระดับนางงาม นางแบบกระทั่งดาราแนวหน้าของเมืองไทย ไม่มีใครสักคนที่ทำท่าหวาดกลัวเขาและเป็นลมหมดสติเพียงแค่เขาจูบเจ้าหล่อน

แต่ยายจิ๋วเสียงนกหวีดคนนี้กลับทำให้เขาอ่อนปวกเปียกสำนึกดีชั่วตีกันวุ่นวาย สุดท้ายเขาก็หอบหิ้วเธอมาที่รีสอร์ตหรูของตนด้วย แล้วยังพ่วงพ่อของเจ้าหล่อนมาอีกคนหลังจากที่แข็งใจแสร้งแสดงละครเพื่อให้เธอบอกความจริงด้วยการทำเหมือนจะขืนใจ แต่แม่คุณก็ทั้งดิ้นทั้งทุบตีเขาไม่ยอมง่ายๆ จนเขาต้องแกล้งแสดงอาการหื่นกระหายรุนแรง แต่พอเขาจูบเธอเท่านั้นแม่คนที่กรีดร้องจนแสบแก้วหูก็หมดสติไปทันที ครั้นจะแสดงละครต่อก็ทำไม่ได้แม้จะติดใจในรสชาติจูบแบบไม่ตั้งใจนั้นก็ตาม แต่เขาก็แกล้งทิ้งร่องรอยบนผิวเนื้อขาวละมุนเป็นจุดๆ เพื่อหลอกให้เธอตายใจว่าตกเป็นของเขาแล้ว

“ว่าไงชาติชาย..” ชายหนุ่มลุกขึ้นรีบกดรับโทรศัพท์กลัวว่าเสียงเรียกเข้าจะรบกวนนิทรารมย์ของคนตัวเล็กแล้วเดินออกไปที่ระเบียงและปิดกระจกลง

“ยายป้าข้างบ้านสองคนนั้นแสบมากครับ เอาเรื่องที่เจ้านายมาที่นี่ไปพูดทั้งตลาด”

“พูดว่าไง”

“เขาไปพูดว่า เอ่อ ว่า...” ทางปลายสายอึกอักทำให้พยัคฆ์เริ่มหงุดหงิด

“ว่าอะไรวะ มันเป็นยังไงถึงพูดยากนัก”

“ก็แกไปพูดว่าคุณจ๋อมเป็นพวกหัวขโมยเป็นสิบแปดมงกุฎไปขโมยของสำคัญพ่อค้ายามา แล้วพ่อค้ายามาจับตัวไปเป็นโสเภณี แล้วเด็กๆ ในก๊วนของเธอเป็นเด็กส่งยาบ้า เป็นอาชญากร เขาว่าเจ้านายคือหัวหน้าแก๊งค้ายาครับ”

“อ้อ.. ยายป้าทึนทึกสองคนนั่นใช่มั้ย ส่งข้อมูลของสองป้ามหาภัยนั้นมาให้ฉัน”

พยัคฆ์สั่งเสียงเรียบแล้ววางสาย ดวงตาสีเทาเข้มเกือบดำดูขุ่นมัวด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงสองสาวทึนทึกข้างบ้าน ชายหนุ่มอ่านข้อมูลของสองพี่น้องที่ชาติชายส่งมาให้ทางโทรศัพท์เครื่องหรูที่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยความไม่พอใจ ดีที่สมัยนี้มีเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ไม่ยากและเขาก็สามารถรู้เรื่องราวและประวัติคร่าวๆ ของจุมพิตาได้จากสิ่งเหล่านี้เช่นกัน

วัชรากับอาภรณ์ สองพี่น้องสาวโสดวัยดึกเพื่อนบ้านของจุมพิตา วันๆ ไม่ทำอะไร คอยหาเรื่องนินทาชาวบ้านร้านตลาดไปทั่ว อาชีพหลักของสองพี่น้องคือการเล่นหวยและเล่นการพนันเล็กๆ น้อยๆ ตามงานศพบ้าง ตามบ่อนที่เปิดแบบลับๆ ในหมู่บ้านบ้างและที่สำคัญคอยแอบรับซื้อของโจรไปปล่อยต่อ แต่ภาพลักษณ์ภายนอกของสองพี่น้องนี่คือ หญิงวัยกลางคนที่ดูจิตใจดีแต่งตัวเรียบร้อยน่าเชื่อถือ

วัชราลักษณะท่าทางเหมือนจะเป็นทอมบอยพูดจาดูมีหลักการแต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่รู้ไม่จริงแต่มาใส่ไข่ใส่สีให้คนอื่นเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง แล้วก็มักจะโบ้ยว่าคนอื่นพูดไม่เคยยอมรับว่าตนเป็นคนพูดหรือทำผิดและมักวิธีการพูดที่ทำให้ตัวเองดูดีต่อสายตาคนอื่นๆ อยู่เสมอ

ส่วนอาภรณ์น้องสาวชอบแต่งตัวสวยงามดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วแต่ชอบเขียนคิ้วๆ เชิดๆ เหมือนงิ้วรองพื้นหนาๆ พูดจาดูมีหลักการมีความรู้ด้วยว่าเรียนจบระดับปริญญาตรีและเคยรับราชการมาก่อนแต่ต้องออกจากราชการเพราะทุจริต

เขาจำได้ดีว่าก่อนที่เขาจะพาจุมพิตาออกมา สองพี่น้องขาเม้าท์ออกมายืนเกาะรั้วแล้วพากันซุบซิบๆ เหมือนจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรสักอย่าง ตอนนั้นเขาไม่คิดจะใส่ใจแต่ตอนนี้เขาไม่ใส่ใจไม่ได้แล้วเมื่อพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมีชื่อของเขาเข้าไปพัวพัน

“บัดซบจริงๆ ยายป้ามหาภัยนั่นแสบมาก”

ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ แล้วรีบหันหลังกลับเดินเข้าห้องอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในห้อง

“กรี๊ดดด.. ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว..”

หญิงสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อร่างที่กำลังจะไปถึงประตูถูกตวัดกลับเข้ามาปะทะกับอกกว้างของเขา พยัคฆ์พลิกร่างเล็กให้หันมาเผชิญหน้าซึ่งเจ้าหล่อนก็ทั้งร้องโวยวายและทุบตีเขาพัลวันจนเขาต้องรวบร่างบางไว้กับตัวแล้วรวบแขนทั้งสองข้างไว้ด้านหลังจนอกอวบนุ่มหยุ่นแนบไปกับอกแกร่งจนเขาเริ่มเกลียดการเข้าใกล้เธอเข้าให้แล้วเพราะมันทำให้เขาไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก ไอ้สิ่งที่เคยสงบๆ ควบคุมได้ดีก็เริ่มจะควบคุมยากขึ้น กลิ่นกายสาวหอมละมุนก็รบกวนจิตใจให้ไขว้เขวจนน่าโมโห

“หยุด อย่าดิ้น”

“ฉันไม่หยุด ไอ้คนสารเลว ใจร้ายหน้ารังแกผู้หญิงไอ้คนทุเรศ..”

พยัคฆ์มองหน้าคนที่ต่อว่าเขานิ่ง ใบหน้าซีดเซียวบัดนี้แดงก่ำดวงตากลมโตที่เขานึกชมว่ามันงามระยับราวดวงตากวางน้อยเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวแต่ก็ดูน่ารักดี

“ฟื้นมาก็ดีแล้วเราจะได้มาสานต่อสิ่งที่ค้างไว้อีกที เธอจะได้รับรู้ว่าตอนที่เธอหมดสติไปนั้นฉันทำอะไรกับเธอบ้าง”

“แก.. ไอ้คนสารเลว” หญิงสาวเค้นเสียงนัยน์ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้พยัคฆ์ยิ้มเย็นอย่างพอใจ

“ด่าได้ดีมาก มีอะไรจะด่าอีกมั้ย..”

นึกสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับเธอยิ่งนักแล้วกระชับวงแขนมากขึ้นและก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าแดงก่ำเรื่อยๆ ในขณะที่เธอเอนกายหนีเขาจนสุดตัวและสุดท้ายปลายจมูกเล็กก็อยู่ห่างปลายจมูกโด่งของเขาเพียงเส้นด้ายกั้น

“มีเยอะแยะ แค่ยังคิดไม่ออก..”

หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีทำให้แก้มเนียนอยู่ใต้จมูกคมซึ่งเขาไม่ละเลยที่จะสูดกลิ่นแก้มสาวเข้าไปจนเต็มปอดอย่างอดใจไม่ไหว

“หึหึ.. ถ้าคิดไม่ออก เดี๋ยวจะแสดงให้ดูเผื่อคิดออกว่าคนสารเลวรังแกผู้หญิงของจริงเขาทำกันยังไง”

“อุ๊ย..” เสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกออกจากปากบางเท่านั้นหญิงสาวก็ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เขาเมื่อริมฝีปากหยักสีเข้มทาบลงมาอย่างถนัดถนี่และฉวยโอกาสที่เธอเผยปากสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวรัดลิ้นเล็กที่ล่าถอยอย่างขลาดกลัวดูดดื่มเรียกร้องและหลอกล่อจนคนที่อ่อนเดียงสากว่าคล้อยตามด้วยความมึนงง

ตอน 3

มือหนาที่รวบข้อมือเล็กไว้ค่อยๆ คลายออกมาลูบไล้ที่เอวกิ่วที่เขานึกค่อนขอดอยู่ในใจว่าแค่มือข้างเดียวของเขาก็รวบมันได้หมดและถ้าออกแรงเยอะไปก็เกรงว่าเอวเธอจะหักเสียบัดนั้นแต่ความเนียนนุ่มของผิวเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาที่เธอสวมอยู่ทั้งลิ้นเล็กที่จูบตอบเขาอย่างหลงลืมตัวก็ทำให้เขาหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปในทันที กระดุมเสื้อดูเหมือนจะเกะกะขวางหูขวางตาจนในที่สุดเขาก็กระชากมันรวดเดียวจนกระดุมขาดออกจากรังกระเด็นกระดอนไม่รู้ทิศ

“โอ.. พระเจ้า.. ยายตัวจิ๋วเธอสวยเหลือเกิน”

พยัคฆ์ครางพร่าเมื่อทรวงอกอวบอิ่มที่ประดับด้วยเม็ดทับทิมสีชมพูสดไหวสะท้านจากแรงหอบหายใจของเธอ ดวงตาหลับพริ้มริมฝีปากบวมเจ่อเผยอครางแผ่วๆ ด้วยความซ่านรัญจวนยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษเพศให้กระเจิดกระเจิงยิ่งต่ำลงไปกว่านั้นสติของเขาก็แทบขาดผึง..

ชายหนุ่มช้อนร่างบอบบางไปที่เตียงกว้างอย่างไม่อาจจะทนกับความเย้ายวนของเธอได้ ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะรู้สึกเร่าร้อนรุนแรงได้ขนาดนี้ รุนแรงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้เพียงแค่ได้จูบเท่านั้น นี่เจ้าหล่อนมีอะไรดีกว่าหญิงสาวที่เขาเคยผ่านมานะ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกต้องการเธอรุนแรงมากขนาดนี้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ผู้ชายที่ฉลาดหลักแหลมเหี้ยมเกรียมกับคู่แข่งมาตลอดไม่ว่าจะทางธุรกิจหรือเรื่องใดๆ ไม่เคยแพ้ให้คู่แข่ง และไม่เคยร้อนรนจนแทบขาดสติเมื่อต้องเผชิญกับอันตรายหรือแรงกดดันใดๆ แต่ตอนนี้เขากำลังจะควบคุมสติของตัวเองไม่ได้ลนลานอยากจะโจนจ้วงเข้าสู่ร่างอ่อนนุ่มที่กำลังลูบไล้และดูดดื่มยอดทรวงสีหวานอยู่ในขณะนี้

รสชาติปทุมถันอวบอัดเกินตัวบวกกับกลิ่นกายและผิวเนื้อเนียนละมุนยิ่งทำให้พยัคฆ์แทบกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างแกร่งแล้วโจนจ้วงเข้าหาร่างเล็กนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่สิ่งที่เขาทำในก็คือฟอนเฟ้นอกอวบและดูดดื่มกลืนกินเต้าทรวงทั้งคู่อย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่เจ้าของเรือนร่างงามครางพลิ้วกายบางส่ายสะท้านราวใบไม้ต้องลม

ในขณะที่พยัคฆ์กำลังลุ่มหลงกับเรือนกายขาวสะอาดเนียนนุ่มของจุมพิตา หญิงสาวเองก็ไม่ได้ต่างกันนัก เธอมึนงงสมองขาวโพลนหมุนติ้วๆ จนเหมือนว่าร่างกายถูกโยนไปบนฟ้าแล้วถูกเหวี่ยงไปมาด้วยมือยักษ์ใหญ่ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ทั้งความเสียวซ่านที่หมุนวนอยู่ในช่องท้อง ความร้อนซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยพบเจอวิ่งพล่านมารวมกันอยู่ตรงกลางร่างจนรู้สึกเปียกชื้นนั้นช่างน่าประหลาดใจ...

หญิงสาวครางสะอื้นเมื่อริมฝีปากร้อนไต่แต้มลงมาตามชายโครงและทำท่าว่าจะต่ำลงไปกว่านั้น มือสากร้อนไม่ต่างกันเคล้นคลึงอยู่กับเรียวขาด้านในโฉบเฉี่ยวอยู่ใกล้กับเนินเนื้ออิสรีจนน่าหวาดเสียว จุมพิตาได้แต่ครางแผ่วไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านความเสียวกระสันที่โจมตี

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นแทรกเสียงครางกระเส่าของหนุ่มสาวใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนตำมาถึงหน้าท้องเนียนชะงักงัน ดวงตาคมขุ่นมัวด้วยเพลิงเสน่หาหลับลงแล้วลืมขึ้นใหม่ พยัคฆ์กัดกรามกรอดแค้นเคืองคนที่บังอาจมาขัดจังหวะอันร้อนแรง..

“บัดซับเอ๊ย..” ชายหนุ่มเสยผมรวกๆ แล้วสะบัดศีรษะแรงๆ เหมือนกำลังเรียกสติที่เตลิดไปไกลของตนกลับคืนมา ในขณะที่จุมพิตาลนลานหยิบหมอนใบใหญ่มากอดไว้ใช้มันปิดป้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของตนจากดวงตาคมเข้มขุ่นมัวของเขา

พยัคฆ์ปรายตามองเธอเล็กน้อยแล้วขยับปกเสื้อให้เรียบร้อยก่อนเดินไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงของคนที่อยู่ข้างนอกรายงานตัวก่อนที่เขาจะเปิดออกไปแต่เพียงแง้มๆ ไว้ให้เห็นเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น

“มีอะไรวิลล์” เสียงเจ้านายเข้มจัดจนผู้เป็นมือขวารีบก้มหน้าหลบสายตาร้อนแรงด้วยโทสะของเจ้านายหนุ่ม

“เขาไม่ยอมกินอาหารครับ บอกว่าขอพบลูกสาว”

“ไหนว่าเขาพูดไม่ได้ไง”

“เขาพูดได้เป็นประโยคสั้นๆ ครับ เขาพูดแต่ชื่อเธอไม่ยอมกินอะไรไม่ยอมพูดอะไรนอกจากเรียกชื่อลูกสาว”

วิลล์ หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีเช่นเดียวกันกับเจ้านายหนุ่มรายงานเสียงเรียบพยายามไม่มองเลยไหล่เจ้านายไปเพราะรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเจ้านายกำลัง ยุ่ง

“เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจัดการเอง ไปได้แล้ว..”

พยัคฆ์ปิดประตูไม่เบานักแล้วหันกลับมามองคนที่อยู่บนเตียงซึ่งบัดนี้ใช้ผ้าห่มแพรผืนงามคลุมกายมิดชิด สีแดงเลือดหมูของผ้าแพรตัดกับผิวขาวกระจ่างดูผุดผาดแสงแดดยามสายที่ลอดผ่านกระจกบานใสเข้ามาในห้องทำให้ดูราวกับว่าผิวของเธอมันเรืองแสงได้กระนั้น เรือนผมยาวดกดำยุ่งเหยิงริมปากอิ่มแดงช้ำจากฤทธิ์จุมพิตร้อนแรงเมื่อครู่ทำให้เธองดงามราวภาพวาด จนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาอีกครั้ง จนต้องสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันตัวเองจากเสน่ห์อันเย้ายวนของเจ้าหล่อนเสีย...

“รีบใส่เสื้อผ้าซะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ”

“แต่ฉัน..”

“ใส่เท่าที่มีไปก่อน หรือจะแก้ผ้าก็ได้นะ จะว่าไปเธอก็รูปร่างน่ากินดี หน้าอกใหญ่ล้นมือ ตรงนั้นก็..”

“อ๊าย คนบ้า หน้าไม่อาย หยุดพูดนะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED