เสียงเอะอะ กับคนจำนวนมากดึงดูดสายตาพบูเข้าพอดี เธอเปลี่ยนเส้นทางเดิน มุ่งหน้าไปตรงจุดนั้น พร้อมกับความตั้งมั่น เธอต้องการเข้าร่วมเกมนั่น และหากเธอทำสำเร็จเธอจะได้ทั้งรางวัลและอิ่มท้อง
“ต้องจ่ายสตางค์ก่อนร่วมเกมหรือเปล่าคะ?” พบูแหวกคนเข้าไปสะกิดถาม
ชายผู้นั้นเหลือบมองสาวสวยหน้าตาดีแต่รูปร่างบอบบบางผู้นั้น พร้อมกับรีบตอบ “สำหรับคุณผู้หญิง แค่สนใจร่วมเกมนี้ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ”
“แน่ใจนะคะว่าฉันไม่ต้องจ่ายสตางค์ก่อน?” พบูถามย้ำเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
“ครับ ต่อให้คุณแพ้ ผมยินดีจะจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวยักษ์ชามนี้แทนคุณก็ยังได้” พบูไม่ได้ตอบโต้ เธอเดินไปตามทางที่ชายผู้นั้นผายมือให้ เสียงท้องของเธอร้องโครกครากแข่งกับเสียงเชิญชวนของชายผู้นั้น บนสแตนมีผู้ร่วมเล่นเกมยืนรออยู่สองคน ทั้งสองคนเป็นผู้ชายร่างใหญ่ ค่อนไปทางท้วม พบูลดสายตามองมาที่ช่วงเอวของเขาแล้วก็แอบยิ้ม
เธอยืนสงบอยู่ข้างๆ ชายทั้งสองคนที่หันมาสนใจเธอพร้อมกัน สายตาของพวกเขาวนเวียนอยู่ที่เธอบ่อยจนรู้สึกได้ พบูพยายามไม่สนใจ เธอรู้ดีว่าเพราะอะไรผู้ชายเกือบทุกคนในที่นี้สนใจเธอ
แม่ชีพูดให้เธอฟังก่อนนอนทุกครั้ง ‘ความสวยของผู้หญิงเหมือนดาบสองคม’ ใช้ในทางที่ถูกก็โชคดี หากใช้ผิดวิธีจะนำความโชคร้ายมาหาตนเอง
ใช่...โครงหน้าเธอไม่ว่าจะตา ปาก จมูก พอมารวมอยู่บนโครงหน้าของพบูคือความงดงามแบบหาที่ติไม่ได้ แต่พบูไม่อยากใช้ความสวยเป็นใบเบิกทาง เธอตั้งใจไว้เธอจะประสบความสำเร็จด้วยความสามารถ จนบ้างครั้งเธอก็รำคาญสายตาของผู้คนรอบตัว
คนเหล่านั้นมองพบูแค่เปลือกนอก
มีอีกสามคนเสนอตัวเข้ามาร่วมเล่นเกมหลังพบูเดินขึ้นไปบนสแตน เธอหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ มองก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ที่มีคนยกมาเสิร์ฟด้วยแววตาเต้นระริก มันอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เธอไม่ได้กินเต็มอิ่มสักมื้อ เธออดอาหารบ่อยๆ แต่ไม่เคยชินกับความหิวสักที
“เริ่มได้หรือยังคะ?” พบูถามพร้อมกับปั้นยิ้มหวาน
“รอสัญญาณนะครับ ไม่ไหวก็ให้ยกมือ” มีคนลุมล้อมเข้ามาดูมากขึ้น คงเพราะพบูเป็นเป้าสายตา ผู้หญิงตัวเล็กหนึ่งเดียวท่ามกลางผู้ชายร่างใหญ่ห้าคน การแข่งขันที่โอกาสชนะเป็นศูนย์ แต่รอยยิ้มและท่าทางอยากเอาชนะของพบู คนที่รายล้อมอยู่ด้านล่างสแตนเลยเทกำลังใจให้
ปรี๊ดดดดดดดดดดดดด...
เสียงสัญญาณดังขึ้น พบูใช้ตะเกียบคีบเส้นยัดใส่ปาก เธอดูดเส้นนุ่มๆ เข้าปากท่าทางไม่น่าเกลียดสักนิด พบูกินได้เรื่อยๆ เธอทำเวลาได้ดี บวกกับความหิวที่มีเป็นทุนเดิม หลังโซยเส้นบะหมี่เข้าไปจนหมดชาม พบูก็เริ่มคีบเนื้อเปื่อยที่ละลายในปากทันทีใส่ปาก การกินของพบูเป็นธรรมชาติ เธอไม่ต้องเร่งสปีดตัวเองเลยสักนิด คงเพราะเธอชินกับการกินที่ต้องแข่งกับเวลามาตั้งแต่เกิด เลยทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ร้านแห่งนี้กำหนด ไม่ไกลเกินกำลังที่เธอจะทำได้
พบูยกชามขึ้นซดน้ำที่เหลือ กวาดกระทั้งเศษผักที่ติดข้างชามก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์จนหมด จากนั้นก็ยกมือและลุกขึ้นยืนสวยๆ
เธอยิ้มหวาน มองเวลาที่ผนังด้านหลัง เธอใช้เวลาเกินกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย
‘8นาที’
มีเสียงครางดังเป็นทอดๆ แม้แต่คู่แข่งที่ยังก้มหน้าก้มตากินยังไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงตัวเล็กเพียงหนึ่งเดียวเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย
“โอ ไม่คิดว่าก่อนเลยนะครับ ตัวเล็กๆ แบบนี้เอาก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ไปซ่อนไว้ตรงไหนนะ” มีเสียงแซวดังอยู่รอบตัว พบูยิ้มเขินๆ เธอยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ
“ขอแสดงความยินดีกับสาวน้อยท่านนี้ด้วยนะครับ รางวัลใหญ่ของเราแตกตั้งแต่วันแรกแบบนี้ ก็แย่สิครับ” เสียงพิธีกรบ่น พร้อมกับหัวเราะ
พบูเอียงตัวกระซิบถาม “รางวัลใหญ่คืออะไรคะ คูปองกินฟรีทั้งปีหรือเปล่า?” หากเป็นเช่นนั้น กว่าจะหางานใหม่ได้ พบูคงไม่ต้องกังวลเรื่องท้องหิวอีกเลย ต่อให้กินก๋วยเตี๋ยวทั้งปีพบูก็ไม่บ่น เพราะเป็นของฟรี
“ไม่ใช่ครับ พอดีเถ้าแก่ของเรามีหุ้นส่วนเล็กน้อยกับบริษัททัวร์” พิธีกรยิ้มกริ่ม แล้วก็เฉลยต่อ “ถ้าใครอยากโชคดีเหมือนคุณผู้หญิงท่านนี้ พรุ่งนี้มาร่วมเล่นเกมกับเราอีกนะครับ รับประกันคุ้มค่า ผมอยากรู้แล้วสิ จะมีผู้เข้าแข่งขันคนไหนเอาชนะสถิติของคุณผู้หญิงท่านนี้ได้”
“คุณๆ ตกลงรางวัลคืออะไรเหรอคะ?” พบูกระตุกชายเสื้อแล้วก็ปั้นหน้าใสซื่อถามต่อ
“รางวัลสมนาคุณอีกอย่างที่ร้านก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์มอบให้คือ...บัตรท่องเที่ยวเรือสำราญเจ็ดวันเจ็ดคืนครับ”
มีเสียงเฮดังอยู่รอบตัว แต่พบูไม่ดีใจด้วย เธออยากได้เงินสักก้อน หรือไม่ก็คูปองอาหารที่ช่วยให้ตนเองประหยัดเพิ่มขึ้น
“เอาวะ ไปหาขายคนอื่นก็ได้ เพื่อมีคนอยากได้”
พบูกำตั๋วบริษัททัวร์ที่พิธีกรมอบให้เดินลงจากสแตน แต่แล้วสายตาของเธอก็สะดุดกับชายแปลกหน้าท่าทางไม่เป็นมิตร คนกลุ่มนั้นมองมาที่เธอเป็นตาเดียว พบูลองขยับเดิน คนเหล่านั้นก็เดินตาม เธอเม้มปากรีบหาทางเอาตัวรอด
คนเหล่านั้นไม่ได้มาหาเธอฉันมิตรแน่ๆ คำเตือนของผู้จัดการร้านรองเท้าดังก้องในรูหู ‘คุณนายตันหยงไม่ใช่แค่รวยธรรมดานะ นางมีอิทธิพลด้วย’ พบูกวาดตามองไปรอบๆ เธออกแรงวิ่งสุดตัวตอนที่คนเหล่านั้นเผลอ เธอแอบตรงซอกเล็กๆ ที่ไม่มีคนสนใจ เป็นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของแม่บ้านที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ พบูขดตัวอยู่ตรงนั้นหลายนาที
“หายหัวไปไหนแล้ววะ มึงเห็นไหมไอ้เข้ม หาตัวให้เจอด้วยละ ไม่งั้นคุณนายเอาพวกมึงตายแน่” เสียงแหบห้าวดังอยู่ใกล้ตัว พบูบีบตัวเองให้เล็กลงอีก เธอเดาถูกเสียด้วย ยายคุณนายนั่นไม่คิดจะจบแค่การบีบให้พบูตกงาน หล่อนตั้งใจลงโทษเธอด้วย
พบูนั่งนิ่งๆ จนแน่ใจว่าปลอดภัยจึงออกมาจากที่ซ่อน ทุกย่างก้าวมีแต่ความระแวง อะไรที่ผิดสังเกตจะทำให้พบูผวา
ในที่สุดเธอก็สามารถเล็ดลอดสายตาคนกลุ่มนั้นออกมาได้ พบูลงจากรถประจำทางวิ่งฉิ่วเข้าไปในซอยแคบๆ ลัดเลาะตามเส้นทางเลียบริมคลอง จนกระทั่งถึงที่พักตนเอง
เธอเป่าปากดังพรวด รีบไขกุญแจประตูมือไม้สั่น
พบูได้แต่ภาวนา เธอหวังว่าเพลิงโทสะของคุณนายตันหยงจะมอดดับลงเร็ววัน
แต่ทว่า...มันกลับไม่เป็นอย่างที่พบูคิดไว้ คุณนายตันหยงอาฆาตแรงกว่าที่เธอคิด คงเป็นเพราะพบูยังคงเหลือบุญเก่าไว้ให้พึ่งพา หลังอาบน้ำล้างคราบเหงื่อจนหมด พบูเลยตัดสินใจปิดไฟทั้งบ้าน เธอนั่งอยู่ท่ามกลางความมืดเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
“มึงแน่ใจนะว่านังนั่นพักอยู่ที่นี่” เสียงแหบๆ ดังอยู่ริมกำแพง
“แน่ใจสิพี่” พบูจรดปลายเท้าเดินไปซุกตัวอยู่ใต้หน้าต่างแล้วแอบฟังเสียงที่ดังอยู่ด้านนอก
“ไฟไม่เปิด หรือมันยังไม่กลับมาวะ!!” มีเสียงย่ำเท้าดังสวบสาบ คนแปลกหน้าที่อยู่ด้านนอกมีมากกว่าสามชีวิต พบูเม้มปากแน่นแทบลืมหายใจ
“พรุ่งนี้มาดูใหม่ ยังไงก็ต้องจับตัวนังนั่นไปให้ได้” เสียงคนที่เป็นหัวโจกสั่งใครอีกคนที่พยายามจะพังประตูเข้ามา พบูเกร็งตัวจนขาเกือบเป็นตะคริว เธอพยายามเคลื่อนไหวให้เบาที่สุด หากคนเหล่านั้นเข้ามาด้านในได้ เธอคงตกอยู่ในอันตราย
ในที่สุดเสียงทุกอย่างก็เงียบลง คนเหล่านั้นคงถอนตัวไปแล้ว พบูคลานสี่ขาเข้าไปในห้อง เธอปิดประตูลงกลอนด้วยมือที่สั่นหนักกว่าเก่า เธอนั่งนิ่งใช้ความคิดอย่างหนัก คนพวกนั่นรู้ที่พักของเธอแล้ว จากนี้ไปเธอคงไม่มีวันอยู่อย่างสงบแน่นอน
พบูคิดอะไรบางอย่างออก ‘ตั๋วฟรี’ นั่นไงที่น่าจะช่วยเธอได้
เธอควานหาตั๋วที่ได้มาฟรีๆ นั่นขึ้นมาดูวันที่ เหมือนโชคเข้าข้าง ชะตากำหนด เรือลำที่เธอได้ตั๋วมาจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้นั่นเอง พบูไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก เธอควานหาเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าและเผ่นออกจากห้องพักตั้งแต่เวลานั้นเลย
ตอนที่ 2.ล่องเรือหนีตาย
พบูเดินทางมาถึงท่าเรือก่อนเวลาเรือออกหลายชั่วโมง เธอมองหาที่นั่ง นั่งกอดกระเป๋าเหมือนเด็กหลงทาง พบูไม่กล้าเดินเพ่นพ่าน เธอพยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด และพยายามไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตา เธอใช้ฮู๊ดคลุมหน้าไว้ ปกปิดร่องรอยของตัวเองด้วยแว่นกันแดดราคาถูกอีกครึ่งหน้า
เสียงท้องพบูร้องดังโครกคราก เธอหลับตาพึมพำปลอบใจตัวเอง
“อดทนไว้ไอ้บู บนเรือนั่นมีอาหารอร่อยๆ รออยู่ หากทนถึงตอนนั้นได้ จะกินให้พุงแตกเลยก็ได้”
พอใกล้เวลาที่เรือจะออก ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วไว้ก็ทยอยเดินทางมาถึง พอเรือเทียบท่า สะพานเรือทอดลงมาที่ฝั่ง ผู้โดยสารที่ตั้งตารอก็เดินไปอออยู่ใกล้ๆ รวมทั้งพบูด้วย