บนเตียงนอนขนาดใหญ่มีร่างสูงกำลังนอนกอดก่ายหญิงสาวข้างกายด้วยความเหนื่อยล้า เนื่องจากเมื่อคืนเป็นการเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างหนักหน่วงแบบสุดๆ จนภายในห้องเต็มไปด้วยเครื่องป้องกันที่ถูกใช้แล้วหลายชิ้น แสงแดดจากด้านนอกทำให้ผมหรี่สายตาขึ้นมองหน้าต่างที่ถูกเปิดด้วยผ้าม่านนิดหน่อย ผมชื่อ ‘บอล’ นักศึกษาปีสี่ คณะนิเทศศาสตร์ ผมมีเพื่อนอยู่สามคนคือไอ้ซัส ไอ้นัมและไอ้อาร์ ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันสามตัวมีเมียแล้วเรียบร้อย ทำให้แก็งสายเคี้ยวเหลือแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเคี้ยวอยู่ และไม่เคยคิดจะมีเมียด้วยซ้ำ
ผมมีฉายา ‘เจ้าพ่อสายเคี้ยว’ เพราะไม่ว่าจะยังไงผมก็เคี้ยวมันทุกวันอะ จะว่าติดเซ็กส์ก็อาจจะใช่ เพราะผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผมไม่ชอบการผูกมัดและคิดว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งที่เบื่อแล้วคายทิ้งมันคือนิสัยของผม
แค่ต้องการเซ็กส์... แต่ไม่ได้อยากมีเมีย เข้าใจใช่มะ
“พี่บอลตื่นแล้วเหรอคะ?” สายตาหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่เนื้อตัวขาวๆ เต็มไปด้วยรอยแดงที่ผมสร้างไว้ เธอขยับตัวมากอดผม
“อืม กลับไปได้แล้วไป”
“ไล่เลยเหรอ”
“เออ! ฉันมีเรื่องต้องให้คิด” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย มองร่างกายของตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยสัก สองมือเสยผมสีดำขึ้นไป ทรงผมที่กำลังฮิตกันคือไถข้างและสร้างลวดลายเท่ๆ ใบหูของผมเจาะหูแค่เพียงข้างเดียว จับจ้องมองตัวเองในกระจก เมื่อนึกไปถึงเมื่อคืนก่อนจะได้เคี้ยวหมากฝรั่ง แม่ของผมโทรมาหาและบอกเรื่องสำคัญ
ใช่ เรื่องสำคัญของแม่ แต่ไม่ใช่ของผม...
“แม่ว่าไงนะ!”
(“แม่ว่าตามที่พูดนั่นแหละ บอลจะต้องเตรียมตัวรับว่าที่คู่หมั้นในเร็ววันนี้”)
“แม่! แม่คิดอะไรอยู่เนี่ย ผมมีคู่หมั้นบ้าบอคอแตกตั้งแต่ตอนไหน”
(“ตอนที่แม่บอกนี่ไง เตรียมตัวต้อนรับน้องเขาให้ดีด้วย น้องจะมาดูแลลูกในฐานะว่าที่คู่หมั้น... เราควรหยุดทำตัวเจ้าชู้ เคี้ยวผู้หญิงไปเรื่อยได้แล้วนะบอล อยากเป็นโรคตายหรือไง!)
“ผมป้องกันตลอดนะแม่ ถ้าเป็นโรคตาย ผมคงตายตั้งแต่อายุสิบแปดแล้วนะ”
(“บอล ลูกโตแล้วนะ พ่อกับแม่ต้องการให้ลูกเจอกับผู้หญิงที่ดีที่สุด ไม่ใช่ไปคว้าเอาผู้หญิงที่นอนชั่วครั้งชั่วคราวมาเป็นเมีย”)
“แล้วแม่คิดว่าผมจะมีหรือไงเล่า! ผมไม่เคยคิดจะมีเมีย ผมต้องการเคี้ยวผู้หญิงไปเรื่อยๆ”
(“น้องจะเดินทางไปถึงบ้านอีกสองวัน”)
“แม่!”
(“ขัดคำสั่งแม่ได้ แต่กับพ่อลูกกล้าเหรอบอล? น้องยังเด็กอายุเพิ่งสิบเจ็ด ดูแลน้องด้วย”)
“โหว นอกจากจะคลุมถุงชนผมแล้ว ยังหาคุกหาตะรางให้ผมอีกเหรอ อายุสิบเจ็ดเนี่ยนะแม่! นมตั้งเต้ายังถามจริง”
(“บอล! พูดจาน่าเกลียดมากเลยนะ แม่ไม่มีเวลาจะคุยกับลูกแล้ว ต้องไปทำงาน พ่อกับแม่จะรีบเคลียร์งานให้เร็วที่สุด จะได้กลับไปจัดเตรียมงานหมั้นให้”)
“ไม่เอานะแม่! แม่!”
กลับมาปัจจุบัน
“โธ่เว้ย! ทำไมกูซวยแบบนี้วะ อยู่ดีไม่ว่าดี โดนคลุมถุงชนซะได้”
เมื่อนั่งคิดมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ผมเลยแต่งตัวและพาตัวเองมานั่งดื่มที่ผับ แน่นอนว่าเป็นผับของไอ้ซัสเพื่อนรักในแก็งสายเคี้ยว ผมถอนหายใจยามกระดกเหล้าเข้าปาก
“พี่บอลเป็นอะไรคะ ทำไมเครียดจัง?”
“มีเรื่องที่บ้านนิดหน่อย ยังไงคืนนี้...”
“หนูจะทำให้พี่บอลหายเครียดเองค่ะ” รอยยิ้มกระตุกขึ้นยามมองใบหน้าสวยที่แต่งแต้มอย่างสวยงาม ผมโน้มใบหน้าลงไปเพื่อหวังจะจูบเธอ
หากแต่ว่า...
“ไงมึง! นึกยังไงมาผับกูเนี่ย”
“ผับมึงไม่ต้อนรับกูหรือไงหืม ไอ้ซัส!” มันยักไหล่และนั่งลงตรงข้ามผม “น้องจินอะ ไม่ได้มาด้วยเหรอ?”
“ถามหาเมียกูทำไม กูเพื่อนมึงนะไม่ใช่จิน”
“หึงเหี้ยไรเนี่ย ถามหาน้องจินเพราะเดี๋ยวนี้ไม่ได้เจอเลยต่างหาก!”
“อยู่กับพี่รัม ว่าแต่มึงไอ้อาร์โทรคุยกับกูว่ามึงถูกคุณลุงกับคุณป้าคลุมถุงชนอ่อ” ไอ้ซัสหรี่สายตามองผมอย่างกวนตีน ได้ทีเล่าให้ฟังครบทั้งกลุ่มเลยนะไอ้อาร์!
“เออ แม่งโคตรเซ็งอะ ทำไมแม่กับพ่อกู ต้องทำแบบนี้วะ?”
“อยากให้มึงเมียเป็นตัวเป็นตนมั้ง เพราะถ้าจะเจอถูกใจแบบพวกกูสามคน คงยาก”
“มึงยังรู้ แล้วไมพ่อกับแม่กูถึงไม่รู้วะ?”
“รู้ ไม่งั้นจะจับมึงคลุมถุงชนเหรอไอ้สัด!” ผมถอนหายใจกระดกเหล้าเข้าปากจนเกือบจะหมดขวด ส่วนไอ้ซัสก็ลุกขึ้นเดินไปตรวจผับโดยไม่ได้สนใจอะไรผมมากมายนัก
“พี่บอลจะแต่งงานเหรอคะ”
“เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะแต่งหรือไงล่ะ!”
“แต่พ่อกับแม่พี่คลุมถุงชน...”
“แล้วไง ไม่มีใครหยุดฉันได้ แม้แต่พ่อแม่” ใช่ ใครมันจะมาหยุด ‘พี่บอลสายเคี้ยว’ ได้ล่ะ แม้แต่พ่อกับแม่ยังทำไม่ได้เลยนะ ไม่งั้นจะจับผมคลุมถุงชนทำไม ถ้าไม่กลัวว่าผมจะอยู่โสด ทำตัวเคี้ยวไปเรื่อยๆ แบบนี้
ผมขับรถมาถึงบ้านในเวลาเกือบเที่ยงคืน โดยหิ้วหมากฝรั่งมาด้วย แน่นอนว่าคืนนี้จะมีความสุขมาก และลืมเรื่องที่ควรคิดไปให้หมด และคิดแผนจะต้อนรับยัยคู่หมั้นเด็กที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้า หรือรู้จักกันมาก่อน
จะต้องเป็นเด็กแบบไหน ถึงได้รับเป็นว่าที่คู่หมั้นกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน คงจะแรดไม่น้อยหรอก อายุเพิ่งจะสิบเจ็ดควรเรียนก่อน ไม่ใช่รีบอยากมีผัวจัดขนาดนี้!
สองเท้าก้าวเข้ามาในบ้าน ก่อนจะจับจ้องไปยังโซฟาที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบวางอยู่ พร้อมกับแผ่นหลังของผู้หญิง? ใช่ผู้หญิงที่นั่งหันหลังอยู่ ผมสีดำยาวกลางหลัง ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอคนนี้แต่งตัวยังไง
“เธอเป็นใคร เสนอหน้ามานั่งในบ้านฉันได้ไง?”
“...”
“ถามก็ตอบสิวะ! ถ้าเป็นหมากฝรั่ง ไปไกลๆ เลยวันนี้ฉันมีคนเคี้ยวแล้ว” เธอยังคงนิ่งจนผมถอนหายใจอย่างหงุดหงิด แม่งเอ่ย! มานั่งอยู่ในบ้านกูยังจะเงียบใส่เจ้าของบ้านอีกเหรอวะ
“เฮ้ย หันหน้ามาดิ เงียบทำไมปากอมอะไรอยู่!”
“คุณอาร์กลับมาแล้วเหรอคะ?”
“ใช่ ป้านิ่มให้ใครเข้ามาในบ้านผม ลากหล่อนออกไปซะ ก่อนที่ผมจะโมโห!” ป้าแม่นมของผมทำหน้าตกใจ ก่อนจะหันไปมองหล่อนที่ขยับตัวลุกขึ้นยืน ผมมองด้านหลังก็พบว่าเธอสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขา สูงไม่มากเท่าไหร่
“ลุกแล้วก็หันหน้ามา”
ผมบังคับเสียงตัวเองให้นิ่งเข้าไว้ ถึงแม้ว่ามันจะหงุดหงิดก็ตามที แต่ก็อยากจะรู้ว่ายัยนี่เป็นใคร! ร่างเล็กดูบอบบางหันมาสบตากับผม
เธอคนนี้ดูเด็กมากแต่ใบหน้าสวยเกินอายุ ริมฝีปากบอบบาง จมูกโด่งสวยรับใบหน้าเรียว หากแต่ว่าผมกลับเห็นเธอต่างจากผู้หญิงโดยทั่วไปคือสีหน้าดูนิ่งเรียบ ผมมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าและมาจบที่การสบตากันตรงๆ เป็นครั้งแรก
“เธอเป็นใคร?”
“หนูชื่อ ‘มีน’ ค่ะ”
“อือ แล้วมาเสนอหน้าอยู่ที่บ้านฉันได้ยังไง” ผมเท้าเอวมองเธอซึ่งถอนหายใจออกมา ราวกับไม่อยากจะพูดหรือตอบคำถามผม เออคือที่นี่บ้านผมนะ ผมควรทำท่าทางแบบนี้หรือเปล่า ไม่ใช่หล่อนนะเว้ย!
“หนูเป็นคู่หมั้นพี่ไงคะ พี่บอล”
ว่าไงนะ! ผมฟังไม่ผิดใช่ปะ หล่อนบอกว่าเป็นคู่หมั้นของผม สายตาของผมกวาดมองเธออีกครั้ง เนี่ยนะเด็กอายุสิบเจ็ดของแม่ เด็กสิบเจ็ดที่แม่หาให้ผม...
มองเรือนร่างตรงหน้าอีกครั้ง ขอคืนคำพูดที่ว่าอายุสิบเจ็ดนมตั้งเต้าหรือยัง? ใช่ เพราะนมตรงหน้าเนี่ยใหญ่พอดีกับตัวเธอ ไม่ได้แบนราบอย่างที่ผมคิด รูปร่างและหน้าตาก็คิดว่าอาจจะเป็นเด็กที่ตัดผมสั้นเท่าติ่งหู
ที่ผมพูดไปก่อนหน้านั้น... ยัยเด็กคนนี้ ไม่ได้เหมือนที่ผมจินตนาการไว้เลยสักนิดเดียว
“เธออายุสิบเจ็ดจริงเหรอ?”
“ค่ะ หนูอายุสิบเจ็ดจริงๆ”
“หึ ถามจริงนะ เราสองคนก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมเธอถึงได้ทำตามคำสั่งแม่ฉัน หรือไงพ่อแม่เธอขายเธอให้ครอบครัวฉันงั้นสิ?”
“ไม่ใช่นะคะ แล้วก็อย่าดูถูกพ่อกับแม่หนูนะ” เธอมองผมตาขวาง แต่มีเหรอผมจะกลัวก็แค่เด็กเมื่อวานซืนที่เดินเข้ามาในถ้ำเสืออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
“แล้วไงแม่ฉันสั่งอะไรเธอมาบ้างล่ะ?”
“ให้หนูมาอยู่ที่นี่ในฐานะว่าที่คู่หมั้น และดูแลพี่บอลค่ะ”
“รู้จักชื่อฉันด้วย เหอะ ชอบนักหรือไงคลุมถุงชนแบบนี้... ถามจริง เธอรู้จักนิสัยฉันจริงๆ หรือเปล่าถึงได้กล้าที่จะตกลงเป็นว่าที่คู่หมั้นกับฉัน” สาวเท้าก้าวไปหาเธอที่ตัวเล็กกว่าผมมาก หากแต่ว่าผมไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น กับการที่ตัวเองถูกจับคลุมถุงชนแบบนี้ เป็นคุณจะดีใจหรือไง? ไม่ ไม่ใช่สำหรับผมแน่ๆ เพราะผมไม่ได้ต้องการให้ใครมาหยุด
มันไม่มีวันที่ผมจะหยุดเคี้ยว ไม่มีวันนั้นแน่!
“อยากมีผัวจนตัวสั่นเลยหรือไง? อายุแค่นี้ไปเรียนให้จบดีกว่ามะ” ผมเท้าเอวมองเธอด้วยสายตารังเกียจมากๆ เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตบให้หายแรดเลย! เธอเหมือนจะระงับอารมณ์ของตัวเองก่อนจะเชิดหน้ามองผมอย่างไม่เกรงกลัว
“ไม่ได้อยากมีผัวจนตัวสั่นหรอกค่ะ เพียงแต่หนูต้องมาทำหน้าที่ของตัวเองก็เท่านั้น”
“อ๋อ หน้าที่ที่ว่า... คือหน้าที่บนเตียงน่ะเหรอ?” ใบหน้ายื่นเข้าไปใกล้จนเธอตกใจใช้สองมือยันอกของผมให้ถอยห่าง แต่ทว่าผมกลับไม่สนใจเลยสักนิดเดียว กลับใช้ร่างกายแกร่งดันร่างของเธอให้เอนตัวล้มลงกับโซฟาและใช้แขนทั้งสองข้างกันร่างเธอไม่ให้ไปไหน
“ไม่ใช่นะคะ”
“ใช่สิ ก็เธอบอกเองว่ามาทำหน้าที่ของตัวเอง ก็นี่ไงหน้าที่บนเตียง” เธอกระพริบตาถี่รัว จนผมเป็นฝ่ายผละออกจากร่างบอบบางที่ลุกขึ้นลูบแขนตัวเอง
“ป้านิ่มก็จัดห้องให้ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ผมด้วยนะ เอาแบบห้องติดกับผมเลยก็ได้ ห้องยัยบูมน่ะ”
“ค่ะคุณบอล”
“อยากทำหน้าที่ อยากดูแลฉันก็ตามสบายเลยนะ”
“...”
“ฉันจะทำให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้ จนต้องรีบกลับเมืองนอกไม่ทันเลยคอยดู” รอยยิ้มกระตุกขึ้นก่อนจะโอบเอวหมากฝรั่งที่เอามาหวังเคี้ยวให้สาสมกับความเครียดในตอนนี้
แต่ไม่ว่าจะยังไงเครียดไปก็เท่านั้น เอาเวลามานั่งเครียด รีบคิดแผนทำให้ยัยเด็กแรดนี่ทนไม่ได้ไปจากผมดีกว่า
“อ่อจริงสิ ถ้าพร้อมจะทำหน้าที่บนเตียงก็มาได้นะ”
“อะไรคะ?”
“ก็มาทำหน้าที่บนเตียงไง ฉันควบสองได้ ไม่ถือ” พูดเสร็จก็เดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองและจัดการบรรเลงรักกับหมากฝรั่ง โดยที่ในหัวก็มีความคิดเรื่องจะกำจัดยัยว่าที่คู่หมั้นวัยขบเผาะออกไปจากชีวิตให้ได้!
ทำไงดีไอ้บอล! เอาให้ทนไม่ได้ รีบแจ้นไปไกลๆ จากชีวิตสายเคี้ยวของมึงดี
เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ถึงแม้จะได้เคี้ยวหมากฝรั่งตามที่ตัวเองต้องการ หากแต่ว่าเรื่องเมื่อคืนของมีน ใช่ว่าที่คู่หมั้นของผมเธอชื่อมีน ก็ไม่ได้ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมาได้เลยสักนิด ผมลงจากห้องพร้อมกับสูบบุหรี่และปล่อยให้หมากฝรั่งนอนสลบไป นุ่งเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวสีดำผืนเดียวเท่านั้น
“ป้านิ่ม มีไรกินมั้งครับ?”
“มีข้าวต้มค่ะคุณบอล แต่คุณมีนทำนะคะ” ผมหรี่สายตามองข้าวต้มกุ้งที่มีหน้าตาสวยงามเหมือนกับหน้าตาของคนทำ เออ อันนี้ผมยอมรับนะว่าเธอเป็นเด็กที่สวยมากๆ ถึงแม้จะมองดูเหมือนหยิ่งนิดหน่อยก็เหอะ แต่โดยรวมคือสวยเลย อาจจะสวยมากกว่าหมากฝรั่งที่ผมควงมากินก็ได้ เพราะระดับหมากฝรั่งของผมก็เป็นพวกเซเล็บ ลูกคุณหนู ไอดอล ฯ
“แล้วคนทำล่ะครับ หายหัวไปไหน?”
“อยู่ในครัวค่ะ”
“ไปตามเธอมานั่งกับผม” ป้านิ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวกระทั่งร่างบอบบางของมีนก็เดินออกมา เธอสบตากับผมที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ปกติผมเป็นคนที่ชอบมองผู้หญิงแบบนี้ล่ะ เพราะมันทำให้ได้รู้ว่าเธอเป็นยังไง ใส่เสื้อผ้าแบบไหน แต่งหน้ายังไง แน่นอนว่าเธอไม่ได้แต่งหน้า ผมสีดำยาวก็รวบมัดขึ้นไว้ลวกๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่โดยมีกางเกงขาสั้นยีนอยู่ด้านใน
แต่งตัวแบบนี้... คิดจะยั่วผมหรือไงวะ?
“นั่งสิ หรือจะไปบนเตียงดี”
“คะ?”
“ทำการบ้านมาดีนะ แต่งตัวแบบนี้เหมือนยั่วฉันเลย”
“มะ ไม่ใช่นะคะพี่บอล!” เธอโวยวายแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ชี้นิ้วสั่งให้เธอนั่งลงเก้าอี้ข้างกาย ใบหน้าสวยงอง้ำจนผมยิ้มมุมปาก กำลังทนไม่ได้สินะ เอาสิ ทนไม่ได้ก็ไปเลย
“ไม่ใช่อะไรเล่า เธอไม่รู้หรือไงว่าการเป็นว่าที่คู่หมั้นเนี่ยจะต้องทำอะไรบ้าง”
“ก็ดูแลพี่บอลไงคะ”
“เช่นอะไรบ้างล่ะ แม่ฉันให้เธอมาดูฉันเรื่องอะไรบ้าง?” ผมมองสบตากับเธอที่เม้มปากตัวเอง เดาไม่ออกเลยว่าเด็กคนนี้มีนิสัยหรือคิดอะไรอยู่ โดยปกติผมจะสามารถมองผู้หญิงทุกคนได้แบบทะลุไปยันตับไตไส้พุงเลยนะ แต่สำหรับมีน ผมมองไม่ออกจริงๆ ว่าเธอเป็นคนที่นิสัยแบบไหนกันแน่
“ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่บอล”
“นั่นไง!” เธอตกใจที่ผมตะโกนออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งไปอย่างเจ้าเล่ห์ ผมลุกขึ้นยืนและโน้มตัวลงไปหาเธอจนใบหน้าแทบจะแนบชิดกัน ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน แน่นอนว่ามันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผมไม่เคยได้กลิ่นจากตัวผู้หญิงคนไหน แต่ช่างเรื่องกลิ่นสิ! สิ่งที่ควรจะสนใจคือ ‘การทำให้ยัยเด็กคนนี้แจ้นออกไปจากชีวิตต่างหาก’
“หมายถึงเรื่องบนเตียงด้วย”
“ไม่ใช่นะคะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องบนเตียง...”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวเล่า ในเมื่อเธอเป็นว่าที่คู่หมั้น นั่นหมายถึงเธออยากเป็นเมียฉัน”
“แต่แค่ว่าที่คู่หมั้นนะคะ”
“ใช่ แต่ฉันทำให้เธอเป็นได้นะ แต่ไม่ใช่เมีย แต่เป็นหมากฝรั่งที่ฉันเคี้ยวเบื่อแล้วคายทิ้งไง” ผมยกยิ้มก่อนจะจิ้มนิ้วลงไปยังหน้าผากของหล่อนจนหน้าหงาย เธอไม่พูดอะไรสักคำเดียวจนผมเท้าเอวเอียงคอมองอย่างนึกสนุก
“อยากเป็นเมียฉันจนตัวสั่น ก็รอไปก่อนนะ เพราะฉันจะไม่มีวันยอมรับเด็กอย่างเธอแน่นอน”
“...”
“อ่อสำคัญที่สุดที่เธอควรจำไว้... คนอย่างบอลสายเคี้ยว ไม่เคยคิดหวังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน ถ้าฉลาดพอควรจะรู้นะว่าควรทำยังไงต่อไป จะอยู่หรือจะไป เลือกเอา” มีนสบตากับผม เป็นสายตาที่ทำเอาผมหรี่มองอย่างไม่พอใจ เพราะสายตาของเธอดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ในสิ่งที่ถูกวางมาไว้แล้ว
เด็กบ้านี้! อยากลองดีใช่ไหม
“แต่หนูเลือกแล้วว่าจะอยู่ หนูก็ต้องอยู่ จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”
“หึ”
“พี่บอลจะเคี้ยวหมากฝรั่งอีกสักร้อย สักพันก็แล้วแต่พี่... แต่สิ่งที่พี่ควรจำไว้เหมือนกันคือ มีนเป็นว่าที่คู่หมั้นที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
เอาสิวะ! เออแน่นอนจริงๆ เด็กคนนี้ ผมเห็นถึงแววตามุ่งมั่นของเธอแล้วรู้สึกหงุดหงิดฉิบหาย อยากลองดีหรือไง แล้วคนอย่างผมไม่ใช่คนที่ถูกยอมจมูกง่ายๆ นะ พ่อกับแม่จะมาบังคับผมเรื่องนี้ไม่ได้ รวมถึงยัยเด็กบ้าคนนี้ด้วย!
“ดี ประกาศสงครามกันแบบนี้ดี ฉันชอบ”
“หนูเปล่าประกาศสงครามนะคะ”
“แล้วที่เธอพูดเมื่อกี้มันคืออะไร!” ผมตะคอกร่างเล็กจนเธอตกใจ มีนทำหน้านิ่งจนผมรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก มองถ้วยข้าวต้มตรงหน้า
เพล้ง!
“กรี๊ด...”
“อยากเล่นสงครามกับฉันก็ไม่บอกนะ ฉันจะจัดให้หนักเอาให้เธอคลานกลับเมืองนอกไม่ทันเลยคอยดู!” ถ้วยข้าวต้มแตกละเอียดอยู่บนพื้น ก่อนที่ผมจะหันไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาพร้อมกับยิ้มมุมปาก
ซ่า
“คุณบอล!” ป้านิ่มตกใจไม่น้อยที่ผมสาดน้ำเข้าไปที่ใบหน้าสวย มีนลืมตามองผมพร้อมกับฝ่ามือที่ปาดน้ำออกจากใบหน้า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเท้ามือลงกับโต๊ะอีกครั้ง
“แค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับเด็กแรดอย่างเธอ”
“คุณบอลทำเกินไปนะคะ ยังไงคุณมีนก็เป็นว่าที่คู่หมั้น...”
“เงียบไปเลยป้านิ่ม ผมไม่ลืมหรอกว่ายัยเด็กแรดนี้คือว่าที่คู่หมั้น แน่นอนว่าถ้าจะต้องใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนก็ต้องยอมรับนิสัยของคนๆ นั้นให้ได้สิ”
“...”
“รับฉันได้ไหมล่ะ รับได้ก็ดีไป แต่เธอยังไม่รู้จักฉันดีพอไงมีน ฉันเลวระยำกว่าที่เธอคิดไว้เยอะนะ เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน!” ว่าเสร็จก็หมุนตัวขึ้นมาบนห้อง ก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อคิดอะไรดีๆ ออก
“หึ เตรียมตัวรับศึกหนักได้เลยมีน”
ฉันจะไม่ยอมแต่งงานกับเด็กอย่างเธอแน่นอน เธอจะมาพรากชีวิตอิสระของฉันไปไม่ได้!
-MEEN TALK-
“คุณมีน ป้าขอโทษแทนคุณบอลด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูโอเค”
“คุณบอลไม่เคยเอานิสัยแบบนี้มาใช้เลยนะเนี่ย เพราะอะไรกัน?”
“เพราะหนูไงคะ” ฉันสบตากับป้านิ่มที่ดีกับฉันเหลือเกินตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้ ในฐานะ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ซึ่งมันคือ ‘หน้าที่’ ที่ฉันจะต้องทำเพราะมันเป็นคำสั่งของคุณแม่พี่บอล
ใช่ ฉันเข้ามาในฐานะคู่หมั้นของพี่บอลเป็นเพราะมันมีเหตุผลที่มากกว่านั้นไง พ่อกับแม่ของฉันถูกพ่อกับแม่พี่บอลช่วยเหลือเรื่องธุรกิจด้วยเงินจำนวนไม่น้อย หากแต่พ่อกับแม่ของฉันก็ยังไม่มีเงินมากพอจะนำมาใช้คืนพ่อกับแม่พี่บอล ทำให้ฉันต้องตกลงทำเรื่องที่ฝืนใจอย่างเช่นการมาเป็นว่าที่คู่หมั้นของคนที่ตัวเองไม่เคยรู้จัก หรือแม้แต่จะเห็นหน้า
แต่พอได้เห็นเขาแล้ว ฉันเองก็แอบตกใจนิดหน่อย เขาดูดีและหล่อมากๆ หล่อมากกว่าผู้ชายที่ฉันเคยพบเจอตอนอยู่เมืองนอก แต่ก็นั่นล่ะ หน้ากับนิสัยช่างต่างกันเหลือเกิน แม่ของพี่บอลบอกเพียงอย่างเดียวว่าพี่บอลเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะไม่สนใจอะไรในชีวิตนอกจากผู้หญิง พ่อกับแม่ของเขาเครียดและกลัวว่าพี่บอลจะไปคว้าผู้หญิงที่นอนชั่วครั้งชั่วคราวมาเป็นเมีย ดังนั้นเลยขอให้ฉันมาช่วยดูแลเขาและทำให้เขาหยุดเคี้ยวผู้หญิงพวกนั้น
แต่... มันช่างยากเหลือเกินสำหรับหน้าที่นี้ ฉันต้องแบกรับความไว้ใจของพ่อแม่พี่บอล และพ่อแม่ของฉันที่ยังหาเงินมาคืนพ่อแม่พี่บอลไม่ได้ มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่าขำว่าทำไมฉันถึงได้ตกลงมาทำหน้าที่นี้ ซึ่งมันก็เสี่ยงมากสำหรับฉันที่เพิ่งจะอายุแค่สิบเจ็ด ไหนจะต้องหยุดเรียนไฮสกูลมาเพื่อดูแลเขา
คำว่า ‘หน้าที่’ คำเดียวที่ฉันจะต้องแบกรับความหวังของพ่อและแม่ ฉันตัดสินใจที่จะทำหน้าที่นี้โดยที่พ่อกับแม่ก็ขัดขวาง หากแต่ว่าเรามีสัญญากันตรงที่ว่า ถ้าหากพ่อกับแม่พี่บอลกลับมา ฉันจะต้องไป... ไม่ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ฉันก็ต้องไปจากเขาอยู่ดี ต่อให้เขาไม่ไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมา
ก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่าพ่อกับแม่พี่บอลจะกลับมา แต่ตอนนี้ฉันควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะแม่ของพี่บอลไว้ใจและเชื่อใจว่าฉันจะสามารถทำให้พี่บอลเปลี่ยนได้ ตัวฉันเองยังไม่มั่นใจเลย แล้วแม่พี่บอลเอาอะไรมามั่นใจว่าฉันจะทำมันสำเร็จล่ะ
“คุณมีนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ป้าจัดการเอง”
“ขอบคุณนะคะป้านิ่ม” ฉันยกมือไหว้ป้านิ่มก่อนจะเดินมาถึงห้อง หันไปมองประตูห้องของเขา อยากจะบอกว่าห้องของเราสองคนติดกัน และมันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงกับเสียงเมื่อคืนมาก ฉันอยู่เมืองนอกมาทำไมจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ล่ะ ฉันรู้สิ แต่เลือกที่จะไม่สนใจคนข้างห้องและเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หากแต่ว่าประตูหน้าห้องเปิดขึ้นโดยร่างสูง
“พะ พี่บอล!”
“หึ” สายตาของเขายามมองฉันที่ถอดเสื้อออกจนเหลือแต่ชุดชั้นในปกปิด จำต้องสอดสายตาหาผ้าขนหนู แต่ทว่าร่างสูงกลับสาวเท้าเข้ามาใกล้จนฉันถอยหลังหนีล้มลงกับเตียงนอน หากแต่พี่บอลกลับไม่ได้ทำเพียงแค่สาวเท้าเข้ามาหาฉัน เขาผลักฉันนอนลงกับเตียงและดึงมือของฉันออกทั้งสองข้างไปตรึงไว้เหนือหัว พร้อมสายตาที่เจ้าเล่ห์กวาดมองมายังทรวงอก
“ใช่ย่อยนะ ฉันคิดว่าเธอนมยังไม่ตั้งเต้าด้วยซ้ำ แต่ที่ไหนได้...”
“พี่บอลปล่อยหนูนะ”
“คืนนี้ ฉันจะจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน” เขาบอกฉันหากแต่สายตากลับจ้องทรวงอกจนฉันดิ้นไปมา แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยสักนิด รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด มันคงจะเป็นเพราะว่าฉันโกรธเขาแน่ๆ ถึงแม้จะอายสายตาของเขาด้วยก็ตามที
“บอกหนูทำไมคะ?”
“ก็บอกไว้ ให้เตรียมตัว เตรียมใจไง” ฉันไม่เข้าใจกับคำพูดของเขา กระทั่งพี่บอลผละตัวออกไปฉันรีบม้วนตัวเองกับผ้าห่มผืนใหญ่ มองร่างสูงที่เท้าเอวมองอยู่แบบนั้น
“พี่จะจัดงานปาร์ตี้มันก็สิทธิ์ของพี่ จะให้หนูเตรียมตัวทำไมคะ ในเมื่อยังไงหนูก็ไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว”
“คอยดูสิ” รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของเขา ทำให้ฉันหวั่นๆ มากเลยทีเดียว หากแต่ว่าฉันเองก็ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว นิสัยของฉันเป็นยังไงน้อยคนนักที่จะรู้ ฉันไม่ยอมใคร ต่อให้ตัวเองสู้ไม่ได้ ฉันก็จะสู้จนกว่าตัวเองจะเหนื่อย แต่ถ้ายังไม่เหนื่อยก็จะสู้กันต่อไป ท่องไว้มีน หน้าที่ๆ รอจนกว่าแม่ของเขาจะกลับมา ทุกอย่างก็จะจบเอง ถึงตอนนั้นพ่อกับแม่ของเราก็จะหาเงินมาคืนพ่อแม่เขาจนหมด เรื่องนี้พ่อแม่พี่บอลไม่บอกให้เขารู้ ซึ่งนั่นคือเรื่องดีตรงที่ว่าเขาจะได้ไม่เอาเรื่องตรงนี้มาด่าทอฉันเสียๆ หายๆ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว
นี่แค่เพิ่งเริ่มเองนะ...
“ฉันจะบีบเธอจนกว่าเธอจะทนไม่ได้ แล้วไปจากฉันสักที!”
ใครว่าฉันไม่อยากไปจากเขาล่ะ ไม่ต้องมาไล่หรอก ถึงเวลาฉันไปเอง...
“เงียบทำไม ฉันว่าที่เธอไม่ยอมไปจากฉันเนี่ย คงเพราะอยากจะเป็นเมียฉันจริงๆ สินะ”
“หลงตัวเองหรือเปล่าคะ? หนูบอกไปแล้วว่ามาที่นี่เพราะทำตามหน้าที่”
“หน้าที่ของเมียไง ว่าที่คู่หมั้นก็คือเมียในอนาคต ฉันรู้สิว่าแม่ของฉันต้องการอะไรถึงได้ส่งเธอมา” เขาเดินมาจิ้มนิ้วลงศีรษะของฉันอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้จิ้มหน้าผากฉันไปแล้วทีหนึ่ง แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่ากับจับจ้องมองเขาอย่างเหลืออด
“ทนไม่ได้เหรอ ไปสิ!”
“หนูไม่ไป”
“หน้าด้านฉิบหาย เหอะ เอาจริงดิไม่เคยเจอใครหน้าด้านเท่าเธอมาก่อนเลยนะ” ฉันไม่สบตากับเขา แต่เขาก็บังคับฉันด้วยการช้อนปลายคางขึ้นและโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหัวใจของฉันเต้นแรงขึ้น ที่เต้นคือกลัวว่าเขาจะทำอะไรมากกว่ายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ น่ะสิ
“ถามจริงนะ อยู่เมืองนอกไม่มีฝรั่งมาเอาหรือไง?”
“พี่บอล”
“หรือลองของนอกแล้วเบื่อ เลยจะมาลองของถิ่นกำเนิดบ้าง หืม” เขาทำหน้ายียวนกวนส้นเท้าได้มากทีเดียว ฉันกั้นอารมณ์ของตัวเอง กำหมัดแน่นก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาถึงแม้จะตัวเตี้ยกว่าเขาก็ตามที
“ทำไมพี่พูดจาไร้มารยาทแบบนี้ล่ะคะ หรือเพราะสันดานเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว”
“เธอ!”
“หนูเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณป้าถึงให้หนูมาเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ เพราะนิสัยพี่เป็นแบบนี้เอง คุณป้าคงจะกังวลว่าสักวันลูกชายของตัวเองจะไม่มีใครเอา เพราะสันดานเลวขนาดนี้ ชอบดูถูกผู้หญิง”
หมับ
“อ๊ะ!”
“ปากดีจังนะมีน เธอเองก็ไม่ได้ต่างจากฉันนักหรอกนะ เด็กแรด!” เขาผลักฉันลงนอนบนเตียงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้ฉันเบิกตากว้างด้วยความกลัวเมื่อพี่บอลคร่อมฉันไว้และตรึงมือทั้งสองข้างไว้เหนือหัว ก้มใบหน้าลงมาใกล้จนฉันเบือนหน้าหนี หากแต่เขากลับเปลี่ยนเป็นล็อกข้อมือทั้งสองข้างฉันไว้เพียงมือเดียว ส่วนอีกมือก็ยึดปลายคางฉันไว้ให้กลับมามองเขา
“เจ็บ”
“อย่าได้ริปากดีกับฉัน เพราะเธอจะโดนแบบนี้!”
“พี่ บอล... อื้อ!”
ริมฝีปากร้อนผ่าวกดจูบลงมาจนฉันตกใจ เบิกตากว้างเมื่อจูบแรกถูกผู้ชายตรงหน้าแย่งชิงไปแล้วเรียบร้อย ฉันพยายามดิ้นให้หลุดจากริมฝีปากของเขา หากแต่ว่าพี่บอลกลับกดจูบลงมาลึกเรื่อยๆ จนสามารถเปิดปากฉัน ใช่ รสจูบของเขามันมีแต่ความโมโหและร้อนแรง ทำให้ฉันรู้สึกถึงคาวเลือดเมื่อลิ้นร้อนตวัดเข้ามาในโพรงปาก ฉันพยายามผลักดันลิ้นของให้ออกจากริมฝีปากเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก แถมยังรู้สึกขมลิ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงบุหรี่ที่ฉันไม่ชอบกลิ่นของมันอย่างแรง พี่บอลถอนจูบออกก่อนจะแสยะยิ้มเมื่อฉันหอบหายใจหนัก
“อย่าคิดปากดีกับฉัน ไม่งั้นจะไม่จบแค่นี้”
“...”
“แต่แม่นี่ก็ดีนะ ส่งหมากฝรั่งมาให้ลูกชายเคี้ยวยันที่แบบนี้ หึ” เขาผละตัวออกไปและยืนมองฉันที่ยกมือเช็ดปากเห็นถึงรอยเลือดนิดหน่อยตรงฝ่ามือ ประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรง จนฉันหลับตาลงพ่นลมหายใจออกมา
“บ้าจริง! สีหน้าแบบนั้นต้องมีแผนอะไรแน่ๆ”