ตอน 2

เมื่อถึงร้าน ทั้งคู่ก็สั่งอาหารที่อยากทาน ก่อนจะนั่งรอให้อีกคนมาสมทบ คนๆ นั้นคือศิวัช ทายาทโรงพยาบาลชื่อดัง ที่กำลังคบหากันกับกชกรตั้งแต่ที่กชกรนั้นเข้ามหาวิทยาลัย เพราะศิวัชคือรุ่นพี่ของเธอ ส่วนณฉัตรก็แค่ข้ออ้างที่กชกรจะใช้พูดกับที่บ้าน หากวันไหนเธอจะออกมาข้างนอก นี่คือเรื่องที่ณฉัตรบอกว่ากชกรหัวแข็ง ซ่อนความดื้อรั้นให้อยู่ภายใต้ความอ่อนหวาน  

“ทานเยอะๆ นะครับน้องกิ่ง น้องฉัตร” 

“ค่ะ” สองสาวรับคำ ก่อนที่ศิวัชจะส่งสายตาแห่งความรักไปให้กชกร จนณฉัตรเริ่มรู้สึกว่าเธอคือส่วนเกินเล็กๆ พออิ่มก็ขอตัวจะได้ให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน 

“ขอบใจนะฉัตร”

“ไม่เป็นไร”

“หลังจากนี้ ตามแผน โอเคนะ”

“โอเค” ณฉัตรส่ายหน้าให้เพื่อนสนิท ก่อนจะเดินออกไปจากร้าน ไหนๆ วันนี้ก็มาห้างสรรพสินค้าแล้ว เธอก็เดินเล่นเลยแล้วกัน เมื่อณฉัตรไม่อยู่ศิวัชจึงกุมมือของกชกรไว้หลวมๆ เขารักผู้หญิงคนนี้และคิดว่าจะรักเธอไปจนวันตาย ครอบครัวของชายหนุ่มรับรู้เรื่องนี้แล้ว จะเหลือก็เพียงครอบครัวของกชกรเท่านั้นที่ยังไม่รู้ 

“คิดถึงครับ” 

“คิดถึงค่ะ” น้ำเสียงหวานๆ ของกชกรเอ่ยตอบกลับไป เธออยากพาศิวัชไปให้พี่ชายรู้จักใจจะขาด แต่พอคิดถึงปัญหาที่จะตามมากชกรจึงเบรกเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะพี่ชายเธอขึ้นชื่อเรื่องหวงน้องสาวอย่างเธอมาก ก็ไม่รู้จะหวงไปทำไมกัน อีกอย่างพักนี้พี่ชายเธอก็ยุ่งอยู่กับงาน รอให้ทุกอย่างราบรื่นกว่านี้อีกหน่อย เธอจะพาศิวัชเข้าบ้านแน่นอน 

ระหว่างนี้ก็ให้ณฉัตรคอยช่วย อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น กชกรบอกจะออกมาข้างนอกโดยเหตุผลที่บอกกับพี่ชายคือเธอจะมากินข้าวดูหนังกับ ณฉัตรนั่นเอง ขืนบอกว่ามาพบศิวัชบ้านได้แตกแน่นอน  

ส่วนคนกลางอย่างณฉัตร เมื่อปลีกตัวมาจากคู่รักที่น่าอิจฉาก็เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย กระทั่งได้รับโทรศัพท์ ปลายสายบอกว่าเพื่อนที่ชื่อกานดานั้นต้องผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงพยาบาลด่วน ณฉัตรจึงรีบไปดูอาการของเพื่อนทันที โดยที่กชกรและศิวัชก็ตามไปด้วย เมื่อมาถึงทั้งหมดก็ยืนรอฟังอาการที่หน้าห้องฉุกเฉิน แต่ระหว่างนั้นก็มีเตียงคนไข้อีกเตียงเข็นมา พวกเขาจึงหลีกทางให้

“เร็วๆ ค่ะหมอ เดี๋ยวเด็กก็คลอดกันพอดี” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นนั่นคือเสียงของ อาภา โมเดลลิ่งชื่อดัง ที่พาญาติสนิทที่เกิดอาการเจ็บท้องคลอดกะทันหันมาที่นี่นั่นเอง

ทั้งสองฝ่ายเดินไปเดินมาเนื่องจากเป็นห่วงคนของพวกเขา ณฉัตรก้มๆ เงยๆ มองหน้าห้องฉุกเฉินเป็นระยะๆ บางจังหวะก็สบตากับอาภาที่ส่งกำลังใจลุ้นว่าที่คุณแม่ในห้องคลอด ซึ่งประตูทางเข้าอยู่ใกล้กับห้องผ่าตัด จังหวะหนึ่งอาภาหยุดเดินเมื่อได้สบตากับณฉัตรเข้า แววบางอย่างฉายออกมาจากเธอ เป็นอะไรที่อาภาไม่เคยได้พบมาก่อน

ตอนนี้เรื่องคนท้องใกล้คลอดพับเก็บไปก่อน เนื่องจากซุปเปอร์สตาร์ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ส่วนณฉัตรก็รู้สึกเหมือนมีใครสักคนคอยมองอยู่เช่นกัน เธอค่อยๆ หันไปยังทิศทางของสายตานั้น ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เพราะตอนนี้อาภาเล่นมายืนอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ณฉัตรเอ่ยถามงงๆ สีหน้าแววตาเธอตอนนี้คล้ายจะไม่ค่อยไว้ใจอาภาสักเท่าไหร่นัก 

“พูดฮะ พูดครับให้พี่ฟังหน่อยสิจ้ะ” ขณะถามก็เดินรอบๆ ตัวณฉัตรราวกับสำรวจ ก่อนจะยิ้มออกมาคนเดียวอย่างพอใจ นั่นยิ่งทำให้ณฉัตรระแวง 

“อะไรนะคะ”

“เอาน่า พี่บอกให้พูดก็พูดเถอะ นะ”

“ฮะ ครับ แค่นี่ใช่ไหมคะ งั้นขอตัว” ณฉัตรพูดตามที่คนตรงหน้าบอก จะได้จบ จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกไปยังจุดที่กชกรกับศิวัชยืนอยู่ แต่กลับถูกรั้งแขนไว้ 

“เดี๋ยวสิเดี๋ยว ไม่ต้องกลัวนะ พี่เป็นโมเดลลิ่งหานักแสดงหน้าใหม่ไปแคสบทหนัง บทละคร โฆษณาอะไรทำน้องนี้ พอเห็นหน้าแล้วมั่นใจว่าน้องมีแวว พี่เลยให้ลองพูดดู” เพราะกำลังคิดว่าเด็กคนนี้ ลักษณะภายนอก โทนเสียงช่างตรงกับคนที่ต้องการ ทำให้อาภาลืมแนะนำตัวไปเสียสนิท 

“โมเดลลิ่ง แคสบทหนัง บทละคร โฆษณา” คนฟังอึ้งเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ สมัยนี้ยังมีโมเดลลิ่งเฟ้นหานักแสดงที่เดินตามห้างสรรพสินค้าอีกอย่างนั้นเหรอ ไม่น่าเชื่อ แถมยังได้ยินเอาตอนที่เธอลุ้นเพื่อนที่กำลังผ่าตัดไส้ติ่งในโรงพยาบาลอีกต่างหาก 

“ใช่ๆ พี่กำลังมองหาคนที่จะมารับบททอมอยู่ นี่นามบัตรพี่ อ้อ...ลืมบอกไปพี่ชื่อพี่อ้อยนะจ้ะ ถ้าสนใจจะแคสหนัง บทละคร โฆษณา โทรหาพี่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ พี่ยินดีรับสาย” 

“ค่ะ” ณฉัตรรับนามบัตรมาถือไว้ 

“พี่ว่าน้องมีแววจริงๆ นะ ทางผู้ใหญ่ต้องชอบมากแน่ๆ” อาภายิ้มกริ่ม ก่อนจะถือวิสาสะจับตัวณฉัตรหมุนไปมารอบๆ รูปร่างหน้าตา ลุคแบบนี้ใช่เลย ใช่ในแบบที่ตามหามานานจริงๆ 

“คงไม่หรอกมั้งค่ะ”

“น้องชื่ออะไร อายุเท่าไหร่”

“ชื่อณฉัตร อายุยี่สิบเอ็ดค่ะ”

“ชื่อเพราะนะ ช่วงอายุก็กำลังดี เอาเป็นว่ารีบตัดสินใจ ว่าสนใจอยากเข้าวงการบันเทิงไหม ถ้าสนพี่จะเป็นเจ๊ดันให้ได้” 

“ค่ะ...ฉัตรขอคิดก่อนนะคะ ถ้าสนใจยังไงจะติดต่อกลับ”

“จ้ะ” อาภาเอ่ยรับ ซึ่งเป็นจังหวะที่คุณหมอทำคลอดเดินออกมาพอดี อาภาจึงเดินเข้าไปหาและหายเข้าไปข้างในเพื่อดูหน้าเด็กทารกตัวน้อยสมาชิกใหม่ของโลกใบนี้ กชกรหันมาเห็นทั้งคู่คุยกันราวกับสนิทสนมจึงจะเดินเข้ามาหา แต่ก็เป็นจังหวะที่อาภาเดินเข้าไปข้างในพอดี จึงไม่ได้คุยกัน 

“มีอะไรน่ะฉัตร”

“อ้อ...พี่เขาเป็นโมเดลลิ่งนะกิ่ง เขาเข้ามาแนะนำตัวแล้วก็ให้เบอร์ไว้ เผื่อเราจะติดต่อ” พูดจบก็ยื่นนามบัตรของอาภาที่อยู่ในมือให้กชกรดู 

“โมเดลลิ่ง” กชกรอุทานออกมาอีกคน เพราะไม่คิดว่าจะได้พบคนที่ประกอบอาชีพนี้ แต่ทั้งคู่ต้องหยุดการพูดคุยเมื่อหมอที่ทำการผ่าตัดกานดาเปิดประตูออกมาพอดี ณฉัตรเหมือนจะลืมอาภาไปชั่วขณะ แต่สำหรับนักปั้นมือทองอย่างอาภานั้นลืมคนที่หมายมั่นอยากจะปั้นให้ดังไม่ได้

ตอน 3

เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ เธอมีนัดคุยงานกับลูกค้ารายสำคัญเรื่องต่อสัญญานักแสดงในสังกัดของเธอเอง รวมถึงการหานักแสดงหน้าใหม่ป้อนให้ทางค่ายเพื่อรับบทเด่นสำหรับโปรเจคหนังแห่งปี ออร่าของ ณฉัตรแผ่ออกมากว่าทุกคน ทำให้อาภาต้องเข้าไปแนะนำตัว ถ้าวันนี้เธอไม่ติดงานละก็จะลากณฉัตรไปให้ทางบริษัทผลิต ภาพยนตร์ดูตัวเลยเชียว 

แต่พอกลับมาถึงบ้าน ณฉัตรกลับลืมเรื่องของอาภาไปเสียสนิท หญิงสาวลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ บ้านที่เธอจะต้องกลับมาทุกวันในตอนนี้กลับเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากที่สุด เมื่อก่อนเธอกับแม่และพี่สาวอยู่บ้านหลังเล็กๆ เป็นห้องแถวในตลาด แต่พอมีเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของพี่สาวที่เป็นเหมือนเสาหลักของบ้านตั้งแต่พ่อเสียชีวิต จึงขยับขยายออกมาซื้อบ้านเดี่ยว พี่สาวเธอซื้อรถคันโก้ขับ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมาก ส่วนณฉัตรก็ยังไปไหนมาไหนด้วยรถเมล์รถตู้หรือไม่ก็แท็กซี่ 

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ แม่สาวทอมบอย แสนห้าว ขาลุย” เพียงฤดี เอ่ยทักน้องสาวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เธอพึ่งมาถึงบ้านเมื่อครู่เช่นกัน  

“กลับมาแล้วค่ะ” 

“ออกไปข้างนอกทั้งวัน ไปทำอะไรไม่ทราบ หรือนัดเดทกับสาวๆ ไว้ยะ”

“ไปหาเพื่อนค่ะ” ณฉัตรพยายามไม่เก็บคำพูดของพี่สาวมาใส่ใจมาก แต่เจอแบบนี้บ่อยเข้า เส้นความอดทนของเธอก็ค่อยๆ บางลงเหมือนกัน 

“ผู้หญิงอีกล่ะสิ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงสมัยนี้คิดอะไรถึงมาคบกับผู้หญิงด้วยกัน เอามันส์กว่าหรือก็ไม่ใช่ เรื่องบนเตียงทอมหรือจะสู้ผู้ชาย” คำพูดที่ได้ยิน ช่างขัดแย้งกับใบหน้าสวยๆ ของเพียงฤดี เพราะเธอเป็นถึงพริตตี้ลำดับต้นๆ ของวงการ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความสวยก็มีความไม่น่าเชื่อซุกซ่อนอยู่หลายอย่าง 

“ฉัตรออกไปหาเพื่อน ไม่ได้ไปทำอะไรอย่างที่พี่ฤดีว่า อีกอย่างไม่มีใครคิดอกุศล คิดแค่เรื่องใต้สะดือแบบนี้มั้งค่ะ”

“นี่ยายฉัตร แกกล้าว่าฉันอย่างนั้นเหรอ” เพียงฤดีตะคอกน้องสาวกลับ ทำท่าจะเงื้อมือขึ้นตบเสียด้วยซ้ำ แต่ได้ยินเสียงผู้เป็นแม่เสียก่อน 

“เอะอะอะไรกัน เสียงดังลั่นบ้าน”

“ก็ยายฉัตรน่ะสิคะแม่ ว่าฤดีว่าคิดอกุศล คิดแต่เรื่องต่ำๆ” 

“ตายจริง ทำไมแกถึงพูดแบบนั้นกับพี่ได้ หาฉัตร ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้” แก้วตาคนกลางที่น่าจะเป็นกลางมากที่สุดเอ่ยขึ้น เพราะเธอนั้นรักเพียงฤดีมากกว่าณฉัตรมากนัก รักเพราะเพียงฤดีให้เงินเธอใช้ไม่ได้ขาด ไปไหนมาไหนก็มีคนนับหน้าถือตา เพราะลูกสาวคนโตสวยและฉลาด ผิดกับณฉัตรที่ทำให้เธอปวดหัวไม่เว้นวัน โดยเฉพาะเรื่องแต่งเนื้อ แต่งตัวที่เหมือนผู้ชายไม่มีผิด 

“ฉัตรไม่ได้พูดอะไรผิด ทำไมต้องขอโทษด้วย”

“แต่ฉันสั่ง ขอโทษพี่เขาซะ ไม่งั้นก็ไม่ต้องอยู่บ้านนี้ จะไปอยู่ที่ไหนก็ไป ฉันจะคิดว่าไม่เคยมีลูกผิดเพศแบบแก” คำพูดของแม่ทำให้ณฉัตรสะอึก เธอรู้ว่าแม่รักพี่สาวมากว่า แต่คำพูดของแม่บางครั้งก็ทำร้ายเธออย่างแสนสาหัส 

“แม่คะ”

“ขอโทษพี่เดี๋ยวนี้ยายฉัตร”

“ขอโทษค่ะ” ณฉัตรเอ่ยขอโทษตามที่แม่ต้องการ แต่ดูเหมือนเพียงฤดียังไม่อยากให้เรื่องนี้จบง่ายๆ ยิ่งเห็นว่าแม่เข้าข้างก็ยิ่งได้ใจ  

“ไหว้ฉันด้วย” 

“เร็วๆ เข้า พี่เขาสั่งอะไรแกก็ต้องทำตาม อย่าลืมว่าทุกวันนี้พี่เขาหาเงินเลี้ยงแกอยู่” เพื่อตัดปัญหาที่ไม่รู้วันจบสิ้น ณฉัตรจึงยกมือไหว้พร้อมเอ่ยขอโทษเพียงฤดี เธอสำนึกบุญคุณที่พี่สาวหาเงินส่งเสียเธอเรียนเสมอ

“ขอโทษค่ะ”

“ก็แค่นี้” เพียงฤดีเชิดหน้าขึ้นสูงราวกับเธอนั้นคือผู้ชนะ 

“ไม่มีอะไรแล้ว แกจะไปไหนก็ไป เบื่อขี้หน้า เป็นผู้หญิงดีๆ ไม่ชอบ คิดพิเรนทร์จะเป็นทอม ดูสิผมเผ้าก็สั้น แต่งเนื้อแต่งตัวก็เหมือนผู้ชายเข้าไปทุกวัน รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น ฉันน่าจะมีพี่สาวแกแค่คนเดียวจริงๆ ไม่น่าเบ่งแกออกมาเลย” ขณะที่แก้วตาพูดกระทบความรู้สึกของณฉัตรอยู่นั้น หญิงสาวก็เดินเลี่ยงออกไป หนึ่งเหตุผลที่เธอทำตัวเหมือนทอมทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นก็เพื่อต้องการที่จะประชดแม่และพี่สาว ที่ชอบพูดว่าเธอเหมือนผู้ชาย ไหนๆ ก็พูดชี้ทางให้แบบนี้ ณฉัตรจึงทำตามที่ทั้งสองคนต้องการ ที่สำคัญนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำพูดทำนองนี้ ทั้งสองคนพูดใส่หูณฉัตรทุกวัน ทั้งๆ ที่ณฉัตรไม่ใช่ทอม เธอยังชอบผู้ชายแต่พูดไปก็ไร้ประโยชน์จึงพยายามทำใจให้เพิกเฉยเข้าไว้

“แม่...หยุดบ่น ฤดีแสบหู”

“โอ๋ๆ แม่ขอโทษค่ะลูก แม่จะไม่บ่นนะคะ”  แก้วตายกมือขึ้นสัมผัสใบหูทั้งสองข้างของเพียงฤดีเบาๆ ลูกคนนี้เธอจะไม่ทำอะไรให้ขัดใจเป็นอันขาด เพราะถ้าไม่มีเพียงฤดีใครจะหาเงินให้เธอใช้ ให้หวังที่ณฉัตรน่ะเหรอ อย่าได้คิด

“ฤดีอยากกินน้ำส้มคั้น แม่ทำให้ฤดีหน่อยนะคะ”

“ได้สิลูก ฤดีของแม่อยากกิน อยากทำอะไร แม่ตามใจอยู่แล้ว กลับมาบ้านเหนื่อยๆ ไปพักซะไป เดี๋ยวแม่เอาน้ำส้มคั้นเย็นๆ ไปให้ที่ห้อง”

“ค่ะ” เพียงฤดีเอ่ยรับ ก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องไป ส่วนแก้วตานั้นก็รีบจัดแจงทำน้ำส้มคั้นให้ลูกสาวคนโปรดทันที 

ณฉัตรเองก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องตั้งแต่กลับมาถึง เธอเจ็บชนรู้สึกชาชินกับสิ่งที่ต้องพบเจอ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ความเจ็บนี้ก็ทำให้เธออ่อนแอไปมาก หญิงสาวนั่งมองตัวเองอยู่หน้ากระจก มองผม มองหน้าตาของตัวเอง ก่อนจะยิ้มเหยียดออกมา คนที่คอยปลอบยามที่เธอเศร้า คงมีเพียงแค่น้าสาวคนเดียวเท่านั้น ก่อนจะหยิบนามบัตรของโมเดลลิ่งที่เจอกันวันนี้ขึ้นมาดู ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในสมอง ณฉัตรหยิบโทรศัพท์มาถือไว้ ลังเลระหว่างโทรหรือไม่โทร สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรออกตามเบอร์ในนามบัตร

“สวัสดีค่ะ อ้อยรับสายค่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED