ณ เมืองจิงซื่อ เวลา 20.00 น.
หลังจากที่คุณไป๋เสี่ยเหมียนทำงานล่วงเวลาอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ก็ถึงเวลาที่เธอจะได้พักผ่อน แต่ระหว่างทางที่เธอกลับบ้านนั้น จู่ ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง
“สวัสดีครับ นี่ใช่คุณ เสี่ยเหมียน รึเปล่าครับ” เจ้าหน้าที่ถาม “ใช่ค่ะ” เสี่ยเหมียนตอบ “เพื่อนของคุณที่ชื่อว่า กู้หนานและ สวี่โยว่ห่งถูกจับในข้อหาซื้อบริการทางเพศ พวกเขายืนกรานว่า พวกเขาเป็นคู่รักกัน คุณช่วยมาที่สถานีตำรวจ และเป็นพยานให้ได้มั้ยว่า ทั้งสองเป็นคู่รักกันจริง ๆ ผมจะได้ปล่อยตัวพวกเขาไป...”
พอได้ยินข่าวที่น่าตกใจ เสี่ยเหมียนถึงกับตัวแข็งทื่อ เธอพยายามเรียกสติกลับคืนมา แต่ ณ เวลานั้น เธอไม่มีสมาธิจับใจความสิ่งที่ตำรวจนายนั้นพูดต่อเลย เสี่ยเหมียนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า เธอวางสายจากเจ้าหน้าที่ตอนไหน และรีบเรียกแท็กซี่ไปสถานีตำรวจอย่างเหม่อลอย
เมื่อมาถึงที่หมาย
พอเห็นชายหญิงคู่หนึ่งนั่งด้วยกันในโถงแค่แวบเดียวเท่านั้น เธอก็รู้แล้วว่า พวกเขาคือใคร ชายคนนั้นคือ กู้หนาน หรือแฟนหนุ่มตัวดีของเธอ ส่วนคนที่นั่งข้างเขา ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ โยว่หง เพื่อนของเธอเอง ทั้งสองนั่งอิงแอบแนบชิดกัน ราวกับคู่รักที่กำลังฮันนีมูนกัน
เสี่ยเหมียนกำหมัดแน่น เพลิงโทสะฉายสะท้อนในดวงตา เธอเดินไปหาพวกเขา ในแต่ละย่างก้าวนั้น มีแต่ความรู้สึกหนักอึ้ง
โยว่หงเห็นเสี่ยเหมียนก่อน “เสี่ยเหมียน ฉันขอโทษ” โยว่หงพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เธอแสร้งทำเป็นขอโทษ
กู้หนานหันกลับมาเห็นแฟนสาวกำลังเดินดุ่ม ๆ มาทางพวกเขา เขาผลักโยว่หงออกไปโดยไม่ต้องคิด และรีบลุกขึ้นยืนก่อนที่เสี่ยเหมียนจะอ้าปากพูด “เสี่ยเหมียน เธอมาแล้วเหรอ?” กู้หนานทักทาย พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างเหนียมอาย
เขาละสายตาจากเสี่ยเหมียนอย่างตื่นกลัว กู้หนานชาไปทั้งตัว เขาไม่สามารถสู้หน้าเสี่ยเหมียนได้เลย
“คุณกู้หนานคะ เล่าให้เธอฟังทุกเรื่องเลยค่ะ” โยว่หงแนะนำ
“เหลวไหลน่า หยุดเลยนะ! อย่ามาล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้” กู้หนานจ้องเขม็งไปที่โยว่หง คล้ายจะส่งสัญญาณเตือนเธอไม่ให้หลุดปากพูดอะไรออกไปอีก เขาหันไปหาเสี่ยเหมียนอีกครั้ง “เสี่ยเหมียน ผมสัญญาว่า จะอธิบายทุกอย่างให้คุณฟังทีหลัง แต่ตอนนี้ ผมอยากให้คุณให้การกับตำรวจว่า พวกเราเป็นผู้บริสุทธิ์” เขาร้องขออย่างกับเป็นเรื่องปกติ
กู้หนานเอื้อมมือออกมาจะจับเธอ แต่เสี่ยเหมียนกลับเมินเฉย เธอเค้นเสียงตอบว่า “คุณคงมีคำอธิบายดี ๆ สำหรับเรื่องนี้ซินะ” เสี่ยเหมียนจ้องไปที่กู้หนานอย่างรังเกียจ
หลังจากให้การกับเจ้าหน้าที่ กู้หนานและโยว่หงก็ได้เป็นอิสระ ทั้งสามคนออกมาจากสถานีตำรวจด้วยกัน
“กู้หนาน คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง คนเฮงซวย” เสี่ยเหมียนตะโกนด้วยความโกรธแค้น หลังจากย่างกรายออกมาจากสถานีตำรวจ
“ฟังผมก่อน เสี่ยเหมียน!” กู้หนานขมวดคิ้วและอ้อนวอน เขาพยายามจับมือเสี่ยเหมียน แต่เธอก็พยายามดึงมือตัวเองออก
“หยุดพูดเถอะ! เห็นอยู่ตำตาว่า คุณมีชู้” เสี่ยเหมียนแผดเสียงใส่กู้หนาน “ตอนที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาว่า คุณไปใช้บริการคุณโส รู้สึกยังไงบ้างเหรอ? ถ้ารู้ว่า เหตุการณ์เป็นแบบนี้ ฉันไม่มาประกันตัวให้หรอก” เสี่ยเหมียนปาดน้ำตาออกจากดวงตาที่แดงก่ำ แววตาของเธอมีแต่ความโกรธและความผิดหวัง
พอคิดว่า ชายหญิงหน้าด้านสองคนนั้น ขอให้ตำรวจโทรหาเธอเรื่องประกันตัว เสี่ยเหมียนก็ยิ่งรู้สึกฉุน พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ แม้ว่าจะทำตัวน่ารังเกียจซะขนาดนั้น
คำพูดของเสี่ยเหมียนทำให้กู้หนานถึงกับหน้าม้าน เขาตะคอกกลับว่า “ใช่ ฉันนอนกับโยว่หง แล้วไงเหรอ?”
สิ้นเสียงของเขา เสี่ยเหมียนก็รู้สึกเวียนหัวและใจเหมือนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพยายามทรงตัวไม่ให้ล้มลงไปซะก่อน กู้หนานเดินเข้ามาช่วยแต่เสี่ยเหมียนสะบัดออกและผลักเขาออกไป ราวกับว่า เขาเป็นสิ่งสกปรก
“ไสหัวไปซะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!”
กู้หนานรู้สึกเหมือนกับว่า หัวใจของเขาถูกเข็มนับพันทิ่มแทงอยู่ “เสี่ยเหมียน” เขาพูดพึมพำ และเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น “ลืมเรื่องผู้หญิงคนอื่นไปได้เลย คุณเป็นคนเดียวที่ผมรัก แค่คนเดียวเท่านั้น”
พอได้ยินสิ่งที่กู้หนานพูด โยว่หงก็รู้สึกหึงหวง แต่เธอแกล้งทำเป็นเข้าใจ และพยายามเกลี้ยกล่อมเสี่ยเหมียนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “เขาพูดถูก คุณและกู้หนาน เกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน ฉันไม่มีทางฉกเขาไปจากคุณได้...”
“หุบปาก!” เสี่ยเหมียนพูดขัดจังหวะขึ้นมาก่อน เธอกัดฟันด้วยความโกรธ “แกไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น นังหน้าด้าน พอกันที เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว”
“เสี่ยเหมียน ได้โปรดอย่าทำกับฉันแบบนี้” โยว่หงอ้อนวอนเสียงเศร้า แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววความพอใจและความหยิ่งผยอง
ถ้าไม่ได้เป็นเพราะคุณกู้หนาน เธอคงไม่เป็นเพื่อนกับคุณเสี่ยเหมียนหรอก! ตอนนี้ เธอได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้สำเร็จแล้ว คงไม่ต้องพยายามไปมากกว่านี้
“เสี่ยเหมียน อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลยน่า” กู้หนานพูดอย่างเหลืออด “ผมสัญญาว่า จะรักและแต่งงานกับคุณเท่านั้น คุณยังต้องการอะไรอีกเหรอ?”
“ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่งั้นเหรอ? รักของคุณนี่คือหมายถึงนอนกับผู้หญิงคนอื่น แล้วเอาแต่โกหกฉันใช่มั้ย? ขอโทษนะ ฉันจะไม่ทนกับความรักแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว”
“แค่รักคุณคนเดียว ก็ยังไม่พออีกเหรอ?”
“ไม่พอ รักแล้วก็ต้องซื่อสัตย์ด้วยซิ นี่เห็นอยู่ตำตาว่า คุณไม่ซื่อสัตย์ต่อฉัน!”
กู้หนานระเบิดเสียงหัวเราะ เขาคิดว่า ความคิดของเธอช่างน่าขบขันและไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย เขาพูดกับเธอว่า “เสี่ยเหมียน ผมเป็นลูกคนแรก แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ผมจะไม่มีวันคบผู้หญิงเพียงคนเดียว ไม่ว่าผมจะโสดหรือแต่งงานแล้ว คุณเข้าใจใช่มั้ย?
ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน คุณควรทำใจยอมรับให้ได้ ทำใจได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งดี”
“ตำแหน่งภรรยาจะเป็นของคุณคนเดียวเท่านั้น สำหรับผู้หญิงคนอื่น ก็แค่ผ่านมาและผ่านไป แต่ตำแหน่งของคุณจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
เขามโนไปเองว่า เขาเป็นผู้ชายที่โรแมนติกและมีเสน่ห์ กู้หนานรอให้เสี่ยเหมียนเคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดเหล่านั้น และโผเข้าสู่อ้อมแขนของเขา
“เพียะ!” เสี่ยเหมียนตบหน้ากู้หนานไปฉาดใหญ่
หน้าของเขาถึงกับหันไปอีกทาง ภายใต้แสงไฟริมถนน ปรากฏเป็นรอยแดงรูปฝ่ามือบนผิวหน้าอย่างชัดเจน เขาเซไปด้านหลัง แววตาเต็มไปด้วยความตกใจ
เธอกล้าดียังไงมาตบหน้าเขา?
โยว่หงตกใจจนตัวแข็งทื่อ เธอรวบรวมสติ และแสร้งทำเป็นตรวจดูใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความห่วงใย แต่กู้หนานกลับสะบัดเธอออกทันที
“คุณเสี่ยเหมียน นี่คุณเป็นบ้าอะไร?” กู้หนานแผดเสียงด้วยความโกรธ เขามองเธออย่างไม่เชื่อสายตา แววตาของเขามีแต่ความโกรธจัด
นับตั้งแต่เขาเกิดมา ไม่เคยมีใครกล้าตบเขามาก่อน
พอนึกถึงคำพูดที่แสนโหดร้ายของเขา แถมไม่มีท่าทีสำนึกผิดเลย เสี่ยเหมียนก็ตัวสั่นด้วยความโกรธ “ฉันเพิ่งจะรู้ว่า คุณทั้งน่าสมเพชและอวดดีได้ขนาดนี้”
แบ่งสามีกับผู้หญิงคนอื่นงั้นเหรอ? นี่เขาคิดแบบนี้ได้ยังไงกัน
ถึงแม้ว่าเสี่ยเหมียนจะมองไปที่เขา เธอกลับรู้สึกแปลก ๆ ราวกับว่า เธอไม่เคยรู้จักเขาเลยจริง ๆ
“กู้หนาน เราเลิกกันเถอะ จบกันแค่นี้”
เสี่ยเหมียนพร้อมที่จะเดินจากเขาไป เธอเหนื่อยและไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะรับมือกับเรื่องคาว ๆ นี้อีกต่อไป เธอเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ แต่แล้ว เธอก็รู้ว่า มันไม่มีประโยชน์เลย ที่จะปล่อยให้เขาทำร้ายจิตใจเธอต่อ เขาจะทำให้ชีวิตของเธอยุ่งเหยิงไปมากกว่านี้
“ผมไม่เลิก” กู้หนานแผดเสียง จู่ ๆ เขาก็กลัวการสูญเสีย ราวกับว่า เขากำลังจะเสียสิ่งที่มีค่าและไม่มีอะไรมาทดแทนได้
จังหวะที่เขากำลังจะวิ่งตามเสี่ยเหมียน โยว่หงก็สวมกอดเขาแน่นจากทางด้านหลัง
“กู้หนาน อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว” โยว่หงโอบเอวของกู้หนานอย่างช่ำชองและสัมผัสเขาอย่างอ่อนโยน “ตอนนี้ เสี่ยเหมียนกำลังโกรธหน้ามืดตามัว เธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นหรอกค่ะ คุณควรให้เวลาเธอสงบสติอารมณ์บ้าง คุณเป็นผู้ชายที่ดีมาก เธอจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงกัน?”
พอเริ่มเข้าใจสิ่งที่โยว่หงพูด เขาก็สงบลงในที่สุด
ตระกูลเจริญศิริวงศ์เป็นที่นับหน้าถือตา และมีประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองมาหลายศตวรรษ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองของเมืองนี้ พวกเขาทำได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการในเมืองนี้ ด้วยความที่กู้หนานเป็นลูกชายและทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล สถานะทางสังคมของเขา จึงสูงส่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ นอกจากนั้น เขายังรูปร่างหน้าตาดี แล้วคุณเสี่ยเหมียนจะหาชายอื่นที่สมบูรณ์แบบเท่าเขาได้ยังไงกัน?
คงจะดี ถ้าเธอได้พักผ่อนสักสองสามวัน เพื่อสงบสติอารมณ์ และทบทวนความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง อีกด้านหนึ่ง กู้หนานคิดว่า เสี่ยเหมียนต้องรู้ตัวเสียทีว่า ถึงแม้เขาจะรักเธอ แต่ความอดทนของเขาก็มีขีดจำกัด ถ้าคนที่ตบไม่ใช่เสี่ยเหมียน เขาคงได้หักมือคนพวกนั้นไปแล้วแน่ ๆ!
“พี่หนานคะ ฉันรู้สึกหนาวจังเลย” โยว่หงยิ้มอย่างหว่านสเน่ห์เพื่อปลุกสัญชาติญาณความเป็นชายในตัวเขาออกมา น้ำเสียงอันเย้ายวนของเธอยากที่ใครจะปฏิเสธได้
กู้หนานใช้แขนทั้งสองโอบเอวของโย่วหงไว้ และพูดว่า “เข้าไปในรถกันเถอะ เดี๋ยวพี่จะทำให้เธออุ่น”
การนอนกับผู้หญิงไปเรื่อยไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสำหรับคุณกู้หนาน
แต่ถึงยังไง เสี่ยหมียนก็ยังเป็นผู้หญิงคนโปรดของเขา เขาอยากจะนอนกับเธอมากแต่ยังไม่มีโอกาสสักที จึงได้แต่พยายามควบคุมอารมณ์ของเขาไว้ และสาบานกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งต้องกินเธอให้ได้ เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอต้องเป็นผู้หญิงของเขาอย่างแท้จริง
...
แม้ว่าพวกเขาคบกันมาเพียงสามปี แต่เสี่ยเหมียนนั้นก็รักเขาสุดหัวใจ แต่เธอกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลังทั้งจากแฟนของเธอ และเพื่อนสนิทของเธอในเวลาเดียวกัน ความเศร้าโศกทำให้เธอเหม่อลอยเหมือนคนไร้วิญญาณ เธอไปนั่งดื่มที่บาร์เพื่อที่จะได้ลืมความเศร้านี้ไป
ตอนประมาณตี สอง คุณเสี่ยเหมียนเดินออกมาจากบาร์ด้วยท่าทางมึนเมาและขาดสติ เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก เดินไปมาอยู่กลางถนน
ทันใดนั้น มีแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งสาดเข้ามายังเธออย่างกะทันหัน ทำให้เธอรู้สึกแสบตาอย่างรับมือไม่ทัน เสี่ยเหมียนรู้สึกมึนงงและตัวแข็งทื่อไป เธอยืนค้างอยู่ตรงนั้นมองดูรถมายบัคสีดำขับตรงมาที่เธอ
“โอ๊ย” เสี่ยเหมียนล้มลงในขณะที่รถหยุดชะงักตรงหน้าเธอ
การเบรคกระทันหันทำให้คนที่กำลังพักสายตาอยู่ในรถนั้นกระเด้งออกจากที่นั่งทันที เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะชำเลืองมองที่เสิ่นห้าว ที่เป็นทั้งคนขับรถและผู้ช่วยส่วนตัวของเขา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“คุณ ถิ๋งเจว๋ครับ” เสิ่นห้าวตอบขณะที่บนหน้าผากของเขาเหงื่อไหลออกไม่หยุด “จู่ ๆ ก็มีคนเดินมาตัดหน้ารถ ผมก็เลยเหยียบเบรคอย่างเต็มแรง ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุไปแล้วครับ อาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพก็ได้ครับ”
“ลงไปจัดการซะ
“ครับ คุณ ถิงเจว๋”
เสิ่นห้าวลงจากรถเพื่อไปดูว่ามีคนได้รับบาดเจ็บหรือไม่ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือผู้หญิงสวยที่นอนหมดสติอยู่หน้ารถ ขณะที่เสิ่นห้าวเข้าไปดูใกล้ ๆ เขาได้กลิ่นเหล้ามาจากตัวของเธอ ดูเหมือนว่าเธอไม่น่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ
“นี่ คุณ! คุณ ตื่น!”
เขาตกใจมากเมื่อเขามองเห็นว่าผู้หญิงที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้าของเขาคือใคร
‘นี่มันคุณไป๋เสี่ยเหมียน แฟนของคุณกู้หนาน? เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันนะ?’ เสิ่นห้าวสงสัย
โชคดีที่เขาเป็นคนขับรถ ถ้าเป็นคนอื่นเธออาจจะโดนชนไปแล้ว!
เสิ่นห้าวไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง เขาจึงรีบกลับไปบอกเจ้านายของเขาว่าเขาเห็นอะไร “คุณ กู้ครับ คนที่นอนหมดสติอยู่หน้ารถของเรา คือคุณไป๋เสี่ยเหมียน แฟนของคุณกู้หนาน ดูเหมือนเธอจะเมามากครับ…”
พอรู้ว่าเป็นไป๋เสี่ยวเหมียน ดวงตาของกู้ถิงเจว๋ก็เปิดกว้าง เขาจำเธอได้ ผู้หญิงที่กู้หนานเคยพากลับมาที่บ้าน เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักและมีรอยยิ้มที่สดใสอยู่เสมอ เขาสั่งโดยไม่ลังเล “พาเธอขึ้นมาในรถ”
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง เสิ่นห้าวก็รีบอุ้มเสี่ยเหมียนขึ้นรถ
เสี่ยเหมียนนอนอยู่บนรถรู้สึกไม่สบายตัว เธอพึมพำ ลืมตา แล้วจ้องไปที่ชายที่กำลังนั่งนวดหว่างคิ้วอยู่ข้าง ๆ เธอด้วยสายตาว่างเปล่าและมึนงง เสี่ยเหมียนถาม “คุณเป็นใคร...”
ชายคนนั้นหันมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เสี่ยเหมียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอคือใคร เธอพูดตะกุกตะกัก “กู้ กู้ถิงเจว๋? เป็น... เป็นคุณนี่เอง!”
ถิงเจว๋ไม่สนใจเธอและบอกให้เสิ่นห้าวขับรถตรงไปที่บ้านของกู้หนาน
แค่ได้ยินชื่อของกู้หนาน เสี่ยเหมียนก็อารมณ์เสียทันที “ฉันไม่อยากไปบ้านเขา ฉันเลิกกับเขาไปแล้ว!”
“เลิกกันแล้ว?” ถิงเจว๋ทวนคำพูดของเธอพลางเลิกคิ้วขึ้น
“ใช่ เราเลิกกันไปแล้ว...” พูดจบ เสี่ยเหมียนก็สะอื้นขึ้นมาทันที น้ำตาของเธอไหลออกมาทันทีที่เธอนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันก่อน หัวใจของเสี่ยเหมียนแตกสลาย ก่อนพูดต่อ “เขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น... แถมยังค้าประเวณี!”
เธอตั้งใจพูดให้ดูรุนแรง อย่างกับนักเรียนกำลังฟ้องคุณครูอย่างไรอย่างงั้น
ถิงเจว๋ถึงกับชำเลืองมองไปที่เธอ ‘ค้าประเวณี? ท่าทางต้องจัดการกู้หนานบ้างแล้ว’ ถิงเจว๋คิด
ตามจริงแล้ว ถิงเจว๋ไม่ได้คาดหวังในตัวหลานชายคนนี้มากมาย เพราะถึงยังไงกู้หนานก็ไม่ใช่สายเลือดโดยตรงของเขา ถิงเจว๋ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการที่กู้หนานมีอะไรกับผู้หญิงอยู่แล้ว แต่จะไปเอี่ยวกับเรื่อง “การค้าประเวณี” ซึ่งอาจทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียแบบนี้ไม่ได้
“กู้ถิงเจว๋ คุณต้องสั่งสอนให้มันหลักจำไปเลยนะ!”
คุณถิงเจว๋ยังคงจงใจเพิกเฉยต่อคุณเสี่ยเหมียน ขณะที่เธอเน้นย้ำคำพูดของเธอด้วยความโกรธอีกครั้ง เสี่ยเหมียนคิดว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ ๆ ถิงเจว๋อีก เธอโอบคอของถิงเจว๋ไว้ ก่อนดึงเขาเข้ามาใกล้เธอ แล้วพูดว่า “คุณได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย?”
ถิงเจว๋ขมวดคิ้วแล้วดันมือเธอออก ทำให้เธอเสียการทรงตัวและล้มลงบนตักของเขา ใกล้กับหว่างขาของเขา
เธออ้าปากหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นเหล้าพร้อมลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอก็แผ่ซ่านไปที่จุดซ่อนเร้นของเขาซึ่งมีเพียงผ้าบาง ๆ สองชั้นปิดไว้
คุณถิงเจว๋ถึงกับหยุดหายใจอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณต้องสั่งสอนเขาสักที!” เสียงของเสี่ยเหมียนช่างนุ่มนวลและเย้ายวน
“ผมควรจะสอนคุณก่อน” ถิงเจว๋ผลักหัวเสี่ยเหมียนออกไปและพูดด้วยเสี่ยงแหบ ๆ ว่า “ลุกขึ้นมา!”
‘กล้าดียังไงมายั่วยวนผมในรถผม? เธอจงใจหรือเปล่า?’
“กู้หนานเป็นคนสารเลว! และคุณก็คงไม่ต่างอะไรกับเขา! ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้มันเลว...” เสี่ยเหมียนพูด เสี่ยเหมียนพิงเขาและปฏิเสธที่จะนั่งตัวตรง เธอทำตัวเหมือนเด็กที่งอแงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
ถ้าเธอเจอเขาตอนที่ไม่เมา เธอคงไม่กล้าแม้แต่จะมองคุณถิงเจว๋แน่ๆ เพราะเธอกลัวความบ้าระห่ำของเขา แต่เพราะฤทธิ์ของเหล้าในขณะนั้น ทำให้คุณเสี่ยเหมียนขาดสติ และเธอก็พ่นเรื่องไร้สาระที่เข้ามาในหัวของเธอโดยไม่ทันคิดถึงสิ่งที่จะตามมา
“เขาบอกว่าฉันต้องชินกับความสัมพันธ์บ้าบอนั่นของเขากับผู้หญิงอื่น ไปตายซะ คนสารเลวไร้ยางอาย!” คุณเสี่ยเหมียนสาปแช่งอย่างโกรธจัด จากนั้นเธอเอาความโกรธของเธอไปลงกับคุณถิงเจว๋ “คุณก็คงไม่ต่างอะไรกับเขา... และคุณเองก็มีหน้ามีตาเป็นคนใหญ่คนโต เป็นถึงประธานบริษัท คุณก็คงมีผู้หญิงวิ่งตามเป็นฝูง น่าจะพอที่จะตั้งทีมฟุตบอลได้เลย คอยที่จะประจบประแจงคุณตลอดเวลา...”
คุณถิงเจว๋เริ่มหมดความอดทน สีหน้าของความไม่พอใจค่อยๆ ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เขาไม่รู้จะจัดการยังไงกับผู้หญิงขี้เมาคนนี้ดี คุณถิงเจว๋พยายามผลักเธอออกไป เธอล้มลง และไถลกลับมาเกาะเขาเป็นตังเมเหมือนเดิม คุณเสี่ยเหมียนไม่มีความรู้สึกละอายสักนิดเลย
ความขาดสติของคุณเสี่ยเหมียนยังคงไม่หยุดเพียงแค่นั้น เธอเอื้อมมือไปกอดคอของเขาไว้ ก่อนจะพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มว่า “กู้ถิงเจว๋ คุณมีปัญหาไตพร่องหรือเปล่า? ห๊ะ ?”
นี่เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายก่อนที่เขาจะทนไม่ได้ ขณะที่เธอเล่นสนุกกับความเป็นชาย คุณถิงเจว๋โกรธจนตาลุกเป็นไฟ
แต่คุณเสี่ยเหมียนก็ไม่ได้มีทีท่าเกรงกลัวเขาเลย เธอกลับยิ้มและมองลึกเข้าไปในตาเขา ดวงตาของเธอเปล่งประกายราวกับเพชรที่ระยิบระยับอยู่ภายใต้แสงจันทร์ นัยน์ตาของเธอสะท้อนให้เห็นเงาของเขา
ริมฝีปากแดงของเธอกำลังจะเปิดขึ้นเพื่อพูด เป็นเหมือนเกสรที่รอให้ผึ้งมาจุมพิตไป
กู้ถิงเจว๋นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ ริมฝีปากนี่คือปากเล็ก ๆ ที่พ่นลมร้อนออกมาพร้อมกับกลิ่นเหล้า ที่พ่นไปที่... ผู้หญิงคนนี้น่าหลงไหลเป็นบ้า!
“ให้ตายเถอะ เธอมันผู้หญิงบ้าบิ่น! เธอเป็นคนยั่วผมก่อนนะ เธอทำตัวเธอเอง”
เขาใช้มือจับที่ท้ายทอยของเธอ และดึงเธอเข้ามาใกล้ แล้วประกบจูบเธออย่างดูดดื่ม ราวกับว่าพยายามจะกลืนคำพูดเวิ่นเว้อของเธอเข้าไปอย่างไรอย่างงั้น
“เอ่อ...” การพูดพล่ามของเธอทั้งหมดถูกกลืนกินด้วยจูบที่ไม่รู้จักพอของเขา
ความปราถนาที่ไม่รู้จักพอได้ครอบงำถิงเจว๋ ขณะที่เขาตั้งใจจะไปต่อนั้น เขาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของเสิ่นห้าวจากที่นั่งคนขับด้านหน้า
“คุณ ถิงเจว๋ ถึงหยวุนจือตู วิลล่าแล้วครับ” นี่คือวิลล่าของคุณกู้หนาน ที่เขาอาศัยอยู่คนเดียวตั้งแต่เขาโตเป็นผู้ใหญ่
คุณถิงเจว๋ขบริมฝีปากของเสี่ยเหมียนเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากเธอ “กลับรถไปที่คฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่ ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
“ได้ครับ คุณ ถิ๋งเจว๋!” แม้ว่าเสิ่นห้าวจะไม่กล้าที่จะแอบดูว่าเจ้านายของเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ด้วยความเป็นผู้ชาย จากเสียงด้านหลังนั้นก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณไป๋คือแฟนของ คุณกู้หนาน ทำไม... คุณถิงเจว๋ถึง...” เสิ่นห้าวสงสัย
เสียงจูบอันเร่าร้อนยังคงดังมาจากด้านหลัง ทำเอาเสิ่นห้าวอยากจะเป็นคนหูหนวกไปเลย จะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงพวกนี้
รถแล่นออกไป และได้มาถึงคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่ในไม่ช้า
ถิงเจว๋ช่วยอุ้มเสี่ยเหมียนลงจากรถและพาเธอเข้าไปในวิลล่า เขาอุ้มเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะพาเธอขึ้นบันไดและตรงไปที่ห้องนอน
เสี่ยเหมียนที่กำลังเหนื่อยล้าและมึนเมาหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน แต่แน่นอนว่าถิ๋งเจว๋ที่กำลังมีอารมณ์นั้นไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
คืนนั้นก็เลยกลายเป็นคืนที่สุดแสนดูดดื่มและวิเศษ..
บ่ายวันรุ่งขึ้น เสี่ยเหมียนตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนาน ร่างกายของเธอปวดเมื่อยราวกับว่าเธอถูกรถไฟทับมาเมื่อคืนนี้
เธอมองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่ามีใครอยู่ในห้องหรือไม่ แต่กลับไม่พบใครเลย เสี่ยเหมียนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ และจ้องมองไปที่งานแกะสลักบนเพดานอย่างว่างเปล่า เธอเริ่มคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน และเริ่มประติดประต่อเรื่องได้...
บูม!
เมื่อเธอเริ่มประติดต่อเรื่องเมื่อคืนได้ หัวของเสี่ยเหมียนก็แทบจะระเบิดในทันที ‘ฉัน ฉัน เหมือนฉันจะมีอะไรกับผู้ชายเมื่อคืนนี้! และผู้ชายคนนั้น... ผู้ชายคนนั้นคือคุณอาของคุณกู้หนาน คุณถิงเจว๋!
ตายแล้ว !’ เสี่ยเหมียนอุทานในใจ
ปีนี้กู้ถิงเจว๋อายุ 27 แม้ว่ากู้หนานกับเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงทางสายเลือด แต่เธอก็นับถือและเคารพเขาในฐานะคุณอาของกู้หนาน เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง!
เสี่ยเหมียนรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจไปบาร์ของเธอเมื่อคืนนี้ ถ้าเมื่อคืนเธอไม่ได้ขาดสติขนาดนั้น เธอก็คงไม่ได้พบกับกู้ถิงเจว๋ระหว่างทาง และพวกเขาก็จะไม่มีวัน...
เธอทำตัวเองทั้งนั้น!
ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตู มันทำให้เธอแทบหัวใจวาย
‘นี่ฉันควรทำยังไง? ฉันควรจะไปเผชิญหน้าเขายังไง?’
ก่อนที่เสี่ยเหมียนจะรวบรวมสติของเธอได้ เสียงของสาวใช้ก็ดังขึ้นมาจากนอกห้อง “ตื่นแล้วเหรอคะคุณผู้หญิง?”
เสียงของสาวใช้ทำให้เสี่ยเหมียนโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ไม่ใช่คุณถิงเจว๋ “ค่ะ เข้ามาได้ค่ะ”
เธอนั่งตัวตรง ผ้าห่มที่คลุมร่างกายของเธอ ค่อย ๆ หล่นลงมา เผยให้เห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าขาวราวหิมะ และเห็นร่องรอยของความมึนเมาของเธอ
แย่จังที่ตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่จะห้ามสาวใช้ไม่ให้เข้ามา เธอเข้ามาทางประตูและเห็นสภาพของคุณเสี่ยเหมียน ด้วยท่าทางแสดงอารมณ์ที่คลุมเครือซึ่งคุณเสี่ยเหมียนอ่านใจเขาไม่ออก สาวใช้จึงพูดว่า “นี่คือเสื้อผ้าใหม่สำหรับคุณค่ะ คุณผู้หญิง”
เสี่ยเหมียนขมวดคิ้วด้วยความเขินอาย ขณะที่เธอตั้งใจจะปฏิเสธสาวใช้ แต่ดันเหลือบเห็นเสื้อผ้าของเธอที่กองอยู่บนพื้น เธอหน้าแดงขึ้นมาทันทีและพูดด้วยเสียงเบา“ขอบคุณค่ะ!”
เธอพยายามจัดการตัวเองอยู่ครู่นึงก่อนจะถามว่า “คุณอา... คุณ คุณถิงเจว๋อยู่ที่ไหน?”
“คุณ ถิงเจว๋ออกไปทำงานที่บริษัทแล้วค่ะ” สาวใช้รู้สึกอิจฉาคุณเสี่ยเหมียน เพราะเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุณถิงเจว๋เคยพามาที่บ้าน ด้วยความอิจฉาริษยา สาวใช้ไม่ได้บอกข้อความที่คุณถิงเจว๋ฝากไว้ให้เสี่ยเหมียน
เสี่ยเหมียนสังเกตเห็นท่าทีเหยียดหยามของสาวใช้ เธอจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากสาวใช้ออกจากห้องไป คุณเสี่ยเหมียนรีบแต่งตัว ก่อนจะเรียกแท็กซี่และออกจากคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงก่อนที่คุณถิงเจว๋จะกลับมา
หลังจากที่แท็กซี่ของคุณเสี่ยเหมียนเพิ่งจะออกไป กู้ถิงเจว๋ก็กลับมาถึงคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่
เขารู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นห้องที่ว่างเปล่าของเขา
ผ่านไปไม่กี่วินาที คุณถิงเจว๋ก็ดึงผ้าห่มที่ยังมีไออุ่นของเธอหลงเหลืออยู่ เขาเห็นรอยเลือดอยู่บนเตียง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคุณถิงเจว๋เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ
เขาละสายตาออกจากผ้าปูที่นอนนั่น แล้วแววตาของเขาก็เปลี่ยนไป
จริง ๆ แล้ว เมื่อคืนเขาสามารถผลักเธอออกจากเขาได้ แต่แทนที่จะทำแบบนั้น เขากลับทำตามสิ่งที่หัวใจของเขาเรียกร้อง
เขาต้องยอมรับว่าเขาถูกเธอยั่วยวนจนเป็นเหตุ การควบคุมตนเองที่เขาพยายามทำมาโดยตลอดพังทลายลงเพราะเธอ และความประหม่าของเธอได้ปลุกสัตว์ร้ายที่หลับใหลมาอย่างยาวนานในตัวเขา เมื่อคืนเขากอดเธอให้อยู่ในอ้อมแขนและมีความสุขกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งคืน...
ในเมื่อเธอเข้ามายั่วยวนเขาแล้ว ก็อย่าหวังจะได้หนีไปได้เลย
...
หลังจากที่เสี่ยเหมียนออกจากคฤหาสน์ จิ่วฉวุหมิงตี่ เธอไม่ได้ไปทำงานต่อ พอโทรลางานแล้ว เธอก็กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของตน นอนหลับจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นและกลับไปทำงานตามปกติ
แต่เมื่อเธอเห็นรถ แอสตันมาร์ติน ของคุณกู้หนานที่จอดอยู่ที่ประตูบริษัท เธอรู้ทันทีว่าจะมีเรื่องทำให้เธอลำบากใจเกิดขึ้นแน่ ๆ
คุณโยว่หงก้าวลงจากรถอย่างสง่างามด้วยรองเท้าส้นเข็มและรอยยิ้มอันแสนหวานบนใบหน้าของเธอ
เมื่อคุณกู้หนานลงจากรถ เขาจงใจเพิกเฉยคุณเสี่ยเหมียน และดึงโยว่หงเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อบรรจงจูบต่อหน้าทุกคน คุณโยว่หงถึงกับหอบและหายใจไม่เป็นจังหวะจากการจูบที่ดูดดื่มของคุณกู้หนาน
“พี่หนานคะ คนเขากำลังมองเราอยู่น่ะ ไม่เอาค่ะ...” คุณโยว่หงพูดด้วยท่าทางตำหนิ และเอามือทุบที่หน้าอกของเขาเบา ๆ
กู้หนานโอบรอบเอวเล็ก ๆ ของเธอ ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า “เธอนี่ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ”
คุณเสี่ยเหมียนชำเลืองมองดูผู้คนที่เฝ้าดูพวกเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยาม และเดินผ่านประตูบริษัทไปโดยไม่หันกลับมามอง
คุณกู้หนานพยายามทำทุกอย่างต่อหน้าคุณเสี่ยเหมียนเพื่อให้เธอหึง แต่น่าเสียดายที่คุณเสี่ยเหมียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาตามที่เขาต้องการ และเดินผ่านไปอย่างเฉยเมย จู่ ๆ กู้หนานรู้สึกหดหู่และเศร้าเล็กน้อย
“ก็ได้ งั้นผมไปก็ได้”
คุณกู้หนานผลักโยว่หงออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว เขาขึ้นรถแล้วขับออกไป
ตั้งแต่คืนนั้นจนถึงตอนนี้ เขาไม่สำนึกผิดแม้แต่นิดเดียวกับสิ่งที่เขาทำลงไป เมื่อมองสังคมรอบตัวของเขาแล้ว เขาคิดว่าการที่เขาคบผู้หญิงไปทั่วนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะผิดหรือแปลกตรงไหนเลย?
เสี่ยเหมียนเป็นคน ๆ เดียวที่เขาจะแต่งงานด้วย ซึ่งจะเป็นเมียหลวงของเขา นี่คือความรักที่ดีที่สุดที่เขามีให้กับเธอ
สิ่งที่เขาทำลงไปต่อหน้าคุณเสี่ยเหมียนนั้นก็เพื่อตัวเธอเอง ถ้าแค่นี้เธอก็ทนไม่ได้ แล้วเธอจะมาเป็นภรรยาที่แสนดีของเขาได้ยังไง?
ณ บริษัทหงไท่
คุณเสี่ยเหมียนพยายามไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วหันไปสนใจกับงานของเธอแทน แต่แล้วเธอก็ถูกขัดจังหวะ
“นี่ โยว่หง! คุณ กู้หนานทิ้งไป๋เสี่ยเหมียนไปแล้วใช่ไหม? ดูสิว่าเธอผิดหวังแค่ไหน!”
“แต่ก็อย่างว่าละนะ พี่โยว่หงกับคุณ กู้หนานดูเหมาะสมกันดี!”
“ฉันเดาไม่ผิดเลย! ว่าคุณ กู้หนานจะมาคว้าผู้หญิงเย่อหยิ่งและเย็นชาอย่างเธอได้ยังไง? พี่โยว่หงกับคุณกู้หนานเหมาะสมกันมากกว่าตั้งเยอะ...”
จากการที่เพื่อนร่วมงานของเธอร่วมกันประจบสอพลอและสรรเสริญเธอนั้น ยิ่งทำให้คุณโยว่หงพอใจอยู่ไม่น้อย เธอแสร้งทำเป็นไม่พอใจและยืนกรานว่า “พวกเธออย่าพูดแบบนั้นเลยนะ! คุณเสี่ยเหมียนกับฉันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันไม่อยากทำร้ายเขา...”
“คุณพล่ามกันเสร็จยัง?” คุณเสี่ยเหมียนมองดูเธออย่างขยะแขยง “ถ้าพล่ามเสร็จแล้ว ก็อย่ามาทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงไปมากกว่านี้”
“เธอพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงคุณเสี่ยเหมียน” คุณโยว่หงเม้มริมฝีปากล่างของเธอ อย่างไม่พอใจกับคำพูดของคุณเสี่ยเหมียน
คนรอบข้างคุณโยว่หงเป็นพวกไหลตามน้ำและเชื่อถือไม่ได้ พวกเขารีบยุแยงและพูดว่า “โอ้ ตายแล้ว! ใครก็ได้เอาผู้หญิงคนนี้ไปเช็คสมองที! โยว่หง คุณไม่จำเป็นที่จะต้องพูดจาดี ๆ กับเธอหรอก! คนอย่างเธอสมควรแล้วที่เป็นแบบนี้!”