2
“ปะ เปล่าสงสัยคงเหนื่อยมั้งคะเพราะรีบเอาของมาให้คุณ”
ทิพย์ธาราแก้ตัว เธอจะบอกอแมนดาได้อย่างไรว่า ที่หน้าซีดนี้เป็นเพราะชายคนหนึ่งทิ้งรอยสัมผัสวาบหวามไว้กับเธอ ยิ่งคิดถึงชายคนนั้นร่างกายของทิพย์ธาราร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันจะเดินแบบแล้ว รอฉันอยู่ในนี้นะอย่าออกไปไหนถ้าเหนื่อยมาก็นั่งพักนอนพัก ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวที่เจ้าของงานเตรียมไว้ให้ฉันไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก อีกอย่างเธอก็อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านด้านนอกล่ะ เดี๋ยวจะเกะกะพวกคนที่อยู่ด้านนอก เธอยิ่งเปิ่นๆ อยู่ด้วย” อแมนดาสั่งทิพย์ธาราจบก็เดินออกไปจากห้องเพื่อทำหน้าที่ของตน
“ค่ะ” ทิพย์ธารารับคำและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวม มือนุ่มเล็กหยิบนิตยสารที่อยู่บนโต๊ะ เปิดอ่านดูเนื้อหาภายในเพื่อฆ่าเวลา
ด้านนอกห้อง
อเล็สซานโดรเดินตรวจความเรียบร้อยภายในงานที่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า วันนี้เป็นวันเปิดตัวชุดเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ของบริษัทของเขาที่มีอยู่ด้วยกันหลายชุด เขาจึงให้ความสำคัญกับงานในครั้งนี้มากเพราะหลายคนจับตามองชุดเครื่องเพชรว่าจะสวยเพริศพริ้งทรงคุณค่ามากแค่ไหน ซึ่งเขาเองก็มั่นใจว่า ไม่ทำให้เหล่าคนดังทั้งหลายผิดหวัง
ระหว่างที่เดินดูความเรียบร้อยมีหญิงสาวและนางแบบสาวหลายคน ชายตามองชายหนุ่มมาดเข้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเป็นทิวแถว บ้างส่งสายตายั่วยวน เชื้อเชิญ อยากจะเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของมาเฟียดังคนนี้สักครั้ง
“อแมนดาอยู่ไหน” เจ้าของงานเอ่ยถามผู้ดูแลความเรียบร้อยของงานที่เดินตามต้อยๆ
“อยู่ห้องทางซ้ายมือครับ”
“ขอบใจ คุณไปทำงานต่อเถอะ”
อเล็สซานโดรเดินตรงไปที่ห้องตามที่ได้รับคำตอบ เพื่อไปหาอแมนดาคู่ควงคนล่าสุดของเขาและเปรียบเสมือนเป็นอาหารว่างเผ็ดร้อนจานใหม่ด้วย ส่วนคนที่ให้คำตอบก็เดินไปทำงานต่อตามหน้าที่
พอมาถึงหน้าห้องดังกล่าวเขาก็เปิดประตูเข้าไปโดยไม่คิดจะเคาะประตูเป็นสัญญาณบอกกล่าวคนในห้อง เมื่อประตูเปิดกว้างสายตาคมไม่ต่างกับดวงตาของพญาอินทรีมองมายังร่างของสตรีนางหนึ่งที่มองยังไงเธอก็ไม่ใช่อแมนดาผู้หญิงของเขา แต่เธอเหมือนกับผู้หญิงอีกคนที่วิ่งหนีเขาออกมาจากลิฟต์
โชคเข้าข้างเขาแท้ๆ ประเคนเนื้อสมันให้ถึงที่โดยไม่ต้องออกแรงตามหา แล้วในเมื่อห้องนี้ก็ปิดมิดชิด อีกทั้งยังไร้คนรบกวนมีหรือที่อเล็สซานโดรจะปล่อยให้โอกาสดีๆ อย่างนี้หลุดมือไปเขายกยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง พร้อมกับสืบเท้าไปยังสมันสาวสดน่าลิ้มลอง
“อแมนดาไหนว่าจะออกไปเดินแบบไง ทำไมกลับมาเร็วจัง”
ทิพย์ธาราคิดว่าคนที่เข้ามาคืออแมนดาเพราะนางแบบสาวบอกกับตนก่อนจะออกจากห้องนี้ว่า ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ไม่มีใครเข้ามาได้ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาต ทิพย์ธาราจึงไม่ได้เงยหน้ามามองว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาหาเธอคืออสูรร้ายตัวยง
“สวัสดีสาวน้อย” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ใบหน้าหวานสวยเงยหน้ามองต้นเสียงด้วยความตกใจเนื่องจากเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอแมนดา ความตกใจของทิพย์ธาราเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อเห็นหน้าเจ้าของเสียงที่เธอจำได้ดีไม่มีวันลืม
หัวใจของทิพย์ธาราเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง เพราะบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือชายที่ทิ้งรอยวาบหวามไว้ให้กับเธอ อเล็สซานโดรถอดแว่นตาสีชาเข้มของเขาออก ก่อนจะวางไว้ที่โต๊ะ จากนั้นก็ก้าวเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ
สาวน้อยแสนสวยกำลังตกอยู่ในภวังค์ เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างชัดเจน ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกจัดแต่งให้รับกับใบหน้า คิ้วดกยาวเป็นระเบียบ ดวงตาสีเขียวหม่นของเขาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความฉลาดและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างมากล้น จมูกโด่งเป็นสัน เข้ากับเรียวปากหนาหยักได้รูปสวย หนวดเคราที่ขึ้นบางๆ ทำให้เขาดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์อย่างหาตัวจับยาก เพียงแค่ทิพย์ธาราได้สบตาดวงตาคมกล้าของเขา เหมือนถูกอสูรร้ายอย่างเขาร่ายมนตร์สะกด ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ดั่งใจคิด
“คุณ” เป็นคำเดียวเท่านั้นที่หลุดออกมาจากเรียวปากงามของเธอ
“ดีใจจังที่ยังจำฉันได้” เขาพูดพร้อมทั้งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาสอดรัดเอวบางคอดกิ่ว ก่อนจะรั้งเข้าหาแผงอกหนั่นแน่นของตนเอง ลมหายใจที่อุ่นซ่านกระทบกับพวงแก้มนวล ทำให้ร่างกายสาวร้อนฉ่าขึ้นมา มือบางเริ่มดันแผงอกกว้างเพื่อให้ร่างหนาออกห่างตน แต่ดูเหมือนแรงที่มีน้อยนิดเกินไป ไม่อาจทำให้ร่างกายของอสูรร้ายขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“ปล่อย ปล่อยนะ” เสียงทัดทานของเธอเหือดหายไป เมื่อริมฝีปากหนาหยักได้รูปประกบเข้ากับเรียวปากบางที่เขาอยากลิ้มลองรสชาติว่า จะอร่อยนุ่มลิ้นขนาดไหน
ดวงตากลมโตเบิกโพลงเมื่อได้รับสัมผัสอันจาบจ้วงจากชายแปลกหน้า ริมฝีปากบางที่เผยอเพื่อจะร้องประท้วงกลายเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะสอดลิ้นเข้าไปหาความหวานที่อยากรู้จับใจว่า มากเหมือนที่คิดไว้หรือไม่ แล้วเมื่อนำลิ้นของตนเข้ามาอยู่ในช่องปากเล็ก ลิ้นชำนาญงานก็เกี่ยวรัดลิ้นนุ่มอย่างหิวกระหาย แลกรัดรุกเร้าเสียจนร่างบางอ่อนระทวย ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านหรือว่าคัดค้าน
แต่ทว่าสติที่มีอยู่ก็บอกทิพย์ธาราว่า เขาคือชายที่ไม่รู้จักจะมากระทำอย่างจาบจ้วงเช่นนี้ไม่ได้ เธอจึงมีปฏิกิริยาต่อต้าน มือนุ่มเล็กผลักดันอกกว้างและส่ายใบหน้าหนีริมฝีปากระอุร้อน อาการขัดขืนที่ชวนขัดใจทำให้เขาต้องใช้มือตรึงท้ายทอยของสาวร่างเล็กเอาไว้มั่น เพื่อที่เขาจะได้จุมพิตเธอได้อย่างถนัดถนี่
3
อสูรร้ายเริ่มร่ายมนตร์ให้สาวน้อยอ่อนต่อโลกีย์โอนอ่อนผ่อนตามความช่ำชองที่มีอยู่มากล้น ปลายลิ้นหนาควานหาความนุ่มและหอมหวานอย่างไม่รู้จักอิ่ม รสชาติแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยลิ้มลอง ทำให้มาเฟียหนุ่มไม่อยากผละจาก ยังคงเกี่ยวกระหวัดรัดเร้าดูดดึงเรียวลิ้นนุ่มอย่างโหยหิวราวกับห่างหายการจูบมาช้านาน ยิ่งได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ที่ไม่เหมือนใคร อเล็สซานโดรยิ่งไม่อยากจะถอยห่างปากเล็กคู่นี้แม้วินาทีเดียว
จุมพิตในครั้งนี้ไม่ได้มีผลแค่คนจูบเพียงคนเดียว ยังส่งผลตรงถึงร่างกายของทิพย์ธาราที่มีอาการร้อนรุ่มจากไฟเสน่หาที่ค่อยๆ ลามเลียในร่างกายทีละน้อย เลือดลมในร่างสาวสูบฉีดผิดปกติ เช่นเดียวกับอัตราการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำเร็วแรง
ร่างบางถูกผ่อนให้ราบไปตามโต๊ะตัวยาวที่มีเครื่องสำอางมากมายวางเรียงรายอยู่ ของเหล่านั้นถูกปัดอย่างไม่ไยดีด้วยมือหนา ทิพย์ธารารู้สึกตัวเมื่อแผ่นหลังบาง สัมผัสกับความเย็นของโต๊ะ สติที่เริ่มหลงทางไปไกล เริ่มคืบคลานเข้ามาในสมองของเธอทีละนิดๆ
“ไม่ ปล่อยฉัน” ทิพย์ธาราร้องห้ามเสียงแหบพร่าเบาหวิว เมื่อริมฝีปากบางได้รับอิสระ หากแต่อสูรร้ายกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำพูดนั้น เขาเลื่อนปากไปตามลำคอระหง ซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นจากกลิ่นกายสาวที่ปลุกเร้าความต้องการของเขาถึงขีดสุด
มือแกร่งสอดเข้าในเสื้อตัวบางอย่างย่ามใจ สูงขึ้นจนถึงทรวงอกอวบเต็มไม้เต็มมือ ออกแรงเคล้นเบาๆ ก่อนจะสอดมือไปทางด้านหลังใช้ปลายนิ้วสะกิดตะขอบราเพียงนิด ตะขอนั้นจึงหลุดออกจากกันอย่างง่ายดาย
เสื้อตัวบางถูกร่นขึ้นเหนือทรวงอก พร้อมกับบราเซียร์สีฟ้าสดลายลูกไม้ที่ถูกร่นขึ้นตามไปด้วย ทรวงอกอวบเบ่งบานเมื่อเป็นอิสระจากบราตัวสวย อเล็สซานโดรเห็นความสวยงามตรงหน้าเพียงแวบเดียวอารมณ์พิศวาสก็พวยพุ่งทะยานสูง ไม่รั้งรอให้เวลาผ่านไปนานก้มหน้าดอมดมดอกบงกชคู่งามทันที
ร่างสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นร้อนจากช่องปากของเขาที่ครอบงับปลายถันของเธอ ก่อนที่ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักจะวิ่งเข้ามาในความรู้สึกและกระจาย เป็นสายธาราแห่งความเสียวซ่านที่ไหลบ่าแทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูเนื้อ แม้ว่าร่างกายจะคล้อยตามสัมผัสของชายร่างใหญ่ ทว่าจิตใจก็ยังมีสตินึกคิดจึงเอ่ยปากต้องห้าม มือเล็กก็พยายามออกแรงผลักไสร่างแข็งแรงดุจหินให้ออกห่างตนเอง
“ไม่ อย่า” แต่เสียงห้ามปรามของทิพย์ธารานั้นแสนจะเบา เบาเสียจนอเล็สซานโดรไม่ได้ยิน หรือเขาอาจจะไม่สนใจ เนื่องจากมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจมากกว่า เมื่อเขาไล้เลียปทุมถันของเธอไม่หยุดหย่อน ความกระสันซ่านก็เข้ามาเยือนความรู้สึกของเธออย่างต่อเนื่องเช่นกัน
อเล็สซานโดรยังคงครอบครองปลายถันสลับกันไปมาทั้งสองข้างทรวงอย่างเมามัน ยิ่งได้ยินเสียงร้องครางหวานเสนาะหูด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งไล้เลียและดูดดึงไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายของชายหนุ่มร้อนไปทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความปรารถนาที่ไม่เคยปะทุเดือดมากขนาดนี้ เลือดในกายสูบฉีดแรง ความต้องการที่ถูกปลุกเริ่มตึงแน่นจนเขาเจ็บปวดไปหมด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องแต่งตัวของอแมนดาดังขึ้นหลายครั้ง หากแต่อเล็สซานโดรหาสนใจไม่เพราะสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดตอนนี้คือ หญิงสาวร่างอ่อนระทวย ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเสน่หาที่ถูกปลุกเร้า ดวงตาฉ่ำปรือ ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยปล่อยเสียงครางเบาๆ ชวนฟัง ทรวงอกอวบใหญ่คู่สวยที่เขากำลังครอบครองนี้ต่างหาก คือสิ่งที่เขาต้องการ และต้องการมากกว่าจูบด้วย
“เจ้านายครับ เจ้านาย” โรแบร์โตลูกน้องคนสนิทตัดสินใจตะโกนเรียก เมื่อเขาเพียรพยายามเคาะประตูนับสิบครั้ง จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเรียกชื่อแทน
“บ้าเอ๊ย!” อเล็สซานโดรสบถ เมื่อเสียงของลูกน้องคนสนิทร้องเรียกไม่หยุด อสูรร้ายจึงผละออกจากทรวงอกคู่สวยอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเดินไปยังประตูและกระชากมันสุดแรงด้วยอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก
โรแบร์โตเห็นสีหน้าของผู้เป็นเจ้านายแล้วก็แทบอยากจะหมุนตัวหนีไปให้ไกลรัศมีสายตาก็ว่าได้ ใบหน้าของอเล็สซานโดรบึ้งตึงและค่อนข้างแดง ดวงตาคมกล้าแข็งราวกับหิน
“มีอะไร ถ้าไม่มีอะไรสำคัญแกตาย” อเล็สซานโดรพูดเสียงเข้ม
“ได้เวลาเปิดงานแล้วครับ” โรแบร์โตตอบ
อเล็สซานโดรหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าต้องห่างร่างบางที่หอมละมุนลิ้นนี้ไป แต่งานก็ต้องสำคัญกว่าอาหารจานว่างจานนี้อยู่แล้ว
“รอก่อน” มาเฟียเอาแต่ใจพูดก่อนจะปิดประตูใส่หน้าลูกน้องทันที
ทิพย์ธารานั่งชันเข่ากอดตัวเองอยู่บนพื้นห้องหลังจากเขาผละห่างร่างของตนและรีบจัดการกับเสื้อผ้าให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ยังนึกขอบคุณคนที่ขัดจังหวะที่เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณมาช่วยชีวิตเธอ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะโดนเขาย่ำยีมากกว่านี้ก็เป็นได้
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทิพย์ธาราไม่เข้าใจ เรื่องนั้นก็คือ เหตุใดร่างกายจึงคล้อยตามเขา ทั้งที่เขาเป็นชายแปลกหน้า เธอน่าจะขยะแขยงสัมผัสของเขามิใช่หรือ แต่ไม่เลย ทิพย์ธาราไม่มีความรู้สึกนั้น แถมบางครั้งยังโอนอ่อนผ่อนตามเขาด้วย ความคิดและปากร้องห้าม ทว่าร่างกายไม่สนองตามความคิดเอาเสียเลย
อเล็สซานโดรมองลูกแมวน้อยที่นั่งตัวสั่นบนพื้นเพียงไม่กี่อึดใจ แล้วจึงทรุดตัวนั่งยองๆ ด้วยเข่าเพียงข้างเดียว ใช้ปลายเท้ารับน้ำหนักตัวเอง ส่วนขาอีกข้างตั้งชัน ปลายนิ้วแกร่งเชยคางมนขึ้นมา ดวงตาคมมีเสน่ห์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เวลานี้มีน้ำตาเอ่อล้นขอบตา