2
น้องสาวเพื่อน
ดนัยมองจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกับแบบร่างตึกที่เขากำลังปรับแก้ ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้นเมื่อมีเสียงเรียกพลางเคาะประตูอย่างไม่เกรงใจ
ตลอดทั้งคืนเขาไม่ได้นอนเพราะต้องแก้แบบจนถึงเช้าเพื่อที่จะเสร็จทันส่งลูกค้ากลับต้องมาชะงักเพราะเสียงที่ขัดจังหวะแต่เข้า
ชายหนุ่มลุกจากโต๊ะทำงานตรงไปที่ประตูบ้านทันทีเพื่อจะหยุดเสียงรบกวน เมื่อเขาเปิดประตูมาพบพสุธร คิ้วที่ขมวดอย่างหงุดหงิดก็คลายลง สายตาจ้องมองเพื่อนด้วยความฉงน
"ไม่รีบไปขึ้นเครื่อง?" ดนัยกล่าวถาม
"รีบ แต่มาฝากยายแพรวกับแกก่อน" พสุธรตอบ
"ไม่ฝากก็ช่วยดูอยู่แล้ว ฝากจนกลายเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำเป็นประจำ ให้ตายเถอะ" ดนัยกล่าวประชด
แต่พสุธรใช้ว่าจะใส่ใจหรือคิดมากกับคำพูดของดนัย หนำซ้ำยังสวนกลับหน้าตาเฉย
"ก็ดี งั้นคราวหลังฉันจะได้ไม่ต้องมาบอก จะได้ออกไปเลย"
"ยังจะมีคราวหลังอีกเหรอวะ"
"เออดิ ไปละ รีบ"
พสุธรกล่าวอย่างกวนประสาทก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถที่เรียกมาแทนขับรถไปเอง ก็เพราะไม่อยากเอารถไปจอดทิ้งไว้ที่สนามบิน และไม่อยากรบกวนดนัยที่กำลังทำงานชิ้นสำคัญให้ไปส่ง แค่เขาเห็นสีหน้าอิดโรย ผมยุ่งเหยิง ใต้ตาคล้ำ ก็พอจะเดาได้ว่านั่งทำงานมาทั้งคืนยังไม่ได้นอน
เมื่อพสุธรขึ้นรถไป ดนัยก็หันไปมองบ้านของเพื่อนที่ปิดเงียบก่อนจะปิดประตูหมุนตัวกลับเข้าไปทำงานต่อให้เสร็จแม้ภายในหัวจะคิดถึงแต่ใบหน้าของน้องสาวเพื่อนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงนุ่มรอเวลาไปมหาวิทยาลัยในช่วงบ่าย
...สี่ปีก่อน
เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งผับเช่นเดียวกับผู้คนที่วาดลวดลายเต้นอย่างร้อนแรงไปกับเสียงเพลง มีเพียงกลุ่มชายหนุ่มห้าคนที่นั่งดื่มอย่างใจเย็นไม่สนใจสายตาผู้หญิงมากมายที่ส่งสายตาทอดสะพานมาให้ทุกมุมของผับ มีเพียงหนึ่งเดียวที่ชายหนุ่มทั้งสี่สนใจเห็นจะเป็นภาพหญิงสาวกอดคอชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มหวานที่วางอยู่บนโต๊ะ ยกเว้นหนึ่งชายหนุ่มที่นั่งนิ่งมีใบหน้าไม่พอใจกับเพื่อนอีกสี่คนที่นั่งมองรูปถ่าย
"ไอ้สุ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแกมีน้องสาวสวยขนาดนี้ ขอไม่ได้เหรอวะ"
รเมศเงยใบหน้าขึ้นมามองพสุธรด้วยรอยยิ้มเย้าหยอก
"อย่างแกอย่าหวังเลย คนที่ไอ้สุจะยกให้ก็มีแต่ไอ้นัยเท่านั้นแหละ"
เขตต์ทิศละสายตาจากภาพถ่ายน้องสาวของพสุธรมามองรเมศพลางกอดคอให้กำลังใจที่จะต้องอดได้น้องสาวเพื่อนมาเป็นแฟน
"ไม่ยกให้ใครทั้งนั้นแหละ"
พสุธรกล่าวพลางยกเตกิลาดื่มลวดเดียวหมดแก้วก่อนจะหยิบรูปถ่ายของตัวเองและน้องสาวเก็บเข้ากระเป๋า หลังจากถูกเพื่อนอย่างเจนภพดึงออกระหว่างที่เขาหยิบบัตรเครดิตมาให้พนักงานจนเป็นเหตุให้ทุกคนกันเขาออกและวางรูปไว้บนโต๊ะ
"ไม่ยกให้แน่นอนเหรอวะ อย่างไอ้นัยไง ใช้โควตาบ้านใกล้เรือนเคียง มันไม่ตกใจเลยที่เห็นรูปแกกับน้องสาว พอลองนึกอีกทีว่าแกสองคนอยู่บ้านข้างกัน ซุ่มเงียบเหรอวะ ไอ้นัย"
เจนภพเอ่ยพลางกระทุ้งศอกไปที่ดนัยซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางสบายใจ มือถือแก้วที่มีเครื่องดื่มวอดก้าสายตาจับจ้องไปที่พสุธร
ทว่า กลับไม่ได้มองเพื่อนสนิทแต่มองเลยไปด้านหลังซึ่งมีร่างสูงเพรียวของหญิงสาวใบหน้าสะสวยอยู่ในชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปสีแดงเดินตรงมายังโต๊ะพวกเขา พสุธรมองดนัยก่อนจะมองไปตามสายตาก็พบกับหญิงสาวสวยที่ส่งยิ้มมาทางพวกเขา
"ไอ้นัยก็เหมือนพี่ชายอีกคนของน้องฉัน นู้น ตัวจริงของมันมาแล้ว"
พสุธรหันกลับมาพูดซึ่งทำให้คนอื่นๆ หันไปตามสายตาของดนัย
“สเปคมันคนละขั้วกับน้องสาวแกเลยวะ เซ็กซี่ หุ่นเพรียว สวยเผ็ดร้อน หน้าอกอึ๋มโคตร”
รเมศพูดขึ้นอย่างล้อเลียนดนัย ซึ่งทำให้คนอื่นๆ พากันหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พอดีกับหญิงสาวสวยเดินเข้ามานั่งลงข้างดนัยละฉกจูบโชว์เพื่อนทันทีอย่างไม่นึกเขินอาย
แต่ทั้งหมดทั้งมวนที่เพื่อนๆ ต่างพูดกลับไม่เป็นไปอย่างที่พูดแม้ดนัยเพิ่งจะจูบกับแฟนสาวก็ตามเพราะสิ่งที่เขามองกลับไม่ใช่แฟนสาว แต่เป็นน้องสาวของพสุธรที่รีบวิ่งหนีไปอีกทางกับเพื่อนเมื่อสายตาหันมาเห็นพี่ชายของตัวเอง ดนัยเห็นแพรวนลินมาพักหนึ่งแล้วระหว่างรอคนอื่นๆ ตามมา เมื่อพสุธรมาถึงกลับทำตัวไม่รู้ว่าน้องสาวมาเที่ยวผับจึงทำให้เขาแน่ใจว่าน้องสาวของเพื่อนแอบพี่ชายมาเที่ยวกับเพื่อน
หากพสุธรรู้เรื่องก็คงไม่พ้นกักบริเวณ มากสุดก็ขอให้เขาซึ่งจะรับงานน้อยแต่เป็นงานใหญ่และมักจะว่างเป็นพิเศษให้คอยตามดูแลและตามคุมพฤติกรรมอยู่ห่างๆ ตั้งแต่แพรวนลินขึ้นมัธยมปลายจนตอนนี้เข้าปีหนึ่ง ยกเว้นวันนี้ที่พวกเขาออกมาสังสรรค์หลังจบงานใหญ่ทันทีโดนไม่ได้ตรงกลับบ้าน จึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรที่เห็นแพรวนลินและพสุธรเองก็ไม่รู้ว่าน้องสาวตัวเองหนีเที่ยว
แสบเสียจริง...แพรวนลิน
"พี่นัย พี่นัยคะ! ตื่นสิ ตื่น!"
แพรวนลินเข้ามาบ้านของดนัยเป็นครั้งที่สี่เพื่อมาขอความช่วยเหลือแม้จะรู้สึกแปลกๆ และเขินอายเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวาน ยิ่งเธอเห็นเคาน์เตอร์ห้องครัวร่างกายก็ร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกประหม่าขึ้นมา กว่าจะยอมเดินไปหาดนัยที่ฟุบหลับคาโต๊ะทำงานก็กินเวลาไปเกือบสิบนาที
แต่เรื่องสอบวิชาสุดท้ายในวันสุดท้ายก็สำคัญกว่าจะต้องมายืนเสียเวลาเขินอาย เธอทั้งเขย่าทั้งเรียกชายหนุ่มก็ไม่ยอมตื่นเสียที เธอจึงยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผยอรอยยิ้มมุมปากออกมาอย่างนึกสนุก
ไวเท่าความคิด
แพรวนลินเดินเข้าไปใกล้จนตัวเกือบชิดชายหนุ่มพลางก้มใบหน้าลงไปใกล้ใบหูของดนัยเพื่อจะเป่าลมใส่หูก่อนจะตะโกนเรียกให้เขาตื่น แต่จังหวะที่เธอก้มลงไปด้านข้างใบหน้าของดนัย ดวงตาคมก็ลืมขึ้นสบสายตาเธอเข้าพอดีจึงทำให้แพรวนลินตกใจรับถอยหลังหนีจนไม่ระวังไปสะดุดขาเก้าอี้เลื่อนที่ดนัยนั่งอยู่ มือแกร่งรีบคว้าเอวเล็กของแพรวนลินเอาไว้และออกแรงดึงจนเธอมานั่งลงอยู่บนตัก
กลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ ของแพรวนลินลอยมาแตะจมูกดนัยจนรู้สึกตัวตื่นจึงได้เห็นใบหน้าหวานสวยของเธออยู่ใกล้แค่คืบเดียว เขาตกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่เท่ากลัวว่าหญิงสาวจะหงายหลังล้มไปกระแทกขอบตู้เก็บเอกสารด้านหลัง
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
ดนัยกล่าวถาม แต่ยังไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวลุกออกจากตัก
"ไม่ ไม่เจ็บค่ะ"
แพรวนลินนั่งนิ่งไม่กล้าขยับไปไหนเมื่ออยู่บนตกของดนัยอีกทั้งแขนแกร่งที่โอบเอวไว้ก็ทำให้เธอยิ่งรู้สึกประหม่า
"มีอะไร ถึงเข้ามาในบ้านพี่"
ดนัยยังคงยิงคำถามแต่ยังไม่ยอมให้หญิงสาวลุกออกจากตัก แม้ภายในจะรู้สึกทรมานก็ตามเพราะได้กลิ่นกายหอมละมุน ผิวเนื้อนุ่มมือของแพรวนลินที่อยู่ในชุดนักศึกษาต่างจากเมื่อวานก็ตรงกระโปรงพลีทที่ยาวเลยเข่าลงมาเล็กน้อยแม้เสื้อจะยังพอดีกับตัวจนเผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน
"อีกครึ่งชั่วโมงแพรวจะเข้าสอบ คือแพรวจะขอให้พี่นัยไปส่งได้ไหมคะ ปกติพี่พสุจะเป็นคนไปส่ง"
"อืม แล้วสอบกี่วิชา เลิกกี่โมง พี่จะได้รอรับเลย" ดนัยยิงคำถามเป็นชุด
"วิชาเดียววิชาสุดท้ายแล้วค่ะ ถ้าเสร็จก่อนก็ชั่วโมงเดียว ช้าหน่อยก็สองชั่วโมงค่ะ"
"โอเค พี่ขอล้างหน้าก่อน"
ดนัยพยักหน้าก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แพรวนลินรีบลุกขึ้นเดินออกไปยืนอยู่ห่างๆ เพื่อรอดนัยล้างหน้า
แพรวนลินรอดนัยไม่นานก็พากันออกไปขึ้นรถของชายหนุ่มที่จอดอยู่โรงจอดรถ เมื่อขับรถออกมาจากบ้านได้ไม่นานแพรวนลินก็หยิบสมุดที่สรุปไว้เตรียมอ่านสอบในวันนี้ แม้มหาวิทยาลัยจะอยู่ไม่ไกลเดินทางเพียงสิบห้านาทีก็ถึงแต่สำหรับแพรวนลินกลับเป็นเวลานานเสียจนอยากจะให้ถึงภายในสิบนาทีด้วยเพราะความเงียบจนได้ยินเสียงแอร์และลมหายใจ
แม้จะทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่การอยู่ภายในรถด้วยกันสองต่อสองช่างเป็นอะไรที่น่าอึดอัดและชวนให้หัวใจเต้นแรง
ดนัยเลี้ยวพวงมาลัยรถเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยขับตรงไปตามทางเพื่อไปส่งยังหน้าคณะที่หญิงสาวเรียน แม้จะไม่เคยมาส่งด้วยตัวเองแต่การที่ถูกพสุธรออกคำสั่งให้มาตามดูหญิงสาวทุกเย็นตั้งแต่ปีหนึ่งก็ทำให้เขารู้กิจวัตรประจำวันของหญิงสาวในทุกปีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว แม้จะมีบางวันที่พสุธรไม่เพียงมาส่งแต่ยังมารับกลับเขาก็เผลอลืมตัวขับรถมาดูหญิงสาวจนคล้ายกับว่าสิ่งที่เขาทำกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกวัน
"ขอบคุณนะคะ พี่นัยจะไม่รอก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแพรวขึ้นรถกลับเอง งานพี่ยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอคะ"
แพรวนลินกล่าวพลางเก็บสมุดลงกระเป๋าผ้า
"ไม่เป็นไร อีกสี่วันจะถึงวันส่งงานให้ลูกค้า เดี๋ยวพี่รอ"
"อ๋อค่ะ งั้นแพรวไปก่อนนะคะ เพื่อนส่งข้อความมาตามแล้ว สวัสดีค่ะ"
แพรวนลินกล่าวจบก็ยกมือไหว้ผู้ที่มีอายุมากกว่าก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถ เมื่อลงจากรถเธอก็พบกับมาวินที่กำลังเดินเข้าตึกของคณะพอดีจึงเดินเข้าไปพร้อมกันอย่างสนิทสนมจนดนัยที่มองตามถึงกับลดกระจกลงเพื่อดูหน้าผู้ชายที่เดินไปพร้อมแพรวนลิน
เมื่อทั้งคู่เดินหายเข้าไปในตึกคณะเขาจึงขับรถวนออกจากมหาวิทยาลัยไปหาร้านนั่งรอหญิงสาวสอบเสร็จทันที
ดนัยลองขับรถหาร้านเพื่อนั่งรอหญิงสาวจนพบกับร้านกาแฟซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้ามหาวิทยาลัยจึงเลือกที่จะเข้าไปรอ ชายหนุ่มสั่งเครื่องดื่มที่ชอบดื่มเป็นประจำอย่างดับเบิล เอสเพรสโซ่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดเล่นระหว่างรอหญิงสาว แม้เวลาจะผ่านไปอย่างช้าๆ
แต่การนั่งจิบกาแฟและเลื่อนโทรศัพท์เล่นสลับเช็กงานผ่านอีเมลก็เป็นเวลาผ่านไปแล้วห้าสิบนาที ดนัยเงยใบหน้ามองผ่านกระจกร้านไปยังหน้ามหาวิทยาลัยก็พบเด็กนักศึกษาเริ่มพากันออกมา ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ไปยังห้องแชทของแพรวนลิน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้ส่งข้อความหาแพรวนลินแม้จะคอยตามคอยคุมแต่ก็ไม่เคยได้คุยหรือโทร. หากันสักครั้ง
"ขอโทษนะคะ พี่มาที่นี่ครั้งแรกเหรอคะ เพิ่งเคยเห็นหน้า"
เสียงหวานเล็กของหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวถามจึงทำให้ดนัยหันกลับมามองด้วยสายตาสำรวจอีกฝ่ายเพื่อประเมินอุปนิสัยและบุคลิก ซึ่งต่างจากที่มองแพรวนลินที่ไม่มีแววตาเฉยชาเท่ากับการมองนักศึกษาสาวที่อยู่ด้านหน้า
"ฉันชื่อมินนี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ อาจจะดูเสียมารยาท แต่ขอนั่งดื่มด้วยคนนะคะ"
นักศึกษาสาวที่เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบนอกจากมองมาที่ตัวเองจึงคิดไปเองว่าชายหนุ่มไม่ได้ผลักไสจึงถือวิสาสะนั่งลงฝั่งตรงข้ามและสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานที่เดินมารับออเดอร์ก่อนจะหันมามองดนัยด้วยสายตาทอดสะพาน
"พี่ไม่คิดจะบอกชื่อตัวเองหน่อยเหรอคะ เราน่าจะทำความรู้จักกันไว้ เผื่อจะได้..."
นักศึกษาสาวพูดพลางเลื่อนมือไปใกล้มือแกร่งที่วางทับโทรศัพท์มือถือก่อนจะวางนิ้วชี้ลงบนมือแกร่งพลางไล่วนไปบนหลังมือ ช้อนสายตามองอย่างยั่วยวน โดยมีสายตาจากเพื่อนอีกโต๊ะคอยส่งมาเชียร์ ชายหนุ่มมองสายตาของนักศึกษาหญิงที่ช้อนสายตามองมาแต่ก็แอบเหลือบไปมองยังโต๊ะข้างๆ ซึ่งอยู่ถัดไปอีกสองโต๊ะ
รอยยิ้มมุมปากของดนัยจึงยกขึ้นเมื่อเข้าใจว่ากำลังถูกนักศึกษาสาวรุกจีบ แม้อีกฝ่ายจะตรงสเปคแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกสนใจเลยสักนิด จนเขาเองก็ยังแปลกใจกับตัวเอง แต่ก่อนที่นักศึกษาสาวจะเลื่อนมือมากุมมือชายหนุ่มมากกว่านี้ พนักงานเสิร์ฟก็เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายสั่งเสียก่อนจึงต้องยกมือออกจากมือของชายหนุ่ม
"คือว่า..."
จังหวะที่ดนัยจะกล่าวปฏิเสธ เสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าจึงทำให้ดนัยก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพบว่าเป็นข้อความของแพรวนลินที่ส่งมาให้เขารู้ว่าเธอจะเดินข้ามมาหาเองชายหนุ่มจับวางโทรศัพท์ลงที่เดิมและรอหญิงสาวแทน
ทว่า ถูกนักศึกษาสาวที่เข้าใจผิดคิดว่าชายหนุ่มจะขอแลกไลน์จึงฉกโทรศัพท์ออกมาจากมือชายหนุ่มและเปิดแอปพลิเคชันไลน์เพื่อเพิ่มเพื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ลืมที่จะจัดให้อยู่กลุ่มรายการโปรดแต่เมื่อเปิดเข้าไปดูในรายการโปรดก็พบมีรายชื่อไลน์ของหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรก่อนจะออกมาที่เพิ่มรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เพิ่มเบอร์ก็ถูกชายหนุ่มดึงโทรศัพท์กลับคืนไปเสียก่อน
"แค่ไลน์ก็ได้ค่ะ ว่าแต่ไลน์ที่อยู่ในรายการโปรดเป็นไลน์ของใครเหรอคะ"
แม้จะแน่ใจว่าเป็นไลน์ใครแต่ก็อดที่จะถามไม่ได้ แต่เมื่อดนัยจะเอ่ยตอบ เสียงหวานใสของแพรวนลินก็ดังขึ้นก่อนจากด้านหลังชายหนุ่ม
"พี่นัย รอนานหรือเปล่าคะ แพรวรีบทำกลัวพี่...อ้าว น้องมินนี่"
เสียงของแพรวนลินที่กำลังพูดกับดนัยหยุดลงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทักทายน้องสายรหัส แม้จะแปลกใจอยู่บ้างที่เห็นน้องสายรหัสนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับดนัย เธอมองน้องสายรหัสด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะหันไปมองดนัยที่ยังนั่งเงียบด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้
"เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ"
ดนัยกล่าวถามก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงรอคำตอบจากแพรวนลิน
"ค่ะ น้องสายรหัสของแพรวเอง อยู่ปีสอง มีอะไรกันหรือเปล่าคะ"
แพรวนลินตอบก่อนจะถามกลับในท้ายประโยคพลางมองดนัยสลับกับน้องสายรหัส
"ไม่มีอะไรค่ะพี่แพรว มินนี่ไม่รู้ว่าเป็นแฟนพี่เลยรับคำท้าจากเพื่อนให้มาขอไลน์ ยังไงพี่ก็ช่วยลบไลน์ของมินนี่ด้วยนะคะ"
น้องสายรหัสกล่าวตอบจบก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองทันที แพรวนลินมองตามก็พบกับรุ่นน้องคณะที่พากันยกมือไหว้เคารพรุ่นพี่ เธอส่งยิ้มให้ก่อนจะหันกลับมามองดนัย
"โสดได้ไม่กี่วันก็เสน่ห์แรงนะคะ" แพรวนลินกล่าวแซว
"เลิกแซวแล้วกลับกันเถอะ พี่ไม่ค่อยชอบเท่าไร"
ดนัยกล่าวขึ้นพลางคว้ามือเล็กของแพรวนลินหมุนตัวเดินไปทางออก
แต่ทว่า ก็ต้องชะงักเท้ายืนมองกลุ่มนักศึกษาที่ยืนขวางทางด้วยความสงสัย ยกเว้นก็แต่แพรวนลินที่ก้าวเท้ามาหลบอยู่หลังดนัยเมื่อกลุ่มนักศึกษาที่ขวางทางออกอยู่นั่นเป็นเพื่อนๆ ของเธอที่พยายามปกปิดไม่ให้รู้ว่าใครมารับมาส่งหลงัจากก่อนเข้าสอบมาวินได้บอกกับคนในกลุ่มว่ามีคนมาส่งเธอ อีกทั้งตอนสอบเสร็จเธอไม่ทันระวังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความของดนัยที่ส่งมาทำให้ศิขรินที่เห็นว่าเธอกำลังตอบแชท แพรวนลินหลีกเลี่ยงจนออกมาก่อนคนอื่นๆ แต่ไม่คิดว่าจะถูกตามมาทัน
"ยายแพรว ไหนว่าไม่มีแฟนไงยะ"
สิรฎาหรือมิ้น เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจพลางจ้องมองมาเขม้น
"นั่นสิ พวกเราก็หลงคิดว่าโสดอยู่คนเดียวในกลุ่ม"
อังคณาหรือแคท เอ่ยขึ้นบ้าง แต่คำพูดของอังคณาทำให้ดนัยเหลือบสายตาไปมองแพรวนลินที่โผล่ศีรษะออกมาส่งยิ้มให้กับเพื่อนด้วยสีหน้าเหยเก
หากไม่มีคำว่า 'โสดคนเดียวในกลุ่ม' คงไม่ทำให้เขาสนใจได้มากขนาดนี้
"ไม่ใช่นะ พี่นัยไม่ใช่..."
แพรวนลินรีบเอ่ยปฏิเสธแต่ก็ถูกดนัยกล่าวตัดบท
"ถ้าอยากจะคุยกัน เอาไว้ไลน์คุยกันนะ พี่ขอพาแพรวกลับบ้านก่อน พี่มีงานต้องทำต่อ"
"เอาไว้ฉันจะไลน์ไปอธิบายนะ บาย"
แพรวนลินรีบพูดเมื่อดนัยจูงมือเธอเดินผ่านกลางกลุ่มของเพื่อนตัวเอง
"ในฐานะที่ฉันสนิทกับแกมากที่สุดรองจากยายริน ฉันจะเป็นคนทักไปเตือนแกเอง"
จันทิมาหรือน้ำหวาน ตะโกนไล่หลังแพรวนลินอย่าเย้าหยอกซึ่งถูกดนัยกุมมือไม่ยอมปลอยเดินออกจากร้านตรงไปขึ้นรถ Porsche 718 Boxster S คันสีดำเทาก่อนจะขับออกไปซึ่งสร้างเสียงฮือฮาให้กับกลุ่มเพื่อนที่รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายเพื่อเอาไปแซวแพรวนลินในไลน์กลุ่ม
"แพรวต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ"
แพรวนลินเอ่ยขึ้นเมื่อดนัยขับรถออกมาจากร้านกาแฟได้ไม่นาน ทว่าสิ่งที่เธอพูดออกไปดนัยไม่ได้สนใจแต่อย่างใด นอกจากสิ่งที่เขากล่าวถามออกไป
"ทั้งกลุ่มเธอคนเดียวเหรอที่โสด"
"เอ่อ ก็ค่ะ แพรวโสด"
แพรวนลินกล่าวตอบแม้จะสงสัยไม่น้อยที่ชายหนุ่มรู้สึกสนใจชีวิตโสดของเธอขึ้นมา ทั้งที่พสุธรมักจะบ่นให้ดนัยฟังอยู่บ่อยครั้งว่ายังไม่อยากให้เธอมีแฟนและภูมิใจที่เธอยังโสดและรักษาความบริสุทธิ์มาจนอายุยี่สิบสามได้
"งั้นเหรอ"
ดนัยตอบเพียงสั้นๆ แพรวนลินจึงกล่าวถามด้วยความสงสัย
"ทำไมค่ะ พี่นัยมี...พี่นัยจอดรถทำไมคะ"
แพรวนลินไม่ทันจะกล่าวถามจบก็ต้องตกใจที่ดนัยหักพวงมาลัยเข้าข้างทางก่อนถึงไฟแดงที่จะเลี้ยวเข้าไปทางเส้นทางที่จะเข้าหมู่บ้านจัดสรรที่เธอและดนัยอยู่ เธอหันไปมองดนัยทันทีที่กล่าวจบ แต่เมื่อเธอหันไปไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็ถูกดนัยรั้งท้ายทอยประกบปากจูบทันที มือเล็กยกขึ้นมาดันหน้าอกแกร่งของดนัยทันทีพยายามขืนตัวเองออกห่างด้วยความตกใจที่ถูกชายหนุ่มฉกจูบ
ดนัยกดจูบแพรวนลินอย่างหนักหน่วงเพื่อให้หญิงสาวได้เผยอริมฝีปากออก ความช่ำชองทำให้เขากดจูบได้ไม่นานหญิงสาวก็เผยอริมฝีปากออก ลิ้นอุ่นจึงสอดเข้าไปสำรวจความหวานของโพรงปากนุ่มของแพรวนลิน
มือแกร่งที่วางไว้ที่เอวคอดของหญิงสาวดึงเสื้อนักศึกษาให้พ้นขอบกระโปรงพลีทก่อนจะสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวเนียนนุ่มของหญิงสาวก่อนจะเลื่อนไปกอบกุมทรวงอกพอดีมือที่อยู่ภายใต้บราเซียร์ก่อนจะเคล้นคลึงเต้าขนาดพอดีมืออย่างสนุกมือ ลิ้นอุ่นเกี่ยวกระหวัดลิ้นของหญิงสาวจนคราบน้ำลายเลอะมุมปากของทั้งสองคน มือเล็กที่ออกแรงดันอกแกร่งคลายลงและเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอของชายหนุ่มเอาไว้
เสียงครางกระเส่าดังขึ้นอย่างเป็นระยะจากแพรวนลินที่รู้สึกซาบซ่านเมื่อถูกมือแกร่งบีบเคล้นคลึงหน้าอก มือเล็กจิกลงที่ต้นคอขอชายหนุ่ม ขาเรียวที่อยู่ใต้กระโปรงบิดเร่าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปั่นป่วนที่ท้องน้อยและความรู้สึกแปลกที่หว่างขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นอุ่นยังคงเกี่ยวกระหวัดอย่างติดใจกับความหวานละมุนในโพรงปากแต่ทว่ามือที่อยู่ไม่สุขดันร่างบางขยับชิดกายพลางปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกก่อนจะผละมือออกไปดันตัวเบาะเอนลง
ร่างบางเอนไปตามแรงที่ชายหนุ่มโถมตัวดันให้เธอนอนราบไปกับเบาะ ปลายเสื้อนักศึกษาตกไปอยู่ข้างตัวทั้งสองข้างเผยให้เห็นบราเซียร์สีเนื้อเรียบอย่างสุภาพและมันกำลังจะถูกปลดออกด้วยมือแกร่ง หากไม่มีเสียงโทรศัพท์ของแพรวนลินดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้แพรวนลินได้สติยกมือดันอกแกร่งและบ่าของดนัยออก เมื่อริมฝีปากผละออกแพรวนลินจึงรีบเอ่ยออกไป
"พี่นัย...พี่นัยคะ มือถือแพรวดังคะ"
เพียงเธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากหยุด แต่เมื่อหญิงสาวรีบชูโทรศัพท์ขึ้นมาซึ่งโชว์รายชื่อคนโทร. เข้ามาทำให้ดนัยปรับเบาะขึ้นมาระดับปกติ
"รับเถอะ"
ดนัยไม่พูดเปล่ายังปัดหน้าจอโทรศัพท์รับให้แพรวนลินก่อนจะติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้เธอ เมื่อยังเห็นเธอไม่ยอมพูดกับคนปลายสายจึงเบนสายตาไปทางโทรศัพท์ให้เธอตอบกลับคนปลายสายที่ตะโกนออกมา
แพรวนลินรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็ทำตามที่ดนัยบอก เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูพลางกรอกเสียงตอบ ทว่าก็ต้องหันไปมองดนัยที่ติดกระดุมให้เธอจนครบและดันชายเสื้อลงไปใต้กระโปรง เธอรู้สึกวาบหวิวขึ้นมาทันทีจนต้องแอบขยับตัวไม่ให้ดนัยโดนสิ่งที่อยู่หว่างขา แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิดเพียงเธอขยับตัวเล็กน้อยปลายนิ้วของดนัยแตะโดนที่โหนกนูนของเธอ
"อะ อืม ได้ ไว้เจอกันนะ"
แพรวนลินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าหลังจากพูดจบ ซึ่งพอดีกับที่ดนัยดึงมือออกและหันกลับไปสนใจพวงมาลัย ใส่เกียร์และเหยียบคันเร่งออกจากข้างทางโดยไม่คิดจะพูดอะไรออกมา ทำให้แพรวนลินพยายามทำตัวปกติไม่คิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะสงสัยกับสิ่งที่เขาทำมากก็ตาม
ดนัยขับรถด้วยอารมณ์ไม่นิ่งเพราะกำลังสับสนกับความรู้สึกและสิ่งที่ทำไป ทั้งที่ตัวเองบอกเสมอว่าไม่คิดสนใจน้องสาวเพื่อนและไม่มีวันจะทำอย่างที่เขาทำกับผู้หญิงคนอื่น ทว่าเพียงแค่เขาได้สัมผัสผิวเนียนนุ่มก็ควบคุมสติตัวเองไม่ได้สักครั้ง เมื่อรู้ว่าเธอยังโสดสติของเขาก็ขาดทันทีและทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่บอกตัวเองเสมอ หนำซ้ำแพรวนลินยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เขาก็ดูออกว่าหญิงสาวกำลังคิดมากเพียงแต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปเธอจึงเลือกที่จะเงียบ ซึ่งทำให้ดนัยรู้สึกผิดกับแพรวนลินกับสิ่งที่ทำลงไป
3
ค่ำคืนแสนเร่าร้อน
ดนัยขับรถเข้ามาในโรงจอดรถบ้านตัวเองก่อนจะเปิดประตูลงและเตรียมจะเข้าบ้าน ทว่าเมื่อเห็นแพรวนลินไม่ยอมพูดอะไรจึงเดินเปลี่ยนทิศทางไปหาแพรวนลินพลางล็อกตัวเธอไว้กับผนังโรงจอดรถด้วยแขนทั้งสองข้าง สายตาจ้องมองหญิงสาวที่มีสีหน้าตกใจแกมประหม่า
"เรามีเรื่องต้องคุยกัน"
ดนัยไม่เพียงพูดแต่ยังคว้าข้อมือของแพรวนลินให้เดินเข้าไปในบ้านของเขาด้วยกันทันที แพรวนลินมองหลังคนตัวสูงพลางเดินตามไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ปฏิเสธ เมื่อเข้ามาในบ้านดนัยก็พาแพรวนลินไปนั่งลงที่โซฟาทันที หญิงสาวขยับตัวนั่งห่างจากชายหนุ่มเพียงเล็กน้อย
"แพรว สิ่งที่พี่ทำไป...พี่ขอโทษ อย่าเก็บไปคิดมากเลยนะ ต่อไปพี่จะระวังมากขึ้น" ดนัยเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อนั่งลง
"แพรวไม่คิดมากอยู่แล้วค่ะ" แพรวนลินเอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้าดนัย
"พี่ไม่ได้คิดว่าแพรว..."
"ง่ายเหรอคะ"
แพรวนลินเอ่ยตอบต่อจากดนัยที่เงียบไป เธอหันมาสบตาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มบาง ซึ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นที่ไปเล่นกับความรู้สึกและทำให้เธอคิดไปแบบนั้น รู้ทั้งรู้ว่าแพรวนลินเป็นน้องสาวเพื่อนสนิทที่ตัวเองมักเตือนสติอยู่ตลอดเวลา
"ไม่ใช่ แพรวไม่ได้เป็นแบบนั้น พี่ขอโทษ อาจเพราะพี่เหงา พี่ผิดเอง"
ดนัยเอ่ยขึ้นทั้งที่กำลังสับสน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเหงาจริงๆ หรือคิดเป็นอย่างอื่น แค่นั่งอยู่ข้างกันเขายังรู้สึกอยากสัมผัส แพรวนลินมากกว่าทุกครั้งยิ่งเห็นเธอนิ่งและไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ถูกเขากระทำลงไปถึงสองครั้ง
"ช่างมันเถอะค่ะ แพรวไม่คิดมาก จริงๆ นะคะ"
แพรวนลินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานที่ตอนนี้ทำให้ดนัยรู้สึกไม่ชอบใจอย่างที่สุด
"แพรว เธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่พี่เคยคบหามาก่อน เธอไม่ นี่! แพรวจะทำอะไร"
ดนัยมีท่าทีตกใจเล็กน้อยและเปลี่ยนเป็นคำถามทันทีเมื่อแพรวนลินลุกขึ้นมานั่งคร่อมตักเขาพลางยกแขนโอบรอบคอ
"ก็ถ้าแพรวไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่พี่นัยคบมาและไม่ใช่ผู้หญิงง่าย แล้วแพรวเป็นคนยังไงละคะ"
แพรวนลินมองสบตาดนัยนิ่งแต่จริงๆ แล้วเธอกำลังยั่วยวนอยู่ ดนัยรู้สึกได้และไม่คิดว่าเธอจะทำได้ด้วยเพราะรู้จักและเห็นเธอมานาน แต่อาจจะเพราะพสุธรคุมเธอจึงทำให้ไม่เห็นในสิ่งที่เธอกำลังทำเลยสักครั้ง แต่ถึงพสุธรไม่คุมเขาก็คงไม่เห็นอยู่ดี
"แพรว..."
"พี่นัยไม่ลองผู้หญิงแบบแพรวบางเหรอคะ"
แพรวนลินโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างหูดนัยเสียงแหบพร่าพลางจับมือแกร่งมาวางบนต้นขาและถกกระโปรงขึ้นจนเกือบเห็นขอบกางเกงในก่อนจะหยุดลง
"แพรว อย่าทำแบบนี้ เธอไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นที่จะให้พี่มาล้อเล่นด้วย พสุเองก็คงไม่ชอบ"
ดนัยสบตาหญิงสาวนิ่ง พยายามควบคุมอารมณ์และสติตัวเอง
"พวกพี่เอาแต่คิดกันแบบนี้ ปากออกแต่คำสั่งห้าม ไม่คิดบางเหรอว่าแพรว..."
แพรวนลินหยุดพูดพลางลูบมือไล่ลงมาตามหน้าอกแกร่งจนมาหยุดอยู่ที่หน้าท้องเนื้อแน่นจนสัมผัสได้ถึงกล้ามเป็นหมัดๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองดนัย
"แพรวรู้สึกดีกับสิ่งที่พี่ดนัยทำ ดีกว่าเป็นคนอื่น"
แพรวนลินเอ่ยขึ้นพลางลุกออกจากตักของดนัยหลังจากบอกในสิ่งที่คิดให้ชายหนุ่มได้รับรู้ เธอไม่ได้หวังให้ชายหนุ่มตอบสนองความต้องการของเธอ แค่ขอให้เขาได้รู้ว่าเธอเลือกให้เขาเป็นคนทำเรื่องอย่างว่าดีกว่าจะเป็นคนอื่น หากเธอไม่คิดแบบนี้ก็คงไม่รักษาความสาวของตัวเองมานานถึงอายุเข้าเลขสอง
ทว่า แพรวนลินที่กำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋าก็ถูกกระชากด้วยมือแกร่งให้กับลงมานั่งลงตักของดนัยอีกครั้ง แขนที่รวบเอวไว้กดไม่ให้เธอลุกหนี ด้วยความตกใจทำให้แพรวนลินหันไปจ้องมองดนัยก่อนจะเอ่ยถาม
"พี่นัยจะทำอะไรคะ"
"ถ้าพี่ทำขึ้นมาจริงๆ แพรวยังจะคิดเหมือนเดิมหรือเปล่า"
จบคำพูดของดนัย ริมฝีปากของชายหนุ่มก็ประกบจูบทันที รั้งเอวไม่ให้แพรวนลินลุกหนีไปไหน เพียงไม่นานหญิงสาวก็โอนอ่อนไปกับสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ ลิ้นอุ่นที่สอดเข้ามาในโพรงปากกำลังเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล่น เรียวแขนเล็กลูบเบาๆ ที่แผ่นอกของดนัย
เช่นเดียวกับมือที่จับขาเรียวแยกออกถกกระโปรงหญิงสาวขึ้นจนเห็นกางเกงใน ค่อยๆ ลูบไล้ไปตามขาขาวเนียนและแก้มก้น บีบด้วยความมันเขี้ยว มือที่โอบเอวอยู่นั่นดึงชายเสื้อนักศึกษาออกจากกระโปรงก่อนจะปลดกระดุมออกอย่างรวดเร็วจนเผยให้เห็นเนื้อหนังขาวเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งได้อย่างชัดเจน มือแกร่งดันบราเซียร์ของแพรวนลินขึ้นเหนือสองเต้าก่อนจะเคล้นคลึงสนุกมือพลางใช้นิ้วเกี่ยที่ยอดปทุมถันที่ชูชันรับ ริมฝีปากยังคงดูดดื่มกับเรียวปากเล็ก
"อือ..."
เสียงครางกระเส่าจากแพรวนลินยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ชายหนุ่มจนควบคุมและหยุดลงไม่ได้ทั้งที่ตั้งใจจะสั่งสอนให้ แพรวนลินหยุดกล้าบ้าบิ่นทำเหมือนเขาทนได้กับสิ่งที่เธอไม่คิดมากในสิ่งที่เขาทำลงไป
"ห้ามพี่ แค่เธอพูดออกมาพี่จะหยุดทันที"
ดนัยเอ่ยเสียงแหบพร่าหลังจากผละริมฝีปากออก หน้าผากพิงกับหน้าผากมน สบสายตาของหญิงสาวที่ตอนนี้หวานอย่างยั่วยวนเพราะอารมณ์ที่พลุกพล่านไปทั่วร่างกาย มือแกร่งทั้งสองที่ลูบไล้เรือนร่างแพรวนลินหยุดค้างไว้
"แพรว" หญิงสาวเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนจะหยุดลงสบตามองอีกฝ่ายก่อนจะพูดขึ้นใหม่ "บอกแล้วว่าแพรวรู้สึกดีถ้าเป็นพี่"
แพรวนลินกล่าวจบก็ฉกริมฝีปากชายหนุ่มจูบทันที ในเวลานี้เธออยากจะหยุดแต่ก็ไม่สามารถยอมแพ้อารมณ์และความต้องการของตัวเองได้
เพียงแค่เธอฉกจูบชายหนุ่มก็รั้งตัวเองไม่ได้ จูบตอบหญิงสาวพลางเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายเปลือยเปล่าท่อนบนด้วยฝีมือของเขาที่ใช้เวลาไม่นานก็ถอดเสื้อนักศึกษาและบราเซียร์ของหญิงสาวออกด้วยมือข้างเดียว เผยให้เห็นหน้าอกคัพซีอย่างเต็มตาที่ทั้งขาวทั้งกลมสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รอช้ามือแกร่งนวดคลึงเต้าสวยพลางดูดดื่มความหอมหวานจากเรียวปากเล็กของหญิงสาวที่แลกจูบอย่างเร่าร้อนจนเกิดเสียงขึ้นเป็นระยะ
มือที่ลูบไล้ต้นขาลูบขึ้นมาที่ขอบกางเกงในสีเนื้อที่เปียกชุ่มเป็นวงอยู่กึ่งกลาง มือแกร่งหยุดที่ขอบกางเกงใน ผละริมฝีปากออกมาที่ลำคอขาวพลางดูดเม้มจนเกิดรอยแดงจางๆ สลับกับใช้ลิ้นลากเลียลงต่ำ หญิงสาวหลับตาพริ้มเอียงคอให้ใบหน้าของชายหนุ่มซุกไซร้ได้สะดวก
"อือ..."
เสียงครางแหบพร่าเมื่อชายหนุ่มเลือนริมฝีปากมาครอบเต้าอวบหนึ่งข้าง อีกข้างยังคงถูกมือแกร่งเคล้นคลึงพลางใช้นิ้วเกี่ยยอดปทุมถันที่ชูชัน ริมฝีปากที่กำลังดูดดื่มเต้าอวบพลางใช้ลิ้นโลมเลียยอดจนหญิงสาวหลุดครางออกมาเสียงหลง
"อ๊ะ อ้า..."
เสียงครางกระเส่ายิ่งปลุกความเป็นตัวตนของชายหนุ่มที่กำลังดุนดันก้นของหญิงสาวจนรู้สึกถึงความใหญ่ของมันทันที มือแกร่งที่ใช้นิ้วลากวนอยู่ที่ต้นขาเลื่อนมาที่ท้องน้อยของหญิงสาวก่อนจะสอดมือเข้าไปภายใต้กางเกงใน สัมผัสโหนกนูนซึ่งมีไรขนเล็กน้อยเลื่อนต่ำลงไปที่กลีบกุหลาบก่อนจะใช้นิ้วแหวกออกสัมผัสกลีบแคมที่เปียกชุ่มและกำลังต้อนรับนิ้วแกร่งที่กำลังกดคลึงอย่างหยอกเย้าก่อนจะสอดนิ้วกลางและนิ้วนางลงในรูสวาทที่ตอดรัดนิ้วของเขาอย่างเชิญชวนสิ่งที่ใหญ่กว่า มือแกร่งเคลื่อนขึ้นลงอย่างเชื่องช้าพลางใช้นิ้วโป้งกดที่เม็ดเสียว
"อ๊ะ อ้า อ่าส์...อือ"
แพรวนลินแหงนใบหน้าขึ้นครางออกมาอย่างลืมตัวก่อนจะรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองด้วยความอายก่อนจะถูกมือของชายหนุ่มที่ละจากเต้าอวบมาดึงมือเล็กออกจากเรียวปาก เลือนใบหน้ามาซุกไซร้คอขาวพลางขบเม้มและใช้ลิ้นโลมเลยไปตามลำคอขาวไล่ลงมาที่หน้าอกอวบก่อนจะดันตัวหญิงสาวให้เอนลงนอนบนโซฟา พลิกตัวเองคร่อมร่างหญิงสาว นิ้วยังคนชักเข้าออกที่เริ่มความเร็วขึ้นเมื่อน้ำหวานเริ่มไหลออกมาจนเปียกเต็มสองนิ้วของชายหนุ่มจนเกิดเสียงดังแจ๊บเป็นระยะตามจังหวะความเร็ว
"อ๊ะ...อ้าๆ อือๆ แพรวเสียว อ้ะๆ พี่นัย แพรวเสียวเหมือนจะปวดฉี่"
เพียงคำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวกำลังถึงจุดสุดยอด ไวเท่าความคิดชายหนุ่มเร่งนิ้วที่ระรัวในรูสวาทเร็วขึ้นถี่ ริมฝีปากขบเม้มติ่งหูของหญิงสาวจนเพิ่มความซาบซ่านไปทั่วร่างกาย
"อ้ะๆ อ๊ะๆ อ่าส์"
เพียงไม่นานร่างเล็กก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำสีใสออกมาเลอะเต็มมือแกร่ง รูสวาทตอดรักนิ้วทั้งสอง พร้อมเสียงครางช่างน่าฟังของแพรวนลิน มือเล็กที่จิกเล็บลงบนแผ่นหลังออกแรงไปพร้อมกันก่อนจะคลายลงเมื่อนิ้วแกร่งหยุดลงแต่ยังคงคาอยู่ที่รูสวาท เสียงหอบหายใจของแพรวนลินจนหน้าอกกระเพื่อม ใบหน้าซุกที่คอขาวพรมจูบไม่หยุดสลับขบกรามแน่นเมื่อกายแกร่งของเขากำลังแข็งขึ้นอย่างเต็มความชายดุนดันกางเกงจนนูนออกมาดันต้นขาของหญิงสาวที่วางทับอยู่อย่างอ่อนแรง อีกข้างวางราบไปกับขอบโซฟา มือแกร่งของชายหนุ่มลูบวนหัวไหล่มนของหญิงสาวอย่างหลงใหล
เสียงเพลงดังกึ่งก้องไปทั่วทั้งคลับชวนให้นักท่องราตรีที่กำลังสนุกสนานโยกตัวเต้นอวดความสวยและความหล่อของแต่ละคนออกมาเพื่อโชว์ลีลาของตัวเอง บ้างก็เพื่อหาเหยื่อในค่ำคืนสุดสัปดาห์กลับไปด้วยเพื่อสนองความใคร่ของตัวเอง ยกเว้นก็แต่แพรวนลินที่นั่งอมยิ้มมองแก้วเครื่องดื่ม
แพรวนลินไม่เคยรู้สึกมีความสุขเท่าครั้งนี้มาก่อน หลายครั้งที่เธอใช้นิ้วช่วยตัวเองแต่กลับไม่มีความรู้สึกซาบซ่านและเสียงจนปลดปล่อยออกมาเท่าครั้งที่ได้ดนัยมาช่วย
แม้จะอดเสียดายเพราะชายหนุ่มให้เหตุผลที่ว่าเธอเป็นน้องสาวพสุธร เพื่อนสนิทที่เขาไม่อยากทำลายความเป็นเพื่อนด้วยการนอนกับน้องสาว แค่สิ่งที่เขาทำก็มากเกินพอและสารภาพออกมาก็เพื่อจะสั่งสอนให้เธอกลัวเท่านั้นจนห้ามเขา แต่เพราะเธอไม่ห้ามเขาจึงทำเพียงแค่ใช้นิ้วซึ่งเธอก็พอใจอยู่ในระดับหนึ่ง
"ยายแพรว!"
"อะไร มีอะไรหรือเปล่า"
แพรวนลินหันไปมองศิขรินที่เขย่าแขนและเรียกเธอ
"ฉันตกใจมากที่รู้ว่าพี่ชายข้างบ้านแกช่วยมาส่งที่มอเมื่อตอนบ่ายก็พอแล้ว นี่ต้องมาตกใจกลัวที่เห็นแกมานั่งยิ้มคนเดียวแบบนี้ เป็นอะไรยะ"
ศิขรินเอ่ยจบก็ยกแก้วของตัวเองดื่ม
"นุ่น เอ่อ ถ้าฉันบอกไป แกห้ามโวยวายนะ"
แพรวนลินหันมามองเพื่อนด้วยท่าทางจริงจังขึ้นและอดที่จะยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงและเขินกับสิ่งที่จะพูดออกไป
"สัญญา ถ้ามันไม่ทำให้ฉันตกใจมากเกินไป"
ศิขรินพยักหน้า หันมามองเพื่อนที่เริ่มแก้มแดงขึ้นจึงเพ่งมองเพื่อนเพื่อเร่งให้พูดออกมา
"เอ่อ หลังออกมาจากร้านกาแฟ พี่นัยรู้ว่าฉันโสดเขาก็เกือบจะทำฉันบนรถแต่แกดันโทร. มาทวงสัญญาที่จะมาคลับคืนนี้ซะก่อน"
"เฮ้ย! จริงเหรอ ยายเพื่อนบ้า ทำไมแกไม่ตัดสายยะ รู้มั้ยว่าฉันยินดีแค่ไหนที่จะเห็นแกมีผัวสักที"
ศิขรินร้องออกมาด้วยความตกใจพลางตีเข้าที่แขนของแพรวนลิน ซึ่งทำให้เพื่อนคนอื่นพากันหันมาให้ความสนใจทันทีเมื่อได้ยินเรื่องแฟนของแพรวนลิน
"พี่นัยเป็นคนกดรับให้ แต่ว่า..." แพรวนลินหยุดพูดอย่างลังเล
"พูดมา ไม่งั้นตอนฉันไปส่งแก ฉันจะถามจากพี่ชายข้างบ้านด้วยตัวเอง" ศิขรินขู่
"อย่านะ ฉันจะพูดเอง คือว่า พอถึงบ้านพี่นัยพาฉันเข้าบ้านเพื่อคุยเรื่องที่เกิด แล้วฉันดันไปยั่วจนพี่นัย เอ่อ รุกฉันจนมีการใช้นิ้วกับน้องสาวของฉันจนเสร็จอะแก"
แพรวนลินอึกอักก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นตื่นเต้นเมื่อพูดถึงจุดคลายแมคพลางตีมือศิขรินด้วยความเขินอาย ทว่าเสียงอุทานด้วยความตกใจของเพื่อนๆ และคำถามที่ยิงใส่ทำให้แพรวนลินยิ่งเขินอาย
"ว้าย! จริงเหรอ ยังไงต่อๆ ของพี่เขาใหญ่ถึงใจปะ" สิรฎาเอ่ยถาม
"ยายแพรวกำลังจะมีผัวแล้ว ฉันรู้สึกดีใจอ่ะ ว่าแต่เอาไปกี่ทีแล้ว" จันทิมาเอ่ยถามขึ้นบ้างพลางยกมือขึ้นระดับหน้าอกสะบัดไปมาด้วยความตื่นเต้น
"หยุดเลย จบแค่นิ้ว พี่เขาให้เหตุผลว่าฉันเป็นน้องสาวเพื่อน ไม่อยากทำให้ฉันเสียหายไปมากกว่านี้" แพรวนลินยกมือคล้ายยอมแพ้เพื่อห้ามเพื่อนที่ยิงคำถามไม่หยุด
"ยายบ้า ยอมได้ไง ไม่เสียดายเหรอ อดเห็นของพี่เขาเลย" สิรฎาที่ช่ำชองที่สุดในกลุ่มเอ่ยอย่างเสียดาย
"เสียดายน่ะมันเสียดายอยู่ แต่ก็เข้าใจแหละ ถ้าพี่พสุรู้ว่าฉันกับพี่นัยมีอะไรกันก็คงแตกหักกันละทีนี้" แพรวนลินเอ่ยขึ้นอย่างยอมรับ
"จะไปยากอะไร คืนนี้ก็แกล้งเมาเข้าบ้านพี่เขาแล้วก็จัดการเองเลยสิ" จันทิมาเสนอความคิดเห็นก่อนจะยกแก้วบรรจุเบียร์ดื่ม
"หวานพูดถูก เดี๋ยวพวกฉันช่วยเอง" ศิขรินพูดพลางยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์หันไปมองสบตากับคนอื่นๆ ที่เผยรอยยิ้มนึกสนุกอย่างเข้าใจความหมายดี แพรวนลินมองอย่างเข้าใจแต่ก็แอบไม่กล้าเพราะกลัวว่าดนัยจะโกรธและจับเธอโยนออกนอกบ้านหลังจากนั้นก็เกลียดเธอแทนที่จะจับเธอกินมากกว่า
ร่างสูงเพรียวของหญิงสาวทั้งห้าคนยืนอยู่ด้านหน้าบ้านของดนัยโดยมีแพรวนลินยืนทรงตัวไม่อยู่จนต้องพากันล็อกแขนพยุงเอาไว้ จนอังคณาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเพราะรู้ดีว่าแพรวนลินเป็นคนคออ่อนที่สุดในกลุ่ม
"แกจะมอมเหล้ามันทำไมกัน"
"เอ้า ไม่ทำแบบนี้คิดว่าผู้ชายที่ทั้งหล่อ รวย ฉลาดอย่างพี่ดนัยจะเชื่อยายแพรวหรือไง"
สิรฎาเอ่ยขึ้นพลางช่วยไม่ให้แพรวนลินหงายหลังล้มไปนอนลงบนพื้น
"ใช้ มิ้นพูดถูก เท่าที่ฉันสืบมา พี่ดนัยเป็นสถาปนิกที่ใครๆ ก็ต้องการตัวให้ไปทำงานด้วย แต่เพราะรวยเลยมีบริษัทเป็นของตัวเองโดยมีพี่ชายยายแพรวเป็นทั้งหุ้นส่วนและวิศวกรมือหนึ่งของบริษัท แกคิดว่าจะเชื่อยายแพรวที่ดูก็รู้ว่าเล่นละครไปไม่รอดเหรอ"
ศิขรินกล่าวเสริมสิรฎา
"ฉันเข้าใจนะ แต่ก็ไม่น่าจะมอมไปหลายแก้วขนาดนี้" จันทิมาเอ่ยขึ้นพลางมองร่างที่อ่อนปวกเปียกของแพรวนลิน
"เอาน่า ยายแพรวอ่อนที่สุดในกลุ่ม ทำแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว ดีกว่าให้กินยาปลุกเซ็กส์ละกัน แต่พอดีฉันไม่เลวทำกับเพื่อนได้ขนาดนั้น"
ศิขรินเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปกดออดหน้าบ้านของดนัย แม้จะรู้ว่าชายหนุ่มหลับไปแล้วจากการที่ไฟปิดไปทั่วบ้าน
"ดึกขนาดนี้ พี่เขาคงนอนหลับลึกฝันหวานไปแล้วมั้ง ฉันว่าพายายแพรวเข้า..."
เสียงของจันทิมาเงียบลงเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงดนัยที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสวมทับกางเกงเพียงตัวเดียวที่ด้านบนเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกเพียงเล็กน้อย
"นั่นไง นอนซะที่ไหน ดูชุดสิถอดง่ายซะด้วย"
สิรฎากระซิบบอก จันทิมาจึงรีบสั่งให้เพื่อนหยุดพูดทันทีเมื่อดนัยเดินมาถึงประตูรั้ว
"พี่แฟนแพรวใช่ไหมคะ ฉันจับได้ ฉันมาส่งแพรวแต่หากุญแจบ้านไม่เจอ บังเอิญรู้มาว่าพี่อยู่ข้างบ้านแพรวพอดีเลยว่าจะฝากแพรวให้พี่ช่วยดูแลหน่อย"
ศิขรินเอ่ยขึ้นพลางพยุงแพรวนลินที่ทรงตัวไม่อยู่ ลืมตาแถวไม่ขึ้นบ่นพึมพำเสียงแผ่ว
"แพรวไปกับพวกเธอได้ยังไง ฉันสั่งห้ามแล้วนะ"
ดนัยที่ฟังคำเพื่อนของแพรวนลินก็รีบเปิดประตูเข้าไปอุ้มร่างบางของแพรวนลินมาจากเพื่อนทันทีพลางเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย โดยไม่ลืมที่จะรับกระเป๋าสะพายของเธอมาถือไว้
"ยายแพรวหนีเก่ง ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ พวกเราขอตัวกลับก่อน"
ศิขรินเอ่ยจบก็รีบพาเพื่อนๆ กลับขึ้นรถและขับออกไปทันที