ตอน 1

ตอนที่ 1

“อะไรนะ! มันมาอีกแล้ว”

เสียงเข้มดุดังลอยตามลมมาทำให้ดรุณีน้อยวัยแรกรุ่นที่เดินหลังค้อม พร้อมย่อเข่าลงให้เตี้ยที่สุดและยังจรดปลายเท้าลงบนพื้นสนามหญ้าอย่างที่คิดว่าเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกจับได้หยุดชะงัก

เสียงของพ่อดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีเอามาก ๆ เลย...เกิดอะไรขึ้น คิ้วโค้งได้รูปขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

เรื่องที่ทำให้พ่ออารมณ์เสียมีอยู่ไม่มาก หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเรื่องของ...

หญิงสาวคลี่ยิ้มเมื่อคิดได้ แต่ถ้าจะให้มั่นใจก็ต้องคอยฟังอีกครั้ง ใช่เรื่องที่เธอคิดอยู่หรือเปล่า และไม่ได้คิดเข้าข้างตนเองมากจนหูฝาดไป

“มันมาทำไมอีก เพิ่งกลับไปไม่ใช่หรือไง ไอ้หน้าหอกหักนั่นน่ะ”

เสียงที่แว่วดังลอยตามกระแสลมมาอีกครั้ง ทำให้ดรุณีน้อยดีใจจนยิ้มกว้างเกือบถึงใบหู นัยน์ตากลมโตพร่างพราวระยับ ด้วยรู้ดีว่าไอ้เจ้าหน้าหอกหักที่บิดากล่าวถึงเป็นชายที่เธอพร่ำเพ้อคิดถึงอยู่ทุกขณะจิตจนเผลอร้องออกมาว่า...

“ไชโย!”

ดรุณีน้อยนามกันต์กนิษฐ์ หรือสมญานามว่ากระถินที่ถูกผู้เป็นบิดาเรียกเมื่อยามรัก แต่เมื่อไหร่ที่เกิดหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ก็จะกลายเป็นกระถินริมรั้วไปเสีย แทบกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แต่ต้องเก็บระงับอาการดีใจจนเนื้อเต้นเอาไว้ รีบมองหาที่ซ่อน เพื่อฟังการสนทนาของคู่สามีภรรยาที่หวานจนลืมวัยและไม่กลัวมดจะขึ้น ด้วยความอยากรู้ที่แทรกซึมไปทุกอณูเนื้อ

ร่างโปร่งบางที่วันนี้สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น พับชายแขนเลยศอกมาเกือบถึงบ่า จับเสื้อที่ต้นแขนดึงมาพักไว้บนลาดไหล่กว้าง สวมกางเกงยีนขาสั้นอวดลำขาเสลาเรียวยาว จบที่รองเท้าผ้าใบคู่เก่งสีซีดจางจนแทบมองไม่ออกแล้วว่าเป็นสีอะไร ด้วยชุดที่สวมใส่อยู่นั้น...

บิดาไม่ชอบใจอย่างแรง จมูกโด่งยู่ย่น ใบหน้าเรียวรูปไข่มีแววเหนื่อยหน่าย ศีรษะทุยสะบัดแรงๆ กลีบปากอิ่มสีชมพูอ่อนเบะออกพลางขมุบขมิบ

‘ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมสองสามปีมานี้พ่อถึงได้แสดงอาการไม่ชอบขี้หน้าเขม่นคุณป๋าเคนสุดหล่อของเธอนัก ไม่แค่เขม่นแต่ยังชอบพูดจากระแนะกระแหนอีกด้วย ได้ยินแล้วหงุดหงิดรำคาญใจจะแย่’

“โธ่...พี่เมฆ จะเขม่นเคนไปถึงไหนกันคะ”

เสียงหวานใสของหญิงอีกคนที่อยู่ในห้องโต้กลับ ดึงความสนใจของดรุณีน้อยให้รีบจรดปลายเท้าไปใกล้หน้าต่าง เธอจับหมวกมีปีกที่ใช้เก็บเส้นผมหนาดกดำและยาวสลวยไม่ให้ร่วงหล่นลงมาคลอเคลียลำคอระหง ขณะมองสองคนที่นั่งสนทนากันในห้องรับแขกด้วยหัวใจที่เต้นแรง รอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า

ตอนแรกเธอเสียใจแทบแย่ เมื่อรู้ข่าวว่าคุณป๋า...โดโนแวนมาแล้ว แต่อ้างว่ามีงานด่วนต้องรีบกลับในทันที จนคลาดกับเธอซึ่งกำลังเดินทางกลับมาเพียงแค่...ไม่ถึงชั่วโมง มันทำให้เธอหงุดหงิดเพราะคิดว่าปิดเทอมคราวนี้จะไม่ได้พบเจอกับชายหนุ่มอีกเหมือนเคย เฮ้อ! เศร้าใจชะมัดเลย

ใบหน้าผุดผ่องพรรณหมองเศร้าเล็กน้อย...นี่ก็อีกคน ไม่รู้เป็นอะไรนักหนา ตอนเธอไปเรียนก็มาบ่อยมาก เรียกได้ว่าแทบจะทุกอาทิตย์เลย แต่พอเธอปิดเทอม ไม่เคยมาให้เห็นหน้า ชอบอ้างว่าติดงาน ยุ่งจนปลีกตัวไปไหนไม่ได้ แต่กลับมีข่าวควงสาวไปกินข้าวได้ไม่เว้นแต่ละวัน คอยดูนะ เจอตัวเมื่อไหร่ เธอจะจัดการขั้นเด็ดขาดเลย นัยน์ตากันต์กนิษฐ์วามวาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

‘หนีได้หนีไปนะคุณป๋าเคนจ๋า เดี๋ยวหนูกระถินเจอตัวเมื่อไหร่ จะจัดแผนการขั้นสุดยอดให้เลยค่ะ เชื่อว่าคุณป๋าเคนจะต้องเข่าอ่อน หนีไปไหนไม่รอดแน่นอน’

กันต์กนิษฐ์หมายมั่นปั้นมือ ถ้าไม่รุก เห็นทีจะไม่ได้โดโนแวนมาครอบครองเป็นแน่แท้ เมื่อรักก็ต้องทุ่มเทหมดหน้าตัก แต่ถ้าใช้วิธีที่คิดอยู่ละก็...ถ้าพ่อกับแม่รู้เข้า คงจะเป็นลมล้มพับหายาดมมาจ่อจมูกแทบไม่ทันเชียวล่ะ

“มันเพิ่งกลับไปเมื่อไม่กี่วันนี้เองนะ เสือกกลับมาทำหอกอะไรอีกล่ะ” คนพูดออกอาการฮึดฮัดขัดอกขัดใจจนหนวดกระดิก เพราะรอยยิ้มหวานละมุน นัยน์ตาหวานพร่างพราวของภรรยา

“พี่เมฆละก็...พูดจาให้ไพเราะหน่อยสิคะ ไปเรียกเคนว่าไอ้บ้าง มันบ้าง ได้ยังไงกัน ไม่น่ารักเลย” ศรีภรรยาต่อว่าเสียงใส สะบัดค้อนใส่สามีวงโต

“มันก็รู้ไม่ใช่หรือไงกัน เรื่องที่พี่ไม่ชอบขี้หน้านะ เสือกมาอีกทำไม” คนเป็นสามียังถามด้วยความขุ่นเคืองระคนประชดประชัน ใบหน้าคมเข้มฉายแววไม่ชอบใจ ทำเสียงขลุกขลักฮึ่มๆ ง่ำๆ ในลำคอ

‘อยากมาป่วนความสุขในชีวิตเขามากนัก คราวนี้เขาควรจะต้องจัดหนัก ชนิดที่ว่ารีบขึ้นรถขับออกไปขึ้นเครื่องกลับประเทศตัวเองไม่ทันเลยเชียวล่ะ’

รอยยิ้มมุ่งมาดแต้มที่มุมปากหนา นัยน์ตาเข้มเป็นประกายวาวจ้าขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป

“พี่เมฆ!” ผู้เป็นภรรยาซึ่งแม้อายุจะเลยเลขสามไปถึงครึ่งแล้ว ทว่าใบหน้ายังใสและอ่อนเยาว์ จนคนที่ได้เห็นมักคาดคะเนอายุเธออยู่ที่ปลายยี่สิบร้องเรียกสามีเสียงเข้ม

“พูดให้ดีๆ หน่อยสิคะ ให้เกียรติเคนหน่อย ยังไงเคนก็เป็นผู้มีพระคุณทั้งกับคุณ ข้าวฟ่างและหนูกระถินนะคะ”

“ถึงไม่มีมัน พี่ก็ดูแลลูกกับเมียได้” โตยธรสวนกลับด้วยอารมณ์พาลเต็มที่ ใบหน้าหล่อคมเข้มแข็งกระด้างขึ้นมาทันควัน หนวดเหนือริมฝีปากกระดิก

มนต์สิกานต์สะบัดศีรษะอย่างอิดหนาระอาใจ ไม่ว่าเวลาผ่านไปกี่ปี ผู้เป็นสามีก็ไม่คลายความไม่ชอบหน้าหนุ่มน้อยที่ริอ่านปีนเกลียวจีบสาวรุ่นพี่อย่างเธอเอาเสียเลย

“พี่เมฆจะไม่ชอบเคนไปถึงไหนกันละคะ ถ้าโกรธเรื่องนั้นก็เชื่อใจกันบ้างสิคะ ข้าวฟ่างไม่มีวันรักเคนได้หรอก ก็รักพี่เมฆจนยอมได้ทุกอย่างเสียขนาดนี้ อีกอย่างก่อนไปโทษเคนนะ โทษตัวเองก่อนดีไหมคะ ถ้าไม่ทำให้เข้าใจผิด น้อยใจคิดว่าพี่เมฆไม่รัก ข้าวฟ่างก็ไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกค่ะ” ศรีภรรยาต่อว่าต่อขานเสียงใส ใบหน้ารูปไข่เอิบอิ่มแย้มยิ้มหวานเป็นเนืองนิตย์ออกแววเหนื่อยระอา

มนต์สิกานต์เดินไปทรุดกายลงนั่งใกล้กับสามี แต่ผู้เป็นสามีกลับยื่นมือมาจับแขนกลมกลึงและกระตุกเล็กน้อย ร่างบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อว่าผ่านการมีบุตรมาแล้วหนึ่งคน เพราะหุ่นเธอยังคงเพรียวบางสะโอดสะองน่ามองน่าจับต้องไปเสียหมดทุกส่วนก็ถลาไปนั่งอยู่บนตักกว้าง

โตยธรจับปลายคางมนให้หันมาประจันหน้าด้วย “จะให้เชื่อได้ยังไงกันล่ะ ถ้าไม่รักไม่ชอบ ทำไมข้าวฟ่างถึงได้ยอมไปกับมันง่ายๆ ล่ะ”

ชายหนุ่มทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่และไม่รอฟังคำตอบที่ทำให้ตัวเองไม่พอใจ เขาจรดจุมพิตลงบนเรียวปากนุ่มของเมียรัก บดคลึงอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ฟันขาวขบกัดกลีบปากอิ่ม สอดแทรกเรียวลิ้นอุ่นชื้นไปในโพรงปากนุ่ม กระหวัดกวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็กๆ ดูดซับความหวานราวน้ำผึ้งรวงอย่างหลงใหล ฝ่ามืออุ่นระอุเลื่อนไล้นวดเฟ้นกายอรชรปลุกปั่นสร้างความวาบหวามให้กับเมียรัก ก่อนยอมถอนออกอย่างเสียดาย

มนต์สิกานต์อมยิ้มแก้มตุ่ย จับแขนกำยำโอบรัดรอบกายอรชรซึ่งเอนอิงแผ่นอกกว้าง “เป็นเพราะใครละคะที่ทำให้ข้าวฟ่างเลือกใช้วิธีนั้น” หญิงสาวบีบจมูกโด่งเบาๆ พลางแนบปากไปบนแก้มหนา

“ใช่สิ พี่ทำอะไรก็ไม่ดี ทำอะไรก็ผิดไปหมด สู้ไอ้เจ้านั่นไม่ได้ มันดีกว่าพี่ทุกอย่างนี่” โตยธรยังทำเสียงกระเง้ากระงอด ปากหนากดลงบนแก้มนุ่มซ้ายขวาและเลยไปถึงริมฝีปากอิ่มเต็ม กดเม้มแผ่วเบาก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหวานปานน้ำผึ้งอย่างพึงพอใจ

ตอน 2

ตอนที่ 2

มนต์สิกานต์ยกนิ้วทาบบนปลายจมูกโด่ง “งอนอีกแล้วนะคะพี่เมฆ” หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างระอาใจกับอาการแสนงอนตุปัดตุป่องพาลพาโลของสามี ที่เป็นทุกครั้งยามได้ยินชื่อของหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อ โดโนแวน ธัญเทพ เอนลิว เจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าทางด้านการเกษตร ซึ่งตอนนี้ได้พ่วงตำแหน่งหนึ่งในสองของเจ้าของบริษัทจำหน่ายน้ำหอม Rice&Girl ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่หนุ่มสาววัยรุ่นและวัยทำงาน ด้วยราคาไม่แพง แต่กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

นิ้วยาวเกลี่ยจมูกโด่งขึ้นสัน “ข้าวฟ่างขอโทษจนตัวช้ำไปหมดแล้วนะเออ” หญิงสาวก้มหน้านวลผุดผาดซับสีเลือดลงเพราะอายกับความใจกล้าของตัวเองที่ชอบทำตามเสียงเรียกร้องของคนตัวใหญ่เสมอ

โตยธรเชยคางของเมียสาวขึ้น แววตาวามวาวขณะมองมนต์สิกานต์ ปลายนิ้วไล้คลึงกลีบปากนุ่มก่อนจะแนบจุมพิตลงไปดื่มด่ำกับความหวานละมุนนุ่ม มือใหญ่ลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่ม

“อืม...หวานจริงๆ ” โตยธรงึมงำ ขณะจูบเมียรักอย่างหนักหน่วงมากขึ้น มือก็ซอกซอนเข้าไปสัมผัสกับผิวเนื้อแท้ นวดคลึงตั้งแต่หน้าท้องแบนราบเรียบไปจนถึงทรวงอกนุ่มหยุ่น

“ว้า...ลูกอยากรู้เรื่องป๋าเคนนะ ไม่ใช่จะมาแอบดูพ่อกับแม่สวีตหวานกัน ลืมไปหรือไง นี่มันกลางวันแท้ๆ หัดอายลูกเต้าบ้างซิ” กันต์กนิษฐ์พูดอย่างอิจฉา ก่อนจะหลับตาพริ้ม มโนไปว่าเธอถูกโดโนแวนกอดรัด ชายหนุ่มเชยคางขึ้นและจรดจุมพิตลงมาบนปากนุ่ม ขบเม้มกดคลึงดื่มด่ำหาความหวานจากโพรงปากอย่างหนักหน่วง

“หือ...” โตยธรเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อได้ยินเสียงหวานใสไม่สบอารมณ์ที่ดังลอยตามลมมา

“อยู่แถวนี้หรือกระถินริมรั้ว” โตยธรทำเสียงง่ำๆ ฮึ่มๆ กระเง้ากระงอดแกมน้อยอกน้อยใจ ด้วยเคยเป็นที่หนึ่ง เป็นฮีโร่ที่ลูกสาวเรียกหาตลอด แต่กลับถูกคนอื่นแย่งชิงไป เป็นเพราะไอ้เจ้า...ฮีโร่หอกหักโดนแวนคนเดียวเลย! แม้ต้องขอบใจที่มาเยี่ยมทันท่วงทีจนสามารถช่วยเหลือกันต์กนิษฐ์ซึ่งกำลังจะถูกโจรลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ได้ก็เถอะ

แต่ระลึกในบุญคุณก็อย่างหนึ่ง ความไม่ชอบต้องแยกกันก็อีกอย่างหนึ่ง กรามหนาขบกัดจนแก้มตอบนูนเด่น ยิ่งไอ้เจ้านั่นรู้ว่าถูกเกลียดขี้หน้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสนอหน้าเข้ามาในครอบครัวเขามากเท่านั้น แล้วยังดึงเอากันต์กนิษฐ์ไปเป็นพวกด้วย คงเป็นเพราะโกรธที่โดนเขาตัดหน้าสอยมนต์สิกานต์มาครอบครอง

ไม่รู้กันต์กนิษฐ์ไปติดใจอะไรไอ้เจ้าบ้านั่นนักหนา รูปร่างก็เทอะทะใหญ่อย่างกับยักษ์ ไม่สมประกอบเลยสักนิด หน้าตาก็ไม่จะเห็นหล่อตรงไหน สู้เขาที่ถึงแต่งงานแล้วแต่ยังมีสาวให้ท่าอยู่ไม่ได้ แต่...บุตรสาวเขากลับไปชื่นชมไอ้ตัวแสบนี่ เอ่ยชมไม่ขาดปาก หูขัดตาและขัดใจเขายิ่งนัก หมั่นไส้จนอยากยกเท้ายันหน้าแล้วขยี้ๆ ให้หน้าบู้บี้แบนติดพื้นไปเลย

อุบ! กันต์กนิษฐ์รีบยกมือปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว นัยน์ตากลมใสเบิกกว้าง ‘แย่จริงเลยเรานี่ เผลอหลุดปากพูดไปได้ยังไงกัน’ หญิงสาวรีบคลานไปหลบอย่างรวดเร็วก่อนผู้เป็นบิดาจะลุกขึ้นมาตามหาเจอ

“ป่านนี้คุณป๋าเคนคงมาถึงบ้านพักแล้วละ”

“ข้าวฟ่าง!” โตยธรที่ลุกไปหาตัวลูกสาวหันไปทำหน้าบึ้งมองเมียรักที่ส่งยิ้มหวานๆ อย่างไม่รับรู้ถึงโทสะของเขา ด้วยรับไม่ได้จริงๆ ที่มนต์สิกานต์สนับสนุนลูกสาวให้ไปเสนอหน้ากับไอ้เจ้าหน้าวอกหอกหักโดโนแวน!

“ใจเย็นๆ สิคะพี่เมฆ อย่าลืมว่าเด็กวัยรุ่นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แล้วยายกระถินของพี่น่ะ ดื้อและรั้นขนาดไหน พี่ควรเป็นคนรู้ดีที่สุดนะคะ ถ้าข้าวฟ่างไม่คอยปราบ ป่านนี้ลูกสาวเราคงหอบข้าวหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปหาเคนแล้วละค่ะ” มนต์สิกานต์ใช้เสียงหวานๆ ดึงรั้งโทสะของสามีที่พุ่งลิ่วให้ลดลงมา

หญิงสาวคลี่ยิ้มหวานขณะลุกขึ้นเดินไปหาสามีซึ่งยืนทำหน้าบึ้งตึง สายตาเคืองขุ่น เธอทาบมือลงบนท่อนแขนกำยำดึงคนตัวใหญ่อารมณ์ไม่ดีพาไปที่เก้าอี้ตัวยาว ดันให้เขานั่งลงก่อนเธอจะทรุดตัวนั่งบนตัก โอบแขนรัดรอบบ่ากว้าง โน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแนบชิดจมูกโด่งขึ้นสัน

“เราคอยดูอยู่ห่างๆ ไม่ให้แกทำอะไรผิดพลาดจนแก้ไขไม่ทันดีกว่าค่ะ ข้าวฟ่างเชื่อว่าเคนจะไม่ทำอะไรให้เราผิดหวัง ถ้าเขาสองคนจะมีอะไรกัน จะต้องได้รับการยอมรับจากเราเสียก่อน”

คำพูดที่ออกจากปากเมียรัก นอกจากไม่เป็นที่ถูกใจโตยธรแล้ว เขาก็ไม่อยากจะฟังด้วย จึงยกมือขึ้นทาบบนท้ายทอย กดศีรษะทุยให้โน้มลงมาจนเขาได้สัมผัสกับกลีบปากนุ่มหวาน ขบเม้มหยอกเย้าเพื่อพาตัวเองให้หลุดออกจากเรื่องไม่สบอารมณ์ แต่คราวนี้ดูท่าจะไม่ได้ผล เขายังคงคิดมากถึงเรื่องของกันต์กนิษฐ์กับโดโนแวนอยู่ดี!

“เพราะข้าวฟ่างเข้าข้างไอ้เจ้าบ้านั่นใช่ไหมล่ะ”

มนต์สิกานต์ยิ้มหวานละมุน นิ้วเรียวไล้คางแกร่งเรื่อยไปถึงปากหนา กดยั้งหยอกเย้าด้วยความรักที่เปี่ยมล้นหัวใจ “ข้าวฟ่างจะเห็นใครดีกว่าสามีสุดที่รักได้ละคะ ยายกระถินก็เหมือนกัน ที่ทำลงไปอย่างนั้น เพราะอยากเอาชนะพี่เมฆมากกว่า ขัดขวางไม่เคยเห็นดีเห็นชอบในสิ่งที่แกทำลงไปนะ”

เธอก็ใช่ว่าจะไม่หนักใจ ด้วยมองสายตาของลูกสาวออก กันต์กนิษฐ์ทั้งรักและเชิดชูโดโนแวน ที่ไม่ใช่เพียงแค่ฮีโร่ในใจ แต่เป็นรักที่รุนแรงของสาวน้อยวัยแรกรุ่น แต่เธอก็ยังเชื่อใจลูกสาว จะไม่ทำอะไรให้ตัวเองต้องเสียใจ ถูกคนที่ชอบดูถูกเหยียดหยาม กล่าวหาว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี เป็นคนไม่มีค่าแน่นอน!

“ที่ข้าวฟ่างเห็นและคิดเองนะคะ เคนไม่คิดอะไรกับลูกสาวของเราหรอกค่ะ” เธอจับตามองมาพักใหญ่แล้ว โดโนแวนไม่ได้รู้สึกฉันท์ชู้สาวกับกันต์กนิษฐ์เลย มีแต่เอ็นดูและรักเสมือนลูกสาวอย่างที่โตยธรต้องการเท่านั้น

“เชื่อได้ยังไงกัน ยายกระถินน่ารักจะตาย ยิ่งโตก็ยิ่งสวยขึ้น สวยกว่าข้าวฟ่างตอนสาวๆ อีก” กระแสเสียงคนหวงลูกสาวเอ่ยด้วยความกังวล เพราะความสวยใสและน่ารักของผู้เป็นลูกสาวที่มีเพิ่มขึ้นทุกวี่วัน

วัยสาวมนต์สิกานต์ได้ขึ้นชื่อเรื่องความงาม จนชื่อเสียงเลื่องลือกระขจรขจายไปทั่วทุกหัวระแหง อย่างตอนนี้แม้อายุล่วงเข้าสามสิบห้าหยกๆ สามสิบหกหย่อนๆ แต่ยังคงความงามสง่าน่าเกรงขาม ใบหน้าอ่อนเยาว์มองดูคล้ายสาวน้อยวัยยี่สิบปลายๆ จนหนุ่มๆ หลายคนนึกว่าเป็นน้องสาวเขามากกว่าภรรยา จึงได้ส่งขนมจีบมาไม่ขาดสาย

ในวัยสิบหกย่างสิบเจ็ด กันต์กนิษฐ์เก็บเอาส่วนดีของทั้งพ่อและแม่ไปได้เกือบทุกอย่าง ใบหน้าเรียวรูปไข่ กลีบปากสีชมพูระเรื่อรับกับจมูกเล็กโด่ง พวงแก้มใสซับสีเลือดฝาดมองคล้ายกลีบกุหลาบแรกแย้ม นัยน์ตากลมโตใสแจ๋วราวกับดวงแก้วสะท้อนแสงไฟด้วยความมีชีวิตชีวา ล้อมด้วยขนตายาวงอน ทำให้นึกถึงสาวน้อยวัยแรกผลิที่เป็นจุดสนใจของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ใคร่อยากสานสัมพันธ์ทั้งทางกายและใจ

“อย่างไอ้เจ้าเคนหอกหักนั่นนะ ไม่สนใจ เชื่อได้ตายละ มันยังเป็นผู้ชายมีอารมณ์อยู่นะ ไม่ได้เป็นเก้งกวางเสียหน่อย มั่นใจได้ยังไงเล่าว่าที่มันเรียกแทนตัวเองว่าคุณป๋าๆ จะไม่ใช่คุณป๋าเลี้ยงต้อยอีหนูสาวๆ ไว้ขย้ำกระถินเป็นขนมหวานเสียเอง” โตยธรพูดประชดประชันอย่างคนเป็นพ่อที่หวงลูกสาวอย่างสุดหัวใจ

“แล้วใครเป็นคนชี้โพรงให้กระรอกละคะ เป็นพี่เมฆเองไม่ใช่หรือไง”

คนหวงลูกสาวเกิดอาการกระวนกระวายใจ โทษตัวเองที่ดันหลุดปากเรื่องไม่สมควรออกไป คิดถึงเรื่องราววันนั้นแล้วเขาอยากเขกศีรษะให้หนักๆ

ตอน 3

ตอนที่ 3

“ลูกสาวฉันมีแววสวยตั้งแต่เด็กๆ แกนะไปห่างๆ เลยน่ะไอ้หน้าหม้อ” โตยธรไล่คนตัวใหญ่ที่ก็รู้ตัวดีแล้วว่าไม่เป็นที่ต้อนรับของเขา แต่ยังมานั่งเสนอหน้ายิ้มนุ่มๆ ทอดสายตาหวานฉ่ำเชื่อมมองหน้าภรรยาสุดที่รักอยู่ได้ทุกวี่วัน

“อ้าว...พูดอย่างนี้ได้ยังไงละเมฆ” โดโนแวนตอบกลับอย่างอารมณ์ดีสุดๆ ที่สามารถจุดชนวนโทสะในกายโตยธรได้อีกครั้ง “กระถินก็ลูกสาวฉันเหมือนกันนะ” ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้ม เลิกคิ้วเข้มเล็กน้อย กระดิกปลายเท้ายิกๆ ก่อกวนอารมณ์ฝ่ายตรงข้าม

“ลูกสาวที่ไหนกัน ยายกระถินเรียกแกว่าลุง...ลุ้ง ลุงเคนทุกคำเลย” โตยธรเอ่ยเน้นคำว่าลุงหนัก พร้อมกับกลั้วหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นหนังตาของโดโนแวนกระตุก แต่เขาก็หงุดหงิดใจเพราะไอ้หน้าหม้อที่ชอบมาตู่เอากันต์กนิษฐ์เป็นลูกหน้าตาเฉยเหมือนกัน ไม่เพียงแค่นั้น ยังทำตัวเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วง พร้อมที่จะสอยเมียรักเขาไปครอบครองจนเนื้อเต้นอีก เห็นสีหน้ายิ้มๆ นัยน์ตาวามวาวแล้วอยากกระทืบหนักและบดขยี้บี้จนจมูกโด่งหัก ปากเจ่อ ตาปูดไปเลย

“นายนี่นะ...ขี้เหนียวจริงๆ เลย หวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีก เดี๋ยวก็ยึดไม่ยอมคืนซะเลย” ถ้ายึดเอากันต์กนิษฐ์ไปแล้ว ได้แม่อย่างมนต์สิกานต์แถมด้วยก็ดีสิ อายุมากขึ้นไม่ได้ทำให้ความสวยลดน้อยลง แต่กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้น สวยสง่าน่ารักน่าใคร่จนหัวใจเต้นแรงได้เสมอ

“อยากได้ลูก ทำไมถึงไม่หาเมียสักคนล่ะ หน้าตาอย่างแกหาได้ไม่ยากเลย สนใจไหม ฉันจะได้แนะนำให้สักคนสองคน”

“ไม่อยากมีห่วงผูกคอเหมือนคนบางคน ไปไหนที ต้องคอยดูเวลา ถ้าทำงานไม่เสร็จ กลับช้าหน่อยก็ต้องโทรบอกเมีย...ข้าวฟ่างจ๋า พี่ยังทำธุระไม่เสร็จ กลับช้าหน่อย ข้าวฟ่างอย่าโกรธนะ รอพี่ด้วยนะจ๊ะ อย่างเพิ่งหลับไปก่อนนะจ๊ะเมียจ๋า” ศีรษะทุยสะบัดแรงๆ

“หน้าตาเข้มอย่างกับโจร แต่เสือกพูดเลี่ยนๆ ได้ยินแล้วขนลุกขนพองไปทั้งตัว” ไม่แค่น้ำเสียง แต่หน้าของโดโนแวนยังแสดงออกถึงความอิจฉาตาร้อนผ่าว อยากมีคนให้รักให้ดูแลห่วงหาอาทรอย่างนี้บ้าง

โตยธรยิ้มร่า หัวเราะเสียงดังก้อง “แกอิจฉาฉันละสิ เมียฉันทั้งสวย ทั้งน่ารัก แล้วยังช่างเอาอกเอาใจเสียขนาดนั้น” แต่งงานอยู่กินกันมา ก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาลิ้นกับฟัน แต่กลับยิ่งทำให้ความรักเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

โตยธรเอนลำตัวอิงเบาะนุ่มๆ ยกแขนพาดกับขอบเก้าอี้ ชะโงกคอขึ้นทอดสายตาแห่งความรักใคร่ไปยังมนต์สิกานต์ ซึ่งง่วนทำอาหารต้อนรับโดโนแวนพร้อมความรำคาญใจ

‘ไอ้บ้านี่มาทีไร อ้อนขอให้เมียเขาทำอาหารให้ทานทุกครั้ง มันใช่เรื่องไหมที่เขาจะให้เมียสุดที่รักไปทำอาหารให้คนอื่นทาน ฝีมือเมียก็ต้องเป็นผัวอย่างเขาที่มีสิทธิ์ทาน...คนเดียว’

“ฉันนี่นะอิจฉา เข้าใจอะไรผิดไปแล้วละเมฆ’ โดโนแวนกลบเกลื่อนความรู้สึกใจ ที่เขาเองก็รู้อยู่หรอกนะว่าโตยธรไม่เชื่อ

“ฉันสมัครเป็นลูกเขยแกไม่ดีกว่าหรือไง ได้สาวสวยและน่ารัก ช่างเอาอกเอาใจอย่างกระถินมาเป็นคู่ ดีกว่าเป็นไหนๆ ” โดโนแวนพูดกลั้วหัวเราะในลำคอ เขาเพียงแค่อยากยั่วคนเป็นพ่อที่ออกแววหวงลูกสาวตั้งแต่ยังเป็นเด็กเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรกับหนูกระถินริมรั้วตัวน้อยหรอกนะ ก็หัวใจเขายังมั่นคงอยู่กับคนเป็นแม่ที่ยังสวยไม่สร่างนี่นา

โตยธรสะดุ้งแทบพลัดตกจากเก้าอี้ เพลิงโทสะพุ่งลิ่วขึ้นมาจนใบหน้าแดงก่ำ อยากต่อยคนปากเสียให้หน้าคว่ำ แต่ภรรยาสุดรักเดินยิ้มออกมาพอดี เลยต้องหาทางกีดกันไม่ให้โดโนแวนทำอย่างที่คิด

“ไหนบอกว่ายายกระถินเป็นลูก ไม่คิดอะไรกับเด็กไง” โตยธรกัดฟันกรอดๆ ใบหน้าคมเข้มแข็งกระด้างไม่แพ้นัยน์ตา

“ก็แค่ลูกนอกไส้ อีกอย่างกระถินก็น่ารักไม่ใช่น้อย เลี้ยงต้อยไว้หม่ำตอนโต ไม่เห็นแปลกเลยนี่นา” โดโนแวนกลั้วหัวเราะในลำคอที่เอาคืนโตยธรได้ แต่...กันต์กนิษฐ์ก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ

“เหอะ...แกจะหม่ำลูกสาวตัวเองได้ลงคอหรือไงไอ้คุณป๋า...โดโนแวน” เพราะหลุดปากออกไปด้วยความหวงลูกสาวเป็นเหตุ กว่าจะรู้ว่าตัวเองยัดเยียดตำแหน่ง...พ่อนอกไส้ให้กับโดโนแวนไป ด้วยคิดว่าคำนี้จะช่วยป้องกันผู้เป็นลูกสาวจากเสือหิวได้ ก็เมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแต้ นัยน์ตาวาวของอีกฝ่ายนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าพลาดไปอย่างจังแล้ว

“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่เมฆ”

คำว่าไม่ได้โว้ย! ถูกกลืนกลับลงไปในลำคอเพราะเสียงใสๆ ของภรรยาสุดรักที่เดินมาทรุดกายลงนั่งใกล้ๆ “เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร อาหารเสร็จแล้วหรือจ้ะ ไปเรียกกระถินให้มากินดีกว่านะ เสร็จแล้วจะได้อาบน้ำนอน อาการไม่ค่อยดีอยู่นี่นา” เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้กันต์กนิษฐ์ตัวรุมๆ แต่ก็ยังออกไปเล่นซน

มนต์สิกานต์สะบัดศีรษะอย่างระอาใจ เพราะหวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อย่างนี้น่ะสิ กันต์กนิษฐ์ถึงได้พยายามแหกคอกไปทำอะไรที่ผู้เป็นบิดาไม่ชอบบ่อยครั้ง สุดๆ ก็เรื่องของโดโนแวนนี่แหละ โตยธรออกอาการไม่ชอบและขัดขวางเท่าไหร่ ยายกระถินข้างรั้วก็เข้าไปพัวพันรัดแข้งรัดขาโดโนแวนแทน พานทำให้เธอเหนื่อยหน่ายใจทั้งสองคน

“พี่เมฆคิดมากเกินไปนะคะ เคนไม่ทำอย่างที่พูดหรอก” มนต์สิกานต์เอ่ยพลางยกมือลูบไล้ท่อนแขนกำยำเป็นครู่ ก่อนพาคนตัวใหญ่เดินไปยังบ้านพักของโดโนแวนบนเนินเขาเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านเธอประมาณห้าร้อยเมตร เพื่อดูความเรียบร้อยและชักชวนชายหนุ่มมาทานอาหารเย็นด้วย

โตยธรอยากจะเถียงคนคิดน้อย คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ต่อให้มั่นคงใจแข็งปานภูเขาหิน แต่ถ้าถูกยั่วยวนโดยสาวสวยวัยแรกผลิอวบอัดน่าหม่ำขนาดนั้นบ่อยๆ มีหรือที่ภูเขาหินจะไม่สั่นสะเทือนจนแตกร้าว เผลอตัวเผลอใจหลงใหลในรสเสน่หาฉ่ำหวาน ที่ได้ทานเมื่อไหร่จะหยุดไม่ได้

เขาจึงคิดว่า ควรหาทางป้องกันเหตุร้ายมิให้เกิด ไม่ใช่เกิดแล้วถึงค่อยหาหนทางแก้ไข เป็นวัวหายแล้วล้อมคอก มันจะสายเกินไป

“ถ้าพี่เมฆไม่ไว้ใจเคน ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ไหมคะ คอยดูอยู่ห่างๆ ถ้าหากเคนมีพฤติกรรมออกไปนอกลู่นอกทาง ข้าวฟ่างจะไล่ส่งไปไม่ให้กลับมาเหยียบบ้านเราอีก” แต่ความคิดเธอ...ถ้าได้โดโนแวนมาดูแลกันต์กนิษฐ์ก็ดีไม่ใช่น้อย ก็รู้เห็นนิสัยกันอยู่ มีอะไรก็ตักเตือนกันได้ อะไรไม่สำคัญเท่า...โดโนแวนปรามกันต์กนิษฐ์อยู่มือ

ฮึ! โตยธรทำเสียงขลุกขลักกลั้วคอ ทั้งแม่ทั้งลูก เข้ากันดีเหลือเกิน แต่นึกหรือว่าเขาจะยอมแพ้ ในเมื่อไอ้บ้าหอกหักนั่นกล้าเหยียบถิ่นเขา ต่อไปนี้ก็จะไม่ไว้หน้ากันอีกแล้ว

โตยธรตาวาว เห็นทีคราวนี้เขาคงจะต้องทำอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว ถึงเมียรักจะไม่พอใจ ลูกสาวสุดรักที่คงจะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ออกฤทธิ์ออกเดชอาละวาดเพราะไม่ชอบใจ แต่เขาเชื่อว่ารับมือไหว แต่ที่กังวลคือการถูกหมางเมินไม่มอง ทำเหมือนไม่มีตัวตนนั่นต่างหากละที่เขากลัว!

กันต์กนิษฐ์วิ่งไปหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่ เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าที่แดงระเรื่อ ขณะเหลียวมองไปด้านหลัง ด้วยยังรู้สึกเสียวที่แผ่นหลัง ขนต้นคอยังลุกชัน คล้ายมีสายตาไม่พอใจระคนน้อยใจของบิดาตามติดมา

“เกือบไปแล้วไหมเรา” หญิงสาวบ่นพึมพำ ขณะยกมือขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้า พลางทาบมือเหนือเข่าซึ่งย่อลง ด้วยพุ่มไม้สูงเสมอศีรษะเท่านั้น ทำให้กลัวบิดาจะมองเห็นและรีบตามมาพาตัวกลับบ้าน! ถ้าเป็นเช่นนั้นหายนะแน่นอน เพราะบิดาจะต้องพาเธอเข้าไปในห้อง...อบรมมารยาท แค่คิดก็หนาวสั่นราวกำลังจับไข้แล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED