“อยากมีผัวจนตัวสั่นเลยหรือไง? อายุแค่นี้ไปเรียนให้จบดีกว่ามะ” ผมเท้าเอวมองเธอด้วยสายตารังเกียจมากๆ เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตบให้หายแรดเลย! เธอเหมือนจะระงับอารมณ์ของตัวเองก่อนจะเชิดหน้ามองผมอย่างไม่เกรงกลัว
“ไม่ได้อยากมีผัวจนตัวสั่นหรอกค่ะ เพียงแต่หนูต้องมาทำหน้าที่ของตัวเองก็เท่านั้น”
“อ๋อ หน้าที่ที่ว่า... คือหน้าที่บนเตียงน่ะเหรอ?” ใบหน้ายื่นเข้าไปใกล้จนเธอตกใจใช้สองมือยันอกของผมให้ถอยห่าง แต่ทว่าผมกลับไม่สนใจเลยสักนิดเดียว กลับใช้ร่างกายแกร่งดันร่างของเธอให้เอนตัวล้มลงกับโซฟาและใช้แขนทั้งสองข้างกันร่างเธอไม่ให้ไปไหน
“ไม่ใช่นะคะ”
“ใช่สิ ก็เธอบอกเองว่ามาทำหน้าที่ของตัวเอง ก็นี่ไงหน้าที่บนเตียง” เธอกระพริบตาถี่รัว จนผมเป็นฝ่ายผละออกจากร่างบอบบางที่ลุกขึ้นลูบแขนตัวเอง
“ป้านิ่มก็จัดห้องให้ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ผมด้วยนะ เอาแบบห้องติดกับผมเลยก็ได้ ห้องยัยบูมน่ะ”
“ค่ะคุณบอล”
“อยากทำหน้าที่ อยากดูแลฉันก็ตามสบายเลยนะ”
“...”
“ฉันจะทำให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้ จนต้องรีบกลับเมืองนอกไม่ทันเลยคอยดู” รอยยิ้มกระตุกขึ้นก่อนจะโอบเอวหมากฝรั่งที่เอามาหวังเคี้ยวให้สาสมกับความเครียดในตอนนี้
แต่ไม่ว่าจะยังไงเครียดไปก็เท่านั้น เอาเวลามานั่งเครียด รีบคิดแผนทำให้ยัยเด็กแรดนี่ทนไม่ได้ไปจากผมดีกว่า
“อ่อจริงสิ ถ้าพร้อมจะทำหน้าที่บนเตียงก็มาได้นะ”
“อะไรคะ?”
“ก็มาทำหน้าที่บนเตียงไง ฉันควบสองได้ ไม่ถือ” พูดเสร็จก็เดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองและจัดการบรรเลงรักกับหมากฝรั่ง โดยที่ในหัวก็มีความคิดเรื่องจะกำจัดยัยว่าที่คู่หมั้นวัยขบเผาะออกไปจากชีวิตให้ได้!
ทำไงดีไอ้บอล! เอาให้ทนไม่ได้ รีบแจ้นไปไกลๆ จากชีวิตสายเคี้ยวของมึงดี
เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ถึงแม้จะได้เคี้ยวหมากฝรั่งตามที่ตัวเองต้องการ หากแต่ว่าเรื่องเมื่อคืนของมีน ใช่ว่าที่คู่หมั้นของผมเธอชื่อมีน ก็ไม่ได้ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมาได้เลยสักนิด ผมลงจากห้องพร้อมกับสูบบุหรี่และปล่อยให้หมากฝรั่งนอนสลบไป นุ่งเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวสีดำผืนเดียวเท่านั้น
“ป้านิ่ม มีไรกินมั้งครับ?”
“มีข้าวต้มค่ะคุณบอล แต่คุณมีนทำนะคะ” ผมหรี่สายตามองข้าวต้มกุ้งที่มีหน้าตาสวยงามเหมือนกับหน้าตาของคนทำ เออ อันนี้ผมยอมรับนะว่าเธอเป็นเด็กที่สวยมากๆ ถึงแม้จะมองดูเหมือนหยิ่งนิดหน่อยก็เหอะ แต่โดยรวมคือสวยเลย อาจจะสวยมากกว่าหมากฝรั่งที่ผมควงมากินก็ได้ เพราะระดับหมากฝรั่งของผมก็เป็นพวกเซเล็บ ลูกคุณหนู ไอดอล ฯ
“แล้วคนทำล่ะครับ หายหัวไปไหน?”
“อยู่ในครัวค่ะ”
“ไปตามเธอมานั่งกับผม” ป้านิ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวกระทั่งร่างบอบบางของมีนก็เดินออกมา เธอสบตากับผมที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ปกติผมเป็นคนที่ชอบมองผู้หญิงแบบนี้ล่ะ เพราะมันทำให้ได้รู้ว่าเธอเป็นยังไง ใส่เสื้อผ้าแบบไหน แต่งหน้ายังไง แน่นอนว่าเธอไม่ได้แต่งหน้า ผมสีดำยาวก็รวบมัดขึ้นไว้ลวกๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่โดยมีกางเกงขาสั้นยีนอยู่ด้านใน
แต่งตัวแบบนี้... คิดจะยั่วผมหรือไงวะ?
“นั่งสิ หรือจะไปบนเตียงดี”
“คะ?”
“ทำการบ้านมาดีนะ แต่งตัวแบบนี้เหมือนยั่วฉันเลย”
“มะ ไม่ใช่นะคะพี่บอล!” เธอโวยวายแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ชี้นิ้วสั่งให้เธอนั่งลงเก้าอี้ข้างกาย ใบหน้าสวยงอง้ำจนผมยิ้มมุมปาก กำลังทนไม่ได้สินะ เอาสิ ทนไม่ได้ก็ไปเลย
“ไม่ใช่อะไรเล่า เธอไม่รู้หรือไงว่าการเป็นว่าที่คู่หมั้นเนี่ยจะต้องทำอะไรบ้าง”
“ก็ดูแลพี่บอลไงคะ”
“เช่นอะไรบ้างล่ะ แม่ฉันให้เธอมาดูฉันเรื่องอะไรบ้าง?” ผมมองสบตากับเธอที่เม้มปากตัวเอง เดาไม่ออกเลยว่าเด็กคนนี้มีนิสัยหรือคิดอะไรอยู่ โดยปกติผมจะสามารถมองผู้หญิงทุกคนได้แบบทะลุไปยันตับไตไส้พุงเลยนะ แต่สำหรับมีน ผมมองไม่ออกจริงๆ ว่าเธอเป็นคนที่นิสัยแบบไหนกันแน่
“ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่บอล”
“นั่นไง!” เธอตกใจที่ผมตะโกนออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งไปอย่างเจ้าเล่ห์ ผมลุกขึ้นยืนและโน้มตัวลงไปหาเธอจนใบหน้าแทบจะแนบชิดกัน ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน แน่นอนว่ามันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผมไม่เคยได้กลิ่นจากตัวผู้หญิงคนไหน แต่ช่างเรื่องกลิ่นสิ! สิ่งที่ควรจะสนใจคือ ‘การทำให้ยัยเด็กคนนี้แจ้นออกไปจากชีวิตต่างหาก’
“หมายถึงเรื่องบนเตียงด้วย”
“ไม่ใช่นะคะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องบนเตียง...”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวเล่า ในเมื่อเธอเป็นว่าที่คู่หมั้น นั่นหมายถึงเธออยากเป็นเมียฉัน”
“แต่แค่ว่าที่คู่หมั้นนะคะ”
“ใช่ แต่ฉันทำให้เธอเป็นได้นะ แต่ไม่ใช่เมีย แต่เป็นหมากฝรั่งที่ฉันเคี้ยวเบื่อแล้วคายทิ้งไง” ผมยกยิ้มก่อนจะจิ้มนิ้วลงไปยังหน้าผากของหล่อนจนหน้าหงาย เธอไม่พูดอะไรสักคำเดียวจนผมเท้าเอวเอียงคอมองอย่างนึกสนุก
“อยากเป็นเมียฉันจนตัวสั่น ก็รอไปก่อนนะ เพราะฉันจะไม่มีวันยอมรับเด็กอย่างเธอแน่นอน”
“...”
“อ่อสำคัญที่สุดที่เธอควรจำไว้... คนอย่างบอลสายเคี้ยว ไม่เคยคิดหวังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน ถ้าฉลาดพอควรจะรู้นะว่าควรทำยังไงต่อไป จะอยู่หรือจะไป เลือกเอา” มีนสบตากับผม เป็นสายตาที่ทำเอาผมหรี่มองอย่างไม่พอใจ เพราะสายตาของเธอดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ในสิ่งที่ถูกวางมาไว้แล้ว
เด็กบ้านี้! อยากลองดีใช่ไหม
“แต่หนูเลือกแล้วว่าจะอยู่ หนูก็ต้องอยู่ จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”
“หึ”
“พี่บอลจะเคี้ยวหมากฝรั่งอีกสักร้อย สักพันก็แล้วแต่พี่... แต่สิ่งที่พี่ควรจำไว้เหมือนกันคือ มีนเป็นว่าที่คู่หมั้นที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
เอาสิวะ! เออแน่นอนจริงๆ เด็กคนนี้ ผมเห็นถึงแววตามุ่งมั่นของเธอแล้วรู้สึกหงุดหงิดฉิบหาย อยากลองดีหรือไง แล้วคนอย่างผมไม่ใช่คนที่ถูกยอมจมูกง่ายๆ นะ พ่อกับแม่จะมาบังคับผมเรื่องนี้ไม่ได้ รวมถึงยัยเด็กบ้าคนนี้ด้วย!
“ดี ประกาศสงครามกันแบบนี้ดี ฉันชอบ”
“หนูเปล่าประกาศสงครามนะคะ”
“แล้วที่เธอพูดเมื่อกี้มันคืออะไร!” ผมตะคอกร่างเล็กจนเธอตกใจ มีนทำหน้านิ่งจนผมรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก มองถ้วยข้าวต้มตรงหน้า
เพล้ง!
“กรี๊ด...”
“อยากเล่นสงครามกับฉันก็ไม่บอกนะ ฉันจะจัดให้หนักเอาให้เธอคลานกลับเมืองนอกไม่ทันเลยคอยดู!” ถ้วยข้าวต้มแตกละเอียดอยู่บนพื้น ก่อนที่ผมจะหันไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาพร้อมกับยิ้มมุมปาก
ซ่า
“คุณบอล!” ป้านิ่มตกใจไม่น้อยที่ผมสาดน้ำเข้าไปที่ใบหน้าสวย มีนลืมตามองผมพร้อมกับฝ่ามือที่ปาดน้ำออกจากใบหน้า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเท้ามือลงกับโต๊ะอีกครั้ง
“แค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับเด็กแรดอย่างเธอ”
“คุณบอลทำเกินไปนะคะ ยังไงคุณมีนก็เป็นว่าที่คู่หมั้น...”
“เงียบไปเลยป้านิ่ม ผมไม่ลืมหรอกว่ายัยเด็กแรดนี้คือว่าที่คู่หมั้น แน่นอนว่าถ้าจะต้องใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนก็ต้องยอมรับนิสัยของคนๆ นั้นให้ได้สิ”
“...”
“รับฉันได้ไหมล่ะ รับได้ก็ดีไป แต่เธอยังไม่รู้จักฉันดีพอไงมีน ฉันเลวระยำกว่าที่เธอคิดไว้เยอะนะ เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน!” ว่าเสร็จก็หมุนตัวขึ้นมาบนห้อง ก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อคิดอะไรดีๆ ออก
“หึ เตรียมตัวรับศึกหนักได้เลยมีน”
ฉันจะไม่ยอมแต่งงานกับเด็กอย่างเธอแน่นอน เธอจะมาพรากชีวิตอิสระของฉันไปไม่ได้!
-MEEN TALK-
“คุณมีน ป้าขอโทษแทนคุณบอลด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูโอเค”
“คุณบอลไม่เคยเอานิสัยแบบนี้มาใช้เลยนะเนี่ย เพราะอะไรกัน?”
“เพราะหนูไงคะ” ฉันสบตากับป้านิ่มที่ดีกับฉันเหลือเกินตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้ ในฐานะ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ซึ่งมันคือ ‘หน้าที่’ ที่ฉันจะต้องทำเพราะมันเป็นคำสั่งของคุณแม่พี่บอล
ใช่ ฉันเข้ามาในฐานะคู่หมั้นของพี่บอลเป็นเพราะมันมีเหตุผลที่มากกว่านั้นไง พ่อกับแม่ของฉันถูกพ่อกับแม่พี่บอลช่วยเหลือเรื่องธุรกิจด้วยเงินจำนวนไม่น้อย หากแต่พ่อกับแม่ของฉันก็ยังไม่มีเงินมากพอจะนำมาใช้คืนพ่อกับแม่พี่บอล ทำให้ฉันต้องตกลงทำเรื่องที่ฝืนใจอย่างเช่นการมาเป็นว่าที่คู่หมั้นของคนที่ตัวเองไม่เคยรู้จัก หรือแม้แต่จะเห็นหน้า
แต่พอได้เห็นเขาแล้ว ฉันเองก็แอบตกใจนิดหน่อย เขาดูดีและหล่อมากๆ หล่อมากกว่าผู้ชายที่ฉันเคยพบเจอตอนอยู่เมืองนอก แต่ก็นั่นล่ะ หน้ากับนิสัยช่างต่างกันเหลือเกิน แม่ของพี่บอลบอกเพียงอย่างเดียวว่าพี่บอลเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะไม่สนใจอะไรในชีวิตนอกจากผู้หญิง พ่อกับแม่ของเขาเครียดและกลัวว่าพี่บอลจะไปคว้าผู้หญิงที่นอนชั่วครั้งชั่วคราวมาเป็นเมีย ดังนั้นเลยขอให้ฉันมาช่วยดูแลเขาและทำให้เขาหยุดเคี้ยวผู้หญิงพวกนั้น
แต่... มันช่างยากเหลือเกินสำหรับหน้าที่นี้ ฉันต้องแบกรับความไว้ใจของพ่อแม่พี่บอล และพ่อแม่ของฉันที่ยังหาเงินมาคืนพ่อแม่พี่บอลไม่ได้ มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่าขำว่าทำไมฉันถึงได้ตกลงมาทำหน้าที่นี้ ซึ่งมันก็เสี่ยงมากสำหรับฉันที่เพิ่งจะอายุแค่สิบเจ็ด ไหนจะต้องหยุดเรียนไฮสกูลมาเพื่อดูแลเขา
คำว่า ‘หน้าที่’ คำเดียวที่ฉันจะต้องแบกรับความหวังของพ่อและแม่ ฉันตัดสินใจที่จะทำหน้าที่นี้โดยที่พ่อกับแม่ก็ขัดขวาง หากแต่ว่าเรามีสัญญากันตรงที่ว่า ถ้าหากพ่อกับแม่พี่บอลกลับมา ฉันจะต้องไป... ไม่ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ฉันก็ต้องไปจากเขาอยู่ดี ต่อให้เขาไม่ไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมา
ก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่าพ่อกับแม่พี่บอลจะกลับมา แต่ตอนนี้ฉันควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะแม่ของพี่บอลไว้ใจและเชื่อใจว่าฉันจะสามารถทำให้พี่บอลเปลี่ยนได้ ตัวฉันเองยังไม่มั่นใจเลย แล้วแม่พี่บอลเอาอะไรมามั่นใจว่าฉันจะทำมันสำเร็จล่ะ
“คุณมีนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ป้าจัดการเอง”
“ขอบคุณนะคะป้านิ่ม” ฉันยกมือไหว้ป้านิ่มก่อนจะเดินมาถึงห้อง หันไปมองประตูห้องของเขา อยากจะบอกว่าห้องของเราสองคนติดกัน และมันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงกับเสียงเมื่อคืนมาก ฉันอยู่เมืองนอกมาทำไมจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ล่ะ ฉันรู้สิ แต่เลือกที่จะไม่สนใจคนข้างห้องและเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หากแต่ว่าประตูหน้าห้องเปิดขึ้นโดยร่างสูง
“พะ พี่บอล!”
“หึ” สายตาของเขายามมองฉันที่ถอดเสื้อออกจนเหลือแต่ชุดชั้นในปกปิด จำต้องสอดสายตาหาผ้าขนหนู แต่ทว่าร่างสูงกลับสาวเท้าเข้ามาใกล้จนฉันถอยหลังหนีล้มลงกับเตียงนอน หากแต่พี่บอลกลับไม่ได้ทำเพียงแค่สาวเท้าเข้ามาหาฉัน เขาผลักฉันนอนลงกับเตียงและดึงมือของฉันออกทั้งสองข้างไปตรึงไว้เหนือหัว พร้อมสายตาที่เจ้าเล่ห์กวาดมองมายังทรวงอก
“ใช่ย่อยนะ ฉันคิดว่าเธอนมยังไม่ตั้งเต้าด้วยซ้ำ แต่ที่ไหนได้...”
“พี่บอลปล่อยหนูนะ”
“คืนนี้ ฉันจะจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน” เขาบอกฉันหากแต่สายตากลับจ้องทรวงอกจนฉันดิ้นไปมา แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยสักนิด รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด มันคงจะเป็นเพราะว่าฉันโกรธเขาแน่ๆ ถึงแม้จะอายสายตาของเขาด้วยก็ตามที
“บอกหนูทำไมคะ?”
“ก็บอกไว้ ให้เตรียมตัว เตรียมใจไง” ฉันไม่เข้าใจกับคำพูดของเขา กระทั่งพี่บอลผละตัวออกไปฉันรีบม้วนตัวเองกับผ้าห่มผืนใหญ่ มองร่างสูงที่เท้าเอวมองอยู่แบบนั้น
“พี่จะจัดงานปาร์ตี้มันก็สิทธิ์ของพี่ จะให้หนูเตรียมตัวทำไมคะ ในเมื่อยังไงหนูก็ไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว”
“คอยดูสิ” รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของเขา ทำให้ฉันหวั่นๆ มากเลยทีเดียว หากแต่ว่าฉันเองก็ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว นิสัยของฉันเป็นยังไงน้อยคนนักที่จะรู้ ฉันไม่ยอมใคร ต่อให้ตัวเองสู้ไม่ได้ ฉันก็จะสู้จนกว่าตัวเองจะเหนื่อย แต่ถ้ายังไม่เหนื่อยก็จะสู้กันต่อไป ท่องไว้มีน หน้าที่ๆ รอจนกว่าแม่ของเขาจะกลับมา ทุกอย่างก็จะจบเอง ถึงตอนนั้นพ่อกับแม่ของเราก็จะหาเงินมาคืนพ่อแม่เขาจนหมด เรื่องนี้พ่อแม่พี่บอลไม่บอกให้เขารู้ ซึ่งนั่นคือเรื่องดีตรงที่ว่าเขาจะได้ไม่เอาเรื่องตรงนี้มาด่าทอฉันเสียๆ หายๆ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว
นี่แค่เพิ่งเริ่มเองนะ...
“ฉันจะบีบเธอจนกว่าเธอจะทนไม่ได้ แล้วไปจากฉันสักที!”
ใครว่าฉันไม่อยากไปจากเขาล่ะ ไม่ต้องมาไล่หรอก ถึงเวลาฉันไปเอง...
“เงียบทำไม ฉันว่าที่เธอไม่ยอมไปจากฉันเนี่ย คงเพราะอยากจะเป็นเมียฉันจริงๆ สินะ”
“หลงตัวเองหรือเปล่าคะ? หนูบอกไปแล้วว่ามาที่นี่เพราะทำตามหน้าที่”
“หน้าที่ของเมียไง ว่าที่คู่หมั้นก็คือเมียในอนาคต ฉันรู้สิว่าแม่ของฉันต้องการอะไรถึงได้ส่งเธอมา” เขาเดินมาจิ้มนิ้วลงศีรษะของฉันอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้จิ้มหน้าผากฉันไปแล้วทีหนึ่ง แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่ากับจับจ้องมองเขาอย่างเหลืออด
“ทนไม่ได้เหรอ ไปสิ!”
“หนูไม่ไป”
“หน้าด้านฉิบหาย เหอะ เอาจริงดิไม่เคยเจอใครหน้าด้านเท่าเธอมาก่อนเลยนะ” ฉันไม่สบตากับเขา แต่เขาก็บังคับฉันด้วยการช้อนปลายคางขึ้นและโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหัวใจของฉันเต้นแรงขึ้น ที่เต้นคือกลัวว่าเขาจะทำอะไรมากกว่ายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ น่ะสิ
“ถามจริงนะ อยู่เมืองนอกไม่มีฝรั่งมาเอาหรือไง?”
“พี่บอล”
“หรือลองของนอกแล้วเบื่อ เลยจะมาลองของถิ่นกำเนิดบ้าง หืม” เขาทำหน้ายียวนกวนส้นเท้าได้มากทีเดียว ฉันกั้นอารมณ์ของตัวเอง กำหมัดแน่นก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาถึงแม้จะตัวเตี้ยกว่าเขาก็ตามที
“ทำไมพี่พูดจาไร้มารยาทแบบนี้ล่ะคะ หรือเพราะสันดานเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว”
“เธอ!”
“หนูเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณป้าถึงให้หนูมาเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ เพราะนิสัยพี่เป็นแบบนี้เอง คุณป้าคงจะกังวลว่าสักวันลูกชายของตัวเองจะไม่มีใครเอา เพราะสันดานเลวขนาดนี้ ชอบดูถูกผู้หญิง”
หมับ
“อ๊ะ!”
“ปากดีจังนะมีน เธอเองก็ไม่ได้ต่างจากฉันนักหรอกนะ เด็กแรด!” เขาผลักฉันลงนอนบนเตียงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้ฉันเบิกตากว้างด้วยความกลัวเมื่อพี่บอลคร่อมฉันไว้และตรึงมือทั้งสองข้างไว้เหนือหัว ก้มใบหน้าลงมาใกล้จนฉันเบือนหน้าหนี หากแต่เขากลับเปลี่ยนเป็นล็อกข้อมือทั้งสองข้างฉันไว้เพียงมือเดียว ส่วนอีกมือก็ยึดปลายคางฉันไว้ให้กลับมามองเขา
“เจ็บ”
“อย่าได้ริปากดีกับฉัน เพราะเธอจะโดนแบบนี้!”
“พี่ บอล... อื้อ!”
ริมฝีปากร้อนผ่าวกดจูบลงมาจนฉันตกใจ เบิกตากว้างเมื่อจูบแรกถูกผู้ชายตรงหน้าแย่งชิงไปแล้วเรียบร้อย ฉันพยายามดิ้นให้หลุดจากริมฝีปากของเขา หากแต่ว่าพี่บอลกลับกดจูบลงมาลึกเรื่อยๆ จนสามารถเปิดปากฉัน ใช่ รสจูบของเขามันมีแต่ความโมโหและร้อนแรง ทำให้ฉันรู้สึกถึงคาวเลือดเมื่อลิ้นร้อนตวัดเข้ามาในโพรงปาก ฉันพยายามผลักดันลิ้นของให้ออกจากริมฝีปากเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก แถมยังรู้สึกขมลิ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงบุหรี่ที่ฉันไม่ชอบกลิ่นของมันอย่างแรง พี่บอลถอนจูบออกก่อนจะแสยะยิ้มเมื่อฉันหอบหายใจหนัก
“อย่าคิดปากดีกับฉัน ไม่งั้นจะไม่จบแค่นี้”
“...”
“แต่แม่นี่ก็ดีนะ ส่งหมากฝรั่งมาให้ลูกชายเคี้ยวยันที่แบบนี้ หึ” เขาผละตัวออกไปและยืนมองฉันที่ยกมือเช็ดปากเห็นถึงรอยเลือดนิดหน่อยตรงฝ่ามือ ประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรง จนฉันหลับตาลงพ่นลมหายใจออกมา
“บ้าจริง! สีหน้าแบบนั้นต้องมีแผนอะไรแน่ๆ”