ตอน 1

สนามบินสุวรรณภูมิ 06.20 น.

ร่างระหงของหญิงสาวผมทองคนหนึ่งกำลังเข็นรถที่มีกระเป๋าเดินทางวางอยู่ทั้งหมดสี่ใบด้วยความกระฉับกระเฉง พอเห็นว่าบิดามารดามายืนรอรับก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดด้วยความคิดถึง โดยทิ้งรถเข็นไว้ทางด้านหลังเพราะรู้ว่ายังไงลูกน้องของบิดาก็จะต้องมาช่วยเข็นอย่างแน่นอน

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่แอลคิดถึงพ่อกับแม่จังเลยค่ะ”

เอลินอร์ เอกประดิษฐ์มณีหรือแอลเป็นหญิงสาววัย 24 ปี เธอไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 15 พอจบเกรด 12 ก็เรียนต่อปริญญาตรีบริหารธุรกิจ จากนั้นก็เรียนต่อการออกแบบอัญมณีอีกสองปีเพื่อจะกลับมาช่วยงานของบิดา แต่หลังจากเรียนจบก็เที่ยวกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน จนคุณเอกภพผู้เป็นบิดาต้องโทรศัพท์ตามให้กลับบ้านเพราะถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเขาก็รู้ว่าลูกสาวจะเที่ยวอีกนานแค่ไหน

“เดินทางเหนื่อยไหมลูก” เสียงมารดาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เลยค่ะแม่ บินตรงแบบนี้แอลหลับยาวเลยค่ะ”

“จะเหนื่อยก็แปลกแล้วล่ะคุณ นั่งเฟิร์สคลาสแบบนั้นแถมบังบินตรงไม่ต้องแวะที่ไหน”

“ก็แอลคิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่นี่คะ ก็เลยเลือกบินตรงจะได้ไม่ต้องแวะที่ไหนให้เสียเวลา” เอลินอร์รีบบอกอีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกบินตรงก็เพราะเป็นคนไม่ชอบการรอ ถ้าจะให้เธอลงจากเครื่องแล้วนั่งรออีกเป็นชั่วโมงคงเป็นอะไรที่น่าเบื่อแย่

“คิดถึงแล้วทำไมไม่รีบกลับมาล่ะ นี่ถ้าพ่อไม่โทรไปตามก็คงยังไม่ยอมกลับใช่ไหม” เอกภพเชื่ออย่างที่พูดเพราะเขารู้จักนิสัยของเธอดีกว่าใคร

“โธ่ พ่อคะก็แอลเพิ่งเรียนจบก็อยากจะเที่ยวก่อน ถ้ากลับมาเมืองไทยแล้วแอลก็คงไม่ได้กลับไปอีก” เอลินอร์มักจะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองแบบนี้ได้ตลอด

“แต่พ่อว่าเที่ยวนานเกินไปแล้วนะ” เอกภพไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแต่เขาอยากให้ลูกสาวรีบกลับมาเรียนรู้งานในบริษัทเพราะตอนนี้เขามีปัญหาเรื่องสุขภาพที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา แต่ก็ไม่ได้บอกเหตุผลนี้ออกไป

“แม่ขาดูพ่อสิคะ ว่าแอลอีกแล้ว” พอบิดาต่อว่านิดหน่อยหญิงสาวก็หันกลับมาอ้อนมารดา

“คุณเอกคะ ฉันว่าลูกเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ กลับบ้านกันก่อนดีกว่าค่ะ วันนี้คุณมีประชุมแต่เช้าด้วยนะคะ” เพราะเป็นคนกลางระหว่างสามีและลูกสาวเธอจึงต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้การเจอหน้ากันครั้งแรกในรอบครึ่งปีต้องเสียบรรยากาศ

“นั้นสิ ไหนๆ ก็กลับมาแล้วเช้านี้เข้าประชุมกับพ่อเลยไหม พ่อจะได้แนะนำลูกสาวคนเก่งให้ที่บริษัทได้รู้จัก” เอกภพถามลูกสาวออกไปแบบทั้งที่ตัวเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว

“พ่อขาแอลเพิ่งมาถึงนะคะ ขอพักก่อนได้ไหม ถ้าพร้อมเมื่อไหร่แอลจะไปทำงานกับพ่อนะคะ” หญิงสาวคล้องแขนบิดาและมารดาคนละข้างอย่างประจบ

“ได้สิลูกพักให้เต็มที่ก่อนก็ได้ ส่วนงานที่บริษัทก็ให้พ่อกับลูกน้องช่วยกันทำไปก่อน” คุณแอนเดรียหญิงวัย 52 ปีชาวอังกฤษให้ท้ายลูกสาวคนเล็กที่เธอรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“แม่แอนเป็นแม่ที่น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ” พูดจบเธอก็หอมไปที่แก้มทั้งสองข้างของมารดาอย่างประจบ

คุณเอกภพมองลูกสาวช่างอ้อนแล้วก็ส่ายหัวเพราะผู้เป็นภรรยารักและตามใจเธอจนเคยหัว ไม่ว่าเอลินอร์อยากจะได้อะไรหรืออยากจะทำอะไรแอนเดรียก็ตามใจจนเคยตัว ยิ่งลูกสาวจากไปเรียนไกลตัวแต่วัยรุ่นเธอก็ยิ่งตามใจมากขึ้นเพราะกลัวว่าความห่างเหินจะให้ลูกสาวไม่รักตนเอง

“ถ้าจะรีบกลับก็ไปเข็นกระเป๋าได้แล้ว ทิ้งไว้อย่างนั้นเดี๋ยวใครเขาก็นึกว่าเจ้าของไม่เอาขึ้นมามันจะยุ่ง” เอกภพมองไปยังรถเข็นด้านหลังที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อยู่บนนั้นถึงสี่ใบ

“อ้าว ทำไม่แอลต้องเข็นเองล่ะคะ ลูกน้องพ่อไปไหนทำไมไม่มาช่วยแอลเข็น” หญิงสาวพูดพลางมองหาคนที่จะมาช่วยเข็นแต่บริเวณนี้มีแค่บิดากับมารดาของเธอเพียงเท่านั้น

“ลูกน้องพพ่อจ้างมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาเข็นกระเป๋า”

“มันก็เหมือนนั่นแหละค่ะพ่อ เราจ้างแล้วก็ควรใช้งานให้คุ้มสิคะ” เอลินนอร์พูดอย่างเอาแต่ใจ เพราะเธอรักความสะดวกสบายและไม่ค่อยทำอะไรเอง

แม้จะไปเรียนต่างประเทศแต่เธอก็ยังต้องจ้างแม่บ้านมาคอยทำความสะอาดห้องและซักรีดเสื้อผ้าให้ ในขณะที่นักเรียนไทยคนอื่นๆ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

“ถ้าแอลไม่เข็นจะทิ้งไว้ตรงนั้นก็ได้นะ พ่อไม่ว่าหรอก ไปกันเถอะแอนเดรียเดี๋ยวดินจะรอนาน”

“คุณก็ น่าจะให้ใครสักคนมาช่วยนะคะ ดูสิกระเป๋าเยอะขนาดนั้นลูกจะเข็นไหวได้ยังไง”

“แล้วเขาเอาขึ้นเครื่องมาได้ยังไงล่ะคุณ” เอกภพพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำออกมา เขาอยากจะดัดนิสัยลูกสาวบ้าง เพราะที่ผ่านมานั้นทั้งตนเองและภรรยาตามใจมากจนเอลินอร์แทบจะทำอะไรด้วยตัวเองเป็น จะมีเรื่องเดียวที่ลูกสาวของเขาทำได้ดีก็คือเรื่องเรียนเท่านั้น

“ไม่เป็นไรค่ะมาเดี๋ยวแอลเข็นไปเองก็ได้”

“ให้แม่ช่วยนะ” แอนเดียทำท่าจะเข้ามาช่วยลูกสาว เพราะดูแล้วกระเป๋าคงจะหนักอยู่ไม่น้อย

“อย่าเลยค่ะ อันที่จริงมันก็ไม่หนักอะไรหรอกค่ะ แต่ที่กระเป๋ามันมีหลายใบเพราะของบางอย่างแอลต้องแพ็กมาอย่างดีมันก็เลยใช้พื้นที่เยอะไปนิดค่ะ” หญิงสาวรีบบอก

“งั้นหนูเข็นตามมาช้าๆ นะไม่ต้องรีบ”

“แม่คะ คนที่มารับเราคือนายดินเหรอคะ แอลนึกว่าจะเป็นลุงสมานเสียอีก” ลุงสมานที่เธอพูดถึงก็คือคนขับรถที่ทำงานรับใช้ที่บ้านเธอมานาน

“จ้ะ ลุงสมานต้องรับรถให้พ่อตอนกลางวัน ถ้าให้ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อออกมารับลูก แม่ก็กลัวจะง่วง ดินเขาเลยอาสามารับ”

อันที่จริงในตอนแรกเธอกับสามีก็จะมารับลูกสาวกันแค่สองคนแต่พอปฐพีหรือดินรู้เขา เขาก็เป็นคนอาสาขับรถมาให้เพราะไม่อยากให้คุณเอกภพที่เขารักเหมือนบิดาต้องขับรถเอง

“อ้อ ดีเหมือนกันนะคะนายดินคนนี้เลี้ยงไว้ไม่เสียข้าวสุกจริง”

หญิงสาวนึกถึงเด็กชายตัวผอมสูงที่เอาแต่เดินตามติดพี่ชายของเธอไปทุกที่เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลยถึงแม้ว่าเขาจะไปเรียนที่เมืองเดียวกับเธอและเธอก็มาพาพี่ชายที่หอพักบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้เจอกัน

“แอล อย่าพูดแบบนี้ให้พ่อหรือคนอื่นได้ยินนะ” คุณแอนเดรียรีบปราบลูกสาว

“ทำไมล่ะคะแม่”

“มันฟังดูไม่ดี คนอื่นเขาจะหาว่าเราไปดูถูกเขา”

“แอลก็พูดเรื่องจริงพ่อรับเขามาอยู่ที่บ้าน เลี้ยงเขาเหมือนกับเป็นลูกคนหนึ่งเขาก็ควรจะตอบแทนเราบ้าง”

เอลินอร์ไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวของเธอถึงได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเขาเป็นคนสำคัญทั้งๆ ที่เขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอเลยสักนิด

ขณะที่เดินและเข็นรถตามบิดามารดามายังด้านหน้าอาคารรถตู้สีดำคันหรูก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี

“แม่คะ แอลคงไม่ต้องยกกระเป๋าขึ้นรถเองใช่ไหมคะ” เอลินอร์หันมาถามมารดา เพราะเห็นว่าบิดาตนเองยังเปิดประตูขึ้นไปนั่งเองโดยที่คนขับรถไม่มาเปิดให้อย่างที่ควรจะเป็น

“ไม่ขนาดนั้นหรอกลูกเดี๋ยวดินเขาก็ลงมาช่วยเอง หนูขึ้นนั่งรอในรถได้เลย”

หญิงสาวขึ้นไปนั่งในแถวหลังในขณะปฐพีลงมายกกระเป๋าทั้งหมดไปไว้หลังรถ

ตอน 2

รถตู้คันเดิมแล่นเข้ามายังบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่กินพื้นที่กว่าหนึ่งไร่ ภายในมีบ้านทรงยุโรปสีขาวตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านขวาของตัวบ้านเป็นสระว่ายน้ำ ส่วนด้านซ้ายมือเป็นโรงจอดรถ

ปฐพีจอดรถที่บันไดทางด้านหน้า จากนั้นก็ยกกระเป๋าลงจากรถโดยมีลุงสมานและเด็กรับใช้ช่วยกันยก ส่วนเจ้าของกระเป๋านั้นเดินตัวปลิวเขาไปในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ขอบใจมากนะดิน อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนไหม” เอกภพเอ่ยชวน

“ไม่เป็นไรครับคุณลุง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเกรงใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเติบโตมาในอุปการะของคุณเอกภพแต่เขาก็เจียมตัวอยู่เสมอว่าตนเองเป็นแค่เด็กที่ท่านเมตตาส่งเสียเลี้ยงดู

“ทำไมล่ะดิน หรือว่ารีบไปไหน ป้าว่าดินไม่มาทานข้าวกับเรานานแล้วนะ หรือว่ามีใครรอทานข้าวหรือเปล่า”

“ไม่มีหรอกครับคุณป้า”

“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ทานด้วยกันก่อน”

“ครับ” เพราะความเกรงใจปฐพีเลยต้องยอมทานอาหารเช้ากับท่านทั้งสอง ซึ่งแต่ก่อนก็มักจะมาทานที่นี่เป็นประจำแต่หลังจากที่ลูกชายเจ้าของบ้านแต่งงานและย้ายออกไปอยู่ที่อื่นปฐพีก็ไม่ค่อยได้มาทานอาหารเช้าที่บ้านนี้อย่างเคย

ปฐพีขับรถไปจอดยังลานจอดรถแล้วก็กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้คุณเอกภพและคุณแอนเดรียนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้ว

“มาครบแล้วป้านวลตักข้าวเลย” คุณเอกภพที่นั่งอยู่หัวโต๊ะบอกป้าแม่บ้าน

“จะไม่รอลูกแอลหน่อยเหรอคะ” แอนเดรียถามสามี

“คุณหนูบอกว่าจะนอนค่ะ” กุ้งนางเด็กรับใช้ที่เป็นคนไปตามเอลินอร์รีบรายงานเจ้านาย

“งั้นเราทานกันเถอะดิน”

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าด้วยความสบายใจ

ผิดกับคุณแอนเดรียที่ทานไม่ค่อยลงเท่าไหร่ เพราะลูกสาวไม่ลงมาทานอาหารเช้าด้วย

ปฐพีรู้ว่าคุณหนูไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นเขาจึงพยายามไม่เจอกับเธอ ถึงขนาดที่ว่าเวลาเธอไปค้างกับพี่ชายที่หอ ตัวเขายังต้องออกไปขอค้างกับเพื่อคนอื่นเพราะไม่อยากอยู่ให้รกหูรกตา

ชายหนุ่มจำได้ดีว่าคุณหนูไม่ชอบเขา และไม่อยากใครรู้ว่าเคยอยู่บ้านเดียวกัน เรื่องนี้เขาแอบได้ยินเธอคุยกับพี่ชายและสั่งพี่ชายให้เลิกทำตัวสนิทสนมกับเขา แต่พี่ชายเธอก็ไม่ทำตาม นั่นยิ่งทำให้เอลินอร์ไม่ค่อยพอใจเพราะรู้สึกเหมือนพี่ชายให้ความสำคัญกับเขามากกว่าน้องสาวตัวเอง

นับแต่นั้นเขาก็พยายามเลี่ยงมาตลอด แต่เมื่อเช้าที่อาสาขับรถไปรับก็เพราะไม่อยากลุงสมานต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้า

“ลุงว่าจะให้ดินช่วยสอนงานยัยแอลหน่อย”

แคร่ก แคร่ก

ปฐพีแทบจะสำลักอาหารที่กำลังทานอยู่ เขารีบหยิบน้ำมาดื่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวขอโทษที่ตนเองเสียมารยาท

“ขอโทษครับ ผมรีบทานไปหน่อย”

“ป้าว่าไม่เกี่ยวกับอาหารหรอกมั้งดิน ป้ารู้ว่าเรากับหนูแอลนะ ไม่ค่อยจะชอบขี้หน้ากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ลุงกับป้าคุยกันแล้ว เราอยากให้ดินช่วยสอนงานหนูแอลจริงๆ”

“ผมไม่เก่งอะไรขนาดนั้น ผมว่าให้คุณหนูเธอเรียนรู้งานกับคุณลุงดีกว่านะครับ”

“ดินก็รู้ว่าตอนนี้สุขภาพลุงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขืนต้องสอนงานคนหัวรั้นอย่างยัยแอลลุงว่าคงอาการแย่ลงกว่าเดิมแน่”

“นะดิน ถือว่าป้าขอล่ะ”

ถึงแม้จะหนักใจที่ต้องสอนงานคุณหนูที่ไม่ชอบขี้หน้าตนเอง แต่ปฐพีก็ต้องทำเพราะถือว่าทดแทนบุญคุณท่านทั้งสองที่เลี้ยงดูตนเองมาอย่างดี

“ครับ”

“ลุงว่าอาทิตย์หน้าจะให้เขาเข้าไปที่บริษัท ดินช่วยจัดการเรื่องห้องทำงานให้ทีนะ”

“ได้ครับ ผมจะจัดห้องที่ติดกันให้เธอเอง”

“ลุงหมายความว่าจัดห้องให้ยัยแอลเข้าไปทำงานห้องเดียวกับดิน”

“อะไรนะครับคุณลุง ผมว่าไม่ค่อยเหมาะหรอกมั้งครับ”

“ป้าเห็นด้วยกับลุงนะ จะได้สอนงานกันได้สะดวก”

“ผมกลัวเธอจะไม่ยอม”

“ยังไงก็ต้องยอม เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะดิน”

“คุณลุงจะผ่าตัดเมื่อไหร่ครับ”

“อีกสองเดือน ลุงนัดหมอที่อเมริกาไว้แล้ว ระหว่างนี้ดินต้องทำให้แอลเรียนรู้งานได้มากที่สุด”

“ผมกลัวเธอจะไม่ฟังผม”

“ยังไงก็ต้องฟัง ป้าไม่อยากคุณเอกไปผ่าตัดทั้งๆ ที่ยังกังวลเรื่องงาน ป้าให้สิทธิ์ดินเต็มที่ทำยังไงก็ได้ให้เธอยอมเรียนรู้งานให้ได้มากที่สุด”

“ผมจะดุเธอได้เหรอครับ”

“เต็มที่เลย ขอแค่อย่าถึงขั้นลงไม้ลงมือกันก็พอ” เอกภพเปิดทางเพราะถ้าเขาสอนลูกสาวเองก็กลัวจะยอมใจอ่อนเวลาเธออ้อน แต่กับปฐพีเขารู้ว่าชายหนุ่มเป็นคนจริงจังกับงานทำและทำงานดีมากคนหนึ่งจึงไว้เขาช่วยสอนงานเอลินอร์

“ทำไมลุงไม่บอกเธอไปตรงๆ ล่ะครับว่าคุณลุงไม่สบาย เธอจะได้ตั้งใจมากกว่านี้”

“ลุงไม่อยากเธอเป็นกังวล”

“แต่เราจะปิดเธอได้ไม่ตลอดนะครับ”

“แต่ก็ยังไม่ใช่ตอนนี้จ้ะดิน ป้าอยากให้ผ่าตัดเรียบร้อยค่อยบอกหนูแอล”

“ผมเข้าใจดีครับ แล้วเรื่องนี้อลันรู้ไหมครับ” ปฐพีหมายถึงอลันลูกชายอีกคนของคุณเอกภพที่เพิ่งแต่งานไปได้ไม่นาน

“รู้ เขาเป็นคนติดต่อหมอให้ลุงเอง ช่วงที่ไปผ่าตัดก็จะเขาเป็นคนจัดการเรื่องที่นู่น”

“ครับ ผมหวังว่าคุณหนูเธอจะเชื่อฟังผมนะครับคุณลุง”

“ดินคงจะปวดหัวแน่ แต่ลุงก็อยากให้ดินอดทน”

“ครับคุณลง”

ปฐพีรับปากเพื่อให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านสบายใจ ส่วนตัวเขานั้นยังนึกไม่ออกว่าตนเองกับคุณหนูจะทำงานร่วมกันได้ยังไง เพราะเขากับเธอไม่ได้คุยกันมานานมากแล้ว จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคุยกันดีๆ ครั้งสุดท้ายตอนไหน เพราะเจอกันทีไรคุณหนูเอลินอร์ก็มักจะหาเรื่องเขาอยู่ตลอด

“วันนี้ลุงว่าจะให้ดินขับรถให้ลุงหน่อยได้ไหม”

“ได้ครับลุง” เขารับปากโดยไม่ถามว่าเพราะอะไร

“งั้นดินนั่งรอลุงก่อนนะ ลุงขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“ครับ”

“เดี๋ยวเย็นนี้ดินก็มาทานข้าวที่บ้านด้วยเลยนะ ไหนๆ ก็ต้องมาส่งคุณเอกอยู่แล้ว ป้านัดอลันกับเมียเขามาทานด้วย ทานหลายๆ คนก็คงสนุกดี ดินมีธุระต้องไปไหนหรือเปล่า”

“ไม่มีครับคุณป้า”

คุณแอนเดรียนั่งคุยกับปฐพีขณะที่รอสามีขึ้นไปเปลี่ยนชุด พอเขาเดินลงมาเธอก็เข้าไปช่วยผูกเนกไทให้อย่างที่ทำเป็นประจำมาสามสิบกว่าปี

“ถ้าจะออกไปไหนก็ให้สมานขับรถให้นะ ผมไม่ไว้ใจยัยแอล เพิ่งกลับมาเดี๋ยวจะขับไปชนใครเขาเอา”

“วันนี้ลูกคงไม่ออกไปไหนหรอกค่ะ”

“เชื่อได้เหรอ ผมว่ากลับมาก็คงจะรีบไปหาเพื่อนเขานั่นแหละ ตอนนั่งรถมาคุณก็ได้ยินแล้วนี่ว่าเขานัดเจอกัน”

“เดี๋ยวฉันจะบอกลูกให้เองค่ะ”

“จะออกไปข้างนอกผมก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าเย็นนี้มีนัดทานข้าวกับอลัน”

“ค่ะ ฉันจะเตือนลูกเองคุณรีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวเข้าประชุมสายนะคะ”

ตอน 3

บ้านเอกประดิษฐ์มณี

“น้องแอลไม่อยู่เมืองไทยนาน ไม่รู้ว่าจะทานอาหารเผ็ดได้หรือเปล่า พี่เลยใส่พริกไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะคะ ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากหรือเปล่า” พรลภัสบอกกับน้องสามี เพราะอาหารมื้อนี้เธอกับป้านวลช่วยกันทำตั้งแต่บ่าย

“อร่อยมากค่ะพี่เนย ฝีมือทำอาหารของพี่เนยอร่อยมากค่ะ แอลไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายของแอลเริ่มจะมีพุงแล้ว” เอลินอร์เอ่ยชมจากใจจริงหลังจากที่ตักแกงเขียวหวานเนื้อเข้าปากติดๆ กันไปหลายคำ

“พุงนี้ไหนกันยัยแอล กล้ามเนื้อทั้งนั้น” อลันเอามือลูบท้องตนเองที่ตอนนี้ดูจะมีเนื้อมากกว่าแต่ก่อน

“ถ้าพี่อลันหลอกตัวเองแล้วก็มีความสุขก็เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่แอลมองยังก็ไงเห็นว่ามันเป็นพุงอยู่ดี” เธอพูดพลางยักไหล่อย่างยียวน

“พูดแบบนี้ขอให้ได้แฟนอ้วนลงพุงทีเถอะ พี่จะหัวเราะให้ฟันร่วงไปเลย” อลันพูดจบก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

“พี่อลัน อย่ามาแช่งน้องแบบนี้นะ คอยดูเถอะแอลจะหาแฟนหล่อรวยหุ่นนายแบบมาควงให้ดู”

“จ้ะพี่จะคอยดู แต่ขอร้องนะแอลขอคนที่มีสมองด้วยนะ อย่างแฟนคนล่าสุดของเราพี่ว่ามันไม่มีสมอง”

“มีสิทธิ์อะไรมาว่าจอห์นแบบนั้น เขาน่ะขวัญใจสาวทั้งยูเลยนะ แล้วแอลก็คว้าเขามาเป็นแฟนได้” เอลินอร์ตอบอย่างมั่นใจ

จอห์นที่เธอพูดถึงนั้นเป็นหนุ่มหล่อขวัญใจสาวในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ซึ่งครั้งล่าสุดที่พี่ชายบินไปเยี่ยมเธอนัดให้ทั้งสองได้ทานข้าวด้วยกัน แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนเธอกับจอห์นก็เลิกกันเพราะชายหนุ่มบอกว่าอยากจะเอาเวลาไปทุ่มกับการเรียนและคงไม่ค่อยสะดวกถ้ายังคบกันอยู่ เอลินอร์ร้องไห้เสียใจอยู่หนึ่งวันจากนั้นก็กลับมาร่าเริงอีกครั้งเพราะถึงแม้จะเลิกกันไปแล้วแต่จอห์นก็กับเธอยังคงสนิทสนมกันอย่างเคยในฐานะเพื่อน

“ก็เพราะมันยอมเป็นแฟนแอลไงพี่ถึงคิดว่ามันไม่มีสมอง”

“พี่อลัน” เอลินอร์เริ่มโมโห แต่เธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะตอนทั้งสองคนนั่งอยู่กันคนละฝั่งของโต๊ะอาหาร

หญิงสาวนั่งติดกับมารดา ส่วนพี่ชายนั่งตรงข้ามกับเธอ โดยมีพรลภัสนั่งอยู่ด้านข้างและถัดจากภรรยาของพี่ชายก็เป็นปฐพีที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เริ่มทาน แต่พอพี่ชายเธอพูดประโยคเมื่อครู่เขาก็ก้มหน้าและแอบหัวเราะ

“หยุดเลยนะนายดิน ฉันได้เห็นนะว่านายแอบหัวเราะ”

“ผมเปล่า” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ

“พอแล้วแอล พ่อว่ารีบทานกันเถอะอาหารจะเย็นหมดแล้ว” คุณเอกภพรีบห้ามเพราะถ้าเอลินอร์เริ่มพาลไปถึงปฐพีแล้วเรื่องนี้คงจะจบยาก

“พ่อต้องจัดการทั้งพี่อลันและนายดินนะคะพ่อ สองคนนี้หัวเราะเยาะแอล”

“เอาเถอะน่าเรื่องมันเล็กน้อยแอลอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะลูกพี่เขาก็แค่แหย่เล่นเท่านั้นเอง” แอนเดรียช่วยห้ามทัพอีกคน

“ก็ได้ค่ะ แต่แอลบอกก่อนเลยนะคะ ถ้ายังว่าแอลแบบนี้อีกแอลไม่เอาไว้แน่” เอลินอร์คาดโทษทั้งพี่ชายตัวเองและปฐพีที่บังอาจมาหัวเราะคนรักของเธอ

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วเอลินอร์ก็เอาของฝากให้พี่ชายและพี่สะใภ้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวกลับเพราะพรุ่งนี้อลันจะต้องบินไปตรวจงานที่เชียงใหม่ตั้งแต่เช้า

“ผมก็ขอตัวกลับก่อนนะครับคุณลุงคุณป้า”

“ดึกแล้วไม่ค้างที่นี่เหรอดิน” เอกภพเอ่ยชวน

“ไม่เป็นไรครับ คอนโดผมไม่ไกลมากขับรถแป๊บเดียวก็ถึงครับ”

แต่ก่อนปฐพีก็เคยอาศัยอยู่ที่นี่ แต่พอชายหนุ่มทำงานเขาก็เก็บเงินซื้อคอนโดไว้หนึ่งห้องซึ่งเป็นคอนโดในโครงการของเอกภพ เขาเลยซื้อได้ในราคาถูก แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขาจะมาค้างที่บ้านหลังนี้เพราะถึงจะย้ายออกไปแล้วแต่ห้องนอนของเขาก็ยังอยู่เหมือนเดิม

“ถ้างั้นลุงขอบใจนะที่วันนี้อุตส่าห์ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ถ้าไม่ได้ดินก็คงแย่เพราะลุงก็หูตาไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เอกภพนั้นสุขภาพไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนจึงขับรถในเวลากลางคืนได้ไม่ดีนัก

“ไม่เป็นไรครับ”

ปฐพียังไม่ทันจะลุกจากเก้าอี้เอลินอร์ก็ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาตรงหน้ามันใกล้จนแทบจะทิ่มตาเขาอยู่แล้ว

“แอลทำอะไรน่ะ” แอนเดรียดุลูกสาวเพราะมองจากมุมที่เธอนั่งอยู่ถึงใยนั้นเฉียดหน้าปฐพีไปแค่นิดเดียว

“ก็ของฝากไงคะ แอลซื้อมาให้นายดิน เดี๋ยวเขาจะหาว่าแอลมามีน้ำใจ” เอลินอร์ตั้งใจซื้อของฝากมาให้กับทุกคนอยู่แล้วถึงแม้เธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ แต่ก็รู้มาจากมารดาว่าตลอดเวลาที่เธอไปเรียน ปฐพีก็คอยช่วยงานบิดาของตัวเองตลอด

“แล้วทำไมให้พี่เขาดีๆ ละแอล” เอกภพไม่ชอบกิริยาของลูกสาวที่ทำกับปฐพีเลยแต่ถ้าจะดุไปมากกว่านี้ก็ไม่แน่ว่าเอลินอร์จะแอบไปทำอะไรชายหนุ่มลับหลังหรือเปล่า

“ขอบคุณครับคุณหนู” ปฐพีรับของฝากจากเธอแล้วก็หันมากล่าวลาเจ้าของบ้านก่อนจะเดินไปที่รถยุโรปคันหรูซึ่งคุณเอกภพบอกเขาว่าเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ช่วยฝีมือดี ปฐพีไม่อยากรับไว้แต่เพราะเขาต้องไปติดต่องานในฐานะตัวแทนของบริษัทก็เลยต้องยอมรับไว้เพื่อภาพลักษณ์ของบริษัท

ชายหนุ่มเดินมาถึงตัวรถแต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูเสียงคุณหนูเจ้าของบ้านก็ดังขึ้น

“นายจะไม่เปิดดูหน่อยเหรอ”

เอลินอร์เดินตามเขาออกมาตอนไหน ชายหนุ่มเองก็ไม่ทันได้สังเกต รู้อีกทีเธอก็เดินตามเขามาที่รถแล้ว

“ผมไปเปิดที่คอนโดก็ได้ครับ”

“นายต้องเปิดตรงนี้ ฉันจะได้รู้ว่านายชอบของฝากที่ฉันซื้อมาไหม เผื่อนายเดินออกไปแล้วแอบทิ้งเพราะไม่ชอบ ฉันเสียดายตัง ถึงแม้ว่าจะซื้อแบบหนึ่งแถมหนึ่ง”

“ครับ” ปฐพีเปิดถุงและหยิบขวดน้ำหอมขึ้นมาดูแล้วยิ้ม

“เป็นไงชอบไหม”

“ครับ”

“ถ้างั้นนายก็เปิดดูสิกลิ่นหอมไหม”

เอลินอร์รู้จากพี่ชายว่าปฐพีเป็นคนเรียบง่าย ไม่ชอบใช้ของเหล่านี้เธอถึงได้ซื้อมาฝากเพราะอะไรที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจเธอก็จะทำเพราะเธอมีความแค้นกับเขาในอดีตและไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่เธอก็ไม่เคยลืม

“ผมคิดว่าชอบครับ”

“ยังไม่ได้เปิดดมเลยจะรู้ได้ยังไงว่าชอบจริงหรือเปล่า มันน่าน้อยใจชะมัดฉันอุตส่าห์เลือกซื้อกลิ่นนี้มาให้นายโดยเฉพาะเลยนะ แต่เหมือนนายจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ถ้างั้นฉันขอคืนแล้วกันนะ จะได้เอาไปให้คนอื่น”

เอลินอร์แบมือมาตรงหน้าเพื่อจะขอน้ำหอมคืน ปฐพีเลยต้องเปิดขวดออกแล้วน้ำหอมใส่หลังมือของตนก่อนจะยกขึ้นดม

“เป็นไงหอมไหม”

“ครับ”

“งั้นต่อไปนายก็ต้องใช้ทุกวัน ถ้าหมดมาบอกเดี๋ยวฉันสั่งซื้อขวดใหม่ให้”

“ขอบคุณครับ ผมกลับได้หรือยัง”

“อยากจะกลับก็กลับสิใครรั้งนายไว้ล่ะ อย่าลืมนะ ถ้าเจอกันครั้งหน้าฉันไม่ได้กลิ่นน้ำหอมนายตายแน่” พูดจบเอลินอร์ก็เดินเข้าบ้านส่วนปฐพีก็ขับรถกลับคอนโดของตนเองซึ่งใช้เวลาขับรถเพียงแค่สิบนาที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED