หญิงสาวเงียบไปพักหนึ่ง หมุนเก้าอี้มีพนักพิงในมาดนางพญา ด้วยสีหน้าเข้มเครียดขึ้น พอหันไปทางหน้าต่างบานสูงใหญ่ มือเรียวถือแท็บเล็ตปรากฏรายละเอียดของตารางงานประชุม
“พรุ่งนี้คุณไปพบแพทย์ให้ฉัน บอกให้หมอจัดยาเดิม พยาบาลที่บ้านฉันขอเปลี่ยนคนใหม่ ฉันไม่ชอบคนที่มีนิสัยสอดรู้สอดเห็น ไม่เป็นกุลสตรี”
“ครับ คุณเฌอเอม”
“ถ้าหากว่าอยู่กันลำพัง ฉันอนุญาตให้คุณเรียกเฌอเอมเฉย ๆ ได้นะ ไม่จำเป็นต้องเรียกเต็มยศ หวังว่าคุณจะทำงานกับฉันได้นาน ๆ อย่างไม่มีปัญหา”
“รับทราบครับ” ในสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ทว่ายังคงสุภาพอ่อนน้อมอย่างคนเป็นลูกจ้าง
อองเดรมีความเข้าใจว่าเธอคงไม่ชอบทำตัวเจ้ายศเจ้าอย่าง อย่างมารดาซึ่งเป็นหม่อมราชวงศ์ ได้รับการพระราชทานบรรดาศักดิ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เนื่องมาจากว่าทำความดีเอาไว้มากจนได้รับการยกย่อง อีกทั้งนามสกุล ‘ไอยเรศ’ ยังเป็นตระกูลเก่าแก่ สมัยก่อนนั้นพวกเขาเป็นถึงเจ้านาย
ตอนนี้ก็ยังเป็นเจ้านายอยู่
เลขาฯ หนุ่มพยักหน้ารับคำสั่งและเอกสารกองเล็ก ๆ เธอยังคงชี้แจงระบบการทำงานให้ชัดเจน
“...ถึงเวลาเลิกงานแล้วคุณกลับบ้านได้เลยนะคะ ฉันไม่ใช้งานเลขาฯ เกินหกโมงเย็น ต่อให้ฉันหอบตายคุณก็ไม่จำเป็นต้องมา นั่นเป็นหน้าที่ของพยาบาล”
“ครับ... ชะ...” ปลายเสียงเงียบไป เลขานุการหนุ่มยืนขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ว่าหากเขาเรียกชื่อเจ้านายเหมือนเป็นเพื่อนเล่น มันจะดีหรือ?
ทำไมเธอทำตัวเป็นกันเอง มากเกินไปไหม!
ขณะตาสบดวงตาเยียบเย็นราวน้ำแข็ง เธอยังเอาแต่จ้อง ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น รอให้เขาเป็นฝ่ายพูดออกมา
“ครับบอส ผมพอเข้าใจระบบการทำงานที่นี่...”
“เฌอเอม บอส... อื้ม เอาที่คุณสะดวกใจเรียกละกัน” พูดจบ ร่างบางในเดรสสีขาวกระโปรงยาวผ่าข้างและเครื่องเพชรของเธอ ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวมองหลัง มือเรียวจับประตูไม้สลัก พูดเสียงดังจากที่เธอยืนตรงนั้น “อาหารเย็นฉันเป็นสลัดร้านเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมนะคะ รบกวนด้วย แล้วอย่าลืมน้ำผลไม้ร้านน้ำปั่นออแกนิคข้างล่าง ชั้นหนึ่ง”
----------------------------------
เรื่องสำคัญที่สุดคือเจ้านายเป็นโรคหอบหืด เลขานุการประจำตัวคุณเฌอเอมจะต้องพกขวดพ่นยาเล็ก ๆ ติดกระเป๋าไว้ยามฉุกเฉิน ต่อให้เธอรับผิดชอบตัวเองดี เขาได้ยินมาจากเลขาฯ คนก่อนว่าเธอมีกระเป๋ายาพกติดตัวไปไหนมาตลอด ไม่เคยรบกวนใครในเรื่องนี้ เธอตรวจสุขภาพ ออกกำลังกายเบา ๆ ภายใต้ข้อจำกัดของร่างกายตนเอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด
อย่างว่าคนรวยจะทำอะไรก็ได้ เงินของพวกเขาสามารถซื้อทุกสิ่งแม้กระทั่งสุขภาพ และนั่น...
ช่วงเวลาชีวิตของคนรวยไม่เคยเท่ากันกับคนจน กับคนหาเช้ากินค่ำ
อองเดรได้พูดคุยกับเพื่อนฝูงในวงการเดียวกัน หล่อนบอกต่องานมาในกลุ่มแช็ตไลน์ให้เขารับรู้ปัญหา ลักษณะนิสัยคุ้มดีคุ้มร้ายของเจ้านายสาว เหมือนเป็นไบโพลาร์
แต่เลขานุการผู้ถูกเชิญออกฟ้าผ่ายังได้รับเงินชดเชยตามสมควร
ในความคิดของเขาคุณเฌอเอมอาจไม่เลวร้ายอย่างที่ได้ยินมาก็ได้ เขาชอบที่จะพิสูจน์คนด้วยเวลามากกว่าการฟังเพียงฝ่ายเดียว
ชายหนุ่มล้วงหยิบที่พ่นยาขนาดกะทัดรัดขึ้นมาดู คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากัน ในสีหน้าฉงน
‘เจ้านายเป็นโรคหอบ แต่จูบได้ดี... อื้ม มีเรื่องแปลกแล้วหนึ่ง’
เขาคงไม่คิดว่าเธออยากข้ามเส้นเจ้านายลูกน้อง ด้วยความที่ประสบพบเจอผู้หญิงมาพอสมควร สาวคนไหนถูกใจเขาก็เห็นว่าพวกหล่อนชอบ นอกจากการส่งสายตาน่ารักให้แล้วยังคอยเข้ามาเกาะแกะระหว่างวันทำงาน มันเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด
แต่...
นั่นเธอกำลังยิ้มใช่ไหม?
ประจวบเหมาะพอดี ร่างบางในเดรสสีขาวตัวสวย เพิ่งปิดประตูไม้ลงหลังจากที่เก็บของออกจากห้อง เธอหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมใบเล็กสีขาวเข้ากับรองเท้าส้นสูงคัทชู พอเขาหันไปสนใจเธอ พลันเก็บมุมปากให้กลับมามีสีหน้านิ่งเฉย ทว่าแก้มขาวนวลกลายเป็นสีแดงระเรื่อ
“ยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ?”
“กำลังจะกลับแล้วครับ” ในน้ำเสียงราบเรียบตอบ อองเดรยังพยายามเข้าข้างตัวเองว่าเธออาจไปเติมเครื่องสำอางก่อนกลับบ้าน จากนั้นเขาก็ทำหน้าที่โทรเรียกคนขับรถชื่อลุงเปี๊ยกให้ หยิบกระเป๋าหนังขึ้นสะพายพาดบ่า โดยมีเจ้านายสาวโบกมือล่ำลาเสียงหวาน
“ขอบคุณสำหรับสลัดนะคะ อร่อยมาก ขับรถกลับบ้านปลอดภัยค่ะ อองเดร”
----------------------------------
หน้าที่เลขานุการ เป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับหนุ่มวัยสามสิบแปดปีผู้ผ่านการทำงานมาโชกโชน
บริษัทแรกเกี่ยวกับอะไหล่ยนต์ประเภทซูเปอร์คาร์ บริษัทที่สองเป็นบริษัทขายประกันชีวิตรายใหญ่ อองเดรเป็นเลขานุการของผู้บริหารระดับ CEO มาตั้งแต่จบจากมหา’ลัยชื่อดังในฝรั่งเศส ด้านงานบริหารจัดการ ตอนอายุยี่สิบกว่า ๆ จนถึงตอนนี้ นั่นหมายความเขามีประสบการณ์มากกว่าสิบห้าปี
งานเลขานุการ ยุ่งหัวหมุนทั้งวัน ยิ่งเป็นชีวิตในเมืองกรุงซึ่งการจราจรคับคั่ง ไม่มีวันไหนที่รถมันจะไม่ติด เขาจึงต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง แต่งตัวมาดเนี้ยบขับรถมาออฟฟิศเพื่อมาชงกาแฟให้เจ้านาย ส่งรายงานการประชุม ตารางแพลนงานล่วงหน้า บริษัทที่สองนั้นยังต้องทำการตลาดยื่นให้ผู้จัดการฝ่าย ยังต้องคอยจัดหาอาหารให้เวลาที่เจ้านายทำงานยุ่งเสียจนไม่มีเวลาสั่งอะไรมาทานแม้สักนาที ไม่มีแม้เวลาตักอาหารเข้าปาก
เลยต้องมีคนรับใช้ส่วนตัวสักคน...
ชายหนุ่มเคยมีความคิดแบบนั้น เลวร้ายที่สุดเขาดันนึกถึงคำว่า ‘ขี้ข้าคนรวย’ ถึงแม้ว่าเจ้านายเก่าของเขาไม่เคยทำตัวเรื่องมาก ไม่เหยียดคนที่มีฐานะด้อยกว่า ไม่เคยจิกหัวใช้พนักงานคนไหน เงินเดือนก็ดี มีโบนัส OT พิเศษทุกสิ้นเดือน
จะมามีปัญหาตรงบรรดาสาว ๆ คู่ขาของเจ้านายดันชอบมาเกาะแกะเลขาฯ บางคนพูดออกมาตรง ๆ ในตอนเจ้านายของเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำงานว่าอยากจะเป็น FWB กับฝรั่งรูปหล่อ ดูเฉลียวฉลาดอย่างเขา
แน่นอนว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจรรยาบรรณในอาชีพเลขานุการ คนอย่างอองเดรไม่เคยมีความคิดเหล่านั้นในหัว ได้แต่เก็บความอึดอัดใจ จนถึงกับต้องเปลี่ยนงานกะทันหัน ทันทีที่ได้รับสายเข้ากลางดึก
ทว่าโชคดันไม่เข้าข้างเท่าไร เพื่อนตัวดีไม่ได้บอกว่าคุณเฌอเอมเพิ่งเปลี่ยนเลขาฯ มาเจ็ดคนภายในเดือนเดียว! เพื่อเขาจะได้ยอมรับงานต่อจากหล่อน ปล่อยให้เขามารู้ทีหลังจากคนที่นี่ว่ามาเป็นเลขาฯ คนที่แปด สิ้นเดือนพอดี
‘ยัยพอลลี่ แกนะแก อย่าให้เจอตัวเชียว’
ป่านนี้เจ้าตัวคงลอยลำไปแล้ว อองเดรทำได้เพียงคิดแค้นหล่อนลึก ๆ ในใจ
หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำกว้างขวางสะอาดตาของตึกระฟ้า ร่างสูงชะลูดในสูทหล่อเหลากระชับเนคไทให้เข้าที่ ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งว่าตัวเองจะโดนไล่ออกวันไหน เวลาไหน ตัวเขาคงไม่มีหน้าไปซบอกเจ้านายเก่าอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขาจะกลายเป็นเลขาฯ ตกงานอยู่สักพักก่อนซมซานตามหาเจ้านายใหม่ดี ๆ ต่อไป
ชายหนุ่มจัดแจงเสื้อผ้าทรงผม เสร็จธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก้มหน้าเดินจัดการตารางงาน ผ่านแท็บเล็ตจอใหญ่คู่กายซึ่งผ่านการทำงานมาอย่างนมนาน เขาส่งตารางการประชุมให้เจ้านายทางโปรแกรมแช็ตและอีเมล อีกฝ่ายรีบตอบกลับมาเป็นสติ๊กเกอร์น่ารัก
‘บ้าชะมัด...’
มันไม่ประหลาดแค่สติ๊กเกอร์ตุ๊กตาสาวผมยาวหน้าคุณเฌอเอมยิ้ม หัวสมองดันเผลอไปคิดถึงริมฝีปากนุ่มนิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสด ปลายลิ้นเล็กไม่ประสีประสา จุมพิตเพลิดเพลินใจ ดวงตาฉ่ำปรือและสีหน้าตื่นตระหนก เอวคอดบางที่กอดกระชับเต็มแขน
จูบเจ้านายตั้งแต่วันแรก ทำไปได้ยังไงวะ อองเดร!
ธรรมดาเขาคงนึกรำคาญใจไม่น้อย เมื่อใจไม่รักดียังเฝ้าฝันว่าจะได้จูบเธออีกไหม มันเป็นจูบที่ดีที่สุดตั้งแต่มีลมหายใจมา แน่ล่ะว่าคำตอบคือไม่ได้ ไม่ควรวันหวั่นไหวกับเจ้านายในที่ทำงานโดยเด็ดขาด
“...ทางนี้ค่ะคุณน้อง เอสเปรสโซ่ขม ๆ จืดชืดจืดสนิท คุณเฌอเอมเธอไม่กินน้ำตาลนะคะ” ผู้จัดการสาววัยห้าสิบห้าเรียกหาเลขานุการคนใหม่ เพื่อบอกเรื่องรายละเอียดเล็กน้อย เมื่อมองเห็นฝรั่งหนุ่มเดินผ่านห้องครัวของออฟฟิศ
พนักงานบริษัท IMR มีห้องทำงานกว้างขวางครอบคลุมทั้งชั้นแปดสิบห้า ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ต่างคนมักมาชงกาแฟดื่มในช่วงเช้า วันนี้บรรดาสาวน้อยใหญ่คงตั้งใจเข้ามาทักทายฝรั่งรูปงาม พูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง
“คุณอองเดรอย่าให้เธอดื่มกาแฟเยอะไปนะคะ คุณหมอกำชับเรื่องสุขภาพ นุ้ยได้ยินมาว่าอาทิตย์ก่อนเธอหอบเกือบตายแหนะ”
“จริงด้วย แต่พิมพ์ว่าแปลกอยู่นะคะ เธอไม่ได้หอบมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว คนรวยอะ คุณหญิงเธอพาลูกสาวไปรักษาเมืองนอกนู่น คุณเฌอเอมเธอเลยแข็งแรงดี แทบไม่มีอาการอะไรเลย”
“อ้อ ครับ ขอบคุณนะครับสำหรับข้อมูล เรื่องอาการของคุณเฌอเอม คุณนุ้ย คุณพิมพ์นะครับ?”
“ค่ะ ส่วนคนนั้นป้าปิ๊ก” พนักงานสาวชี้ผ่านเข้าไปในห้องทำงานด้านหลัง อีกคนก็รีบเสริม
“มีอะไรถามได้ พวกเรามีข้อมูลเยอะ อยู่มานานแล้ว ยิ่งป้าปิ๊กนะ สามสิบปีค่ะ”
“นานจริงนะครับ นานกว่าผมอีก” ในท่าทีให้ความสนใจกับบทสนทนา อองเดรไม่ใช่คนถือตัวเลย สาว ๆ แต่ละคนจึงบอกเล่าเรื่องราวในที่ทำงานเท่าที่พวกหล่อนสามารถช่วยได้อย่างเต็มใจ โดยเฉพาะเรื่องนินทา
ส่วนคุณป้าปิ๊กผู้จัดการฝ่ายดูแลสินค้าอีกคน ลุกจากที่นั่งของหล่อนมาหลุบตามองซ้ายอย่างระวัง พูดเบา ๆ โดยไม่ได้ยกมือป้องปากกระซิบให้เป็นพิรุธ
“... นังหัวหน้าเลขาฯ มันลาพักร้อน คุณน้องระวังไว้นะ นางชอบทำตัวเป็นเจ้านาย เป็นเจ้าของบริษัท ขนาดพี่ว่าคุณเฌอเอมเธอเฉียบสุด ยังเห็นว่าเธอเกรงใจนางมาก”
“ไม่รู้ใครเป็นเจ้านายลูกน้อง นางนิดหน่อย นางขี้สั่งไม่หน่อยเลยอะ”
“อีนิด อีบ้า ฮ่า ๆ น้องหมายถึงละครเมื่อคืนน่ะค่ะ ที่เขาตบกันมันเนอะ”
สาววัยสามสิบหัวเราะกลบเกลื่อน เหมือนพูดคุยเรื่องทั่วไป สำหรับอองเดรแล้ว ถ้าจะให้พูดถึงฝีมือการแสดงของพวกหล่อนน่ะหรือ ระดับรางวัลออสการ์!
แต่ดูท่าทางแล้วนิดหน่อยไม่มีใครชอบเลยสักคน อองเดรสะบัดข้อมือขึ้นดูนาฬิกาครั้งหนึ่ง เกือบจะถึงเวลาที่เจ้านายมาถึงบริษัท ฉีกยิ้มกว้างหวานจนเห็นเขี้ยวคมตรงมุมปาก เรียกเสียงกรี๊ดเบา ๆ จากพวกหล่อนที่ยังไม่ชินสักที
“งั้นผมไปก่อนนะ ขอบคุณครับ”
----------------------------------
อาหารตารสเลิศของบริษัทตอนนี้ หนีไม่พ้นเลขาฯ ฝรั่งรูปงาม นัยน์ตาสีมรกต ขายาวชะลูด ด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรทำให้กางเกงสแล็คเข้ารูปธรรมดา กลายเป็นกางเกงขาเต่อตามเทรนด์ปี 70 ปลายรองเท้าเป็นเงามันเตะตาสาว ๆ ทั้งอาคารให้หันคอมองขวับ
ตัวเขาแทบจะสูงสุดในตึกเวลานี้ บรรดาหนุ่มสาวเอเชียมาเดินเฉียดใกล้ ราวว่าจมหายไปในกลุ่มผู้คนซึ่งกลายเป็นหมู่คนแคระเลยทีเดียว
อองเดรรู้ตัวเองดี เขาเลยพยายามเดินตามหลังเจ้านายสาว เว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เวลาพูดจากับเจ้านาย เขาจะก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ใช้การหลุบสายตาลงมองคนตัวเตี้ยกว่า เพื่อความสุภาพและมีมารยาท
ในเรื่องของการทำงานก็ไร้ที่ติ เขามาทำงานได้แค่สามวันเลยถูกจับตามองจากเจ้านายใหญ่อย่างคุณหญิงวริศรา ไอยเรศ ไหนจะว่าที่คู่หมั้นของคุณเฌอเอมที่เห็นภาพบาดตาบาดใจ หายหน้าหายตาไปหลายวัน
“ฉันขอกาแฟเพิ่มอีกแก้ว วันนี้คงเลิกดึกนะ” เสียงหวานบอกคนที่เดินตามหลัง เธอไม่ลืมว่าดื่มกาแฟมาสองแก้วแล้ว ขณะปลายส้นสูงของรองเท้าหนังสีขาวก้าวเดินฉับไว หยุดหน้าประตูไม้สักสลักลายงดงาม
“คุณหมอแนะนำว่าไม่ควรดื่มเกินสามแก้วนะครับ อาจารย์หมอขอนัดหมายตรวจสุขภาพด้วย พยาบาลแจ้งว่าคุณมีอาการหอบ ทั้งที่ไม่หอบมานานแล้ว”
“งั้นแก้วสุดท้ายเลย ชงมาครึ่งแก้วก็ได้” ไม่ทันจะได้เปิดประตู เธอพลันขมวดคิ้วมุ่น หันไปบอก “มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละสามแก้วสามารถลดอาการหอบหืด”
“รายงานที่ไหนครับ เชื่อถือได้หรือเปล่า?”
หญิงสาวกลอกตาไปมา ไม่น่าเชื่อว่าคนมีความรู้ มีวุฒิภาวะอย่างเธอจะกล้าตอบ
“อ่านมาในเน็ต”
“อ้อ มีที่มาที่ไปอยู่นะครับ”
“มีสิ แต่ว่าไม่รู้เชื่อถือได้ไหมนะ เอ้อ... ” แล้วเธอก็เงียบไป ไหวไหล่มองไปอีกทางด้วยท่าทางเขินอาย “แบบว่าฉันคงเป็นโรคสำออยน่ะ แต่ตกลงไปหาหมอเย็นนี้”
เลขาฯ หนุ่มคงไม่กล้าหัวเราะเยาะเจ้านายในพื้นที่สาธารณะ ยังเผลอคิดว่าเธอกำลังเล่นมุกตลก ขณะเอื้อมมือไปเปิดประตูให้ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ
“ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเปลี่ยนตารางนัดหมายให้บอสใหม่ หาหมอไม่น่านานเกินสองชั่วโมง แล้วนัดทานข้าวกับคุณ...”
“ไม่ไปค่ะ ฉันไม่อยากไป คุณโทรบอกหญิงแม่ให้หน่อยว่าฉันหอบขึ้นมากะทันหัน อาจหาหมอนานเกินสองชั่วโมง”
เฌอเอมมีสีหน้าหงุดหงิดหลังจากนั้น เธอเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาผู้บริหาร ด้วยความคิดว่าทำไมต้องได้ยินเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อย ทำไมเธอจะต้องเป็นนกน้อยในกรงทอง พอพูดถึงศัตรูตัวฉกาจ อีตาคู่หมั้นโรคจิตอย่าง ‘วัชรพล’
คนบ้าอะไรชื่อเหมือนถนน! อุปนิสัยก็ดิบเถื่อนแข็งกระด้างเหมือนดินลูกรัง ขืนแต่งงานไปได้ตกนรกทั้งเป็น ต่อให้คุณหญิงแม่จะชอบเขาเพราะร่ำรวยก็ตามที
ข้อดีเพียงข้อเดียวที่ผู้ชายคนนี้มีก็คือปลิ้นปล้อนหลอกลวงเก่ง สร้างภาพเก่ง
หญิงสาวตัดสินใจเล่ารายละเอียดเล็กน้อยว่าเธอไม่ทานข้าวเย็นเพราะอะไร ยังพูดถึงเรื่องวันก่อน เธอจำเป็นต้องบอกกับเลขาฯ ผู้เคราะห์ร้าย หลังไปนอนคิดดูแล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของอองเดรจริง ๆ
“... เอาเป็นว่าฉันขอโทษที่ดึงคุณมาเป็นเครื่องมือ วันนั้นฉันรำคาญไอ้วัชร ฉันไม่ชอบขี้หน้ามันแต่หนีไม่ได้ หญิงแม่ชอบเขา”
“ไม่เป็นไรครับ”
“หวังว่ามันจะเป็นความลับระหว่างเรานะคะ คุณเลขาฯ”
“แน่นอนครับ ตราบใดที่คุณไม่พูดมัน รับรองว่าผมจะเก็บเป็นความลับไปตลอด”
เลขานุการหนุ่มรับปากเป็นมั่นเหมาะ ส่งยิ้มให้เธออย่างจริงใจ ด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป เขาเริ่มไว้วางใจว่าเธอ คิดว่าคงไม่เลวร้ายสักเท่าไร
อย่างน้อยเขาก็ได้รับคำขอโทษจากคนเป็นเจ้านาย ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องพูดมันก็ได้