ตอน 2

“เธอกล้าพูดกับลูกค้าวีไอพีของฉันแบบนี้ได้ยังไง เธอไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายคนนี้คือใคร คามิเอล การ์รัสโซ่ อย่าบอกนะว่าเธอโง่เง่าจนไม่รู้จัก!”

เสียงตวาดจากหัวหน้างานทำให้วาดจันทร์หน้าซีดเผือด หล่อนก้มหน้างุด และตอบเสียงแผ่วเบาด้วยความหวาดกลัวว่าจะตกงาน

“จันทร์... จันทร์ขอโทษค่ะ”

“ฉันจะให้ใบเตือนเธอ และแน่นอนว่ามันจะมีผลกับโบนัสปลายปีนี้แน่ๆ”

ความอำมหิตของหัวหน้างานทำให้วาดจันทร์ยิ่งหวาดกลัว หล่อนเงยหน้าขึ้นมองและพูดวิงวอน

“บอสคะ จันทร์ขอโทษค่ะ ต่อไปจันทร์จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

หัวหน้างานของหล่อนกำลังจะซัดถ้อยคำบาดหัวใจออกมาอีก แต่เสียงกระด้างของคามิเอลหยุดเอาไว้เสียก่อน

“อย่าให้ถึงต้องให้ใบเตือนกันเลยครับ ผมไม่อยากให้ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ใครต้องถูกตำหนิหรือถูกไล่ออก”

“มันไม่เกี่ยวกับคุณคาร์ลหรอกค่ะ แต่มันเป็นกฎของทางห้างเรา ลูกค้าคือพระเจ้า พนักงานที่นี่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของเราค่ะ”

หัวหน้างานของหล่อนยังยืนยันที่จะทำโทษหล่อนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่รู้ว่าคามิเอลนั้นกำลังคิดอะไรอยู่เพราะเขาตั้งหน้าตั้งตาจะช่วยหล่อนเสียเหลือเกิน

“ถ้านโยบายของคุณคือ ลูกค้าคือพระเจ้า ดังนั้นคุณก็ต้องฟังความต้องการของผม”

“เอ่อ...” หัวหน้างานของหล่อนเริ่มพูดไม่ออก และคามิเอลก็วางอำนาจต่อไป

“ผมต้องการให้คุณลืมเรื่องใบเตือนไปซะ แล้วให้วาดจันทร์มาดูแลผมก็พอ”

หัวหน้างานของหล่อนปรายตามองหล่อนอย่างสงสัย เพราะเห็นคามิเอลออกรับแทน แต่หล่อนก็ก้มหน้าหลบสายตาเสียก่อน หัวหน้างานของหล่อนจึงต้องทำตามความต้องการของคามิเอลอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้

“ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณคาร์ลทั้งหมดค่ะ”

รอยยิ้มที่ระบายยิ้มบนใบหน้าหล่อลากไส้ของคามิเอลมีผลต่อจังหวะการหายใจของหล่อนอย่างรุนแรง หัวใจของหล่อนแทบหยุดเต้นสิ่งที่ได้เห็น

“ขอบคุณมากครับ รับรองว่าผมจะรายงานเรื่องนี้กับหัวหน้างานของคุณ เชิญคุณตามสบายครับ”

คำพูดสุภาพแต่มีความหมายเชื้อเชิญให้จากไปของคามิเอลทำให้หัวหน้างานของหล่อนต้องก้มหน้ารับคำ และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นพ่อเจ้าประคุณก็หันไปสั่งคนของตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงอำนาจแบบสุดๆ ของตัวเองด้วยเช่นกัน

“มาติน โจชัว ไปรอที่รถ อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะตามไป”

“ครับนาย...”

สองหนุ่มสายเลือดตุรกีเดินจากไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่หล่อนกับคามิเอล การ์รัสโซ่แค่สองคนเท่านั้นที่ยืนประสานสายตากันอยู่ วาดจันทร์ตัวสั่น หัวใจก็สั่น และพยายามจะเดินหนี แต่น้ำเสียงเลือดเย็นของคนตัวโตก็หยุดการเคลื่อนไหวของหล่อนเอาไว้เสียก่อน

“จำเรื่องใบเตือนไม่ได้หรือไงวาดจันทร์”

คนถูกเตือนหันขวับกลับมามองทันที หล่อนเม้มปากแน่น “คุณจะขู่ฉันอย่างนั้นหรือคะ”

คามิเอลอมยิ้มและเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหล่อนใกล้มากยิ่งขึ้น ใกล้จนหญิงสาวได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาโกนหนวดได้เป็นอย่างดี ผู้ชายคนนี้ทำให้หล่อนสะท้านสะเทือนไปทั้งตัวได้อย่างเหลือเชื่อที่สุด

“เปล่า ก็แค่เตือนความจำน่ะ เพราะถ้าเธอไม่ดูแลฉัน หัวหน้าของเธอก็จะเล่นงานเธอ”

“ฉันจะไปตามพนักงานคนอื่นให้ ในห้างนี้มีพนักงานแผนกเสื้อผ้าบุรุษมากมาย ครึ่งร้อยได้เลยมั้ง” หล่อนตอกกลับเขา แต่เขาก็สวนกลับมาอย่างทันควัน

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันต้องการให้เธอเป็นคนดูแลฉัน และเลือกเนคไทให้กับฉัน”

“แต่ฉัน...”

หญิงสาวอึกอักพูดไม่ออก หน้าตาแดงก่ำเพราะความรู้สึกลึกๆ ในหัวใจของตัวเองกำลังสำแดงฤทธิ์เดช บ้าที่สุด ทำไมจะต้องรู้สึกอยากให้เขาจูบ จูบ... เหมือนสามครั้งที่ผ่านมาด้วยนะ วาดจันทร์แทบร้องไห้กับความคิดน่าสังเวชใจของตัวเอง

“อย่าบอกนะว่าที่เธอปฏิเสธที่จะดูแลฉัน มันเป็นเพราะว่าเธอกลัวฉัน”

ใบหน้าหล่อลากดินของเขาก้มต่ำลงมาหา ต่ำมากๆ จนหล่อนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงมาบนใบหน้า โอ้... นี่เขาจงใจทำให้หล่อนคลั่ง หรือว่ามันแค่เรื่องบังเอิญกันนะ

“กรุณาถอยออกไปค่ะ” หล่อนเตือนเขาเสียงแปร่งพร่า

คามิเอลระบายยิ้มหยัน พร้อมกับถอยออกไปตามคำเตือนของหญิงสาว

“เอาล่ะวาดจันทร์ ฉันมีประชุมในอีก 45 นาทีต่อจากนี้ ดังนั้นเธอมีเวลาประมาณ 30 นาทที่จะเลือกเนคไทที่เหมาะสมกับบุคลิกของฉันให้กับฉัน”

คนฟังเสมือนถูกมัดมือชก “คุณกำลังบังคับฉันนะ”

“ตรงกันข้ามสาวน้อย ฉันแค่กำลังรอให้เธอทำหน้าที่ของเธอต่างหาก”

คนตัวโตพูดจบก็เดินหายเข้าไปในกลุ่มของเสื้อผ้าบุรุษตรงหน้า วาดจันทร์กัดปากแน่น ไม่มีทางเลือกจำต้องเดินตามเขาไป

“เธอว่าฉันควรจะเลือกเนคไทสีไหนดี”

เขาเดินมาหยุดตรงหน้าตู้ที่มีเนคไทราคาแพงระยับ รอยยิ้มบางๆ จากคนตัวโตทำให้หัวใจของหล่อนหล่นไปกองกับพื้นได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าขายหน้า

เอาล่ะ รีบๆ ทำ รีบๆ เลือกให้เขา ทุกอย่างจะได้จบ และหล่อนกับเขาจะได้ไม่ต้องพบหน้ากันอีก หญิงสาวให้กำลังใจตัวเองแบบนั้น ก่อนจะรีบมุ่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเองขึ้นมาในทันควัน จนคามิเอลอดหรี่ตามองด้วยความแปลกประหลาดใจไม่ได้

“แล้วคุณชอบสีไหนล่ะคะ”

“ฉันชอบเข้มๆ น้ำตาล น้ำเงิน หรือไม่ก็ดำไปเลย” เขาตอบเสียงเยือกเย็น พลางหยิบเนคไทลายขวางสีน้ำเงินเส้นหนึ่งขึ้นมามองอย่างสนใจ

หญิงสาวมองตามก่อนจะเอ่ยถาม “คุณชอบเส้นนี้หรือคะ”

คามิเอลพยักหน้ารับน้อยๆ “ใช่ ฉันว่ามันก็ไม่เลวนะ”

วาดจันทร์อมยิ้มน้อยๆ พลางจ้องไปที่เสื้อเชิ้ตลายตารางที่เขาสวมใส่ และพูดขึ้น “ใช่ค่ะ มันสวย สวยมาก แต่มันจะไม่เหมาะกับเสื้อเชิ้ตลายตารางของคุณน่ะสิคะ”

คนฟังเลิกคิ้วสูง คล้ายกับไม่เข้าใจ “ทำไมเธอคิดถึงว่ามันจะไม่เหมาะล่ะ ฉันชอบเส้นนี้นี่”

“ก็ถ้าคุณใส่เสื้อเชิ้ตสีพื้นน่ะไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณใส่เสื้อเชิ้ตลายตารางสีฟ้าแบบนี้ มันจะไม่เหมาะอย่างยิ่งค่ะถ้าคุณจะเลือกเนคไทลายขวางมาใส่น่ะค่ะ”

“แต่ฉันชอบ”

“งั้นคุณพอคุณใส่มัน คุณก็จะไม่ต่างอะไรจากม้าลายเลยสักนิด”

วาดจันทร์เผลอหัวเราะออกมา และรอยยิ้มหวานๆ ที่เป็นธรรมชาติของหล่อนก็ทำให้คามิเอลที่กำลังจ้องมองอยู่นั้นตะลึงตะลานไปชั่วขณะ ทั้งๆ ที่พยายามบอกกับตัวเองว่าวาดจันทร์ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าผู้หญิงหิวเงินเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กระนั้น... เขาก็อดที่จะคิดถึงหล่อนไม่ได้ รสจูบจากกลีบปากนุ่มที่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งป่าของหล่อนมันติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาไม่เสื่อมคลาย อยากจะลืม อยากจะลบไม่ออกไปจากสมอง แต่ก็ทำไม่เคยสำเร็จเลยสักที เพราะอย่างนี้นี่ไง เขาถึงต้องดั้นด้นมาซื้อเนคไทถึงห้างสรรพสินค้าที่วาดจันทร์ทำงานอยู่ ทั้งๆ ที่ภายในห้องเสื้อผ้าของเขามีเนคไทเกือบๆ หนึ่งพันเส้นได้มั้ง นี่เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ใช่... ต้องบ้าไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ

“เวลาเธอยิ้ม... เหมือนโลกทั้งใบยิ้มไปด้วยเลยนะ”

คำพูดของเขาทำให้คนที่กำลังหัวเราะอยู่รู้สึกตัว หล่อนมองเขานิ่ง มองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบหวานฉ่ำของเขาอย่างเผลอตัวเผลอใจ

“คุณ... หมายถึง...”

คามิเอลระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างหูของคู่สนทนา “ตอนนี้ฉันเหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นนะสาวน้อย ช่วยเลือกเนคไทให้ฉันที”

วาดจันทร์ยืนตัวชาวาบ หน้าแดงปลั่งไม่ผิดจากผลตำลึงสุก หล่อนเบิกตากว้างมองเขา และความขัดเขินทำให้หล่อนต้องก้าวถอยหลังหนี

“เอ่อ... ฉันจะรีบเลือกให้ค่ะ”

แล้ววาดจันทร์ก็ก้มหน้ามองบรรดาเนคไทในตู้โชว์อยู่สองสามอึดใจ ก่อนที่มือขาวสะอาดจะเอื้อมเข้าไปหยิบเนคไทสีน้ำเงินเรียบๆ แต่ดูหรูหราน่ามองออกมา

“เส้นนี้ชอบไหมคะ มันเข้ากับเสื้อเชิ้ตของคุณมาก”

“ก็สวยดี” คามิเอลตอบ แต่สายตาไม่ละไปจากดวงหน้างามแม้แต่วินาทีเดียว

วาดจันทร์หลบตา ก่อนจะเอื้อมไปหยิบเนคไทอีกเส้นขึ้นมา “หรือว่าคุณจะชอบเส้นนี้คะ สีดำ เหมาะกับบุคลิกของคุณดี”

“ทำไมเธอถึงคิดว่าสีดำเหมาะกับบุคลิกของฉันล่ะ”

ดวงตาคมกริบหรี่แคบจ้องหน้าหล่อนอย่างคาดคั้น ทำไมนะ ทำไมหล่อนถึงได้ใจสั่นสะท้านทุกครั้งที่สบสายตาของผู้ชายหล่อระเบิดคนนี้ ทำไมจะต้องหวั่นไหวมากๆ แบบนี้ด้วย ท่องเอาไว้สิ ท่องเอาไว้ว่าคามิเอล การ์รัสโซ่คือแผ่นฟ้า ในขณะที่หล่อนคือผืนดินที่แผ่นฟ้าสูงส่งไม่มีทางลดสายตามองต่ำลงมาหา ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหนก็ตาม วาดจันทร์บอกตัวเองอย่างขมขื่น

“คือ...”

“ทำไม...”

คำถามคาดคั้นของเขาดังขึ้นพร้อมๆ กับการที่เขาสาวเท้าเข้ามาหา หล่อนยืนนิ่ง ตัวหินเป็นหินขยับเขยื้อนไม่ได้ ทำได้แค่เพียงมองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนกเท่านั้น

“บอกมาสิว่าทำไมถึงคิดว่าฉันเหมาะกับสีดำ”

ตอน 3

เมื่อไม่มีทางเลือกใดอีก จำต้องพูดตะกุกตะกักออกไป “คือว่า... คือ... คุณลึกลับ อ่านไม่ออก เหมือนๆ กับสีดำน่ะค่ะ ฉันหมายถึงแบบนี้”

คามิเอลไม่ได้ยิ้มอีกแล้ว เมื่อเขาตวัดสายตาจ้องหน้าหล่อนอีกครั้ง “แต่สีดำอย่างฉัน ก็ยังถูกนังแพศยาบางคนล้วงคอเอาได้อย่างง่ายดาย”

หัวใจของวาดจันทร์ตกลงไปถึงตาตุ่มทันทีกับสิ่งที่ได้ยิน หรือว่าคามิเอลจะจดจำหล่อน หญิงสาวหน้าซีดเผือด ขยับเท้าจะก้าวถอยหลังหนี แต่ก็เกิดสะดุดเข้ากับขอบตู้โชว์ด้านหลังทำให้หล่อนเซจะล้ม แต่มือใหญ่ที่ร้อนผ่าวของคนตัวโตก็ตวัดคว้าเอวคอดของหล่อนเอาไว้ได้ทันท่วงที

“ระวังหน่อยสิสาวน้อย”

“ขอบ... ขอบคุณค่ะ”

วาดจันทร์พูดเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนกำยำ ซึ่งคามิเอลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หญิงสาวถอนใจอย่างโล่งอก

“เอ่อ งั้นตกลงเป็นเนคไทสีน้ำเงินก็แล้วกันนะคะ นี่ค่ะ”

หญิงสาวรีบยัดเนคไทที่ตัวเองคิดว่าเข้ากับเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มใส่มือหนาทันที จากนั้นก็ตั้งใจจะเดินจากไป แต่แล้วข้อมือบางก็ถูกรวบเอาไว้เสียก่อน

“จะไปไหน”

หญิงสาวถูกดึงให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับซาตานร้ายอีกครั้ง “ดิฉันจะรีบไปทำงานอย่างอื่นค่ะ”

“ยังก่อน เธอต้องดูแลฉัน”

วาดจันทร์หรี่ตามองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ “แต่ฉันก็เลือกเนคไทให้กับคุณแล้วนี่คะ เสร็จงานของฉันแล้ว ดังนั้นฉันจะไปทำงานอื่นต่อ หรือว่าคุณต้องการให้ฉันพาไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน”

คามิเอลส่ายหน้าน้อยๆ รอยยิ้มหยันๆ บนใบหน้าหล่อลากไส้ของเขาทำให้หล่อนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งผู้ชายคนนี้เหมือนมีแผนการอะไรอยู่ภายในใจ แต่พอสังเกต พอจะพิจารณาให้ถี่ถ้วน หล่อนกลับไม่พบสิ่งที่กำลังสงสัยเลยแม้แต่นิดเดียว

เขาไม่มีทางจำหล่อนได้ ใช่... ไม่มีทางจำได้อย่างแน่นอน ก็หล่อนในคืนนั้นกับวันนี้มันต่างกันลิบลับนี่น่า ผู้หญิงชุดสีทองในค่ำคืนนั้นที่คามิเอลถูกตาต้องใจสวยงามไม่ต่างจากนางฟ้า ในขณะที่หล่อนในวันนี้ต่ำต้อย และไม่เหลือเค้าความงามเลยแม้แต่นิดเดียว เด็กกะโปโล ผู้หญิงจรจัด นี่แหละคือหล่อนในวันนี้

“เรื่องจ่ายเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างฉัน”

ยะ หล่อนรู้ว่าเขาใหญ่ เขารวย และโคตรมีเงิน วาดจันทร์คิดอย่างหมั่นไส้

“แล้วอะไรที่เป็นปัญหาสำหรับคุณล่ะคะ”

คามิเอลอมยิ้ม วูบหนึ่งวาดจันทร์เห็นความเลือดเย็นในดวงตาคมกริบของเขา แต่แค่กะพริบตามันก็จางหายไป ทำให้หล่อนคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเองเท่านั้น

“ผูกเนคไทให้กับฉัน”

“ว่าไงนะคะ?!”

“ฉันคิดว่าเธอได้ยินคำพูดของฉันชัดเจนทุกคำ”

คนฟังหน้าแดงก่ำ พลางบิดมือออกจากการเกาะกุมทันที จากนั้นก็ถอยหลังออกห่าง มองเขาอย่างหวาดระแวงไม่ไหวใจ

“แต่... ฉันคิดว่าคุณผูกมันเองได้”

“ทุกวันน่ะใช่ แต่วันนี้ฉันต้องการให้เธอผูกเนคไทให้กับฉัน”

“แต่ว่า...”

“ลืมไปแล้วหรือไงว่าที่ห้างของเธอน่ะ ลูกค้าคือพระเจ้า”

คามิเอลพูดจบก็เดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องลองเสื้อผ้า วาดจันทร์รีบเดินหน้าตาตื่นตามไป

“ผูกเนคไทไม่จำเป็นต้องเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้าก็ได้ค่ะ ตรงนี้ก็ได้”

คนตัวโตหยุดเดินหันมามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว เดินตามเข้ามา อย่าให้ฉันต้องไปรายงานพฤติกรรมของเธอกับหัวหน้าของเธอล่ะ”

แล้วพ่อเจ้าประคุณที่คาบความเอาแต่ใจมาตั้งแต่เกิดก็เดินหายเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้า วาดจันทร์หัวใจเต้นแรง มองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดหวั่น แต่เพราะไม่มีเลือกจึงจำเป็นต้องกัดฟันเดินตามคนตัวโตเข้าไป

คามิเอลอมยิ้มอย่างพึงพอใจที่วาดจันทร์เดินตามตัวเองเข้ามา เขาเอื้อมไปลงกลอนประตู และนั่นก็ทำให้วาดจันทร์หน้าตาซีดเผือดด้วยความตกใจ

“คุณ... ล็อกประตูทำไม”

คนถูกถามไหวไหล่กว้างของตัวเองน้อยๆ อย่างไม่แยแสสิ่งใดในโลก “ฉันชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการตกอยู่ในสายตาของใคร”

“แต่ฉัน... ฉันไม่ชอบอยู่กับผู้ชายในที่รโหฐานแบบนี้ มันเสียหาย” วาดจันทร์กำเนคไทในมือแน่นจนมันแทบขาด มองเขาอย่างขุ่นเคือง

“อย่างเธอ... มีอะไรให้เสียได้อีกหรือ”

“นี่คุณ... อย่ามาดูถูกฉันนะ”

ดวงตาเขียวปั๊ดของวาดจันทร์ทำให้คามิเอลไม่อยากจะต้องปากต่อคำด้วยอีก เขาเหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนทองของตัวเอง ก่อนจะพูดออกมา

“เธอมีเวลาผูกเนคไทให้ฉันห้านาที ลงมือซะ”

คนถูกออกคำสั่งเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงแทบหลุดออกมาจากขั้ว ให้ตายเถอะ ทำไมยิ่งหนี ทำไมยิ่งพยายามจะอยู่ให้ห่างไกล แต่สุดท้ายกลับต้องมาใกล้ชิดถึงขนาดนี้นะ ดูสิ... ตาบ้าคามิเอล การ์รัสโซ่ ยืนอยู่ห่างจากหล่อนแค่คืบเดียวเท่านั้นเอง

งาน...ท่องเอาไว้วาดจันทร์ว่ามันคืองาน รีบทำ มันจะได้จบๆ กันไปซะที รีบทำเข้า... รีบทำ... หญิงสาวตะโกนบอกตัวเองก้องสมอง

“ก็ได้... ฉันจะรีบผูกเนคไทให้กับคุณ”

คามิเอลซ่อนยิ้ม แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าวาดจันทร์นั้นแพศยามากแค่ไหน และเขาจะต้องเอาคืนให้สาสม แต่พอได้อยู่ใกล้ๆ กับหล่อน เขากลับลืมทุกความอาฆาตไปเสียจนหมดสิ้น มีแต่เพียงความรู้สึกวูบวาบหวานฉ่ำที่หล่อเลี้ยงไปทั้งเรือนกายเท่านั้น

“งั้นก็เริ่มสิ” คนตัวโตเอาสองมือของตัวเองไพล่หลังเอาไว้

“งั้นก็ก้มลงมาหน่อยได้ไหมคะ คุณตัวสูง ฉันผูกไม่ถึงหรอกนะ”

“นั่นมันเรื่องของเธอ ใครใช้ให้เกิดมาตัวเท่ามดล่ะ”

คำพูดไม่แยแสของคนที่ยืนนิ่งอยู่ทำให้วาดจันทร์ต้องเม้มปากแน่น และก็จำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อให้สามารถตวัดเส้นเนคไทรอบลำคอแกร่งของเขาได้ แต่เพราะปลายเท้าไม่มั่นคงหล่อนจึงเซไปชนกับแผ่นอกกว้างถึงสามครั้งกว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ

หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความขัดเขิน เพราะเกรงว่าคามิเอลจะคิดว่าหล่อนให้ท่า แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกคิดไป เพราะคนตัวโตยังคงยืนนิ่งไม่ได้แสดงท่าทางสะทกสะท้านอะไรออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แทนที่วาดจันทร์จะรู้สึกโล่งใจกับท่าทางเฉยชาของคามิเอล ตรงกันข้ามหล่อนกับรู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูกต่างหาก เพราะหล่อนสะท้านไปทั้งตัวและหัวใจเมื่อได้สัมผัสกับเขา แต่เขาสิ... ยืนเฉยเหมือนกับว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ก็อย่างว่าล่ะนะ หล่อนในสายตาของเขามันก็แค่พนักงานห้างต่ำต้อยนี่ แถมยังหน้าตามอมแมมน่าเกลียดอีก คามิเอล การ์รัสโซ่ไม่มีทางมองซ้ำสองหล่อน วาดจันทร์คิดอย่างขมขื่นสุดๆ

“เลิกจ้องฉันแล้วรีบๆ ผูกเถอะวาดจันทร์ อย่าลืมสิว่าฉันมีประชุม”

คนที่กำลังจมปลักอยู่ในบ่อเหวแห่งความทุกข์ทรมานสะดุ้งได้สติในทันที วาดจันทร์หน้าร้อนผ่าวกับคำพูดตรงไปตรงมาของคามิเอล

“ฉัน... กำลังพยายามอยู่...”

และวาดจันทร์ก็พยายามอย่างที่พูดจริงๆ แต่ด้วยมือไม้ที่สั่นเทาก็ทำให้หล่อนต้องผูกมันซ้ำๆ อยู่หลายครั้งกว่าจะสามารถทำสำเร็จได้

“สะ เสร็จแล้วค่ะ”

คามิเอลหรี่ตาลงมองเนคไทที่วาดจันทร์เป็นคนผูกให้ด้วยสายตาไร้ความรู้สึก “ขอบใจมาก เธอนี่มีฝีมือในการเลือกและผูกเนคไทจริงๆ เลย วันหน้าฉันคงจะต้องมาใช้บริการเธออีกแน่ๆ”

“เอ่อ...”

หญิงสาวยังไม่ทันจะตอบอะไรออกไป เอวคอดของหล่อนก็ถูกรวบและถูกดึงเข้าไปหาร่างกายกำยำของคามิเอลเสียก่อน

“คุณ... จะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะคะ”

“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า แค่จะให้รางวัล”

คนตัวโตก้มหน้าต่ำลงมาหา ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเขย่าโสตประสาทของหล่อนได้อย่างรุนแรงเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

“รางวัล...?”

“ใช่ รางวัล... ที่เธอเลือกและผูกเนคไทให้ฉันได้อย่างยอดเยี่ยมยังไงล่ะ”

แล้วเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้พูดอะไรออกไปอีก ปากร้อนผ่าวสุดเร้าใจของเขาทาบประกบลงมาหาอย่างรวดเร็ว เขาขยี้ บดเคล้าจนกลีบปากของหล่อนแทบจะฉีกขาด แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่สาแก่ใจ ยังไม่เพียงพอกับความโหยหาที่อัดแน่นอยู่ภายใน เพราะเขายังคงเดินหน้า จูบอย่างบ้าระห่ำ ปากของเขาแนบชิดประกบอย่างแน่นหนา ลิ้นแกร่งบุกรุกเข้าไปในช่องปากหวานฉ่ำของหล่อนทันทีที่หล่อนเผลอตัวร้องคราง เขาตวัด ดูดดื่ม ทุกสัมผัสความหอมหวาน ดื่มกินทุกอณูแห่งความอภิรมย์จากกลีบปากของหล่อน ทุกอย่างมันสวยงาม ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความซาบซ่านรัญจวนใจ และทุกอย่างคงเดินหน้าต่อไปอีก ถ้าคนตัวโตไม่ผละออกห่างไปเสียก่อน ทิ้งให้หล่อนลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความโหยหาที่ยังไม่อิ่มเอมตามลำพัง

“ฉันมีประชุมต่อ...”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED