ฉันทุ่มเททุกอย่างตลอดสิบปีเพื่อปั้นสามีของฉัน เจษฎากร จากนักแสดงข้างถนนจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์
แต่แล้วฉันก็พบว่าเขาแอบคบชู้กับดุจดาว ดาราสาวที่ฉันเป็นคนเลือกมากับมือ มานานหลายปีแล้ว
เขาไม่เพียงแต่ดูถูกเหยียดหยามฉัน แต่ยังใช้เงินที่เราร่วมกันหามาซื้อบ้านและรถหรูให้ผู้หญิงคนนั้น
ที่เลวร้ายที่สุดคือ ตอนที่ฉันกำลังตั้งท้อง เขาสั่งให้คนมาทำร้ายฉันจนแท้งลูก ทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของฉันจนย่อยยับ
ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงในพริบตา ฉันไม่ใช่เปมิกาคนเดิมที่เคยอ่อนแออีกต่อไปแล้ว
ฉันจึงวางแผนแก้แค้นอย่างเลือดเย็นที่สุด ฉันจะทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอนาคต เหมือนที่เขาเคยทำลายชีวิตของฉัน
บทที่ 1
เปมิกา POV:
"คุณเปมิกาคะ คุณแน่ใจนะคะว่าอยากทำแบบนี้" เสียงเลขาของฉัน เอมอร ถามมาตามสายโทรศัพท์ น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความกังวล
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างออฟฟิศ ภาพตึกระฟ้าเบื้องล่างดูเลือนรางราวกับไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริงสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว
ความรู้สึกที่ปวดร้าวอยู่ในอกมันจุกเสียดจนพูดไม่ออก ฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
"เอมอร เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม" ฉันพยายามบังคับเสียงตัวเองให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ฉันต้องการให้เธอทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง"
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ความเย็นเฉียบแล่นไปตามสันหลัง มันไม่ใช่ความหนาวจากแอร์ แต่เป็นความหนาวจากข้างใน
"เตรียมเอกสารทั้งหมดที่ฉันบอกไว้ ทุกอย่างต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่กำหนด"
ฉันบอกเธอไปอย่างใจเย็น แต่ภายในใจฉันกำลังลุกเป็นไฟด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง
เอมอรเงียบไปครู่หนึ่ง คงจะประหลาดใจกับความเด็ดขาดของฉัน ปกติแล้วฉันไม่ใช่คนแบบนี้
"ค่ะ คุณเปมิกา ดิฉันจะจัดการให้เรียบร้อยทุกอย่างค่ะ" เธอตอบรับอย่างหวั่นๆ ก่อนจะวางสายไป
ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงาน มันเป็นโทรศัพท์เครื่องเดียวกับที่ฉันเคยใช้คุยกับเจษฎากรหลายร้อยครั้ง
คุยกันถึงเรื่องอนาคตของเราสองคน
ฉันหลับตาลง ภาพของเจษฎากรก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที
"เปมิกา นี่เธอจะทำอะไรของเธอ!" เสียงหงุดหงิดของเขาดังขึ้นเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ตอนที่เราทะเลาะกัน
เขาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เห็นฉันกำลังจัดเสื้อผ้าบางส่วนใส่กระเป๋าเดินทาง
ฉันจำได้ดีว่าวันนั้นหัวใจฉันเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวด เหมือนมีมีดนับร้อยเล่มกรีดลงไป
ฉันพยายามซ่อนความเจ็บปวดนั้นไว้ภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย
เขาสบตาฉัน สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความรัก ตอนนี้กลับมีแต่ความหงุดหงิดและไม่เข้าใจ
"ฉันแค่อยากจะพักผ่อนบ้าง เจษฎากร" ฉันตอบไปอย่างเหนื่อยอ่อน
ฉันยังจำได้ดีว่าตอนนั้น น้ำเสียงของฉันมันสั่นเครือแค่ไหน แต่เขากลับไม่สังเกตเห็นเลย
เขามองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ตรงหน้า เหมือนมันเป็นของแปลกปลอม
"พักผ่อน? ตอนนี้เนี่ยนะ? เธอรู้ไหมว่าฉันกำลังยุ่งแค่ไหน!" เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดัง
เขาไม่เคยคิดเลยว่าฉันเองก็เหนื่อยและเจ็บปวดมากพอแล้ว
"ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันมีบางอย่างจะบอกเธอ" เขาพูดต่อ ตอนนั้นฉันรู้แล้วว่าเรื่องที่เขาจะบอกมันคืออะไร
ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ฉันก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
เขาเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
"ฉันคบกับดุจดาวมาหลายปีแล้ว เปมิกา"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ฉันยืนนิ่ง ตัวชาไปทั้งตัว
ความจริงที่ฉันพยายามปฏิเสธมาตลอด ตอนนี้มันถูกตอกย้ำด้วยคำพูดของเขาเอง
ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
"ฉันรักเธอ เปมิกา แต่ดุจดาว...เธออ่อนโยน เธอเข้าใจฉันมากกว่า"
เขาพูดออกมาอย่างง่ายดาย ราวกับว่าฉันเป็นเพียงตัวเลือกหนึ่ง
"ฉันรู้สึกผิดนะ แต่ฉันก็ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของดุจดาวด้วย"
ความผิดชอบต่อผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง เสียงนั้นมันบาดลึกเข้าไปในใจของฉัน
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันพยายามตอบอะไรบางอย่าง แต่เสียงมันติดอยู่ตรงลำคอ
ฉันเคยเป็นคนแบบไหนนะ? เปมิกาคนเก่าคงจะกรีดร้อง ร้องไห้
คงจะอาละวาดใส่เขาแล้ว แต่เปมิกาคนนี้กลับนิ่งเฉย
ฉันแค่มองหน้าเขา แล้วพยักหน้าช้าๆ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจษฎากร เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกขื่นขม
เขาโล่งใจที่ฉันไม่โวยวาย เขายิ้มราวกับว่าภาระอันหนักอึ้งได้หลุดพ้นไปแล้ว
"ฉันรู้ว่าเธอต้องเข้าใจ เปมิกา" เขากล่าว
"ดุจดาว เธอใสซื่อ เธอไม่เหมือนเธอเลยนะเปมิกา"
คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงไปซ้ำๆ บนบาดแผลที่ยังสดใหม่
"เธอควรจะเรียนรู้จากดุจดาวบ้างนะ" เขายังคงพูดต่อโดยไม่สนใจความรู้สึกของฉัน
"เธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวของฉัน เปมิกา เธอต้องคอยสนับสนุนฉัน"
โทรศัพท์ของเจษฎากรดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเดินออกไปคุยที่ระเบียง ทิ้งให้ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเรา
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ภาพสะท้อนของฉันในกระจกดูแตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนมาก
สิบปีที่แล้ว ฉันคือเปมิกา ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความฝัน
ผู้หญิงที่ตกหลุมรักเจษฎากร นักแสดงข้างถนนที่ไม่มีใครรู้จัก
ฉันเห็นแววตาของเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความฝัน
ฉันเชื่อในตัวเขา เชื่อว่าเขาสามารถเป็นซูเปอร์สตาร์ได้
ฉันทุ่มเททุกอย่าง ทั้งเวลา สุขภาพ และเงินส่วนตัว
เราสองคนช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมา
ฉันจำได้ว่าตอนนั้น เราเคยนั่งกินข้าวด้วยกันบนพื้นออฟฟิศเล็กๆ
เราเคยหัวเราะด้วยกัน เคยร้องไห้ด้วยกัน
เขาเคยบอกฉันว่า "เปมิกา เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน"
หลังจากที่เขามีชื่อเสียงโด่งดัง เขาก็ยังคงแสดงความรักกับฉันอย่างเปิดเผย
ในงานประกาศรางวัลใหญ่ เขาคุกเข่าลงต่อหน้าผู้คนนับร้อย
แล้วพูดว่า "เปมิกา ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอด ผมรักคุณ"
ฉันรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
แต่แล้วความจริงก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
ฉันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
เขาเริ่มกลับบ้านดึกขึ้น อ้างว่าติดงาน
ฉันเริ่มเห็นรูปของดุจดาวในโทรศัพท์ของเขา
รูปที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
ดุจดาว นักแสดงสาวดาวรุ่งที่ฉันเป็นคนเลือกมาให้เขาร่วมงานด้วย
เธออ่อนหวาน น่ารัก ใครๆ ก็ชอบเธอ
ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นคนที่มาแย่งทุกอย่างไปจากฉัน
ฉันจำได้ว่าตอนนั้น เจษฎากรเริ่มมอบบทบาทสำคัญที่ฉันหามาให้เขา ไปให้ดุจดาวแทน
เขาบอกว่าดุจดาวเหมาะกับบทนี้มากกว่า ฉันเริ่มสงสัย แต่ก็พยายามไม่คิดมาก
ความเจ็บปวดที่ถูกทรยศมันยากที่จะรับไหว
แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือตอนที่ฉันเห็นรูปของดุจดาวบนอินสตาแกรมของเธอ
รูปที่เธอกำลังสวมแหวนคู่กับเจษฎากร
พร้อมแคปชั่นว่า "ของขวัญครบรอบของเรา"
ฉันกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ
ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง
ฉันไม่เคยคิดเลยว่าความรักที่ฉันทุ่มเทให้ทั้งหมดจะจบลงแบบนี้
จบลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็น
"เปมิกา! เธออยู่ไหน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย!" เสียงของเจษฎากรดังขึ้นจากชั้นล่าง
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ
ได้เวลาเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว ไม่ใช่เปมิกาคนเก่าที่เคยอ่อนแอและร้องไห้
แต่เป็นเปมิกาคนใหม่
คนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
ฉันเดินลงไปชั้นล่าง รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้า
เจษฎากรกำลังยืนรอฉันอยู่ตรงบันได ใบหน้าของเขาดูไม่พอใจ
"เธอไปทำอะไรมา ทำไมฉันถึงถามแล้วเธอไม่ตอบ" เขากล่าว
"ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ" ฉันตอบไปอย่างเฉยชา
ฉันรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
และฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ๆ
ฉันจะเอาทุกอย่างของฉันคืนมา
ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เปมิกา POV:
"เจษฎากร นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง" ฉันถามเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา
แต่ข้างในฉันมันพังทลายไปหมดแล้ว
เจษฎากรมองฉันด้วยแววตาที่ไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย
"ทำอะไร เปมิกา? เธอกำลังพูดเรื่องอะไร" เขาย้อนถามราวกับไม่รู้เรื่อง
"เรื่องดุจดาวไง! นายแอบคบกับเธอมานานแค่ไหนแล้ว" ฉันถามออกไปตรงๆ
หัวใจฉันบีบรัดจนเจ็บไปหมด
เขากลับหัวเราะในลำคอ
"นาน? ก็หลายปีแล้วน่ะสิ ทำไม? เธอจะทำอะไรได้"
คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงไปซ้ำๆ
"นายทรยศฉัน เจษฎากร! เราอยู่ด้วยกันมาสิบปีนะ" ฉันตะโกนใส่เขา
ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำ
แต่เขากลับทำหน้ารำคาญ
"ทรยศอะไร? เธอคิดว่าเธอวิเศษขนาดไหนกันเชียวเปมิกา"
เขามองฉันด้วยสายตาดูถูก
"เธอมัวแต่ทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงาน"
"เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นสามีภรรยากัน"
คำพูดของเขาเหมือนตบหน้าฉันฉาดใหญ่
ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง
"เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่เอาแต่เรื่องงานมาคุยทุกวันได้ยังไง"
"ฉันอยากมีลูก อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"
"แต่เธอสิ... มัวแต่สนใจเรื่องงานของฉัน"
"ฉันก็เลยต้องไปหาใครสักคนที่เข้าใจฉัน"
เขาเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
"เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะเปมิกา เธอมันผู้หญิงบ้างาน"
"แต่ดุจดาว เธอเข้าใจฉัน เธออยากมีลูกกับฉัน"
"เธอมันผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีเลย! มัวแต่ทำงานหาเงิน"
"เธอก็เลยไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาให้สามี"
ฉันฟังคำพูดของเขา หัวใจฉันเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
ฉันทำงานหนักเพื่อใคร... ก็เพื่อเขา เพื่ออนาคตของเราสองคน
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันทำงานหนักจนล้มป่วย
คุณหมอบอกว่าฉันต้องพักผ่อนเยอะๆ
และอาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานหน่อย
ฉันเคยคิดจะบอกเขาเรื่องที่ฉันอาจจะไม่สามารถมีลูกได้ง่ายๆ
แต่ฉันก็กลัว กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้
ฉันเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวตลอดมา
ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุข
แต่สุดท้าย เขากลับมาบอกว่าฉันไม่ดีพอ
"ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ เจษฎากร" ฉันพูดเสียงสั่น
เขากลับหัวเราะ
"ฉันเป็นคนแบบนี้มานานแล้ว เธอต่างหากที่ไม่เคยรู้จักฉันเลย"
"ฉันไม่ได้ต้องการเมียที่เอาแต่ทำงาน ฉันต้องการเมียที่ดูแลฉันได้"
"ฉันทนเธอไม่ไหวแล้วเปมิกา ฉันอยากมีชีวิตใหม่"
ฉันมองหน้าเขา แล้วหันไปมองปฏิทินที่ฉันขีดกากบาทไว้
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วสินะ
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันพยายามปรับความเข้าใจกับเขาหลายครั้ง
แต่เขากลับไม่สนใจ
เขาบอกว่าเขาจะไปขยายธุรกิจที่ต่างประเทศ
ฉันแอบดีใจเล็กน้อยในตอนแรก คิดว่าการแยกกันอยู่จะทำให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์
แต่แล้วเขากลับบอกว่าเขาจะพาดุจดาวไปด้วย
ความหวังสุดท้ายของฉันพังทลายลง
ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทะเลทราย
ความเจ็บปวดมันกัดกินหัวใจจนฉันแทบจะยืนไม่ไหว
ฉันเห็นเขาคุยโทรศัพท์กับดุจดาวบ่อยขึ้น
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แตกต่างจากที่เขาคุยกับฉันลิบลับ
ฉันแอบได้ยินเขาวางแผนเรื่องอนาคตของเขากับดุจดาว
เรื่องบ้าน เรื่องลูก เรื่องชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน
ฉันเริ่มนับถอยหลังให้กับความสัมพันธ์ของเราเงียบๆ
วันนั้นฉันตัดสินใจไปปรึกษาทนายเรื่องการหย่า
ทนายความสาวมองฉันด้วยความประหลาดใจ
"คุณเปมิกา คุณแน่ใจนะคะ" เธอถาม
"ฉันแน่ใจค่ะ" ฉันตอบไปอย่างหนักแน่น
ฉันเล่าเรื่องของเจษฎากรให้เธอฟังเท่าที่จำเป็น
เธอพยักหน้าเข้าใจ
"ดิฉันจะเตรียมเอกสารให้คุณค่ะ" ทนายบอก
"แต่คุณเจษฎากรคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะคะ"
"ฉันรู้ค่ะ" ฉันตอบ
"ฉันจะให้คุณส่งเอกสารการหย่าไปให้เขาที่ต่างประเทศ"
"หลังจากที่เขาเดินทางไปถึงแล้ว"
ฉันต้องการให้เขาได้รับรู้ความจริงหลังจากที่เขาไปถึงที่นั่นแล้ว
ให้เขาได้รับรู้ว่าฉันไม่ได้โง่ ไม่ได้ยอมเขาไปตลอด
ฉันอยากให้เขาได้รู้รสชาติของการถูกทอดทิ้งบ้าง
ฉันอยากให้เขาเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเจ็บปวดมาตลอด
"เปมิกา! เธอคุยกับใครน่ะ" เสียงของเจษฎากรดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของฉัน
ฉันรีบวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
"คุยกับเอมอรเรื่องงานน่ะ" ฉันตอบไปอย่างใจเย็น
เขาเดินเข้ามาในห้อง จ้องมองฉันด้วยสายตาจับผิด
"ทำไมต้องมาคุยกันในห้องทำงานด้วย" เขายังคงสงสัย
"ก็มันเป็นเรื่องงานนี่" ฉันตอบ
เขามองหน้าฉันอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสนใจเอกสารบนโต๊ะ
"ฉันว่าฉันได้ยินเธอคุยเรื่อง... เอกสารอะไรสักอย่าง"
ฉันหัวเราะในลำคอ
"เอกสารงานของนายไง เจษฎากร นายก็รู้ว่าช่วงนี้งานเยอะแค่ไหน"
เขามองหน้าฉันอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขายื่นโทรศัพท์ให้ฉันดู
"ดูนี่สิเปมิกา บ้านที่เราจะไปอยู่กันที่ต่างประเทศ สวยไหม"
รูปบ้านหลังใหญ่หรูหราปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
"สวยดี" ฉันตอบไปอย่างเฉยชา
"ฉันซื้อบ้านหลังนี้ให้ดุจดาวด้วยนะ" เขากล่าวขึ้น
"เธอชอบมากเลยล่ะ"
"ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นชื่อของดุจดาวแล้ว"
คำพูดของเขาทำให้ฉันตกใจและโกรธมาก
"นายทำแบบนี้ได้ยังไงเจษฎากร! นั่นมันเงินของเรานะ" ฉันตะโกนใส่เขา
"เงินของเราเหรอ? ก็เงินฉันนั่นแหละ ใครใช้เงินเก่งกว่ากันเธอก็รู้"
เขาตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ
"ดุจดาว เธอไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย เธอแค่บอกว่าอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง"
"ฉันก็เลยซื้อให้เธอ"
ฉันมองหน้าเขาด้วยความเกลียดชัง
"นายมันเลว เจษฎากร นายมันเลวที่สุด"
เขาหัวเราะ
"เธอคงไม่เข้าใจหรอกเปมิกา ดุจดาวเธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน"
"เธอไม่เหมือนเธอเลยนะ"
"เธอควรจะดีใจนะเปมิกา ที่ฉันหาบ้านให้ดุจดาวได้"
"เธอจะได้ไม่ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเธอไง"
คำพูดของเขาทำให้ฉันเจ็บปวดจนจุกไปหมด
ฉันมองหน้าเขา แล้วก็เห็นดุจดาวเดินเข้ามาในห้อง
"ที่รักคะ ดุจดาวหิวแล้ว" ดุจดาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เธอดูสวยงาม น่ารัก เหมือนกับที่เจษฎากรพูดจริงๆ
แต่ข้างในของเธอ... ฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่
ดุจดาวเดินเข้ามาจับแขนเจษฎากร แล้วหันมามองฉัน
รอยยิ้มหวานๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
แต่ในแววตาของเธอ มันกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
"พี่เปมิกา ดุจดาวกำลังจะไปอยู่บ้านใหม่กับพี่เจษแล้วนะคะ"
"พี่คงไม่คิดถึงดุจดาวใช่ไหมคะ"
คำพูดของเธอเหมือนเข็มแทงลงมาที่หัวใจฉัน
ฉันมองหน้าเธอ แล้วกำหมัดแน่น
"เธอคิดว่าเธอจะชนะฉันได้ง่ายๆ เหรอ ดุจดาว" ฉันคิดในใจ
เกมนี้ยังไม่จบหรอก
ฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ๆ
ฉันจะเอาทุกอย่างของฉันคืนมา
ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เปมิกา POV:
"ดุจดาว เธอมาทำอะไรที่นี่!" ฉันถามเสียงเกรี้ยวโกรธ
ความโกรธมันพุ่งขึ้นมาจนฉันแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เจษฎากรมองฉันอย่างหงุดหงิด
"เปมิกา! ทำไมเธอต้องเสียงดังด้วย ดุจดาวมาหาฉัน ไม่ได้มาหาเธอ"
เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนผิด
"เธอไม่ต้อนรับดุจดาวเลยนะเปมิกา" เขายังคงพูดต่อ
"ฉันไม่จำเป็นต้องต้อนรับใครทั้งนั้น" ฉันตอบกลับไปอย่างเย็นชา
ฉันมองดุจดาว เธอยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ เจษฎากร
"พี่เปมิกาคะ ดุจดาวแค่อยากจะมาทำอาหารให้พี่เจษทานน่ะค่ะ"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความท้าทาย
"งั้นเหรอ" ฉันตอบ
"แต่ฉันไม่แน่ใจว่าพี่เจษเขาจะชอบอาหารของเธอหรือเปล่านะ"
"เขาไม่ชอบอาหารรสจัด"
ดุจดาวทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด
"จริงเหรอคะพี่เจษ ดุจดาวไม่รู้เลย"
เธอหันไปอ้อนเจษฎากร เจษฎากรลูบหัวเธอเบาๆ
"ไม่เป็นไรหรอก ที่รัก ดุจดาวทำอะไรพี่ก็กินได้หมดแหละ"
คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้
ดุจดาวเดินไปที่ครัว ฉันเดินตามเธอไปเงียบๆ
ฉันมองดูเธอหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็น
เธอหันมามองฉัน แล้วยิ้มหวาน
"พี่เปมิกาช่วยดุจดาวหน่อยสิคะ ดุจดาวทำไม่ค่อยเป็นน่ะค่ะ"
เธอพูดราวกับว่าฉันเป็นคนใช้ของเธอ
ฉันยืนมองเธอเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร
เธอเริ่มหั่นผักอย่างเก้ๆ กังๆ
ฉันเห็นเธอทำท่าจะหั่นนิ้วตัวเองหลายครั้ง
"พี่เปมิกาคะ พี่เจษเขาบอกว่าพี่เปมิกาเป็นผู้จัดการที่ดีที่สุดเลยนะคะ"
เธอพูดขึ้นขณะที่กำลังหั่นผัก
"เขาบอกว่าพี่เปมิกาดูแลเขาดีทุกอย่าง"
"แต่บางทีเขาก็รู้สึกเหมือนพี่เปมิกาเป็นแม่เขามากกว่าเมีย"
คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว
ฉันมองหน้าเธอ แววตาของฉันเต็มไปด้วยความโกรธ
"เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงดุจดาว ว่าเธอจงใจพูดแบบนี้"
ฉันพูดเสียงเรียบ
ดุจดาวหัวเราะในลำคอ
"แหม พี่เปมิกาก็พูดเกินไป ดุจดาวแค่พูดตามความจริง"
"พี่เจษเขาบอกว่าเขาเบื่อผู้หญิงที่แก่กว่า"
"เบื่อผู้หญิงที่เอาแต่บงการ"
"เขาบอกว่าอยากได้ผู้หญิงที่อ่อนหวาน น่ารัก"
"ผู้หญิงที่คอยเอาใจเขาได้"
เธอจงใจพูดคำพูดเหล่านั้นออกมา เพื่อทำให้ฉันเจ็บปวด
ฉันจำได้ว่าเจษฎากรเคยบอกฉันว่าเขาชอบผู้หญิงที่ฉลาด
ชอบผู้หญิงที่สามารถเป็นผู้นำได้
เขาเคยบอกว่าฉันคือผู้หญิงในฝันของเขา
แต่ตอนนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
"เธอคิดว่าเธอชนะฉันแล้วใช่ไหม ดุจดาว" ฉันถามเสียงเย็น
ดุจดาวหัวเราะ
"ก็คงจะเป็นอย่างนั้นนะคะ"
"พี่เจษเขารักดุจดาว เขาเลือกดุจดาว"
"พี่เปมิกาจะทำอะไรได้ล่ะคะ"
"เธอรู้ไหมว่าเจษฎากรเขาชอบอะไรมากที่สุด" ฉันถามเธอ
ดุจดาวทำหน้างงเล็กน้อย
"อะไรเหรอคะ"
"เขาชอบเงิน" ฉันตอบ
"เขาชอบเงินมากจนยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน"
"รวมถึงการทิ้งคนที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตั้งนาน"
คำพูดของฉันทำให้สีหน้าของดุจดาวเปลี่ยนไป
เธอมองหน้าฉันด้วยความตกใจ
"พี่เปมิกาพูดอะไรคะ"
"ฉันก็แค่พูดความจริง" ฉันตอบ
"หรือเธอคิดว่าเจษฎากรเขาจะไม่ทิ้งเธอในอนาคต"
"ถ้ามีใครที่ดีกว่า มีเงินมากกว่าเข้ามา"
ดุจดาวกำมีดในมือแน่น
"พี่เปมิกาอย่ามาพูดจาใส่ร้ายพี่เจษนะคะ!" เธอตะโกน
ฉันหัวเราะในลำคอ
"ฉันแค่เตือนเธอไว้เฉยๆ ดุจดาว"
"เพราะฉันไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเหมือนฉัน"
ดุจดาวมองหน้าฉันด้วยสายตาอาฆาต
"พี่เปมิกา! เธอจะต้องเสียใจ!" เธอพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
ฉันยิ้ม
"ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำลงไปหรอกนะดุจดาว"
"แต่เธอ... เธอจะต้องเสียใจแน่ๆ"
ฉันมองหน้าเธอ แล้วเดินออกจากครัวไปอย่างใจเย็น
ฉันรู้ว่าดุจดาวจะต้องไม่พอใจ
และฉันก็รู้ว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมนี้
ฉันจะไม่ยอมให้เธอชนะฉันได้ง่ายๆ หรอก
ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการกล้ามาแย่งของของฉันไปมันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง
ฉันเดินออกไปจากบ้านหลังนั้น
ทิ้งให้ดุจดาวกับเจษฎากรอยู่ด้วยกัน
ฉันรู้ดีว่านี่คือการเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของฉัน
บทใหม่ที่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีกแล้ว
ฉันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
ฉันจะฉลาดกว่าเดิม
และฉันจะทำให้คนที่ทำร้ายฉันต้องชดใช้ทุกอย่าง
ไม่ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม