ตอน 1

ตอนที่ 1

“ช่วยด้วยๆ ขโมย ช่วยจับขโมยหน่อย”

เสียงร้องตะโกนดังไล่หลังมาไม่ทำให้วิฬาร์กลัวได้เท่ากับเสียงตึกๆ วิ่งตามไล่หลังมาติดๆ พร้อมคำพูดที่บอกให้จับเธอเอาไว้อย่าให้หนีไปได้นั่นอีก ทำให้กลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น เท้าเรียวยาวสาวไปข้างหน้ารัวเร็วถี่ยิบจนแทบจะพันกัน ในหัวใจอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดหวาดหวั่น กลีบปากสีชมพูอ้าเล็กน้อย สูดเอาลมหายใจอัดเข้าในปอดแรงๆ เพื่อเสริมให้มีแรงวิ่งหนีจากเงื้อมมือคนใจร้ายต่อไป

‘ไม่น่าเลยเธอ...ไม่น่าเชื่อใจยอมออกมากับไอรินเลย ไม่งั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น’

วิฬาร์ก่นด่าตัวเองในใจ รู้ดีอยู่แล้วยายแม่เลี้ยงตัวแสบคอยจ้องหาโอกาสที่จะกำจัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในเมื่อเธอเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สมบัติซึ่งผู้เป็นพ่อทิ้งเอาไว้ให้ เป็นเสี้ยนหนามสำคัญที่ทำให้ไอรินไม่สามารถใช้จ่ายเงินตามอำเภอใจได้เหมือนตอนที่บิดายังมีชีวิตอยู่

อันที่จริงเธอก็คอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอๆ แต่ไม่นึกว่าวันนี้จะมาพลาดท่าเสียที เพราะความเห็นอกเห็นใจ แล้วก็ลืมไปว่าคนเรา สันดอนน่ะขุดได้ แต่สันดานนะฝังแน่นอยู่ในกาย นิสัยคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ภายในเวลาไม่กี่วัน แม้จะพยายามปกปิดยังไง แต่หลายครั้งก็ยังคงแสดงออกมาทางดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความเกลียดชัง อิจฉาริษยาอยู่เสมอ

ไอรินวางแผนไว้แต่แรกแล้ว ถึงได้แกล้งทำเป็นมีไข้เอาในวันที่คนขับรถไม่อยู่ ภาระในการขับรถพาหล่อนไปส่งโรงพยาบาลจึงเป็นหน้าที่ของผู้ร่วมบ้านอย่างเธอ ที่เมื่อเห็นคนป่วยจะทำเป็นคนใจจืดใจดำอยู่ได้ยังไงกันล่ะ ที่เลวร้ายกว่านั้น ใครจะไปคิดกันล่ะว่าอาคารที่จอดรถของโรงพยาบาลนั่นน่ะ แท้ที่จริงคือสถานที่ซึ่งไอรินได้แอบนัดหมายกับคนของไอ้เสี่ยตัณหากลับมาจับเอาตัวไป

มือบางยกขึ้นปาดซับหยาดหยดเหงื่อบนวงหน้านวลแดงปลั่ง พร้อมเป่าพ่นลมหายใจออกจากปากบรรเทาความเหนื่อยล้า อยากหยุดพักใจจะขาด แต่เมื่อเหลียวมองไปด้านหลัง ชายร่างหนาใหญ่หน้าตารกครึ้มด้วยไรหนวดและเคราอย่างน่ากลัวยังวิ่งไล่ตามติดมาอย่างไม่ลดละ

โชคดีที่เธอพอจะมีฝีมือทางด้านการต่อสู้บ้าง ก็แบบว่าเป็นพวกอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่เป็น ว่างเมื่อไหร่ก็แอบพ่อไปเล่นกับเด็กข้างๆ บ้าน ซึ่งสำหรับพวกนั้นแล้วการต่อยตีเป็นเรื่องธรรมดามาก เธอเลยได้อานิสงส์ของการต่อยมวยวัดเป็นกับเขามานิดหน่อย ไม่ได้เก่งมากมายแต่ก็พอใช้ป้องกันตัวเองได้

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรหรอกนะ ฝึกไว้เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ยอมรับถึงประโยชน์ที่ได้รับแล้วละ พอก้าวลงจากรถปุ๊บ ก็ถูกเจ้าพวกนั้นเดินเข้ามาประกบในระยะกระชั้นชิดปั๊บ มือไม้มันก็เลยเคลื่อนไหวไปอย่างที่ใจกำหนด สามารถต่อยหน้ายักษ์ใหญ่ท่าทางเหี้ยมหาญจนพวกมันทรุดลงกองกับพื้น เพราะความที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัวและคาดไม่ถึงว่าคนอย่างเธอ ที่เห็นตัวเล็กๆ ปราดเปรียวเพรียวบางอย่างกับเด็กจะมีฤทธิ์ ก่อนจะใส่เกียร์หมาให้เท้า วิ่งหน้าตั้งหูลู่เหมือนหมาจูถูกเจ้าถิ่นไล่ฟัดด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะความสะเพร่าของตัวเอง

“หยุดนะ!! มาให้จับซะดีๆ ”

อยากหันไปตะโกนใส่หน้าด้วยเสียงดังๆ “ฉันคงจะบ้า งี่เง่าและโง่จนต้องเอาหัวควายมาสวมซิ ถึงจะยอมหยุดให้พวกแกจับตัวเอาไปต้มยำทำแกงน่ะ อยากได้ตัวก็วิ่งตามมาจับเอาเองซิ”

แบร๋... ด้วยความทะเล้นแก่นกะโหลกซึ่งมีติดตัวมา ทำให้วิฬาร์หันหน้าไปแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกสองหนุ่มร่างยักษ์ที่วิ่งไล่กวดตามติดอย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ยั่วยวนให้พวกมันโกรธจัดๆ จะได้ปล่อยอารมณ์มุทะลุออกมาจนเพลี่ยงพล้ำปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่ายๆ

เท้าบอบบางสาวไปอย่างไม่หยุดยั้ง พอๆ กับเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของสมองซึ่งไม่ได้ฉลาดมากมายนักคิดทบทวนเรื่องราวภายในบ้าน ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้เธอนั้นคลายความหวาดระแวงในตัวไอรินไปจนลืมระมัดระวังตัว ทั้งๆ ที่มีคนพูดจาตักเตือนเข้าหูมาเรื่อยๆ อย่างแรกก็คงจะเป็น...

ลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนไปของไอริน จากคนที่เคยคอแข็ง เชิดหน้าสูงไม่มองดิน พูดจาระรื่นหวานหู แต่ต้องเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าบิดาเท่านั้นนะ ลับหลังน่ะหรือ เหอะ...ไม่อยากจะเซดเลยว่า แม่เจ้าประคุณอย่างกับหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย คำพูดแต่ละคำห้วน หยาบคาย กระด้าง ทำให้นึกถึงพวกนางยักษ์หรือแม่มดในนิทานที่แม่เคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนยังเด็กๆ เลย นั่นก็คือ พูดจาหวานหู มองคนอื่นเหมือนกับคนที่มีสถานะเท่าเทียมกันมากขึ้น ท่าทางก็ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด และอีกอย่างที่พ่วงมาด้วยก็เป็นอาการป่วย ซึ่งจะมีมาประจำทุกวันไม่เช้า...ก็ค่ำ

อืม...จะว่าไปนะ ตอนเช้าไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เพราะแต่ละครั้งที่ไอรินออกจากบ้านไป หน้าตาจะผ่องใส ยิ้มเสียจนปากแทบจะฉีกถึงใบหูเลยทีเดียวละ ใช่ว่าแต่หน้าตาจะสวยใสผุดผ่องราวกับจะกระชากอายุจากเกือบจะสี่สิบให้ลงมาเหลือแค่สามสิบกลางๆ เท่านั้น จนเธอนี่มองตาค้างด้วยความอิจฉา ก็เธอนะเหมือนผู้หญิงซะที่ไหนล่ะ เห็นเป็นเด็กน้อยออกจะเป็นทอมบอยซะด้วยซ้ำไป

เสื้อผ้าหน้าผมหรือก็เลิศเสียจนน่ากลัว ผมเผ้าที่จัดทรงเสียจนสเปรย์บล็อกผมคงจะหมดครั้งละขวด แล้วยังจะชุดที่ใส่ไม่มียับแม้แต่นิดเดียว ถ้าชุดไหนมีกลีบนะ มันคงจะบาดคนที่อยู่ใกล้ๆ อย่างเธอกับเด็กน้อยสาวใช้แสนซื่อจนกลายเป็นโง่ให้ถูกหลอกอยู่บ่อยๆ เชียวละ

ปกติไอรินจะออกจากบ้านไปข้ามวันข้ามคืน เคยมีหายตัวไปเป็นอาทิตย์ก็มีนะ ก่อนจะกลับมาด้วยท่าทางของคนหมดเรี่ยวแรง หน้าตาก็โทรม ดวงตาลึกโบ๋ ขอบตาคล้ำยังกับคนอดหลับอดนอน กลิ่นกายจากที่หอมระรื่นก็มีกลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้ง

ทว่าช่วงหลังๆ ซึ่งถ้านึกให้ดีก็ไม่น่าจะถึงสามเดือน ไอรินออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กลับมาก็ไม่ค่ำมาก สูงสุดไม่เกินสี่ทุ่ม หน้าตาก็หมองเศร้ากับอาการแปลกๆ เช่น ร่างกายโอนเอนไปมา หน้าตาซีดเผือด บ่นอุบว่าแน่นตรงเหนือท้องขึ้นไปถึงช่วงอก หายใจแรงเร็วราวกับคนเป็นโรคหอบหืด ร้องเรียกหายาดมยาลมยาหม่องเสียให้วุ่นวาย หรือไม่ก็พ่วงด้วยอาการอาเจียน แต่เปล่านะ ไม่ได้มีอะไรออกมาเลยนอกจากลมล้วนๆ

จนสองอาทิตย์หลังนี่เองที่ทำให้เธอต้องคอยหันมาดูแลเอาใจใส่ไอรินมากขึ้น อันเนื่องมาจากไอรินอาเจียนบ่อยขึ้น แล้วก็ยังมีเลือดผสมปนออกมาหลายครั้ง สุดท้ายก็คือตอนเย็นของวันนี้ ไอรินอาเจียนอีกและบอกว่าหายใจไม่ออก ทำอย่างกับคนกำลังจะสิ้นลมหายใจ ขอให้เธอพามาโรงพยาบาล

เรื่องราวทั้งหมดนี้...หมายความว่า ไอรินวางแผนเอาไว้ หลอกลวงให้หลงเชื่อ เพื่อจะพาเธอมาสังเวยให้กับไอ้แก่ตัณหากลับ ผู้หญิงอะไรชั่วช้าจริงๆ

“มันอยู่นั่น ไอ้พวกโง่ จับให้ได้ซิโว้ย!” ไอรินตะโกนสั่ง พลางชี้มือชี้ไม้ไปหาลูกเลี้ยงจอมแสบซึ่งซอยเท้าถี่ยิบ วิ่งหน้าเริดไปไม่เหลียวหลัง นัยน์ตาลึกโบ๋ ขอบตาซึ่งเป็นสีดำอยู่แล้วยิ่งแต่งหน้าจัดก็ยิ่งดำเป็นปื้น ราวกับหมีแพนด้าเปล่งประกายกราดเกรี้ยว ปากบูดเบี้ยวราวกับคนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตอย่างไม่สบอารมณ์

เสียงแหลมเล็กของอดีตแม่เลี้ยงตัวแสบดังสอดแทรกมาทำให้วิฬาร์หยุดคิดเรื่องที่ผ่านมา ถึงยังไงเสียก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ในตอนนี้หน้าที่เธอมีอย่างเดียวคือวิ่ง...วิ่งและวิ่งให้สุดแรงเกิด หนีจากยายแม่มดใจร้ายให้ได้

ตอน 2

ตอนที่ 2

“เร็วๆ ซิโว้ยไอ้พวกบ้า อย่าให้มันหนีไปได้นะ เสี่ยไม่พอใจขึ้นมา จะมาโทษฉันไม่ได้นะ” ไอรินแผดเสียงด่าว่าอย่างไม่สบอารมณ์ในการทำงานของลูกน้องเสี่ยใหญ่วัยกลางคน ดีแต่ตัวใหญ่แต่ไม่มีสมอง ขนาดจับวิฬาร์ได้แล้วยังปล่อยให้หลุดมือไปได้

ว่าคนอื่นทั้งที่ตัวเองนั้นก็พยายามมาหลายครั้งที่จะหลอกลูกเลี้ยงสาวไปให้เสี่ยตัณหากลับ ทว่าไม่เคยสำเร็จสักครั้ง เห็นวิฬาร์หน้าตาใสๆ ราวกับเด็กประถม แก่นเซี้ยวทะลึ่งทะเล้นไปตามเรื่องตามวัย ไม่ค่อยจะสนใจใครหรือว่าอะไร ถ้าไม่เกี่ยวเนื่องกับตัวเองหรือจวนตัว แต่จริงๆ แล้วฉลาดเป็นกรด ไวอย่างกับปรอทและรู้ทันไปเสียทุกเรื่อง จนเธออดรนทนไม่ไหว เคยคิดถึงขึ้นจะย่องเข้าไปในห้องนอน ใช้หมอนปิดจมูกกดให้หายใจไม่ออก

ตายๆ ไปเสียจะได้หมดเรื่องหมดราวเสียที แต่ก็ทำไม่ได้ ด้วยพินัยกรรมที่ไอ้แก่บิดาวิฬาร์ทำไว้นั้นป้องกันภัยไว้ให้ลูกสาวระดับหนึ่ง เธอเลยต้องกัดฟันอดทนอยู่ร่วมบ้านด้วยความจงเกลียดจงชัง

ยิ่งโตขึ้นหน้าตาวิฬาร์ก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงจากที่เคยหน้าดำขี้มูกราขี้ตากรัง เหม็นเน่าเพราะไม่ชอบอาบน้ำ กลายเป็นเด็กสาววัยรุ่น ผิวพรรณก็ผุดผ่องใสขึ้นจนเห็นเส้นเลือดฝาด หน้าตาสวยใสสะดุดตาผู้ชาย หลายคนเมียง ๆ มอง ๆ พูดจาคล้ายจะทาบทาม

“ขอตัวหนูแมวเหมียวให้ผม...ให้อั๊วได้ไหมอาไอริน ต้องการเงินเท่าไหร่บอกมา อั๊วชอบ อีน่ารักดี” เสี่ยตัณหากลับนัยน์ตาวาวระยับเมื่อได้เห็นรูปของวิฬาร์ในกระเป๋าที่เธอวางล่อไว้

“แต่เสี่ยมีเมียแล้วนะคะ เจ๊ใหญ่เมียเสี่ยก็ขึ้นชื่อเรื่องความหึงหวงด้วย ฉันกลัวว่าถ้าเจ๊ใหญ่รู้เข้า จะไม่พอใจนะสิคะ”

ไอรินแกล้งตอบกลับอย่างมีจริต ทั้งที่ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อหนึ่งในปลาตัวโตที่หมายตาไว้ฮุบเหยื่อ แต่ไม่...การยอมรับง่ายๆ ไม่ใช่คนอย่างเธอ ถ้าจะกำจัดยายลูกเลี้ยงตัวแสบไปจากบ้าน เธอจะต้องได้คุ้มเกินคุ้ม...

“นี่ฉันก็ได้ข่าวว่าเจ๊ใหญ่ตามไปราวีตบตีกับแม่บ้านเล็กบ้านน้อยของเสี่ย จนกระเจิดกระเจิงหน้าบวมไปหลายคนแล้วนะคะ เป็นอย่างนี้แล้วจะให้ฉันกล้าให้หนูแมวเหมียวไปอยู่กับเสี่ยได้ยังไงกันละคะ”

ไอรินเอ่ยเสียงหวานใส ออกอาการประมาณว่าอยากจะให้วิฬาร์ไปอยู่ด้วยแต่ขณะเดียวกันก็กังวลจนไม่อยากจะให้ไป แม้กระทั่งใบหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เธอมองเสี่ยที่ไม่ใช่แค่เงินหนาอย่างเดียว หากรูปร่างหน้าตายังจัดว่ายังดูดี รวมไปถึงหุ่นที่ไม่ได้อวบอ้วนพุงพลุ้ยอย่างกับเสี่ยคนอื่นๆ เลยทำให้เธอยังอิดออดใจที่จะส่งแมวเหมียวตัวงามไปสังเวย

“ฉันรักหนูแมวเหมียวนะคะ ฉันคงไม่กล้าทำร้ายลูกสาวสุดที่รัก ด้วยการส่งไปเจอกับเรื่องร้ายๆ แบบนั้นหรอกค่ะ ยายหนูแมวเหมียวแกยังเด็กเกินไปที่จะต้องไปสู้รบตบมือกับคนของเสี่ย”

ไอรินพูดเสียงเศร้า ปั้นแต่งสีหน้าเศร้าหมองนองน้ำตา เริ่มต้นพร่ำรำพันพร้อมกับน้ำตาถึงความยากลำบากในการเลี้ยงดูเด็กน้อยที่ไม่ให้ความเคารพนับถือแล้วยังจะกลั่นแกล้งต่างๆ นานาอีก ทว่าเธอก็ไม่สนใจยังคงทำหน้าที่แม่เลี้ยงที่ดี

“ฉันขอบคุณเสี่ยมากนะคะที่เอ็นดูหนูแมวเหมียว ทว่าฉันอยากให้หนูแมวเหมียวได้คนรักที่ดี...ไม่ใช่ไปเป็นเมียเล็กเมียน้อยของใคร ที่ต้องถูกบ้านใหญ่ตามราวีไม่เว้นแต่ละวัน” หญิงสาวยกมือขึ้นซับน้ำตาที่เอ่อไหลอย่างมีจริตจะก้าน

“ไม่ใช่นะอาไอริน อั๊วไม่ได้คิดอย่างนั้น ลื้อก็รู้ว่าอั๊วมีเมียได้หลายคน อั๊วจะหาบ้านหลังใหญ่ๆ ให้อี หาคนมาคอยดูแลไม่ให้อาบ้านใหญ่มารังควาน แล้วอั๊วจะให้อาเหมียวเป็นเมียออกหน้าออกตาได้รับการยกย่องด้วย เงินทองไม่ต้องห่วง อั๊วจะเปิดบัญชีให้ทั้งลื้อและอาแมวเหมียว แถมการ์ดไม่จำกัดวงเงิน” สาวรุ่นวัยแรกแย้มน่าหม่ำ ใหม่สดยังไม่เคยต้องมือใครมาก่อนอย่างนี้ เขายอมทุ่มเพื่อให้ได้ตัวมา

“แต่...” ไอรินยังทำอิดออด แต่นัยน์ตานะเบิกโพลงด้วยความอยากได้

เสี่ยใหญ่ยกมือทาบบนมือไอริน เขานะชอบหมดขอให้เป็นผู้หญิง ผิวเนียนนุ่มมืออย่างไอรินก็อยากได้อยู่หรอก แต่เผอิญเห็นหน้าลูกเลี้ยงอีกฝ่ายเสียก่อน คนทางโน้นน่าสนใจกว่าสาวอวบผ่านมือชายมาแล้ว

“แล้วอั๊วจะพาลื้อกับอาแมวเหมียวไปเที่ยวต่างประเทศพร้อมพ็อกเก็ตมันนี่อีกก้อนใหญ่ ลื้อ...ยกอาแมวเหมียวให้อั๊วนะอาไอริน” ส่งสายตาหวานๆ ไล้ปลายนิ้วบนหลังมือนุ่มเบาๆ

“คิดให้ดีนะไอริน ลื้อก็รู้ว่าอั๊วเป็นคนยังไง” เอ่ยยิ้มๆ นัยน์ตาวาววับ ก็ถ้าไม่แน่จริงไม่อยู่มาถึงป่านนี้หรอก

“ขอเวลาฉันคิดหน่อยนะคะเสี่ย ฉันจะลองสอบถามหนูแมวเหมียวดูก่อน ฉันไม่อยากบังคับใจเด็ก กลัวจะถูกคนอื่นต่อว่า เป็นแม่เลี้ยงใจร้าย” ไอรีนตอบกลับพลางวางมือทาบบนมือใหญ่ ส่งยิ้มหวานๆ นัยน์ตาพร่างพราวระยับอย่างมีเสน่ห์

“สัญญาว่าจะให้คำตอบอย่างเร็วที่สุดเลยค่ะเสี่ย”

“หวังว่าจะเป็นคำตอบที่อั๊วพอใจนะไอริน” เสี่ยตัณหากลับเน้นน้ำเสียงหนัก อย่างคนที่ไม่ชอบความผิดหวัง “อืม...อั๊วก็ลืมถามไป วันนี้ลื้อมาซื้อเพชรรึ แล้วลื้อเลือกได้หรือยังล่ะ ชอบชิ้นไหนเป็นพิเศษบ้าง ไม่ต้องเกรงใจนะ เดี๋ยวอั๊วจ่ายเงินให้เอง คิดเสียว่าลูกเขยซื้อให้กับว่าที่แม่ยายแล้วกันนะ”

“อุ๊ย!! เสี่ยละก็ ใจดีกับฉันจังเลย งานนี้ฉันจะต้องเกลี้ยกล่อมหนูแมวเหมียวให้รับรักเสี่ยให้ได้เลยละค่ะ”

ไอรินตอบกลับอย่างมีจริต นัยน์ตาวามวาวด้วยความอยากได้ จนลืมคิดไปว่าคนเราเมื่อหว่านพืชก็ต้องหวังผล ยิ่งสำหรับคนบางคนเมื่อผลไม่เป็นไปอย่างต้องการ สิ่งตอบแทนจะต้องสูงเป็นหลายเท่า

แม้จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อต้องวิ่งเป็นระยะทางยาวและไม่มีทีท่าว่าจะได้หยุดพัก ร่างกายประท้วงว่าเหนื่อยจนแทบจะสูดลมหายใจเข้าปอดไม่ไหว ขาล้าจนแทบจะยกไม่ขึ้นแล้ว แต่เมื่อเหลียวมองกลับไปด้านหลัง ยักษ์ใหญ่สองคนยังคงวิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละ ตอนนี้ก็กวดไล่ตามมาจนเกือบจะคว้าตัวเธอได้ในไม่กี่ก้าว ทำให้ต้องวิ่ง...ต่อไป

สองข้างทาง แม้จะมีผู้คนเยอะแยะมากมายเดินขวักไขว่สวนกันไปมา แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ไม่ได้ขออะไรมากมาย แค่เพียงร้องเรียกตำรวจให้เท่านั้น เพราะถ้าทำเช่นนั้นได้ สองคนที่วิ่งไล่ตามมาก็จะต้องหยุดและรีบสลายตัวไป แต่...นี่ไม่เลย ไม่มีใครสักคนจะให้ความช่วยเหลือเธอได้ การวิ่งหนีสูบเอาพละกำลังออกจากกายไปจนหมด แม้กระทั่งสมองก็รู้สึกว่าจะทำงานช้าไปชั่วครู่ จนไม่รู้ว่าจะหาทางออกให้กับเหตุการณ์บ้าๆ นี้อย่างไรดี

หนทางข้างหน้าจึงเป็นการเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ถ้าต้องรับศึกสองด้าน...สำหรับอดีตแม่เลี้ยงที่ยังต้องอยู่ร่วมบ้านกัน เพราะคำสั่งเสียของบิดา เธอจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของไอรินจนกว่าอายุจะครบยี่สิบปี

ไม่รู้พ่อคิดอะไร เห็นอยู่ชัดๆ แม่เลี้ยงแสนสวยแต่เปลือกกับลูกเลี้ยงอย่างเธอไม่ถูกกัน แม้ไม่ได้ตบตีลงไม้ลงมือกัน แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะรักใคร่สมานฉันท์กันสักหน่อย ยังจะทำพินัยกรรมให้อยู่ร่วมบ้านกันอีก หลายครั้งหลายคราวเธอต้องอดทนกับพฤติกรรมปากไม่มีหูรูดของไอรินที่คอยแขวะกัด แต่ยิ่งทำหูทวนลมมากเท่าไหร่ แม่เลี้ยงอสรพิษก็ยิ่งกระทำการหนักมือขึ้น

ไม่ใช่ไม่รู้...รู้เสมอด้วยว่าไอรินทำอะไรลงไปบ้าง ไม่ว่าจะเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สินมีค่าในห้อง รวมถึงพยายามค้นหากุญแจและรหัสตู้เซฟ ซึ่งบรรจุข้าวของเครื่องประดับมีค่า นับจากครั้งแรกที่สร้อยข้อมือหายไป เธอได้แอบนำเอาทรัพย์สินอื่นๆ ไปฝากไว้ที่ธนาคารแทน ส่วนในตู้เซฟนั้นก็เก็บเอาไว้เฉพาะเงินไม่มาก เฉพาะไว้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้านเท่านั้น

ตอน 3

ตอนที่ 3

นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่เลี้ยงไม่ชอบขี้หน้าเธอนัก รวมถึงพยายามหาเรื่องหาราวมาตลอด ยิ่งพักหลังๆ ดูเหมือนไอรินจะเงินขาดมือ ไม่รู้ว่าไปกู้หนี้ยืมสินใครมาบ้างหรือเปล่า เพราะเคยมีคนหน้าตาน่ากลัว มาเมียง ๆ มอง ๆ หน้าบ้านหลายครั้ง บ้างก็มีโทรศัพท์เข้ามา ไอรินรับแล้วหน้าตาก็จะซีดเซียว เดินย่ำทิ้งน้ำหนักเท้าลงบนพื้นอย่างกับต้องการให้มันทรุดลงไป

เมื่อหนักหนาจนทนกับความกดดันไม่ไหว ไอรินก็บากหน้ามาขอคุยแบบเปิดอก เรื่องขอขึ้นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งเธอไม่เห็นด้วย เพราะค่าใช้จ่ายที่ไอรินได้นั้นสูงมากอยู่ ไม่ถึงกับทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ก็มีปากเสียงกันหนักเอาการ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมท่าเดียว แล้วยังแสดงอาการข่มขู่คุกคามอีกด้วย

วิฬาร์สลัดความคิดที่อัดแน่นกันอยู่ในสมองทิ้งไป ตอนนี้สิ่งเดียวที่ต้องทำคือหนีเอาตัวรอดจากอดีตแม่เลี้ยงอสรพิษที่ช่างกล้าและใจเหี้ยมหาญเหลือเกิน ลงทุนแสดงละครเพื่อหลอกพาเธอมาให้ใครก็ไม่รู้เอาตัวไปปู้ยี่ปู้ยำ มันน่าแค้นใจตัวเองนักที่ดันพลาดท่าเสียที

หญิงสาวสอดส่ายสายตาเหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่ หนีได้คราวนี้เธอต้องคิดทำอย่างที่ใจต้องการ เสี่ยงเดินทางไปหาญาติคนเดียวที่เหลือ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าคนทางนั้นจะยังยินดีให้การต้อนรับเธออยู่อีกหรือเปล่า หลังจากถูกผู้เป็นบิดาตอกหน้าหงายกลับไป เพราะท่านคิดว่าน้าสาวมาทำดีด้วย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเขยิบตัวเองจากแค่น้องเมียมาเป็นเมียท่านเสียเอง

‘โอ๊ย! มันจะวิ่งตามไปถึงไหนนะ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกันบ้างหรือไงนี่’

วิฬาร์บ่นอุบ เธอเหลียวมองไปข้างหลังกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เจ้ายักษ์ใหญ่ทั้งสองคนก็ยังวิ่งกวดหน้าเริดมาอย่างกับหุ่นยนต์ที่ใส่น้ำมันจนเต็ม เลยไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย แล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น สุดถนนด้านหน้าไม่ไกลเป็นสี่แยกมีป้อมตำรวจเด่นเป็นสง่าจนเห็นแต่ไกล

รอดแล้วเรา...รอดแล้ว! วิฬาร์ร้องตะโกนอย่างลิงโลดอยู่ในใจ ลืมความเหนื่อยและล้าจนหมดสิ้น ซอยเท้าถี่ยิบเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ทว่า...

“บ้าจริง! แล้วฉันจะทำไงดีล่ะทีนี้” บ่นอุบพร้อมเสียงหอบ ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นว่า ปลายทางเป็นป้อมตำรวจที่มีเพียงหุ่นจ่าเฉยยืนประจำการอยู่

“เอาไงดีวะ” เก็บผมที่ร่วงหล่นรุ่ยร่ายความยาวก็แค่ระต้นคอเพียงเล็กน้อยเท่านั้นให้ย้อนกลับเข้าไปในหมวก ยิ่งทำให้สาวน้อยกลายเป็นหนุ่มน้อยไปในบัดดล แต่เพื่อความมั่นใจก็ยังดึงเอาชายหมวกลงมาปิดบังหน้าผากอีกเล็กน้อย

“จะไปทางไหนดีนี่” ถามตัวเองพร้อมหันรีหันขวางอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง

เส้นทางที่ทอดยาวไม่ว่าจะไปซ้ายหรือขวา หรือจะด้านหน้าลิบๆ นั่น ไม่คุ้นเคยเลย จึงไม่รู้ว่าปลายทางนั้นไปสิ้นสุดที่ไหนและอย่างไร แต่เมื่อถึงที่สุดก็ต้องตัดสินใจเลือกอย่างเท่าที่จะมีเวลาให้พินิจพิเคราะห์

ด้านหน้าและด้านซ้ายมือ...สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านรวงแต่ไม่มากมายเท่าไหร่นัก อีกทั้งรถราที่วิ่งไปมาก็ไม่มากมายเท่าฝั่งด้านซ้ายมือ ซึ่งดูการจราจรจะคับคั่งมากกว่า แล้ววิฬาร์ก็ตัดสินใจเลือกวิ่งไปทางซ้ายมือด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้เธอเจอกับใครสักคนที่สามารถช่วยเหลือพาเธอหนีรอดจากเงื้อมมือแม่เลี้ยงอสรพิษ หรือไม่ก็เจอตำรวจสักนาย...

เอี๊ยด!

“โอ๊ย!” สาวสวยซึ่งนั่งบดเบียดเรือนกายนุ่มนิ่มแนบชิดกายแกร่งร้องเสียงหลง เมื่ออยู่ดีๆ ร่างก็ลอยละลิ่วกระแทกกับขอบประตูจนจุกก่อนจะทรุดกองกับพื้น

“ขับรถยังไงกัน ถึงได้เบรกจนคนอื่นเขาต้องเจ็บตัวแบบนี้น่ะ” ความจริงอยากตวาดแว้ดไปมากกว่า แต่การอยู่กับเควินเธอจะต้องรักษามาดผู้หญิงอ่อนหวานและอ่อนโยน ใจเย็นอย่างกับน้ำแข็งเป็นเนืองนิตย์ แม้จะโกรธใครจนอยากจะบีบคอแล้วหักทิ้ง ก็ยังต้องข่มเพลิงโทสะไว้ภายในอกอย่างสุดๆ ทว่านัยน์ตากลับไม่...

วีรดากัดฟันข่มกลั้นความเจ็บ ดันร่างอรชรอวบอัดไปนั่งบนเบาะนุ่มใกล้กับร่างหนาใหญ่ที่ยังคงทำหน้าเรียบเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ตวัดสีหน้าแดงระเรื่อและนัยน์ตาเข้มดุเกรี้ยวกราดไปให้กับคนขับรถซึ่งหันมาค้อมหัวขอโทษถี่ยิบ หลายครั้งแล้วที่เธอต้องเสียอารมณ์กับคนขับรถมือใหม่คนนี้ คราวนี้คงจะต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว

“ขับรถอย่างนี้บ่อยๆ ระวังจะไม่มีงานทำนะ” ขู่เสียงแข็งกร้าว ถึงอำนาจสูงสุดของการตัดสินใจจะอยู่ที่เควิน ทว่าเธอก็มีหนทางกำจัดศัตรูได้หลายวิธี

“คุณเป็นยังไงบ้างคะเควิน” เอ่ยเสียงหวานถามชายหนุ่มซึ่งเธอทุ่มความพยายามในการจับเขาเพื่อเลื่อนฐานะตัวเองจากเพื่อนร่วมเตียงเป็นภรรยา แต่ก็ไม่เคยจะสำเร็จสักครั้ง ชายหนุ่มไม่เคยบ่ายเบี่ยง แต่ก็ไม่เคยพูดจาให้ความหวัง และยังส่งสายตาเหมือนจะเตือนอยู่กลาย ๆ ให้เธอรู้ฐานะของตนเอง อยากจะดึงดันไม่ทำตามความต้องการนะ...

แต่เคยเจอแล้วกับคนที่พูดมาก ดื้อดึง เลยถูกเควินเขียนเช็คโยนใส่หน้า ก่อนเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาลากเอาตัวไป พร้อมสั่งห้ามใครปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นกลับมาในบริษัท ถ้าใครขัดคำสั่ง...ไล่ออกสถานเดียว

“ขอโทษครับนาย มีคนวิ่งตัดหน้ารถครับ” ถวิลรีบชี้แจงให้กับเจ้านายที่นั่งไม่บ่งบอกอารมณ์โกรธหรือว่าหงุดหงิด วงหน้าเข้มผิวสีทองแดงเรียบเฉยราวกับมีใครเอาปูนซีเมนต์มาเคลือบบล็อกไว้ นัยน์ตาสีสนิมเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาแวบหนึ่ง ทำให้คนขับซึ่งเพิ่งจะมารับหน้าที่ได้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ถึงกับหน้าซีดเผือด กลัวจนหัวใจหลุดหล่นไปกองอยู่ปลายเท้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับนายนอกจากหน้าตาที่ดุแข็งกร้าว ตาคมกริบอย่างกับเหยี่ยวบนฟากฟ้า มองทีเหมือนจะซอกซอนทะลุเข้าไปถึงหัวใจของคนแล้ว ปากหรือก็ร้าย คำพูดเหมือนมีดผ่าตัดในโรงพยาบาล บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง นิสัยแข็งกร้าว โมโหร้าย ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น ทำงานจริงจัง ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบใคร แต่อย่ามีใครมาทำให้โกรธแล้วกัน ไม่ตายพ่อเล่นไม่เลิก ในการทำงานใครทำดีนายจะให้ผลตอบแทนสูงและเลี้ยงดูอย่างดีด้วย แต่ถ้าไม่ได้เรื่องรับเงินเสร็จก็เชิญไปหางานอื่นได้เลย แล้วตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้เงินด้วย

“ดาว่าพนักงานขับรถคนใหม่ ทำงานไม่ค่อยจะได้เรื่องเลยนะคะเควิน อย่างนี้ให้พิจารณาตัวเองดีไหมคะ”

ถวิลถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เมื่อเจอเข้ากับคำพูดแล้งน้ำใจซึ่งออกจากปากอวบอิ่มสีชมพูสดของผู้หญิงที่นิสัยและหน้าตาแตกต่างกันราวกับฟ้าและเหว

หน้าตาเธอจัดว่าสวยคมเข้มสะดุดตามาก ยิ่งแต่งกายเป็น รู้ว่าส่วนใดของร่างกายที่บกพร่องควรจะปกปิด ส่วนใดที่ควรเปิดเผย แต่ก็ไม่ควรมากมายจนเกินควร อย่างเช่นอกอิ่มอย่างกับลูกมะพร้าวแทบจะล้นออกมานอกตัวเสื้อ เอวเล็กแทบจะกำรอบด้วยสองมือ เสริมด้วยกระโปรงย้วยผ่าขึ้นมาทางด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้างอวดช่วงขาขาวนวลเนียนทั้งยามเดินและยามนั่ง ทว่าจิตใจนั้น...ดำยิ่งกว่าอีกา เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ

“ออกรถได้แล้วถวิล” เควินสั่งการเสียงเรียบไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ

เขาเพิ่งลงจากเครื่องบินหมาด ๆ หลังจากที่ต้องนั่งและนอน รวมถึงกินอยู่บนนั้นตลอดสิบกว่าวัน ส่วนหนึ่งคือการกลับไปเยี่ยมหลุมศพของบิดาและมารดาบุญธรรมซึ่งเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก อีกส่วนคือเข้าไปดูแลทรัพย์สมบัติและบริษัทที่บิดาบุญธรรมทิ้งเอาไว้ให้ เข้าร่วมการประชุมประจำปี วางแผนงาน คาดคะเนแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ มองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทำเงินเข้ากระเป๋าเขาและหุ้นส่วน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED