“ตาโจอิ! ทำอะไรน้อง...” คุณนายฮารุถามกับลูกชายของเธอเสียงดุ เมื่อเห็นว่าเขายืนบีบข้อมือลูกสาวคนสวยของเธออยู่ด้วยใบหน้าร้ายๆ
“…เปล่าครับ ผมแค่จะช่วยน้องล้างผัก”
“ยูมิทำเองได้ค่ะไม่ต้องช่วยหรอก พี่โจอิออกไปข้างนอกเถอะนะคะ อยู่ตรงนี้ก็เกะกะเปล่าๆ” เธอพูดเน้นคำว่า ‘เกะกะ’ เพราะอยากให้เขาถอยออกห่าง
“ก็คนอยากช่วย จะไล่ทำไม”
คุณฮารุได้แต่ถอนหายใจกับลูกชายคนเล็กของเธอ ที่แสดงท่าทางไม่อ่อนโยนกับน้องสาวเลยสักนิด “...ออกไปรอข้างนอกตาโจอิ แล้วอย่าให้แม่เห็นว่าแกทำแบบนั้นกับน้องอีก”
“ผมก็แค่หยอกน้องเล่นเฉยๆ เอง...”
โจอิพูดจบเขาก็ยอมเดินถอยออกไปแต่โดยดี เพราะคิดว่ายังไงแม่ก็คือแม่เถียงไปก็มีแต่จะทำให้คุณฮารุยิ่งหงุดหงิด และถึงโจอิจะเป็นคนที่ เลว! หยาบโลน! ปากหมา! สันดานเสีย! ไม่น่าคบ! แต่เขาก็รักแม่ของเขามากๆ
“ยูมิล้างคะน้าไว้ให้แล้วนะคะ”
“หมายถึงอันนี้เหรอลูก” คุณฮารุถามถึงสิ่งที่เธอยกมาวางไว้กลางเคาน์เตอร์ครัว
“ใช่ค่ะ คุณแม่จะทำอะไรทานเหรอคะ?”
“เอ่อ...อันนี้เขาเรียกกวางตุ้งนะยูมิ แม่ว่าจะทำผัดกวางตุ้งน้ำมันหอยน่ะ”
“นี่ไม่ใช่คะน้าเหรอคะ” เธอถามด้วยสีหน้าแปลกใจ และรีบหยิบผักชนิดที่ว่าขึ้นมาตรวจเช็คให้แน่ใจ ซึ่งเธอก็มั่นใจมาตลอดว่ามันคือคะน้า
“มันคือกวางตุ้งจ้ะ”
“...งั้นเหรอคะ”
“^^” คุณฮารุยิ้มตามเด็กสาว เมื่อเห็นสีหน้าของเธอตอนรู้ว่าชื่อเรียกของผักที่แท้จริง ที่เธอเรียกผิดมาตั้งแต่เด็กจนโต
“กวางตุ้งนี่เอง ฮ่าๆ^^”
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอเมื่อครู่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายอาทิตย์ที่เธอได้หัวเราะกับเรื่องเล็กๆ เช่นนี้...
ห้องทานข้าว...
เมื่อมื้ออาหารเริ่มขึ้นก็ทำยูมิอึดอัดใจอีกครั้ง ที่ต้องนั่งทานข้าวร่วมโต๊ะกับผู้ชายที่เธอเกลียดหน้าเป็นที่สุด และดูเหมือนว่าเขากำลังจะคิดหาเรื่องแกล้งเธออยู่ตลอดไม่เว้นช่วงให้เธอหายหงุดหงิด
ในขณะที่นั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกันนั้น โจอิก็เอนหลังพิงเก้าอี้เพื่อที่จะวาดสายตามองไปที่ใต้โต๊ะหาบางสิ่ง ก่อนจะยืดขายาวของเขาออกและใช้มันลูบไปที่เป้าหมาย ‘ขาเรียวเล็กของยูมิ’ จนทำคนตัวเล็กสะดุ้งตกใจและรีบถอยขาหนีเท้าน่ารังเกียจนั่น...
“เรื่องค้างคืนที่นี่...ไว้แม่ค่อยมานอนกับยูมิวันที่ยูมิไม่มีเรียนดีไหมคะ ถ้าเป็นวันหยุดเราจะได้หาอะไรทำกันด้วย” ยูมิคิดหาคำปฏิเสธที่ฟังแล้วถนอมน้ำใจคุณหญิงฮารุมากที่สุด เพื่อไม่ให้ทำลายความหวังดีของผู้เป็นแม่
“ก็ดีเหมือนกันนะ เอาเป็นวันหยุดแม่ค่อยมานอนกับยูมิแล้วกัน”
“งั้นคุณฮารุกลับบ้านไปเลยนะครับ เดี๋ยวผมนอนค้างที่นี่เอง ผมให้แม่บ้านเตรียมห้องไว้ให้แล้วด้วย”
“โจอิ! มีมารยาทหน่อยสิ” คุณฮารุพูดดุลูกชายของเธอ ที่ทำอะไรตามอำเภอใจตลอด ราวกับคนไม่เคยถูกพ่อแม่สั่งสอน ทั้งที่เธอพูดสอนจนปากแฉะแต่กลับไม่เข้าหัวของเขาเลย
“ก็คุณฮารุบอกเองหนิครับ ว่าให้ผมทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีของน้อง ถ้าเราห่างเหินกันแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ยูมิกับครอบครัวเราจะสนิทกันล่ะครับ” เขายกเรื่องพี่ชายที่แสนดีของเธอขึ้นมาอ้าง เพราะต้องการใช้ข้ออ้างนั้นเพื่อเข้าหาเธอผู้เป็นน้องสาว
“แต่ยังไงก็ต้องให้น้องอนุญาตก่อนสิ จะทำตามใจตัวเองได้ยังไง ตาลูกคนนี้...”
“งั้น...คืนนี้พี่ขอค้างที่นี่ได้หรือเปล่า พรุ่งนี้พี่ว่าจะไปส่งยูมิที่มหาลัย...” โจอิพูดขอกับสาวสวยผู้เป็นเจ้าบ้าน ต่อหน้าแม่ของเขา เพราะคิดว่าเธอคงไม่กล้าปฏิเสธคำขอนั้น
“...ถ้าพี่โจอิอยากนอนก็นอนเถอะค่ะ ส่วนคุณแม่ก็อยู่ค้างที่นี่ด้วยกันเถอะนะคะ เดี๋ยวยูมิให้แม่บ้านเตรียมห้องนอนให้”
“ยูมิไม่อึดอัดใช่ไหมลูก”
“ไม่เลยค่ะ” เธอส่ายหัวปฏิเสธแม้ลึกๆ จะรู้สึกเช่นนั้น “แม่บ้านคะ จัดการเตรียมห้องให้คุณแม่ด้วยนะคะ”
“ค่ะคุณหนู”
“แล้วทำไมวันนี้ ถึงกลับมากับไอโยชิ?” โจอิเอ่ยถามยูมิเสร็จ ก็วางช้อนและส้อมลงในจาน ก่อนจะหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากเพื่อตั้งใจรอฟังคำตอบของน้องสาวเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้เขาหงุดหงิด
“นั่นสิลูก ยูมิรู้จักกับโยชิด้วยเหรอ?”
“ยูมิบังเอิญเจอพี่เขาที่คาเฟ่หน้ามหาลัยช่วงใกล้เลิกเรียนน่ะค่ะ เราพูดคุยกันจนยูมิจำได้ว่าเคยเจอพี่เขาที่งานศพของคุณพ่อ พี่โยชิเลยอาสามาส่งที่บ้านน่ะค่ะ...”
“ต่อไปห้ามกลับบ้านพร้อมมันอีก เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอกลับบ้านเอง”
“พี่โจอิไม่มีงานมีการทำเหรอคะ” เธอพูดเชิงประชด ทว่าเขากลับไม่รู้สึกรู้สา
“ไม่มี ฉันว่างทั้งวัน ให้ไปนั่งเฝ้าเธอที่มหาลัยยังได้เลย...”
“...” เธอหมดคำจะพูดกับโจอิ กับท่าทางกวนๆ ของคนเกเรที่เธอไม่อาจต่อกรได้ เพราะทุกครั้งที่เธอตั้งท่าสู้กลับ เขาก็จะบ้ากลับเป็นร้อยเท่าจนเธอต้านทานความชั่วนั้นไม่ไหว
“งั้นก็ตามใจค่ะ จะไปส่งหรือจะไปนั่งเฝ้าก็แล้วแต่พี่โจอิ...” ยูมิพูดบอกคนเอาแต่ใจไปแบบนั้น เพราะคิดว่าเธอคงห้ามเขาไม่ได้หากว่าเขาต้องการจะทำ
“ดี แล้วก็อย่าลืมที่ฉันบอกล่ะ ห้ามไปไหนมาไหนกับไอโยชิเด็ดขาด...”
“เฮ้อ ตาลูกคนนี้”
คุณนายฮารุถอนหายใจออกมาเสียงดัง แต่เธอก็ไม่ได้คิดเอะใจอะไรกับเรื่องที่โจอิสั่งห้ามน้องสาวไปไหนมาไหนกับโยชิ เพราะเธอรู้ดีว่าลูกชายของเธอเกลียดเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคนนี้มากแค่ไหน มากชนิดที่ว่าคงไม่เดินทางไปเหยียบงานศพหากว่าอีกฝ่ายจากโลกนี้ไป...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดใจ • คอมเมนท์ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ~
ห้องนอนยูมิ เวลาสามทุ่มครึ่ง...
เมื่อถึงเวลาเข้านอน ยูมิก็เดินตรวจบริเวณรอบห้องให้แน่ใจว่าไม่มีกลอนประตูไหนที่เธอยังไม่ล็อก โดยเฉพาะกลอนประตูหน้าห้องนอนของเธอ
“ล็อก กลอน แล้ว ล็อก กลอน แล้ว โอเคยูมินอนได้...”
หลังจากที่คนตัวเล็กเจ้าของห้องพูดเน้นย้ำประโยคนั้นอยู่ถึงสองครั้งสองครา เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ลืมทำสิ่งสำคัญนั้นก่อนเข้านอน เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้ที่บ้านมีคนน่ากลัวนอนค้างคืนอยู่ที่นี่ด้วย จึงต้องระวังตัวเป็นอย่างมาก...
เมื่อแน่ใจว่าเธอรักษาความปลอดภัยทุกอย่างดีเยี่ยม ยูมิก็กลับขึ้นเตียงมานอน “หาว~”
ภายในห้องนอนของเธอเวลานี้ มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟที่หัวเตียงดวงเล็กๆ เท่านั้น แต่แสงนั้นก็ไม่ได้รบกวนการนอนของเธอเลย ผ้าห่มผืนหนานุ่มที่เธอห่มอยู่นั้นมันอุ่นซะจนทำให้คนตัวเล็กหลับสบายได้ในทุกคืน และในคืนนี้ก็เช่นเดียวกัน...
เวลาช่วงสี่ทุ่มครึ่ง หลังจากที่ยูมิหลับไปได้ไม่นาน...
แก๊ก!
เงาดำของคนร่างสูงค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียง เธอประเมินความเจ้าเล่ห์ของเขาต่ำเกินไปเพราะการงัดประตูเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเขา...
“หลับแล้วเหรอ...”
เสียงทุ้มของโจอิที่ยืนอยู่ข้างเตียง พูดถามกับคนที่หลับอยู่ ซึ่งเธอไม่ได้ตอบกลับคำถามของเขาเพราะเวลานั้นเตียงนุ่มๆ แอร์เย็นๆ ทำให้เธอหลับไม่รู้เรื่องว่าตอนนี้มีผู้บุกลุกเข้ามาภายในห้องส่วนตัวของเธอ
พรึบ!
คนตัวสูงลากกางเกงนอนขายาวที่ใส่อยู่ลงไปกองที่พื้นห้อง ก่อนจะแสดงความน่ากลัวด้วยการจับชักลำโตของเขา เพื่อให้มันพร้อมใช้งานในทันทีที่เขาขึ้นเตียงไปขย้ำน้องสาวที่เวลานี้หลับปุ๋ยอยู่
เมื่อร่างสูงย้ายตัวขึ้นไปนอนบนที่นอนสำเร็จในท่าทางนอนซ้อนอยู่ทางด้านหลังของคนตัวเล็กที่เวลานี้นอนตะแคงหันหลังกอดหมอนข้าง เขาค่อยๆ ช้อนศีรษะของเธอขึ้นมานอนหนุนแขนข้างนึงของตนเอง เพื่อที่จะใช้มือของแขนข้างนั้นปิดปากเธอไว้ ไม่ให้ยูมิส่งเสียงโวยวายออกมาในตอนที่เขากำลังจะทำเรื่องชั่วกับเธอ ซึ่งสำหรับเขาแล้วแขนข้างเดียวก็เพียงพอที่จะหยุดร่างเล็กบอบบางนี้ไม่ให้ขัดขืน
แต่โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่เธอดันสะดุ้งตื่นขึ้นในตอนที่กางเกงในตัวจิ๋วหลุดออกจากที่ ๆ มันควรอยู่ “..!”
อุบ!
“อยู่นิ่งๆ นะน้องสาว” ประโยคน่ากลัวที่โจอิใช้พูดบอกยูมิที่ข้างใบหูของเธอ ทำให้เธอพยายามออกแรงดิ้นสุดตัว
“อือ! ปล่อยนะ!” คำพูดนั้นดังอยู่ในลำคอจนฟังไม่เป็นคำเพราะมือหนาของโจอิที่อุดปากเธอไว้แน่นไม่ขยับ ซึ่งโจอิก็พอเดาได้ว่าคำอู้อี้ที่ได้ยินนั้น น้องสาวกำลังจะสื่อสารอะไรกับเขา
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดทำเรื่องที่เธอกลัวอยู่เลย... โจอิใช้น้ำหล่อลื่นจากปากเป็นตัวช่วยในการทำให้กลีบดอกไม้ของยูมินั้นชุ่มแฉะ เพื่อที่ง่ายต่อการดันแกนชายแท่งใหญ่ของเขาเข้าช่องท้องของเธอ
สวบ!
“อ้อห์~ ซี๊ด” ทันทีที่แกนใหญ่ดันเข้ามาสุดลำยาว ไม่เพียงแค่ทำชายหนุ่มเจ้าเล่ห์เสียวจนหัวโล่ง แต่ยังทำสาวสวยร่างเล็กหลุดเสียงครางเบาๆ ออกมาอย่างไม่ตั้งใจอีกด้วย
“ถ้ายูมิร้องเสียงดังแล้วแม่เกิดมาได้ยินเข้า พี่คงต้องเปลี่ยนจากพี่ไปเป็นผัวของยูมิแน่ๆ แบบนั้นคงจะดีเนอะว่าไหม?” เขาพูดกระแนะกระแหนเธอเบาๆ ที่ข้างหูด้วยการเรียกชื่อเธอและแทนตัวเองว่าพี่ ในขณะที่เด้าความเป็นชายใส่เธอเป็นจังหวะเนิบๆ
“ถ้าไม่อยากให้แม่รู้เรื่องของเรา อย่าแหกปากเสียงดังเข้าใจหรือเปล่า...”
โจอิพูดคำขู่นั้น ก่อนจะค่อยๆ คลายมือที่ปิดปากเล็กอยู่ออก ใบหน้าสวยแดงเป็นรอยมือเพราะถูกคนพี่ใช้แรงบีบแน่นจนทำเธอเกือบขาดอากาศหายใจ
“...”
พั่บๆๆ!
“อ่าส์ นั่นแหละ ต้องแบบนั้น” เขาพูดออกมาด้วยความพอใจเมื่อเห็นว่าน้องสาวนิ่งเงียบไม่ต่อต้านสิ่งชั่วที่เขาทำอยู่กับร่างกายของเธอ
แม้เวลานี้เขาจะเร่งความเร็วและเพิ่มแรงกระแทกมากขึ้น แต่เธอก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องโวยวายออกมา เพราะเธอรับไม่ได้หากว่าใครจะรู้เรื่องชั่วที่เธอเจอ และรับไม่ได้หากว่าโจอิจะต้องมารับผิดชอบสิ่งที่เขาทำด้วยการผูกมัดเธอไว้ด้วยการเป็นแฟนหรือสามี
ร่างสูงชักแกนชายออกก่อนจะจับร่างเล็กนอนหงาย และย้ายตัวเข้าไปอยู่ระหว่างขาเรียวสองข้างของเธอเพื่อจะเสียบความเป็นชายเข้าช่องท้องแคบ ในท่าเบสิกที่สามารถมองหน้าสวยหวานแสนอ่อนแอของเธอได้ถนัดยิ่งขึ้น
ปึก! สวบ!
“อ๊ะ!”
โจอิแกล้งคนตัวเล็กด้วยการกระแทกแกนใหญ่เข้าช่องท้องของเธอลวดเดียวอย่างไม่ให้จังหวะ และไร้ซึ่งความถนอมกับช่องแคบนั้น
“รูโคตรแน่น อ่าส์~” โจอิครางเสียงออกมาอย่างไม่เก็บอารมณ์ คิ้วเข้มดกขมวดเป็นปมเจ้าเล่ห์ในตอนที่ความเป็นชายของเขาถูกรูแคบของยูมิตอดอย่างมูมมาม
“รูนี้ฉันเอาได้คนเดียว ห้ามให้ไอ้โยชิแตะต้องมันเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“ฉันไม่เคยคิดอยากทำเรื่องนั้นกับพี่โยชิเลย แต่ว่าตอนนี้เริ่มอยากลองดูแล้วสิ…” เธอพูดยั่วโมโหเพราะอยากเอาคืน ทว่าการกระทำเมื่อครู่เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง
“มึงก็ลองดูสิ…” คนคลั่งพูดด้วยท่าทางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เพราะหงุดหงิดกับคำพูดท้าทายของน้องสาว ราวกับว่าเธออยากทดสอบความบ้าที่มีภายในสันดานของเขา
ปึกปึกๆๆ!! ปึกๆๆ!!
แรงโกรธมหาสารถูกส่งผ่านไปยังช่องท้องของคนตัวเล็ก จนเสียงหน้าอายนั้นดังสนั่นลั่นห้อง ร่างบอบบางดิ้นหนีทุรนทุรายเพราะทนรับความบ้าคลั่งนั้นไม่ไหว ทว่าแรงของเธอสู้แรงโกรธของโจอิไม่ได้เลยสักนิด
“มึงเป็นของกู กู*มึงได้คนเดียว”
“อ๊ะ! อ๊ะ! เจ็บ!”
ปึกปึกๆๆ!!
“ถ้ามึงกล้าให้ไอโยชิ* กูจะตามไปฆ่ามัน!”
ร่างหนาพูดขู่ร่างเล็กที่นอนทรมานรับความเสียวซ่านอยู่ใต้ล่าง ด้วยท่าทางดุร้ายดังปีศาจ เขาขู่เข็นให้เธอนั้นทำตามใจที่เขาต้องการ เพราะคิดว่าเธอคือสมบัติของเขา และเป็นของเขาได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น...
“ไอเลว!” เธอด่ากระแทกคำว่า ‘เลว’ ใส่หน้าโจอิเต็มเสียงเพราะความโกรธ
เจ้าของร่างหนาไม่ได้สนใจกับคำด่านั้นของเธอเลยแม้แต่น้อย และยังเดินหน้าซอยกระแทกรูของเธออยู่ไม่ยั้ง เพราะคำด่าที่ได้ยินยิ่งทำให้เขามีอารมณ์
ปึกปึกๆๆ!!
คนน่ากลัวเร่งความเร็วสะโพกใส่ช่องท้องของคนตัวเล็กอย่างไม่ปราณีกับร่างบอบบางของเธอ และถึงยูมิจะรู้สึกรังเกียจสิ่งนี้มากแค่ไหน แต่ว่าก็ไม่อาจต้านความเสียวซ่านที่โจอิมอบให้เธอได้
“ซี๊ดอ่าส์~ อย่าทำให้ฉันอารมณ์เสียอีก เข้าใจไหม?”
ปึกปึกๆๆ!
เล็บคมของมือน้อยจิกระบายความโกรธลงที่แขนล่ำของคนพี่ ในตอนที่เขาทำเธอเสียวจนเกร็งตัวรับแทบจะไม่ไหว “อ๊ะ อ๊ะ! กูจะทำทุกอย่างที่มึงไม่ชอบ!”
“ก็ลองดู อึก!”
ปึก! พรวด~
เจ้าของคิ้วเข้มดวงตาคมดุจ้องตาโกรธใส่คนใต้ล่าง และตอบกลับเธอด้วยคำพูดสั้นๆ ในจังหวะที่งัดแกนชายใส่ช่องท้องของเธอเพื่อปล่อยน้ำกามข้นให้ไหลทะลักเข้าสู่ภายในรูอุ่น ที่เขาต้องการจะครอบครองไว้เพียงผู้เดียว…
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดใจ • คอมเมนท์ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ~