ตอน 2

2

ณ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี

ความตื่นเต้นเกิดขึ้นกับณัฏฐลักษณ์มากชึ้นทุกวินาที มือเล็กที่กำลังเข็นรถออกมาจากช่องทางประตูผู้โดยสารขาออกสั่นไปหมด พอพ้นประตูนี้เธอก็จะได้เจอกับโจนาธาน คุณอาสุดหล่อของเธอแล้ว เวลาสี่ปีที่ไม่ได้เจอกัน เขาจะจำหลานสาวนอกสายเลือดคนนี้ได้หรือไม่ แล้วเขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน หญิงสาวคิดไปต่างๆ นานา

ณัฏฐลักษณ์ยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นชายคนหนึ่ง คนที่เธอรอจะพบหน้าเขามาตลอดสี่ปียืนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอกำลังเดินออกไปมากนักสาวชาวไทยทิ้งรถเข็นสัมภาระ เดินแกมวิ่งมาหาโจนาธานที่ยืนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มองหลานสาวนอกสายเลือดแสนสวยพริ้มเพรา แตกเนื้อสาวน่าฟัดน่าเหวี่ยงที่วิ่งมาหาตน

“คุณอาขา คุณอา” ณัฏฐลักษณ์วิ่งมากอดร่างของโจนาธาน กระชับแน่นเสียจนแทบจะหลอมเป็นร่างเดียว ชายหนุ่มใจเต้นถี่ระรัว รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยามที่ทรวงอกสาวหน้าตาน่ารักเบียดชิดกับแผงอกของตน

“กุ๊กคิดถึงคุณอาที่สุดเลยค่ะ” เธอเงยหน้าบอกอาหนุ่ม

“เอ่อ...อา อาก็คิดถึงกุ๊กเหมือนกันจ้ะ”

โจนาธานพูดเสียงติดขัด ลมหายใจของเขาแทบจะสะดุดเมื่อเห็นนวลหน้างามในระยะใกล้ ณัฏฐลักษณ์โตเป็นสาวแล้ว และที่สำคัญสวยมากด้วย สวยจนเขาคิดเตลิดไปไกล

“กุ๊กคนนี้เป็นใครคะจอน”

โมนิก้าเอ่ยถาม หลังจากมองดูความสนิทสนมของทั้งคู่อยู่นาน ดวงตากลมโตของณัฏฐลักษณ์หันไปมองต้นเสียง ก่อนจะหันมามองหน้าอาหนุ่ม จากนั้นก็คลายอ้อมกอดแล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว

“เป็นหลานฉันเอง”

โจนาธานตอบคำถามของนางแบบสาวที่ตามตื๊อจะมากับเขาด้วย อ้างว่าขากลับจะได้ไปส่งเธอที่อพาร์ทเม้นท์เพราะเป็นทางผ่านพอดี ความที่รีบร้อนทำให้เขาจำยอมให้โมนิก้ามาด้วย

“หลาน” โมนิก้าทวนคำเสียงสูง “คุณมีหลานตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ก็มีตอนที่พี่แมทตายนั่นแหละ”

เขาตอบแบบขอไปที คิดว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้โมนิก้าได้เข้าใจมากกว่านี้ โมนิก้ามองหญิงสาวชาวไทยหน้าตาสวยด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ซึ่งคนที่ถูกมองก็ดูเหมือนจะรู้ตัว หลบสายตาพิฆาตของสาวต่างชาติทันที

“กลับกันเถอะคะจอน นิก้าเหนียวตัวจะแย่แล้วอยากกลับบ้านไปอาบน้ำ เมื่อกี้ตอนลุกจากเตียงของคุณ นิก้ายังไม่ได้อาบน้ำเลย”

นางแบบสาวตั้งใจพูดให้สาวไทยได้ยิน เหมือนจะประกาศให้คนได้ยินรู้ว่า ตนมีความสัมพันธ์แบบไหนกับโจนาธาน ณัฏฐลักษณ์เงยหน้ามองคุณอาหนุ่มด้วยสายตาที่ทำให้เขารู้สึกประหนึ่งโลกแคบลงจนเกิดความอึดอัด

“พูดบ้าอะไรของเธอนิก้า เตียงเติงที่ไหนกัน เมื่อกี้เธอไม่ได้อยู่บนเตียงฉันเสียหน่อย”

โจนาธานพูดแก้ตัว หวังจะให้บรรยากาศชวนอึดอัดนั้นบรรเทา แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้ความรู้สึกนั้นมันโถมทับมากขึ้น

“ทำไมคุณพูดอย่างนี้ล่ะคะ ก็เมื่อกี้เราอยู่บนเตียงด้วยกัน ถ้าลูกน้องของคุณไม่ขึ้นมาตาม คุณก็คงมารับหลานสาวของคุณไม่ทัน เพราะคุณลืมว่าหลานของคุณจะมาวันนี้” นางแบบสาวเผลอตัวแหวใส่ชายหนุ่มรูปหล่อทันที และคำพูดของเธอก็ทำให้คนที่ถูกลืมถึงกับน้ำตาคลอเบ้า

“คุณอาลืมกุ๊กหรือคะ คุณอาลืมว่ากุ๊กจะมาหาคุณอาวันนี้” ณัฏฐลักษณ์พูดเสียงตัดพ้อ น้ำตาหยดไหลด้วยความน้อยใจ

โจนาธานรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจกับคำพูดของหลานสาวนอกสายเลือด แล้วยิ่งเห็นน้ำตาของเธอด้วยแล้ว เขารู้สึกเหมือนฟ้าจะถล่ม ดินจะทลาย

“เอ่อ...คุณอาไม่ได้ลืมนะคะ คุณอาแค่...แค่” เขาไม่รู้จะแก้ตัวยังไง พูดไม่ออก ติดขัด

“แค่กำลังสนุกกับฉันบนเตียงอยู่ก็แค่นั้นแหละ” โมนิก้าเอ่ยเสริม ยื้มเยาะเมื่อเห็นสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม หน้าซีด ปากคอสั่น

“อาไม่ดะ...”

โจนาธานยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงของณัฏฐลักษณ์แทรกขึ้นมาเสียก่อน

“กุ๊กเหนื่อยจังคะ เราจะไปกันได้หรือยังคะคุณอา”

“นั่นสิคะ จะไปกันได้หรือยัง ยืนอยู่ตั้งนานสองนานแล้วไม่เขยื้อนไปไหนสักที” โมนิก้าบ่นอุบ ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่คนที่ไม่พอใจยิ่งกว่าเธอคือ โจนาธานที่เริ่มทนไม่ไหวกับกิริยาของนางแบบสาว

“งั้นเราไปกันเลยนะคะ กุ๊กจะได้พักผ่อน อาเตรียมห้องสวยๆ ไว้ให้กุ๊กด้วยนะ”

น้ำเสียงของเขานุ่มแสนนุ่มและอ่อนโยน สร้างความหมั่นไส้ให้โมนิก้าไม่น้อย แต่เธอก็ทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากฮึดฮัดเดินตามโจนาธานกับหลานสาวไปยังรถคันโก้ที่จอดอยู่นอกอาคารโดยสาร

และเมื่อทั้งหมดเดินมาถึงรถยนต์คันดังกล่าว บานประตูรถที่ไซลัสเปิดรอเจ้านายของตนก็ถูกปิดลงปังใหญ่ จากมือของเจ้าของรถ

“ปิดประตูทำไมคะจอน” โมนิก้าที่กำลังจะเข้าไปนั่งในรถเอ่ยถามทันควัน ที่จู่ๆ เขาก็ปิดประตูรถเอาดื้อๆ โจนาธานไม่พูดอะไร ล้วงหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ยัดใส่มือนางแบบสาวจำนวนหนึ่ง

“ค่ารถของเธอ เรียกแท็กซี่กลับเองก็แล้วกัน” เขาพูดกับโมนิก้าเสียงห้วน ก่อนจะหันไปพูดกับณัฏฐลักษณ์ด้วยน้ำเสียงที่ต่างราวฟ้ากับดิน “น้องกุ๊กคะ ขึ้นรถเถอะค่ะ จะได้รีบไปพักผ่อนที่บ้านของคุณอา”

พูดจบเขาก็เปิดประตูรถให้หญิงสาวหน้าตาน่ารักแต่หน้าเรียบตึงเข้าไปนั่งในรถ ก่อนที่เขาจะเข้าไปนั่งเบาะเดียวกับเธอ แล้วปิดประตูรถทันที ไม่สนใจหญิงสาวอีกคนที่กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ ส่งเสียงโวยวายดังลั่น

“คุณจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะคะจอน ฉันไม่ยอมนะ เปิดประตูสิ ปัง ปัง ปัง เปิดประตู”

คนที่อยู่นอกรถโวยวายไม่อายใคร ใช้ฝ่ามือทุบกระจกรถยนต์หลายครั้ง แต่ทว่าประตูบานนั้นไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออก หนำซ้ำรถของ

โจนาธานยังเคลื่อนตัวออกไปอย่างไม่สนใจนางแบบสาวที่ยังคงส่งเสียงตามรถไม่หยุด กระทืบเท้าหลายครั้งอย่างขัดใจ ความเจ็บใจแทรกเข้ามาในอกของสาวจอมริษยาที่อาฆาตแค้น ณัฏฐลักษณ์สาวน้อยชาวไทยเต็มอก

ตอน 3

3

รถยนต์คันดังกล่าวแล่นอยู่บนถนนสายหลักของเมืองนิวยอร์ก ภายนอกรถคึกคักไปด้วยรถนานาชนิดที่วิ่งกันขวักไขว่ แสงสีในยามค่ำคืนประดับไปทั่วท้องถนน และตามอาคาร ผู้คนทั้งในและนอกประเทศต่างพากันมาเดินชมความสวยงาม บ้างก็มาหาผับบาร์บันเทิงอารมณ์ยามค่ำคืน บรรยากาศแสนอภิรมย์ยิ่งนัก

แต่ทว่าภายในรถยนต์ของโจนาธานมีแต่ความอึดอัดและความเงียบ เนื่องจากคนที่เจ้าของรถมารับเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ดวงตาของเธอเสมองไปนอกกระจกรถยนต์ ไม่หันมามองคนที่เธอคิดถึงและเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันนี้เร็วๆ วันที่ตนเองจะได้พบกับผู้ปกครองหนุ่มรูปหล่อ

“กุ๊กโกรธคุณอาเรื่องอะไรคะ” โจนาธานถามสาวข้างกายที่ทำราวกับว่า เขาไม่ได้นั่งรถอยู่ด้วย“อย่าโกรธคุณอาเลยนะ คุณอาขอโทษ”

“...” คำตอบของเขาคือความเงียบ และนั่นยิ่งสร้างความอึดอัดให้กับโจนาธานมากขึ้น เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย ไม่คิดด้วยว่าตนเองจะใจเย็นได้มากขนาดนี้ หากสาวแสนงอนเป็นคนอื่น ไม่ใช่หลานสาวนอกสายเลือดแสนสวย ป่านนี้เขาคงอัญเชิญเธอลงไปจากรถแล้ว

“คุณอาขอโทษ คุณอาไม่ได้ลืมกุ๊กนะคะ คุณอาแค่...แค่”

เขาหาคำแก้ตัวไม่ได้ เพราะในความเป็นจริง เขาลืมเสียสนิท คนงอนหันมามองหน้าผู้พูดเพียงนิด ก่อนจะหันหน้าไปยังทิศทางเดิม

“มันก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่คุณอาจะลืมกุ๊ก กุ๊กมันก็แค่เด็กในอุปการะไม่ได้สำคัญอะไรที่คุณอาต้องมานั่งจดนั่งจำ กุ๊กต้องขอโทษคุณอาด้วยนะคะที่ทำให้คุณอาเสียเวลา”

ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจดังผ่านปากของณัฏฐลักษณ์ เสียงนั้นช่างสั่นเครือเหมือนอารมณ์ของผู้พูด ความน้อยใจเสียใจปะปนเต็มทรวง คนที่ฟังรู้สึกคล้ายกับมีหนามทิ่มตำใจ รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ทำให้เธอเสียใจ

“น้องกุ๊ก คุณอาไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะคะ คุณอาเห็นน้องกุ๊กสำคัญเสมอ สำคัญกว่าทุกคนด้วย” เขาพยายามหาข้อแก้ตัว แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำให้สถานการณ์มันย่ำแย่ลง

“สำคัญกว่าทุกคน” เธอทวนประโยคบาดหัวใจ “สำคัญกว่าทุกคน แต่คุณอาก็ลืมวันเวลาที่คนสำคัญคนนี้จะมาหาคุณอา อย่างนี้เขาเรียกกันว่าคนสำคัญหรือคะ”

โจนาธานอยากจะเอาหัวโหม่งเบาะเสียให้ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดหรือแก้ตัวอะไร มันจะเข้าตัวเขาเสมอ ยิ่งแก้ตัวยิ่งไปกันใหญ่ เขาจึงเลือกที่จะเงียบและมองซีกหน้าของเธอไปตลอดทาง แล้วค่อยทางวิธีง้อหลานสาวคนสวยภายหลัง

ตอนสายวันรุ่งขึ้น

ไซลัส โรเจอร์และบิลลี่ ยืนมองโจนาธาน เจ้านายหนุ่มนั่งบีบเครื่องเป่าลมใส่ลูกโป่งหลากสีอย่างแข็งขันและตั้งใจ โดยไม่ให้พวกเขาทั้งสามช่วยเหลือนอกจากจัดเตรียมหาของที่ต้องการให้เท่านั้น ทั้งสามมีความรู้สึกตรงกันว่า ณัฏฐลักษณ์สาวไทยคนนี้คงมีความสำคัญกับเจ้านายของตนไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่นั่งหลังขดหลังแข็งทำในสิ่งที่ไม่เคยทำเช่นนี้แน่นอน

“ไซลัส ดอกไม้ที่ฉันสั่งได้หรือยัง” โจนาธานเงยหน้าถามไซลัสที่ยืนอยู่ริมโซฟา

“อีกสิบนาทีเขาจะมาส่งครับคุณจอน”

ระหว่างที่ลูกน้องตอบ โจนาธานก็ลุกขึ้นนำลูกโป่งที่เขาเป่าลมจนพองขยายใหญ่ไปประดับไว้ในห้องรับแขกตามจุดต่างๆ จนทั้งห้องดังกล่าวมีลูกโป่งหลากสีประดับนับร้อยลูก แต่ละลูกเขายังวาดรอยยิ้มลงไปด้วย พร้อมกับเขียนคำว่า “ขอโทษ” เป็นภาษาไทย ที่เขาโทรศัพท์ไปหาเพื่อนกลางดึก ขอร้องให้ภรรยาของเพื่อนที่เป็นคนไทย ช่วยเขียนคำว่า ขอโทษเป็นภาษาไทยส่งมาทางแฟกซ์ให้กับเขา จากนั้นก็เขียนคำนี้ลงไปในลูกโป่งทุกใบ แม้ว่าตัวจะไม่สวยแต่ก็พออ่านออก

โจนาธานใช้เวลาคิดแผนการง้อสาวน้อยแสนงอนอยู่ร่วมหนึ่งชั่วโมง พอคิดออกเขาก็ดำเนินการตามแผนทันที สั่งลูกน้องให้ไปหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เขาต้องการ แล้วตั้งใจทำทุกสิ่งอย่างด้วยตัวเอง คิดเข้าข้างตัวเองว่า หลานสาวต่างสายเลือดของตนจะชอบและหายโกรธ

อีกสิบนาทีต่อมาดอกไม้ที่โจนาธานสั่งก็ถูกนำมาส่ง เป็นเวลาเดียวกับที่ร่างของเนลลี่สาวใช้เดินแกมวิ่งลงมาจากบันได

“คุณจอนคะ คุณกุ๊กออกมาจากห้องแล้วค่ะ” เนลลี่ที่ถูกสั่งให้คอยจับตาดูว่า หากณัฏฐลักษณ์ออกมาจากห้องเมื่อไหร่ ให้ลงมาบอกเขาทันที

“ขอบใจมาก” โจนาธานกล่าวขอบใจสาวใช้ ก่อนที่เท้าใหญ่จะพาร่างของเขาไปยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ในมือถือดอกกุหลาบสีขาวช่อโต

ณัฏฐลักษณ์ชะงักเท้าที่กำลังก้าวลงมาตามบันไดแนวโค้งที่ทอดยาวสู่ชั้นล่างของคฤหาสน์หลังงาม เมื่อดวงตาคู่หวานซึ้งมองเห็นร่างสูงใหญ่ของเจ้าของบ้านยืนถือช่อดอกไม้ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ก่อนที่เท้าเล็กจะเดินลงมาตามขั้นบันไดต่อไป หัวใจดวงน้อยๆ ของสาวร่างเล็กเต้นแรง ตื่นเต้นและดีใจ ยามที่เห็นลูกโป่งหลายร้อยใบผูกโยงไปทั่วห้อง ลูกโป่งเหล่านั้นเขียนภาษาไทยราวกับเด็กประถมปีที่หนึ่งเขียนว่า “ขอโทษ” มีรอยยิ้มวาดอยู่ใต้คำนั้นด้วย

“คุณอาขอโทษกุ๊กนะคะ คุณอาสัญญาว่า จะไม่ลืมกุ๊กอีกแล้ว ยกโทษให้คุณอานะคะ”

ปากหนาหยักได้รูปพูด มือก็ยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาวที่มาหยุดยืนตรงขั้นบันไดรองสุดท้ายดวงตาสีฟ้าจ้องมองดวงหน้าสาวที่เปื้อนสีแดงขึ้นทีละน้อย

คนถูกง้อยิ้มกว้าง ดวงตาสดใสราวกับจะบอกให้เขารู้ว่า เธอยินดีรับคำขอโทษจากเขา เอื้อมมือมารับช่อดอกไม้ในมือใหญ่มาดมกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ เงยหน้ามองชายหนุ่มร่างสูงที่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยามได้เพ่งพิศความงาม ความน่ารักของณัฏฐลักษณ์ รอยยิ้มละไมของเธอเสมือนเป็นแรงดึงดูดมหาศาล กระตุกหัวใจชายถึงขั้นรุนแรง และเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสตรีคนใดมาก่อน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED