ตอน 1

@คณะวิศวกรรมศาสตร์

ตึก!!!เสียงสองเท้าเล็กๆ ของอริญญากำลังเดินเข้าไปใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใบหน้าสวยเรียบนิ่งไม่มีแม้แต่ร้อยยิ้มเผยออกมา กระนั้นถึงอริญญาจะไม่มีรอยยิ้มหวานๆประดับอยู่บนหน้า แต่ก็ยังเป็นจุดสนใจของคนที่พบเห็นได้ไม่อยาก

ด้วยหุ่นที่สมส่วนผิวขาวอมชมพูใบหน้าที่หวานหยดย้อยบวกกับดวงตาที่กลมโตผมยาวสลวยไปถึงกลางหลัง นั่นทำให้อริญญานั้นดูโดดเด่นไปกว่าใคร

"ไปนั่งอยู่ไหนกันนะ?" อริญญาบ่นพึมพำในใจเธอมองไปที่โต๊ะประจำก็ไม่เห็นเพื่อนทั้ง3คนของเธอ แต่กลับเป็นรุ่นพี่ปี2สองมานั่งแทน

"อริน...อริญญา ทางนี้ พวกเราอยู่ทางนี้" อริญญาหันมองไปตามเสียงก็พบว่าปลาดาวเพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มกำลังโบกไม้โบกมือทักทายเธอโดยมีปลื้มและมาร์ค เพื่อนผู้ชายอีกสองคนของเธอก็กำลังมองมาที่เธอพร้อมกับยิ้มบางๆ อยู่ด้วยเช่นกัน

อริญญาที่อยู่ในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทคลุมไปถึงหัวเข่า มือเรียวกระชับกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนของเธอทันที

"วันนี้ใส่กระโปรงพลีทน่ารักเชียว ใส่แบบนี้บ่อยๆสิเราว่าแบบนี้เหมาะกับอรินนะ" เสียงสดใสของปลาดาวเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงมืออริญญาให้มานั่งเก้าอี้ข้างๆกับตัวเอง

".........." เจ้าของใบหน้าหวานอย่างอริญญาพยักหน้า ก่อนจะฉีกยิ้มบางๆให้กับปลาดาวตามสไตล์คนพูดน้อยอย่างเธอ ไม่สิ...อริญญาไม่ได้เป็นคนพูดน้อยแต่เพราะเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ ทำให้อริญญากลับกลายมาเป็นคนพูดน้อยไม่สดใสเหมือนก่อน

"เมื่อเช้าทำไมไม่ให้มาร์คไปรับล่ะครับ อรินจะได้ไม่ต้องเดินมาให้เหนื่อยแบบนี้" มาร์คที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสังเกตเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดออกมาจากกรอบหน้าหวานของอรินถึงกับพูดขึ้น เมื่อเช้าเขาโทรไปหาอริญญาอาสาที่จะไปรับเธอแต่ทว่าเธอกลับปฏิเสธเขา

"เราเกรงใจ...อีกอย่างบ้านเรากับบ้านของมาร์คก็อยู่คนละทาง" อริญญาพูดเสียงเรียบใบหน้าหวานฉีกยิ้มบางให้กับมาร์ค

"อรินจะไปเกรงใจมันทำไม ไอ้มาร์คมันเต็มใจที่จะรับส่งอรินจะตายไป จริงไหมไอ้มาร์ค?" ปลื้มพูดขึ้นพร้อมกับยกแขนมาพาดบ่าของมาร์ค พยายามช่วยเพื่อนสนิทของตัวเองจีบอริญญาอย่างออกหน้าออกตา ทำให้ปลาดาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับเบะปากมองบน

"จริงๆนะอริน เราเต็มใจรับส่งอรินนะ" มาร์คยังพยายามเสนอตัวทั้งที่รู้ว่าอริญญาจะตอบปฏิเสธ แต่เขาก็พยายามเสนอตัวไปรับไปส่งอริญญา

"ขอบใจนะมาร์คแต่ไม่เป็นไรเราชอบนั่งรถเมล์มามากกว่า" อริญญามักจะพูดประโยคปฏิเสธแบบถนอมน้ำใจของมาร์คเพราะยังไงก็เพื่อนกัน และมาร์คก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร

อริญญารู้ว่ามาร์คชอบและกำลังจีบเธอแต่อริญญาก็ไม่ได้คิดกับมาร์คมากเกินไปกว่าคำว่าเพื่อน และเลือกที่จะไม่ให้ความหวังอะไรกับมาร์คเธอปฏิเสธความช่วยเหลือของมาร์คอยู่บ่อยครั้ง

"ประโยคปฏิเสธทางอ้อม คริ...คริ ไอ้มาร์คงานนี้แกกินแห้ว" ปลาดาวหัวเราะคึกคัก ส่วนอริญญาก็มองทั้งสามคนด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา

"ยัยปลาดาวไอ้มาร์คมันเพื่อนแกตั้งแต่มัธยมเลยนะเว้ย ทำไมไม่เชียร์เพื่อนบ้างวะ?" ปลื้มหันไปเหวใส่ปลาดาวที่เอาแต่หัวเราะคิกคักไม่สนสีหน้าไม่สู้ดีของมาร์คสักเท่าไหร่ ซึ่งพวกเขาทั้ง3คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม ส่วนอริญญามาเจอและเป็นเพื่อนกันที่มหาวิทยาลัย

"ไม่...แกก็รู้ไอ้ปลื้ม เรื่องความรักมันบังคับกันได้ที่ไหน จริงไหมอริน?" ปลาดาวหันไปถามอริญญาซึ่งอริญญาไม่ได้พูดอะไรทำเพียงพยักหน้างึกงัก นั่นทำให้มาร์คมีสีหน้าเศร้าเข้าไปใหญ่

"ถ้าพูดแบบนี้ไม่ต้องพูดดีกว่า ไปดูไอ้หนังสือซังกะบ้วยของเธอเถอะ ยิ่งพูดยิ่งแย่ไม่ให้กำลังใจเพื่อน" ปลื้มเหวใส่ปลาดาวอีกครั้งท่ามกลางสายตาของมาร์คและอริญญา

"ชิ...ไม่พูดก็ได้ ขอโทษแล้วกัน" หลังจากนั้นบรรยากาศที่โต๊ะก็เงียบ ทุกคนต่างเอากิจกรรมที่ตัวเองชอบขึ้นมาทำ รอเวลาเข้าคลาสอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า แต่ทว่า...

กรี๊ด!!!! เสียงเล็กแหลมถูกเปล่งออกมาจากปากของปลาดาว ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาระดมจูบไปที่ปกนิตยสาร ที่เธอเพิ่งซื้อมาก่อนที่จะมามหาลัย

"แด๊ดดี้...แด๊ดดี้ของฉัน งื้อรูปนั้น รูปนี้หล่อชะมัด" เสียงกรี๊ดและท่าทางของปลาดาวเรียกความสนใจจากเพื่อนทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี

"เป็นอะไรปลาดาว มีอะไรเหรอ?" อริญญาที่สะดุ้งในตอนแรกก็หันไปถามปลาดาวด้วยใบหน้าที่ตื่นๆ รู้จักกันมาสักพักแต่อรินยังไม่ชินกับอาการแบบนี้ของปลาดาวสักเท่าไหร่ ส่วนปลื้มกับมาร์คก็ตกใจแต่ก็ปรับตัวได้เพราะปลาดาวเป็นแบบนี้บ่อยครั้ง

"นั่นสิตกใจหมดเลย มดเข้าไปกัดจิมิเธอหรือไง กรี๊ดออกมาได้ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไงวะ?"

"ไอ้ปลื้ม...ไอ้ปากเสีย ใช่แบบนั้นที่ไหนเล่า ฉันกรี๊ดเรื่องอื่นต่างหาก" ปลาดาวมองปลื้มด้วยสีหน้าไม่พอใจทำท่าจะเอานิตยสารไปฟาดปลื้ม แต่สุดท้ายก็วางลงเลือกที่จะถลึงตาใส่ปลื้มแทน

"แล้วกรี๊ดอะไร? กรี๊ด...จนอริญญาสะดุ้งเฮือกเลยนะปลาดาว" มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขาเห็นอริญญาสะดุ้งตอนที่ปลาดาวส่งเสียงกรี๊ด

"ขอโทษนะอริน ปลาดาวลืมไปว่าอรินยังไม่ชิน" ปลาดาวหันไปขอโทษอริญญาด้วยใบหน้ารู้สึกผิด

"ไม่เป็นไร แล้วปลาดาวเป็นอะไรเหรอ? เมื่อกี้เราได้ยินว่าปลาดาวพูดว่าแด๊ดดี้ พ่อดาวเป็นอะไร" อริญญาถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเธอได้ยินคำว่าแด๊ดดี้ออกจากปากของปลาดาว ทำให้คิดว่าพ่อของปลาดาวอาจจะเป็นอะไร

"ไม่ใช่แบบนั้นอริญญา แด๊ดดี๊ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ แต่แปลว่าผัว..." ปลาดาวยื่นหน้าเข้าไปพูดกระซิบที่ข้างหูของอริญญาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน ทำให้ปลื้มกับมาร์คมองมาอย่างสงสัย

"หืม..." อริญญาเอียงคอเลิกคิ้วมองปลาดาวอย่างเชิงสงสัย และนั่นทำให้ปลาดาวถึงกับหัวเราะคึกคักออกมา ปลาดาวคิดอยู่แล้วว่าอริญญาจะต้องไม่รู้และไม่เข้าใจคำว่าแด๊ดดี้ของเธอ

"นี่ไง" ปลาดาวยิ้มกว้างหยิบนิตยสารที่อยู่ตรงหน้ากลางส่งให้อริญญาได้ดู และทันทีที่อริญญาได้เห็นถึงกับชะงักเม้มปากเข้าหากันแน่นหัวใจดวงน้อยเริ่มปวดหนึบๆ เมื่อภาพในนิตยสารนั้นคือคนๆ นั้น แฟนเพียงหนึ่งอาทิตย์ของอริญญา

"นี่ไงแด๊ดดี้ในฝันของเรา หมอคลาสทั้งหล่อทั้งรวย คาสโนว่าสุดๆ เป็นไงแด๊ดดี้ในฝันของเราล่ะ...." ปลาดาวยังอธิบายถึงบุคคลตรงหน้า คนที่เธอชื่นชอบ โดยไม่ได้หันมามองสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ของอริญญาแม้แต่น้อย มีเพียงแค่มาร์คเท่านั้นที่สังเกตอาการของอริญญา ส่วนปลื้มก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในโทรศัพท์

"ขอโทษนะปลาดาว เราขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน" อริญญาบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเครือยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองเสียงเรียกของปลาดาว

แกร็ก!!! เสียงปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เอาแต่ร้องไห้ ทรุดตัวลงไปนั่งกับฝาชักโครกราวกับคนหมดเรี่ยวแรง หัวใจดวงน้อยปวดหนึบๆ จนต้องเอากำปั้นน้อยๆ ทุบไปที่อกข้างซ้าย

"ฮึก...คุณมันคนใจร้าย ใจร้ายที่สุด ฮึก...อรินเกลียดคุณ เกลียดที่สุด" อริญญายกมือขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอพยายามเข้มแข็งแล้ว แต่เมื่อมาเห็นรูปคนที่เธอทั้งรักและเกลียดแบบไม่ทันตั้งตัว มันก็ทำให้คนที่พยายามเข้มแข็งมาหลายปีอย่างอริญญา หมดความเข้มแข็งจนต้องแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำแบบนี้

ภาพที่ปลาดาวให้อริญญาดูนั้น มันเป็นภาพของคนใจร้าย เขาชื่อคลาสหรือหมอคลาส แฟนเพียงหนึ่งอาทิตย์ของเธอ

ย้อนไปในวัย 17 ปีของอริญญา บ้านของอริญญาค่อนข้างมีฐานะพ่อกับแม่ของเธอรักและดูแลเอาใจใส่อริญญาเป็นอย่างดี อริญญาเป็นเด็กสดใสร่าเริงพูดเก่ง อยู่มาวันหนึ่งแม่ของอริญญาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลังจากนั้นพ่อของเธอก็ดูจะไม่สนใจอริญญาสักเท่าไหร่ อริญญาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากที่เป็นเด็กช่างพูดสดใสร่าเริงก็กลับกลายเป็นเด็กเก็บกดพูดน้อยกระทั่งวันหนึ่งเธอได้เจอกับคลาสชายหนุ่มที่อายุเยอะกว่าเธอรอบกว่า คนที่เข้ามาทำให้ชีวิตของอริญญากลับมาดูสดใสขึ้นอีกครั้ง ทั้งคู่ใช้เวลาคบหาดูใจกันเป็นเวลา3เดือน ต่อมาคลาสก็ขออริญญาเป็นแฟน ซึ่งอริญญาก็ไม่รอช้าที่จะตอบตกลง หลังจากที่อริญญาตอบตกลงเป็นแฟนกับคลาสได้หนึ่งอาทิตย์ พ่อของอริญญาก็พาภรรยาใหม่เข้ามาที่บ้านพร้อมกับลูกติดที่อายุโตกว่าเธอ2ปี ตอนนั้นอริญญาเสียใจและทะเลาะกับพ่อของเธอหนักมาก อริญญาเลยตัดสินใจหนีออกจากบ้านท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมา ที่พึ่งเดียวของอริญญาก็คือคลาสแฟนหนุ่มของเธอ อริญญาตัดสินใจออกจากบ้านโดยไม่ได้เอาข้าวของอะไรติดตัวมามาก มีเพียงโทรศัพท์หนึ่งเครื่องกับคีย์การ์ดห้องของคลาสและกระเป๋าสตางค์ของตัวเองเพียงแค่นั้น ทว่าเมื่ออริญญาเปิดประตูเข้ามาในห้องของคลาสก็ต้องพบกับความเสียใจ เมื่อเห็นคลาสกำลังเคลื่อนไหวร่างกายอยู่บนตัวของผู้หญิงคนหนึ่ง

อริญญาใจสลายเธอร้องไห้ฟูมฟายอยู่สักพัก จากนั้นเธอก็เดินออกมาจากห้องของคลาสแบบเงียบๆ ไม่คิดแม้แต่จะส่งเสียงบอกคนในห้องให้รับรู้

ร่างบางของอริญญาเดินไปตามถนนเหมือนคนไร้สติ ทว่าโชคดีระหว่างที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอที่ฉุดรั้งสติ อริญญาตัดสินใจรับโทรศัพท์ของพี่สาวของแม่ ก็คือป้าแท้ๆของเธอ ก่อนที่จะเดินทางกลับต่างจังหวัดใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตัดขาดการติดต่อกับพ่อและคลาสแฟนหนุ่มของเธอ

ตอน 2

"เธอต้องเข้มแข็งนะอริญญา ห้ามอ่อนแอเด็ดขาด" หลังจากที่อริญญาร้องไห้อยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร ร่างบางก็เริ่มคิดได้ว่าเธอไม่ควรมานั่งเสียใจเพราะผู้ชายใจร้ายคนนั้น

อริญญาพูดให้กำลังใจตัวเอง มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานจนแห้งสนิท ก่อนจะเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำเดินไปล้างหน้าล้างตาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกครั้ง

หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยอริญญาก็สาวเท้าเดินตรงออกมาจากห้องน้ำ ก่อนที่จะชะงักเมื่อเห็นมาร์คยืนรอเธออยู่...

"เป็นอะไรหรือเปล่าอริน ทำไมตาแดงๆ นี่อรินร้องไห้เหรอ?" น้ำเสียงดูตกใจของมาร์คถูกส่งออกมา ก่อนที่จะสาวเท้าเดินตรงมาประชิดตัวของอรินอย่างถือวิสาสะ

ร่างบางที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ชอบสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากจะเขยิบตัวถอยห่างเพื่อเว้นระยะให้ดูไม่ใกล้กับมาร์คจนเกินไป

"ปะ...เปล่า อรินไม่ได้ร้องไห้ พอดีฝุ่นมันเข้าตาน่ะตาก็เลยดูตาแดงๆ" อริญญาเลือกที่จะโกหกคำโตเธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวในอดีตของเธอ

"แล้วนี่มาร์คมารออรินที่หน้าห้องน้ำทำไม มีอะไรเหรอ?"

"มาร์คเห็นอรินมีอาการแปลกๆ เป็นห่วงก็เลยเดินตามมา" ร่างสูงตรงหน้าตอบกลับ สำหรับคนที่เฝ้ามองอริญญาอยู่ตลอดเวลาอย่างเขา ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความผิดปกติ ที่อริญญาแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำ เพราะผู้ชายคนที่อยู่ในนิตยสารที่ปลาดาวเพิ่งจะให้ดูเมื่อก่อนหน้านี้

"อ๋อ...ขอบใจนะ แต่อรินไม่ได้เป็นอะไร นี่ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว สองคนนั้นขึ้นไปเรียนหรือยัง?" อริญญาพยายามเบี่ยงประเด็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก่อนจะเอ่ยถามถึงกับเพื่อนอีกสองคนของเธอ

"น่าจะขึ้นไปแล้ว" มาร์คตอบเสียงเรียบขณะที่ดวงตาคมเข้มก็ยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของอริญญาด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา

"งั้นเราสองคนก็ขึ้นไปกันเถอะ" อริญญาเอ่ยชวนร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"อรินขึ้นไปก่อนเลย มาร์คว่าจะไปสูบบุหรี่สักหน่อย"

"อย่าสูบเยอะมันอันตราย"

"หืม...เป็นห่วงมาร์คด้วยเหรอ?" มาร์คเลิกคิ้วสูงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ นี่เป็นครั้งแรกที่อริญญาพูดเชิงเป็นห่วงเขา

"อืม...เป็นห่วงสิ มาร์คเป็นเพื่อนอรินนะ"

"เป็นได้แค่เพื่อนสินะ" ใบหน้าผิดหวังถูกส่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง และนั่นก็ทำให้อริญญาถึงกับรู้สึกผิด

"อรินขอโทษ" อริญญาเม้มปากเข้าหากันแน่นใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

"อ่า...อย่าทำหน้าแบบนั้น มาร์คไม่ได้ว่าอะไรอรินซะหน่อย"

"อืม..." อริญญาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะส่งยิ้มบางๆ ไปให้กับมาร์ค

"ขึ้นไปเรียนเถอะตัวเล็ก มาร์คจะไปสูบบุหรี่แล้ว" คำว่าตัวเล็กที่มาร์คมักจะเอ่ยพูดประจำเวลาที่รู้สึกเอ็นดูอริญญา

"งั้นก็ได้ อรินขึ้นไปก่อนนะ"

"อืม..." คนตัวสูงพยักหน้ารับ อริญญาที่เห็นแบบนั้นก็หมุนตัวสาวเท้าเดินออกจากตรงนั้น ทว่าเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักหมุนตัวหันไปกลับไปตามเสียงเรียก...

"อริน"

"หืม..." อริญญาส่งเสียงในลำคอก่อนที่จะเลิกคิ้วสูงเอียงคอมองไปที่มาร์คด้วยใบหน้าที่สงสัย

"ถึงอรินจะเห็นมาร์คเป็นเพื่อน แต่มาร์คก็จะไม่หยุดคิดที่จะจีบอรินนะ" ไม่รอให้อรินได้ตอบกลับอะไร ร่างสูงของคนตรงหน้าก็หมุนตัวเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำทันที

@ห้องเรียน

"มาแล้วเหรอ ไอ้มาร์คมันตามอรินไปได้เจอกันหรือเปล่า?" เสียงของปลาดาวถามขึ้นในตอนที่อริญญาเดินตรงเข้ามานั่งข้างๆ

"เจอแล้ว" อรินตอบพร้อมกับใช้มือเรียวหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าเป้ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนในวิชาแรก

อริญญาเป็นนักเรียนทุนฉะนั้นการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ อริญญาต้องสอบให้เกรดอยู่ในเกณฑ์ที่ทางมหาลัยกำหนดถึงจะได้รับทุนในปีต่อๆ ไป

"อ้าว...แล้วมันหายหัวไปไหนทำไมไม่มาด้วยกัน?"

"มาร์คบอกอรินว่าจะสูบบุหรี่ให้อรินขึ้นมาก่อน"

"ไอ้มาร์คมันจะสูบให้ตายเลยหรือไง? แกก็ด้วยไอ้ปลื้มหัดสูบให้มันน้อยๆหน่อย ถ้าไม่อยากเป็นมะเร็งตาย"

"เหอะ! บ่นเป็นแม่เลย น่ารำคาญชิบ..." ปลื้มทำหน้าหงุดหงิดก่อนที่จะหันไปทางประตู

"นั้นไงมันมานู้นแล้ว ไปบ่นมันสิ" เสียงของปลื้มทำให้ปลาดาวและอริญญาหันไปมองมาร์คที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง

"มีอะไรกัน?" มาร์คที่เดินตรงเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างๆ อริญญาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น เมื่อเพื่อนทั้งสามมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

"ก็ยัยปลาดาวน่ะสิบ่นฉันกับแกเรื่องสูบบุหรี่ เนี่ยบ่นเป็นแม่เลย" ปลื้มพูดกระแทกเสียงใส่ปลาดาว

"ก็มันจริงนี่นา ทำไมพวกแกสองคนชอบสูบบุหรี่กันนักนะ ไม่รู้หรือไงว่ามันเหม็น?"

"อรินเหม็นกลิ่นบุหรี่ที่ตัวมาร์คหรือเปล่าครับ? ถ้าเหม็นเดี๋ยวมาร์คเดินไปนั่งกับไอ้ปลื้มฝั่งนู้น"

"ก็มีบ้าง...แต่มาร์คนั่งตรงนี้ก็ได้อรินโอเค ไม่ได้เหม็นอะไรขนาดนั้น"

"เห็นไหม? ...อรินยังทนได้เลย ฉะนั้นอย่าบ่นให้มากนักเลยยัยปลาดาว"

"อรินเกรงใจพวกแกสองคนน่ะสิ ถึงไม่พูดความจริงออกมา"

"ยัยขี้บ่นเอ้ย" ปลื้มยกมือขึ้นมาขยี้ผมของปลาดาวจนมันฟูฟ่องทำให้ปลาดาวถึงกับโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ระดมฟาดมือไปที่ปลื้มแบบไม่ยั้งจนปลื้มต้องวิ่งหนีแต่กระนั้นปลาดาวก็ยังไม่ยอมหยุด ยังคงวิ่งไล่ตามปลื้มไปแบบติดๆ ภาพตรงหน้าทำให้อริญญาที่มีใบหน้าเรียบเฉยถึงกับหลุดหัวเราะเพื่อนทั้งสองคนออกมา

@เวลาต่อมา

หลังจากเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายอริญญาและเพื่อนๆ ของเธอก็พากันเดินมาหยุดยืนที่หน้าคณะ

"เรากับไอ้ปลื้มจะไปกินข้าวอรินไปกับพวกเราไหมหรือว่าจะกลับหอเลย?" ปลาดาวหันหน้ามาถามอริญญาด้วยน้ำเสียงสดใส

"เราขอตัวกลับหอก่อนเลยดีกว่า ช่วงเย็นเราต้องไปขายของต่อน่ะ" ขายของที่อริญญาว่าก็คือขายขนม ช่วงเย็นของทุกวันอริญญาจะไปรับขนมไทยร้านประจำ จากนั้นก็มาเรียงจัดใส่ตะกร้าให้ดูสวยงาม ก่อนที่จะเดินขายตามร้านอาหารในช่วงเย็นถึงค่ำ

"แล้วนี่ไอ้มาร์คไปไหนทำไมไม่เห็นหน้าเลย" ปลาดาวถามอย่างสงสัยปกติมาร์คจะตามติดอริญญาแจ แต่ทำไมครั้งนี้ทำไม่เห็น...

"เมื่อกี้ไม่รู้มีใครโทรมาหามัน นู้...มันแยกออกไปคุยโทรศัพท์ทางโน้นแหน่ะ" ปลื้มชี้ไปที่มาร์คทำให้อริญญากับปลาดาวหันไปมองอย่างพร้อมเพียง

"อ๋อ...งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ ไปก่อนนะอริน"

"เหมือนกันนะอริน ปลื้มไปก่อนเจอกันพรุ่งนี้"

"..........." อริญญาพยักหน้าพร้อมกับฉีกยิ้มบางๆให้กับเพื่อนทั้งสองคน ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปตามถนนเพื่อที่จะไปรอรถเมล์หน้ามหาลัย

ทว่าระหว่างที่อรัญญากำลังสาวเท้าเดินอยู่นั้น อยู่ๆก็มีร่างบางของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาดักหน้า ก่อนที่จะมองอริญญาตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เจอกันอีกแล้วนะยัยเด็กใจแตก" เสียงของริสาเอ่ยคำกระแนะกระแหนอริญญาขึ้นทันที ซึ่งอริญญาก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากจะถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ ก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบเดินไปอีกทาง

หมับ!! ริสาเข้ามากระชากแขนของอริญญาจากทางด้านหลัง และนั่นก็ทำให้อริญญาที่ไม่ทันตั้งตัวเซถลาจนเกือบจะล้ม

"ปล่อย" อริญญาจ้องมองริสาด้วยแววตาเอาเรื่อง

"ปล่อยก็ได้ ฉันก็ไม่ได้อยากจับเด็กใจแตกอย่างแกนักหรอก" ริสาปล่อยมือออกจากแขนของอริญญาก่อนที่จะเบะปากและยกมือขึ้นมากอดอกทำท่าทีให้ดูเหนือกว่า

"แล้วมายุ่งทำไม? ต่างคนต่างอยู่ไปสิ" อริญญาพูดออกไป ความโชคดีที่อริญญาคือเป็นเด็กฉลาดเธอชอบชิงทุนเมื่อเรียนมหาลัยแห่งนี้ได้โดยไม่สิ้นเปลืองเงินของป้าเธอแม้แต่น้อย แต่ความโชคร้ายของอริญญาที่มาเรียนมหาลัยนี้ก็คือดันมาเจอริสาลูกเลี้ยงของพ่อเธอที่เรียนอยู่มหาลัยนี้ด้วยเช่นกัน

"ฉันก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ที่ฉันมาคุยกับแกวันนี้ ฉันจะมาบอกข่าวเรื่องพ่อของแก" อริญญาถึงกับชะงักเมื่อคนตรงหน้าพูดถึงพ่อของเธอ

"มาบอกฉันทำไม? ในเมื่อฉันก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นมานานแล้ว" อริญญาพูดออกไปเสียงแข็ง ใช่เธอไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วันที่พ่อตบหน้าเธอและเลือกที่จะเอาเอื้อมพรกับริสาเข้ามาอยู่ในบ้าน

"พ่อเธอกำลังป่วย บริษัทก็กำลังจะล้มละลาย ไม่คิดจะไปดูใจพ่อเธอหน่อยเหรอ?" ใจของอริญญากระตุกวูบเมื่อรู้ว่าพ่อของเธอกำลังป่วยแถมบริษัทก็กำลังจะล้มละลาย

"แล้วแม่ของเธอล่ะไปไหน ทำไมไม่ดูพ่อฉันให้ดีๆ เมื่อก่อนอยากได้พ่อฉันนักหนาไม่ใช่เหรอ?"

"เธอพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไง นั่นมันพ่อเธอนะ จะโยนภาระให้เป็นหน้าที่แม่ของฉันได้ยังไง"

"ทำไมฉันจะพูดไม่ได้? วันนั้นพ่อของฉันเลือกพวกเธอสองแม่ลูก เขาไม่ได้เลือกฉัน"

"แล้วยังไง จะไม่กลับไปดูเลยใช่ไหม? จะให้แม่ฉันดูแลอยู่คนเดียวงั้นสิ"

".........." อริญญาเลือกที่จะไม่ตอบโดยเลือกที่จะหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้น ก่อนที่จะปล่อยน้ำตาเม็ดโตให้มันไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ความรู้สึกหลายๆอย่างมันตีกันวุ่นวายไปหมด อริญญารักพ่อของเธอมากและก็ยังโกรธพ่อของเธอมากด้วยเช่นกัน

ตอน 3

โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

"คุณป้าค่ะเดินระวังๆนะคะ ค่อยๆเดิน หนูจะประคองเข้าไปค่ะ" น้ำเสียงหวานถูกส่งออกมาจากพยาบาลสาวสวยที่ชื่อดาริน เธอเข้าไปประคองคนไข้ที่กำลังจะเข้าไปฟังผลตรวจอาการในวันนี้

"ขอบใจมากนะหนู" คนโดนประคองหันไปยิ้มก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณพยาบาลสาวสวยที่ใจดี เข้ามาประคองเธอแบบไม่นึกรังเกียจ

"ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ของหนูอยู่แล้วค่ะ" ริมฝีปากสวยเคลือบไปด้วยลิปสติกฉีกยิ้มบางๆ ตอบกลับก่อนที่จะเบี่ยงหน้าไปอีกทางพร้อมกับเบะปาก ไม่นานก็หันกลับมาประคองหญิงสูงวัยเข้าไปในห้อง

ก๊อกๆ!!! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้คลาสหมอหนุ่มในวัยเลขสาม ใช้ปลายนิ้วดันกรอบแว่นละสายตาจากเอกสารที่อ่านอยู่เงยหน้ามองคนที่มาใหม่ ด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นตามภาพลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้น

"เชิญนั่งก่อนนะครับคุณป้า" เสียงนุ่มละมุนของคลาสดังขึ้น พลางเอ่ยเชื้อเชิญคนไข้ให้มานั่งเก้าอี้ตรงหน้าด้วยท่าทีสุภาพ คนไข้หญิงที่เห็นแบบนั้นถึงกับยิ้มก่อนจะพยักหน้าเดินตรงมานั่งเก้าอี้ตามคำเชื้อเชิญ โดยมีพยาบาลสาวสวยเดินประคองอยู่ไม่ห่าง

"ขอบใจมากนะหนู"

"ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า" ดารินตอบเสียงหวานขณะที่ดวงตาของเธอก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของหมอหนุ่ม ก่อนที่จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูไม่ชอบใจนักจึงหมุนตัวเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู

"หืม...ครั้งนี้ดูคุณป้าสดใสขึ้นนะครับ ดูดีขึ้นเยอะเลย"

"ก็ได้ยาที่คุณหมอให้ไปนั่นแหละ ป้ารู้สึกดีขึ้นมาก แล้วนี่ผลตรวจเป็นยังไงบ้างอาการของป้าดีขึ้นไหม?"

"รอสักครู่นะครับ ผมขอดูผลตรวจก่อน"

"จ๊ะ"

"..........." เป็นอีกครั้งที่คลาสส่งยิ้มบางๆให้กับคนไข้ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะยกมือหนาขยับแว่นที่ใส่อยู่เบนสายตาไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมเข้มไล่อ่านผลตรวจจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทีละบรรทัดด้วยสีหน้าจริงจัง และไม่นานริมฝีปากหยักก็เผยรอยยิ้มออกมา

"ยินดีด้วยนะครับคุณป้า โรคที่คุณป้าเป็นอยู่หายเป็นปกติแล้วครับ"

"เฮ้อ...โล่งใจในที่สุดก็หายสักที ขอบคุณมากนะคุณหมอ" คนไข้ตรงหน้าถึงกับยกมือขึ้นมาทาบอกด้วยความโล่งใจในที่สุดเธอก็หายสักที

"ยินดีด้วยนะครับ เดี๋ยวยังไงผมขอจัดยาบำรุงให้คุณป้าทานต่ออีกสักเดือนนึงนะครับ ร่างกายจะได้แข็งแรงกว่านี้"

"ได้ค่ะคุณหมอ ป้าขอบคุณมากนะ" หญิงวัยกลางคนยกมือไหว้ และนั่นก็ทำให้คลาสเองก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะยกมือไหว้กลับ ดวงตาคมเข้มจ้องมองไปที่พยาบาลสาว ซึ่งทันทีที่รู้สึกว่าตัวเองถูกมองดารินก็รีบสาวเท้าเข้ามาประคองหญิงสูงวัยพาเดินออกไปจากห้อง

หลังจากเคสสุดท้ายจบลงคลาสก็ยังนั่งอยู่ในห้องอย่างเงียบๆเพื่อคิดอะไรบางอย่าง นิ้วใหญ่คีบบุหรี่ขึ้นมาสูบพ่นควันขาวฟุ้งไปในอากาศ ดวงตาคมเข้มจับจ้องมองไปที่รูปแฟนเด็กที่เขาตั้งเป็นภาพพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า

ก๊อกๆ!!! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้คลาสปรายตามองไปที่ประตูเล็กน้อย ก่อนที่จะดึงสายตากลับ ไม่นานดารินก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง

"ฉันไม่ได้เรียกเธอเข้ามาทำไม?" คลาสพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับควันบุหรี่ที่ลอยขาวฟุ้ง การกระทำของเขาตอนนี้ไม่ได้เหมือนภาพลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้น แต่เหมือนพวกมาเฟียที่น่ากลัวมากกว่า

"ดารินมีเรื่องจะคุยกับคุณหมอค่ะ"

"ว่ามา...แล้วอย่าพูดเรื่องไร้สาระเพราะฉันไม่ชอบ"

"เอ่อ...ดารินจะบอกว่าดารินกำลังท้อง"

ทันทีที่ดารินพูดออกมาแบบนั้นคลาสถึงกับหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอเหตุการณ์แบบนี้ คลาสเจอผู้หญิงที่จ้องจะจับเขาจนชินไปซะแล้วล่ะ "แล้วยังไง...มันเกี่ยวอะไรกับฉัน"

"เกี่ยวสิค่ะ ดารินท้องกับคุณหมอนะคะ เด็กในท้องของดารินก็เป็นลูกของคุณหมอ"

"ตลกดีนะ...ฉันมีอะไรกับเธอแค่ไม่กี่ครั้ง แล้วฉันก็ป้องกันอย่างดี คิดว่าแผนตื้นๆแบบนี้จะจับฉันได้หรือไง?"

"แต่ดารินท้อง...ท้องกับคุณหมอจริงๆนะคะ" ดารินพยายามใช้มารยาหญิงเธอเริ่มบีบน้ำตาออกมาให้ดูน่าสงสาร แต่ทว่าคลาสไม่ได้สงสารดารินแต่อย่างใด กลับรู้สึกสมเพชหญิงสาวที่คิดว่าแผนตื้นๆแค่นี้จะมาหลอกคนอย่างเขาได้

"เลิกเพ้อเจ้อและออกไปจากห้องฉันซะ"

"แต่...." ดารินยังคงยื้อ

"ออกไป..." คลาสที่เริ่มหงุดหงิดเขาดันลิ้นไปกับกระพุ้งแก้ม ตวัดสายตาคมมองไปที่ดารินก่อนที่จะฟาดมือลงไปกับโต๊ะทำงาน จนดารินสะดุ้งเฮือกรีบหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง

"ว่าไงไอ้ลูกชาย ได้ข่าวว่ามีพยาบาลมาเรียกร้องสิทธิอีกแล้วเหรอ?" ทันทีที่คลาสเดินเข้ามาในห้องทำงานของพ่อ ก็ถูกเอ่ยถามขึ้นทันที

"ประมาณนั้นครับ แต่ผมให้ไอ้รุจจัดการให้เรียบร้อยแล้ว" คนที่ถูกถามไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก คลาสดึงเนคไทออกมาหลวมๆ ก่อนที่จะสาวเท้าเดินไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามของสุรชัยผู้เป็นพ่อ

"แล้วไง...ยังไงเด็กในท้องใช่ลูกแกหรือเปล่า?"

"พ่อก็น่าจะรู้ดี" คลาสยักไหล่เอนหลังพิงไปกับโซฟา

"เมื่อไหร่แกจะมีหลานให้พ่ออุ้มกับเขาสักที"

"ไปรออุ้มลูกไอ้ท๊อปมันนู้น"

"มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ ทำไมแกไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหนสักคน หรือแกคิดจะรอเด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่?"

"..........." คำพูดของคนเป็นพ่อทำเอาคลาสถึงกับชะงัก ใช่เขายังรอ...ยังรอแฟนเด็กของเขาอยู่จริงๆ

"เอาล่ะ...พ่อไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ช่วงบ่ายนี้แกว่างใช่ไหม?" สุรชัยถึงกับเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของลูกที่ดูเศร้าลงถนัดตา

"ผมไม่ไป" คลาสรีบตอบออกไปอย่างรู้ทัน

"ไปเถอะพ่อนัดเอาไว้แล้ว อย่าให้พ่อต้องเสียผู้ใหญ่นะคลาส คนนี้น่ารักเรียบร้อยแกน่าจะชอบ"

".........." คลาสเบนหน้าไปทางอื่นเขาไม่สนใจคำพูดของพ่อแม้แต่น้อย เขาค่อนข้างที่จะไม่ชอบที่พ่อของตัวเองมักจะแนะนำลูกสาวของเพื่อนหรือคนรู้จักให้กับเขา

"ครั้งนี้ครั้งเดียว ต่อไปนี้พ่อจะไม่นัดผู้หญิงคนไหนให้แกอีกแล้ว"

"พ่อพูดแล้วนะ หลังจากครั้งนี้ผมจะไม่ไปเจอผู้หญิงที่พ่อนัดให้อีก"

"เอาน่า...ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว"

"ครับ"

"น่าเบื่อชะมัด" คลาสพูดขึ้นในขณะที่เขาขับรถยนต์หรูมาจอดที่หน้าร้านอาหารหรูใจกลางเมือง มือหนาจัดการเปิดประตูลงจากรถก่อนที่สายตาคมกริบจะมองหาคนที่คาดว่าน่าจะมารออยู่ก่อนแล้ว

"หึ...นี่น่ะเหรอ เรียบร้อยน่ารักของพ่อ" คลาสถึงกับหัวเราะในลำคอพร้อมกับพูดในใจ ขณะที่ขายาวก็สาวเท้าเดินตรงเข้าไปในร้าน ก่อนที่จะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงที่แต่งตัวเซ็กซี่

"สวัสดีครับ" คลาสเอ่ยทักหญิงสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ที่นี่คนไม่ได้เยอะอะไรมีเพียงพนักงานในร้านสองสามคนเขาไม่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์หมออะไรให้มันมาก

"สวัสดีค่ะหมอคลาส เชิญนั่งก่อนสิคะ" ร่างบางตรงหน้าเอ่ยเชื้อเชิญ พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนออกมาแบบไม่ปิดบัง คลาสที่รับรู้ได้ถึงกับหัวเราะในลำคอเดินไปนั่งตามคำเชื้อเชิญ แต่ทว่าก็แอบถูกใจในรูปร่างของคนตรงหน้าไม่น้อย

"มานานหรือยังครับ? ขอโทษที่ทำให้รอ ผมพึ่งเสร็จงาน"

"ไม่นานค่ะ ดื่มอะไรดีคะ" หญิงสาวพูดออกมาอย่างมีจริตก่อนที่จะยกแก้วไวน์ของเธอขึ้นมาดื่มอย่างละเมียดละไม

"ไม่ดีกว่าครับ...ผมคงไม่อยู่นาน"

"หืม...มีธุระต่อเหรอคะ?"

"ผมขอพูดตรงๆเลยนะครับ ผมมีคนในใจแล้ว ที่มาวันนี้ก็แค่คำสั่งพ่อ"

"ไวท์ก็ตามข่าวคุณอยู่ ไม่เห็นมีข่าวว่าคุณมีแฟนเลยนี่ค่ะ คุณคลาสโกหกไวท์หรือเปล่าคะ?"

"เธอยังไม่กลับมานะครับ เลยยังไม่มีข่าว"

"แย่จังเลยนะคะ ไวท์ถูกใจคุณมาก" สายตายั่วยวนถูกส่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง

"อยากได้ผมเป็นแฟนหรือว่าเรื่องแบบนั้นครับ?"

"ทั้งสองค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้นผมก็คงให้คุณไวท์ไม่ได้"

"แล้วถ้าวันไนท์สแตนด์ละคะ คุณคลาสให้ไวท์ได้หรือเปล่า?"

"หึ..." คลาสไม่ได้พูดอะไรเขาหัวเราะในลำคอยันตัวลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าเดินออกจากร้านโดยที่หญิงสาวเดินตามมาติดๆ

@คอนโดxxx

กริ่ง!เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นในขณะที่คลาสกำลังเดินออกจากห้องๆหนึ่ง ภายในคอนโดหรูของหญิงสาวที่เขาเพิ่งมีวันไนท์สแตนด์กับเธอ

มือหนาล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมเข้มจ้องไปที่หน้าจอก็พบว่าเตชินทร์เพื่อนของเขาเป็นคนโทรมา คลาสไม่รอช้าที่จะกดรับ

"ว่าไง?"

"อยู่ไหนวะ?"

"คอนโดxxx"

"ไปทำอะไรที่นั่น คอนโดมึงไม่ได้อยู่แถวนั้นนี่หว่า หรือว่านัดไปเอากับเด็ก?"

"ประมาณนั้น" คลาสตอบไปแบบผ่านๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

"ระวังเอดส์แดก"

"กูป้องกันทุกครั้งแล้ว โทรมามีอะไร?"

"มากินข้าว...กูรออยู่ร้านอาหารแถวๆคอนโดมึง"

"ทำไมไม่นัดที่คลับไอ้ท๊อป?"

"มึงพูดเหมือนไม่รู้ เมียกูท้องไปที่แบบนั้นไม่ได้ มาให้มันเร็วๆกูรออยู่"

"......" คลาสไม่ได้ตอบกับอะไรเขาเลือกที่จะตัดสายเพื่อนสนิท แล้วสาวเท้าเดินไปที่รถคันหรูของตัวเองก่อนที่จะขับออกไปด้วยความเร็ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED