ตอน 1

“ดูสิ... คนที่แปดแล้วแก...”

เสียงกระซิบกระซาบของพนักงานสาววัยกลางคนหน้าเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ ยกมือป้องปากบอกเพื่อนร่วมงานอย่างใช้ความระมัดระวัง ทันทีที่เจ้าของร่างสูงในเชิ้ตหล่อเหลาสีน้ำเงินเข้มขยับขายาวชะลูดผ่านหน้าไป

ฝรั่ง! ฝรั่ง!

ไม่แปลกที่สาว ๆ แต่ละนางจะตื่นเต้นเกินเบอร์ เมื่อบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งนี้ไม่เคยว่าจ้างต่างด้าวเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เอกสารส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย มีภาษาอังกฤษแทรกแซมอยู่ประปรายประสาบริษัทสินค้าแบรนด์เนมไทย อาจทำให้การทำงานมีปัญหา

แล้วพ่อฝรั่งขายาวจะอ่านเขียนไทยได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมรองรับอารมณ์เจ้านายหรือ? มันจะเป็นไปได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละ พ่อฝรั่งขายาวได้รับการให้อภัย

“อุ๊ยแม่เจ้า นาน ๆ จะมีฝรั่งหล่อลากกระชากตับหลุดมาสักคน”

“งานดีเป็นบ้า แต่ป้าให้เต็มที่สามวันอะคุณน้อง”

“วันเดียวก็เหลือแหล่ค่ะป้าปิ๊ก”

“โธ่... นุ้ยรู้สึกเสียดายจังเลย ทำไมบอสเราผีเข้าผีออก ไล่เลขาฯ ออกในเดือนเดียวตั้งเจ็ดคน มิสเตอร์อองเดรของพวกเราจะอยู่เป็นอาหารตาได้สักกี่วัน” เสียงหัวเราะคิกคักดัง ต่างคนมองซ้ายขวาหน้าหลังก่อนนินทา ลดเสียงลงให้เบาที่สุด โดยไม่มีคำว่าพลาด ใคร ๆ ก็รู้ เจ้านายที่นี่ดันเหมือนใครเสียที่ไหน

‘คุณเฌอเอม’

ลูกสาวคนเดียวของบ้านคุณหญิงวริศราและศาสตราจารย์ชรัณ ทายาทนักธุรกิจกลุ่มคอสเมติก ร่ำรวยลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย

บ้านไอยเรศเป็นทั้งเจ้าของห้างสรรพสินค้า เสื้อผ้าแฟชั่นงานแบรนด์เนม เครื่องสำอางสำหรับคนรักสุขภาพ ดีต่อทุกสภาพผิว สินค้าของคุณหญิงเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมายาวนาน หนึ่งในตลาดหุ้นภายใต้ชื่อบริษัท IMR คอสเมติก จำกัด (มหาชน)

ว่าก็ว่าเถอะ บ้านคุณหญิงน่ะ ไฮโซของแท้แน่จริง คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด พอลูกสาวคนเดียวเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในลอนดอน หล่อนก็สั่งให้ลูกสาวเข้ามาบริหารงานต่อ นั่งเก้าอี้ตำแหน่ง CEO ในทันที

เลขานุการคนใหม่เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้ ยังไม่ทันเริ่มงาน เขาก้มลงมองพนักงานสาวชาวเอเชียทั้งสามในแผนกต้อนรับชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ทักทายอย่างสุภาพด้วยสำเนียงไทยชัดถ้อยชัดคำ

“สวัสดีครับ ผมอองเดรนะ ที่ส่งไลน์ไปเมื่อคืน ได้รับข้อความนะครับ”

“ได้รับค่ะคุณน้อง” พนักงานสาวในชุดสูทเรียบร้อยอายุรุ่นราวคราวแม่เอาแต่ส่งยิ้มหวาน มองแววตาฉงนของหนุ่มรูปงาม “คุณน้องพูดไทยชัดมากเลยนะคะ อยู่เมืองไทยมานานหรือยังนะ ป้าว่าตาคุณน้องสวยมาก เกรงว่าป้าคงถูกดูดวิญญาณไปแล้ว I love Farang”

“ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ I appreciate มาก But...” ปลายเสียงเงียบไป ฉีกยิ้มให้พวกหล่อนอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง “ผมรีบนิดนึง ยังไม่อยากโดนไล่ออกวันนี้น่ะครับ คุณเฌอเอมเธอต้องการเอกสารด่วน รบกวนด้วยนะครับ”

“ดาวเตรียมไว้แล้วค่ะคุณอองเดร เอกสารรายงานการประชุม เลขาฯ คนเก่าเพิ่งส่งอีเมลมาให้เมื่อเช้า”

ในความหวังดีของสาววัยยี่สิบปลายตั้งใจเก็บเอกสารเอาไว้เป็นอย่างดี หล่อนส่งกระดาษให้แล้วยังคงยิ้ม ส่วนฝรั่งหนุ่มรีบคว้ากระดาษเก็บเข้าแฟ้มอย่างระวังไม่ให้ยับ พร้อมมอบคำขอบคุณผ่านรอยยิ้มกระชากวิญญาณสาว ค่อยเดินจ้ำอ้าวไป

----------------------------------

André Bernard ชื่อภาษาไทยนั้นเขียนตรงตัว ‘นายอองเดร เบอร์นาร์ด’ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส หรือหนุ่มตาน้ำข้าวที่คนไทยเรียกกัน

ฝรั่ง!

ชายหนุ่มชินชากับคำนี้ ไปไหนมาไหนก็มักได้ยิน ซึ่งมันดันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้เอาเสียเลย ในเมื่อเขามีแค่ใบหน้าหล่อเหลาคลับคล้ายคลับคลาคุณแม่นวล แต่พันธุกรรมส่วนอื่นดันไปเหมือนคุณพ่อและคุณปู่ทุกกระเบียดนิ้ว

ด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรทำให้เขาดูโดดเด่น ขยับขายาวชะลูดผ่านหน้าสาวน้อยใหญ่ พวกหล่อนก็เอาแต่จ้อง ทั้งผมสีบลอนด์ทองดูนุ่มสลวยเป็นประกาย นัยน์ตาสีมรกตราวท้องทะเลสีคราม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างหนุ่มฝรั่งเศส ขณะที่เขากลับมีผิวขาวละเอียดดูนุ่มเนียนเหมือนผิวของผู้หญิง แทนที่จะเป็นหนุ่มผิวแทนตามความนิยมของชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ซึ่งคลั่งไคล้การเข้าเครื่องอบผิวเสียเหลือเกิน

น้อยคนจะรู้ว่าอองเดรสามารถ พูด-อ่าน-เขียน ภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่วเพราะเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนานาชาติไทย-ฝรั่งเศสใจกลางกรุงเทพฯ มาตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลหรือ K1 ก่อนได้ทุนไปเรียนต่อบ้านเกิดในลียง (Lyon) โดยใช้สิทธิการถือสัญชาติฝรั่งเศส

ชายหนุ่มมาส่งเอกสารตามนัดหมาย มาก่อนเวลาถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ปลายรองเท้าเป็นเงามันหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่สไตล์โมเดิร์นเข้ากับห้องทำงานกว้างขวาง ด้วยสีหน้าสุขุมนุ่มลึกและนิ่งเฉย

ขณะใบหน้าสดสวยของเจ้านายสาวเงยขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ถัดจากคอมพิวเตอร์จอใหญ่ เธอเลิกคิ้วขึ้นพูด

“ฉันอยากคุยเรื่องเมื่อวาน คุณควรระมัดระวังมากกว่านี้ มันไม่ควรมีคำว่าผิดพลาด การก้าวพลาดสักก้าวหนึ่งเป็นปัญหาสำหรับฉัน” ในน้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาคู่สวยสว่างใสเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ไม่เป็นมิตรกับคนมาใหม่ แถมเธอกำลังพูดถึงเรื่องเมื่อวาน ตอนรับพนักงานคนใหม่กะทันหัน ขอให้มาพบเธอที่บ้านตอนเย็น จากนั้นก็เกิดเรื่องราวไม่คาดฝัน

“ไม่ทันได้สัมภาษณ์เลขาฯ สักคำ เลยไม่มีโอกาสได้ไล่ออก เมื่อคืนนี้ฉันยังนอนไม่หลับ เกิดกลัวขึ้นมาว่าอาจโดนฆ่าตายเสียก่อน”

“ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มนะครับ แล้วผมแน่ใจว่าใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ผมคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ตอนนี้ก็ยังคิด...”

“Of course... เป็นอุบัติเหตุ สรุปว่าเป็นความผิดของฉันอย่างนั้นสิ”

“ในฐานะลูกจ้างคงไม่เหมาะสมถ้าหากผมจะพูดว่าคุณผิด ผมไม่พูดออกมาแน่ ๆ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของผมอยู่ดีนะครับคุณเฌอเอม” มือหนาพลันวางแฟ้มหนาลงบนโต๊ะกระจกสีดำสนิท เลขานุการหนุ่มคนใหม่คล้ายจะยั่วโทสะเจ้านาย ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

มันเหมือนกับว่าเขากำลังเล่นสงครามประสาท ยิ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องประตูบ้าน มันเปิดออกกว้างด้วยมือของแม่บ้านผู้ไม่ได้ใช้ความตั้งใจในการเปิดประตู ทำให้ลูกสาวเจ้าของบ้านวิ่งออกมาล้มทับฝรั่งหนุ่ม

Mouth to mouth... ปากกระแทกปาก!

จูบแรกของเฌอเอมถูกช่วงชิงไปโดยฝรั่งแปลกหน้า แถมอีตาว่าที่คู่หมั้นเดินออกมาพอดี เธอเลยอาศัยจังหวะนั้นเล่นใหญ่ไปซะเลย

ริมฝีปากแนบริมฝีปาก ปลายลิ้นไม่เป็นงานถือโอกาสฉกฉวยเอาบางอย่างจากฝรั่งหนุ่มหล่อล่ำ อองเดรไม่ใช่คนชอบปฏิเสธใคร โดยเฉพาะสาว ๆ สวย ๆ เขาก็ตอบกลับจูบเงอะงะของเธอ จนเธอหายใจหอบระทวย

เจ้านายสาวไม่ถึงกับต้องหยิบยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดขึ้นมาพ่นใส่ปาก

“ช่างเป็นการต้อนรับเลขานุการคนใหม่ที่น่าจดจำ อื้ม... ฉันดูใบตรวจโรคก่อนรับเข้าทำงานแล้วไม่มีปัญหา ฉันคงไม่จำเป็นต้องไปตรวจสุขภาพปากและฟันหลังจากที่เผลอจูบฝรั่ง ก็ดี...”

จะมีสักกี่คนที่กล้าปะทะคารมกับเจ้านายตั้งแต่ก้าวแรกเหยียบบริษัท! ส่วนใหญ่มักพยักหน้าแล้วขอโทษขอโพย

ตอน 2

หญิงสาวเงียบไปพักหนึ่ง หมุนเก้าอี้มีพนักพิงในมาดนางพญา ด้วยสีหน้าเข้มเครียดขึ้น พอหันไปทางหน้าต่างบานสูงใหญ่ มือเรียวถือแท็บเล็ตปรากฏรายละเอียดของตารางงานประชุม

“พรุ่งนี้คุณไปพบแพทย์ให้ฉัน บอกให้หมอจัดยาเดิม พยาบาลที่บ้านฉันขอเปลี่ยนคนใหม่ ฉันไม่ชอบคนที่มีนิสัยสอดรู้สอดเห็น ไม่เป็นกุลสตรี”

“ครับ คุณเฌอเอม”

“ถ้าหากว่าอยู่กันลำพัง ฉันอนุญาตให้คุณเรียกเฌอเอมเฉย ๆ ได้นะ ไม่จำเป็นต้องเรียกเต็มยศ หวังว่าคุณจะทำงานกับฉันได้นาน ๆ อย่างไม่มีปัญหา”

“รับทราบครับ” ในสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ทว่ายังคงสุภาพอ่อนน้อมอย่างคนเป็นลูกจ้าง

อองเดรมีความเข้าใจว่าเธอคงไม่ชอบทำตัวเจ้ายศเจ้าอย่าง อย่างมารดาซึ่งเป็นหม่อมราชวงศ์ ได้รับการพระราชทานบรรดาศักดิ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เนื่องมาจากว่าทำความดีเอาไว้มากจนได้รับการยกย่อง อีกทั้งนามสกุล ‘ไอยเรศ’ ยังเป็นตระกูลเก่าแก่ สมัยก่อนนั้นพวกเขาเป็นถึงเจ้านาย

ตอนนี้ก็ยังเป็นเจ้านายอยู่

เลขาฯ หนุ่มพยักหน้ารับคำสั่งและเอกสารกองเล็ก ๆ เธอยังคงชี้แจงระบบการทำงานให้ชัดเจน

“...ถึงเวลาเลิกงานแล้วคุณกลับบ้านได้เลยนะคะ ฉันไม่ใช้งานเลขาฯ เกินหกโมงเย็น ต่อให้ฉันหอบตายคุณก็ไม่จำเป็นต้องมา นั่นเป็นหน้าที่ของพยาบาล”

“ครับ... ชะ...” ปลายเสียงเงียบไป เลขานุการหนุ่มยืนขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ว่าหากเขาเรียกชื่อเจ้านายเหมือนเป็นเพื่อนเล่น มันจะดีหรือ?

ทำไมเธอทำตัวเป็นกันเอง มากเกินไปไหม!

ขณะตาสบดวงตาเยียบเย็นราวน้ำแข็ง เธอยังเอาแต่จ้อง ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น รอให้เขาเป็นฝ่ายพูดออกมา

“ครับบอส ผมพอเข้าใจระบบการทำงานที่นี่...”

“เฌอเอม บอส... อื้ม เอาที่คุณสะดวกใจเรียกละกัน” พูดจบ ร่างบางในเดรสสีขาวกระโปรงยาวผ่าข้างและเครื่องเพชรของเธอ ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวมองหลัง มือเรียวจับประตูไม้สลัก พูดเสียงดังจากที่เธอยืนตรงนั้น “อาหารเย็นฉันเป็นสลัดร้านเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมนะคะ รบกวนด้วย แล้วอย่าลืมน้ำผลไม้ร้านน้ำปั่นออแกนิคข้างล่าง ชั้นหนึ่ง”

----------------------------------

เรื่องสำคัญที่สุดคือเจ้านายเป็นโรคหอบหืด เลขานุการประจำตัวคุณเฌอเอมจะต้องพกขวดพ่นยาเล็ก ๆ ติดกระเป๋าไว้ยามฉุกเฉิน ต่อให้เธอรับผิดชอบตัวเองดี เขาได้ยินมาจากเลขาฯ คนก่อนว่าเธอมีกระเป๋ายาพกติดตัวไปไหนมาตลอด ไม่เคยรบกวนใครในเรื่องนี้ เธอตรวจสุขภาพ ออกกำลังกายเบา ๆ ภายใต้ข้อจำกัดของร่างกายตนเอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

อย่างว่าคนรวยจะทำอะไรก็ได้ เงินของพวกเขาสามารถซื้อทุกสิ่งแม้กระทั่งสุขภาพ และนั่น...

ช่วงเวลาชีวิตของคนรวยไม่เคยเท่ากันกับคนจน กับคนหาเช้ากินค่ำ

อองเดรได้พูดคุยกับเพื่อนฝูงในวงการเดียวกัน หล่อนบอกต่องานมาในกลุ่มแช็ตไลน์ให้เขารับรู้ปัญหา ลักษณะนิสัยคุ้มดีคุ้มร้ายของเจ้านายสาว เหมือนเป็นไบโพลาร์

แต่เลขานุการผู้ถูกเชิญออกฟ้าผ่ายังได้รับเงินชดเชยตามสมควร

ในความคิดของเขาคุณเฌอเอมอาจไม่เลวร้ายอย่างที่ได้ยินมาก็ได้ เขาชอบที่จะพิสูจน์คนด้วยเวลามากกว่าการฟังเพียงฝ่ายเดียว

ชายหนุ่มล้วงหยิบที่พ่นยาขนาดกะทัดรัดขึ้นมาดู คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากัน ในสีหน้าฉงน

‘เจ้านายเป็นโรคหอบ แต่จูบได้ดี... อื้ม มีเรื่องแปลกแล้วหนึ่ง’

เขาคงไม่คิดว่าเธออยากข้ามเส้นเจ้านายลูกน้อง ด้วยความที่ประสบพบเจอผู้หญิงมาพอสมควร สาวคนไหนถูกใจเขาก็เห็นว่าพวกหล่อนชอบ นอกจากการส่งสายตาน่ารักให้แล้วยังคอยเข้ามาเกาะแกะระหว่างวันทำงาน มันเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด

แต่...

นั่นเธอกำลังยิ้มใช่ไหม?

ประจวบเหมาะพอดี ร่างบางในเดรสสีขาวตัวสวย เพิ่งปิดประตูไม้ลงหลังจากที่เก็บของออกจากห้อง เธอหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมใบเล็กสีขาวเข้ากับรองเท้าส้นสูงคัทชู พอเขาหันไปสนใจเธอ พลันเก็บมุมปากให้กลับมามีสีหน้านิ่งเฉย ทว่าแก้มขาวนวลกลายเป็นสีแดงระเรื่อ

“ยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ?”

“กำลังจะกลับแล้วครับ” ในน้ำเสียงราบเรียบตอบ อองเดรยังพยายามเข้าข้างตัวเองว่าเธออาจไปเติมเครื่องสำอางก่อนกลับบ้าน จากนั้นเขาก็ทำหน้าที่โทรเรียกคนขับรถชื่อลุงเปี๊ยกให้ หยิบกระเป๋าหนังขึ้นสะพายพาดบ่า โดยมีเจ้านายสาวโบกมือล่ำลาเสียงหวาน

“ขอบคุณสำหรับสลัดนะคะ อร่อยมาก ขับรถกลับบ้านปลอดภัยค่ะ อองเดร”

----------------------------------

หน้าที่เลขานุการ เป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับหนุ่มวัยสามสิบแปดปีผู้ผ่านการทำงานมาโชกโชน

บริษัทแรกเกี่ยวกับอะไหล่ยนต์ประเภทซูเปอร์คาร์ บริษัทที่สองเป็นบริษัทขายประกันชีวิตรายใหญ่ อองเดรเป็นเลขานุการของผู้บริหารระดับ CEO มาตั้งแต่จบจากมหา’ลัยชื่อดังในฝรั่งเศส ด้านงานบริหารจัดการ ตอนอายุยี่สิบกว่า ๆ จนถึงตอนนี้ นั่นหมายความเขามีประสบการณ์มากกว่าสิบห้าปี

งานเลขานุการ ยุ่งหัวหมุนทั้งวัน ยิ่งเป็นชีวิตในเมืองกรุงซึ่งการจราจรคับคั่ง ไม่มีวันไหนที่รถมันจะไม่ติด เขาจึงต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง แต่งตัวมาดเนี้ยบขับรถมาออฟฟิศเพื่อมาชงกาแฟให้เจ้านาย ส่งรายงานการประชุม ตารางแพลนงานล่วงหน้า บริษัทที่สองนั้นยังต้องทำการตลาดยื่นให้ผู้จัดการฝ่าย ยังต้องคอยจัดหาอาหารให้เวลาที่เจ้านายทำงานยุ่งเสียจนไม่มีเวลาสั่งอะไรมาทานแม้สักนาที ไม่มีแม้เวลาตักอาหารเข้าปาก

เลยต้องมีคนรับใช้ส่วนตัวสักคน...

ชายหนุ่มเคยมีความคิดแบบนั้น เลวร้ายที่สุดเขาดันนึกถึงคำว่า ‘ขี้ข้าคนรวย’ ถึงแม้ว่าเจ้านายเก่าของเขาไม่เคยทำตัวเรื่องมาก ไม่เหยียดคนที่มีฐานะด้อยกว่า ไม่เคยจิกหัวใช้พนักงานคนไหน เงินเดือนก็ดี มีโบนัส OT พิเศษทุกสิ้นเดือน

จะมามีปัญหาตรงบรรดาสาว ๆ คู่ขาของเจ้านายดันชอบมาเกาะแกะเลขาฯ บางคนพูดออกมาตรง ๆ ในตอนเจ้านายของเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำงานว่าอยากจะเป็น FWB กับฝรั่งรูปหล่อ ดูเฉลียวฉลาดอย่างเขา

แน่นอนว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจรรยาบรรณในอาชีพเลขานุการ คนอย่างอองเดรไม่เคยมีความคิดเหล่านั้นในหัว ได้แต่เก็บความอึดอัดใจ จนถึงกับต้องเปลี่ยนงานกะทันหัน ทันทีที่ได้รับสายเข้ากลางดึก

ทว่าโชคดันไม่เข้าข้างเท่าไร เพื่อนตัวดีไม่ได้บอกว่าคุณเฌอเอมเพิ่งเปลี่ยนเลขาฯ มาเจ็ดคนภายในเดือนเดียว! เพื่อเขาจะได้ยอมรับงานต่อจากหล่อน ปล่อยให้เขามารู้ทีหลังจากคนที่นี่ว่ามาเป็นเลขาฯ คนที่แปด สิ้นเดือนพอดี

‘ยัยพอลลี่ แกนะแก อย่าให้เจอตัวเชียว’

ป่านนี้เจ้าตัวคงลอยลำไปแล้ว อองเดรทำได้เพียงคิดแค้นหล่อนลึก ๆ ในใจ

หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำกว้างขวางสะอาดตาของตึกระฟ้า ร่างสูงชะลูดในสูทหล่อเหลากระชับเนคไทให้เข้าที่ ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งว่าตัวเองจะโดนไล่ออกวันไหน เวลาไหน ตัวเขาคงไม่มีหน้าไปซบอกเจ้านายเก่าอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขาจะกลายเป็นเลขาฯ ตกงานอยู่สักพักก่อนซมซานตามหาเจ้านายใหม่ดี ๆ ต่อไป

ชายหนุ่มจัดแจงเสื้อผ้าทรงผม เสร็จธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก้มหน้าเดินจัดการตารางงาน ผ่านแท็บเล็ตจอใหญ่คู่กายซึ่งผ่านการทำงานมาอย่างนมนาน เขาส่งตารางการประชุมให้เจ้านายทางโปรแกรมแช็ตและอีเมล อีกฝ่ายรีบตอบกลับมาเป็นสติ๊กเกอร์น่ารัก

‘บ้าชะมัด...’

มันไม่ประหลาดแค่สติ๊กเกอร์ตุ๊กตาสาวผมยาวหน้าคุณเฌอเอมยิ้ม หัวสมองดันเผลอไปคิดถึงริมฝีปากนุ่มนิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสด ปลายลิ้นเล็กไม่ประสีประสา จุมพิตเพลิดเพลินใจ ดวงตาฉ่ำปรือและสีหน้าตื่นตระหนก เอวคอดบางที่กอดกระชับเต็มแขน

จูบเจ้านายตั้งแต่วันแรก ทำไปได้ยังไงวะ อองเดร!

ตอน 3

ธรรมดาเขาคงนึกรำคาญใจไม่น้อย เมื่อใจไม่รักดียังเฝ้าฝันว่าจะได้จูบเธออีกไหม มันเป็นจูบที่ดีที่สุดตั้งแต่มีลมหายใจมา แน่ล่ะว่าคำตอบคือไม่ได้ ไม่ควรวันหวั่นไหวกับเจ้านายในที่ทำงานโดยเด็ดขาด

“...ทางนี้ค่ะคุณน้อง เอสเปรสโซ่ขม ๆ จืดชืดจืดสนิท คุณเฌอเอมเธอไม่กินน้ำตาลนะคะ” ผู้จัดการสาววัยห้าสิบห้าเรียกหาเลขานุการคนใหม่ เพื่อบอกเรื่องรายละเอียดเล็กน้อย เมื่อมองเห็นฝรั่งหนุ่มเดินผ่านห้องครัวของออฟฟิศ

พนักงานบริษัท IMR มีห้องทำงานกว้างขวางครอบคลุมทั้งชั้นแปดสิบห้า ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ต่างคนมักมาชงกาแฟดื่มในช่วงเช้า วันนี้บรรดาสาวน้อยใหญ่คงตั้งใจเข้ามาทักทายฝรั่งรูปงาม พูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง

“คุณอองเดรอย่าให้เธอดื่มกาแฟเยอะไปนะคะ คุณหมอกำชับเรื่องสุขภาพ นุ้ยได้ยินมาว่าอาทิตย์ก่อนเธอหอบเกือบตายแหนะ”

“จริงด้วย แต่พิมพ์ว่าแปลกอยู่นะคะ เธอไม่ได้หอบมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว คนรวยอะ คุณหญิงเธอพาลูกสาวไปรักษาเมืองนอกนู่น คุณเฌอเอมเธอเลยแข็งแรงดี แทบไม่มีอาการอะไรเลย”

“อ้อ ครับ ขอบคุณนะครับสำหรับข้อมูล เรื่องอาการของคุณเฌอเอม คุณนุ้ย คุณพิมพ์นะครับ?”

“ค่ะ ส่วนคนนั้นป้าปิ๊ก” พนักงานสาวชี้ผ่านเข้าไปในห้องทำงานด้านหลัง อีกคนก็รีบเสริม

“มีอะไรถามได้ พวกเรามีข้อมูลเยอะ อยู่มานานแล้ว ยิ่งป้าปิ๊กนะ สามสิบปีค่ะ”

“นานจริงนะครับ นานกว่าผมอีก” ในท่าทีให้ความสนใจกับบทสนทนา อองเดรไม่ใช่คนถือตัวเลย สาว ๆ แต่ละคนจึงบอกเล่าเรื่องราวในที่ทำงานเท่าที่พวกหล่อนสามารถช่วยได้อย่างเต็มใจ โดยเฉพาะเรื่องนินทา

ส่วนคุณป้าปิ๊กผู้จัดการฝ่ายดูแลสินค้าอีกคน ลุกจากที่นั่งของหล่อนมาหลุบตามองซ้ายอย่างระวัง พูดเบา ๆ โดยไม่ได้ยกมือป้องปากกระซิบให้เป็นพิรุธ

“... นังหัวหน้าเลขาฯ มันลาพักร้อน คุณน้องระวังไว้นะ นางชอบทำตัวเป็นเจ้านาย เป็นเจ้าของบริษัท ขนาดพี่ว่าคุณเฌอเอมเธอเฉียบสุด ยังเห็นว่าเธอเกรงใจนางมาก”

“ไม่รู้ใครเป็นเจ้านายลูกน้อง นางนิดหน่อย นางขี้สั่งไม่หน่อยเลยอะ”

“อีนิด อีบ้า ฮ่า ๆ น้องหมายถึงละครเมื่อคืนน่ะค่ะ ที่เขาตบกันมันเนอะ”

สาววัยสามสิบหัวเราะกลบเกลื่อน เหมือนพูดคุยเรื่องทั่วไป สำหรับอองเดรแล้ว ถ้าจะให้พูดถึงฝีมือการแสดงของพวกหล่อนน่ะหรือ ระดับรางวัลออสการ์!

แต่ดูท่าทางแล้วนิดหน่อยไม่มีใครชอบเลยสักคน อองเดรสะบัดข้อมือขึ้นดูนาฬิกาครั้งหนึ่ง เกือบจะถึงเวลาที่เจ้านายมาถึงบริษัท ฉีกยิ้มกว้างหวานจนเห็นเขี้ยวคมตรงมุมปาก เรียกเสียงกรี๊ดเบา ๆ จากพวกหล่อนที่ยังไม่ชินสักที

“งั้นผมไปก่อนนะ ขอบคุณครับ”

----------------------------------

อาหารตารสเลิศของบริษัทตอนนี้ หนีไม่พ้นเลขาฯ ฝรั่งรูปงาม นัยน์ตาสีมรกต ขายาวชะลูด ด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรทำให้กางเกงสแล็คเข้ารูปธรรมดา กลายเป็นกางเกงขาเต่อตามเทรนด์ปี 70 ปลายรองเท้าเป็นเงามันเตะตาสาว ๆ ทั้งอาคารให้หันคอมองขวับ

ตัวเขาแทบจะสูงสุดในตึกเวลานี้ บรรดาหนุ่มสาวเอเชียมาเดินเฉียดใกล้ ราวว่าจมหายไปในกลุ่มผู้คนซึ่งกลายเป็นหมู่คนแคระเลยทีเดียว

อองเดรรู้ตัวเองดี เขาเลยพยายามเดินตามหลังเจ้านายสาว เว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เวลาพูดจากับเจ้านาย เขาจะก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ใช้การหลุบสายตาลงมองคนตัวเตี้ยกว่า เพื่อความสุภาพและมีมารยาท

ในเรื่องของการทำงานก็ไร้ที่ติ เขามาทำงานได้แค่สามวันเลยถูกจับตามองจากเจ้านายใหญ่อย่างคุณหญิงวริศรา ไอยเรศ ไหนจะว่าที่คู่หมั้นของคุณเฌอเอมที่เห็นภาพบาดตาบาดใจ หายหน้าหายตาไปหลายวัน

“ฉันขอกาแฟเพิ่มอีกแก้ว วันนี้คงเลิกดึกนะ” เสียงหวานบอกคนที่เดินตามหลัง เธอไม่ลืมว่าดื่มกาแฟมาสองแก้วแล้ว ขณะปลายส้นสูงของรองเท้าหนังสีขาวก้าวเดินฉับไว หยุดหน้าประตูไม้สักสลักลายงดงาม

“คุณหมอแนะนำว่าไม่ควรดื่มเกินสามแก้วนะครับ อาจารย์หมอขอนัดหมายตรวจสุขภาพด้วย พยาบาลแจ้งว่าคุณมีอาการหอบ ทั้งที่ไม่หอบมานานแล้ว”

“งั้นแก้วสุดท้ายเลย ชงมาครึ่งแก้วก็ได้” ไม่ทันจะได้เปิดประตู เธอพลันขมวดคิ้วมุ่น หันไปบอก “มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละสามแก้วสามารถลดอาการหอบหืด”

“รายงานที่ไหนครับ เชื่อถือได้หรือเปล่า?”

หญิงสาวกลอกตาไปมา ไม่น่าเชื่อว่าคนมีความรู้ มีวุฒิภาวะอย่างเธอจะกล้าตอบ

“อ่านมาในเน็ต”

“อ้อ มีที่มาที่ไปอยู่นะครับ”

“มีสิ แต่ว่าไม่รู้เชื่อถือได้ไหมนะ เอ้อ... ” แล้วเธอก็เงียบไป ไหวไหล่มองไปอีกทางด้วยท่าทางเขินอาย “แบบว่าฉันคงเป็นโรคสำออยน่ะ แต่ตกลงไปหาหมอเย็นนี้”

เลขาฯ หนุ่มคงไม่กล้าหัวเราะเยาะเจ้านายในพื้นที่สาธารณะ ยังเผลอคิดว่าเธอกำลังเล่นมุกตลก ขณะเอื้อมมือไปเปิดประตูให้ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ

“ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเปลี่ยนตารางนัดหมายให้บอสใหม่ หาหมอไม่น่านานเกินสองชั่วโมง แล้วนัดทานข้าวกับคุณ...”

“ไม่ไปค่ะ ฉันไม่อยากไป คุณโทรบอกหญิงแม่ให้หน่อยว่าฉันหอบขึ้นมากะทันหัน อาจหาหมอนานเกินสองชั่วโมง”

เฌอเอมมีสีหน้าหงุดหงิดหลังจากนั้น เธอเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาผู้บริหาร ด้วยความคิดว่าทำไมต้องได้ยินเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อย ทำไมเธอจะต้องเป็นนกน้อยในกรงทอง พอพูดถึงศัตรูตัวฉกาจ อีตาคู่หมั้นโรคจิตอย่าง ‘วัชรพล’

คนบ้าอะไรชื่อเหมือนถนน! อุปนิสัยก็ดิบเถื่อนแข็งกระด้างเหมือนดินลูกรัง ขืนแต่งงานไปได้ตกนรกทั้งเป็น ต่อให้คุณหญิงแม่จะชอบเขาเพราะร่ำรวยก็ตามที

ข้อดีเพียงข้อเดียวที่ผู้ชายคนนี้มีก็คือปลิ้นปล้อนหลอกลวงเก่ง สร้างภาพเก่ง

หญิงสาวตัดสินใจเล่ารายละเอียดเล็กน้อยว่าเธอไม่ทานข้าวเย็นเพราะอะไร ยังพูดถึงเรื่องวันก่อน เธอจำเป็นต้องบอกกับเลขาฯ ผู้เคราะห์ร้าย หลังไปนอนคิดดูแล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของอองเดรจริง ๆ

“... เอาเป็นว่าฉันขอโทษที่ดึงคุณมาเป็นเครื่องมือ วันนั้นฉันรำคาญไอ้วัชร ฉันไม่ชอบขี้หน้ามันแต่หนีไม่ได้ หญิงแม่ชอบเขา”

“ไม่เป็นไรครับ”

“หวังว่ามันจะเป็นความลับระหว่างเรานะคะ คุณเลขาฯ”

“แน่นอนครับ ตราบใดที่คุณไม่พูดมัน รับรองว่าผมจะเก็บเป็นความลับไปตลอด”

เลขานุการหนุ่มรับปากเป็นมั่นเหมาะ ส่งยิ้มให้เธออย่างจริงใจ ด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป เขาเริ่มไว้วางใจว่าเธอ คิดว่าคงไม่เลวร้ายสักเท่าไร

อย่างน้อยเขาก็ได้รับคำขอโทษจากคนเป็นเจ้านาย ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องพูดมันก็ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED