‘พี่นาเขาจำคนผิดหรือเปล่าพัชร ก็วันที่เธอบอกน่ะ พี่ชัฎเขาไปภูเก็ตกับฉัน แล้วพี่ชัฎเขาจะไปโผล่อยู่ที่ฮ่องกงได้ยังไง’
‘เฮ้ย! แต่พี่นาบอกว่าเป็นคุณชัฎจริงๆ นะ พี่นาจะจำคนผิดได้ไง หน้าแบบพี่ชัฎนี่..โหยเธอ เห็น 500 เมตรยังจำได้เลย’
‘แต่ก็ฝากขอบคุณพี่นากับเธอด้วยนะที่เป็นห่วง ยังไงฉันก็จะระวังไว้ ถ้าพี่ชัฎเขามีพฤติกรรมอย่างว่าจริง ฉันก็คงไม่กล้าหรอก’
ศิศิรายิ้มรับพลางเอ่ยขอบคุณทั้งพัชราและฝากขอบคุณไปถึงพี่สาวของพัชราที่เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่ฮ่องกง แม้สมัยเรียนเธอจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพัชราที่ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นแอร์โอสเตสประจำสายการบินไทย-ฮ่องกงก็ตาม
แต่เมื่อเรียนจบและโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความไม่ลงรอยก็กลายกลับเป็นสนิทสนมกันไปอย่างไม่รู้ตัว ศิศิรามองเพื่อนสาวสวยที่เขี่ยปลายเส้นผมตัวเองไปมาอย่างสับสน รอยยิ้มสดใสส่งไปถึงเพื่อนแต่ทว่าภายในใจนั้นอยากจะร้องไห้โฮ ข่าวร้ายที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่มีมูล..อย่างเช่นตอนนี้ไง
โต๊ะสีขาวเข้าชุดกับเก้าอี้ไม้และตัวบ้านตัดกับแสงสีส้มนวลในยามพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ลำแสงอุ่นๆ ริมทะเลประกอบกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งขับขาน สร้างบรรยากาศโรแมนติครายล้อมรอบกาย อาหารหลายอย่างพร้อมอาหารทะเลสั่งตรงมาจากโรงแรมหรูถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม
“โห! น้ำค้าง เตรียมอาหารไว้ตั้งเยอะเลย แล้วจะทานกันหมดเหรอจ๊ะ มีแต่ของที่พี่ชอบทั้งนั้นเลย นางฟ้าคิดจะขุนพี่ให้อ้วนหรือไงจ๊ะ นี่พี่ก็อ้วนมากอยู่แล้ว ถ้าน้ำหนักขึ้นกว่านี้สักโลครึ่งโล ซัมเมอร์นี้พี่คงใส่เทรนด์ใหม่ที่สั่งมาไม่ได้แน่”
ชัฎพงษ์พูดพลางก้มมองสำรวจร่างกายตัวเอง กิริยามองแขนมองขาจับเอวตัวเองอย่างกับกลัวว่าไขมันจะสะสมมากยิ่งขึ้นนั้นทำให้ศิศิราต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเรียกขวัญและกำลังใจตัวเองให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว
“โถ! พี่ชัฎคะ พี่ชัฎน่ะอ้วนได้อีกตั้งเยอะ นี่น้ำค้างว่าจะผอมไปแล้วนะคะ ถ้าพี่ชัฎอ้วนกว่านี้สักนิด มีกล้ามเนื้อสักหน่อย ขี้คร้านน้ำค้างต้องช้ำใจตายเสียก่อนแน่ค่ะ ถ้ามีสาวเล็กสาวใหญ่มาเหล่พี่ชัฎ แถมด้วยลิง ค่าง บ่าง ชะนี เก้ง กวางอีกมีหวังพี่ชัฎได้เป็นขวัญใจชาวสีม่วงแน่ๆ”
เสียงหวานพูดเรื่อยๆ ในขณะที่มือบางรินไวน์เสิร์ฟ ดวงตาหวานชำเลืองมองกิริยาที่คู่หมั้นหนุ่มจะมีให้เห็น อาการชะงักกึกพร้อมดวงตาคมเฉี่ยวที่วาบขึ้นอย่างไม่พอใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มดังเดิม
ศิศิรารับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นเร้าของตัวเอง มือเท้าชื้นไปด้วยเหงื่อยามต้องทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จสิ้น หากเธอไม่ทำก็จะไม่มีวันรู้ว่าสิ่งที่สงสัยนั้นเป็นจริงหรือไม่ สิบอย่างที่สงสัย ร้อยอย่างที่ได้ยินมาก็ไม่เท่าพิสูจน์ดูสักครั้ง
“น้ำค้างดื่มไวน์ด้วยหรือจ๊ะ พี่คิดว่าเราจะ NO. แอลกอฮอล์เสียอีก” เสียงนุ่มนวลออกจะสะบัดในตอนท้ายเหมือนจะจงใจเปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ก็ดื่มบ้างเล็กน้อยค่ะ เวลาสังสรรค์กับเพื่อน พี่ชัฎคงไม่ว่า..”
“อืม..จะว่าได้ไงจ๊ะ พี่เข้าใจคนเราก็ต้องมีสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง แต่น้ำค้างต้องสัญญากับพี่นะจ๊ะว่าจะรู้ตัวเองอยู่เสมอจะไม่ดื่มมากเสียจนทำให้ตัวเองเป็นอันตรายได้”
“ค่ะ..น้ำค้างรับรอง”
รอยยิ้มหวานส่งไปให้ในขณะที่หัวใจยิ่งเต้นเร้ามากขึ้น ‘NO. แอลกอฮอล์..นั่นมันเราชัดๆ’ ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยสักครั้ง นี่จะเป็นครั้งแรกเพราะถ้าเธอไม่มีแอลกอฮอล์ปะปนอยู่ในกระแสเลือดเลย เธอคงจะไม่กล้าทำอะไรที่น่าอายแบบนี้แน่
“น้ำค้างขอฉลองให้กับความสำเร็จของพี่ชัฎค่ะ ขอให้คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของพี่ชัฎขายหมดทุกห้องภายใน 1 เดือนค่ะ”
แก้วไวน์สีสวยถูกยกขึ้นตรงหน้า ชัฎพงษ์แตะสัมผัสแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีแดงสุกใสของเขากับแก้วของเธอแต่เพียงเบาๆ ดวงตาคมเฉี่ยวหรี่มองหญิงสาวบอบบางที่มีหน้าตาสวยสดงดงามตรงหน้าอย่างแปลกๆ ศิศิราในวันนี้ดูแปลกตาไปมาก
เริ่มตั้งแต่เธอเอ่ยชวนให้เขามาเที่ยวตากอากาศกันที่นี่โดยบอกว่าเพื่อนๆ มารออยู่แล้ว แต่เมื่อมาถึงกลับมีเพียงสองคนที่เดินทางมา ส่วนเพื่อนๆ ของเธอติดธุระอย่างเร่งด่วน! ทำให้เดินทางมาสมทบไม่ได้ ยังจะกิริยาถึงเนื้อถึงตัวที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่หญิงสาวจะกล้า ตลอดจนน้ำสีแดงสดใสที่บรรจุอยู่ในแก้วทรงสูงที่หญิงสาวกระดกกลืนสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดแม้จะจิบชิมรสชาติให้กระจายอยู่ในอุ้งปากอย่างที่ควรจะทำ
“น้ำค้าง..ไม่สบายหรือเปล่า มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ก็เหมือนกับนพนั่นแหละ น้ำค้างปรึกษาได้ทุกเรื่อง”
เมื่อเห็นหญิงสาวยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดื่มทั้งที่ก็แสดงอาการจะขย้อนออกมาตลอดเวลาทำให้อดที่จะถามไถ่อย่างเสียไม่ได้
“น้ำ..ค้าง มะ..ม่ายเป็นอะไรค่ะ ม่าย..ได้กุ้มใจอะไรด้วย แค่..น้ำ..ค้าง เอิ๊ก!..ดีใจกับพี่ชัฎและก็ดีใจกับตัวเอง..ก็เท่าน้าน..เอง..เอิ๊ก!..”
“ดีใจ.. ดีใจเรื่องอะไรกันจ๊ะ ถ้าเรื่องคอนโดพี่ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้นพช่วยพี่ก็คงจะไม่มีกำลังใจทำจนสำเร็จได้”
ศิศิราเหมือนจะเห็นแวววาบประหลาดปรากฏในดวงตาคมเฉี่ยวคู่นั้น รอยวาบที่ปรากฏมันเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงข้างใน
“ก็ทั้งเรื่อง..คอนโด และก็เรื่องที่คุณหญิงป้า..จะจัดงานแต่งงานให้เรายังไงค่ะ น้ำ..ค้าง ดีใจม๊ากมาก.. พี่นพก็คงจะดีใจไปกับน้ำค้างและก็พี่ชัฎ เอิ๊ก!..”
“ระ..เหรอจ๊ะ นพเขาบอกน้ำค้างแบบนั้นเหรอ” แววกราดเกรี้ยวปรากฏพร้อมกับรอยแสยะยิ้มที่มุมปากดั่งคนเจ็บช้ำอะไรบางอย่างในใจ
“ก็..ช่าย..สิคะ ก็น้ำค้างน่ะ เป็นนางฟ้าของพี่นพ..นี่ค่ะ อะไรที่น้ำค้าง..มี..ฟาม..สุข พี่นพก็มี..ฟาม..สุขไปด้วยเสมอ พี่ชัฎว่าไหมคะ”
“เอ่อ..จ้ะ ตามนั้น” ใบหน้าคมเชิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวในขณะที่ในใจประหวัดถึงคนที่จะตามมาในวันรุ่งขึ้น
ร่างบางประคองตัวไต่เดินมาตามโต๊ะก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงใกล้ๆ คู่หมั้น ชัฎพงษ์กระเถิบตัวหนีอย่างอัตโนมัติแต่ก็ยังคงสงวนท่าทีไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป ดวงตาคมวาวขึ้นด้วยความไม่พอใจในกิริยาที่หญิงสาวเป็นและกับความขุ่นมัวในใจที่ต้องรอให้คนต้นเรื่องมาแก้ไข ผิดกับดวงตาที่ช้อนขึ้นสบคู่หมั้นหนุ่มหวานหยาดเยิ้ม มือบางเอื้อมไปข้างหน้าหมายจะคล้องคอแต่ก็โดนปัดป้องไม่ให้เข้าใกล้
“น้ำค้าง..เมาแล้วนะเนี่ย นี่ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่านะ ปกติน้ำค้างก็เรียบร้อยอยู่หนิ ทำไมถึงทำอะไรไม่สำรวมแบบนี้” เสียงทุ้มปนหวานสะบัดพูดอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร
“โถ! พี่ชัฎขา.. น้ำ..ค้าง ม่ายเมานะคะ แค่มึน..นิดหน่อย..พี่ชัฎ..พาน้ำค้างไปส่งที่ห้องนอนหน่อยนะคะ”
ข้อมือตวัดโอบรัดรอบลำคอที่ชัฎพงษ์หลบหลีกไม่ทัน ก่อนที่ร่างบางแต่ทว่าสมส่วนไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวจะทิ้งร่างนั่งลงบนตักคู่หมั้นของตัวเองอย่างไม่นึกรังเกียจรังงอนอะไรอีกแล้ว ในยามนี้สมองสั่งเพียงอย่างเดียวคือต้องพิสูจน์ในสิ่งที่สงสัยให้ได้
“เอ่อ..น้ำค้าง น้ำค้างลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! อย่า..ทำแบบนี้นะ มันไม่งาม ถ้าใครเขามาเห็นเข้า” เสียงสะบัดเข้มขึ้นอย่างระงับอารมณ์ที่เริ่มครุกรุ่นไปด้วยไอโกรธเกรี้ยวไม่อยู่
“อิ อิ อิ.. ใครจะมาเห็นคะ แต่..ถึงเห็นก็..ม่าย..เป็นไร ก็น้ำค้างกับพี่ชัฎก็จะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ คนรักกันจะพรอดรักกันไม่ได้หรือคะ ใช่ไหม..คนหล่อ พี่ชัฎขา..พาน้ำค้างไปส่งห้องหน่อยนะคะ”
เสียงอู้อี้ส่งออกมาจากหน้าอกของคู่หมั้นที่ใบหน้านวลแนบซบอยู่ ดวงตาหวานเคลือคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อสิ่งใหม่ที่ล่วงรู้กลับยิ่งตอกย้ำในความคิดสงสัย ‘น้ำหอม’ มันคงไม่แปลกหากมันจะเป็นน้ำหอมผู้ชาย แต่..ไม่ใช่
“อื้อ..ตัวพี่ชัฎห๊อมหอม.. พี่ชัฎใส่น้ำหอมอะไรคะ”
“เหรอจ๊ะ..หอมเหรอจ๊ะ ขวดนี้น่ะ นพเขาซื้อมาฝากจากปารีสเลยนะ..”
ชัฎพงษ์เหมือนจะลืมความขุ่นใจในคราแรกเพียงแค่ได้คุยในเรื่องสวยๆ งามๆ เสียงหวานจากอารมณ์เป็นปกติกับดวงตาพร่างพราวยามนึกไปถึงใครคนนั้น
“งั้นเหรอคะ พี่นพนี่เข้าใจซื้อของมาฝากพี่ชัฎ ดูไปแล้วพี่นพจะรักพี่ชัฎมากกว่าน้ำค้าง..อีกนะเนี่ย” น้ำค้างมองใบหน้าหล่อเหลาที่ระเรื่อขึ้นด้วยความอาย ก่อนจะตัดสินใจทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้
“พี่ชัฎขา..พาน้ำค้างไปนอนหน่อยนะ น้ำค้างเดิน..ม่าย..ไหว”
“เอ่อ..”
“นะค้า.. พาไปหน่อยนะ.. พี่ชัฎขา..พาไปหน่อยนะ”
ชัฎพงษ์จำใจต้องอุ้มศิศิราอย่างทุลักทุเล เพราะไม่งั้นเธอไม่ยอมปล่อยเขาแน่วันนี้ แม้ระเบียงหน้าบ้านกับห้องนอนด้านในจะไม่ไกลกันมาก แต่เขาที่ไม่เคยหยิบจับของหนักอะไรมาก่อนก็แทบจะทนอุ้มเธอไปถึงห้องไม่ไหว ยิ่งมาเห็นเรือนร่างสตรีอย่างใกล้ชิดในลักษณะถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความอึดอัดใจ
ดวงตากราดเกรี้ยวมองตรงไปข้างหน้าไม่อยากแม้จะชำเลืองคนในอ้อมแขนสักนิด เสื้อคอปาดลาดต่ำเน้นทรวงอกเบียดแนบชิดไม่ทำให้เขาเกิดอาการใดนอกจากแสยงขนเสียจนอยากไปรดน้ำมนต์สัก 7 วัด 9 วัด
“ว้าย! ปล่อยนะน้ำค้าง ปล่อย.. พี่บอกให้ปล่อย” ชัฎพงษ์ดิ้นรนในทันทีที่ส่งเจ้าหล่อนถึงเตียงด้วยอยู่ๆ คนที่นอนอ่อนระทวยก็โน้มศีรษะเขาเข้าใกล้
“ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้! น้ำค้าง เมาแล้วก็นอนซะ อย่าทำแบบนี้”
“ไม่ปล่อยค่ะ พี่ชัฎขา.. มองน้ำค้างสิคะ น้ำ..ค้าง..ไม่สวยตรง..หนาย.. ดูสิคะ” เสื้อคอปาดถูกรั้งลงต่ำเผยให้เห็นไหล่เนียนละมุนและทรวงอกอวบอิ่มชูช่อ
“สะ..สวยจ้ะ น้ำค้างสวยมาก แต่..ปล่อยพี่เถอะนะ พี่ไม่อยากให้น้ำค้างต้องเสียหาย”
“โธ่! พี่ชัฎขา.. แค่กอดกันนิด หอมกันหน่อย น้ำค้างไม่เสียหายหรอกค่ะ อีกไม่กี่เดือนเราก็จะแต่งงานกันแล้ว น้ำค้างไม่ว่าพี่ชัฎหรอกค่ะ”
“ไม่เอาหรอก พี่ไม่อยากเอาเปรียบนางฟ้าของพี่ ปล่อยพี่เถอะนะ นี่ถ้านพรู้เข้าคงต่อว่าพี่แน่ๆ ที่ทำรุ่มร่าม” ชัฎพงษ์พยายามแกะมือที่เกาะเกี่ยวต้นคอตัวเองให้แยกออกแต่ลักษณะคู้กายทำให้แกะไม่สะดวก
“พี่ชัฎขา...” ข้อมือบางโน้มคอคู่หมั้นจนสุดแรงส่งผลให้ชัฎพงษ์เสียหลักล้มทับบนร่างบางทั้งตัว
“โอ๊ะ! ว้าย!!”