ตอน 1

1

กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ทิพย์ธาราเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันเวลาที่อแมนดานางแบบสาวชื่อดัง จะเดินแบบในงานเปิดตัวเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ เหตุผลที่เธอต้องเร่งรีบขนาดนี้เป็นเพราะว่า รองเท้าที่ทีมงานตระเตรียมไว้ให้อแมนดาเกิดไปไม่ถูกใจนางแบบสาวขึ้นมา อ้างว่าไม่เข้ากับชุดฟินาเล่ ชุดเด่นของงานที่จะสวมใส่ จอมเรื่องมากแห่งวงการนางแบบจึงบอกให้ทิพย์ธารานำรองเท้าที่เพิ่งซื้อใหม่มาให้แทน และต้องมาก่อนเริ่มงานด้วย งานนี้ผู้ได้รับคำสั่งจึงต้องรีบมาให้ทันเวลา

“รอด้วยค่ะ” ทิพย์ธาราร้องบอกเป็นภาษาอิตาเลียน เมื่อประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง ร่างบางรีบแทรกเข้าไปในลิฟต์ทันที

“ชั้นไหนครับ” ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้แผงกดหมายเลขชั้นเอ่ยถาม

“สิบเจ็ดค่ะ” ทิพย์ธาราตอบ และเพิ่งรู้ว่าตนอยู่ท่ามกลางชายรูปร่างสูงใหญ่ห้าคน ข่มเธอเสียจนดูตัวเล็กลงไปถนัดตา แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดสูทเนื้อดีสีดำ จะมีเพียงบุคคลเดียวที่สวมชุดสูทสีขาว แล้วเขาคือคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ

ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกตามชั้นต่างๆ ตามความต้องการของคนโดยสารลิฟต์ที่ผลัดกันเข้าและออกเมื่อถึงชั้นนั้นๆ ทว่าหลังจากชั้นที่สิบเป็นต้นไป มีแค่คนเข้ามาภายในลิฟต์ ส่งผลให้ลิฟต์ตัวนี้คล้ายกับปลากระป๋องเข้าไปทุกที

ร่างของทิพย์ธาราเริ่มถอยร่นไปทางด้านหลังทีละก้าวเมื่อมีคนเข้ามาในลิฟต์ จนกระทั่งลิฟต์ถูกเปิดออกอีกครั้งเมื่อถึงชั้นที่สิบสาม สตรีวัยสวยใสสามคนเดินเข้ามาภายในลิฟต์ทำให้เธอต้องถอยร่นเข้าไปด้านในเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับสามคนนั้น

ทิพย์ธาราหัวใจเต้นรัว เมื่อแผ่นหลังบางสัมผัสเบียดชิดกับแผงอกกว้างของชายที่สวมชุดสูทสีขาว กลิ่นกายบวกกับน้ำหอมของบุรุษด้านหลัง ทำหัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในความรู้สึกของเธอเวลานี้คือชายหนุ่มคนดังกล่าวเป็นคนที่น่าเข้าใกล้ ในขณะเดียวกัน เขาคือคนที่น่าถอยห่างมากที่สุดเช่นกัน

อเล็สซานโดร ดิมาร์ชีมองทิพย์ธาราผ่านแว่นตาสีชาเข้มที่สวมใส่ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาภายในลิฟต์ รูปร่างบอบบาง ใบหน้าสวยหวานทำให้เขารู้สึกหัวใจสั่นแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แล้วยิ่งเรียวปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีนู้ดเปล่งประกายน่าสัมผัสเหลือเกิน จนเขาอยากจะนำริมฝีปากทาบทับและบดจูบให้หนำใจ อยากจะพิสูจน์นักว่าริมฝีปากที่เขาอยากลิ้มลองมีรสชาติอร่อยลิ้นมากแค่ไหน บวกรวมกับกลิ่นกายสาวที่โชยเข้ามาในโพรงจมูก เป็นความหอมที่ไม่ได้มาจากน้ำหอมชั้นเลิศ แต่มาจากเนื้อกายสาวโดยธรรมชาติ หอมกรุ่นด้วยกลิ่นแป้งกระป๋องบางเบา และที่น่าแปลกก็คือกลิ่นกายของเธอนั้น ปลุกเร้าความปรารถนาของเขาให้กระพือได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ใบหน้าคมเข้มโน้มต่ำลงมาจนกระทั่งปลายจมูกโด่งสูดดมเรือนผมหอมกรุ่นกลิ่นแชมพูของเธอ จากนั้นเลื่อนลงไปที่ท้ายทอยและต้นคอระหงอย่างย่ามใจ

ทิพย์ธาราตัวแข็งดุจท่อนไม้ เมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของชายหนุ่มตัวโตกระทบกับต้นคอของตน หัวใจของสาวน้อยแรกแย้มเต้นเร็วแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาจากร่างกาย หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวหนีสัมผัสของชายแปลกหน้า หากแต่อุ้งมือหนาจับบ่าของเธอไว้มั่นอย่างถือสิทธิ์ บังคับไม่ให้สาวร่างเล็กขยับกายหนีได้ ลูกแมวน้อยทั้งกลัวและตื่นเต้นในคราเดียวกัน

“ตึ๊ง” เสียงลิฟต์ที่เดินทางมาถึงชั้นที่สิบเจ็ดดังขึ้น แล้วมันเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตของทิพย์ธารา และพอประตูลิฟต์เปิดออกคนที่อยู่ในลิฟต์สองคนก็ก้าวเดินออกไป ทิพย์ธาราได้โอกาสจึงสะบัดตัวอย่างแรง ก่อนจะวิ่งออกไปจากลิฟต์ทันที โดยไม่หันหลังกลับมามองหน้าชายคนนั้นอีกเลย

“เราต้องได้พบกันอีกแน่สาวน้อย”

อเล็สซานโดร ดิมาร์ชี มาเฟียชื่อดังจากเกาะซิซิลี มองร่างที่วิ่งหนีไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เขาอยากได้อะไรแล้วต้องได้ ไม่มีคำว่า ไม่ ในพจนานุกรมของเขาโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง

ร่างสูงใหญ่เคลื่อนกายออกจากตัวลิฟต์ชั้นเดียวกับเธอ โดยมีลูกน้องคู่ใจเดินตามหลังมา เพื่อเข้าไปในงานเปิดตัวเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ในฐานะเจ้าของงาน

ทิพย์ธาราก้าวเดินไปยังห้องส่วนตัวของนางแบบสาวที่ทางเจ้าของงานจัดเตรียมไว้ให้ด้วยขาอันสั่นเทาเพราะเธอยังไม่ลืมช่วงนาทีระทึกใจสดๆ ร้อนๆ ที่ผ่านมา แต่พอเข้ามาในห้องดังกล่าวแล้วยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ คนที่อยู่ในห้องก็ระเบิดความไม่พอใจทันที

“ทาร่าทำไมมาช้าจัง อีกไม่กี่นาทีงานจะเริ่มแล้วนะ”

อแมนดาวีนใส่ทิพย์ธาราตามประสาคนเอาแต่ใจ

“ตอนที่อแมนดาโทรมาสั่งให้เอาของมาให้ทาร่าอยู่ที่บ้านน่ะ กว่าจะไปเอาของที่อพาร์ตเมนต์ของคุณ แล้วกว่าจะมาถึงที่นี่ก็ต้องใช้เวลาหน่อยสิคะ” ทิพย์ธาราตอบขณะที่ส่งของให้อแมนดา

“อืมๆ ฉันลืมไป” เสียงของนางแบบสาวอ่อนลง “แล้วนี่หน้าตาซีดเชียวไม่สบายหรือเปล่า”

อแมนดาถามด้วยความเป็นห่วง ภายนอกคนอาจจะมองว่านางแบบสาวเป็นคนขี้วีน เรื่องมาก เอาแต่ใจตัวเอง แต่อแมนดาก็คอยช่วยเหลือครอบครัวทิพย์ธารามาตลอด

การช่วยเหลือของอแมนดาเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน หลังจากพ่อเลี้ยงและมารดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทำให้ทิพย์ธาราเคว้งคว้างเหมือนลอยอยู่กลางอากาศไร้หลักยึดและพึ่งพิง เพราะมองไปทางใดล้วนแล้วแต่มืดมิด ครอบครัวของพ่อเลี้ยงไม่ชอบมารดาและเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงขับไล่เธอและน้องออกจากบ้าน เงินที่มีติดตัวอยู่ไม่มากนัก แต่มากพอที่จะหาห้องเช่าเล็กๆ อยู่อาศัยกันได้สามคนพี่น้อง

ทิพย์ธาราทำงานทุกอย่างเพื่อให้ตัวเธอและน้องอยู่รอด ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเงินสักก้อนเพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทย ถิ่นฐานบ้านเกิดที่อบอุ่นมากกว่าอยู่ต่างแดน และที่ทิพย์ธาราได้มาทำงานเป็นสาวใช้ของนางแบบสาวเป็นเพราะอแมนดาต้องการสาวใช้คนใหม่ เข้ามาทำหน้าที่แทนคนเก่าที่ไม่สามารถทนกับนิสัยของเธอได้ โดยบอกผ่านมาเรียเจ้าของร้านเสื้อชื่อดังให้หาให้ และบังเอิญเหลือเกินที่ทิพย์ธาราทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดที่นั่น ทิพย์ธาราจึงสมัครเป็นสาวใช้คนใหม่ของอแมนดาทันที

ตอน 2

2

“ปะ เปล่าสงสัยคงเหนื่อยมั้งคะเพราะรีบเอาของมาให้คุณ”

ทิพย์ธาราแก้ตัว เธอจะบอกอแมนดาได้อย่างไรว่า ที่หน้าซีดนี้เป็นเพราะชายคนหนึ่งทิ้งรอยสัมผัสวาบหวามไว้กับเธอ ยิ่งคิดถึงชายคนนั้นร่างกายของทิพย์ธาราร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันจะเดินแบบแล้ว รอฉันอยู่ในนี้นะอย่าออกไปไหนถ้าเหนื่อยมาก็นั่งพักนอนพัก ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวที่เจ้าของงานเตรียมไว้ให้ฉันไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก อีกอย่างเธอก็อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านด้านนอกล่ะ เดี๋ยวจะเกะกะพวกคนที่อยู่ด้านนอก เธอยิ่งเปิ่นๆ อยู่ด้วย” อแมนดาสั่งทิพย์ธาราจบก็เดินออกไปจากห้องเพื่อทำหน้าที่ของตน

“ค่ะ” ทิพย์ธารารับคำและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวม มือนุ่มเล็กหยิบนิตยสารที่อยู่บนโต๊ะ เปิดอ่านดูเนื้อหาภายในเพื่อฆ่าเวลา

ด้านนอกห้อง

อเล็สซานโดรเดินตรวจความเรียบร้อยภายในงานที่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า วันนี้เป็นวันเปิดตัวชุดเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ของบริษัทของเขาที่มีอยู่ด้วยกันหลายชุด เขาจึงให้ความสำคัญกับงานในครั้งนี้มากเพราะหลายคนจับตามองชุดเครื่องเพชรว่าจะสวยเพริศพริ้งทรงคุณค่ามากแค่ไหน ซึ่งเขาเองก็มั่นใจว่า ไม่ทำให้เหล่าคนดังทั้งหลายผิดหวัง

ระหว่างที่เดินดูความเรียบร้อยมีหญิงสาวและนางแบบสาวหลายคน ชายตามองชายหนุ่มมาดเข้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเป็นทิวแถว บ้างส่งสายตายั่วยวน เชื้อเชิญ อยากจะเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของมาเฟียดังคนนี้สักครั้ง

“อแมนดาอยู่ไหน” เจ้าของงานเอ่ยถามผู้ดูแลความเรียบร้อยของงานที่เดินตามต้อยๆ

“อยู่ห้องทางซ้ายมือครับ”

“ขอบใจ คุณไปทำงานต่อเถอะ”

อเล็สซานโดรเดินตรงไปที่ห้องตามที่ได้รับคำตอบ เพื่อไปหาอแมนดาคู่ควงคนล่าสุดของเขาและเปรียบเสมือนเป็นอาหารว่างเผ็ดร้อนจานใหม่ด้วย ส่วนคนที่ให้คำตอบก็เดินไปทำงานต่อตามหน้าที่

พอมาถึงหน้าห้องดังกล่าวเขาก็เปิดประตูเข้าไปโดยไม่คิดจะเคาะประตูเป็นสัญญาณบอกกล่าวคนในห้อง เมื่อประตูเปิดกว้างสายตาคมไม่ต่างกับดวงตาของพญาอินทรีมองมายังร่างของสตรีนางหนึ่งที่มองยังไงเธอก็ไม่ใช่อแมนดาผู้หญิงของเขา แต่เธอเหมือนกับผู้หญิงอีกคนที่วิ่งหนีเขาออกมาจากลิฟต์

โชคเข้าข้างเขาแท้ๆ ประเคนเนื้อสมันให้ถึงที่โดยไม่ต้องออกแรงตามหา แล้วในเมื่อห้องนี้ก็ปิดมิดชิด อีกทั้งยังไร้คนรบกวนมีหรือที่อเล็สซานโดรจะปล่อยให้โอกาสดีๆ อย่างนี้หลุดมือไปเขายกยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง พร้อมกับสืบเท้าไปยังสมันสาวสดน่าลิ้มลอง

“อแมนดาไหนว่าจะออกไปเดินแบบไง ทำไมกลับมาเร็วจัง”

ทิพย์ธาราคิดว่าคนที่เข้ามาคืออแมนดาเพราะนางแบบสาวบอกกับตนก่อนจะออกจากห้องนี้ว่า ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ไม่มีใครเข้ามาได้ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาต ทิพย์ธาราจึงไม่ได้เงยหน้ามามองว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาหาเธอคืออสูรร้ายตัวยง

“สวัสดีสาวน้อย” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ใบหน้าหวานสวยเงยหน้ามองต้นเสียงด้วยความตกใจเนื่องจากเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอแมนดา ความตกใจของทิพย์ธาราเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อเห็นหน้าเจ้าของเสียงที่เธอจำได้ดีไม่มีวันลืม

หัวใจของทิพย์ธาราเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง เพราะบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือชายที่ทิ้งรอยวาบหวามไว้ให้กับเธอ อเล็สซานโดรถอดแว่นตาสีชาเข้มของเขาออก ก่อนจะวางไว้ที่โต๊ะ จากนั้นก็ก้าวเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ

สาวน้อยแสนสวยกำลังตกอยู่ในภวังค์ เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างชัดเจน ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกจัดแต่งให้รับกับใบหน้า คิ้วดกยาวเป็นระเบียบ ดวงตาสีเขียวหม่นของเขาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความฉลาดและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างมากล้น จมูกโด่งเป็นสัน เข้ากับเรียวปากหนาหยักได้รูปสวย หนวดเคราที่ขึ้นบางๆ ทำให้เขาดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์อย่างหาตัวจับยาก เพียงแค่ทิพย์ธาราได้สบตาดวงตาคมกล้าของเขา เหมือนถูกอสูรร้ายอย่างเขาร่ายมนตร์สะกด ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ดั่งใจคิด

“คุณ” เป็นคำเดียวเท่านั้นที่หลุดออกมาจากเรียวปากงามของเธอ

“ดีใจจังที่ยังจำฉันได้” เขาพูดพร้อมทั้งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาสอดรัดเอวบางคอดกิ่ว ก่อนจะรั้งเข้าหาแผงอกหนั่นแน่นของตนเอง ลมหายใจที่อุ่นซ่านกระทบกับพวงแก้มนวล ทำให้ร่างกายสาวร้อนฉ่าขึ้นมา มือบางเริ่มดันแผงอกกว้างเพื่อให้ร่างหนาออกห่างตน แต่ดูเหมือนแรงที่มีน้อยนิดเกินไป ไม่อาจทำให้ร่างกายของอสูรร้ายขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

“ปล่อย ปล่อยนะ” เสียงทัดทานของเธอเหือดหายไป เมื่อริมฝีปากหนาหยักได้รูปประกบเข้ากับเรียวปากบางที่เขาอยากลิ้มลองรสชาติว่า จะอร่อยนุ่มลิ้นขนาดไหน

ดวงตากลมโตเบิกโพลงเมื่อได้รับสัมผัสอันจาบจ้วงจากชายแปลกหน้า ริมฝีปากบางที่เผยอเพื่อจะร้องประท้วงกลายเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะสอดลิ้นเข้าไปหาความหวานที่อยากรู้จับใจว่า มากเหมือนที่คิดไว้หรือไม่ แล้วเมื่อนำลิ้นของตนเข้ามาอยู่ในช่องปากเล็ก ลิ้นชำนาญงานก็เกี่ยวรัดลิ้นนุ่มอย่างหิวกระหาย แลกรัดรุกเร้าเสียจนร่างบางอ่อนระทวย ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านหรือว่าคัดค้าน

แต่ทว่าสติที่มีอยู่ก็บอกทิพย์ธาราว่า เขาคือชายที่ไม่รู้จักจะมากระทำอย่างจาบจ้วงเช่นนี้ไม่ได้ เธอจึงมีปฏิกิริยาต่อต้าน มือนุ่มเล็กผลักดันอกกว้างและส่ายใบหน้าหนีริมฝีปากระอุร้อน อาการขัดขืนที่ชวนขัดใจทำให้เขาต้องใช้มือตรึงท้ายทอยของสาวร่างเล็กเอาไว้มั่น เพื่อที่เขาจะได้จุมพิตเธอได้อย่างถนัดถนี่

ตอน 3

3

อสูรร้ายเริ่มร่ายมนตร์ให้สาวน้อยอ่อนต่อโลกีย์โอนอ่อนผ่อนตามความช่ำชองที่มีอยู่มากล้น ปลายลิ้นหนาควานหาความนุ่มและหอมหวานอย่างไม่รู้จักอิ่ม รสชาติแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยลิ้มลอง ทำให้มาเฟียหนุ่มไม่อยากผละจาก ยังคงเกี่ยวกระหวัดรัดเร้าดูดดึงเรียวลิ้นนุ่มอย่างโหยหิวราวกับห่างหายการจูบมาช้านาน ยิ่งได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ที่ไม่เหมือนใคร อเล็สซานโดรยิ่งไม่อยากจะถอยห่างปากเล็กคู่นี้แม้วินาทีเดียว

จุมพิตในครั้งนี้ไม่ได้มีผลแค่คนจูบเพียงคนเดียว ยังส่งผลตรงถึงร่างกายของทิพย์ธาราที่มีอาการร้อนรุ่มจากไฟเสน่หาที่ค่อยๆ ลามเลียในร่างกายทีละน้อย เลือดลมในร่างสาวสูบฉีดผิดปกติ เช่นเดียวกับอัตราการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำเร็วแรง

ร่างบางถูกผ่อนให้ราบไปตามโต๊ะตัวยาวที่มีเครื่องสำอางมากมายวางเรียงรายอยู่ ของเหล่านั้นถูกปัดอย่างไม่ไยดีด้วยมือหนา ทิพย์ธารารู้สึกตัวเมื่อแผ่นหลังบาง สัมผัสกับความเย็นของโต๊ะ สติที่เริ่มหลงทางไปไกล เริ่มคืบคลานเข้ามาในสมองของเธอทีละนิดๆ

“ไม่ ปล่อยฉัน” ทิพย์ธาราร้องห้ามเสียงแหบพร่าเบาหวิว เมื่อริมฝีปากบางได้รับอิสระ หากแต่อสูรร้ายกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำพูดนั้น เขาเลื่อนปากไปตามลำคอระหง ซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นจากกลิ่นกายสาวที่ปลุกเร้าความต้องการของเขาถึงขีดสุด

มือแกร่งสอดเข้าในเสื้อตัวบางอย่างย่ามใจ สูงขึ้นจนถึงทรวงอกอวบเต็มไม้เต็มมือ ออกแรงเคล้นเบาๆ ก่อนจะสอดมือไปทางด้านหลังใช้ปลายนิ้วสะกิดตะขอบราเพียงนิด ตะขอนั้นจึงหลุดออกจากกันอย่างง่ายดาย

เสื้อตัวบางถูกร่นขึ้นเหนือทรวงอก พร้อมกับบราเซียร์สีฟ้าสดลายลูกไม้ที่ถูกร่นขึ้นตามไปด้วย ทรวงอกอวบเบ่งบานเมื่อเป็นอิสระจากบราตัวสวย อเล็สซานโดรเห็นความสวยงามตรงหน้าเพียงแวบเดียวอารมณ์พิศวาสก็พวยพุ่งทะยานสูง ไม่รั้งรอให้เวลาผ่านไปนานก้มหน้าดอมดมดอกบงกชคู่งามทันที

ร่างสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นร้อนจากช่องปากของเขาที่ครอบงับปลายถันของเธอ ก่อนที่ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักจะวิ่งเข้ามาในความรู้สึกและกระจาย เป็นสายธาราแห่งความเสียวซ่านที่ไหลบ่าแทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูเนื้อ แม้ว่าร่างกายจะคล้อยตามสัมผัสของชายร่างใหญ่ ทว่าจิตใจก็ยังมีสตินึกคิดจึงเอ่ยปากต้องห้าม มือเล็กก็พยายามออกแรงผลักไสร่างแข็งแรงดุจหินให้ออกห่างตนเอง

“ไม่ อย่า” แต่เสียงห้ามปรามของทิพย์ธารานั้นแสนจะเบา เบาเสียจนอเล็สซานโดรไม่ได้ยิน หรือเขาอาจจะไม่สนใจ เนื่องจากมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจมากกว่า เมื่อเขาไล้เลียปทุมถันของเธอไม่หยุดหย่อน ความกระสันซ่านก็เข้ามาเยือนความรู้สึกของเธออย่างต่อเนื่องเช่นกัน

อเล็สซานโดรยังคงครอบครองปลายถันสลับกันไปมาทั้งสองข้างทรวงอย่างเมามัน ยิ่งได้ยินเสียงร้องครางหวานเสนาะหูด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งไล้เลียและดูดดึงไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายของชายหนุ่มร้อนไปทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความปรารถนาที่ไม่เคยปะทุเดือดมากขนาดนี้ เลือดในกายสูบฉีดแรง ความต้องการที่ถูกปลุกเริ่มตึงแน่นจนเขาเจ็บปวดไปหมด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูหน้าห้องแต่งตัวของอแมนดาดังขึ้นหลายครั้ง หากแต่อเล็สซานโดรหาสนใจไม่เพราะสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดตอนนี้คือ หญิงสาวร่างอ่อนระทวย ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเสน่หาที่ถูกปลุกเร้า ดวงตาฉ่ำปรือ ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยปล่อยเสียงครางเบาๆ ชวนฟัง ทรวงอกอวบใหญ่คู่สวยที่เขากำลังครอบครองนี้ต่างหาก คือสิ่งที่เขาต้องการ และต้องการมากกว่าจูบด้วย

“เจ้านายครับ เจ้านาย” โรแบร์โตลูกน้องคนสนิทตัดสินใจตะโกนเรียก เมื่อเขาเพียรพยายามเคาะประตูนับสิบครั้ง จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเรียกชื่อแทน

“บ้าเอ๊ย!” อเล็สซานโดรสบถ เมื่อเสียงของลูกน้องคนสนิทร้องเรียกไม่หยุด อสูรร้ายจึงผละออกจากทรวงอกคู่สวยอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเดินไปยังประตูและกระชากมันสุดแรงด้วยอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

โรแบร์โตเห็นสีหน้าของผู้เป็นเจ้านายแล้วก็แทบอยากจะหมุนตัวหนีไปให้ไกลรัศมีสายตาก็ว่าได้ ใบหน้าของอเล็สซานโดรบึ้งตึงและค่อนข้างแดง ดวงตาคมกล้าแข็งราวกับหิน

“มีอะไร ถ้าไม่มีอะไรสำคัญแกตาย” อเล็สซานโดรพูดเสียงเข้ม

“ได้เวลาเปิดงานแล้วครับ” โรแบร์โตตอบ

อเล็สซานโดรหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าต้องห่างร่างบางที่หอมละมุนลิ้นนี้ไป แต่งานก็ต้องสำคัญกว่าอาหารจานว่างจานนี้อยู่แล้ว

“รอก่อน” มาเฟียเอาแต่ใจพูดก่อนจะปิดประตูใส่หน้าลูกน้องทันที

ทิพย์ธารานั่งชันเข่ากอดตัวเองอยู่บนพื้นห้องหลังจากเขาผละห่างร่างของตนและรีบจัดการกับเสื้อผ้าให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ยังนึกขอบคุณคนที่ขัดจังหวะที่เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณมาช่วยชีวิตเธอ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะโดนเขาย่ำยีมากกว่านี้ก็เป็นได้

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทิพย์ธาราไม่เข้าใจ เรื่องนั้นก็คือ เหตุใดร่างกายจึงคล้อยตามเขา ทั้งที่เขาเป็นชายแปลกหน้า เธอน่าจะขยะแขยงสัมผัสของเขามิใช่หรือ แต่ไม่เลย ทิพย์ธาราไม่มีความรู้สึกนั้น แถมบางครั้งยังโอนอ่อนผ่อนตามเขาด้วย ความคิดและปากร้องห้าม ทว่าร่างกายไม่สนองตามความคิดเอาเสียเลย

อเล็สซานโดรมองลูกแมวน้อยที่นั่งตัวสั่นบนพื้นเพียงไม่กี่อึดใจ แล้วจึงทรุดตัวนั่งยองๆ ด้วยเข่าเพียงข้างเดียว ใช้ปลายเท้ารับน้ำหนักตัวเอง ส่วนขาอีกข้างตั้งชัน ปลายนิ้วแกร่งเชยคางมนขึ้นมา ดวงตาคมมีเสน่ห์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เวลานี้มีน้ำตาเอ่อล้นขอบตา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED