ทุกๆ วันที่ผ่านพ้นไปของวาดจันทร์ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือชีวิตมีไว้ให้ดิ้นรนและต่อสู้เพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตัวเอง ต้องสู้ในทุกๆ วินาทีที่ยังมีลมหายใจอยู่
ตั้งแต่ที่นี่ไม่มีปาณิศา หล่อนก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวภายในโลกใบนี้ เมื่อก่อนไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร จะมีความสุขหรือความทุกข์ใดๆ หล่อนก็จะมีปาณิศาคอยรับฟังและให้กำลังใจตลอด แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ปาณิศาโชคดีได้กลายเป็นนางซินมีสามีที่รักและห่วงใยอย่างลิโอเนล การ์รัสโซ่อยู่ข้างๆ กาย บางครั้ง บางเวลาหล่อนก็อยากจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนรักที่การ์รัสโซ่ พาราไดส์ แต่ด้วยสถานะที่ต่ำต้อยของตัวเองที่ไม่ผิดจากหนูสกปรก หล่อนจึงไม่มีความกล้าพอที่จะไปที่นั่น แม้จะคิดถึงปาณนิศามากแค่ไหนก็ตาม
แต่นั่นหาใช่ปัญหาเดียวที่หล่อนหวาดกลัวไม่ เพราะสิ่งสำคัญที่ทำให้หล่อนไม่กล้าเหยียบย่างไปการ์รัสโซ่ พาราไดส์ก็คือ... คือเขา... คามิเอล การ์รัสโซ่ ผู้ชายเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ และเห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่เครื่องระบายความใคร่เพียงเท่านั้น หล่อนกลัวว่าเขาจะจดจำหล่อนได้ กลัวว่าเขาจะเกิดสงสัยในตัวของหล่อน ถึงแม้ว่าในหลายๆ ครั้งที่มีโอกาสเผชิญหน้ากัน เขาจะไม่มีทีท่าว่าจะจดจำหล่อนได้เลยก็ตาม
วาดจันทร์ระบายลมหายใจออกมาจากกลีบปากอิ่มสีแดงสดของตัวเองอีกครั้ง พยายามจะสลัดความคิดของตัวเองที่มีต่อคามิเอล การ์รัสโซ่ ผู้ชายที่อยู่สูงเกินเอื้อมคนนั้นให้ออกไปจากสมองอย่างสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เกิดผลสำเร็จเลยสักนิด เมื่อยิ่งพยายามผลักไส สมองไม่รักดีของหล่อนกลับยิ่งคิด ยิ่งจดจำ และยิ่งโหยหา คิดถึงเขา คิดถึงผู้ชายร้ายกาจคนนั้นใจจะขาด ในที่สุดหล่อนก็ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่นๆ ในโลกใบนี้แม้แต่นิดเดียว นั่นก็คือการตกหลุมรักคามิเอล การ์รัสโซ่ เพียงแค่จูบเดียวเท่านั้น
“คนร้ายกาจ ฉันไม่ควรคิดถึงคุณเลย”
แม้จะบอกตัวเองแบบนี้ แม้จะบอกตัวเองว่ามันไม่สมควร แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะสูญเสียสิทธิ์บังคับสมองและหัวใจของตัวเองไปเสียแล้ว เมื่อทั้งสมองและทั้งหัวใจของหล่อนมีเจ้านายคนใหม่นั่นก็คือคามิเอล การ์รัสโซ่ ผู้ชายที่มีรูปโฉมไม่ผิดจากเทพบุตรชั้นฟ้า ในขณะที่หัวใจดำมืดพอๆ กับจอมมารคนนั้น
แล้วนี้หล่อนจะทำยังไงดี จะทำยังไงดีกับหัวใจของตัวเอง เพราะยิ่งนับวัน ยิ่งเวลาเดินผ่านไปมากเท่าไหร่ หัวใจของหล่อนก็ยิ่งโหยหาผู้ชายร้ายกาจอย่างคามิเอล การ์รัสโซ่มากมายขึ้นเท่านั้น ไม่เคยลดน้อยลงเลย แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้พบหน้าของเขามาเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ แล้วก็ตาม
“บ้าๆๆๆ เธอต้องบ้าไปแล้วแน่เลย วาดจันทร์ หยุดคิด หยุดๆ ได้แล้ว เขาไม่มีทางมองเธอ และแน่นอนว่าเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นซินเดอเรลล่าอย่างปาณิศา ดังนั้นเลิกฝันได้แล้ว”
หญิงสาวเค้นเสียงขมขื่นบอกตัวเองเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้มหน้าลงมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือเก่าๆ ของตัวเอง
ได้เวลาเริ่มงานของวันแรกในสัปดาห์นี้แล้ว วาดจันทร์สั่งตัวเองให้ยิ้มกว้างๆ จากนั้นจึงตัดสินใจเดินตรงไปยังแผนกที่ตัวเองรับผิดชอบทันที แต่ระหว่างทางก็พบกับเชอินพนักงานชายในห้างสรรพสินค้าเดียวกันเสียก่อน
“น้องจันทร์ทานอาหารเช้าหรือยังครับ”
เจ้าของชื่อระบายยิ้มบางๆ มองออกว่าผู้ชายคนนี้สนใจในตัวของหล่อน แต่แน่นอนว่าหล่อนไม่ได้มีใจให้กับเขา สิ่งที่มอบให้ได้ก็คือความเป็นเพื่อนเท่านั้น ซึ่งหล่อนก็รู้ดีว่าเชอินรู้ฐานะของตัวเองดี เพราะเขาไม่เคยพูดจา หรือแสดงท่าทางให้หล่อนลำบากใจเลยสักครั้ง และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้หล่อนเต็มใจที่จะยิ้มให้กับเขาอย่างแท้จริง
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่เชอิน แล้วพี่ล่ะทานหรือยัง”
“พี่ก็ทานเรียบร้อยแล้วเหมือนกันครับ” เชอินระบายยิ้ม มองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความรู้สึกดีๆ มากมาย
“วันนี้พี่เชอินเข้ากะเช้าเหรอคะ”
“ครับ พอดีพี่ขอหัวหน้าเปลี่ยนกะน่ะ ว่าแต่น้องจันทร์เถอะ วันหยุดยาวนี้มีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหนหรือเปล่าครับ”
เชอินหมายถึงวันหยุดของทางห้างที่ตรงกับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ วาดจันทร์เข้าใจดี แต่ยังไม่ทันจะให้คำตอบใดออกไป หัวหน้างานของหล่อนก็ควักมือเรียกเสียก่อน
“พี่เชอิน จันทร์ขอตัวก่อนนะคะ หัวหน้าควักมือเรียกแล้ว”
เชอินมองตามสายตาของวาดจันทร์ไปก็เห็นอย่างที่หญิงสาวบอกจริงๆ นั่นก็หัวหน้าของวาดจันทร์กำลังยืนควักมือเรียกอยู่ แถมข้างๆ กายยังมีผู้ชายแต่งตัวภูมิฐานสามคนยืนอยู่ใกล้ๆ อีกด้วย
“ครับ เอาไว้เราค่อยคุยกันใหม่ อืม ตอนเที่ยงนี้น้องจันทร์ทานอาหารกับพี่ได้ไหมครับ”
วาดจันทร์ยิ้มบางๆ แม้จะไม่อยากไปนัก แต่ก็ไม่อยากทำให้ผู้ชายตรงหน้าที่กำลังมองหล่อนอย่างรอคอยต้องผิดหวัง
“ก็ได้ค่ะ ถ้าจันทร์ได้พักตอนเที่ยงนะคะ”
เชอินยิ้มกว้างมากๆ ด้วยความดีใจ
“ครับ พี่จะรอ”
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินจากไปด้วยความยินดี ในขณะที่วาดจันทร์เดินมุ่งหน้าไปยังหัวหน้างานของตัวเอง แต่พอเดินมาใกล้ๆ ก็ต้องตกใจจนแทบช็อก เมื่อได้เห็นผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ กับหัวหน้าของตัวเองชัดๆ เต็มๆ ตา
คามิเอล การ์รัสโซ่!
หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แข็งขาสั่นเทา แต่นั่นก็คงไม่เท่ากับจังหวะการเต้นของหัวใจที่มันเพิ่มขึ้นจนน่าหวาดเสียวหรอก เขามาที่นี่ได้ยังไง มาอยู่ตรงหน้าของหล่อนยังไง วาดจันทร์พยายามเก็บอารามตื่นตระหนกของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่หล่อนก็ทำได้แย่มาก เพราะสายตาของหล่อนไม่สามารถละจากใบหน้าอันหล่อลากดินของคามิเอลได้เลย
โอ้... ให้ตายเถอะ ทำไมเขาถึงหล่อเหลา สมบูรณ์แบบสุดๆ แบบนี้นะ ดูสิ เขายืนอยู่ในกลุ่มกับผู้ชายอีกสองคน แต่คามิเอล การ์รัสโซ่กลับดูโดดเด่นและน่ามองอยู่เพียงคนเดียว หล่อนโหยหา และคิดถึงเขาเหลือเกิน ทั้งๆ ที่คิดว่าสิ่งที่พยายามทำในทุกๆ ลมหายใจอย่างการลบเลือนเขาจากสมองมันได้ผล แต่พอได้เห็น ได้สบตากับพ่อเทพบุตรเถื่อนอย่างคามิเอล การ์รัสโซ่อีกครั้ง หล่อนจึงได้ซาบซึ้งว่าไม่มีทาง... ไม่มีหนทางใดเลยที่จะสามารถทำให้หล่อนลืมผู้ชายคนนี้ได้ รสจูบของเขา สัมผัสจากฝ่ามือของเขาที่ลูบไล้ไปตามผิวกายของหล่อน มันตราตรึง ติดแน่น และไม่มีทางลบเลือนได้ ไม่ว่าจะใช้เวลายาวนานสักแค่ไหนก็ตาม
หล่อน... หล่อนลุ่มหลงเขา ลุ่มหลง โหยหา คามิเอล การ์รัสโซ่ จนโงหัวไม่ขึ้น และถ้าหล่อนยังเป็นอยู่แบบนี้ ยังปล่อยให้เขามามีอิทธิพลเหนือจิตวิญญาณเช่นนี้ อีกไม่นาน... อีกไม่นานหรอก หล่อนจะมีสภาพไม่ต่างจากผู้หญิงจำนวนมหาศาลที่ถูกเสือร้ายอย่างคามิเอล การ์รัสโซ่ขยี้จนยับและเขี่ยทิ้ง
ไม่... หล่อนจะต้องไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น หล่อนไม่มีทางยอมให้ผู้ชายเอาเปรียบ ไม่มีทางยอมให้ใครมาเขี่ยทิ้งง่ายๆ หล่อนไม่มีวันยอม วาดจันทร์เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง จากนั้นก็แข็งใจละสายตาจากผู้ชายหล่อระเบิดตรงหน้าไปมองหัวหน้างานของตัวเองแทน มันยากลำบาก... มันยากเหลือเกินกับการที่ต้องไม่มองเขา แต่สุดท้ายหล่อนก็ทำได้สำเร็จ หล่อนสามารถละสายตาจากพ่อเทพบุตรจากชั้นฟ้าได้จริงๆ แม้ว่าหัวใจจะยังติดแน่นอยู่กับเขาก็ตาม
“บอสมีอะไรจะให้จันทร์รับใช้เหรอคะ”
น้ำเสียงของวาดจันทร์แปร่งและพร่าในตอนท้าย ทั้งๆ ที่พยายามบังคับมันแล้ว มันน่าสมเพช แต่หญิงสาวก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะบังคับน้ำเสียงให้เป็นปกติได้หากมีคามิเอล การ์รัสโซ่อยู่ใกล้ๆ แบบนี้
เจ้านายวัยสาวเหลือน้อยของหล่อนหันไปยิ้มหวานให้กับคามิเอล ก่อนจะหันกลับมาพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงเจ้าระเบียบบอกให้รู้ถึงตำแหน่งอันต่ำต้อยของหล่อน
“คุณคาร์ลต้องการเนคไท”
“เอ่อ ค่ะ งั้นจันทร์จะไปตามพี่เนติฟามาเลือกให้นะคะ”
ที่หล่อนพูดไปแบบนี้เพราะไม่อยากจะอยู่ใกล้กับคามิเอล การ์รัสโซ่ แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่เข้าข้างหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว
“แต่คุณคาร์ลต้องการเธอ”
คำพูดของหัวหน้างานทำให้วาดจันทร์อดหันไปมองคนที่ถูกกล่าวอ้างไม่ได้ และนั่นก็ทำให้สายตาของหล่อนสบประสานเข้ากับดวงตาสีคืนเดือนไร้แสงจันทร์ของคามิเอลพอดิบพอดี เสมือนถูกดูดเข้าไปในหลุมอุกาบาตรขนาดใหญ่ ที่ภายในหลุมเต็มไปด้วยความมืดมิดและไร้ทางออก หัวใจของหล่อนเต้นแรงมาก ขณะที่เนื้อตัวสาวเกิดอาการร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าตื่นตกใจ หล่อนเป็นแบบนี้ รู้สึกแบบนี้ทุกครั้งเมื่อได้สบตากับคามิเอล การ์รัสโซ่ หล่อนคงจะเป็นเอามาก หลงรักเขาเอามากๆ ถึงได้มีอาการรุนแรงแบบนี้
วาดจันทร์กัดฟัน ข่มใจ และฝืนตัวเองให้ก้มหน้าลงมองพื้น จากนั้นจึงพูดขึ้นเสียงแผ่วเบากับหัวหน้างานของตัวเอง หล่อนจะไม่ยอมอยู่ใกล้คามิเอล การ์รัสโซ่ ไม่มีทางเด็ดขาด เพราะขืนอยู่ใกล้ หล่อนได้เผลอแสดงท่าทางลุ่มหลงเขาออกไปอย่างแน่นอน
“เอ่อ พอดีจันทร์ติดงานค่ะ ต้องไปช่วยเกรานับสต๊อกเสื้อผ้าค่ะ” คำตอบของหล่อนทำให้หัวหน้างานหันไปมองคามิเอล และเอ่ยถามขึ้น
“งั้นดิฉันจะหาพนักงานคนอื่นมาต้อนรับแทนนะคะ”
วาดจันทร์ลอบเป่าปากถอนใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะคิดว่าคามิเอลจะยอมปล่อยหล่อนไป แต่ตรงกันข้าม... ใช่ มันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เมื่อคำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีแดงจัดของเขาสามารถทำให้หล่อนชาวาบไปทั้งตัว
“ผมต้องการวาดจันทร์”
“แต่ดิฉันมีงานอื่นต้องรับผิดชอบนะคะ แค่เลือกเสื้อผ้า พนักงานคนไหนทำก็ได้” เพราะความไม่พอใจทำให้วาดจันทร์เผลอโต้ตอบออกไป
“เธอกล้าพูดกับลูกค้าวีไอพีของฉันแบบนี้ได้ยังไง เธอไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายคนนี้คือใคร คามิเอล การ์รัสโซ่ อย่าบอกนะว่าเธอโง่เง่าจนไม่รู้จัก!”
เสียงตวาดจากหัวหน้างานทำให้วาดจันทร์หน้าซีดเผือด หล่อนก้มหน้างุด และตอบเสียงแผ่วเบาด้วยความหวาดกลัวว่าจะตกงาน
“จันทร์... จันทร์ขอโทษค่ะ”
“ฉันจะให้ใบเตือนเธอ และแน่นอนว่ามันจะมีผลกับโบนัสปลายปีนี้แน่ๆ”
ความอำมหิตของหัวหน้างานทำให้วาดจันทร์ยิ่งหวาดกลัว หล่อนเงยหน้าขึ้นมองและพูดวิงวอน
“บอสคะ จันทร์ขอโทษค่ะ ต่อไปจันทร์จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
หัวหน้างานของหล่อนกำลังจะซัดถ้อยคำบาดหัวใจออกมาอีก แต่เสียงกระด้างของคามิเอลหยุดเอาไว้เสียก่อน
“อย่าให้ถึงต้องให้ใบเตือนกันเลยครับ ผมไม่อยากให้ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ใครต้องถูกตำหนิหรือถูกไล่ออก”
“มันไม่เกี่ยวกับคุณคาร์ลหรอกค่ะ แต่มันเป็นกฎของทางห้างเรา ลูกค้าคือพระเจ้า พนักงานที่นี่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของเราค่ะ”
หัวหน้างานของหล่อนยังยืนยันที่จะทำโทษหล่อนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่รู้ว่าคามิเอลนั้นกำลังคิดอะไรอยู่เพราะเขาตั้งหน้าตั้งตาจะช่วยหล่อนเสียเหลือเกิน
“ถ้านโยบายของคุณคือ ลูกค้าคือพระเจ้า ดังนั้นคุณก็ต้องฟังความต้องการของผม”
“เอ่อ...” หัวหน้างานของหล่อนเริ่มพูดไม่ออก และคามิเอลก็วางอำนาจต่อไป
“ผมต้องการให้คุณลืมเรื่องใบเตือนไปซะ แล้วให้วาดจันทร์มาดูแลผมก็พอ”
หัวหน้างานของหล่อนปรายตามองหล่อนอย่างสงสัย เพราะเห็นคามิเอลออกรับแทน แต่หล่อนก็ก้มหน้าหลบสายตาเสียก่อน หัวหน้างานของหล่อนจึงต้องทำตามความต้องการของคามิเอลอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้
“ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณคาร์ลทั้งหมดค่ะ”
รอยยิ้มที่ระบายยิ้มบนใบหน้าหล่อลากไส้ของคามิเอลมีผลต่อจังหวะการหายใจของหล่อนอย่างรุนแรง หัวใจของหล่อนแทบหยุดเต้นสิ่งที่ได้เห็น
“ขอบคุณมากครับ รับรองว่าผมจะรายงานเรื่องนี้กับหัวหน้างานของคุณ เชิญคุณตามสบายครับ”
คำพูดสุภาพแต่มีความหมายเชื้อเชิญให้จากไปของคามิเอลทำให้หัวหน้างานของหล่อนต้องก้มหน้ารับคำ และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นพ่อเจ้าประคุณก็หันไปสั่งคนของตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงอำนาจแบบสุดๆ ของตัวเองด้วยเช่นกัน
“มาติน โจชัว ไปรอที่รถ อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะตามไป”
“ครับนาย...”
สองหนุ่มสายเลือดตุรกีเดินจากไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่หล่อนกับคามิเอล การ์รัสโซ่แค่สองคนเท่านั้นที่ยืนประสานสายตากันอยู่ วาดจันทร์ตัวสั่น หัวใจก็สั่น และพยายามจะเดินหนี แต่น้ำเสียงเลือดเย็นของคนตัวโตก็หยุดการเคลื่อนไหวของหล่อนเอาไว้เสียก่อน
“จำเรื่องใบเตือนไม่ได้หรือไงวาดจันทร์”
คนถูกเตือนหันขวับกลับมามองทันที หล่อนเม้มปากแน่น “คุณจะขู่ฉันอย่างนั้นหรือคะ”
คามิเอลอมยิ้มและเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหล่อนใกล้มากยิ่งขึ้น ใกล้จนหญิงสาวได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาโกนหนวดได้เป็นอย่างดี ผู้ชายคนนี้ทำให้หล่อนสะท้านสะเทือนไปทั้งตัวได้อย่างเหลือเชื่อที่สุด
“เปล่า ก็แค่เตือนความจำน่ะ เพราะถ้าเธอไม่ดูแลฉัน หัวหน้าของเธอก็จะเล่นงานเธอ”
“ฉันจะไปตามพนักงานคนอื่นให้ ในห้างนี้มีพนักงานแผนกเสื้อผ้าบุรุษมากมาย ครึ่งร้อยได้เลยมั้ง” หล่อนตอกกลับเขา แต่เขาก็สวนกลับมาอย่างทันควัน
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันต้องการให้เธอเป็นคนดูแลฉัน และเลือกเนคไทให้กับฉัน”
“แต่ฉัน...”
หญิงสาวอึกอักพูดไม่ออก หน้าตาแดงก่ำเพราะความรู้สึกลึกๆ ในหัวใจของตัวเองกำลังสำแดงฤทธิ์เดช บ้าที่สุด ทำไมจะต้องรู้สึกอยากให้เขาจูบ จูบ... เหมือนสามครั้งที่ผ่านมาด้วยนะ วาดจันทร์แทบร้องไห้กับความคิดน่าสังเวชใจของตัวเอง
“อย่าบอกนะว่าที่เธอปฏิเสธที่จะดูแลฉัน มันเป็นเพราะว่าเธอกลัวฉัน”
ใบหน้าหล่อลากดินของเขาก้มต่ำลงมาหา ต่ำมากๆ จนหล่อนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงมาบนใบหน้า โอ้... นี่เขาจงใจทำให้หล่อนคลั่ง หรือว่ามันแค่เรื่องบังเอิญกันนะ
“กรุณาถอยออกไปค่ะ” หล่อนเตือนเขาเสียงแปร่งพร่า
คามิเอลระบายยิ้มหยัน พร้อมกับถอยออกไปตามคำเตือนของหญิงสาว
“เอาล่ะวาดจันทร์ ฉันมีประชุมในอีก 45 นาทีต่อจากนี้ ดังนั้นเธอมีเวลาประมาณ 30 นาทที่จะเลือกเนคไทที่เหมาะสมกับบุคลิกของฉันให้กับฉัน”
คนฟังเสมือนถูกมัดมือชก “คุณกำลังบังคับฉันนะ”
“ตรงกันข้ามสาวน้อย ฉันแค่กำลังรอให้เธอทำหน้าที่ของเธอต่างหาก”
คนตัวโตพูดจบก็เดินหายเข้าไปในกลุ่มของเสื้อผ้าบุรุษตรงหน้า วาดจันทร์กัดปากแน่น ไม่มีทางเลือกจำต้องเดินตามเขาไป
“เธอว่าฉันควรจะเลือกเนคไทสีไหนดี”
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าตู้ที่มีเนคไทราคาแพงระยับ รอยยิ้มบางๆ จากคนตัวโตทำให้หัวใจของหล่อนหล่นไปกองกับพื้นได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าขายหน้า
เอาล่ะ รีบๆ ทำ รีบๆ เลือกให้เขา ทุกอย่างจะได้จบ และหล่อนกับเขาจะได้ไม่ต้องพบหน้ากันอีก หญิงสาวให้กำลังใจตัวเองแบบนั้น ก่อนจะรีบมุ่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเองขึ้นมาในทันควัน จนคามิเอลอดหรี่ตามองด้วยความแปลกประหลาดใจไม่ได้
“แล้วคุณชอบสีไหนล่ะคะ”
“ฉันชอบเข้มๆ น้ำตาล น้ำเงิน หรือไม่ก็ดำไปเลย” เขาตอบเสียงเยือกเย็น พลางหยิบเนคไทลายขวางสีน้ำเงินเส้นหนึ่งขึ้นมามองอย่างสนใจ
หญิงสาวมองตามก่อนจะเอ่ยถาม “คุณชอบเส้นนี้หรือคะ”
คามิเอลพยักหน้ารับน้อยๆ “ใช่ ฉันว่ามันก็ไม่เลวนะ”
วาดจันทร์อมยิ้มน้อยๆ พลางจ้องไปที่เสื้อเชิ้ตลายตารางที่เขาสวมใส่ และพูดขึ้น “ใช่ค่ะ มันสวย สวยมาก แต่มันจะไม่เหมาะกับเสื้อเชิ้ตลายตารางของคุณน่ะสิคะ”
คนฟังเลิกคิ้วสูง คล้ายกับไม่เข้าใจ “ทำไมเธอคิดถึงว่ามันจะไม่เหมาะล่ะ ฉันชอบเส้นนี้นี่”
“ก็ถ้าคุณใส่เสื้อเชิ้ตสีพื้นน่ะไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณใส่เสื้อเชิ้ตลายตารางสีฟ้าแบบนี้ มันจะไม่เหมาะอย่างยิ่งค่ะถ้าคุณจะเลือกเนคไทลายขวางมาใส่น่ะค่ะ”
“แต่ฉันชอบ”
“งั้นคุณพอคุณใส่มัน คุณก็จะไม่ต่างอะไรจากม้าลายเลยสักนิด”
วาดจันทร์เผลอหัวเราะออกมา และรอยยิ้มหวานๆ ที่เป็นธรรมชาติของหล่อนก็ทำให้คามิเอลที่กำลังจ้องมองอยู่นั้นตะลึงตะลานไปชั่วขณะ ทั้งๆ ที่พยายามบอกกับตัวเองว่าวาดจันทร์ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าผู้หญิงหิวเงินเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กระนั้น... เขาก็อดที่จะคิดถึงหล่อนไม่ได้ รสจูบจากกลีบปากนุ่มที่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งป่าของหล่อนมันติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาไม่เสื่อมคลาย อยากจะลืม อยากจะลบไม่ออกไปจากสมอง แต่ก็ทำไม่เคยสำเร็จเลยสักที เพราะอย่างนี้นี่ไง เขาถึงต้องดั้นด้นมาซื้อเนคไทถึงห้างสรรพสินค้าที่วาดจันทร์ทำงานอยู่ ทั้งๆ ที่ภายในห้องเสื้อผ้าของเขามีเนคไทเกือบๆ หนึ่งพันเส้นได้มั้ง นี่เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ใช่... ต้องบ้าไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ
“เวลาเธอยิ้ม... เหมือนโลกทั้งใบยิ้มไปด้วยเลยนะ”
คำพูดของเขาทำให้คนที่กำลังหัวเราะอยู่รู้สึกตัว หล่อนมองเขานิ่ง มองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบหวานฉ่ำของเขาอย่างเผลอตัวเผลอใจ
“คุณ... หมายถึง...”
คามิเอลระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างหูของคู่สนทนา “ตอนนี้ฉันเหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นนะสาวน้อย ช่วยเลือกเนคไทให้ฉันที”
วาดจันทร์ยืนตัวชาวาบ หน้าแดงปลั่งไม่ผิดจากผลตำลึงสุก หล่อนเบิกตากว้างมองเขา และความขัดเขินทำให้หล่อนต้องก้าวถอยหลังหนี
“เอ่อ... ฉันจะรีบเลือกให้ค่ะ”
แล้ววาดจันทร์ก็ก้มหน้ามองบรรดาเนคไทในตู้โชว์อยู่สองสามอึดใจ ก่อนที่มือขาวสะอาดจะเอื้อมเข้าไปหยิบเนคไทสีน้ำเงินเรียบๆ แต่ดูหรูหราน่ามองออกมา
“เส้นนี้ชอบไหมคะ มันเข้ากับเสื้อเชิ้ตของคุณมาก”
“ก็สวยดี” คามิเอลตอบ แต่สายตาไม่ละไปจากดวงหน้างามแม้แต่วินาทีเดียว
วาดจันทร์หลบตา ก่อนจะเอื้อมไปหยิบเนคไทอีกเส้นขึ้นมา “หรือว่าคุณจะชอบเส้นนี้คะ สีดำ เหมาะกับบุคลิกของคุณดี”
“ทำไมเธอถึงคิดว่าสีดำเหมาะกับบุคลิกของฉันล่ะ”
ดวงตาคมกริบหรี่แคบจ้องหน้าหล่อนอย่างคาดคั้น ทำไมนะ ทำไมหล่อนถึงได้ใจสั่นสะท้านทุกครั้งที่สบสายตาของผู้ชายหล่อระเบิดคนนี้ ทำไมจะต้องหวั่นไหวมากๆ แบบนี้ด้วย ท่องเอาไว้สิ ท่องเอาไว้ว่าคามิเอล การ์รัสโซ่คือแผ่นฟ้า ในขณะที่หล่อนคือผืนดินที่แผ่นฟ้าสูงส่งไม่มีทางลดสายตามองต่ำลงมาหา ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหนก็ตาม วาดจันทร์บอกตัวเองอย่างขมขื่น
“คือ...”
“ทำไม...”
คำถามคาดคั้นของเขาดังขึ้นพร้อมๆ กับการที่เขาสาวเท้าเข้ามาหา หล่อนยืนนิ่ง ตัวหินเป็นหินขยับเขยื้อนไม่ได้ ทำได้แค่เพียงมองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนกเท่านั้น
“บอกมาสิว่าทำไมถึงคิดว่าฉันเหมาะกับสีดำ”
เมื่อไม่มีทางเลือกใดอีก จำต้องพูดตะกุกตะกักออกไป “คือว่า... คือ... คุณลึกลับ อ่านไม่ออก เหมือนๆ กับสีดำน่ะค่ะ ฉันหมายถึงแบบนี้”
คามิเอลไม่ได้ยิ้มอีกแล้ว เมื่อเขาตวัดสายตาจ้องหน้าหล่อนอีกครั้ง “แต่สีดำอย่างฉัน ก็ยังถูกนังแพศยาบางคนล้วงคอเอาได้อย่างง่ายดาย”
หัวใจของวาดจันทร์ตกลงไปถึงตาตุ่มทันทีกับสิ่งที่ได้ยิน หรือว่าคามิเอลจะจดจำหล่อน หญิงสาวหน้าซีดเผือด ขยับเท้าจะก้าวถอยหลังหนี แต่ก็เกิดสะดุดเข้ากับขอบตู้โชว์ด้านหลังทำให้หล่อนเซจะล้ม แต่มือใหญ่ที่ร้อนผ่าวของคนตัวโตก็ตวัดคว้าเอวคอดของหล่อนเอาไว้ได้ทันท่วงที
“ระวังหน่อยสิสาวน้อย”
“ขอบ... ขอบคุณค่ะ”
วาดจันทร์พูดเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนกำยำ ซึ่งคามิเอลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หญิงสาวถอนใจอย่างโล่งอก
“เอ่อ งั้นตกลงเป็นเนคไทสีน้ำเงินก็แล้วกันนะคะ นี่ค่ะ”
หญิงสาวรีบยัดเนคไทที่ตัวเองคิดว่าเข้ากับเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มใส่มือหนาทันที จากนั้นก็ตั้งใจจะเดินจากไป แต่แล้วข้อมือบางก็ถูกรวบเอาไว้เสียก่อน
“จะไปไหน”
หญิงสาวถูกดึงให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับซาตานร้ายอีกครั้ง “ดิฉันจะรีบไปทำงานอย่างอื่นค่ะ”
“ยังก่อน เธอต้องดูแลฉัน”
วาดจันทร์หรี่ตามองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ “แต่ฉันก็เลือกเนคไทให้กับคุณแล้วนี่คะ เสร็จงานของฉันแล้ว ดังนั้นฉันจะไปทำงานอื่นต่อ หรือว่าคุณต้องการให้ฉันพาไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน”
คามิเอลส่ายหน้าน้อยๆ รอยยิ้มหยันๆ บนใบหน้าหล่อลากไส้ของเขาทำให้หล่อนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งผู้ชายคนนี้เหมือนมีแผนการอะไรอยู่ภายในใจ แต่พอสังเกต พอจะพิจารณาให้ถี่ถ้วน หล่อนกลับไม่พบสิ่งที่กำลังสงสัยเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาไม่มีทางจำหล่อนได้ ใช่... ไม่มีทางจำได้อย่างแน่นอน ก็หล่อนในคืนนั้นกับวันนี้มันต่างกันลิบลับนี่น่า ผู้หญิงชุดสีทองในค่ำคืนนั้นที่คามิเอลถูกตาต้องใจสวยงามไม่ต่างจากนางฟ้า ในขณะที่หล่อนในวันนี้ต่ำต้อย และไม่เหลือเค้าความงามเลยแม้แต่นิดเดียว เด็กกะโปโล ผู้หญิงจรจัด นี่แหละคือหล่อนในวันนี้
“เรื่องจ่ายเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างฉัน”
ยะ หล่อนรู้ว่าเขาใหญ่ เขารวย และโคตรมีเงิน วาดจันทร์คิดอย่างหมั่นไส้
“แล้วอะไรที่เป็นปัญหาสำหรับคุณล่ะคะ”
คามิเอลอมยิ้ม วูบหนึ่งวาดจันทร์เห็นความเลือดเย็นในดวงตาคมกริบของเขา แต่แค่กะพริบตามันก็จางหายไป ทำให้หล่อนคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเองเท่านั้น
“ผูกเนคไทให้กับฉัน”
“ว่าไงนะคะ?!”
“ฉันคิดว่าเธอได้ยินคำพูดของฉันชัดเจนทุกคำ”
คนฟังหน้าแดงก่ำ พลางบิดมือออกจากการเกาะกุมทันที จากนั้นก็ถอยหลังออกห่าง มองเขาอย่างหวาดระแวงไม่ไหวใจ
“แต่... ฉันคิดว่าคุณผูกมันเองได้”
“ทุกวันน่ะใช่ แต่วันนี้ฉันต้องการให้เธอผูกเนคไทให้กับฉัน”
“แต่ว่า...”
“ลืมไปแล้วหรือไงว่าที่ห้างของเธอน่ะ ลูกค้าคือพระเจ้า”
คามิเอลพูดจบก็เดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องลองเสื้อผ้า วาดจันทร์รีบเดินหน้าตาตื่นตามไป
“ผูกเนคไทไม่จำเป็นต้องเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้าก็ได้ค่ะ ตรงนี้ก็ได้”
คนตัวโตหยุดเดินหันมามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว เดินตามเข้ามา อย่าให้ฉันต้องไปรายงานพฤติกรรมของเธอกับหัวหน้าของเธอล่ะ”
แล้วพ่อเจ้าประคุณที่คาบความเอาแต่ใจมาตั้งแต่เกิดก็เดินหายเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้า วาดจันทร์หัวใจเต้นแรง มองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดหวั่น แต่เพราะไม่มีเลือกจึงจำเป็นต้องกัดฟันเดินตามคนตัวโตเข้าไป
คามิเอลอมยิ้มอย่างพึงพอใจที่วาดจันทร์เดินตามตัวเองเข้ามา เขาเอื้อมไปลงกลอนประตู และนั่นก็ทำให้วาดจันทร์หน้าตาซีดเผือดด้วยความตกใจ
“คุณ... ล็อกประตูทำไม”
คนถูกถามไหวไหล่กว้างของตัวเองน้อยๆ อย่างไม่แยแสสิ่งใดในโลก “ฉันชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการตกอยู่ในสายตาของใคร”
“แต่ฉัน... ฉันไม่ชอบอยู่กับผู้ชายในที่รโหฐานแบบนี้ มันเสียหาย” วาดจันทร์กำเนคไทในมือแน่นจนมันแทบขาด มองเขาอย่างขุ่นเคือง
“อย่างเธอ... มีอะไรให้เสียได้อีกหรือ”
“นี่คุณ... อย่ามาดูถูกฉันนะ”
ดวงตาเขียวปั๊ดของวาดจันทร์ทำให้คามิเอลไม่อยากจะต้องปากต่อคำด้วยอีก เขาเหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนทองของตัวเอง ก่อนจะพูดออกมา
“เธอมีเวลาผูกเนคไทให้ฉันห้านาที ลงมือซะ”
คนถูกออกคำสั่งเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงแทบหลุดออกมาจากขั้ว ให้ตายเถอะ ทำไมยิ่งหนี ทำไมยิ่งพยายามจะอยู่ให้ห่างไกล แต่สุดท้ายกลับต้องมาใกล้ชิดถึงขนาดนี้นะ ดูสิ... ตาบ้าคามิเอล การ์รัสโซ่ ยืนอยู่ห่างจากหล่อนแค่คืบเดียวเท่านั้นเอง
งาน...ท่องเอาไว้วาดจันทร์ว่ามันคืองาน รีบทำ มันจะได้จบๆ กันไปซะที รีบทำเข้า... รีบทำ... หญิงสาวตะโกนบอกตัวเองก้องสมอง
“ก็ได้... ฉันจะรีบผูกเนคไทให้กับคุณ”
คามิเอลซ่อนยิ้ม แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าวาดจันทร์นั้นแพศยามากแค่ไหน และเขาจะต้องเอาคืนให้สาสม แต่พอได้อยู่ใกล้ๆ กับหล่อน เขากลับลืมทุกความอาฆาตไปเสียจนหมดสิ้น มีแต่เพียงความรู้สึกวูบวาบหวานฉ่ำที่หล่อเลี้ยงไปทั้งเรือนกายเท่านั้น
“งั้นก็เริ่มสิ” คนตัวโตเอาสองมือของตัวเองไพล่หลังเอาไว้
“งั้นก็ก้มลงมาหน่อยได้ไหมคะ คุณตัวสูง ฉันผูกไม่ถึงหรอกนะ”
“นั่นมันเรื่องของเธอ ใครใช้ให้เกิดมาตัวเท่ามดล่ะ”
คำพูดไม่แยแสของคนที่ยืนนิ่งอยู่ทำให้วาดจันทร์ต้องเม้มปากแน่น และก็จำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อให้สามารถตวัดเส้นเนคไทรอบลำคอแกร่งของเขาได้ แต่เพราะปลายเท้าไม่มั่นคงหล่อนจึงเซไปชนกับแผ่นอกกว้างถึงสามครั้งกว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ
หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความขัดเขิน เพราะเกรงว่าคามิเอลจะคิดว่าหล่อนให้ท่า แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกคิดไป เพราะคนตัวโตยังคงยืนนิ่งไม่ได้แสดงท่าทางสะทกสะท้านอะไรออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แทนที่วาดจันทร์จะรู้สึกโล่งใจกับท่าทางเฉยชาของคามิเอล ตรงกันข้ามหล่อนกับรู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูกต่างหาก เพราะหล่อนสะท้านไปทั้งตัวและหัวใจเมื่อได้สัมผัสกับเขา แต่เขาสิ... ยืนเฉยเหมือนกับว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ก็อย่างว่าล่ะนะ หล่อนในสายตาของเขามันก็แค่พนักงานห้างต่ำต้อยนี่ แถมยังหน้าตามอมแมมน่าเกลียดอีก คามิเอล การ์รัสโซ่ไม่มีทางมองซ้ำสองหล่อน วาดจันทร์คิดอย่างขมขื่นสุดๆ
“เลิกจ้องฉันแล้วรีบๆ ผูกเถอะวาดจันทร์ อย่าลืมสิว่าฉันมีประชุม”
คนที่กำลังจมปลักอยู่ในบ่อเหวแห่งความทุกข์ทรมานสะดุ้งได้สติในทันที วาดจันทร์หน้าร้อนผ่าวกับคำพูดตรงไปตรงมาของคามิเอล
“ฉัน... กำลังพยายามอยู่...”
และวาดจันทร์ก็พยายามอย่างที่พูดจริงๆ แต่ด้วยมือไม้ที่สั่นเทาก็ทำให้หล่อนต้องผูกมันซ้ำๆ อยู่หลายครั้งกว่าจะสามารถทำสำเร็จได้
“สะ เสร็จแล้วค่ะ”
คามิเอลหรี่ตาลงมองเนคไทที่วาดจันทร์เป็นคนผูกให้ด้วยสายตาไร้ความรู้สึก “ขอบใจมาก เธอนี่มีฝีมือในการเลือกและผูกเนคไทจริงๆ เลย วันหน้าฉันคงจะต้องมาใช้บริการเธออีกแน่ๆ”
“เอ่อ...”
หญิงสาวยังไม่ทันจะตอบอะไรออกไป เอวคอดของหล่อนก็ถูกรวบและถูกดึงเข้าไปหาร่างกายกำยำของคามิเอลเสียก่อน
“คุณ... จะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะคะ”
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า แค่จะให้รางวัล”
คนตัวโตก้มหน้าต่ำลงมาหา ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเขย่าโสตประสาทของหล่อนได้อย่างรุนแรงเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
“รางวัล...?”
“ใช่ รางวัล... ที่เธอเลือกและผูกเนคไทให้ฉันได้อย่างยอดเยี่ยมยังไงล่ะ”
แล้วเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้พูดอะไรออกไปอีก ปากร้อนผ่าวสุดเร้าใจของเขาทาบประกบลงมาหาอย่างรวดเร็ว เขาขยี้ บดเคล้าจนกลีบปากของหล่อนแทบจะฉีกขาด แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่สาแก่ใจ ยังไม่เพียงพอกับความโหยหาที่อัดแน่นอยู่ภายใน เพราะเขายังคงเดินหน้า จูบอย่างบ้าระห่ำ ปากของเขาแนบชิดประกบอย่างแน่นหนา ลิ้นแกร่งบุกรุกเข้าไปในช่องปากหวานฉ่ำของหล่อนทันทีที่หล่อนเผลอตัวร้องคราง เขาตวัด ดูดดื่ม ทุกสัมผัสความหอมหวาน ดื่มกินทุกอณูแห่งความอภิรมย์จากกลีบปากของหล่อน ทุกอย่างมันสวยงาม ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความซาบซ่านรัญจวนใจ และทุกอย่างคงเดินหน้าต่อไปอีก ถ้าคนตัวโตไม่ผละออกห่างไปเสียก่อน ทิ้งให้หล่อนลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความโหยหาที่ยังไม่อิ่มเอมตามลำพัง
“ฉันมีประชุมต่อ...”