การได้กลับมาเจอเพื่อนอีกครั้งทำให้ฉัตรกล้านึกย้อนไปถึงวัยเด็กเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากเด็กกรุงเทพเมื่อมาอยู่โรงเรียนประจำอำเภอก็ไม่ค่อยพอใจ แต่ละวันเขาไม่ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ บางวันก็หลับหลังห้อง บางวันก็โดดเรียนไปซ่อนอยู่หลังห้องน้ำชาย จนคุณครูพากันเอือมระอา แต่ก็มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละที่คอยช่วยเตือนเขาให้ส่งการบ้านและช่วยเขาในการทำงานกลุ่มและยังไปช่วยเขาอ้อนอาจารย์ตอนที่ชายหนุ่มไม่มีสิทธิ์สอบเพราะขาดเรียนมากจนเกินไป
“กูได้ข่าวว่ามึงมาคุมงานก่อสร้างโรงเรียนเอกชนแห่งใหม่เหรอวะกล้า” เสกสรรเปิดประเด็นถามถึงแม้ไม่ได้เจอกันแต่ก็พอรู้ความเป็นไปของเพื่อน
“พี่ชายกูประมูลได้ กูเลยมาช่วยดูงานให้เขา”
“รวยใหญ่แล้วนะมึงแล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานว่ะ”
“มึงถามกูแบบไม่คิดเลยใช่ไหมไอ้เสก แล้วมึงล่ะ”
“กูยังไม่อยากแต่งว่ะ แต่งไปก็เป็นภาระเปล่าๆ”
“แล้วคนที่คบอยู่เขาไม่อยากแต่งเหรอวะ”
“มันคบใครนานที่ไหน กูเห็นมันควงมาแต่ละครั้งไม่เคยซ้ำหน้า” วสันต์เคยเจอผู้หญิงของเสกสรรมาหลายคนจนตอนนี้เขาจำชื่อพวกเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
“กูก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แหละคนอย่างกูใครเขาจะมาจริงจังวะ หล่อก็ไม่หล่อแม่งยังเริ่มจะมีพุงอีกด้วย”
“มึงจะหล่อมากถ้ามึงลดความอ้วนและรู้จักแต่งตัวดีกว่านี้นะไอ้เสก” ณัฐพลบอกเพื่อนไปตามที่ตนเองคิดเพราะพวกเขาสนิทกันมากทุกอย่างจึงพูดกันไปได้แบบตรงๆ
“กูก็เป็นของกูแบบนี้ขี้เกียจเปลี่ยน”
“ก็มึงเป็นแบบนี้แล้วจะมีผู้หญิงที่ไหนมองมึงวะ ส่วนใหญ่ที่เข้าหามึงก็หวังเงินมึงทั้งนั้น เดือนหนึ่งมึงหมดกับน้องๆ นักศึกษาเยอะเหมือนกันนะ”
“มึงอย่าทำมารู้ดีเลยไอ้ป๊อบ มึงก็ไม่ต่างจากกูหรอกกูรู้นะมึงเลี้ยงนักศึกษาไว้สองคนแม่งอยู่หอเดียวกันอีกไม่รู้สับรางยังไง”
“กูว่าน้องเขาก็รู้แหละ ว่ามันจีบทั้งสองคนแต่มันให้เงินให้เขาไม่ขาดไง เขาก็เลยไม่ว่าอะไร บางทีตอนมึงอยู่กับอีกคนระหว่างนั้นเขาก็ผู้ชายอีกคนมาที่ห้อง”
“มึงก็พูดไปเด็กกูไม่มีทางทำอย่างนั้น” วสันต์เถียง
“น้อยไปสิเด็กสมัยนี้แสบจะตายแล้ว มึงล่ะอั๋นเป็นเหมือนพวกมันไหม” ฉัตรกล้าถามณัฐพลบ้าง
“กูรักเดียวใจเดียวกับน้ำฝน”
“คบนานแล้วนะมึงเมื่อไหร่จะแต่งงาน”
“ไม่แต่งแล้ว”
“ผู้หญิงเขายอมเหรอวะ”
“บ้านกูก็ไม่มีใครบ้านเขาก็ไม่มีใครอยู่กันไปแบบนี้ก็ดีแล้วแต่งให้เปลืองทำไมล่ะ แต่กูกับฝนก็จดทะเบียนสมรสแล้ว”
“เฮ้ย ไม่เห็นบอกเพื่อนเลย” เสกสรรโวยวาย
“บอกไปแล้วมึงจะช่วยอะไรมึงเป็นนายทะเบียนเหรอเสก” ณัฐพลหันมาพูดกับเพื่อนเขากับแฟนที่ชื่อน้ำฝนจดทะเบียนสมรสกันมานานเกือบสองปีแล้ว แต่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครทั้งสองคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนต่างคนต่างเป็นเด็กกำพร้าด้วยกันทั้งคู่ทำให้เข้าใจกันและอยู่ด้วยกันมาเกือบจะห้าปีแล้ว
“ไอ้กล้ามึงมองหาใครวะกูเห็นชะเง้อคอยาวเชียวมึง” วสันต์สังเกตว่าฉัตรกล้าคุยอยู่กับเพื่อนก็จริงแต่สายตาของเขามองไปทางอื่นอยู่เรื่อย
“ก็พี่ณิชาไง คนที่สวยๆ เป็นดรัมเมเยอร์น่ะ มึงเห็นไหมอั๋น”
“เมื่อกี้กูเห็นหนูนะแว๊บๆ นะปกติพี่เขาก็มาทุกปีแหละมอบทุนการศึกษาให้เด็กตลอดคนอะไรทั้งสวยทั้งใจดี”
“แต่ก็แปลกทำไมพี่ณิชายังโสดอยู่ก็ไม่รู้” ณัฐพลเคยเจอเธอเมื่อไม่นานมานี้ก็เลยรู้ว่าพี่เขายังโสดอยู่
“ยังโสดอยู่เหรอวะ” เมื่อฉัตรกล้าได้ยินแบบนั้นก็หูผึ่งเขาไม่ได้ข่าวของพี่ณิชามานานแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ยังโสดมาจนถึงทุกวันนี้
“อือ ตอนนี้โสดอยู่แต่กูเคยได้ยินมาว่าพี่เขามีแฟนตอนที่ทำงานอยู่กรุงเทพนะ แต่พอย้ายกลับมาอยู่ที่ในตัวจังหวัดก็ไม่เห็นแฟนเขาตามมาเลย สงสัยจะเลิกกันแล้ว” เสกสรรพอรู้ข่าวรุ่นพี่คนนี้มาบ้างเพราะเขาเองทำงานอยู่ในตัวจังหวัด
“พี่ณิชาอยู่ในตัวเมืองเหรอ”
“อือ มาดูแลกิจการแทนพ่อกับแม่ที่เสียไปเมื่อสองปีก่อน พี่เขามีหอพักอยู่แถวในเมืองมึงน่าจะเคยเห็นผ่านตาบ้างนะ”
“กูไม่แน่ใจมึงลองบอกลักษณะเด่นๆ สิเสก”
“เป็นหอประมาณห้าหรือหกคูหานี่แหละ กูไม่แน่ใจนะด้านล่างเป็นร้านเสริมสวยกับโรงเรียนกวดวิชามึงลองไปหาดูนะ”
“หอเขาน่าอยู่ดีนะ สะอาดมากคนที่พักก็มีคนวัยทำงาน”
“มึงพูดเหมือนกับมึงเคยไปอยู่เลยนะไอ้อั๋น”
“ก็เพื่อนฝนเขาเคยพักอยู่ที่นั่นกูไปช่วยเขาย้ายของ มันสงบดี ค่าเช่าก็ไม่เกินสี่พัน เสียอย่างเดียวไม่มีลิฟต์นะ”
“พี่ณิชารวยน่าดูเลยนะ มึงห้องมีเป็นเกือบสามสิบห้อง”
“ก็แบบนี้ไงผู้หญิงรวยผู้ชายก็เลยไม่ชอบ กลัวว่าผู้หญิงจะเก่งกว่าแล้วจะคุมไม่อยู่ และก็คงกลัวคนอื่นจะมองว่าเกาะเขากิน”
“ที่พี่ณิชาถึงเป็นโสดกูว่าน่าจะเพราะเหตุนี้แน่ แล้วมึงคิดว่าไงกล้า” เสกสรรถามฉัตรกล้าที่เงียบเหมือนกำลังใช้ความคิดบางอย่าง
“ก็คงประมาณนั้นมั้ง”
“มึงยังชอบพี่เขาอยู่เหรอวะ” วสันต์อดถามเพื่อนไม่ได้เพราะเขารู้ว่าฉัตรกล้าชอบพี่ณิชามากตั้งแต่สมัยเรียน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยเข้าไปจีบหรือเข้าไปคุยกับรุ่นพี่คนนี้เลยสักครั้ง
แต่ก่อนฉัตรกล้าเป็นเด็กมัธยมหัวเกรียนผอมสูงไม่ได้หล่อเหมือนทุกวันนี้ เขาไม่กล้าไปจีบรุ่นพี่ที่สวยเก่งเป็นดาวเด่นของโรงเรียน
“กูว่ากูยังชอบเขาอยู่นะ”
“ชอบมึงก็จีบสิ” เสกสรรรีบยุส่ง
“แต่ระวังหน่อยนะมึง เดี๋ยวเขาจะคิดว่ามึงเข้าหาเพราะอยากจะเกาะเขากิน คนแถวนี้ยิ่งหูตาเป็นสับปะรดอยู่ด้วย” ณัฐพลเตือน
“มึงคิดว่าคนอย่างกูจะไม่มีชั้นเชิงในการจีบเขาเลยเหรอวะ”
“พูดเหมือนมึงมีแผนนะกล้า”
“อือ กูมีแผน”
ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา ฉัตรกล้ายังจำวันที่ตนเองเจอพี่ณิชาครั้งแรกได้เป็นอย่างดี
วันนั้นที่โรงเรียนมีกิจกรรมกีฬาสี ตอนเช้ามีการเดินขบวนพาเหรด ฉัตรกล้าไม่ได้ไปร่วมเดินขบวนเพราะขี้เกียจและไม่ชอบอากาศร้อนเท่าไหร่ เด็กหนุ่มนั่งรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เขาใส่เสื้อคลุมทับไว้กะว่าถ้าขบวนเดินมาถึงตัวเองจะถอดเสื้อคลุมออกแล้วค่อยแทรกเข้าไปในแถว
เสียงกลองดังมาแต่ไกลฉัตรกล้ากวาดสายตามองไปเรื่อยเพราะคงอีกนานกว่าสีของตนเองจะเดินมาถึงตรงนี้ เขามองไปยังหัวขบวนก็เห็นว่ามีดรัมเมเยอร์อยู่หลายคน เด็กหนุ่มมองหาเพื่อนร่วมห้องของตนเพราะเธอบอกให้เขาช่วยถ่ายรูปของตนให้ด้วย เมื่อเห็นเพื่อนแล้วฉัตรกล้าก็ยกกล้องขึ้น เขาซูมไปใกล้ๆ พอได้รูปถ่ายของเพื่อนแล้วก็ยังไม่ลดกล้องลงเพราะกะว่าจะถ่ายอีกสักมุม
เขาแพนกล้องเพื่อหามุมที่ดีที่สุด แต่ก็มีคนเดินมาชนทางด้านหลังและพอยกกล้องขึ้นอีกครั้งโฟกัสมันก็หลุดออกจากเพื่อนแต่คนที่กล้องไปโฟกัสอยู่กลายเป็นผู้หญิงอีกคน เธอสวยมาก ใบหน้ารูปไข่ ขาวเนียน ดวงตาของเธอกลมโตสดใส ยิ่งแต่งหน้าเข้มแบบนี้ก็ทำให้สวยเด่นจนเขากดชัตเตอร์รัวๆ
เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ก่อนเลยเพราะตั้งแต่มาเรียนที่นี่ก็ไม่เคยจะสนใจจะมองผู้หญิงแต่เธอคนนี้ทำให้เขาแทบเสียอาการ
ฉัตรกล้ามองจนเธอเดินผ่านไปและเขาก็ได้รูปถ่ายของเพื่อนไปไม่กี่รูปเพราะลืมตัวจนถ่ายแต่ผู้หญิงคนนั้น
เมื่องานเปิดกีฬาจบลงฉัตรกล้าก็เอารูปที่ตนเองถ่ายไปถามเพื่อนว่าเธอคนนี้คือใคร จากนั้นตลอดทั้งวันเอาก็เอาแต่มองรุ่นพี่ณิชา นอกจากเธอจะเป็นดรัมเมเยอร์แล้วพี่ณิชายังเป็นประธานของสีฟ้าอีกด้วยแต่น่าเสียดายที่ฉัตรกล้าอยู่สีเขียว
งานกีฬาสีของโรงเรียนมีสองวัน ในวันที่สองตอนบ่ายจะเป็นการประกวดกองเชียร์ ฉัตรกล้าและเพื่อนรับหน้าที่เป็นมือกลองของสีเขียว
“มึงได้ข่าวมือกลองสีฟ้าไหม” เสกสรรถามระหว่างเวลาพักหลังจากซ้อมเพลงที่ใช้แข่งให้กองเชียร์เสร็จไปแล้วสองรอบ
“อะไรวะ” ฉัตรกล้ารีบหันไปถามเพราะเขาได้ยินคำว่าสีฟ้าก็นึกไปถึงใบหน้าสวยของประธานสี
“ก็เมื่อวานตอนกลับบ้านได้ข่าวว่าขับมอเตอร์ไซค์ล้ม”
“แล้วแบบนี้สีฟ้าใครจะตีกลองให้สีฟ้าวะ” เขาถามแล้วหันไปมองทางสีฟ้าที่สแตนด์เชียร์อยู่ติดๆ กัน
“กูก็เห็นมีคนตีอยู่นะ แต่ไม่ค่อยเข้าจังหวะเท่าไหร่สงสัยคงจะไม่ได้หาคนสำรองไว้” ณัฐพลที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำตอบ
“ไม่เหมือนสีเขียวนะ มีกูมึงแล้วยังไอ้ป๊อบกับไอ้อั๋นอีก แม่งสีเดียวมีมือกลองทั้งสี่คน”
“กูอยากไปช่วยสีฟ้าตีกลองว่ะ”
“อะไรนะไอ้กล้าที่สี่ตัวเองมึงยังไม่ค่อยจะตีนี่ยังจะไปช่วยสีอื่นมีอะไรหรือเปล่า อ๋อกูรู้ละเพราะพี่ณิชาเป็นประธานสีฟ้าใช่ไหม”
“อือ กูอยากไปช่วยพี่เขา กูไม่อยากเห็นพี่เขาหน้าเครียด” ฉัตรกล้าแอบมองไปทางสีฟ้าบ่อยๆ จึงเห็นว่าวันนี้พี่ณิชาไม่ค่อยยิ้มเลย เขาอยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ
“มึงจะไปช่วยเขาให้เสียเวลาทำไมพี่ณิชาเขาเป็นแฟนกับพี่อาร์ตรุ่นพี่ประธานนักเรียนนะมึง เดี๋ยวพี่อาร์ตเขาก็จัดการให้เอง”
“กูจะไปตีกลองให้พี่ณิชากูไม่ได้ไปตีกลองให้พี่อาร์ต” เขาบอกอย่างจริงจัง
“เขาเป็นแฟนกัน เดี๋ยวพี่อาร์ตเขาก็หาคนมาช่วยแฟนเขาตีเองแหละ”
“ก็เมื่อกี้มึงเพิ่งบอกเองนี่ไอ้อั๋นว่าคนที่มาตีกลองให้สีฟ้าตีไม่ได้เรื่องเลย”
“แล้วถ้าครูประจำสีถามล่ะมึงจะให้พวกกูตอบว่ายังไงกล้า”
“มึงก็บอกกูสิเพราะกูไปช่วยสีฟ้าตีกลอง”
“ได้ยังไงเดี๋ยวครูก็โกรธหรอก”
“กูว่าครูเขาไม่โกรธถ้ากูบอกเขาว่ามันเป็นน้ำใจนักกีฬา มึงเชื่อสิครูบังอรเขาใจดีมาก”
“เขาใจดีกับมึงคนเดียวนะกล้า แต่กับพวกกูเขาไม่ใจดีด้วย”
“เออ เดี๋ยวกูไปเดี๋ยวบอกครูบังอรเอง”
“แน่นะมึง”
ฉัตรกล้ารีบเดินไปหาอาจารย์บังอรที่นั่งอยู่ในเต็นท์อำนวยการกับเพื่อนครูอีกหลายคน
“นายกล้ามาทำไมที่นี่ทำไมไม่ไปนั่งอยู่ที่สีของตัวเอง” ครูบังอรเห็นเด็กหนุ่มเดิมมาจากบริเวณสีของตนเองก็รีบถาม
“ครูครับผมมีเรื่องจะมาขออนุญาตครูครับ”
“จะขออนุญาตทำอะไรล่ะ ถ้าจะกลับบ้านตอนนี้ครูบอกเลยนะว่าไม่ได้ เขากำลังเชียร์กีฬากันอยู่และวันนี้มันก็เป็นวันที่นักเรียนทุกคนต้องมาเรียนตามปกติ”
ครูบังอรรีบห้ามเพราะรู้ฉัตรกล้าคนนี้มักจะทำอะไรที่มันตรงข้ามกบกฎระเบียบอยู่บ่อยๆ
“เปล่าครับผมไม่ได้จะขอกลับบ้านก่อนเวลา”
“แล้วจะขออะไรล่ะนายกล้า” ครูวิไลที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามขึ้น
“คือผมได้ยินว่ามือกลองสีฟ้าเขารถล้มเมื่อวานตอนเย็นใช่ไหมครับ”
“อ๋อ...ใช่ครูก็ได้ข่าวอยู่แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะมาขอครูยังไงล่ะนายกล้า”
“คือผมเห็นว่ามือกลองสีฟ้าที่มาตีวันนี้เขาตีไม่ค่อยเข้าจังหวะเท่าไหร่ สีของเรามีมือกลองตั้งสี่คนผมเลยอยากจะมาขออนุญาตครูบังอรไปช่วยสีฟ้าตีกลองครับ”
ครูบังอรยิ้มกับฉัตรกล้าเพราะไม่คิดว่าลูกศิษย์ของตนเองจะเป็นคนมีน้ำใจแบบนี้
“ครูไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนมีน้ำใจแบบนี้กล้า”
“ถ้าอยากจะไปตีกลองให้สีฟ้า จริงๆ ก็ตามกูมาสิเดี๋ยวครูจะพาไปเอง” ครูวิไลที่เป็นครูประจำสีฟ้าบอกกับฉัตรกล้า
“ขอบคุณครับครู”
ครูวิไลพาฉัตรกล้ามาแนะนำให้กับประธานสีรู้จักจากนั้นประธานสีก็บอกสมาชิกทุกคนในสีว่าเขาจะมาช่วยตีกลองและให้เริ่มฝึกซ้อมเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาแข่งกองเชียร์แล้ว