ภาพปกนิยาย สาปบุตรซาตาน

สาปบุตรซาตาน

8.2 / 10.0
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสผู้เป็นความหวังสุดท้ายของตระกูลเอิร์ลเก่าแก่ในอังกฤษ จำต้องแบกรับมรดกและภาระหน้าที่ต่อจากเจคอบผู้เป็นบิดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้สืบทอดกลับกลายเป็นการนำพาตัวเองเข้าสู่วังวนแห่งพันธะบาปและคำสาปอาถรรพ์ที่ตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายในคฤหาสน์ประจำตระกูล โจชัวได้รับความช่วยเหลือจากออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ เพื่อเร่งคลี่คลายปริศนาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ ทว่าภายใต้เงามืดของทูตแห่งคำสาปนั้น สายสัมพันธ์เสน่หาที่ยากจะคาดเดาก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

สาปบุตรซาตาน ตอนที่ 1

เสียงบาทหลวงผู้ดำเนินพิธีศพของหญิงวัยกลางคนซึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงไม้ตรงหน้า ดังระคนกับเสียงเม็ดฝนโปรยปรายกระทบพื้นหญ้า สร้างความหดหู่ให้กับผู้ร่วมพิธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปี ผู้ซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวของผู้จากไป ดวงตาสีมะฮ็อกกานีฉายแววโศกเศร้าอย่างชัดแจ้ง หากแต่ไม่มีน้ำตาเอ่อคลอให้เห็นสักหยด มีเพียงความสงบนิ่งราวกับเขารับรู้มานานแล้วว่าสักวันก็คงจะมีวันนี้ ...วันที่พระเจ้าพรากบุคคลอันเป็นที่รักไปจากเขาตลอดกาล...

“...ดังนั้นพวกเราจึงมอบร่างกายของเธอสู่พื้นดิน จากดินสู่ดิน จากเถ้าสู่เถ้า จากธุลีสู่ธุลี ในความแน่นแท้และความหวังอันไว้วางใจได้ของการคืนชีพสู่ชีวิตอันชั่วนิรันดร์”

ดินในกำมือถูกโปรยลงไปบนโลงศพเป็นพิธีการสุดท้าย ก่อนเหล่าสัปเหร่อจะช่วยกันกลบฝังร่างแม่ของชายหนุ่มให้หลับใหลภายใต้ผืนดินแห่งนี้ไปตลอดกาล

“เธอกลับคืนสู่อ้อมอกของพระบิดาแล้ว อย่าได้เป็นห่วงไปเลยครับคุณโจนส์”

บาทหลวงผู้ประกอบพิธีเอ่ยเบาๆ กับเขา เรียกให้ ‘โจชัว โจนส์’ หันไปมองใบหน้าเหี่ยวย่นทว่าแฝงด้วยความโอบอ้อมอย่างช้าๆ ก่อนจะตอบรับสั้นๆ

“ครับ ผมก็หวังว่าแม่คงจะสบาย”

“คุณนายเป็นคนดี พระเจ้าต้องรักเธออย่างแน่นอน”

“ครับ”

จริงๆ ก็ตอบรับไปอย่างนั้น เขาไม่มีความเชื่อในเรื่องพระเจ้าด้วยซ้ำไป เว้นเสียแต่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเช่นแม่ของเขาที่หันหน้าเข้าหาศาสนาอันเป็นที่พึ่งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจ จึงทำให้บาทหลวงประจำโบสถ์แห่งนี้สนิทสนมกับครอบครัวมากเป็นพิเศษ ในเมื่อเห็นว่าเป็นความสุขของแม่ในช่วงชีวิตสุดท้าย โจชัวจึงยินยอมให้แม่ทำตามใจโดยไม่มีข้อแม้ เพียงต้องการยืดเวลาให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้นานที่สุดเท่านั้น แต่กระนั้น ร่างกายเธอก็ไม่อาจต้านทานโรคร้ายที่กัดกินดุจปรสิตนี้ได้

“พ่อขอตัวก่อน ไว้เจอกันนะคุณโจนส์”

“ครับ”

โจชัวจ้องมองแผ่นหลังชายชราที่เดินห่างออกไปครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับหลุมศพของแม่อีกครั้ง เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่เคยรู้สึกว่าโลกทั้งใบหันหลังให้เขาเท่ากับวันนี้มาก่อนเมื่อสมาชิกในครอบครัวคนเดียวที่เขามีได้จากไป คนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเขา นึกไม่ออกเลยว่าต่อจากนาทีนี้ชีวิตจะดำเนินไปอย่างไร เงินสะสมจากการทำงานทั้งหมดก็หมดไปกับค่ารักษาพยาบาล ต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันเพราะความเจ็บป่วยของแม่ ซ้ำร้าย เจ้าของห้องเช่าที่เช่าอยู่ก็ไม่ยอมให้ค้างค่าเช่าอีกต่อไป อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายสำหรับการหาที่อยู่ใหม่พร้อมกับหนี้ค่าเช่าก้อนโตที่ต้องสะสาง

ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าควรจะร้องไห้ดีหรือไม่ ในหัวคิดถึงแต่ปัญหามากมายที่วนเวียนเข้ามาอย่างสับสน โดยไม่ทันสังเกตเห็นใครบางคนเดินมาจากข้างหลัง ก่อนเขาจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อน้ำเสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้น

“ขอโทษนะครับ คุณใช่โจชัว โจนส์หรือเปล่า”

“อ่ะ...อ๋อ ใช่ครับ”

โจชัวหลุดออกจากภวังค์ ดวงตาปราดมองชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานในชุดสูทสีดำอย่างสงสัยด้วยไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน และค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งเขาและแม่ไม่เคยรู้จักแต่อย่างใด ฝ่ายตรงข้ามพอเห็นสีหน้าสงสัยของชายหนุ่ม ก็รีบล้วงนามบัตรออกจากกระเป๋าเสื้อสูทส่งให้พร้อมกับแนะนำตัว

“ผมคือทนายคอนเนอร์ครับ เป็นทนายประจำตระกูลโจนส์ ตระกูลของคุณพ่อคุณน่ะครับ”

ว่าพลางกระชับร่มสีดำในมืออีกข้างเพื่อดึงไม่ให้กระเป๋าเอกสารซึ่งหนีบไว้ที่สีข้างไหลร่วงลงไป พลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“คุณพ่อหรือ”

“ครับ คุณ เจคอบ โจนส์ น่ะครับ”

โจชัวเกือบลืมไปแล้วว่าตนก็มีพ่อด้วย เนื่องจากพ่อของเขานั้นไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดู ตั้งแต่จำความได้ก็มีแต่แม่เท่านั้นที่ทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเขาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ก็เคยได้ยินแม่เล่าให้ฟังอยู่เหมือนกันว่าพ่อนั้นเป็นบุตรหลานของตระกูลเอิร์ล1 เก่าแก่ตระกูลหนึ่งของอังกฤษ เป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาหมายปองซึ่งครั้งหนึ่งเคยคบหากับแม่ของเขาทั้งๆ ที่ตนมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว พอพลาดพลั้งให้กำเนิดเขาขึ้นมา ผู้เป็นปู่จึงบังคับให้แต่งงานและยัดเงินให้แม่เขาก้อนหนึ่งเพื่อให้ตัดขาดจากพ่อด้วยเหตุผลว่าตระกูลโจนส์จะต้องรักษาสายเลือดชั้นสูงเอาไว้ ซึ่งมันไร้สาระมากสำหรับศตวรรษนี้ และเขาเองก็ไม่เคยได้พบพ่อสักครั้งเพราะแม่กีดกัน กระนั้นก็น่าแปลกที่ยอมให้เขาใช้นามสกุลของพ่อ แทนที่จะใช้นามสกุลตามแม่

อย่างไรก็ตาม โจชัวก็ไม่ได้สนใจอะไรมากว่าใครจะเป็นพ่อหรือจะใช้นามสกุลตามใคร นอกเหนือจากอดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดจู่ๆ ทนายประจำตระกูลถึงได้มาหาเขาในวันนี้

“แล้วมีธุระอะไรกับผมหรือครับ”

“คุณคงทราบข่าวอุบัติเหตุของคุณโจนส์กับคุณนายโจนส์แล้วสินะครับ”

“อุบัติเหตุหรือครับ”

“ครับ อุบัติเหตุทางรถยนต์ของทั้งคู่เมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะครับ”

บอกตรงๆ ว่าจำไม่ได้เพราะมัวแต่วุ่นวายอยู่กับอาการป่วยของแม่ แต่ก็พอคุ้นหูได้ยินผ่านๆ มาอยู่บ้างว่าพ่อและแม่เลี้ยงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังจากไปพักตากอากาศที่คฤหาสน์ในชนบท สีหน้าท่าทางเหมือนนึกออกของโจชัว ทำให้ทนายคอนเนอร์รีบพูดต่อถึงการมาในวันนี้ของตนทันที

“ที่ผมมาในวันนี้ก็เพราะผมต้องจัดการพินัยกรรมให้กับทายาทผู้มีสิทธิอันชอบธรรมในทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลโจนส์ ซึ่งนั่นก็คือคุณซึ่งเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย นับว่าแม่คุณฉลาดนะครับที่ให้คุณใช้นามสกุลคุณโจนส์แทนที่จะเป็นนามสกุลตัวเอง บังเอิญจริงๆ ที่คุณนายโจนส์ก็เสียชีวิตด้วย ไม่อย่างนั้นทรัพย์สินทั้งหมดคงไม่ตกมาถึงคุณอย่างแน่นอน”

โจชัวหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย รู้สึกว่าชายตรงหน้านี้พูดไม่เข้าหูเอาเสียเลย หากแต่ไม่ได้พูดโต้ตอบแต่อย่างใด ยืนมองทนายคอนเนอร์ด้วยสายตาว่างเปล่าขณะที่เจ้าตัวยังพูดจ้อไม่หยุด

“เดี๋ยวผมจะแจ้งรายละเอียดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลให้ฟังนะครับ แต่ตอนนี้ผมว่าเราเข้าไปหลบในที่ร่มก่อนดีกว่า ฝนเริ่มตกหนักกว่าเดิมแล้ว”

คอนเนอร์เชิญชวนก่อนรีบจ้ำเดินไปยังโบสถ์ที่อยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย ทิ้งให้โจชัวเดินตามหลังอย่างช้าๆ ฝ่าหยาดฝนโปรยปรายเข้าสู่วังวนแห่งพันธะบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

“ตามที่พินัยกรรมระบุ ทายาทโดยชอบธรรมจะมีสิทธิในทรัพย์สินทั้งหมดของคุณเจคอบ โจนส์ รวมถึงหุ้นส่วนธุรกิจและที่ดินเก่าแก่ของตระกูล ทั้งนี้ ผมในฐานะทนายได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจก่อนชั่วคราวและสอนคุณโจชัวให้รู้วิธีการบริหารภายในระยะเวลาไม่ 3 ปี จากนั้นทรัพย์สินในส่วนนี้จะเป็นของคุณโจชัวโดยสมบูรณ์ สรุปคือคงจะมีแต่พวกหุ้นส่วนนะครับที่ยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ขาดให้ทั้งหมดได้”

ทนายคอนเนอร์ว่ายาวพร้อมจัดแจงเอกสารสำคัญต่างๆ ในมือให้เรียบร้อยหลังจากอธิบายสิทธิในทรัพย์สินของตระกูลให้กับทายาทคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของตระกูลโจนส์เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ผู้ฟังไม่มีท่าทีสนอกสนใจในรายการทรัพย์สินซึ่งตนเพิ่งได้รับอย่างตกกระไดพลอยโจนสักนิด มีเพียงใบหน้านิ่งเรียบและดวงตาคู่สวยมองจ้องไปยังใบหน้าของชายวัยกลางคนตรงหน้าเท่านั้น

“มีคำถามอะไรมั้ยครับ”

ทนายคอนเนอร์ละมือจากเอกสาร เงยหน้าขึ้นมาถาม เขามองลอดกรอบแว่นตา ประจันสายตาโดยไม่แสดงความประหม่าใดๆ จากดวงตาสีมะฮ็อกกานีนั่นสักนิด

โจชัวเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนตอบ

“ไม่มีครับ”

“โอเคครับ งั้นธุระของผมกับคุณสำหรับวันนี้ก็หมดแล้วล่ะ”

“ขอบคุณที่แจ้งข่าวครับ”

“ยินดีครับ”

โจชัวว่าแล้วละสายตาจากทนายคอนเนอร์ไปกวาดมองประติมากรรมรอบๆ ตัวโบสถ์นิกายโรมันคาธอลิกแห่งนี้ เขาแทบนับครั้งได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมานั้นเคยเข้ามาเหยียบโบสถ์กี่ครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นประติมากรรมสมัยใหม่ แต่มันก็ทำให้คนห่างร้างไกลศาสนาอย่างเขาสนใจได้ไม่น้อย ขณะที่ทนายคอนเนอร์เองก็ชื่นชมความงามบางอย่างอยู่เช่นกัน พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำหรับอธิษฐานภายในโบสถ์ บิดตัวแสดงอาการเมื่อยล้าออกมาเล็กน้อย สายตาชำเลืองจับจ้องใบหน้าเรียวสวยได้รูปของชายหนุ่มอย่างชื่นชม ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่านั่นยิ่งขับให้เขาแลดูงามงดราวกับรูปปั้นเทพบุตรกรีกก็ไม่ปาน มีเพียงใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ นั่นแหละที่ไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาสักเท่าไหร่นัก แต่ก็นับว่าโจชัวนั้นมีรูปร่างหน้าตาดีกว่าเจคอบ ผู้เป็นพ่ออยู่มากโข

ดูท่าทางจะได้แม่มาเยอะ

เปรี้ยง!

พินิจพิจารณาความงามของชายหนุ่มตรงหน้าได้ไม่เท่าไหร่ พลันเสียงฟ้าร้องก็ลั่นดังกัมปนาท ทำเอาชายทั้งสองสะดุ้งสุดตัว มองหน้ากันเลิ่กลั่กพลัน ครู่เดียว ทนายคอนเนอร์ก็เป็นฝ่ายแค่นหัวเราะแก้เก้อออกมาก่อนจะพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ

“พายุคงจะเข้าแน่ๆ ดูสิ หลังคาโบสถ์กระทบกันกึงกังเชียว โบสถ์นี่ก็เก่าแล้วด้วย น่ากลัวหลังคาจะพังลงมาเสียจริง”

คำพูดของเขาทำให้โจชัวต้องตั้งใจฟังเสียงเม็ดฝนและกระแสลมแรงซัดหลังคาโบสถ์อย่างตั้งใจ จริงอย่างที่ทนายคอนเนอร์พูด หากอยู่นานกว่านี้ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เห็นหลังคาโบสถ์ทะลุลงมาจริงๆ ก็ได้

“ผมว่าเรากลับกันดีกว่ามั้ย ดูท่าไม่ค่อยดีซะแล้วสิ”

“เอาสิครับ”

โจชัวเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อแม้ ก่อนทั้งคู่จะพากันวิ่งฝ่าพายุฝนบ้าคลั่งออกไปนอกตัวโบสถ์ แม้จะมีร่ม แต่ก็หาได้ช่วยกันอะไรได้มากมายเท่าไหร่นัก ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงยังลานจอดรถ ทนายคอนเนอร์กดรีโมทปลดล็อครถเก๋งคู่ใจ ก่อนยกมือป้องปากตะโกนเรียกชายหนุ่มที่กำลังตั้งท่าจะวิ่งต่อออกไปยังประตูรั้วของโบสถ์

“คุณโจนส์ครับ! ไปด้วยกันสิ เดี๋ยวผมขับไปส่ง!”

โจชัวชะงักขาพลัน หันกลับมาตะโกนบอก “ไม่ต้องหรอกครับคุณคอนเนอร์ สถานีรถไฟใต้ดินอยู่ใกล้ๆ นี่เอง วิ่งไปแป๊บเดียวก็ถึง!”

“เวลาอย่างนี้กว่าจะได้ขึ้นรถไฟ คงต้องฝ่าฝูงคนอีกเยอะ มาเถอะครับ! ผมไปส่งเอง!”

โจชัวยืนพิจารณาครู่เดียวก็ตัดสินใจตอบตกลงพลัน วิ่งย้อนกลับมายังรถของทนายคอนเนอร์ก่อนแทรกตัวขึ้นไปนั่งข้างเบาะคนขับ เนื้อตัวเปียกโชกทำเอาหยดน้ำหยดแหมะในรถราวกับน้ำตกจนโจชัวรู้สึกเกรงใจขึ้นมา

“ขอโทษที่ทำรถคุณเลอะเทอะนะครับ”

“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกครับ เปียกแค่นี้มันทำความสะอาดได้ แต่ถ้าพินัยกรรมของตระกูลคุณเปียกนี่สิ ผมซวยแน่”

ทนายคอนเนอร์ยิ้มรับอย่างใจดี เขาไม่เป็นห่วงรถตัวเองกับเรื่องแค่นี้หรอก สิ่งที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือกระเป๋าเอกสารที่เก็บพินัยกรรมทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์มากกว่า ขืนมีเอกสารแผ่นใดแผ่นหนึ่งเสียหายขึ้นมา เขานี่แหละที่จะแย่

เขาใช้ผ้าเช็ดซับหยาดน้ำฝนบนกระเป๋าเอกสารอยู่ครู่ใหญ่จนเสร็จ ก่อนจะนำมันไปวางไว้บนเบาะหลังอย่างเบามือ พลันหันมาติดเครื่องยนต์ ถามคนข้างๆ ถึงที่หมายปลายทาง

“แล้วคุณโจชัวพักอยู่แถวไหนหรือครับ”

“ขับไปตามถนนสายหลักน่ะครับ ใกล้ถึงแล้วผมจะบอกอีกที”

โจชัวไม่บอกสถานที่ชัดเจนด้วยไม่ต้องการให้ทนายคอนเนอร์ถามอะไรจุกจิก เช่นว่าทำไมถึงไปอยู่ย่านนั้น เป็นถึงทายาทเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศ ทำไมถึงไม่ไปอยู่ที่หรูๆ เป็นต้น ส่วนทนายคอนเนอร์เองก็พอจะเดาใจชายหนุ่มออก จึงไม่ถามอะไรออกไปอีก นอกจากขับรถออกไปตามเส้นทางที่โจชัวบอกเท่านั้น

อ่านต่อ

สารบัญของ สาปบุตรซาตาน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
แม้แม่หญิงชบาจะสมหวังได้แต่งงานกับชายในดวงใจที่หลงรักมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีไม่ยอมร่วมหอลงโรงฉันสามีภรรยา งานนี้เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงออกมาใช้เพื่อให้เขาใจอ่อนยอมมานอนร่วมเตียง ด้วยคำสั่งสอนจากแม่ผัวที่ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผัวเมียนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจับมือกันหลับไป แต่ต้องอาศัยความใกล้ชิดสนิทเสน่หาแบบเนื้อแนบเนื้อ จากสาวแก่นเซี้ยวที่เคยเอาแต่เล่นซนจนเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ชบาจึงต้องเผชิญบททดสอบใหม่ในการเป็นเมียที่ดี ซึ่งต้องปรนนิบัติพัดวีและมัดใจสามีให้สำเร็จ ท่ามกลางความเขินอายเมื่อต้องใกล้ชิดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
ภาพปกนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความต้องการที่มากกว่าความรักทั่วไป เรื่องราวโรแมนติกสมัยใหม่ที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจึงเกิดขึ้น เมื่อหัวใจไม่ได้โหยหาเพียงแค่อาหารมื้อธรรมดา แต่กลับกระหายในตัวตนของหนุ่มไอทีผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ความรู้สึกรุนแรงนี้ไม่ใช่เพียงความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความปรารถนาที่จะครอบครองและลิ้มลองรสชาติของความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ท่ามกลางบรรยากาศของโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างรวดเร็วและน่าตื่นเต้น การไล่ล่าความหวานล้ำที่ไม่ได้อยู่บนจานอาหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้
ภาพปกนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเผ่าอาร์กติกอย่าง ฮันเตอร์ อาร์กติก กำลังจะสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งไลแคนโทรป ทว่าเขากลับตกอยู่ในวิกฤตที่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 5 ปีหากไร้ซึ่งทายาทสืบสกุล ท่ามกลางความกดดันจากเผ่าอื่นที่จ้องจะชิงบัลลังก์ ฮันเตอร์กลับเลือกจ้างวาน ปริ๊น ปรีญาศาสตร์ มนุษย์ธรรมดาจากอีกมิติให้ข้ามโลกมาสอนเขาร้องเพลงด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ปัญหาใหญ่คือปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎของธรรมชาติได้ ความรักต่างมิติครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและการแย่งชิงอำนาจในโลกโอเมก้าเวิร์สที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการติดสัด (Knotted) ที่แสนดุเดือด เขาจะเลือกเสียงเพลงหรือภาระหน้าที่ต่อเผ่าพันธุ์ในขณะที่เวลาชีวิตกำลังนับถอยหลังลงเรื่อยๆ
ภาพปกนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
ชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีของพบูที่เพิ่งตกงานเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เมื่อเธอได้รับตั๋วเรือสำราญฟรีจากการเล่นเกม หญิงสาวหวังว่ากลิ่นอายทะเลจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่คาดคิด เมื่ออาเชอร์ชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์กลับสะดุดตากับความสวยสง่าของเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อครอบครองดอกไม้แสนงามดอกนี้ แม้พบูจะพยายามต่อต้านจนทำให้เขาขุ่นเคือง แต่อาเชอร์ก็ยังดึงดันหลอกล่อจนได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ทว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาคิดจะสลัดเธอทิ้ง เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่ใจคิด เมื่อบ่วงรักครั้งนี้ผูกมัดเขาไว้แน่นจนยากจะถอนตัว

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED