ตอน 2

ในยามนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศนับว่าเย็นสบายยิ่ง องค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันในวัยสิบสองปีกำลังเรียนวิชาประวัติศาสตร์ราชวงศ์ร่วมกับองค์หญิงและท่านหญิงผู้อื่นในแคว้นลู่ที่สำนักศึกษาของราชวงศ์ด้วยความรู้สึกเกียจคร้าน

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นในยามที่อาจารย์สอบถาม นางก็สามารถตอบคำถามได้อย่างฉะฉานราวกับเป็นผู้เขียนตำราขึ้นมาเอง สร้างความภาคภูมิใจให้อาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะนางเป็นเช่นนี้จึงทำให้นางกลายเป็นคนที่องค์หญิงและท่านหญิงอื่นล้วนไม่ชอบหน้าเพราะต้องถูกเปรียบเทียบกับนางอยู่เป็นนิจแม้ว่านางจะมีอายุน้อยที่สุดในบรรดาองค์หญิงก็ตาม

แต่ถึงจะไม่พอใจเอ๋อรั่วฉีหลันกลับไม่เคยถูกผู้ใดกลั่นแกล้ง ด้วยนางเป็นองค์หญิงที่เกิดจากอัครชายาของอ๋องผู้ครองแคว้นลู่ซึ่งเป็นแคว้นหนึ่งในการปกครองของแคว้นซูอาน

ว่ากันว่าองค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันผู้นี้นอกจากความฉลาดเฉลียวแล้วกลับอาภัพนัก ด้วยฝ่าบาทแคว้นซูอานเคยขอให้แคว้นลู่ส่งภาพวาดองค์หญิงทั้งหมดในแคว้นเข้าไปยังวังหลวงของซูอานเพื่อให้บรรดาองค์ชายคัดเลือกไปเป็นพระชายา

สตรีอื่นล้วนถูกคัดเลือกด้วยใบหน้างดงาม มีเพียงองค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันผู้นี้ที่ไม่มีองค์ชายใดต้องการนับเป็นเรื่องอัปยศยิ่งด้วยมีตำแหน่งเป็นถึงพระธิดาของอัครชายา

แต่ธรรมเนียมย่อมต้องปฏิบัติ อย่างไรสตรีแคว้นลู่ก็ต้องแต่งเข้าไปยังแคว้นซูอาน เมื่อเป็นดังนั้นฝ่าบาทจึงส่งสาสน์มายังท่านอ๋อง ขอองค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันเพื่อเป็นบุตรบุญธรรมของท่านหมอเทวดาอ้ายเสิ่นอันเลื่องชื่อ และยังให้หมั้นหมายกับบุตรชายของหมอเทวดาผู้มีอำนาจสูงส่งในแคว้นซูอานนามอ้ายเจิงอีกด้วย

อ้ายเจิงผู้นั้นเป็นผู้สูงศักดิ์ ฐานะไม่ด้อยไปกว่าอ๋องผู้หนึ่ง เป็นผู้มีตำแหน่งสำคัญในใจของฝ่าบาท อีกทั้งยังรูปงามนักมีใจฝักใฝ่สตรีที่งดงามยังมีอนุในเรือนอีกสิบห้าคนที่ล้วนเป็นหญิงงามในใต้หล้า แต่ทว่าถึงจะมีหญิงงามอยู่ล้นจวนเขาก็ยังชอบเที่ยวหอนางโลมและสืบเสาะหาสตรีผู้งดงามไม่ได้หยุดหย่อน

จวนท่านหมอเทวดานั้นบัดนี้จึงกลายเป็นแดนสวรรค์บนดินที่มีนางฟ้ามากมาย เล่าลือกันว่าอนุของอ้ายเจิงผู้นั้นงดงามมากกว่าสนมของฝ่าบาทแคว้นซูอานเสียอีก

ว่ากันว่าอ้ายเจิงติดตามซู่อ๋องลู่หนิงหวังออกรบมาหลายปีนับเป็นกุนซือที่ชำนาญการศึก บารมีมากล้นเป็นที่หมายปองของสตรี ถึงคล้ายจะมีฐานะต่ำต้อยกว่าอ๋องในยามนี้ แต่ด้วยอำนาจของเขาก็พอทัดหน้าเทียมตาหรืออาจเหนือยิ่งกว่าองค์หญิงจากแคว้นบรรณาการเสียอีก

เพราะเป็นเช่นนี้องค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันจึงน่าสงสารยิ่ง นางผู้นี้เป็นสตรีอวบอ้วน ผิวพรรณดำด่างด้วยรอยแผลอันเกิดจากผื่นแพ้ เมื่อเกิดผดผื่นย่อมเกิดการคัน องค์หญิงน้อยไม่อาจห้ามใจตนเอง เมื่อคันก็เกา ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นแผล ไร้ทางรักษา

แต่ผู้ใดจะรู้ การที่ฝ่าบาทแคว้นซูอานส่งสาสน์มายังท่านอ๋องแคว้นลู่นั้นก็เป็นเพราะท่านอ๋องขอร้อง ให้ท่านหมอเทวดาอ้ายเสิ่นช่วยรักษาบุตรสาวให้หายจากผื่นแพ้ที่นางเป็นอยู่ แต่การรักษาทราบว่าอาจจะต้องใช้เวลานับปี การที่องค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะเข้ามาอยู่ในจวนบุรุษผู้หนึ่งจึงไม่เหมาะไม่ควร

ดังนั้นความคิดเรื่องรับบุตรบุญธรรมจึงเกิดขึ้น เมื่อรับบุตรบุญธรรมแล้ว ฝ่าบาทจึงคิดว่าเพื่อเป็นการผูกสัมพันธ์อันดี ก็ให้แต่งเป็นภรรยาเอกของอ้ายเจิงเสีย อย่างไรวันนี้ก็ต้องปูนบำเหน็จเขาเป็นอ๋อง องค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันก็มิได้น้อยหน้าอย่างไรก็ต้องกลายเป็นชายาอ๋องในสักวัน

เรื่องนี้นอกจากฝ่าบาทและท่านอ๋องเอ๋อรั่วบิดาขององค์หญิงที่ทราบแล้วก็มิได้มีผู้ใดล่วงรู้อีก

ในขณะที่ได้ยินข่าวมาอีกว่า เมื่อความล่วงรู้ถึงหูของอ้ายเจิง สมรสพระราชทานยังไม่ทันบังเกิดเขาก็สืบค้นหาภาพวาดขององค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันทันที

และเมื่อได้เห็นภาพวาดเสมือนนั้นเขาพลันมีโทสะ คนนิยมชมชอบสตรีงดงามเช่นเขา จะมีใจให้ดรุณีน้อยที่อวบอ้วนราวกับแม่หมูได้อย่างไร

อย่างไรเขาก็ไม่ยินยอมแต่งนางเป็นอันขาด ฝ่าบาทจึงได้ทรงพิจารณาอีกครั้ง เรื่องหมั้นหมายเอาไว้ก่อนแต่เรื่องให้รับเป็นบุตรบุญธรรม อย่างไรท่านอ้ายเสิ่นหมอเทวดาย่อมต้องทำตามดำรัส

ทรงคาดหมายว่า หากได้ใกล้ชิดไม่แน่ว่าอ้ายเจิงอาจจะเปลี่ยนใจ อ้ายเจิงเป็นบุรุษที่เพิ่งเข้าสู่วัยหนุ่ม ผ่านโลกมาน้อยยิ่ง เรื่องสตรีจึงมองเพียงผิวเผิน สตรีในวัยเด็กแม้จะอวบอ้วนโตขึ้นมาก็กลายเป็นสาวงามมีถมไป

มารดาขององค์หญิงเอ๋อรั่วฉีหลันนับเป็นสตรีงามล่มเมือง บิดาของนางก็รูปงามองอาจ ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น เอ๋อรั่วฉีหลันองค์หญิงน้อยอย่างไรก็ต้องโตมางดงามไม่ผิดเพี้ยน

แต่ความคิดนี้ของฝ่าบาทกลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากอ้ายเจิงแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมแต่งท่าเดียว

"ฝ่าบาท ทรงเห็นใจกระหม่อมด้วย องค์หญิงผู้นั้นอายุเพียงสิบสองปีจะแต่งกับเด็กน้อยได้อย่างไร กระหม่อมไม่ได้เป็นผู้นิยมเด็กเช่นนั้นฝ่าบาททรงทำให้กระหม่อมละอายใจเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

ฝ่าบาททรงแย้ง

"เรามิให้เจ้าแต่งตอนนี้ หลังนางพ้นวัยปักปิ่นค่อยเข้าหอยามนี้หมั้นหมายตามธรรมเนียมเอาไว้ เจ้าเองก็อย่าคิดมากไปเช่นนั้น"

"ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นองค์หญิงเป็นเพียงน้องสาวเท่านั้น ทรงเห็นใจกระหม่อมเถิดไม่อาจรับนางมาเป็นภรรยาได้พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง องค์ชายมีมากมายเหตุใดต้องเป็นกระหม่อม"

"ก็เจ้าคู่ควรกับนางที่สุด เราคิดดีแล้ว"

"แต่ฝ่าบาท กระหม่อมยังไม่อยากแต่งงานพ่ะย่ะค่ะ คิดจะอยู่รับใช้พระองค์ไปอีกหลายปี สตรีทำให้วุ่นวายยิ่ง"

"เจ้าพูดเช่นนี้คิดว่าเราจะเชื่อหรือ อนุในจวนของเจ้ามากมายยิ่งกว่าสนมของเราอีก"

อ้ายเจิงไม่ยอมรับ

"ล้วนเป็นข่าวลือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่เลี้ยงดูพวกนางไว้ชั่วคราว เมื่อพวกนางพร้อมที่จะออกจากจวนกระหม่อมไม่เคยขัดข้อง ฝ่าบาท ทรงอย่าเอาสตรีพวกนั้นมาเปรียบเทียบสิพ่ะย่ะค่ะ มันไม่ถูกต้อง"

ฝ่าบาททรงถอนพระทัย มองอ้ายเจิงอย่างเหนื่อยหน่าย ทรงรู้ดีว่าเขาคิดอย่างไรจึงเอ่ยว่า

"ด้วยเพราะเจ้าเห็นสาวงามมามากมาย เจ้าจึงเห็นองค์หญิงน้อยเป็นน้องสาวที่ไม่งามใช่หรือไม่ เมื่อไม่งดงามย่อมไม่อยากแต่ง อาเจิงเราเห็นเจ้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่ต่างจากลู่หนิงหวังและหานเซียว พวกเจ้าทั้งหมดเราล้วนรู้ใจยิ่งนัก อย่ามาหาข้ออ้างกับเรา เอาเถิดยามนี้ไม่อยากแต่งก็ไม่แต่ง ต่อไปภายหน้าหากเจ้าต้องการนางในยามนั้นก็ให้นางเป็นผู้ตัดสินแล้วกัน อย่ามาบังคับให้เราช่วยเป็นอันขาด"

อ้ายเจิงคุกเข่าลอบยิ้มอย่างยินดี

"ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ไม่ทรงฝืนใจกระหม่อม กระหม่อมจะดูแลนางในฐานะน้องสาวอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ"

แคว้นลู่

ม้าเร็วส่งข่าวเรื่องหมั้นหมายและการรับบุตรบุญธรรมของท่านหมอเทวดาอ้ายเสิ่นมายังท่านอ๋องผู้ครองแคว้น เรื่องรับบุตรบุญธรรมนั้นหากองค์หญิงทรงพร้อมให้เดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นซูอานได้ทันทีไม่มีกำหนดระยะเวลา

ส่วนเรื่องหมั้นหมายทรงเห็นว่าองค์หญิงยังเยาว์นัก หลังพิธีปักปิ่นค่อยเลือกคู่ครองในภายหลัง

เรื่องนี้ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด ต่างเล่าลือกันออกไปอย่างเสียหาย องค์หญิงน้อยผู้มีร่างกายประดุจลูกสุกรผู้นี้ ถูกคนแคว้นซูอานปฏิเสธถึงสองครั้งสองคราติดต่อกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้อาจไม่ได้ออกเรือนไปตลอดชีวิตเป็นแน่

ถึงข่าวจะเล่าลือออกไป แต่องค์หญิงยังทรงพระเยาว์นักย่อมไม่รับรู้ และหากรับรู้ก็ย่อมไม่ใส่ใจ

นางกำนัลล้างมือให้องค์หญิงน้อยหลังจากเสวยขนมที่พ่อครัวหลวงเพิ่งส่งมาถวายจนเสร็จ จะว่าไปแล้วองค์หญิงในวัยเดียวกันต่างรักษารูปร่างเพื่อเตรียมการล่วงหน้าในการเป็นหญิงงามที่เพียบพร้อมเพื่อออกเรือนกับผู้สูงศักดิ์

จะมีก็เพียงองค์หญิงฉีหลันผู้นี้ที่ท่านอ๋องทรงรักใคร่นักหนา จะทำสิ่งใดล้วนตามใจนางจนนางมีสภาพเช่นนี้ เสื้อผ้าของนางต้องเปลี่ยนขนาดวัดตัวกันทุกเดือน

หลายครั้งที่อาอวิ๋นนางกำนัลส่วนพระองค์ได้ยินคนจากตำหนักตัดเย็บเปรยออกมาว่าองค์หญิงฉีหลันใช้ผ้าในการตัดเย็บเท่ากับองค์หญิงอื่นถึงสามเท่า

สามเท่าเชียวนะ น่าอับอายเกินไปแล้ว

หลังเสวยเสร็จ องค์หญิงน้อยก็คว้าตำรามาอ่านแล้วนอนกลิ้งอยู่บนเตียงเหมือนหมูน้อยตัวหนึ่ง อาอวิ๋นปีนี้อายุสิบสี่อีกไม่นานก็ปักปิ่นแล้ว แต่นางเป็นนางกำนัลจึงไม่มีพิธีนี้อย่างเป็นทางการนอกจากเจ้านายเหนือหัวจะยินยอมและให้นางกำนัลอาวุโสมาทำพิธีให้อย่างเรียบง่าย

แต่หากเจ้านายไม่ใส่ใจแล้วก็ยากที่จะได้เข้าพิธีนี้ หากไม่ได้เข้าพิธีก็เตรียมตัวโสดไปจนตาย ไม่มีทางที่เจ้านายจะหาบุรุษดี ๆ สักคนให้ออกเรือน หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นบ่าวที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากนายนั่นเอง

"องค์หญิงท่านคิดจะจัดงานปักปิ่นให้บ่าวหรือไม่เจ้าคะ"

แน่นอนว่าอาอวิ๋นย่อมต้องปลูกฝังเรื่องนี้ให้กับองค์หญิงน้อยรู้เอาไว้ องค์หญิงน้อยเชื่อฟังอาอวิ๋นอยู่บ้าง แต่ก็ทรงฉลาดมากเช่นกัน

"ทำไมหรือ เจ้าอยากมีหรือไม่เล่า หากอยากข้าจะจัดการให้"

อาอวิ๋นรีบพยักหน้า การที่ได้รับใช้องค์หญิงผู้มีอำนาจด้วยพระมารดาพระบิดารักใคร่เช่นนี้ดียิ่ง

"เพคะ หม่อมฉันอยากมีพิธีปักปิ่นเหมือนคนอื่น"

"เอาเถิด ยามนั้นเจ้าเตือนข้าเผื่อข้าลืม"

"เพคะ"

องค์หญิงน้อยนอนอ่านตำราแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่หลายตลบ จู่ ๆ ก็ทรงตรัสขึ้น

ตอน 3

"อาอวิ๋นเจ้าเคยได้ยินชื่อคนผู้นี้หรือไม่ บุตรชายของท่านพ่อบุญธรรมของข้า พี่ชายในอนาคตข้าท่านอ้ายเจิง"

เขาโด่งดังเพียงนั้น เป็นบุรุษรูปงามที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ถึง รูปของเขายังมีคนวาดขายในตลาด งดงามยิ่งกว่าเทพเซียน อาอวิ๋นย่อมรู้จักดี

"เคยเพคะ เขาเป็นคนดังนะเพคะ"

องค์หญิงน้อยรู้สึกเป็นกังวล

"เขาจะใจดีหรือไม่ เจ้าบอกเขารูปงามแล้วใจเล่าจะงามเหมือนหน้าตาหรือไม่"

อาอวิ๋นถอนหายใจออกมา นางรู้สึกสงสารองค์หญิงน้อยที่บัดนี้ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกอ้ายเจิงปฏิเสธไม่ยินยอมสมรสด้วย ยังมีแก่ใจถามว่าเขาใจดีหรือไม่ ช่างน่าสงสารยิ่ง

"ชื่อเสียงของเขาที่มีต่อสตรีค่อนข้างดี เขาเป็นคนสุภาพอ่อนโยนเพคะ องค์หญิงโปรดวางพระทัย"

"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี ข้าในฐานะน้องสาวบุญธรรมของเขาจะได้สบายใจ ข้ากับพี่ชายของข้าห่างกันหลายปี เขาไม่เคยเล่นกับข้าสักครั้ง เจ้าว่าท่านพี่อ้ายเจิงจะยอมเล่นกับข้าหรือไม่"

"เล่นสิเพคะ องค์หญิงของหม่อมฉันน่ารักเพียงนี้"

ความจริงอาอวิ๋นไม่ค่อยแน่ใจนักหรอก ว่ากันว่าเขาไม่ชอบเด็กเล็กเอาเสียเลย ถึงองค์หญิงจะอายุสิบสองขวบปีแล้วแต่ก็ช่างขี้สงสัยนัก บุรุษเช่นท่านอ้ายเจิงจะรำคาญหรือไม่

ในขณะที่อาอวิ๋นกำลังจะเอ่ยปากอีกคำองค์หญิงน้อยก็หลับไปเสียแล้ว อาอวิ๋นถอนหายใจ เดิมทีคิดชวนองค์หญิงไปเดินเล่นเสียหน่อย เมื่อสักครู่เสวยไปเยอะกลัวว่าองค์หญิงอาจจะอึดอัดก็เป็นได้

แต่เมื่อทรงหลับปุ๋ย ดูน่าเอ็นดูเช่นนี้อาอวิ๋นจึงคลี่ผ้าห่มแล้วห่มให้องค์หญิงแผ่วเบา ตามใบหน้าและตามแขนขององค์หญิงมีร่องรอยดำด่างอันเกิดจากแผลอยู่หลายจุด เพราะผิวพรรณขาวผ่องขององค์หญิงยิ่งทำให้เห็นรอยแผลชัดเจนและดูน่ากลัว

สตรีแค่มีเพียงรอยข่วนก็ทำให้หลายคนกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว แต่องค์หญิงของนางมีรอยแผลเต็มตัวเช่นนี้เมื่อโตขึ้นและรู้ความจะคิดมากหรือไม่ ได้แต่หวังว่าเมื่อไปเป็นบุตรสาวบุญธรรมของท่านหมอแล้วองค์หญิงจะหายจากผื่นคันพวกนี้เสียที

อาอวิ๋นเลิกล้มความคิดที่จะชวนองค์หญิงน้อยออกไปข้างนอก เมื่อคราวนี้ทรงหลับยาวนานกว่าทุกวัน มักเป็นเช่นนี้กิจวัตรประจำวันขององค์หญิงมีสิ่งใดกัน องค์หญิงผู้อื่นและท่านหญิงจับเข่าคุยกันทั้งยังมักจะออกไปเดินเล่นที่อุทยานกันเสมอ

แต่องค์หญิงน้อยของนางไม่มีเพื่อนสักคน เมื่อเป็นเช่นนี้กิจวัตรประจำวันจึงมีเพียงแต่ กินแล้วอ่านตำรานิ่ง ๆ หลังจากนั้นก็นอน เมื่อตื่นมาก็ทรงกินอีก วนเวียนอยู่เช่นนี้เมื่อใดจะผอมกันเล่า หากไม่ผอมลงองค์หญิงอาจจะไม่ได้สมรสไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

ในเมื่อนายไม่ได้สมรสบ่าวอย่างอาอวิ๋นต่อให้มีพิธีปักปิ่นอีกสิบครั้งก็อย่าหวังว่าจะได้ออกเรือน

หายนะมาเคาะประตูอยูหน้าเรือนแล้ว ไม่ได้การ องค์หญิงน้อยต้องลดความอ้วนอย่างเร็วที่สุด!

เป็นเพราะเขาคือคนที่นางคิดว่าต่อไปจะกลายเป็นพี่ชายบุญธรรม เอ๋อรั่วฉีหลันจึงสั่งให้คนนำภาพวาดของอ้ายเจิงมาให้นางดู

เดิมทีอาอวิ๋นเอ่ยปากคัดค้านเพราะเป็นเรื่องผิดธรรมเนียมยิ่ง องค์หญิงสูงศักดิ์ผู้หนึ่งจะแอบดูภาพวาดของบุรุษได้อย่างไร แต่เนื่องด้วยทนรบเร้าจากองค์หญิงน้อยไม่ไหวอีกทั้งรู้ดีถึงความดื้อเงียบขององค์หญิงที่ต้องการสิ่งใดแม้จะไม่โวยวายแต่สุดท้ายก็ทรงหามาจนได้

อาอวิ๋นจึงลอบนำรูปวาดของท่านอ้ายเจิงมาให้องค์หญิงในที่สุด

องค์หญิงน้อยกะพริบตาปริบ ๆ ในมือมีขนมหวานถั่วจันทร์เสี้ยวที่ทำจากถั่วเหลืองบดจนเป็นแป้งผสมน้ำผึ้งจนเข้ากัน ตกแต่งเป็นรูปดวงจันทร์ บ้างก็เป็นจันทร์เต็มดวง บ้างก็เป็นจันทร์เสี้ยว ลงสีเหลืองนวลผ่องแล้วเอาไปทอดจนเหลืองทอง

ด้านในกรอบด้านนอกหวานมัน เป็นขนมดั้งเดิมของแคว้นลู่ที่องค์หญิงโปรดปรานยิ่ง สามารถเสวยได้ทุกวันโดยไม่มีเบื่อ

เอ๋อรั่วฉีหลันยัดขนมเข้าปากแล้วเคี้ยวกรุบ ๆ ทำหน้าตาพึงพอใจในขณะที่มองภาพวาดของอ้ายเจิงไปด้วย

"พี่ชายบุญธรรมของข้าผู้นี้รูปงามสมคำเล่าลือ รูปร่างสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกสลัก ดวงตาทอประกายวิบวับประดุจดวงดารา งดงามจนสตรีต้องเขินอาย"

คำชื่นชมนี้เป็นคำที่เขียนเอาไว้ด้านหลังภาพวาดนี้ องค์หญิงอ่านเพียงครั้งเดียวก็จำได้จนขึ้นใจ แต่ความงามของเขาไม่ได้ทำให้องค์หญิงน้อยรู้สึกอันใด คงด้วยเพราะพระองค์ยังคงเยาว์วัยกระทั่งไม่เข้าใจความชื่นชอบอย่างอื่นนอกจากเรื่องกิน

"เพคะ ว่ากันว่าตัวจริงของบุรุษผู้นี้งดงามยิ่งกว่าภาพวาดเสียอีกเพคะ"

อาอวิ๋นพยักหน้า ยิ่งเห็นภาพวาดผสมกับคำร่ำลือ อาอวิ๋นคล้ายจะเห็นอ้ายเจิงผู้นี้ลอยออกมาจากภาพวาดดุจเทพเซียนผู้หนึ่ง

"แต่จะใจดีหรือไม่ เขาว่ากันว่าธรรมเนียมแคว้นซูอานเข้มงวดยิ่ง ยามอ่านไม่พูดยามกินไม่สนทนา อาอวิ๋นเจ้าว่าท่านพี่จะยินยอมให้ข้ากินขนมในห้องเรียนหรือไม่"

อาอวิ๋นอยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้ตายนัก เหตุใดองค์หญิงน้อยจึงฝักใฝ่ในเรื่องกินนักหนา ความผิดผู้ใดที่เลี้ยงดูนางให้เติบโตมาเป็นเช่นนี้

"องค์หญิง ที่แคว้นลู่ก็ไม่อาจนำขนมเข้าห้องเรียนได้เพคะ พระองค์ทรงลืมแล้วหรือ ที่ท่านอาจารย์แสร้งมองไม่เห็นและไม่ลงโทษก็เพราะองค์หญิงคือพระธิดาของท่านอ๋องผู้ครองแคว้นนะเพคะ"

"จริงหรือ เหตุใดข้าไม่เคยรู้มาก่อน"

ว่าแล้วก็ทอดถอนใจออกมา

"ยังมีตัวของข้าอีก ที่ไม่มีใครอยากเล่นกับข้าเพราะล้วนกลัวผื่นของข้าจะไปติดพวกเขาเข้า ท่านพี่เล่าจะยอมเล่นกับข้าหรือไม่"

องค์หญิงยังคงห่วงเรื่องนี้ พระองค์ไม่เคยจากบ้านจากเมือง ผื่นคันที่เป็นเหมือนโรคประจำตัวนี้นับวันยิ่งส่งผลกระทบ องค์หญิงน้อยไม่อาจมีเหงื่อได้ ตำหนักทั้งตำหนักของพระองค์จึงกลายเป็นตำหนักน้ำแข็ง หนาวเย็นตลอดปีปกป้ององค์หญิงน้อยจากความร้อนที่เป็นต้นเหตุของผื่นคัน

เพราะเช่นนี้จึงไม่อาจวิ่งเล่นเหมือนเด็กผู้อื่น มีชีวิตวัยเด็กที่น่าสงสารยิ่ง

"องค์หญิงทรงอย่ากังวลเพคะ อาอวิ๋นติดตามองค์หญิงไปด้วย ท่านหมอเทวดาผู้นั้นก็มีชื่อเสียงเรื่องความมีเมตตา ยังเปิดสำนักหมอรักษาให้ชาวบ้านที่ยากจนโดยไม่มีเก็บเงิน บุตรชายของท่านหมอย่อมใจดีไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าคนผู้นี้อาศัยสนามรบเป็นบ้าน ติดตามสองอ๋องออกรบตั้งแต่เยาว์วัย พระองค์อาจจะไม่ได้พบท่านราชเลขาอ้ายก็เป็นได้เพคะ"

"ข้าเข้าใจแล้ว เหตุใดเขาจึงมีข่าวลือเรื่องสตรีมากมายนัก"

อาอวิ๋นตกใจยิ่ง นางปกปิดเรื่องนี้จากองค์หญิง ด้วยไม่อยากให้องค์หญิงมองบุรุษที่จะเป็นสามีในอนาคตในแง่ร้าย แต่คงมีนางกำนัลปากมากเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเล่าให้องค์หญิงน้อยฟังกระมัง

"องค์หญิงคนสูงศักดิ์ผู้ใดไม่มีอนุกันเพคะ ในจวนผู้มีอำนาจไม่ว่าที่ใดล้วนมีอนุเรื่องนี้อย่าใส่พระทัยเลยเพคะ"

องค์หญิงน้อยย่อมไม่เข้าใจ

"ท่านพ่อมีท่านแม่ของข้าเพียงผู้เดียว ท่านพ่อบอกว่าสตรีล้วนน่ารำคาญมีเพียงท่านแม่ที่ไม่น่ารำคาญ"

เอ๋อรั่วฉีหลันฉลาดเฉลียวนั้นไม่ผิด แต่คนที่ตอบคำถามมิได้ฉลาดเท่านางหลายครั้งจึงทำให้คนถามไม่ได้รับคำตอบ ครานี้ก็เช่นกัน อาอวิ๋นเองไม่สามารถตอบคำถามเรื่องรักใคร่ของผู้ใดได้ ด้วยตัวของนางเองก็อายุเพียงสิบสี่ปี

ในวังแห่งนี้ที่พบเจอก็มีแต่ขันทีเฒ่า ไม่เคยเกิดความรักใคร่จริงจังกับผู้ใด นอกจากบุรุษในจินตนาการที่นางพร่ำเพ้อขึ้นมา

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่อาจสั่งสอนองค์หญิงได้เช่นกัน

ไม่นานกำหนดการที่จะเดินทางไปยังแคว้นซูอานขององค์หญิงก็ถูกกำหนดขึ้น ด้วยกำลังจะเข้าสู่หน้าหนาวอันทำให้การเดินทางยากลำบากเพราะหิมะ อ๋องเอ๋อรั่วจึงได้กำหนดให้องค์หญิงออกเดินทางในปลายฤดูหนาว

แคว้นลู่ห่างจากแคว้นซูอานราวห้าร้อยลี้ใช้เวลาเดินทางในยามปกติเพียงแค่ครึ่งเดือน แต่หากเดินทางในฤดูหนาวหรือฤดูฝนแล้วจะต้องใช้เวลาเดือนทางราวหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อย่นระยะเวลาเดินทางไม่ให้องค์หญิงต้องเหนื่อยมากนักท่านอ๋องจึงกำหนดให้เดินทางในช่วงปลายฤดูหนาว

อาอวิ๋นคิดว่าเวลาเท่านี้คงเพียงพอที่จะให้องค์หญิงน้อยลดความอ้วนลงสักเล็กน้อย ก่อนที่จะไปพบเจอว่าที่พ่อสามีเพื่อสร้างความประทับใจ แต่เพราะเป็นฤดูหนาวที่คนมักเกียจคร้าน องค์หญิงนอกจากขลุกอยู่ในเตียงอุ่นตลอดทั้งวันแล้วในปากเล็ก ๆ ของพระองค์ก็ไม่ทรงว่างเลยแม้แต่น้อย

เพราะต้องเดินทางไกลจากอกมารดาไม่รู้นานเท่าไหร่ อัครชายาจึงทรงบำรุงบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยขนมและอาหารชั้นเลิศ แม้ว่าอาอวิ๋นจะพยายามห้ามปรามแต่ครั้นองค์หญิงเรียกร้องหาของเสวยอัครชายาก็สั่งคนจัดการจนล้นตำหนัก

ในที่สุดอาอวิ๋นก็ถอดใจ

ชายแดนแคว้นซูอาน กลางฤดูหนาว

ในขณะที่อ้ายเจิงกำลังกกกอดสาวงามที่ถูกจับมาเป็นเชลยและยินยอมมอบกายให้กับเขาด้วยหลงใหลในใบหน้างดงามของอ้ายเจิงอย่างมีความสุข

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED