เปมิกา POV:
"เจษฎากร นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง" ฉันถามเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา
แต่ข้างในฉันมันพังทลายไปหมดแล้ว
เจษฎากรมองฉันด้วยแววตาที่ไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย
"ทำอะไร เปมิกา? เธอกำลังพูดเรื่องอะไร" เขาย้อนถามราวกับไม่รู้เรื่อง
"เรื่องดุจดาวไง! นายแอบคบกับเธอมานานแค่ไหนแล้ว" ฉันถามออกไปตรงๆ
หัวใจฉันบีบรัดจนเจ็บไปหมด
เขากลับหัวเราะในลำคอ
"นาน? ก็หลายปีแล้วน่ะสิ ทำไม? เธอจะทำอะไรได้"
คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงไปซ้ำๆ
"นายทรยศฉัน เจษฎากร! เราอยู่ด้วยกันมาสิบปีนะ" ฉันตะโกนใส่เขา
ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำ
แต่เขากลับทำหน้ารำคาญ
"ทรยศอะไร? เธอคิดว่าเธอวิเศษขนาดไหนกันเชียวเปมิกา"
เขามองฉันด้วยสายตาดูถูก
"เธอมัวแต่ทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงาน"
"เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นสามีภรรยากัน"
คำพูดของเขาเหมือนตบหน้าฉันฉาดใหญ่
ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง
"เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่เอาแต่เรื่องงานมาคุยทุกวันได้ยังไง"
"ฉันอยากมีลูก อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"
"แต่เธอสิ... มัวแต่สนใจเรื่องงานของฉัน"
"ฉันก็เลยต้องไปหาใครสักคนที่เข้าใจฉัน"
เขาเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
"เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะเปมิกา เธอมันผู้หญิงบ้างาน"
"แต่ดุจดาว เธอเข้าใจฉัน เธออยากมีลูกกับฉัน"
"เธอมันผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีเลย! มัวแต่ทำงานหาเงิน"
"เธอก็เลยไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาให้สามี"
ฉันฟังคำพูดของเขา หัวใจฉันเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
ฉันทำงานหนักเพื่อใคร... ก็เพื่อเขา เพื่ออนาคตของเราสองคน
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันทำงานหนักจนล้มป่วย
คุณหมอบอกว่าฉันต้องพักผ่อนเยอะๆ
และอาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานหน่อย
ฉันเคยคิดจะบอกเขาเรื่องที่ฉันอาจจะไม่สามารถมีลูกได้ง่ายๆ
แต่ฉันก็กลัว กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้
ฉันเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวตลอดมา
ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุข
แต่สุดท้าย เขากลับมาบอกว่าฉันไม่ดีพอ
"ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ เจษฎากร" ฉันพูดเสียงสั่น
เขากลับหัวเราะ
"ฉันเป็นคนแบบนี้มานานแล้ว เธอต่างหากที่ไม่เคยรู้จักฉันเลย"
"ฉันไม่ได้ต้องการเมียที่เอาแต่ทำงาน ฉันต้องการเมียที่ดูแลฉันได้"
"ฉันทนเธอไม่ไหวแล้วเปมิกา ฉันอยากมีชีวิตใหม่"
ฉันมองหน้าเขา แล้วหันไปมองปฏิทินที่ฉันขีดกากบาทไว้
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วสินะ
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันพยายามปรับความเข้าใจกับเขาหลายครั้ง
แต่เขากลับไม่สนใจ
เขาบอกว่าเขาจะไปขยายธุรกิจที่ต่างประเทศ
ฉันแอบดีใจเล็กน้อยในตอนแรก คิดว่าการแยกกันอยู่จะทำให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์
แต่แล้วเขากลับบอกว่าเขาจะพาดุจดาวไปด้วย
ความหวังสุดท้ายของฉันพังทลายลง
ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทะเลทราย
ความเจ็บปวดมันกัดกินหัวใจจนฉันแทบจะยืนไม่ไหว
ฉันเห็นเขาคุยโทรศัพท์กับดุจดาวบ่อยขึ้น
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แตกต่างจากที่เขาคุยกับฉันลิบลับ
ฉันแอบได้ยินเขาวางแผนเรื่องอนาคตของเขากับดุจดาว
เรื่องบ้าน เรื่องลูก เรื่องชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน
ฉันเริ่มนับถอยหลังให้กับความสัมพันธ์ของเราเงียบๆ
วันนั้นฉันตัดสินใจไปปรึกษาทนายเรื่องการหย่า
ทนายความสาวมองฉันด้วยความประหลาดใจ
"คุณเปมิกา คุณแน่ใจนะคะ" เธอถาม
"ฉันแน่ใจค่ะ" ฉันตอบไปอย่างหนักแน่น
ฉันเล่าเรื่องของเจษฎากรให้เธอฟังเท่าที่จำเป็น
เธอพยักหน้าเข้าใจ
"ดิฉันจะเตรียมเอกสารให้คุณค่ะ" ทนายบอก
"แต่คุณเจษฎากรคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะคะ"
"ฉันรู้ค่ะ" ฉันตอบ
"ฉันจะให้คุณส่งเอกสารการหย่าไปให้เขาที่ต่างประเทศ"
"หลังจากที่เขาเดินทางไปถึงแล้ว"
ฉันต้องการให้เขาได้รับรู้ความจริงหลังจากที่เขาไปถึงที่นั่นแล้ว
ให้เขาได้รับรู้ว่าฉันไม่ได้โง่ ไม่ได้ยอมเขาไปตลอด
ฉันอยากให้เขาได้รู้รสชาติของการถูกทอดทิ้งบ้าง
ฉันอยากให้เขาเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเจ็บปวดมาตลอด
"เปมิกา! เธอคุยกับใครน่ะ" เสียงของเจษฎากรดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของฉัน
ฉันรีบวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
"คุยกับเอมอรเรื่องงานน่ะ" ฉันตอบไปอย่างใจเย็น
เขาเดินเข้ามาในห้อง จ้องมองฉันด้วยสายตาจับผิด
"ทำไมต้องมาคุยกันในห้องทำงานด้วย" เขายังคงสงสัย
"ก็มันเป็นเรื่องงานนี่" ฉันตอบ
เขามองหน้าฉันอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสนใจเอกสารบนโต๊ะ
"ฉันว่าฉันได้ยินเธอคุยเรื่อง... เอกสารอะไรสักอย่าง"
ฉันหัวเราะในลำคอ
"เอกสารงานของนายไง เจษฎากร นายก็รู้ว่าช่วงนี้งานเยอะแค่ไหน"
เขามองหน้าฉันอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขายื่นโทรศัพท์ให้ฉันดู
"ดูนี่สิเปมิกา บ้านที่เราจะไปอยู่กันที่ต่างประเทศ สวยไหม"
รูปบ้านหลังใหญ่หรูหราปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
"สวยดี" ฉันตอบไปอย่างเฉยชา
"ฉันซื้อบ้านหลังนี้ให้ดุจดาวด้วยนะ" เขากล่าวขึ้น
"เธอชอบมากเลยล่ะ"
"ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นชื่อของดุจดาวแล้ว"
คำพูดของเขาทำให้ฉันตกใจและโกรธมาก
"นายทำแบบนี้ได้ยังไงเจษฎากร! นั่นมันเงินของเรานะ" ฉันตะโกนใส่เขา
"เงินของเราเหรอ? ก็เงินฉันนั่นแหละ ใครใช้เงินเก่งกว่ากันเธอก็รู้"
เขาตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ
"ดุจดาว เธอไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย เธอแค่บอกว่าอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง"
"ฉันก็เลยซื้อให้เธอ"
ฉันมองหน้าเขาด้วยความเกลียดชัง
"นายมันเลว เจษฎากร นายมันเลวที่สุด"
เขาหัวเราะ
"เธอคงไม่เข้าใจหรอกเปมิกา ดุจดาวเธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน"
"เธอไม่เหมือนเธอเลยนะ"
"เธอควรจะดีใจนะเปมิกา ที่ฉันหาบ้านให้ดุจดาวได้"
"เธอจะได้ไม่ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเธอไง"
คำพูดของเขาทำให้ฉันเจ็บปวดจนจุกไปหมด
ฉันมองหน้าเขา แล้วก็เห็นดุจดาวเดินเข้ามาในห้อง
"ที่รักคะ ดุจดาวหิวแล้ว" ดุจดาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เธอดูสวยงาม น่ารัก เหมือนกับที่เจษฎากรพูดจริงๆ
แต่ข้างในของเธอ... ฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่
ดุจดาวเดินเข้ามาจับแขนเจษฎากร แล้วหันมามองฉัน
รอยยิ้มหวานๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
แต่ในแววตาของเธอ มันกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
"พี่เปมิกา ดุจดาวกำลังจะไปอยู่บ้านใหม่กับพี่เจษแล้วนะคะ"
"พี่คงไม่คิดถึงดุจดาวใช่ไหมคะ"
คำพูดของเธอเหมือนเข็มแทงลงมาที่หัวใจฉัน
ฉันมองหน้าเธอ แล้วกำหมัดแน่น
"เธอคิดว่าเธอจะชนะฉันได้ง่ายๆ เหรอ ดุจดาว" ฉันคิดในใจ
เกมนี้ยังไม่จบหรอก
ฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ๆ
ฉันจะเอาทุกอย่างของฉันคืนมา
ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เปมิกา POV:
"ดุจดาว เธอมาทำอะไรที่นี่!" ฉันถามเสียงเกรี้ยวโกรธ
ความโกรธมันพุ่งขึ้นมาจนฉันแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เจษฎากรมองฉันอย่างหงุดหงิด
"เปมิกา! ทำไมเธอต้องเสียงดังด้วย ดุจดาวมาหาฉัน ไม่ได้มาหาเธอ"
เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนผิด
"เธอไม่ต้อนรับดุจดาวเลยนะเปมิกา" เขายังคงพูดต่อ
"ฉันไม่จำเป็นต้องต้อนรับใครทั้งนั้น" ฉันตอบกลับไปอย่างเย็นชา
ฉันมองดุจดาว เธอยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ เจษฎากร
"พี่เปมิกาคะ ดุจดาวแค่อยากจะมาทำอาหารให้พี่เจษทานน่ะค่ะ"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความท้าทาย
"งั้นเหรอ" ฉันตอบ
"แต่ฉันไม่แน่ใจว่าพี่เจษเขาจะชอบอาหารของเธอหรือเปล่านะ"
"เขาไม่ชอบอาหารรสจัด"
ดุจดาวทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด
"จริงเหรอคะพี่เจษ ดุจดาวไม่รู้เลย"
เธอหันไปอ้อนเจษฎากร เจษฎากรลูบหัวเธอเบาๆ
"ไม่เป็นไรหรอก ที่รัก ดุจดาวทำอะไรพี่ก็กินได้หมดแหละ"
คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้
ดุจดาวเดินไปที่ครัว ฉันเดินตามเธอไปเงียบๆ
ฉันมองดูเธอหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็น
เธอหันมามองฉัน แล้วยิ้มหวาน
"พี่เปมิกาช่วยดุจดาวหน่อยสิคะ ดุจดาวทำไม่ค่อยเป็นน่ะค่ะ"
เธอพูดราวกับว่าฉันเป็นคนใช้ของเธอ
ฉันยืนมองเธอเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร
เธอเริ่มหั่นผักอย่างเก้ๆ กังๆ
ฉันเห็นเธอทำท่าจะหั่นนิ้วตัวเองหลายครั้ง
"พี่เปมิกาคะ พี่เจษเขาบอกว่าพี่เปมิกาเป็นผู้จัดการที่ดีที่สุดเลยนะคะ"
เธอพูดขึ้นขณะที่กำลังหั่นผัก
"เขาบอกว่าพี่เปมิกาดูแลเขาดีทุกอย่าง"
"แต่บางทีเขาก็รู้สึกเหมือนพี่เปมิกาเป็นแม่เขามากกว่าเมีย"
คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว
ฉันมองหน้าเธอ แววตาของฉันเต็มไปด้วยความโกรธ
"เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงดุจดาว ว่าเธอจงใจพูดแบบนี้"
ฉันพูดเสียงเรียบ
ดุจดาวหัวเราะในลำคอ
"แหม พี่เปมิกาก็พูดเกินไป ดุจดาวแค่พูดตามความจริง"
"พี่เจษเขาบอกว่าเขาเบื่อผู้หญิงที่แก่กว่า"
"เบื่อผู้หญิงที่เอาแต่บงการ"
"เขาบอกว่าอยากได้ผู้หญิงที่อ่อนหวาน น่ารัก"
"ผู้หญิงที่คอยเอาใจเขาได้"
เธอจงใจพูดคำพูดเหล่านั้นออกมา เพื่อทำให้ฉันเจ็บปวด
ฉันจำได้ว่าเจษฎากรเคยบอกฉันว่าเขาชอบผู้หญิงที่ฉลาด
ชอบผู้หญิงที่สามารถเป็นผู้นำได้
เขาเคยบอกว่าฉันคือผู้หญิงในฝันของเขา
แต่ตอนนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
"เธอคิดว่าเธอชนะฉันแล้วใช่ไหม ดุจดาว" ฉันถามเสียงเย็น
ดุจดาวหัวเราะ
"ก็คงจะเป็นอย่างนั้นนะคะ"
"พี่เจษเขารักดุจดาว เขาเลือกดุจดาว"
"พี่เปมิกาจะทำอะไรได้ล่ะคะ"
"เธอรู้ไหมว่าเจษฎากรเขาชอบอะไรมากที่สุด" ฉันถามเธอ
ดุจดาวทำหน้างงเล็กน้อย
"อะไรเหรอคะ"
"เขาชอบเงิน" ฉันตอบ
"เขาชอบเงินมากจนยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน"
"รวมถึงการทิ้งคนที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตั้งนาน"
คำพูดของฉันทำให้สีหน้าของดุจดาวเปลี่ยนไป
เธอมองหน้าฉันด้วยความตกใจ
"พี่เปมิกาพูดอะไรคะ"
"ฉันก็แค่พูดความจริง" ฉันตอบ
"หรือเธอคิดว่าเจษฎากรเขาจะไม่ทิ้งเธอในอนาคต"
"ถ้ามีใครที่ดีกว่า มีเงินมากกว่าเข้ามา"
ดุจดาวกำมีดในมือแน่น
"พี่เปมิกาอย่ามาพูดจาใส่ร้ายพี่เจษนะคะ!" เธอตะโกน
ฉันหัวเราะในลำคอ
"ฉันแค่เตือนเธอไว้เฉยๆ ดุจดาว"
"เพราะฉันไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเหมือนฉัน"
ดุจดาวมองหน้าฉันด้วยสายตาอาฆาต
"พี่เปมิกา! เธอจะต้องเสียใจ!" เธอพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
ฉันยิ้ม
"ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำลงไปหรอกนะดุจดาว"
"แต่เธอ... เธอจะต้องเสียใจแน่ๆ"
ฉันมองหน้าเธอ แล้วเดินออกจากครัวไปอย่างใจเย็น
ฉันรู้ว่าดุจดาวจะต้องไม่พอใจ
และฉันก็รู้ว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมนี้
ฉันจะไม่ยอมให้เธอชนะฉันได้ง่ายๆ หรอก
ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการกล้ามาแย่งของของฉันไปมันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง
ฉันเดินออกไปจากบ้านหลังนั้น
ทิ้งให้ดุจดาวกับเจษฎากรอยู่ด้วยกัน
ฉันรู้ดีว่านี่คือการเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของฉัน
บทใหม่ที่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีกแล้ว
ฉันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
ฉันจะฉลาดกว่าเดิม
และฉันจะทำให้คนที่ทำร้ายฉันต้องชดใช้ทุกอย่าง
ไม่ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม