ตอน 1

ฉัตรกล้ายืนมองป้ายยินดีต้อนรับที่ติดอยู่ด้านหน้าโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งหนึ่ง 10 ปีแล้วที่เขาไม่ได้มาเหยียบโรงเรียนแห่งนี้อีกเลย มันคงเป็นเวลาที่นานมากสำหรับใครหลายๆ คนแต่สำหรับชายหนุ่มวัย 27 ปีแล้ว เขาคิดว่ามันเพิ่งผ่านไปไม่นานเขายังจำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ได้ดี แม้จะมาเรียนที่นี่แค่หนึ่งปี แต่ก็มีความทรงจำมากมายเกิดขึ้นที่นี่

วันนี้เขากลับมาอีกครั้งโรงเรียนเก่าอีกครั้ง เพราะทางโรงเรียนจัดงานคืนสู่เหย้าเพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนและจ้างอาจารย์ชาวต่างชาติมาสอนเพิ่ม

ชายหนุ่มได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกันให้มาร่วมงานด้วย ซึ่งนี่ไม่ใช่ปีแรกที่ทางโรงเรียนจัดงานแต่มันเป็นปีแรกที่เขาว่างและกลับมาเย็นถิ่นเก่าอีกครั้ง

“ไอ้กล้านั่นมึงใช่ไหม” เสียงเรียกทำให้ฉัตรกล้าหันไปตามเสียงแล้วเขาก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เรียนเขานั้นคือเพื่อนสนิทคนหนึ่ง

“เฮ้ย! ไอ้อั๋นไม่ได้เจอกันนานยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะมึง” เขารีบเดินเข้าไปกอดณัฐพลเพื่อนรักที่มักจะโทรศัพท์คุยกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้เจอกันมาเกือบจะสองปีแล้ว

“มึงก็ว่าไปกล้า กูยังหล่อไม่ได้เท่าครึ่งของมึงเลย แล้วนี่มาถึงนานหรือยังทำไมไม่เดินเข้าไปทางไหนวะ ไอ้เสกกับไอ้ป๊อบรออยู่ข้างใน”

“กูเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้ ลงจากรถแล้วก็เพิ่งจะเดินมาถึงหน้าโรงเรียน แล้วมึงล่ะเพิ่งมาถึงเหมือนกันเหรอ”

“กูมาถึงนานแล้วแต่ไปเอาของที่รถมา เข้าข้างในกันเถอะ ตามกูมาทางนี้เลยพวกนั้นกำลังรอมึงอยู่”

ฉัตรกล้าก็เดินตามณัฐพลไปยังสนามฟุตบอลของโรงเรียนซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยโต๊ะเรียงกันอยู่นับร้อยโต๊ะ”

“ได้งานใหญ่เหมือนกันนะ”

“เออปีนี้จัดใหญ่กว่าทุกปีปกติมีโต๊ะแค่ 50 โต๊ะแต่ปีนี้มันครบรอบ 70 ปีของโรงเรียนด้วยก็เลยขายโต๊ะมากหน่อย” ณัฐพลเขาอธิบายให้ฉัตรกล้าฟังเพราะเขาไม่เคยมางานที่โรงเรียนจัดขึ้นเลย

“กูไม่ได้มาที่นี่นานเลยคุณครูเก่าๆ อยู่บ้างไหมวะ”

“ก็พอมีอยู่นะแต่บางคนก็ย้ายไปที่อื่นบ้างเกษียณไปก็มีเยอะเดี๋ยวกูจะพามึงไปเจอครูวิไลก็แล้วกัน กูบอกครูว่ามึงจะมาครูเขาก็เลยอยากจะเจอมึงอยู่เหมือนกัน”

“โอ้โห..แม่วิไลจำกูได้ด้วยเหรอวะ”

“จำได้สิก็มึงมันลูกรักเขาไง เด็กหลังห้องแม่งไม่เคยตั้งใจเรียนแถมหลับตลอดแต่ดันสอบได้คะแนนเต็มวิชาของแก แกก็เลยจำได้นั่นไงครูวิไลอยู่ตรงนั้นพอดีเลย” ณัฐพลรีบเดินนำฉัตรกล้าไปหาครูวิไลที่กำลังยืนต้อนรับศิษย์เก่าอยู่ที่ประตูทางเข้าอีกทาง

“สวัสดีครับครู”

“สวัสดีจ้ะ นี่ใครกันนะ” ครูวิไลขยับแว่นแล้วก็ยิ้มกว้างเมื่อเห็นจำได้รางๆ ว่าผู้ชายคนนี้คือใคร

“โตขึ้นแล้วหล่อขึ้นเยอะเลยนะ นายกล้า”

“ครูจำผมได้เหรอครับ”

“จำได้สิก็เธอมันเด็กที่ชอบหลับในเวลาเรียนแต่พอสอบทีไรก็ทำคะแนนดีตลอดแต่น่าเสียดายที่เรียนแค่ปีเดียวก็ย้ายไปเรียนที่อื่นแล้วเป็นยังไงบ้างสบายดีไหม”

“ผมสบายดีครับละครับ”

“ก็สบายตามอายุ ปีหน้าครูก็จะเกษียณแล้ว”

“ผมนึกว่าครูอายุสัก 50 นะครับ”

“ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะ”

“ผมพูดจริงนะครับ ครูยังดูไม่แก่เลย”

“เพื่อนเรานี่มันปากหวานจริงๆ นะนายอั๋น”

“ก็มันช่างประจบแบบนี้ไงล่ะครูถึงไม่กล้าดุมัน”

“ก็จริงนะ จะดุทีไรก็ทำประจบทุกที แล้วนี่นึกยังไงถึงมางานนี้ล่ะ ทางโรงเรียนจัดงานมาหลายปีแล้วครูไม่เคยเห็นเธอมาเลยนึกว่าจะลืมโรงเรียนเก่านี้ไปแล้วเสียอีก”

“อีกไม่ได้ลืมหรอกครับผมไม่ค่อยว่าง ก็เลยได้แต่ฝากเงินมาช่วยโรงเรียน”

“ครูรู้ ครูถึงอยากเจอเธอไง ตัวไม่มาแต่ฝากเงินมาทุกปีคุณครูใหม่ๆ ก็อยากจะรู้จักพี่เราเหมือนกันนะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่ไปไหนก็มาที่โรงเรียนสิ ครูจะได้แนะนำให้ครูท่านอื่นรู้จัก”

“เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่าครับครูผมมีงานต้องทำอีกเยอะเลย”

“อย่างนั้นเหรอไม่เป็นไร เอาไว้โอกาสหน้าคงได้มาเจอ”

“กันผมคงได้มาเจอครูบ่อยๆ ครับ”

“หมายความว่ายังไงจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่เหรอ แล้วจะอยู่กับใครล่ะ” ครูวิไลรู้ว่ายายของชายหนุ่มนั้นเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว

“หรอกครับพอดี ผมต้องมาดูงานก่อสร้างอาคารของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดครับ”

“โครงการนั้นหลายร้อยล้านเลย ได้คุมงานโครงการใหญ่ๆ แบบนี้เงินเดือนน่าจะสูงล่ะสิ”

“ก็พอประมาณครับ”

ฉัตรกล้าและณัฐพลไม่ได้คุยต่อเพราะมีแขกคนอื่นเดินเข้ามาครูวิไลก็ต้องรีบไปต้อนรับ

ชายหนุ่มเดินตามณัฐพลไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ไอ้กล้าโผล่หัวมาได้สักทีนะมึง” เสกสรรทักทายเป็นคนแรก แม้จะไม่เจอกันนานหลายปีแต่เวลาเจอกันสรรพนามที่เรียกก็ยังคงเหมือนเดิม

“ถึงกูจะไม่เคยโผล่หัวมาที่กูก็ส่งเงินมาให้ทุกปีเลยนะ”

“ก็มึงมันรวยนี่หว่า” วสันต์ที่นั่งอยู่ก่อนแล้วพูดขึ้นบ้าง เขารู้ดีว่าฐานะทางบ้านของเพื่อนไม่ธรรมดาเลย

“แล้ววันนี้พวกเรามากันแค่นี้เหรอวะ” ฉัตรกล้ามองเก้าอี้ที่ว่างอีกสี่หัวแล้วถาม

“เออมีกันแค่สี่คนนี่แหละ โต๊ะอื่นเขามีกันเต็ม”

“อ้าว..แล้วคนที่เหลือไปไหน”

“มันก็เหมือนมึงไงส่งแต่เงินมาแต่ตัวไม่เคยมา ยังว่าดีที่ปีนี้มีมึงมาเพิ่มนะ ปีที่แล้วพวกกูมีกันอยู่สามคนอายเขาฉิบหายเลย”

“มึงจะอายทำไมวะ วันหลังมึงก็ชวนผู้หญิงมานั่งด้วยสิ”

“ไม่ล่ะ ขืนพามาที่นี่เดี๋ยวผู้หญิงเขาจะรู้วีรกรรมตอนเด็ก กูไม่อยากให้เขารู้” วสันต์ปฏิเสธ

“ก็มึงเป็นซะอย่างนี้ไงผู้หญิงเขาถึงได้กลัว” ฉัตรกล้าพูดแล้วก็หัวเราะเพราะตอนเรียนวสันต์นั้นเป็นหัวโจกที่สร้างเรื่องไว้มากมายเหลือเกิน

ตอน 2

การได้กลับมาเจอเพื่อนอีกครั้งทำให้ฉัตรกล้านึกย้อนไปถึงวัยเด็กเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากเด็กกรุงเทพเมื่อมาอยู่โรงเรียนประจำอำเภอก็ไม่ค่อยพอใจ แต่ละวันเขาไม่ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ บางวันก็หลับหลังห้อง บางวันก็โดดเรียนไปซ่อนอยู่หลังห้องน้ำชาย จนคุณครูพากันเอือมระอา แต่ก็มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละที่คอยช่วยเตือนเขาให้ส่งการบ้านและช่วยเขาในการทำงานกลุ่มและยังไปช่วยเขาอ้อนอาจารย์ตอนที่ชายหนุ่มไม่มีสิทธิ์สอบเพราะขาดเรียนมากจนเกินไป

“กูได้ข่าวว่ามึงมาคุมงานก่อสร้างโรงเรียนเอกชนแห่งใหม่เหรอวะกล้า” เสกสรรเปิดประเด็นถามถึงแม้ไม่ได้เจอกันแต่ก็พอรู้ความเป็นไปของเพื่อน

“พี่ชายกูประมูลได้ กูเลยมาช่วยดูงานให้เขา”

“รวยใหญ่แล้วนะมึงแล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานว่ะ”

“มึงถามกูแบบไม่คิดเลยใช่ไหมไอ้เสก แล้วมึงล่ะ”

“กูยังไม่อยากแต่งว่ะ แต่งไปก็เป็นภาระเปล่าๆ”

“แล้วคนที่คบอยู่เขาไม่อยากแต่งเหรอวะ”

“มันคบใครนานที่ไหน กูเห็นมันควงมาแต่ละครั้งไม่เคยซ้ำหน้า” วสันต์เคยเจอผู้หญิงของเสกสรรมาหลายคนจนตอนนี้เขาจำชื่อพวกเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ

“กูก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แหละคนอย่างกูใครเขาจะมาจริงจังวะ หล่อก็ไม่หล่อแม่งยังเริ่มจะมีพุงอีกด้วย”

“มึงจะหล่อมากถ้ามึงลดความอ้วนและรู้จักแต่งตัวดีกว่านี้นะไอ้เสก” ณัฐพลบอกเพื่อนไปตามที่ตนเองคิดเพราะพวกเขาสนิทกันมากทุกอย่างจึงพูดกันไปได้แบบตรงๆ

“กูก็เป็นของกูแบบนี้ขี้เกียจเปลี่ยน”

“ก็มึงเป็นแบบนี้แล้วจะมีผู้หญิงที่ไหนมองมึงวะ ส่วนใหญ่ที่เข้าหามึงก็หวังเงินมึงทั้งนั้น เดือนหนึ่งมึงหมดกับน้องๆ นักศึกษาเยอะเหมือนกันนะ”

“มึงอย่าทำมารู้ดีเลยไอ้ป๊อบ มึงก็ไม่ต่างจากกูหรอกกูรู้นะมึงเลี้ยงนักศึกษาไว้สองคนแม่งอยู่หอเดียวกันอีกไม่รู้สับรางยังไง”

“กูว่าน้องเขาก็รู้แหละ ว่ามันจีบทั้งสองคนแต่มันให้เงินให้เขาไม่ขาดไง เขาก็เลยไม่ว่าอะไร บางทีตอนมึงอยู่กับอีกคนระหว่างนั้นเขาก็ผู้ชายอีกคนมาที่ห้อง”

“มึงก็พูดไปเด็กกูไม่มีทางทำอย่างนั้น” วสันต์เถียง

“น้อยไปสิเด็กสมัยนี้แสบจะตายแล้ว มึงล่ะอั๋นเป็นเหมือนพวกมันไหม” ฉัตรกล้าถามณัฐพลบ้าง

“กูรักเดียวใจเดียวกับน้ำฝน”

“คบนานแล้วนะมึงเมื่อไหร่จะแต่งงาน”

“ไม่แต่งแล้ว”

“ผู้หญิงเขายอมเหรอวะ”

“บ้านกูก็ไม่มีใครบ้านเขาก็ไม่มีใครอยู่กันไปแบบนี้ก็ดีแล้วแต่งให้เปลืองทำไมล่ะ แต่กูกับฝนก็จดทะเบียนสมรสแล้ว”

“เฮ้ย ไม่เห็นบอกเพื่อนเลย” เสกสรรโวยวาย

“บอกไปแล้วมึงจะช่วยอะไรมึงเป็นนายทะเบียนเหรอเสก” ณัฐพลหันมาพูดกับเพื่อนเขากับแฟนที่ชื่อน้ำฝนจดทะเบียนสมรสกันมานานเกือบสองปีแล้ว แต่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครทั้งสองคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนต่างคนต่างเป็นเด็กกำพร้าด้วยกันทั้งคู่ทำให้เข้าใจกันและอยู่ด้วยกันมาเกือบจะห้าปีแล้ว

“ไอ้กล้ามึงมองหาใครวะกูเห็นชะเง้อคอยาวเชียวมึง” วสันต์สังเกตว่าฉัตรกล้าคุยอยู่กับเพื่อนก็จริงแต่สายตาของเขามองไปทางอื่นอยู่เรื่อย

“ก็พี่ณิชาไง คนที่สวยๆ เป็นดรัมเมเยอร์น่ะ มึงเห็นไหมอั๋น”

“เมื่อกี้กูเห็นหนูนะแว๊บๆ นะปกติพี่เขาก็มาทุกปีแหละมอบทุนการศึกษาให้เด็กตลอดคนอะไรทั้งสวยทั้งใจดี”

“แต่ก็แปลกทำไมพี่ณิชายังโสดอยู่ก็ไม่รู้” ณัฐพลเคยเจอเธอเมื่อไม่นานมานี้ก็เลยรู้ว่าพี่เขายังโสดอยู่

“ยังโสดอยู่เหรอวะ” เมื่อฉัตรกล้าได้ยินแบบนั้นก็หูผึ่งเขาไม่ได้ข่าวของพี่ณิชามานานแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ยังโสดมาจนถึงทุกวันนี้

“อือ ตอนนี้โสดอยู่แต่กูเคยได้ยินมาว่าพี่เขามีแฟนตอนที่ทำงานอยู่กรุงเทพนะ แต่พอย้ายกลับมาอยู่ที่ในตัวจังหวัดก็ไม่เห็นแฟนเขาตามมาเลย สงสัยจะเลิกกันแล้ว” เสกสรรพอรู้ข่าวรุ่นพี่คนนี้มาบ้างเพราะเขาเองทำงานอยู่ในตัวจังหวัด

“พี่ณิชาอยู่ในตัวเมืองเหรอ”

“อือ มาดูแลกิจการแทนพ่อกับแม่ที่เสียไปเมื่อสองปีก่อน พี่เขามีหอพักอยู่แถวในเมืองมึงน่าจะเคยเห็นผ่านตาบ้างนะ”

“กูไม่แน่ใจมึงลองบอกลักษณะเด่นๆ สิเสก”

“เป็นหอประมาณห้าหรือหกคูหานี่แหละ กูไม่แน่ใจนะด้านล่างเป็นร้านเสริมสวยกับโรงเรียนกวดวิชามึงลองไปหาดูนะ”

“หอเขาน่าอยู่ดีนะ สะอาดมากคนที่พักก็มีคนวัยทำงาน”

“มึงพูดเหมือนกับมึงเคยไปอยู่เลยนะไอ้อั๋น”

“ก็เพื่อนฝนเขาเคยพักอยู่ที่นั่นกูไปช่วยเขาย้ายของ มันสงบดี ค่าเช่าก็ไม่เกินสี่พัน เสียอย่างเดียวไม่มีลิฟต์นะ”

“พี่ณิชารวยน่าดูเลยนะ มึงห้องมีเป็นเกือบสามสิบห้อง”

“ก็แบบนี้ไงผู้หญิงรวยผู้ชายก็เลยไม่ชอบ กลัวว่าผู้หญิงจะเก่งกว่าแล้วจะคุมไม่อยู่ และก็คงกลัวคนอื่นจะมองว่าเกาะเขากิน”

“ที่พี่ณิชาถึงเป็นโสดกูว่าน่าจะเพราะเหตุนี้แน่ แล้วมึงคิดว่าไงกล้า” เสกสรรถามฉัตรกล้าที่เงียบเหมือนกำลังใช้ความคิดบางอย่าง

“ก็คงประมาณนั้นมั้ง”

“มึงยังชอบพี่เขาอยู่เหรอวะ” วสันต์อดถามเพื่อนไม่ได้เพราะเขารู้ว่าฉัตรกล้าชอบพี่ณิชามากตั้งแต่สมัยเรียน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยเข้าไปจีบหรือเข้าไปคุยกับรุ่นพี่คนนี้เลยสักครั้ง

แต่ก่อนฉัตรกล้าเป็นเด็กมัธยมหัวเกรียนผอมสูงไม่ได้หล่อเหมือนทุกวันนี้ เขาไม่กล้าไปจีบรุ่นพี่ที่สวยเก่งเป็นดาวเด่นของโรงเรียน

“กูว่ากูยังชอบเขาอยู่นะ”

“ชอบมึงก็จีบสิ” เสกสรรรีบยุส่ง

“แต่ระวังหน่อยนะมึง เดี๋ยวเขาจะคิดว่ามึงเข้าหาเพราะอยากจะเกาะเขากิน คนแถวนี้ยิ่งหูตาเป็นสับปะรดอยู่ด้วย” ณัฐพลเตือน

“มึงคิดว่าคนอย่างกูจะไม่มีชั้นเชิงในการจีบเขาเลยเหรอวะ”

“พูดเหมือนมึงมีแผนนะกล้า”

“อือ กูมีแผน”

ตอน 3

ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา ฉัตรกล้ายังจำวันที่ตนเองเจอพี่ณิชาครั้งแรกได้เป็นอย่างดี

วันนั้นที่โรงเรียนมีกิจกรรมกีฬาสี ตอนเช้ามีการเดินขบวนพาเหรด ฉัตรกล้าไม่ได้ไปร่วมเดินขบวนเพราะขี้เกียจและไม่ชอบอากาศร้อนเท่าไหร่ เด็กหนุ่มนั่งรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เขาใส่เสื้อคลุมทับไว้กะว่าถ้าขบวนเดินมาถึงตัวเองจะถอดเสื้อคลุมออกแล้วค่อยแทรกเข้าไปในแถว

เสียงกลองดังมาแต่ไกลฉัตรกล้ากวาดสายตามองไปเรื่อยเพราะคงอีกนานกว่าสีของตนเองจะเดินมาถึงตรงนี้ เขามองไปยังหัวขบวนก็เห็นว่ามีดรัมเมเยอร์อยู่หลายคน เด็กหนุ่มมองหาเพื่อนร่วมห้องของตนเพราะเธอบอกให้เขาช่วยถ่ายรูปของตนให้ด้วย เมื่อเห็นเพื่อนแล้วฉัตรกล้าก็ยกกล้องขึ้น เขาซูมไปใกล้ๆ พอได้รูปถ่ายของเพื่อนแล้วก็ยังไม่ลดกล้องลงเพราะกะว่าจะถ่ายอีกสักมุม

เขาแพนกล้องเพื่อหามุมที่ดีที่สุด แต่ก็มีคนเดินมาชนทางด้านหลังและพอยกกล้องขึ้นอีกครั้งโฟกัสมันก็หลุดออกจากเพื่อนแต่คนที่กล้องไปโฟกัสอยู่กลายเป็นผู้หญิงอีกคน เธอสวยมาก ใบหน้ารูปไข่ ขาวเนียน ดวงตาของเธอกลมโตสดใส ยิ่งแต่งหน้าเข้มแบบนี้ก็ทำให้สวยเด่นจนเขากดชัตเตอร์รัวๆ

เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ก่อนเลยเพราะตั้งแต่มาเรียนที่นี่ก็ไม่เคยจะสนใจจะมองผู้หญิงแต่เธอคนนี้ทำให้เขาแทบเสียอาการ

ฉัตรกล้ามองจนเธอเดินผ่านไปและเขาก็ได้รูปถ่ายของเพื่อนไปไม่กี่รูปเพราะลืมตัวจนถ่ายแต่ผู้หญิงคนนั้น

เมื่องานเปิดกีฬาจบลงฉัตรกล้าก็เอารูปที่ตนเองถ่ายไปถามเพื่อนว่าเธอคนนี้คือใคร จากนั้นตลอดทั้งวันเอาก็เอาแต่มองรุ่นพี่ณิชา นอกจากเธอจะเป็นดรัมเมเยอร์แล้วพี่ณิชายังเป็นประธานของสีฟ้าอีกด้วยแต่น่าเสียดายที่ฉัตรกล้าอยู่สีเขียว

งานกีฬาสีของโรงเรียนมีสองวัน ในวันที่สองตอนบ่ายจะเป็นการประกวดกองเชียร์ ฉัตรกล้าและเพื่อนรับหน้าที่เป็นมือกลองของสีเขียว

“มึงได้ข่าวมือกลองสีฟ้าไหม” เสกสรรถามระหว่างเวลาพักหลังจากซ้อมเพลงที่ใช้แข่งให้กองเชียร์เสร็จไปแล้วสองรอบ

“อะไรวะ” ฉัตรกล้ารีบหันไปถามเพราะเขาได้ยินคำว่าสีฟ้าก็นึกไปถึงใบหน้าสวยของประธานสี

“ก็เมื่อวานตอนกลับบ้านได้ข่าวว่าขับมอเตอร์ไซค์ล้ม”

“แล้วแบบนี้สีฟ้าใครจะตีกลองให้สีฟ้าวะ” เขาถามแล้วหันไปมองทางสีฟ้าที่สแตนด์เชียร์อยู่ติดๆ กัน

“กูก็เห็นมีคนตีอยู่นะ แต่ไม่ค่อยเข้าจังหวะเท่าไหร่สงสัยคงจะไม่ได้หาคนสำรองไว้” ณัฐพลที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำตอบ

“ไม่เหมือนสีเขียวนะ มีกูมึงแล้วยังไอ้ป๊อบกับไอ้อั๋นอีก แม่งสีเดียวมีมือกลองทั้งสี่คน”

“กูอยากไปช่วยสีฟ้าตีกลองว่ะ”

“อะไรนะไอ้กล้าที่สี่ตัวเองมึงยังไม่ค่อยจะตีนี่ยังจะไปช่วยสีอื่นมีอะไรหรือเปล่า อ๋อกูรู้ละเพราะพี่ณิชาเป็นประธานสีฟ้าใช่ไหม”

“อือ กูอยากไปช่วยพี่เขา กูไม่อยากเห็นพี่เขาหน้าเครียด” ฉัตรกล้าแอบมองไปทางสีฟ้าบ่อยๆ จึงเห็นว่าวันนี้พี่ณิชาไม่ค่อยยิ้มเลย เขาอยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ

“มึงจะไปช่วยเขาให้เสียเวลาทำไมพี่ณิชาเขาเป็นแฟนกับพี่อาร์ตรุ่นพี่ประธานนักเรียนนะมึง เดี๋ยวพี่อาร์ตเขาก็จัดการให้เอง”

“กูจะไปตีกลองให้พี่ณิชากูไม่ได้ไปตีกลองให้พี่อาร์ต” เขาบอกอย่างจริงจัง

“เขาเป็นแฟนกัน เดี๋ยวพี่อาร์ตเขาก็หาคนมาช่วยแฟนเขาตีเองแหละ”

“ก็เมื่อกี้มึงเพิ่งบอกเองนี่ไอ้อั๋นว่าคนที่มาตีกลองให้สีฟ้าตีไม่ได้เรื่องเลย”

“แล้วถ้าครูประจำสีถามล่ะมึงจะให้พวกกูตอบว่ายังไงกล้า”

“มึงก็บอกกูสิเพราะกูไปช่วยสีฟ้าตีกลอง”

“ได้ยังไงเดี๋ยวครูก็โกรธหรอก”

“กูว่าครูเขาไม่โกรธถ้ากูบอกเขาว่ามันเป็นน้ำใจนักกีฬา มึงเชื่อสิครูบังอรเขาใจดีมาก”

“เขาใจดีกับมึงคนเดียวนะกล้า แต่กับพวกกูเขาไม่ใจดีด้วย”

“เออ เดี๋ยวกูไปเดี๋ยวบอกครูบังอรเอง”

“แน่นะมึง”

ฉัตรกล้ารีบเดินไปหาอาจารย์บังอรที่นั่งอยู่ในเต็นท์อำนวยการกับเพื่อนครูอีกหลายคน

“นายกล้ามาทำไมที่นี่ทำไมไม่ไปนั่งอยู่ที่สีของตัวเอง” ครูบังอรเห็นเด็กหนุ่มเดิมมาจากบริเวณสีของตนเองก็รีบถาม

“ครูครับผมมีเรื่องจะมาขออนุญาตครูครับ”

“จะขออนุญาตทำอะไรล่ะ ถ้าจะกลับบ้านตอนนี้ครูบอกเลยนะว่าไม่ได้ เขากำลังเชียร์กีฬากันอยู่และวันนี้มันก็เป็นวันที่นักเรียนทุกคนต้องมาเรียนตามปกติ”

ครูบังอรรีบห้ามเพราะรู้ฉัตรกล้าคนนี้มักจะทำอะไรที่มันตรงข้ามกบกฎระเบียบอยู่บ่อยๆ

“เปล่าครับผมไม่ได้จะขอกลับบ้านก่อนเวลา”

“แล้วจะขออะไรล่ะนายกล้า” ครูวิไลที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามขึ้น

“คือผมได้ยินว่ามือกลองสีฟ้าเขารถล้มเมื่อวานตอนเย็นใช่ไหมครับ”

“อ๋อ...ใช่ครูก็ได้ข่าวอยู่แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะมาขอครูยังไงล่ะนายกล้า”

“คือผมเห็นว่ามือกลองสีฟ้าที่มาตีวันนี้เขาตีไม่ค่อยเข้าจังหวะเท่าไหร่ สีของเรามีมือกลองตั้งสี่คนผมเลยอยากจะมาขออนุญาตครูบังอรไปช่วยสีฟ้าตีกลองครับ”

ครูบังอรยิ้มกับฉัตรกล้าเพราะไม่คิดว่าลูกศิษย์ของตนเองจะเป็นคนมีน้ำใจแบบนี้

“ครูไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนมีน้ำใจแบบนี้กล้า”

“ถ้าอยากจะไปตีกลองให้สีฟ้า จริงๆ ก็ตามกูมาสิเดี๋ยวครูจะพาไปเอง” ครูวิไลที่เป็นครูประจำสีฟ้าบอกกับฉัตรกล้า

“ขอบคุณครับครู”

ครูวิไลพาฉัตรกล้ามาแนะนำให้กับประธานสีรู้จักจากนั้นประธานสีก็บอกสมาชิกทุกคนในสีว่าเขาจะมาช่วยตีกลองและให้เริ่มฝึกซ้อมเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาแข่งกองเชียร์แล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED