12 ปี ก่อน…
“กรี๊ดดดด!”
“เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ... ยัยคีย์” เด็กชายศรัณย์ตะโกนกลับพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหูเมื่อจู่ๆ เสียงกรีดร้องด้วยความขัดใจของเด็กหญิงคีตาก็ดังลั่นไปทั่วบริเวณ เด็กชายรู้สึกขัดใจที่เด็กหญิงมีแต่หาเรื่องปวดหัวให้เขา คอยดูเถอะกรี๊ดซะลั่นบ้านแบบนี้อีกสักพักบุพการีของเขาและคุณลุงคุณป้าที่รักต้องออกมาดูกันจ้าละหวั่น
“คำก็บ้า สองคำก็บ้า ใช่สิฉันมันบ้าๆๆๆๆ” เด็กหญิงคีตาพ่นวาจาโกรธเกรี้ยวเมื่อได้ยินคำต่อว่าจากเด็กชายเพื่อนสนิทของเธอ ความจริงอาจเป็นเธอฝ่ายเดียวที่คิดว่าเด็กชายศรัณย์เป็นเพื่อนสนิท เพราะเท่าที่ดูเด็กชายไม่มีทีท่าว่าอยากเป็นเพื่อนสนิทกับเธอสักนิด
เพียะ!! ตุ้บ!! พลั่ก!!
“โอ๊ย! คีตา! เธอมาทุบ มาตี มาเตะ มาต่อย ฉันทำไมเนี่ย! ฉันไปทำอะไรให้เธอยัยบ้า” เด็กชายศรัณย์อุทานอย่างตกใจพลางหลบหลีกทั้งมือและเท้าที่กระหน่ำมาที่เขาโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เด็กชายชักสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ หากคีตาเป็นเด็กชายเช่นเดียวกันกับเขามีหวังได้แลกหมัดกันบ้างแล้ว
“ข้อหาที่นายไม่ตามใจฉันไงเล่านายซัน” เด็กหญิงคีตาเฉลยถึงต้นเหตุแห่งความขุ่นข้องหมองใจเมื่อพายุอารมณ์สงบลง แต่ดวงตายังคงครุกรุ่นไปด้วยความขุ่นมัว
“กะอีแค่ฉันไม่พาเธอไปกินไอศกรีมเนี่ยนะ” เด็กชายศรัณย์อุทานถามด้วยสีหน้าราวไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จะว่าไปเขาไม่ควรแปลกใจเพราะเด็กหญิงคีตามักจะมีเหตุผลที่ดูไม่เข้าทีที่หาเรื่องให้เขาต้องคอยตามเอาใจเสมอด้วยเขา ไม่อาจขัดใจผู้เป็นบิดามารดาที่ทั้งรักทั้งหลงเด็กหญิงผู้เอาแต่ใจ เขาจึงต้องคอยหลบหลีกเอาตัวรอดเองอยู่ร่ำไป
“ใช่” เด็กหญิงตอบใบหน้าเนียนใสตามวัยเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างถือดี
“ฉันไม่ใช่ทาสรับใช้เธอนะ ที่จะต้องคอยเป็นสารถีให้เธอใช้โน่นนี่นั่นได้ตามใจ” เด็กชายยังโต้แย้งไม่ยอมลงให้แต่โดยดีด้วยครั้งนี้เหตุผลมันสุดทนที่จะตัดใจรับได้ ...ร้านไอศกรีมก็อยู่แค่หน้าบ้านจะไปเองไม่ได้รึไงนะยัยคีย์บ้า!
“นายจำไม่ได้รึไง ว่าป๊านายสั่งอะไรไว้” เด็กหญิงคีตาเท้าความใบหน้าที่เชิดน้อยๆ สะบัดพรืดกลับมาจ้องมองเด็กชายศรัณย์อย่างเอาเรื่อง
“มันเรื่องของป๊า ไม่เกี่ยวกับฉัน ดังนั้นฉันไม่จำเป็นต้องตามใจเธอ” เด็กชายศรัณย์ตอบโต้พร้อมชะโงกหน้าเข้าหาใบหน้าที่งอง้ำ
ต่างคนต่างสบตากันอย่างท้าทาย ฝ่ายหนึ่งดวงตาฉายแววเอาเรื่องอย่างขัดเคืองใจ ฝ่ายหนึ่งดวงตาฉายแววท้าทายเมื่อได้ยอกย้อน
“ไม่เกี่ยวใช่ไหม” เด็กหญิงคีตาย้ำคำเสียงเข้มดวงตาวาววับอย่างเอาเรื่อง
“ใช่!” เด็กชายศรัณย์ตอบกลับทันควันยักคิ้วให้พร้อมสายตายียวนก่อนเบะปากราวท้าทาย
“ได้! งั้นเราจะได้เห็นดีกัน” เด็กหญิงคีตาเข่นเขี้ยวเมื่อเห็นกิริยาท้าทายของเด็กชายศรัณย์ และโดยที่เด็กชายศรัณย์ไม่คาดคิดเสียงกรีดร้องของเด็กหญิงก็ดังกึกก้องขึ้นอีกหนครานี้ดังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าชนิดที่ทำเอาแก้วหูของเขาแทบแตกกระจาย
“กรี๊ดดดดด....”
“โธ่โว้ย! ยัยคีย์บ้า หยุดกรี๊ดซะทีได้ไหม ฉันหนวกหู” เด็กชายศรัณย์ตะโกนกลับหวังหยุดความบ้าคลั่งของเด็กหญิงคีตาด้วยไม่คิดว่าคู่ปรับจะใช้วิธีพิชิตชัยชนะอันเป็นลูกไม้ที่ใช้กี่ครั้งก็ยังได้ผลเสมอ
“กรี๊ดดดดด…”
“ได้! อยากกรี๊ดนักใช่ไหม เชิญกรี๊ดให้คอแตกตายไปเลย ฉันไปล่ะ แบร่ๆๆๆๆ ยัยคีย์บ้า” เด็กชายศรัณย์จึงต้องงัดไม้ตายออกมาก่อนที่ความบ้าคลั่งของเด็กหญิงคีตาจะนำพาบุพการีมาถึงที่ เพราะนั่นเขาจะหมดโอกาสหนีเอาตัวรอด ท้ายสุดก็ต้องจำใจตามใจหลานคนโปรดของบุพการี
“อ๊ายยย! นายซัน! กลับมาเดี๋ยวนี้นะนายจะไปไหนไม่ได้” เด็กหญิงคีตาหยุดกรีดร้องทันทีเปลี่ยนมาเป็นตะโกนเรียกอย่างขัดใจเมื่อเห็นเด็กชายวิ่งหนีไปไกลแสนไกล สองเท้ากระทืบเร่าอย่างขัดใจที่ไม่อาจเอาชนะเด็กชายได้แต่เหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นบิดา
“เอะอะเสียงดังอะไรกันลูก...หนูคีย์” ผู้เป็นบิดารีบเอ่ยถามทันทีที่เห็นบุตรสาวที่รักกำลังกระทืบเท้าเร่าๆ ราวกำลังขัดใจ เสียงหวีดร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้านพาให้เขาและภรรยาพร้อมด้วยสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของบ้านที่นั่งคุยกันอยู่ในโถงรับแขกรีบวิ่งออกมาดูด้วยความตื่นตกใจ ความจริงทุกคนน่าจะชาชินกับเสียงที่มักจะได้ยินอยู่เป็นนิจแต่ทว่าดูเหมือนทุกคนจะต้องแตกตื่นกันเสียทุกครั้งไปเมื่อเจ้าของเสียงเด็กหญิงผู้เป็นขวัญใจหวีดร้องกังวาน
“คุณพ่อขา... ฮือออ...” เด็กหญิงรีบโผเข้าหาผู้เป็นบิดาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้น
“ไหนใครทำอะไรหลานลุงบอกมาสิคะ” ผู้เป็นลุงรีบปลอบขวัญอย่างเอาใจหวังให้หลานรักคลายสะอื้น
“คุณลุงขา... ฮือออ...” เด็กหญิงเปลี่ยนเป้าหมายร่างน้อยผละออกจากบิดาแล้วโผเข้าหาผู้เป็นลุงทันทีที่ถูกเอ่ยถาม
“แล้วนี่ตาซันหายไปไหน ทำไมปล่อยให้ยัยหนูคีย์ร้องไห้อยู่คนเดียวแบบนี้ มาหาคุณป้ามาลูก ดูซิร้องไห้จนตาแดงหมดแล้ว ไม่ร้องนะคะหนูคีย์ขาของป้า” ผู้เป็นป้าอ้าแขนรับขวัญหลานรักที่โถมกายเข้าหาทันทีที่จบประโยค
“คีตา... หนูโตแล้วนะลูก คุณแม่สอนแล้วใช่ไหมคะว่าอย่าเอาแต่เอะอะโวยวายกรี๊ดลั่นบ้านแบบนี้” ผู้เป็นแม่ดุเด็กหญิงเสียงเข้ม พลางส่ายหน้าด้วยความระอายามมองกิริยาออดอ้อนของบุตรสาวและอาการโอ๋จนเกินงามของผู้ใหญ่ทั้งสาม
“มิ้นท์... อย่าเพิ่งดุลูกสิครับ ไม่เห็นรึไงยัยหนูคีย์กำลังขวัญเสียซะขนาดนี้” คุณภาคินหันมาติงภรรยาที่เอ่ยวาจาที่อาจทำให้บุตรสาวที่รักยิ่งโหมสะอื้นไห้หนักขึ้น
“พี่คินตามใจยัยหนูคีย์จนจะเสียคนหมดแล้วนะคะ” คุณมินตราหันมาขึงตาใส่ผู้เป็นสามีอย่างระอา
จริงอยู่ที่เด็กหญิงคีตาเปรียบดั่งแก้วตาดวงใจ เพราะหลังจากคลอดบุตรสาวไม่นาน เธอก็ตรวจพบว่ามีเนื้องอกเจริญผิดที่ที่รังไข่ทำให้ต้องตัดสินใจตัดทิ้งไปจึงไม่สามารถมีบุตรได้อีก แต่ถึงกระนั้นคุณมินตราก็ไม่เห็นด้วยที่จะต้องตามใจกันถึงขนาดนี้ หากไม่อบรมเด็กหญิงจะเพาะบ่มนิสัยเอาแต่ใจกลายเป็นความเคยชินจนยากที่จะแก้ไข
คนเป็นแม่อดที่จะต่อว่าบิดาของเด็กหญิงไม่ได้ ตั้งแต่เล็กจวบจนเด็กหญิงจะอายุเข้า 12 ปีแล้ว ทุกคนล้วนตามใจจนผู้เป็นแม่ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่ว่าเด็กหญิงคีตา หรือ ยัยหนูคีย์ ขวัญใจคุณพ่อ คุณลุง คุณป้า จะต้องการอะไรเป็นต้องได้ ห้ามใครขัดใจเด็ดขาด และที่ร้องห่มร้องไห้โวยวายอยู่นี่เห็นทีคงไม่พ้นต้องมีใครสักคนอาจหาญขัดใจในสิ่งที่บุตรสาวที่รักต้องการ
“ฮือออ... คุณพ่อขา คุณลุงขา คุณป้าขา คุณแม่ไม่รักหนูคีย์ ฮือออ...” เด็กหญิงรีบเรียกร้องความสนใจทันทีที่ได้ยินผู้เป็นมารดาเอ่ยคำด้วยรู้ดีว่าหากไม่รีบออดอ้อนเอาใจทั้งผู้เป็นพ่อ ทั้งผู้เป็นลุงและป้าจะต้องยอมจำนนให้มารดาเข้ามาจัดการ นั่นย่อมหมายความว่าการจะตามตัวเด็กชายศรัณย์ให้มาทำตามต้องการเป็นอันต้องพับเก็บไปทันที
เด็กหญิงตัวน้อยรู้ดีว่าแม้บิดาจะรักและตามใจแต่เมื่อใดที่มารดาเอ่ยปากผู้เป็นบิดาจะต้องยอมศิโรราบให้ทุกครั้งไป และเมื่อนั้นผู้เป็นมารดาก็จะเข้ามามีบทบาทบังคับขู่เข็ญให้เด็กหญิงจำต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบใจขัดใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เด็กหญิงคีตาจะรู้ว่าผู้เป็นมารดารักตัวเองมากแค่ไหน แต่ผู้เป็นมารดาก็ไม่ค่อยตามใจเธอสักเท่าไหร่ เด็กหญิงจึงต้องดึงผู้เป็นลุงและป้าเข้ามาช่วย
“ชู่ว... ไม่มีใครไม่รักหนูนะคะ คุณพ่อรัก คุณลุง คุณป้าก็รัก ที่สำคัญคุณแม่รักหนูมากรู้ไหม ไหนบอกคุณพ่อสิคะ ใครทำอะไรลูกสาวพ่อ” ผู้เป็นพ่อดึงร่างน้อยเข้ามาโอบกอดปลอบขวัญเมื่อเห็นอาการสะอื้นไห้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
“ฮึก...ฮือออ ...ซันค่ะคุณพ่อขา” เด็กหญิงคีตารีบบอกสาเหตุทันทีราวกลัวว่าหากล่าช้าผู้เป็นมารดาอาจขัดขึ้นก่อนทันได้เอื้อนเอ่ย มือน้อยปาดน้ำตาที่ไหลรินป้อยๆ ขณะช้อนสายตาออดอ้อนผู้เป็นบิดา
“ตาซันรังแกอะไรหนูคีย์ บอกคุณลุงมาซิคะ เดี๋ยวลุงจัดการให้” ผู้เป็นลุงหูผึ่งทันทีที่หลานสาวตัวน้อยเอ่ยถึงบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน
“นั่นสิ! บอกคุณป้ามาค่ะลูกขา คุณป้าจะจัดการตาซันเองนะคะคนดี” ผู้เป็นป้าร่วมผสมโรงไปด้วย ทำเอาผู้เป็นมารดาได้แต่ส่ายหน้าอย่างปวดเศียรด้วยไม่รู้จะจัดการกับผู้ใหญ่ทั้งสามที่คอยให้ท้ายเด็กหญิงอย่างไรดี
“หนูคีย์อยากกินไอศกรีม หนูคีย์ให้ซันไปเป็นเพื่อน แต่ซันไม่ไปค่ะ แล้วซันก็ยังมาว่าคีย์บ้าฮือออ... ” เด็กหญิงยิ่งสะอื้นหนักเข้าเมื่อเอ่ยถ้อยคำฟ้องผู้เป็นลุงและป้า เด็กหญิงรู้ว่าน้ำตาจะทำให้ได้ทุกอย่างตามต้องการ
“อยากกินไอศกรีม หน้าบ้านเนี่ยนะลูก” ผู้เป็นป้าอุทานถามเริ่มออกอาการหน้าเหวอ ความจริงร้านไอศกรีมที่เด็กหญิงพูดถึงอยู่เพียงหลังคาถัดไปเท่านั้น ที่สำคัญมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องร้องห่มร้องไห้ เรื่องที่ใหญ่กว่าไอศกรีมเห็นทีจะเป็นที่ลูกชายตัวดีขัดใจเป็นแน่
“ใช่ค่ะ ก็คุณลุงขา คุณป้าขาบอกเองนี่คะว่าให้ซันเป็นเพื่อนหนูคีย์ คอยดูแลหนูคีย์ แต่หนูคีย์แค่ให้ซันปั่นจักรยานพาหนูคีย์ไปหน้าบ้านแค่นี้ซันก็ไม่ไป คุณลุงขา คุณป้าขาต้องจัดการให้หนูคีย์นะคะ” เด็กหญิงหันมาออเซาะผู้เป็นลุงและป้าพร้อมน้ำตาค่อยๆ ปริ่มราวจะหลั่งรินอีกรอบ
“อ่า... คุณป้าว่าเอางี้ดีไหมคะเดี๋ยวคุณป้าให้แม่บ้านไปซื้อให้ดีไหมคะ ส่วนเราไปนั่งเล่นในสวนหลังบ้านกัน ไม่ต้องลำบากออกไปเองหรอกลูกอากาศมันร้อนดูสิคะตากแดดกลางเที่ยงแบบนี้ผิวเสียหมดนะคะ” ผู้เป็นป้าพยายามเบี่ยงเบนความสนใจและเอาใจหลานสาว
“ไม่เอาค่ะ หนูคีย์จะให้ซันพาไป ถ้าซันไม่พาไปหนูคีย์ก็ไม่กิน แล้วหนูคีย์ก็จะกรี๊ดๆๆๆ ให้ตายไปเลย” เด็กหญิงคีตาพ่นวาจาเกรี้ยวกราดเมื่อได้ยินถ้อยคำขัดใจ ใบหน้าเง้างอนตวัดสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่ได้แต่นิ่งอึ้ง
ทั้งคุณภาคิน คุณวายุและคุณกุสุมาต่างมองหน้ากันไปมา ในขณะที่คุณมินตรามองตวัดสายตามองผู้ใหญ่แต่ละคนแทนการกล่าวคำสมน้ำหน้า ไม่มีใครส่งเสียงตอบรับเมื่อเด็กหญิงแผลงฤทธิ์ยืนยันความต้องการสิ่งเดียวที่จะทำให้เธอพอใจได้คือ เด็กชายเจ้าของนามเรียกขาน ‘ตาซัน’ ต้องพาออกไปซื้อไอศกรีมเท่านั้น แล้วสิ่งที่ทุกคนคาดคิดไว้ก็ออกผลทันใดเมื่อเสียงเล็กแหลมแทบบาดแก้วหูของเด็กหญิงหวีดร้องขึ้น
“กรี๊ดดดด...”
“ยัยหนูคีย์!”
ท้ายสุดผู้ใหญ่ทั้งสี่คนก็จนปัญญาไม่สามารถต้านทานอารมณ์ของเด็กหญิงคีตาได้ คุณวายุและคุณกุสุมาผู้ซึ่งเด็กหญิงเรียกขานนามว่า คุณลุงขา กับ คุณป้าขา ได้แต่อ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก ฝ่ายคุณภาคินกับคุณมินตราได้แต่มองบุตรสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจกรีดร้องอย่างเอาแต่ใจไม่ยอมลงให้ใครทั้งสิ้น
คุณมินตราได้แต่ส่งสายตาตำหนิผู้เป็นสามีที่ตามใจบุตรสาวจนกลายเป็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจ ไม่แม้แต่คนในบ้านที่ไม่มีใครต้านทานอารมณ์ร้ายของคุณหนูคีตาได้ ความโชคร้ายยังกระจายมายังเด็กชายศรัณย์ หรือ ตาซัน บุตรชายสุดรักของคุณวายุและคุณกุสุมาอีกด้วย ในที่สุดภารกิจไล่ล่าหาตัวเด็กชายศรัณย์ก็โกลาหลขึ้น ไม่เช่นนั้นเด็กหญิงคีตาคงไม่มีวันยอมหยุด หากไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ...
*****************************************
“ทำไมซันต้องตามใจยัยคีย์ด้วยครับ” เด็กชายศรัณย์ถามขึ้นอย่างขัดใจเมื่อถูกตามตัวมาพบ สายตายาวรีจ้องมองเด็กหญิงคู่กรณีอย่างหงุดหงิด ทุกครั้งที่ตนขัดใจไม่ตามใจ คุณหนูคีตาจอมเอาแต่ใจจะต้องออดอ้อนบิดามารดาเขาให้ตามตัวตนมาพบแล้วเขาก็ต้องยอมอ่อนข้อให้ทุกที ชิส์! ยัยคีย์บ้า อย่าหวังว่าฉันจะยอมลงให้ง่ายๆ
“ซันเป็นผู้ชาย หนูคีย์เป็นผู้หญิง ซันกับหนูคีย์เป็นเพื่อนกัน ซันก็ต้องดูแลหนูคีย์ เข้าใจไหมลูก” ผู้เป็นบิดาเอ่ยตอบพยายามเกลี้ยกล่อมให้บุตรชายเห็นดีด้วย เขาต้องการให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเติบโตเป็นชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติและที่สำคัญต้องเป็นสุภาพบุรุษ ในเมื่อเด็กหญิงคีตาคือบุตรสาวของเพื่อนสนิทผู้เป็นบิดามารดา ศรัณย์กับคีตาก็สมควรเป็นเพื่อนรักกันและ ตาซัน จะต้องคอยดูแล หนูคีย์ นี่คือเรื่องที่เขาคาดหวังไว้ แต่เมื่อบุตรชายแผลงฤทธิ์ไม่ยอมลงง่ายๆ ด้วยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจจากมารดาและคุณยาย คุณวายุจึงได้แต่กลุ้มใจนับวันเด็กชายจะมีแต่เอาแต่ใจไม่แพ้กัน
“ยัยคีย์เนี่ยนะครับป๊าเป็นผู้หญิง ซันว่า... ยัยคีย์บ้าเนี่ยแม้แต่ช้างยังกลัวถูกล้มเลยครับ” เด็กชายศรัณย์อุทานถามราวกำลังได้ยินเรื่องราวแปลกประหลาดท้ายประโยคแอบหยอดคำให้เด็กหญิงได้แสบๆ คันๆ
“ตาซันทำไมไปว่าหนูคีย์แบบนั้นล่ะลูก” คุณกุสุมาอุทานถามอย่างตกใจในวาจาร้ายกาจของบุตรชายพร้อมๆกับส่งสายตาขอลุแก่โทษไปให้ผู้เป็นบิดามารดาของเด็กหญิง
“คีย์ไม่ยอมนะคะคุณลุงขา คุณป้าขา ดูสิคะนี่ขนาดต่อหน้าคุณลุงขา คุณป้าขา ซันยังต่อว่าหนูคีย์ขนาดนี้” เด็กหญิงรีบออดอ้อนขอความเห็นใจจากผู้เป็นลุงและป้าทันที ดวงตาคู่งามฉายแววเว้าวอนเสียจนผู้เป็นลุงและป้าสงสาร
“น้อยๆ หน่อยยัยคีย์” เด็กชายศรัณย์รีบต่อว่าเด็กหญิงคีตาทันทีที่ได้ยินวาจาแสนฉอเลาะ เจอมุกนี้เข้ารับประกันได้ว่าผู้เป็นบิดามารดาของเขาต้องตกหลุมพรางคุณหนูเจ้ามารยานี่แน่ ขนาดเป็นทอมยังออดอ้อนได้ใจขนาดนี้ บุพการีของเขาก็แสนจะเอาอกเอาใจหลานรัก
...ทำไมไม่เกิดมาเป็นลูกป๊ากับม้าฉันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยนะยัยคีย์ ฉันจะได้ไปเป็นลูกคุณลุงคุณป้าที่แทนจะไม่ต้องมายอมตามใจเธอเช่นทุกวันนี้ ชิส์! ยัยคีย์บ้า!
“ตาซัน ป๊าขอสั่งนับตั้งแต่วันนี้ไป ห้ามลูกขัดใจหนูคีย์เป็นอันขาด เข้าใจไหม” คุณวายุสั่งการทันทีไม่รีรอให้บุตรชายได้มีโอกาสโต้แย้งแม้แต่นิด
“ต้องดูแลตลอดไปด้วยค่ะคุณลุงขา” เด็กหญิงคีตารีบต่อวาจานั้นทันทีพร้อมโถมกายเข้าโอบกอดผู้เป็นลุงอย่างออดอ้อน
“ใช่แล้วค่ะ ถ้าตาซันขัดใจหนูคีย์ต้องรีบบอกคุณลุงทันทีนะคะ” ผู้เป็นลุงหันมาเอาใจหลานสาว มือเรียวยาวโยกคลอนศีรษะน้อยๆ ที่อิงซบอกนั้นอย่างเอ็นดู
“เข้าใจแล้วใช่ไหมนายซัน ว่านายต้องคอยดูแลฉัน ตามใจฉัน ห้ามขัดใจฉัน” เด็กหญิงคีตาหันมาเอ่ยวาจาอย่างถือดี ดวงตาฉายแววเยาะเย้ยอย่างผู้ชนะ
“ฝันไปเถอะ! ...ยัยคีย์บ้า แบร่ๆๆๆ ” จบคำร่างโปร่งของเด็กชายศรัณย์ก็ดีดตัวออกจากโซฟาโกยแนบหนีหายไปทันทีไม่รีรอฟังความใดๆ ในเมื่อบุพการีของเขาอยากเอาใจคุณหนูผู้เอาแต่ใจก็ตามใจมันไม่เกี่ยวกับเขา ...ฝันไปเถอะยัยคีย์บ้าใครจะเป็นข้าทาสคอยรับใช้เธอไปตลอดชีวิต
“นายซัน!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ... นายกล้าดียังไงวิ่งหนีฉันแบบนี้ ฮึ่ย! คอยดูนะ...โตขึ้น ถ้าฉันทำให้นายมาสยบแทบเท้าฉัน... ขอฉันแต่งงานไม่ได้ อย่ามาเรียกฉันว่าคีตา” เด็กหญิงคีตาได้แต่ตะโกนอย่างขัดใจตามหลังเด็กชายศรัณย์ไปด้วยไม่อาจทำอะไรได้
“อะไรนะลูก!”
ผู้ใหญ่ทั้งสี่แทบลมจับเมื่อได้ยินวาจาของเด็กหญิงตัวน้อย คุณมินตราแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีหายไปต่อหน้าต่อตา เธอจะสั่งสอนบุตรสาวยังไงดีในเมื่อคุณพ่อตัวดีคอยให้ท้ายตลอดเวลา คุณภาคินได้แต่ยิ้มอย่างเอาใจภรรยาเมื่อเจอกับสายตาที่มองมาอย่างคาดโทษ ความจริงหากคีตากับศรัณย์จะเกิดชอบพอกันเมื่อวันที่เติบโตก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สำคัญเขามั่นใจว่าศรัณย์จะเป็นคนเดียวที่จัดการบุตรสาวเขาได้ชนิดที่เรียกว่า...เอาอยู่ และหากคีตาจะเกิดชมชอบศรัณย์ หรือ ตาซัน จริงๆ งานนี้เห็นทีต้องสอนบุตรสาวหาวิธีจับผู้ชาย เฮ้อ... แต่ถ้าหนูอ่อนหวานให้ได้สักครึ่งของคุณแม่ก็จะดีนะลูกยัยหนูคีย์!
“กรี๊ดดดด… นั่นพี่ซันกับพี่คีย์นี่”
“อ๊ายยย! จริงๆ ด้วย พี่ซันก็หล่อมากกก... ส่วนพี่คีย์ก็เท่ห์อ่ะ ดูสิเขายิ้มให้ฉันด้วย”
“คิดเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่ายะ พี่เค้ายิ้มให้ฉันต่างหาก ดูสิแก โอยยยย... ผู้ชายอะไรหล่อกระชากใจอ่ะ พี่คีย์ก็เท่ห์เกินชาย แก...ฉันเลือกไม่ถูกเลยอ่ะ ว่าจะลือกใครระหว่างพี่ซันผู้หล่อเลิศกับพี่คีย์ผู้งามสง่า”
เสียงกรีดร้องอย่างชื่นชมของบรรดากองเชียร์ดังกึกก้องโรงยิมเมื่อศรัณย์กับคีตาสองดาวเด่นประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังปรากฏตัวตรงทางเข้าของโรงยิม ไม่ว่าทั้งสองย่างกรายไปที่ไหนจะมีเสียงกรีดร้องของเหล่าแฟนคลับต้อนรับทุกที่ ยิ่งครั้งใดที่ปรากฏกายคู่กันเสียงกรีดร้องแทบจะดังทวีคูณ
ศรัณย์... หรือ พี่ซัน ของน้องๆ เพียบพร้อมไปด้วยรูปกายที่สง่างาม รอยยิ้มและแววตาที่บาดใจที่เพียงกระตุกยิ้มก็แทบกระชากใจให้หลุดลอยตาม
คีตา... หรือ พี่คีย์ หญิงสาวที่มีดีทั้งบุคลิกโดดเด่น สาวมั่นผู้มีสายตาเฉี่ยวซ่อนเปรี้ยวอมหวาน แต่ด้วยมาดที่มั่นเกินชายทำให้กลายเป็นขวัญใจฝ่ายหญิงไปเต็มๆ
“นี่ยัยคีย์ เธอเห็นรึยังว่าฉันน่ะป๊อปปูล่าแค่ไหน” ศรัณย์ก้มลงกระซิบถามผู้ที่เป็นคู่ปรับ ไม่ว่าเขาจะไปไหนจะมีคีตาคอยตามเป็นเงาเสมอ แม้จะขัดใจแต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“ชิ!! ฉันว่านายลองฟังดูดีๆ น่าจะดีกว่านะนายซันว่าน้องๆ เขาเชียร์ใครระหว่างนายกับฉัน” คีตาแค่นยิ้มขณะเหลือบตาขึ้นมองคนที่ตัวโตกว่า หญิงสาวเบะปากนิดๆ อย่างถือดียักคิ้วเรียวได้รูปให้ชายหนุ่มอย่างท้าทาย
“นี่เธอจะหลงตัวเองไปหน่อยมั๊ย ยัยทอมซ่า” ศรัณย์แอบเข่นเขี้ยวในกิริยานั้น เขาอยากบีบคอเล็กๆ นั่นให้หักคามือซะ ท่าทีอวดดีกับสายตาวาจายียวนที่ไม่ยอมลงให้เขามันทำให้เขาได้แต่คุ้มคลั่งด้วยทำอะไรไม่ได้ ยิ่งต่อหน้าคนอื่นยิ่งต้องทำราวสนิทสนมรักกันเสียเหลือเกิน แต่ในใจแทบอยากเข่นฆ่าให้ตายไปซะ
“ฉันชื่อคีตา” หญิงสาวเอ่ยย้ำในนามของตัวเองถลึงตาใส่คนกล่าวหาว่าเธอเป็นทอมซ่าอย่างเอาเรื่อง ชิท! ก็เพราะศรัณย์เสน่ห์แรงแบบนี้เธอถึงต้องเป็นคีตามาดเข้มตามเป็นเงาเพื่อกีดกันบรรดาสาวๆที่เข้ามาวุ่นวาย ขืนเธอเป็นหญิงสาวผู้นุ่มนิ่มเธอคงหมดสิทธิ์ตามติดศรัณย์ชนิดที่ว่าตัวแทบติดกันเช่นนี้
“จะทอมซ่าส์ หรือคีย์บ้ามันก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะยังไงมันก็หมายถึงเธอ” ศรัณย์ย้อนกลับพร้อมยักคิ้วให้พร้อมสายตายียวนกวนใจจนคีตาหมั่นไส้แทบหลุดโวยวายตามความเคยชิน
“นายซัน” คีตาหลุดวาจาขานชื่อได้เพียงเท่านั้นก็ต้องสะกดกลั้นหักห้ามใจยั้งวาจาร้ายกาจที่ทำท่าจะพรั่งพรูออกมา ดวงตาคู่งามทอประกายวาววับยามข่มอารมณ์
“อ๊ะๆ ถ้าไม่อยากคะแนนตก อย่าริทำร้ายร่างกายฉันต่อหน้าสาธารณชนเด็ดขาด” ศรัณย์ยิ้มยั่วเมื่อเห็นอาการของเจ้าของฉายายัยทอมซ่าที่เขาตั้งให้ ชายหนุ่มเอียงคอยักไหล่อย่างท้าทายเมื่อเห็นว่าเป็นต่อ
“ฮึ่ย!! ฝากไว้ก่อนเถอะ” คีตาได้แต่ฮึดฮัดอย่างขัดใจที่ทำอะไรไม่ได้ ต่อหน้าสาธารณชนเธอต้องทำทีเป็นรักใคร่กลมเกลียวกับคนตัวโตกว่าที่กำลังส่งสายตาล้อเลียนมาให้ ขืนหลุดเหวี่ยงทำร้ายร่างกายผู้ชายจอมกวนตรงหน้านี่มีหวังเหล่าแฟนคลับของศรัณย์คงได้ชังหน้าเธอจนถึงขั้นต่อต้านการเป็นเพื่อนของเธอกับเขาแน่นอน
“รีบๆ มาเอาคืนล่ะ ฝากไว้นานผมไม่มีดอกเบี้ยให้นะครับคุณทอมซ่า” ศรัณย์เอ่ยวาจากวนใจพร้อมหลิ่วตาให้อย่างยียวน
“นายซัน! ” คีตาเตรียมพ่นวาจารุนแรงกลับเมื่อสุดจะทนทาน เรียวฟันงามขบเข้าหากันแน่นอย่างเคืองแค้นในวาจายียวน
“นั่นๆ แฟนคลับเธอมา ฉันไปก่อนนะยัยทอมซ่า คือว่าไม่อยากถูกฟ้าผ่าตายน่ะ จ๊วบ!! ไปล่ะนะคีตาที่รัก” จบคำหยอกเย้าเท้าหนาก็พาร่างสูงโปร่งห่างออกไป แต่ไม่วายหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้อีกหน
“ศรัณย์ ไอ้คนสายตาสั้น กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ฮึ่ย!! ” คีตาได้แต่เข่นเขี้ยวสบถวาจาระบายความขัดใจพอให้ได้ยินคนเดียวแล้วคนที่กำลังสะกดกั้นความโกรธเกรี้ยวไว้ก็ต้องสติขาดสะบั้นเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดที่ดังลั่นของเหล่าแฟนคลับคนรักสาวหล่อใกล้เข้ามา
“พี่คีย์... กรี๊ดดดด!! พี่คีย์ขา ช่วยเซ็นชื่อในรูปนี่ให้หน่อยได้ไหมคะ”
“ไม่เซ็นโว้ย!! เซ็นแล้วอิ่มทิพย์รึไง ฮึ่ย!! หลีกไป อารมณ์เสียเข้าใจม้ายยยย... ”
เจอพายุอารมณ์ที่คุมไม่อยู่ของคุณหนูเจ้าอารมณ์เข้าเหล่าสาวกก็พากันถอยร่นแทบไม่ทัน แต่ยิ่งคีตาหงุดหงิดงุ่นง่านแสดงความบ้าคลั่งเท่าไหร่ดูเหมือนเหล่าแฟนคลับจะยิ่งมากขึ้นทวีคูณ จากเด็กหญิงคีตา หรือ ยัยหนูคีย์ ผู้เป็นที่รักดั่งแก้วตาดวงใจ กลายเป็น พี่คีย์ขา สุดปลื้มของเหล่าสาวกคนรักสาวหล่อ
หากคีตาเป็นชายหนุ่มก็คงเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับ พี่ซันสุดซ่า ของสาวๆ เบื้องหน้าทั้ง พี่ซันสุดซ่า กับ พี่คีย์ขาสุดเท่ห์ คล้ายจะเป็นคู่หูที่ดูสนิทสนมกันเหลือเกิน แต่เบื้องหลัง....
“โอ๊ย!! ยัยคีย์นี่เธอบิดหูฉันทำไมเนี่ย” ศรัณย์โวยวายลั่นขณะพยายามปัดป่ายมือเล็กๆ ที่จู่ๆ ก็ยื่นมาบิดหูเขาทันทีที่เจอหน้า
“ก็สั่งสอนนายไง จำไว้ฉันไม่ใช่คนที่นายจะหาเรื่องนายซัน ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน” คีตาเอ่ยวาจาเกรี้ยวกราดวางท่าราวนางพญาผู้ยิ่งใหญ่
“ฉันเนี่ยนะหาเรื่องเธอ มีแต่เธอที่คอยหาเรื่องฉันยัยทอมซ่า! ทอมบ้าอะไรวะ บิดหูยังกะผู้หญิง” ศรัณย์ถามกลับด้วยสีหน้างงงันก่อนบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในท้ายประโยค
“นายตาสั้น ถ้านายเรียกฉันเป็นทอมซ่าอีกล่ะก็ ฉันหักคอนายแน่คอยดู” คีตาพ่นวาจาข่มขู่ทันทีที่ได้ยินคำเรียกขาน
“โอเคๆ ไม่เรียกทอมซ่าก็ได้ งั้นฉันเรียกยัยคีย์บ้าแทนล่ะกัน ฮ่าๆๆ แบร่ๆๆ ยัยเด็กขี้แยร้องไห้งอแง คุณลุงขา คุณป้าขา ฮ่าๆๆ จ้างให้ฉันก็ไม่กลัว” ศรัณย์หัวเราะลั่นเมื่อได้ทียอกย้อนกลับชนิดที่ว่าเมื่อคีตาได้ยินต้องคุ้มคลั่ง ทันทีที่จบคำหยอกเย้าเจ้าของประโยคก็ติดตีนผีวิ่งหนีไปทันที
“อ๊ายยย... นายซัน! ไอ้คนสายตาสั้น! เก่งจริงอย่าหนีฉันนะ จับได้เมื่อไหร่นายตายแน่คอยดู” คีตากรีดร้องตามหลังด้วยไม่ทันได้ตอบโต้ ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งศรัณย์ก็มักยั่วอารมณ์ให้ได้โมโหทุกครั้งไป
..คอยดูนะศรัณย์ คนสายตาสั้น ฉันจะทำให้นายสยบแทบเท้าฉันให้ได้!