แสงเหนือ หิรัญภากร หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี
เจ้าของฟาร์มวัวนม รีสอร์ตและท่องเที่ยวที่ผสมผสานกับธุรกิจวัวนม เป็นหนุ่มโสด เคยมีคนรัก แต่เลิกราไปนานแล้ว จึงครองโสดมาตลอด เขาเป็นคนดุ ขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ไม่อ่อนโยน ไม่ชอบเด็กอย่างหลังนี่ขออยู่ห่างๆ ดีกว่าอย่ามาใกล้ แม้เขาจะไม่ทำอะไรแต่ไม่ชอบ แต่แล้ววันหนึ่งเหมือนฟ้าแกล้ง ยิ่งเกลียดอะไรก็จะได้สิ่งนั้น
ในวันหนึ่งของการทำงานที่แสนเหน็ดเหนื่อย ตามประสาชาวไร่ ชาวสวน ทั้งกรำแดดจนเหงื่อโทรมกาย ไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดไปมากกว่านี้แล้วล่ะ จนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
กริ้ง! กริ้ง! กริ้ง! เสียงโทรศัพท์ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของฟาร์ม
ที่กำลังยืนคุมงานถึงกับถอนใจ เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อนพาลทำให้เขาไม่อยากคุยหรือรับสายใครเลย กริ้ง! กริ้ง! กริ้ง! เสียงโทรศัพท์ดังซ้ำอีกครั้ง เพราะเจ้าของยังไม่ได้กดรับ จนลูกน้องคนสนิทมองหน้า
“ไม่รับสายล่ะครับ” โตมรลูกน้องคนสนิท
“เหนื่อยคุย เวลาเหนื่อยฉันขี้เกียจขยับปากมากเลยรู้ไหม”
“เผื่อเป็นคนสำคัญไงครับ” โตมรให้ความเห็น เจ้านายหนุ่มจึงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากระเป๋ากางเกง เขามองเบอร์ที่โชว์หรา แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“สวัสดีครับ” แสงเหนือรับสายเสียงเรียบติดจะหงุดหงิด
“งานยุ่งเหรอเรา ไอ้น้อง” เสียงปลายสายถามอย่างสนิทสนม
“ก็ยุ่งครับ สบายดีเหรอครับ ไม่เห็นโทรมาซะนาน” ชายหนุ่มถามกลับเสียงเรียบ หงุดหงิดเล็กๆ เพราะความร้อน
“สบายดี ว่าแต่นายยังบ้างานเหมือนเดิมสินะ ใช่ไหม”
“หึๆ ชีวิตผมก็มีอยู่เท่านี้ ว่าแต่พี่มีธุระอะไรครับถึงได้โทรมา เข้าเรื่องดีกว่า”
“เหนือ แกจำลูกสาวพี่ได้ไหม” เกริ่นมาแบบนี้ มีเรื่องอะไรหนอ ชายหนุ่มคิด
“ลูก! ลูกคนไหนของพี่วะ” ชายหนุ่มถามยียวน
“ลูกติดเมีย นายจำได้ไหม” นี่ก็ถามย้ำยังว่าจำได้ไหม
“ไม่ได้ครับ ผมจะจำได้ไงวะ มีเรื่องให้จำตั้งเยอะแยะ อีกอย่างเห็นแค่ตอนเด็ก ว่าแต่พี่มีเรื่องอะไร ร้อยวันพันปีไม่เคยจะโทรมา” เหมือนเขาจะตำหนิรุ่นพี่เล็กๆ จริงๆ ก็จำได้ทุกอย่างแหละ
“ก็ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากให้ยัยแคทไปลองทำงานกับนายน่ะ”
“หึๆ ฟาร์มผมอยู่ตั้งไกล ในกรุงเทพก็มีที่ให้ทำงานนี่”
“เอ่อ อยากให้เขาออกจากความฟุ่มเฟือยบ้าง ใช้เงินเก่ง” น้ำเสียงของรุ่นพี่อึกอักเสียเหลือเกิน แสงเหนือคิด
“ไม่จริงม๊าง มีอะไรพูดกับผมตรงๆ ดีกว่า ไม่ต้องอ้อม”
“เอ่อ ถ้านายรับปากว่าจะรับ พี่ก็จะเล่าให้นายฟังคนเดียว”
“มีเรื่องจริงๆ ด้วย แล้วตอนมีเรื่องก็ดันนึกผมเนี่ยนะ ทุกที ก็รู้ว่าผมไม่ชอบเด็ก”
“เด็กบ้าอะไร ความจำหยุดชะงักหรือไง นางโตแล้ว ไม่ได้เด็ก”
“ก็เด็กอยู่ดี ผมไม่ชอบ ยิ่งถ้าเด็กน้อยๆ 4-5 ขวบก็ยิ่งไม่ชอบ” ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าเขาหงุดหงิด
“เอ่อๆ คนอย่างนาย ไม่ชอบเด็ก คนแก่และสตรีมีครรภ์ พวกไม่อ่อนโยน”
“เออ ผมมันไม่อ่อนโยน เอาล่ะ จะพูดได้หรือยังว่าเกิดอะไร แล้วจะส่งมาที่ฟาร์มทำไมก่อน”
“ใจร้ายว่ะ คิดว่าพี่ง้อเหรอ”
“จะง้อไหมละ ถ้าไม่ง้อก็วางสาย”
“เอ่อๆ บอกแล้ว คือ... ทะเลาะกับแม่น่ะ จะหนีออกจากบ้านให้ได้”
“ทะเลาะกับแม่ ผมไม่รับเป็นที่ปรึกษาหรือที่รองรับดราม่าใครว่ะพี่ ไม่เอา”
“พี่รู้จักนิสัยแกน่า ปกติไม่เคยให้ช่วยเลยนะเนี่ย แต่ครั้งนี้ช่วยหน่อย เราสนิทกันที่สุดพี่ถึงขอความช่วยเหลือ คนอื่นพี่ก็ไม่กล้า”
“แล้วทะเลาะกันเรื่องอะไร”
“ยัยแคทเพิ่งเรียนจบใช่ไหม แล้วทีนี้แม่ยัยแคทก็ให้จับผู้ชายรวยๆ แถมยังหามาให้อีก ลูกพี่มันเพิ่งเป็นสาว เห็นเป็นแบบนี้สมัยเรียนมันแทบจะไม่มีแฟน พอเรียนจบนางอยากทำงาน ไม่ได้อยากมีผัว แม่เลยหางานให้ อยู่บริษัทของคนรู้จัก ดันเห็นหน้ายัยแคทแล้วอยากได้เป็นบ้านเล็กซะอย่างนั้น เทียวไล้เทียวขื่อเขาทางแม่ยัยแคทขอไปเป็นเมียอยู่เนี่ย”
“มีเมียแล้ว แต่ขอไปเป็นบ้านน้อยอ่ะนะ อะไรของคนสมัยนี้วะเนี่ย”
“เอ่อ เป็นพวกมีอายุสัก 50 กว่าปี มากกว่าพี่ เป็นเจ้าของบริษัท ยัยแคทไม่ชอบอึดอัดแต่พูดไม่ได้ไม่อยากทะเลาะกับแม่
เลยปรึกษาพี่”
“แล้วไงครับ”
“แม่ยัยแคทก็อยากได้เขาจนตัวสั่นน่ะสิ ทั้งบ้านทั้งรถทั้งเงินเดือนหลักแสน เขายินดีประเคนให้เลย ชีวิตมันไม่ได้จนตรอกขนาดจะไปเป็นเมียน้อยใครนะเว้ย แล้วระดับลูกสาวนายพล รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั้น พี่ก็เลยหาเรื่องให้ยัยแคทออกมาให้ห่างๆ ไอ้คนนั้น แต่มันก็ตื้ออยู่นั่นแหละ ไม่รู้จะทำยังไง คิดว่าถ้าเอามาไว้ไกลถึงนี่ อย่างน้อยความเถื่อนของแก มันก็จะทำให้คนกลัว ถ้าไอ้หมอนั่นจะตามนะ”
“ไอ้บ้า! พี่เอาความจริงมาพูดเล่นทำไมวะเนี่ย จะให้ผมเป็นไม้กันหมาเหรอ”
“พี่พูดจริง แล้วเรื่องนี้ยังไม่ได้บอกแม่ยัยแคทนะ บอกแกก่อนเลย อยากขอร้องให้แกช่วย ถ้าแกช่วยพี่ก็จะได้บอกแม่ยัยแคทว่าหางานดีๆ ให้ได้แล้ว”
“คนที่เคยอยู่สุขสบายในเมืองมาก่อน มาอยู่ตามป่าเขาที่มีแต่คนงานหน้าเหี้ยม ไหนจะมีแต่ขี้วัวเต็มไปหมด ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและห้างอยู่ไกล จะอยู่ได้เหรอ แล้วอีกอย่างลูกพี่จบอะไร”
“การตลาดน่ะ”
“ตำแหน่งตามที่เรียนจบมาไม่มีหรอกครับ นอกจากจะตำแหน่งอื่นๆ”
“ได้หมด ขอแค่เอายัยแคทหนีจากไอ้เฒ่านั่น”
“ไม่ชอบเหรอวะพี่คนรวยอ่ะ”
“ชอบว่ะคนรวยเนี่ย แต่เป็นเมียน้อยนะเว้ย ไอ้นั่นก็ไม่รู้จักพอ เจ้าชู้ใครจะชอบ แบบนี้ดูถูกกันฉิบหาย”
“แล้วเมียพี่จะยอมเหรอ”
“เมียพี่เกรงใจแก แกก็รู้”
“เห็นผมเป็นอะไรกันไปหมด ถึงได้เกรงอกเกรงใจ ถ้าเกรงใจจะคิดให้ผมรองรับเป็นไม้กันหมาไหม”
“แกนี่ก็... ก็นิสัยแก เมียพี่มันก็กลัวสิวะ”
“ที่บ้านก็มีเงินมีฐานะ ทำไมถึงยอมให้ลูกไปเป็นเมียน้อยเพื่อเงินล่ะครับ ผมไม่เข้าใจ ชีวิตลูกทั้งคน”
“นั่นน่ะสิ แต่เมียพี่ชอบเงินวะเมื่อก่อนไม่เป็นหรอก พอมีลูกล่ะก็จัดแจงให้หมด บอกว่าอยากให้สบาย แล้วก็คงมองว่าไม่อยากเห็นลูกมีครอบครัวที่ลำบาก”
“ส่งมาที่ฟาร์มคิดว่าไม่ลำบากว่างั้น”
“เอ่อ เอาไปดัดนิสัย แม้ว่าจะนิสัยดี แต่ชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนๆ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ เผื่อว่าจะรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ เป็นพนักงานระดับล่างไปก่อน จะได้รู้ว่าเงินน่ะมันหายากแค่ไหน”
“ก็พี่เลี้ยงลูกด้วยเงินเองตั้งแต่แรกนี่หว่า พอกันทั้งผัวเมีย”
“เอ่อผิดไปแล้ว สรุปได้ไหมเนี่ย”
“เฮ้อ” แสงเหนือถอนหายใจก่อนจะตอบ
“งั้นก็เอามาพรุ่งนี้ ผมว่าง ถ้าหลังจากนี้ผมไม่ว่างเป็นอาทิตย์เลยอาจจะไม่ได้เห็นหน้ากัน”
“ไอ้นี่ก็เร็วไปป่าววะ” คนเป็นพี่ถึงกับบ่นเพราะกลัวจะเตรียมตัวไม่ทัน
“จะเอาไหมละ ถ้าไม่มาพรุ่งนี้ ผมก็ไม่รับแล้ว”
“แกนี่มันกวนตีนจริงๆ เลย ก็ได้ๆ เดี๋ยวพี่คุยกับเมียกับยัยแคทก่อน ว่าแต่ให้ทำตำแหน่งอะไรวะ”
“ขอดูหน่วยก้านก่อนครับ ไม่แน่อาจจะให้เลี้ยงวัวก็ได้ อ่อ บอกไว้ก่อนว่าจะไม่ได้รับอภิสิทธิ์เพราะเป็นลูกพี่หรอกนะ ลูกจ้างคือลูกจ้าง ทำงานระดับล่างขึ้นมา ให้ทำอะไรต้องทำ”
“ครับเจ้านาย อย่าโขกสับยัยแคทมากก็พอ ค่อยเป็นค่อยไป”
“ผมน่ะคงไม่ทำ บอกแล้วไม่ชอบยุ่งกับเด็กน้อยๆ แต่ลูกน้องผมน่ะไม่แน่”
“ยังไงก็ขอบใจล่วงหน้า พรุ่งนี้เจอกัน”
“จำทางมาที่ฟาร์มได้นะ”
“โอ้โหฟาร์มวัวนมอันดับ 1 ของไทย ไอ้บ้า! พี่คงจำไม่ได้หรอกมั้ง”
“แค่นี้นะครับ ผมคุมงานอยู่ โคตรร้อนเลยรู้ไหม”
“ครับนาย บ่นเหลือเกิน แค่นี้แหละ” พูดจบรุ่นพี่ก็วางสายก่อน แต่แสงเหนือก็ถอนหายใจอีกรอบ พร้อมกับปาดเหงื่อที่ผุดตามใบหน้า
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับนาย” โตมร ถามด้วยความเป็นห่วง
“พรุ่งนี้เราจะมีเด็กใหม่มาทำงานด้วย”
“นี่คุณสนใช้เส้นกับนายเพื่อเอาใครมาทำงานครับเนี่ย”
“ได้ยินเหรอว่าเป็นคุณสน ไม่ได้เอ่ยชื่อเลย รู้ได้ไงวะ แล้วทำไมไม่ได้ยินให้มันหมด” เจ้านายหนุ่มประชดอย่างหงุดหงิด
“อ้าว! ก็ทำงานไปด้วยนี่ครับ”
“เอาลูกสาวมาฝากงานน่ะ”
“หืม! ได้เหรอ! ก็รู้อยู่ว่านายไม่ชอบ ยิ่งประเภทฝากงานก็ยิ่งไม่ชอบ”
“ไม่ได้ได้ยังไง บังคับกูเนี่ย” เจ้านายสีหน้าบอกบุญไม่รับ
“จำหน้าได้ไหมครับ ถ้าจำไม่ผิดเคยเจอตอนเด็ก และครั้งสุดท้าย ตอนคุณสนแต่งงานกับแม่หม้ายคนนี้ใหม่ๆ กี่ขวบจำไม่ได้”
“เอ่อ ไม่คิดว่าตัวเองจะแก่ขนาดนี้ ลูกเขาโตจนเรียนจบแล้ว”
“ไม่แก่หรอกครับ ถ้าเป็นดารานะ วัยนี้กำลังแซ่บ เด็กๆ วัยรุ่นว้าวุ่นใจชอบ ทรงแด๊ดดี๊”
“อย่าเพิ่งมายุ่งกับกู” แสงเหนือบอกเสียงเหี้ยม
“เพราะเงี้ยะ เด็กๆ หรือ หมูหมากาไก่ไม่กล้าเข้าใกล้ ขวัญกระเจิดกระเจิงหมด”
“ถ้าไม่อยากขวัญกระเจิงก็ไปไกลๆ ไง” แสงเหนือว่า
“แต่เลี้ยงวัวได้”
“เลี้ยงเพราะได้เงินโว้ย เลี้ยงตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ถ้าเลี้ยงแล้วจนจะเลี้ยงทำไม จะไปทำงานได้หรือยัง หรือจะรอให้องค์ลงก่อน”
“ไปๆๆ แล้วครับ” ว่าแล้วผู้ช่วยคนสนิทก็รีบวิ่งแจ้นไปคุมลูกน้องอีกต่อหนึ่ง
แสงเหนือ เจ้าของฟาร์มวัวนม หนุ่มใหญ่ โสด หน้าตาหล่อเข้ม รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนกำยำ และหล่อเหลามาก แต่ถึงกระนั้นจิตใจของเขาไม่ได้หล่อตามหน้าตา อย่างที่บอกคือเขาเป็นคนดุ น่ายำเกรงตามประสาคนเป็นผู้ใหญ่
มีอิทธิพลระดับแถวหน้าของภูมิภาค ควบคุมธุรกิจหลากหลาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ดิน รีสอร์ตและท่องเที่ยวที่ผสมผสานกับธุรกิจวัวนม มูลค่าของธุรกิจทั้งหมดนับพันล้าน แต่ต่อให้สถานะเป็นมหาเศรษฐีแค่ไหน รูปลักษณ์ภายนอกอย่างที่คุณคนเห็นคือ ใบหน้าหล่อคมเข้ม เหี้ยมเกรียม ไว้หนวด เคราเล็กน้อย
แต่งตัวสไตล์หนุ่มแบบบ้านนอก เสื้อยืดเก่าๆ กางเกงยีนขาดๆ กับเสื้อแขนยาวสวมทับอีกทีเพื่อกันแดด บุคลิกอันโดดเด่นของเขาคือใส่แว่นตาดำและหมวกแก๊ป และสิ่งที่ลูกน้องคุ้นชินกันเป็นประจำคือ แสงเหนือลงมือทำงานพร้อมกับลูกน้องเสมอ
ทำตัวกลมกลืนไปกับลูกน้อง จนนักท่องเที่ยวแทบแยกไม่ออกเลยว่าใครเจ้านาย ใครลูกน้อง เพราะเขาไม่ชอบสั่งงานบนออฟฟิศอย่างเดียว
อย่างวันนี้ก็เช่นกัน ต้องเก็บน้ำนมวัวเข้าโรงงาน เขาก็ออกมาตรวจด้วยเพื่อความเรียบร้อย อีกทั้งลงมือทำ แม้ปากจะบ่นว่าร้อนและเหนื่อยทุกวันก็ตาม ครั้นจะทิ้งลูกน้องให้ทำงานก็กระไรอยู่ ไม่อยากให้ขาดขวัญและกำลังใจ อีกทั้งเสียงด่าสร้างแรงพลักดันได้อย่างดีเยี่ยม ไม่งั้นจะไม่มีแรงทำงานและกินข้าวไม่อร่อย
“ท่าทางเหนื่อยๆ นะกลับบ้านดีไหมครับนาย” โตมรเดินมากระซิบบอกอีกครั้ง เมื่อมองว่างานใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งเวลานี้พระอาทิตย์ก็กำลังจะตกดิน
“มีอะไรให้เซ็นไหม” แสงเหนือถามเสียงเรียบระคนด้วยเสียงหอบเล็กน้อย
“ไม่ครับ นี่ก็ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้คนงานจัดการกันต่อเถอะครับ แล้วท่าทางน้ำตาลลงหรือเปล่าเนี่ย เหมือนจะเหนื่อยกว่าปกติ”
“แค่เหนื่อย”
“หรือจะเครียดเพราะเรื่องคุณสนหรือเปล่า”
“เอ่อวะ มันหงุดหงิดเล็กๆ อ่ะ เหมือนพี่สนโยนขี้มาให้ นี่กูต้องเผชิญกับแม่ และไอ้เสี่ยเฒ่าที่จะมาตามตัวป่าววะ พี่สนทำเหมือนที่นี่เป็นที่หลบภัย”
“โอ้โหเปรียบเทียบซะ ลูกสาวพี่สนอาจจะไม่ใช่ขี้ก็ได้ โตซะขนาดนั้น”
“หาห้องพักให้เขาด้วยละกัน แต่ดูหน่วยก้านก่อนว่าเหมาะให้พักที่ไหน”
“ลูกสาวของพี่ชายสุดที่รัก พักบ้านนายก็ได้นี่ครับมีตั้งหลายห้อง ถ้าพักบ้านคนงาน มันก็ดูจะอันตรายหน่อย เพราะมีแต่ผู้ชาย คนงานผู้หญิงก็มีบ้านอยู่แล้ว”
“เอาไว้ดูกันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่ก็เตรียมๆ เอาไว้”
“ได้ครับ กลับดีกว่าครับ” หัวหน้างานคนสนิทบอก พร้อมกับเดินนำเจ้านายหนุ่ม ไม่อยากให้กลับไปเพียงลำพัง เพราะระดับแสงเหนือมีผู้ติดตามไปทำงานตลอด ไม่เคยบินเดี่ยวเป็นเด็ดขาด มันมีเหตุผลเพียงไม่กี่อย่างที่ทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องอิทธิพล นักธุรกิจระดับพันล้านที่ไม่สนโลก คู่แข่งทางธุรกิจมีเยอะ ย่อมมีคนเขม่นด้วยความหมั่นไส้อยู่แล้ว