ดวงตาหวานจ้องจับหน้าประตูไม้สีขาวอย่างชั่งใจ แววหวานหวั่นไหวกับบางสิ่งบางอย่างที่ครุ่นคิดมาตลอดทั้งคืน ความกลัวที่จะทำมีมากก็จริงแต่ก็ไม่เท่าความใคร่รู้ที่ยิ่งเร่งเร้าให้เธอทำตามในสิ่งที่ตัดสินใจและวางแผนจนทำให้ร่างบางสมส่วนมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องนี้
‘น้ำค้าง..แกต้องพิสูจน์ ถ้าแกอยากรู้ว่าที่พวกยายพัชรพูดกันมันจริงหรือเปล่า’
‘แต่..ฉันไม่กล้าหรอกดา อยู่ๆ แกจะให้ฉันไปทำอะไรอย่างนั้นได้ไง ฉันเป็นผู้หญิงนะ’
‘ฉันก็ไม่ได้ให้แกไปปล้ำพี่เขาเสียหน่อย แค่ใส่จริตเล็กๆ น้อยๆ มีมารยาหน่อยๆ ให้พี่เขาให้ปึ๋งปั๋งบ้างน่ะ แกทำเป็นไหม ให้พี่เขาแสดงความเป็นแมนๆ ให้แกเห็นน่ะ แค่เขาตื่นตัวหรือจุ๊บๆ แกนิดหน่อยก็โอแล้ว แกต้องสัมผัสได้แน่ว่าเขาโอหรือไม่โอ.. OK!..’
‘จะทำอย่างนั้นได้ไงดา พี่ชัฎเขาจะหาว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนที่ เอ่อ..เอ่อ..ไปให้ท่าเขาน่ะ’
‘อ้าว! แล้วแกจะเอายังไง มีอย่างที่ไหนคบกันมา 4 ปีไม่เคยแม้แต่จะจับมือถือแขน เป็นคนอื่นน่ะเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ไม่งั้นแกก็ถามพี่ชัฎเขาไปตรงๆ เลยว่า..เป็นหรือไม่เป็น ไอ้ที่สงสัยจะได้หายเสียที ฉันเป็นเพื่อนแกนะค้าง ฉันไม่อยากให้แกตัดสินใจผิดๆ นี่ยังไม่ได้แต่งงานกันก็ถือว่าดีไป แต่คุณหญิงแม่ของพี่แกเล่นลงข่าวว่าลูกชายเขาจะแต่งงานต้นปีหน้า โดยที่ไม่ถามแกสักคำ แล้วแกจะยังยอมเรอะ เป็นฉัน..ไม่อ่ะ ไม่รู้พี่นพยอมได้ไง พี่นพนะพี่นพ เฮ้อ!..’
กิริยาทอดถอนหายใจของนิดาทำให้ ‘น้ำค้าง หรือ ศิศิรา’ นั่งยิ้มแหยๆ อย่างไม่รู้ว่าจะพูดต่อได้ยังไงว่าคนที่ทำให้เธอต้องคิดหนักนั้นไม่ใช่ ‘ชัฎพงษ์’ ที่เป็นคนรัก แต่ทว่ากับเป็น ‘นพนิตย์’ ผู้เป็นพี่ชายของเธอต่างหากเล่า
คำพูดของนิดาเหมือนจะยังก้องอยู่ในสมอง ที่ตอนนี้เหมือนจะอื้อๆ ตึงๆ กับหลายความคิดที่ประเดประดังกันเข้ามา มือบางยกขึ้นหมายจะเคาะให้เสียง ก็เธอตัดสินใจแล้วนี่ อุตส่าห์ช่วยกันวางแผนจนได้อยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 ในบังกะโลริมทะเลหลังนี้ หาดส่วนตัวที่เงียบสงบไม่ได้มีผู้คนพลุกพล่าน หากพลาดพลั้งไปคงจะไม่มีใครคาบข่าวไปถึงหัวหนังสือได้
ประตูห้องด้านหน้าถูกเปิดออกก่อนที่เธอจะทันได้เคาะเรียกทำให้ใบหน้าสวยหวานต้องยิ้มเก้อๆ กับกิริยายกมือค้างของตัวเอง
“อ้าว! น้ำค้าง ว่าไงจ๊ะ หิวข้าวแล้วใช่ไหม มา..พี่จะพาไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกัน”
เจ้าของห้องที่เปิดประตูออกมาจัดได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง เรือนร่างสูงโปร่งออกจะผอมบางไปสักนิดแต่ด้วยมาดหนุ่มออฟฟิตจึงทำให้เขาดูดีไปอีกแบบหนึ่ง ผิวกายที่ขาวนวลอมชมพูกับริมฝีปากแดงระเรื่อที่เธออดจะสงสัยทุกครั้งไม่ได้ว่ามันเป็นสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเป็นสีที่เขาปรุงแต่งขึ้นมาให้ดูดียิ่งขึ้น แต่วันนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้
“น้ำค้างจะมาชวนพี่ชัฎไปทานอาหารน่ะค่ะ แต่ไม่ต้องออกไปข้างนอก เพราะว่า..นางฟ้าเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพแล้วค่ะ”
“หือ..เหรอจ๊ะ เอ..แต่ว่านางฟ้าของพี่เตรียมอะไรไว้ให้พี่ทานบ้างล่ะ” ชัฎพงษ์พูดพลางเอียงหน้ายิ้มเก๋ ก่อนที่จะแทรกตัวออกมาจากประตู โดยที่ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะถูกร่างของศิศิราที่ยืนขวางอยู่เลยสักนิด
ศิศิราปรายตามองกิริยาของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น แววคลางแคลงใจบ่งบอก ‘นางฟ้า’ คำเรียกขานที่พี่ชายและคู่หมั้นหนุ่มมักจะใช้เรียกเธออยู่เสมอ เพราะว่านพนิตย์..พี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ
นับจากพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อนทำให้มีเพียงนพนิตย์คนเดียวเท่านั้นที่ดูแลเธอมาตลอด และนพนิตย์มักจะพูดเสมอว่าเธอเป็น ‘นางฟ้าน้อยๆ ที่พี่นพต้องดูแลปกป้อง’ ทำให้คู่หมั้นหนุ่มก็เลยเรียกเธอว่า ‘นางฟ้า’ ตามไปอีกคน แต่ในยามนี้ไม่มีใครสักคนที่จะรู้ว่า หัวใจของนางฟ้ามันบอบช้ำแค่ไหน ดวงตาหวานฉายแววเศร้าแต่เพียงครู่เดียวก็กลับเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มเหมือนเดิมอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่ชัฎคะ งั้นเราไปดินเนอร์กันเถอะค่ะ น้ำค้างขอฉลองความสำเร็จโปรเจคใหม่ของพี่ชัฎล่วงหน้าเลยละกัน”
ร่างบางก้าวประชิดตัว มือบางคล้องต้นแขนชายหนุ่มในลักษณะกึ่งชวนให้เดินไปข้างหน้า
“โอ๊ะ! จ้ะ น้ำค้างเดินไปก่อนเถอะนะ ขอให้องครักษ์พิทักษ์นางฟ้าเดินตามละกัน เดี๋ยวนางฟ้าของพี่หกล้มหกลุกไป พี่ชายนางฟ้าจะได้มาเอาพี่ตายกันพอดี” ชัฎพงษ์เบี่ยงตัวหลบอย่างสุภาพพร้อมผายมือไปด้านหน้า
“ค่ะ” ใบหน้างามยิ้มหวานอย่างเขินอายในคำพูดที่คู่หมั้นหนุ่มสัพยอกก่อนสีหน้าจะฉายแววเจ็บปวดกับความสงสัยที่ใคร่รู้คำตอบออกมา ดวงตาหวานงดงามร้อนผ่าวแพขนตางอนหนากะพริบถี่ขับไล่หยาดน้ำตาที่พาลจะไหล
‘น้ำค้าง ที่ฉันมาบอกเธอน่ะเพราะไม่ต้องการให้เธอโดนเขาสนสะพายนะ ถ้าเขาแมนเต็มร้อยน่ะเขาไม่ไปเดินเฉิดฉายอยู่ในบาร์เกย์ที่ฮ่องกงหรอก เธอเชื่อฉันดิ ถ้าเธอยังไม่อยากช้ำใจ’
‘พี่นาเขาจำคนผิดหรือเปล่าพัชร ก็วันที่เธอบอกน่ะ พี่ชัฎเขาไปภูเก็ตกับฉัน แล้วพี่ชัฎเขาจะไปโผล่อยู่ที่ฮ่องกงได้ยังไง’
‘เฮ้ย! แต่พี่นาบอกว่าเป็นคุณชัฎจริงๆ นะ พี่นาจะจำคนผิดได้ไง หน้าแบบพี่ชัฎนี่..โหยเธอ เห็น 500 เมตรยังจำได้เลย’
‘แต่ก็ฝากขอบคุณพี่นากับเธอด้วยนะที่เป็นห่วง ยังไงฉันก็จะระวังไว้ ถ้าพี่ชัฎเขามีพฤติกรรมอย่างว่าจริง ฉันก็คงไม่กล้าหรอก’
ศิศิรายิ้มรับพลางเอ่ยขอบคุณทั้งพัชราและฝากขอบคุณไปถึงพี่สาวของพัชราที่เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่ฮ่องกง แม้สมัยเรียนเธอจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพัชราที่ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นแอร์โอสเตสประจำสายการบินไทย-ฮ่องกงก็ตาม
แต่เมื่อเรียนจบและโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความไม่ลงรอยก็กลายกลับเป็นสนิทสนมกันไปอย่างไม่รู้ตัว ศิศิรามองเพื่อนสาวสวยที่เขี่ยปลายเส้นผมตัวเองไปมาอย่างสับสน รอยยิ้มสดใสส่งไปถึงเพื่อนแต่ทว่าภายในใจนั้นอยากจะร้องไห้โฮ ข่าวร้ายที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่มีมูล..อย่างเช่นตอนนี้ไง
โต๊ะสีขาวเข้าชุดกับเก้าอี้ไม้และตัวบ้านตัดกับแสงสีส้มนวลในยามพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ลำแสงอุ่นๆ ริมทะเลประกอบกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งขับขาน สร้างบรรยากาศโรแมนติครายล้อมรอบกาย อาหารหลายอย่างพร้อมอาหารทะเลสั่งตรงมาจากโรงแรมหรูถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม
“โห! น้ำค้าง เตรียมอาหารไว้ตั้งเยอะเลย แล้วจะทานกันหมดเหรอจ๊ะ มีแต่ของที่พี่ชอบทั้งนั้นเลย นางฟ้าคิดจะขุนพี่ให้อ้วนหรือไงจ๊ะ นี่พี่ก็อ้วนมากอยู่แล้ว ถ้าน้ำหนักขึ้นกว่านี้สักโลครึ่งโล ซัมเมอร์นี้พี่คงใส่เทรนด์ใหม่ที่สั่งมาไม่ได้แน่”
ชัฎพงษ์พูดพลางก้มมองสำรวจร่างกายตัวเอง กิริยามองแขนมองขาจับเอวตัวเองอย่างกับกลัวว่าไขมันจะสะสมมากยิ่งขึ้นนั้นทำให้ศิศิราต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเรียกขวัญและกำลังใจตัวเองให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว
“โถ! พี่ชัฎคะ พี่ชัฎน่ะอ้วนได้อีกตั้งเยอะ นี่น้ำค้างว่าจะผอมไปแล้วนะคะ ถ้าพี่ชัฎอ้วนกว่านี้สักนิด มีกล้ามเนื้อสักหน่อย ขี้คร้านน้ำค้างต้องช้ำใจตายเสียก่อนแน่ค่ะ ถ้ามีสาวเล็กสาวใหญ่มาเหล่พี่ชัฎ แถมด้วยลิง ค่าง บ่าง ชะนี เก้ง กวางอีกมีหวังพี่ชัฎได้เป็นขวัญใจชาวสีม่วงแน่ๆ”
เสียงหวานพูดเรื่อยๆ ในขณะที่มือบางรินไวน์เสิร์ฟ ดวงตาหวานชำเลืองมองกิริยาที่คู่หมั้นหนุ่มจะมีให้เห็น อาการชะงักกึกพร้อมดวงตาคมเฉี่ยวที่วาบขึ้นอย่างไม่พอใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มดังเดิม
ศิศิรารับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นเร้าของตัวเอง มือเท้าชื้นไปด้วยเหงื่อยามต้องทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จสิ้น หากเธอไม่ทำก็จะไม่มีวันรู้ว่าสิ่งที่สงสัยนั้นเป็นจริงหรือไม่ สิบอย่างที่สงสัย ร้อยอย่างที่ได้ยินมาก็ไม่เท่าพิสูจน์ดูสักครั้ง
“น้ำค้างดื่มไวน์ด้วยหรือจ๊ะ พี่คิดว่าเราจะ NO. แอลกอฮอล์เสียอีก” เสียงนุ่มนวลออกจะสะบัดในตอนท้ายเหมือนจะจงใจเปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ก็ดื่มบ้างเล็กน้อยค่ะ เวลาสังสรรค์กับเพื่อน พี่ชัฎคงไม่ว่า..”
“อืม..จะว่าได้ไงจ๊ะ พี่เข้าใจคนเราก็ต้องมีสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง แต่น้ำค้างต้องสัญญากับพี่นะจ๊ะว่าจะรู้ตัวเองอยู่เสมอจะไม่ดื่มมากเสียจนทำให้ตัวเองเป็นอันตรายได้”
“ค่ะ..น้ำค้างรับรอง”
รอยยิ้มหวานส่งไปให้ในขณะที่หัวใจยิ่งเต้นเร้ามากขึ้น ‘NO. แอลกอฮอล์..นั่นมันเราชัดๆ’ ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยสักครั้ง นี่จะเป็นครั้งแรกเพราะถ้าเธอไม่มีแอลกอฮอล์ปะปนอยู่ในกระแสเลือดเลย เธอคงจะไม่กล้าทำอะไรที่น่าอายแบบนี้แน่
“น้ำค้างขอฉลองให้กับความสำเร็จของพี่ชัฎค่ะ ขอให้คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของพี่ชัฎขายหมดทุกห้องภายใน 1 เดือนค่ะ”
แก้วไวน์สีสวยถูกยกขึ้นตรงหน้า ชัฎพงษ์แตะสัมผัสแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีแดงสุกใสของเขากับแก้วของเธอแต่เพียงเบาๆ ดวงตาคมเฉี่ยวหรี่มองหญิงสาวบอบบางที่มีหน้าตาสวยสดงดงามตรงหน้าอย่างแปลกๆ ศิศิราในวันนี้ดูแปลกตาไปมาก
เริ่มตั้งแต่เธอเอ่ยชวนให้เขามาเที่ยวตากอากาศกันที่นี่โดยบอกว่าเพื่อนๆ มารออยู่แล้ว แต่เมื่อมาถึงกลับมีเพียงสองคนที่เดินทางมา ส่วนเพื่อนๆ ของเธอติดธุระอย่างเร่งด่วน! ทำให้เดินทางมาสมทบไม่ได้ ยังจะกิริยาถึงเนื้อถึงตัวที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่หญิงสาวจะกล้า ตลอดจนน้ำสีแดงสดใสที่บรรจุอยู่ในแก้วทรงสูงที่หญิงสาวกระดกกลืนสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดแม้จะจิบชิมรสชาติให้กระจายอยู่ในอุ้งปากอย่างที่ควรจะทำ
“น้ำค้าง..ไม่สบายหรือเปล่า มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ก็เหมือนกับนพนั่นแหละ น้ำค้างปรึกษาได้ทุกเรื่อง”
เมื่อเห็นหญิงสาวยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดื่มทั้งที่ก็แสดงอาการจะขย้อนออกมาตลอดเวลาทำให้อดที่จะถามไถ่อย่างเสียไม่ได้
“น้ำ..ค้าง มะ..ม่ายเป็นอะไรค่ะ ม่าย..ได้กุ้มใจอะไรด้วย แค่..น้ำ..ค้าง เอิ๊ก!..ดีใจกับพี่ชัฎและก็ดีใจกับตัวเอง..ก็เท่าน้าน..เอง..เอิ๊ก!..”
“ดีใจ.. ดีใจเรื่องอะไรกันจ๊ะ ถ้าเรื่องคอนโดพี่ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้นพช่วยพี่ก็คงจะไม่มีกำลังใจทำจนสำเร็จได้”
ศิศิราเหมือนจะเห็นแวววาบประหลาดปรากฏในดวงตาคมเฉี่ยวคู่นั้น รอยวาบที่ปรากฏมันเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงข้างใน
“ก็ทั้งเรื่อง..คอนโด และก็เรื่องที่คุณหญิงป้า..จะจัดงานแต่งงานให้เรายังไงค่ะ น้ำ..ค้าง ดีใจม๊ากมาก.. พี่นพก็คงจะดีใจไปกับน้ำค้างและก็พี่ชัฎ เอิ๊ก!..”
“ระ..เหรอจ๊ะ นพเขาบอกน้ำค้างแบบนั้นเหรอ” แววกราดเกรี้ยวปรากฏพร้อมกับรอยแสยะยิ้มที่มุมปากดั่งคนเจ็บช้ำอะไรบางอย่างในใจ
“ก็..ช่าย..สิคะ ก็น้ำค้างน่ะ เป็นนางฟ้าของพี่นพ..นี่ค่ะ อะไรที่น้ำค้าง..มี..ฟาม..สุข พี่นพก็มี..ฟาม..สุขไปด้วยเสมอ พี่ชัฎว่าไหมคะ”
“เอ่อ..จ้ะ ตามนั้น” ใบหน้าคมเชิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวในขณะที่ในใจประหวัดถึงคนที่จะตามมาในวันรุ่งขึ้น
ร่างบางประคองตัวไต่เดินมาตามโต๊ะก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงใกล้ๆ คู่หมั้น ชัฎพงษ์กระเถิบตัวหนีอย่างอัตโนมัติแต่ก็ยังคงสงวนท่าทีไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป ดวงตาคมวาวขึ้นด้วยความไม่พอใจในกิริยาที่หญิงสาวเป็นและกับความขุ่นมัวในใจที่ต้องรอให้คนต้นเรื่องมาแก้ไข ผิดกับดวงตาที่ช้อนขึ้นสบคู่หมั้นหนุ่มหวานหยาดเยิ้ม มือบางเอื้อมไปข้างหน้าหมายจะคล้องคอแต่ก็โดนปัดป้องไม่ให้เข้าใกล้
“น้ำค้าง..เมาแล้วนะเนี่ย นี่ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่านะ ปกติน้ำค้างก็เรียบร้อยอยู่หนิ ทำไมถึงทำอะไรไม่สำรวมแบบนี้” เสียงทุ้มปนหวานสะบัดพูดอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร
“โถ! พี่ชัฎขา.. น้ำ..ค้าง ม่ายเมานะคะ แค่มึน..นิดหน่อย..พี่ชัฎ..พาน้ำค้างไปส่งที่ห้องนอนหน่อยนะคะ”
ข้อมือตวัดโอบรัดรอบลำคอที่ชัฎพงษ์หลบหลีกไม่ทัน ก่อนที่ร่างบางแต่ทว่าสมส่วนไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวจะทิ้งร่างนั่งลงบนตักคู่หมั้นของตัวเองอย่างไม่นึกรังเกียจรังงอนอะไรอีกแล้ว ในยามนี้สมองสั่งเพียงอย่างเดียวคือต้องพิสูจน์ในสิ่งที่สงสัยให้ได้
“เอ่อ..น้ำค้าง น้ำค้างลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! อย่า..ทำแบบนี้นะ มันไม่งาม ถ้าใครเขามาเห็นเข้า” เสียงสะบัดเข้มขึ้นอย่างระงับอารมณ์ที่เริ่มครุกรุ่นไปด้วยไอโกรธเกรี้ยวไม่อยู่
“อิ อิ อิ.. ใครจะมาเห็นคะ แต่..ถึงเห็นก็..ม่าย..เป็นไร ก็น้ำค้างกับพี่ชัฎก็จะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ คนรักกันจะพรอดรักกันไม่ได้หรือคะ ใช่ไหม..คนหล่อ พี่ชัฎขา..พาน้ำค้างไปส่งห้องหน่อยนะคะ”
เสียงอู้อี้ส่งออกมาจากหน้าอกของคู่หมั้นที่ใบหน้านวลแนบซบอยู่ ดวงตาหวานเคลือคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อสิ่งใหม่ที่ล่วงรู้กลับยิ่งตอกย้ำในความคิดสงสัย ‘น้ำหอม’ มันคงไม่แปลกหากมันจะเป็นน้ำหอมผู้ชาย แต่..ไม่ใช่
“อื้อ..ตัวพี่ชัฎห๊อมหอม.. พี่ชัฎใส่น้ำหอมอะไรคะ”
“เหรอจ๊ะ..หอมเหรอจ๊ะ ขวดนี้น่ะ นพเขาซื้อมาฝากจากปารีสเลยนะ..”
ชัฎพงษ์เหมือนจะลืมความขุ่นใจในคราแรกเพียงแค่ได้คุยในเรื่องสวยๆ งามๆ เสียงหวานจากอารมณ์เป็นปกติกับดวงตาพร่างพราวยามนึกไปถึงใครคนนั้น
“งั้นเหรอคะ พี่นพนี่เข้าใจซื้อของมาฝากพี่ชัฎ ดูไปแล้วพี่นพจะรักพี่ชัฎมากกว่าน้ำค้าง..อีกนะเนี่ย” น้ำค้างมองใบหน้าหล่อเหลาที่ระเรื่อขึ้นด้วยความอาย ก่อนจะตัดสินใจทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้
“พี่ชัฎขา..พาน้ำค้างไปนอนหน่อยนะ น้ำค้างเดิน..ม่าย..ไหว”
“เอ่อ..”
“นะค้า.. พาไปหน่อยนะ.. พี่ชัฎขา..พาไปหน่อยนะ”
ชัฎพงษ์จำใจต้องอุ้มศิศิราอย่างทุลักทุเล เพราะไม่งั้นเธอไม่ยอมปล่อยเขาแน่วันนี้ แม้ระเบียงหน้าบ้านกับห้องนอนด้านในจะไม่ไกลกันมาก แต่เขาที่ไม่เคยหยิบจับของหนักอะไรมาก่อนก็แทบจะทนอุ้มเธอไปถึงห้องไม่ไหว ยิ่งมาเห็นเรือนร่างสตรีอย่างใกล้ชิดในลักษณะถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความอึดอัดใจ
ดวงตากราดเกรี้ยวมองตรงไปข้างหน้าไม่อยากแม้จะชำเลืองคนในอ้อมแขนสักนิด เสื้อคอปาดลาดต่ำเน้นทรวงอกเบียดแนบชิดไม่ทำให้เขาเกิดอาการใดนอกจากแสยงขนเสียจนอยากไปรดน้ำมนต์สัก 7 วัด 9 วัด
“ว้าย! ปล่อยนะน้ำค้าง ปล่อย.. พี่บอกให้ปล่อย” ชัฎพงษ์ดิ้นรนในทันทีที่ส่งเจ้าหล่อนถึงเตียงด้วยอยู่ๆ คนที่นอนอ่อนระทวยก็โน้มศีรษะเขาเข้าใกล้
“ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้! น้ำค้าง เมาแล้วก็นอนซะ อย่าทำแบบนี้”
“ไม่ปล่อยค่ะ พี่ชัฎขา.. มองน้ำค้างสิคะ น้ำ..ค้าง..ไม่สวยตรง..หนาย.. ดูสิคะ” เสื้อคอปาดถูกรั้งลงต่ำเผยให้เห็นไหล่เนียนละมุนและทรวงอกอวบอิ่มชูช่อ
“สะ..สวยจ้ะ น้ำค้างสวยมาก แต่..ปล่อยพี่เถอะนะ พี่ไม่อยากให้น้ำค้างต้องเสียหาย”
“โธ่! พี่ชัฎขา.. แค่กอดกันนิด หอมกันหน่อย น้ำค้างไม่เสียหายหรอกค่ะ อีกไม่กี่เดือนเราก็จะแต่งงานกันแล้ว น้ำค้างไม่ว่าพี่ชัฎหรอกค่ะ”
“ไม่เอาหรอก พี่ไม่อยากเอาเปรียบนางฟ้าของพี่ ปล่อยพี่เถอะนะ นี่ถ้านพรู้เข้าคงต่อว่าพี่แน่ๆ ที่ทำรุ่มร่าม” ชัฎพงษ์พยายามแกะมือที่เกาะเกี่ยวต้นคอตัวเองให้แยกออกแต่ลักษณะคู้กายทำให้แกะไม่สะดวก
“พี่ชัฎขา...” ข้อมือบางโน้มคอคู่หมั้นจนสุดแรงส่งผลให้ชัฎพงษ์เสียหลักล้มทับบนร่างบางทั้งตัว
“โอ๊ะ! ว้าย!!”