“พี่หนานคะ ฉันรู้สึกหนาวจังเลย” โยว่หงยิ้มอย่างหว่านสเน่ห์เพื่อปลุกสัญชาติญาณความเป็นชายในตัวเขาออกมา น้ำเสียงอันเย้ายวนของเธอยากที่ใครจะปฏิเสธได้
กู้หนานใช้แขนทั้งสองโอบเอวของโย่วหงไว้ และพูดว่า “เข้าไปในรถกันเถอะ เดี๋ยวพี่จะทำให้เธออุ่น”
การนอนกับผู้หญิงไปเรื่อยไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสำหรับคุณกู้หนาน
แต่ถึงยังไง เสี่ยหมียนก็ยังเป็นผู้หญิงคนโปรดของเขา เขาอยากจะนอนกับเธอมากแต่ยังไม่มีโอกาสสักที จึงได้แต่พยายามควบคุมอารมณ์ของเขาไว้ และสาบานกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งต้องกินเธอให้ได้ เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอต้องเป็นผู้หญิงของเขาอย่างแท้จริง
...
แม้ว่าพวกเขาคบกันมาเพียงสามปี แต่เสี่ยเหมียนนั้นก็รักเขาสุดหัวใจ แต่เธอกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลังทั้งจากแฟนของเธอ และเพื่อนสนิทของเธอในเวลาเดียวกัน ความเศร้าโศกทำให้เธอเหม่อลอยเหมือนคนไร้วิญญาณ เธอไปนั่งดื่มที่บาร์เพื่อที่จะได้ลืมความเศร้านี้ไป
ตอนประมาณตี สอง คุณเสี่ยเหมียนเดินออกมาจากบาร์ด้วยท่าทางมึนเมาและขาดสติ เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก เดินไปมาอยู่กลางถนน
ทันใดนั้น มีแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งสาดเข้ามายังเธออย่างกะทันหัน ทำให้เธอรู้สึกแสบตาอย่างรับมือไม่ทัน เสี่ยเหมียนรู้สึกมึนงงและตัวแข็งทื่อไป เธอยืนค้างอยู่ตรงนั้นมองดูรถมายบัคสีดำขับตรงมาที่เธอ
“โอ๊ย” เสี่ยเหมียนล้มลงในขณะที่รถหยุดชะงักตรงหน้าเธอ
การเบรคกระทันหันทำให้คนที่กำลังพักสายตาอยู่ในรถนั้นกระเด้งออกจากที่นั่งทันที เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะชำเลืองมองที่เสิ่นห้าว ที่เป็นทั้งคนขับรถและผู้ช่วยส่วนตัวของเขา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“คุณ ถิ๋งเจว๋ครับ” เสิ่นห้าวตอบขณะที่บนหน้าผากของเขาเหงื่อไหลออกไม่หยุด “จู่ ๆ ก็มีคนเดินมาตัดหน้ารถ ผมก็เลยเหยียบเบรคอย่างเต็มแรง ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุไปแล้วครับ อาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพก็ได้ครับ”
“ลงไปจัดการซะ
“ครับ คุณ ถิงเจว๋”
เสิ่นห้าวลงจากรถเพื่อไปดูว่ามีคนได้รับบาดเจ็บหรือไม่ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือผู้หญิงสวยที่นอนหมดสติอยู่หน้ารถ ขณะที่เสิ่นห้าวเข้าไปดูใกล้ ๆ เขาได้กลิ่นเหล้ามาจากตัวของเธอ ดูเหมือนว่าเธอไม่น่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ
“นี่ คุณ! คุณ ตื่น!”
เขาตกใจมากเมื่อเขามองเห็นว่าผู้หญิงที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้าของเขาคือใคร
‘นี่มันคุณไป๋เสี่ยเหมียน แฟนของคุณกู้หนาน? เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันนะ?’ เสิ่นห้าวสงสัย
โชคดีที่เขาเป็นคนขับรถ ถ้าเป็นคนอื่นเธออาจจะโดนชนไปแล้ว!
เสิ่นห้าวไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง เขาจึงรีบกลับไปบอกเจ้านายของเขาว่าเขาเห็นอะไร “คุณ กู้ครับ คนที่นอนหมดสติอยู่หน้ารถของเรา คือคุณไป๋เสี่ยเหมียน แฟนของคุณกู้หนาน ดูเหมือนเธอจะเมามากครับ…”
พอรู้ว่าเป็นไป๋เสี่ยวเหมียน ดวงตาของกู้ถิงเจว๋ก็เปิดกว้าง เขาจำเธอได้ ผู้หญิงที่กู้หนานเคยพากลับมาที่บ้าน เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักและมีรอยยิ้มที่สดใสอยู่เสมอ เขาสั่งโดยไม่ลังเล “พาเธอขึ้นมาในรถ”
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง เสิ่นห้าวก็รีบอุ้มเสี่ยเหมียนขึ้นรถ
เสี่ยเหมียนนอนอยู่บนรถรู้สึกไม่สบายตัว เธอพึมพำ ลืมตา แล้วจ้องไปที่ชายที่กำลังนั่งนวดหว่างคิ้วอยู่ข้าง ๆ เธอด้วยสายตาว่างเปล่าและมึนงง เสี่ยเหมียนถาม “คุณเป็นใคร...”
ชายคนนั้นหันมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เสี่ยเหมียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอคือใคร เธอพูดตะกุกตะกัก “กู้ กู้ถิงเจว๋? เป็น... เป็นคุณนี่เอง!”
ถิงเจว๋ไม่สนใจเธอและบอกให้เสิ่นห้าวขับรถตรงไปที่บ้านของกู้หนาน
แค่ได้ยินชื่อของกู้หนาน เสี่ยเหมียนก็อารมณ์เสียทันที “ฉันไม่อยากไปบ้านเขา ฉันเลิกกับเขาไปแล้ว!”
“เลิกกันแล้ว?” ถิงเจว๋ทวนคำพูดของเธอพลางเลิกคิ้วขึ้น
“ใช่ เราเลิกกันไปแล้ว...” พูดจบ เสี่ยเหมียนก็สะอื้นขึ้นมาทันที น้ำตาของเธอไหลออกมาทันทีที่เธอนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันก่อน หัวใจของเสี่ยเหมียนแตกสลาย ก่อนพูดต่อ “เขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น... แถมยังค้าประเวณี!”
เธอตั้งใจพูดให้ดูรุนแรง อย่างกับนักเรียนกำลังฟ้องคุณครูอย่างไรอย่างงั้น
ถิงเจว๋ถึงกับชำเลืองมองไปที่เธอ ‘ค้าประเวณี? ท่าทางต้องจัดการกู้หนานบ้างแล้ว’ ถิงเจว๋คิด
ตามจริงแล้ว ถิงเจว๋ไม่ได้คาดหวังในตัวหลานชายคนนี้มากมาย เพราะถึงยังไงกู้หนานก็ไม่ใช่สายเลือดโดยตรงของเขา ถิงเจว๋ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการที่กู้หนานมีอะไรกับผู้หญิงอยู่แล้ว แต่จะไปเอี่ยวกับเรื่อง “การค้าประเวณี” ซึ่งอาจทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียแบบนี้ไม่ได้
“กู้ถิงเจว๋ คุณต้องสั่งสอนให้มันหลักจำไปเลยนะ!”
คุณถิงเจว๋ยังคงจงใจเพิกเฉยต่อคุณเสี่ยเหมียน ขณะที่เธอเน้นย้ำคำพูดของเธอด้วยความโกรธอีกครั้ง เสี่ยเหมียนคิดว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ ๆ ถิงเจว๋อีก เธอโอบคอของถิงเจว๋ไว้ ก่อนดึงเขาเข้ามาใกล้เธอ แล้วพูดว่า “คุณได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย?”
ถิงเจว๋ขมวดคิ้วแล้วดันมือเธอออก ทำให้เธอเสียการทรงตัวและล้มลงบนตักของเขา ใกล้กับหว่างขาของเขา
เธออ้าปากหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นเหล้าพร้อมลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอก็แผ่ซ่านไปที่จุดซ่อนเร้นของเขาซึ่งมีเพียงผ้าบาง ๆ สองชั้นปิดไว้
คุณถิงเจว๋ถึงกับหยุดหายใจอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณต้องสั่งสอนเขาสักที!” เสียงของเสี่ยเหมียนช่างนุ่มนวลและเย้ายวน
“ผมควรจะสอนคุณก่อน” ถิงเจว๋ผลักหัวเสี่ยเหมียนออกไปและพูดด้วยเสี่ยงแหบ ๆ ว่า “ลุกขึ้นมา!”
‘กล้าดียังไงมายั่วยวนผมในรถผม? เธอจงใจหรือเปล่า?’
“กู้หนานเป็นคนสารเลว! และคุณก็คงไม่ต่างอะไรกับเขา! ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้มันเลว...” เสี่ยเหมียนพูด เสี่ยเหมียนพิงเขาและปฏิเสธที่จะนั่งตัวตรง เธอทำตัวเหมือนเด็กที่งอแงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
ถ้าเธอเจอเขาตอนที่ไม่เมา เธอคงไม่กล้าแม้แต่จะมองคุณถิงเจว๋แน่ๆ เพราะเธอกลัวความบ้าระห่ำของเขา แต่เพราะฤทธิ์ของเหล้าในขณะนั้น ทำให้คุณเสี่ยเหมียนขาดสติ และเธอก็พ่นเรื่องไร้สาระที่เข้ามาในหัวของเธอโดยไม่ทันคิดถึงสิ่งที่จะตามมา
“เขาบอกว่าฉันต้องชินกับความสัมพันธ์บ้าบอนั่นของเขากับผู้หญิงอื่น ไปตายซะ คนสารเลวไร้ยางอาย!” คุณเสี่ยเหมียนสาปแช่งอย่างโกรธจัด จากนั้นเธอเอาความโกรธของเธอไปลงกับคุณถิงเจว๋ “คุณก็คงไม่ต่างอะไรกับเขา... และคุณเองก็มีหน้ามีตาเป็นคนใหญ่คนโต เป็นถึงประธานบริษัท คุณก็คงมีผู้หญิงวิ่งตามเป็นฝูง น่าจะพอที่จะตั้งทีมฟุตบอลได้เลย คอยที่จะประจบประแจงคุณตลอดเวลา...”
คุณถิงเจว๋เริ่มหมดความอดทน สีหน้าของความไม่พอใจค่อยๆ ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เขาไม่รู้จะจัดการยังไงกับผู้หญิงขี้เมาคนนี้ดี คุณถิงเจว๋พยายามผลักเธอออกไป เธอล้มลง และไถลกลับมาเกาะเขาเป็นตังเมเหมือนเดิม คุณเสี่ยเหมียนไม่มีความรู้สึกละอายสักนิดเลย
ความขาดสติของคุณเสี่ยเหมียนยังคงไม่หยุดเพียงแค่นั้น เธอเอื้อมมือไปกอดคอของเขาไว้ ก่อนจะพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มว่า “กู้ถิงเจว๋ คุณมีปัญหาไตพร่องหรือเปล่า? ห๊ะ ?”
นี่เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายก่อนที่เขาจะทนไม่ได้ ขณะที่เธอเล่นสนุกกับความเป็นชาย คุณถิงเจว๋โกรธจนตาลุกเป็นไฟ
แต่คุณเสี่ยเหมียนก็ไม่ได้มีทีท่าเกรงกลัวเขาเลย เธอกลับยิ้มและมองลึกเข้าไปในตาเขา ดวงตาของเธอเปล่งประกายราวกับเพชรที่ระยิบระยับอยู่ภายใต้แสงจันทร์ นัยน์ตาของเธอสะท้อนให้เห็นเงาของเขา
ริมฝีปากแดงของเธอกำลังจะเปิดขึ้นเพื่อพูด เป็นเหมือนเกสรที่รอให้ผึ้งมาจุมพิตไป
กู้ถิงเจว๋นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ ริมฝีปากนี่คือปากเล็ก ๆ ที่พ่นลมร้อนออกมาพร้อมกับกลิ่นเหล้า ที่พ่นไปที่... ผู้หญิงคนนี้น่าหลงไหลเป็นบ้า!
“ให้ตายเถอะ เธอมันผู้หญิงบ้าบิ่น! เธอเป็นคนยั่วผมก่อนนะ เธอทำตัวเธอเอง”
เขาใช้มือจับที่ท้ายทอยของเธอ และดึงเธอเข้ามาใกล้ แล้วประกบจูบเธออย่างดูดดื่ม ราวกับว่าพยายามจะกลืนคำพูดเวิ่นเว้อของเธอเข้าไปอย่างไรอย่างงั้น
“เอ่อ...” การพูดพล่ามของเธอทั้งหมดถูกกลืนกินด้วยจูบที่ไม่รู้จักพอของเขา
ความปราถนาที่ไม่รู้จักพอได้ครอบงำถิงเจว๋ ขณะที่เขาตั้งใจจะไปต่อนั้น เขาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของเสิ่นห้าวจากที่นั่งคนขับด้านหน้า
“คุณ ถิงเจว๋ ถึงหยวุนจือตู วิลล่าแล้วครับ” นี่คือวิลล่าของคุณกู้หนาน ที่เขาอาศัยอยู่คนเดียวตั้งแต่เขาโตเป็นผู้ใหญ่
คุณถิงเจว๋ขบริมฝีปากของเสี่ยเหมียนเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากเธอ “กลับรถไปที่คฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่ ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
“ได้ครับ คุณ ถิ๋งเจว๋!” แม้ว่าเสิ่นห้าวจะไม่กล้าที่จะแอบดูว่าเจ้านายของเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ด้วยความเป็นผู้ชาย จากเสียงด้านหลังนั้นก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณไป๋คือแฟนของ คุณกู้หนาน ทำไม... คุณถิงเจว๋ถึง...” เสิ่นห้าวสงสัย
เสียงจูบอันเร่าร้อนยังคงดังมาจากด้านหลัง ทำเอาเสิ่นห้าวอยากจะเป็นคนหูหนวกไปเลย จะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงพวกนี้
รถแล่นออกไป และได้มาถึงคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่ในไม่ช้า
ถิงเจว๋ช่วยอุ้มเสี่ยเหมียนลงจากรถและพาเธอเข้าไปในวิลล่า เขาอุ้มเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะพาเธอขึ้นบันไดและตรงไปที่ห้องนอน
เสี่ยเหมียนที่กำลังเหนื่อยล้าและมึนเมาหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน แต่แน่นอนว่าถิ๋งเจว๋ที่กำลังมีอารมณ์นั้นไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
คืนนั้นก็เลยกลายเป็นคืนที่สุดแสนดูดดื่มและวิเศษ..
บ่ายวันรุ่งขึ้น เสี่ยเหมียนตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนาน ร่างกายของเธอปวดเมื่อยราวกับว่าเธอถูกรถไฟทับมาเมื่อคืนนี้
เธอมองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่ามีใครอยู่ในห้องหรือไม่ แต่กลับไม่พบใครเลย เสี่ยเหมียนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ และจ้องมองไปที่งานแกะสลักบนเพดานอย่างว่างเปล่า เธอเริ่มคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน และเริ่มประติดประต่อเรื่องได้...
บูม!
เมื่อเธอเริ่มประติดต่อเรื่องเมื่อคืนได้ หัวของเสี่ยเหมียนก็แทบจะระเบิดในทันที ‘ฉัน ฉัน เหมือนฉันจะมีอะไรกับผู้ชายเมื่อคืนนี้! และผู้ชายคนนั้น... ผู้ชายคนนั้นคือคุณอาของคุณกู้หนาน คุณถิงเจว๋!
ตายแล้ว !’ เสี่ยเหมียนอุทานในใจ
ปีนี้กู้ถิงเจว๋อายุ 27 แม้ว่ากู้หนานกับเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงทางสายเลือด แต่เธอก็นับถือและเคารพเขาในฐานะคุณอาของกู้หนาน เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง!
เสี่ยเหมียนรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจไปบาร์ของเธอเมื่อคืนนี้ ถ้าเมื่อคืนเธอไม่ได้ขาดสติขนาดนั้น เธอก็คงไม่ได้พบกับกู้ถิงเจว๋ระหว่างทาง และพวกเขาก็จะไม่มีวัน...
เธอทำตัวเองทั้งนั้น!
ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตู มันทำให้เธอแทบหัวใจวาย
‘นี่ฉันควรทำยังไง? ฉันควรจะไปเผชิญหน้าเขายังไง?’
ก่อนที่เสี่ยเหมียนจะรวบรวมสติของเธอได้ เสียงของสาวใช้ก็ดังขึ้นมาจากนอกห้อง “ตื่นแล้วเหรอคะคุณผู้หญิง?”
เสียงของสาวใช้ทำให้เสี่ยเหมียนโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ไม่ใช่คุณถิงเจว๋ “ค่ะ เข้ามาได้ค่ะ”
เธอนั่งตัวตรง ผ้าห่มที่คลุมร่างกายของเธอ ค่อย ๆ หล่นลงมา เผยให้เห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าขาวราวหิมะ และเห็นร่องรอยของความมึนเมาของเธอ
แย่จังที่ตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่จะห้ามสาวใช้ไม่ให้เข้ามา เธอเข้ามาทางประตูและเห็นสภาพของคุณเสี่ยเหมียน ด้วยท่าทางแสดงอารมณ์ที่คลุมเครือซึ่งคุณเสี่ยเหมียนอ่านใจเขาไม่ออก สาวใช้จึงพูดว่า “นี่คือเสื้อผ้าใหม่สำหรับคุณค่ะ คุณผู้หญิง”
เสี่ยเหมียนขมวดคิ้วด้วยความเขินอาย ขณะที่เธอตั้งใจจะปฏิเสธสาวใช้ แต่ดันเหลือบเห็นเสื้อผ้าของเธอที่กองอยู่บนพื้น เธอหน้าแดงขึ้นมาทันทีและพูดด้วยเสียงเบา“ขอบคุณค่ะ!”
เธอพยายามจัดการตัวเองอยู่ครู่นึงก่อนจะถามว่า “คุณอา... คุณ คุณถิงเจว๋อยู่ที่ไหน?”
“คุณ ถิงเจว๋ออกไปทำงานที่บริษัทแล้วค่ะ” สาวใช้รู้สึกอิจฉาคุณเสี่ยเหมียน เพราะเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุณถิงเจว๋เคยพามาที่บ้าน ด้วยความอิจฉาริษยา สาวใช้ไม่ได้บอกข้อความที่คุณถิงเจว๋ฝากไว้ให้เสี่ยเหมียน
เสี่ยเหมียนสังเกตเห็นท่าทีเหยียดหยามของสาวใช้ เธอจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากสาวใช้ออกจากห้องไป คุณเสี่ยเหมียนรีบแต่งตัว ก่อนจะเรียกแท็กซี่และออกจากคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงก่อนที่คุณถิงเจว๋จะกลับมา
หลังจากที่แท็กซี่ของคุณเสี่ยเหมียนเพิ่งจะออกไป กู้ถิงเจว๋ก็กลับมาถึงคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่
เขารู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นห้องที่ว่างเปล่าของเขา
ผ่านไปไม่กี่วินาที คุณถิงเจว๋ก็ดึงผ้าห่มที่ยังมีไออุ่นของเธอหลงเหลืออยู่ เขาเห็นรอยเลือดอยู่บนเตียง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคุณถิงเจว๋เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ
เขาละสายตาออกจากผ้าปูที่นอนนั่น แล้วแววตาของเขาก็เปลี่ยนไป
จริง ๆ แล้ว เมื่อคืนเขาสามารถผลักเธอออกจากเขาได้ แต่แทนที่จะทำแบบนั้น เขากลับทำตามสิ่งที่หัวใจของเขาเรียกร้อง
เขาต้องยอมรับว่าเขาถูกเธอยั่วยวนจนเป็นเหตุ การควบคุมตนเองที่เขาพยายามทำมาโดยตลอดพังทลายลงเพราะเธอ และความประหม่าของเธอได้ปลุกสัตว์ร้ายที่หลับใหลมาอย่างยาวนานในตัวเขา เมื่อคืนเขากอดเธอให้อยู่ในอ้อมแขนและมีความสุขกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งคืน...
ในเมื่อเธอเข้ามายั่วยวนเขาแล้ว ก็อย่าหวังจะได้หนีไปได้เลย
...
หลังจากที่เสี่ยเหมียนออกจากคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่ เธอไม่ได้ไปทำงานต่อ พอโทรลางานแล้ว เธอก็กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของตน นอนหลับจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นและกลับไปทำงานตามปกติ
แต่เมื่อเธอเห็นรถ แอสตันมาร์ติน ของคุณกู้หนานที่จอดอยู่ที่ประตูบริษัท เธอรู้ทันทีว่าจะมีเรื่องทำให้เธอลำบากใจเกิดขึ้นแน่ ๆ
คุณโยว่หงก้าวลงจากรถอย่างสง่างามด้วยรองเท้าส้นเข็มและรอยยิ้มอันแสนหวานบนใบหน้าของเธอ
เมื่อคุณกู้หนานลงจากรถ เขาจงใจเพิกเฉยคุณเสี่ยเหมียน และดึงโยว่หงเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อบรรจงจูบต่อหน้าทุกคน คุณโยว่หงถึงกับหอบและหายใจไม่เป็นจังหวะจากการจูบที่ดูดดื่มของคุณกู้หนาน
“พี่หนานคะ คนเขากำลังมองเราอยู่น่ะ ไม่เอาค่ะ...” คุณโยว่หงพูดด้วยท่าทางตำหนิ และเอามือทุบที่หน้าอกของเขาเบา ๆ
กู้หนานโอบรอบเอวเล็ก ๆ ของเธอ ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า “เธอนี่ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ”
คุณเสี่ยเหมียนชำเลืองมองดูผู้คนที่เฝ้าดูพวกเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยาม และเดินผ่านประตูบริษัทไปโดยไม่หันกลับมามอง
คุณกู้หนานพยายามทำทุกอย่างต่อหน้าคุณเสี่ยเหมียนเพื่อให้เธอหึง แต่น่าเสียดายที่คุณเสี่ยเหมียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาตามที่เขาต้องการ และเดินผ่านไปอย่างเฉยเมย จู่ ๆ กู้หนานรู้สึกหดหู่และเศร้าเล็กน้อย
“ก็ได้ งั้นผมไปก็ได้”
คุณกู้หนานผลักโยว่หงออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว เขาขึ้นรถแล้วขับออกไป
ตั้งแต่คืนนั้นจนถึงตอนนี้ เขาไม่สำนึกผิดแม้แต่นิดเดียวกับสิ่งที่เขาทำลงไป เมื่อมองสังคมรอบตัวของเขาแล้ว เขาคิดว่าการที่เขาคบผู้หญิงไปทั่วนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะผิดหรือแปลกตรงไหนเลย?
เสี่ยเหมียนเป็นคน ๆ เดียวที่เขาจะแต่งงานด้วย ซึ่งจะเป็นเมียหลวงของเขา นี่คือความรักที่ดีที่สุดที่เขามีให้กับเธอ
สิ่งที่เขาทำลงไปต่อหน้าคุณเสี่ยเหมียนนั้นก็เพื่อตัวเธอเอง ถ้าแค่นี้เธอก็ทนไม่ได้ แล้วเธอจะมาเป็นภรรยาที่แสนดีของเขาได้ยังไง?
ณ บริษัทหงไท่
คุณเสี่ยเหมียนพยายามไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วหันไปสนใจกับงานของเธอแทน แต่แล้วเธอก็ถูกขัดจังหวะ
“นี่ โยว่หง! คุณ กู้หนานทิ้งไป๋เสี่ยเหมียนไปแล้วใช่ไหม? ดูสิว่าเธอผิดหวังแค่ไหน!”
“แต่ก็อย่างว่าละนะ พี่โยว่หงกับคุณ กู้หนานดูเหมาะสมกันดี!”
“ฉันเดาไม่ผิดเลย! ว่าคุณ กู้หนานจะมาคว้าผู้หญิงเย่อหยิ่งและเย็นชาอย่างเธอได้ยังไง? พี่โยว่หงกับคุณกู้หนานเหมาะสมกันมากกว่าตั้งเยอะ...”
จากการที่เพื่อนร่วมงานของเธอร่วมกันประจบสอพลอและสรรเสริญเธอนั้น ยิ่งทำให้คุณโยว่หงพอใจอยู่ไม่น้อย เธอแสร้งทำเป็นไม่พอใจและยืนกรานว่า “พวกเธออย่าพูดแบบนั้นเลยนะ! คุณเสี่ยเหมียนกับฉันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันไม่อยากทำร้ายเขา...”
“คุณพล่ามกันเสร็จยัง?” คุณเสี่ยเหมียนมองดูเธออย่างขยะแขยง “ถ้าพล่ามเสร็จแล้ว ก็อย่ามาทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงไปมากกว่านี้”
“เธอพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงคุณเสี่ยเหมียน” คุณโยว่หงเม้มริมฝีปากล่างของเธอ อย่างไม่พอใจกับคำพูดของคุณเสี่ยเหมียน
คนรอบข้างคุณโยว่หงเป็นพวกไหลตามน้ำและเชื่อถือไม่ได้ พวกเขารีบยุแยงและพูดว่า “โอ้ ตายแล้ว! ใครก็ได้เอาผู้หญิงคนนี้ไปเช็คสมองที! โยว่หง คุณไม่จำเป็นที่จะต้องพูดจาดี ๆ กับเธอหรอก! คนอย่างเธอสมควรแล้วที่เป็นแบบนี้!”