1
“นะครับ ช่วยผมหน่อยนะครับคุณสิงห์ ผมมองไม่เห็นใครจริงๆ ครับ”
เสียงขอร้องอ้อนวอนดังผ่านปากรณชัย ชายวัยหกสิบปี สีหน้าของผู้พูดเต็มไปด้วยความหนักใจ หากราชสีห์ไม่ช่วยเขา รับรองได้ว่าธุรกิจของตนต้องล่มจมเป็นแน่
ราชสีห์ ศิวะธำรงกุล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปี มีธุรกิจในมือหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือสถาบันการเงินประเภทไม่ใช่ธนาคาร ภายใต้ชื่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เดอะซันกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปู่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา หลังจากปู่เสียชีวิตชายหนุ่มก็ได้ครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาลด้วยวัยเพียงสามสิบปี และอีกเก้าปีต่อมาราชสีห์ก็สามารถทำให้บริษัทแห่งนี้ติดอันดับหนึ่งในสามของบริษัทเงินทุนฯ ที่มีรายได้มากที่สุด มีความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจจนยากที่ใครจะโค่นล้มได้
“เงินมันเยอะมากนะคุณชัย ถ้าผมให้ไปก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่า”
ราชสีห์พูดอย่างนักธุรกิจผู้มองการณ์ไกล เขารู้ดีว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรณชัยอยู่ในขั้นวิกฤตมากแค่ไหน ขาดเม็ดเงินในการหมุนเวียนธุรกิจ ส่งผลให้ขาดแรงงานที่พากันลาออกเนื่องจากเจ้าของบริษัทจ่ายเงินเดือนล่าช้า ซ้ำยังติดหนี้ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างที่ให้เครดิตกับรณชัยร่วมสิบห้าล้านบาท ไม่รวมกับเงินกู้ที่กู้มาหมุนเวียนจากธนาคาร นับจำนวนหนี้สินทั้งหมดก็ไม่ต่ำกว่าสามร้อยล้านบาท เงินจำนวนมากขนาดนั้นหากเขาให้ไปก็ไม่รู้จะได้คือหรือไม่ และหากอีกฝ่ายไม่ได้เงินก้อนนี้จากเขา รับรองได้ว่ารณชัยต้องล้มละลายแน่นอน
“ได้คืนสิครับ ยอดจองคอนโดของผมเกินกว่าครึ่งแล้วนะครับ ถ้าสร้างเสร็จต้องมีคนมาซื้อเพิ่มเติมแน่ๆ ครับ ผมมั่นใจ”
รณชัยยังมีความหวังว่าคอนโดมิเนียมที่กำลังสร้างอยู่นี้จะสร้างกำไรให้เขาเหมือนคอนโดอีกหลายแห่ง เพียงแค่ว่าต้องหาเงินทุนมาหมุนเวียนในการปลูกสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด ซึ่งจะสมหวังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนตรงหน้า
“ที่คุณพูดมามันก็เป็นแค่เพียงการคาดเดาของคุณ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งพูดยากใหญ่ ผมเป็นเจ้าของเงินก็ต้องคิดหนักหน่อย จะให้ใครกู้เงินก็ต้องมองเห็นการได้เงินคืน ไม่ใช่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”
รณชัยใจร้อนรุ่มมากกว่าเดิม เขารู้ดีว่าราชสีห์เป็นนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล คิดและทำสิ่งใดก็ต้องรอบคอบ ยิ่งจำนวนเงินที่เขาขอกู้ที่มีมูลค่าสูงถึงห้าร้อยล้านบาท ใครเป็นเจ้าของเงินก็ต้องคิดหนัก แต่เขาก็ไม่อาจละความพยายามได้ เนื่องจากราชสีห์เป็นที่พึ่งสุดท้ายหลังจากตระเวนของกู้เงินตามธนาคารและบริษัทเงินทุนหลายแห่ง ทว่าก็ไม่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนใดให้รณชัยกู้เงินเลยสักแห่ง
“ผมมีบ้าน มีที่ดินอยู่หลายแห่ง ถ้าหากผมนำมาค้ำประกันกับคุณได้หรือเปล่าครับ” งานนี้เขาทุ่มสุดตัวเพื่อธุรกิจและหน้าตาทางสังคม
“บ้านและที่ดินทั้งหมดของคุณมันจะพอเป็นหลักค้ำประกันได้เหรอ” ราชสีห์พูดเชิงถาม “ผมว่าไม่ถึงกึ่งหนึ่งของเงินที่คุณขอกู้จากผมด้วยซ้ำไป”
รณชัยได้ฟังแล้วสีหน้าเคร่งเครียดทันที เห็นทีเขาคงจะชวดเงินกู้ก้อนนี้แน่นอน หากไม่ได้เงินจำนวนนี้รับรองได้ว่า คอนโดของเขาที่ปลูกสร้างไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์จะต้องยุติการปลูกสร้าง ปัญหาตามมามีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินจองและเงินดาวน์ที่เขาได้รับจากลูกค้าที่สั่งจองและผ่อนเงินดาวน์อยู่ ไหนจะค่าวัสดุก่อสร้างที่คั่งค้าง ค่าจ้างคนงานอีก แค่คิดชายวัยหกสิบปีก็พอจะมองเห็นอนาคตตัวเอง
“แล้วถ้าหากผมหาคนค้ำประกันได้ล่ะครับ คุณสิงห์จะยอมปล่อยเงินกู้ให้ผมหรือเปล่า”
รณชัยยังดิ้นรนต่อไป แม้ว่าเขาจะยังมองไม่เห็นว่าจะมีใครยอมมาค้ำประกันเงินกู้ให้ตน แต่เขาก็จะพยายามให้มากที่สุด เพื่อให้ได้เงินต่อชีวิตก้อนนี้
ราชสีห์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่รณชัยเห็นแล้วขนลุก “ใครจะกล้าค้ำประกันให้คุณครับคุณรณชัย เงินไม่ใช่แค่ล้านสองล้านนะ มันตั้งห้าร้อยล้าน ผมว่านะแค่คุณอ้าปากขอใครคนนั้นก็ปฏิเสธแล้ว”
เจ้าของเงินพูดเหมือนรู้ทาง คนที่มาขอกู้เงินหน้าเสีย หนทางที่จะไม่ได้เงินนั้นมีสูงมากเหลือเกิน ในเมื่อทางนั้นก็ไม่ได้ ทางนี้ก็ไม่ได้ แล้วจะมีทางไหนที่พอจะมองเห็นว่าเขาจะได้เงินจำนวนนี้
“คุณราชสีห์พอจะมีทางไหนเสนอให้ผมไหมครับว่า ผมจะต้องทำยังไงถึงจะได้เงินกู้ก้อนนี้”
เวลานี้คนร้อนเงินหมดสิ้นหนทางจะคิดและพูด เขาจึงเอ่ยถามเจ้าของเงินตรงๆ หากมีทางใดที่จะได้เงิน เขายินดีทำทุกทาง แล้วคำพูดของรณชัยก็เข้าทางราชสีห์แบบเหมาะเหม็ง
“ถ้าผมบอกคุณจะทำตามจริงๆ ไหมคุณรณชัย” ราชสีห์ถามกลับ แววตาประกายเจ้าเล่ห์
“ใช่ครับ ผมยอมทำทุกอย่างครับ”
ตอนนี้รณชัยต้องการเพียงเงินมากอบกู้สถานการณ์วิกฤตของตัวเอง จนเขาไม่คิดไม่ไตร่ตรองคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“ผมได้ข่าวว่าลูกสาวของคุณสวยไม่ใช่เล่น...คุณขอกู้เงินผมห้าร้อยล้านผมก็จะให้ แต่คุณต้องเอาลูกสาวของคุณมาค้ำประกันเงินกู้ คุณชดใช้หนี้ผมหมดเมื่อไหร่ ลูกสาวของคุณก็ได้รับอิสระเมื่อนั้น”
คำตอบของราชสีห์เรียกความตกใจให้กับคนร้อนเงินได้อย่างมาก หัวใจของรณชัยแทบจะหยุดเต้น ไม่คาดคิดว่าข้อเสนอของชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็นเช่นนี้
“อะ อะไรนะครับ จะให้ลูกสาวของผมมาเป็นตัวค้ำประกันเหรอครับ” รณชัยถามทวนอย่างไม่แน่ใจ สมองยังรู้สึกสับสนอยู่
“ใช่ครับ” ราชสีห์ตอบเสียงหนัก ยกยิ้มมุมปากเชิดขึ้นข้างหนึ่ง “ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ คุณต้องให้ลูกสาวของคุณมาเป็นเครื่องประดับบนเตียงของผม จนกว่าหนี้สินของเราจะหมดไป แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วยหรือไม่ยินยอมก็ได้นะ ผมยังไงก็ได้เพราะผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว”
ราชสีห์เสมือนผู้กำชัย มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่คนถูกมองเห็นแล้วอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ รณชัยกำลังคิดว่าข้อเสนอของราชสีห์เปรียบเสมือนแสงสว่างนำทาง หากเขาไม่ตกปากรับคำ เงินก้อนใหญ่ที่จะไปขยายธุรกิจของตนเป็นอันต้องชวด แล้วไม่รู้ว่าจะมีโอกาศแบบนี้อีกหรือไม่
“ตกลงครับ ผมตกลง” คนจนตรอกอยากได้เงินตอบรับแบบไม่ทันคิดอ่านให้รอบคอบ ตอบไปทั้งที่ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของตนจะยอมหรือไม่ “ผมจะพาลูกสาวมาให้คุณตามที่คุณต้องการ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ วันไหนที่คุณพาลูกสาวมาให้ผม ผมก็จะให้เงินคุณในวันนั้นครึ่งหนึ่ง แล้วจะให้อีกครึ่งหนึ่งในวันต่อมา ข้อตกลงมีเท่านี้”
เสียงทรงอำนาจของเจ้าของเงินเอ่ยบอกรณชัยที่ยิ้มอย่างมีความหวัง แม้ว่าภายในจิตใจจะกลัดกลุ้มไม่น้อย
“ครับได้ครับ ตกลงตามนี้ครับ”
“เห็นทีเราจะคุยกันเสร็จแล้วนะ เชิญคุณรณชัยกลับไปเตรียมตัวพาลูกสาวมาให้ผมได้แล้ว ผมเองก็มีงานที่จะต้องทำต่อเหมือนกัน”
เจ้าของห้องพูดเชิงไล่อย่างสุภาพ บอกตรงๆ ว่าราชสีห์ไม่อยากจะเสวนากับรณชัยมากนัก แล้วที่ยอมเสียเงินหลายร้อยล้านก็ไม่ใช่ว่า อยากจะช่วยเหลือชายสูงวัยตรงหน้า เขาเพียงแค่อยากจะแก้แค้นใครบางคนให้เจ็บๆ คันๆ ในหัวใจบ้าง
“ครับ ผมลานะครับ”
รณชัยเอ่ยลาเจ้าของห้อง เขาลุกขึ้นยืนหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของราชสีห์ทันที เวลานี้รณชัยพกทั้งความดีใจที่จะได้เงินไปพร้อมกับความหนักใจอันหนักอึ้งไปด้วย
2
“กรี๊ด! อย่าค่ะ พอแล้วค่ะ พอแล้ว”
เสียงกรีดร้องและร้องขอดังมาจากบ้านไม้สีขาวหลังเล็ก ที่อยู่ในอาณาเขตของบ้านสุวรรณเจริญ เสียงนั้นบอกให้คนที่ได้ยินรู้ว่ากำลังเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายและไม่มีหนทางต่อสู้ มันเป็นภาพและเสียงที่ชาชินสำหรับคนในบ้านหลังนี้ แล้วเสียงนี้ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวทิ้งของในมือ เปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งเข้าไปในบ้านที่ตนเองอาศัยมาตั้งแต่เกิด
“คุณพ่อ” ญาตาวีตะโกนเรียกชื่อคนที่กำลังฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของผกากรองผู้เป็นมารดาเสียงหลง ก่อนจะวิ่งไปยังร่างของคนที่ถูกทำร้าย “คุณพ่ออย่าทำแม่ของตาเลยนะคะ ตาขอร้อง ฮือ”
ผู้ร้องขอกอดมารดาแน่น หันมาขอร้องรณชัยที่ใช้มือผลักร่างลูกสาวคนเล็กให้ออกห่างร่างผกากรองภรรยาน้อย แล้วกระชากร่างของสตรีไร้หนทางสู้เข้ามาใกล้ตัว ฟาดฝ่ามือลงซีกแก้มของอีกฝ่ายสองครั้งติด
“โทษฐานที่มึงกล้าขัดคำสั่งกู” รณชัยพูดเสียงเหี้ยม ย้ำฝ่ามือลงบนแก้มของผกากรองอีกครั้งจนเกิดเสียงเผียะสามครั้งติดกัน
“เอามันให้หนักเลยค่ะคุณพ่อ ตบมันเลย มันกล้าขัดคำสั่งคุณพ่อ อย่างนี้ต้องลงโทษให้หนัก”
รัตนามณีทำตัวเป็นลูกคู่สนับสนุนการกระทำของบิดา ไม่นึกสงสารผกากรองแม้แต่น้อย เธอมีแต่ความสะใจ สาแก่ใจเท่านั้น
แต่สำหรับญาตาวีไม่ใช่ เธอไม่อาจนิ่งดูดายมองดูบิดาทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองได้ หน้าที่ของเธอคือปกป้องดูแลผู้เป็นแม่ ญาตาวีคลานเข้าไปกอดขาบิดา ร้องไห้อ้อนวอนรณชัย
“คุณพ่อขา อย่าทำแม่ของตาเลยนะคะ ทำตาแทนนะคะคุณพ่อ ฮือ”
“ก็แม่ของแกมันดื้อรั้น ฉันขอให้แกช่วยอะไรฉันนิดหน่อยแค่นี้ทำเป็นช่วยไม่ได้ อย่างนี้มันน่าตบสั่งสอนไหมล่ะ”
รณชัยชัยกล่าวอย่างเดือดดาล สะบัดขาออกจากอ้อมแขนน้อยๆ ของลูกสาวคนเล็กที่เขาไม่คิดจะดูดำดูดี ไม่คิดอุ้มชูเหมือนรัตนามณี ทว่าญาตาวีก็กอดขาข้างนั้นของบิดาไว้แน่น
“คุณพ่อจะให้ตาทำอะไรคะ บอกตามาได้เลย ตายอมทุกอย่าง ฮือ...แต่อย่าทำแม่เลยนะคะ ฮือ...ตาขอร้อง”
ญาตาวียอมทำตามที่รณชัยบอกทุกอย่าง ขอเพียงข้อเดียวเท่านั้นคืออย่าทำร้ายแม่ของเธอ แล้วคำพูดของญาตาวีก็ทำให้รณชัยยิ้มสมใจ
“ฉันจะไม่ทำร้ายแม่ของแก” รณชัยพูดเสียงเรียบทว่าเย็นเฉียบ “ถ้าแกทำตามที่ฉันบอก”
“ค่ะ ตายอมค่ะ ตายอมทุกอย่างค่ะคุณพ่อ” ญาตาวีเงยหน้าบอกบิดาที่ก้มลงมามองหน้าเปื้อนน้ำตาของลูกสาวคนเล็กด้วยสายตาว่างเปล่า
“แน่นะ แกรับปากฉันแล้วนะ” รณชัยถามย้ำ
“อย่านะตา อย่ารับปากคุณพ่อนะลูก”
แม้ว่าเจ็บปวดจากการถูกทำร้าย แล้วรู้ดีว่าหากเอ่ยประโยคนี้ออกไป ผลตามมาคืออะไร ทว่าผกากรองจำเป็นต้องพูด ไม่เช่นนั้นคนที่เสียใจที่สุดไม่ใช่ใคร คือตัวนางเอง
เป็นไปตามความคิดของผกากรอง จบคำพูดของนางฝ่ามือรณชัยก็ฟาดลงบนแก้มนางฉาดใหญ่
“อย่ามาทำปากมากให้เสียเรื่องนะเดือน ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าพูดมาก”
“คุณพ่ออย่าทำแม่ค่ะ อย่าทำแม่”
ญาตาวีโผเข้าไปกอดร่างของมารดาไว้แน่นเมื่อเห็นนางถูกทำร้าย เวลานี้ผกากรองหาได้กลัวว่าตนเองจะถูกทำร้ายให้บอบช้ำทางร่างกาย คนที่นางเป็นห่วงมากที่สุดคือญาตาวี ที่กำลังถูกพ่อบังเกิดเกล้านำพาไปสังเวยกามให้กับราชสีห์แลกกับเงินมหาศาลที่รณชัยจะได้รับ
“คุณชัยขา คุณชัยอย่าทำกับตาอย่างนั้นเลยนะคะ เดือนขอร้อง จะตบตะตีเดือนยังไงก็ได้ แต่อย่าให้ตาไปตกนรกเหมือนกับที่เดือนเจอเลยนะคะ” ผกากรองคลานมากราบแทบเท้าสามี อ้อนวอนทั้งน้ำตา นางไม่ต้องการให้ญาตาวีมีสภาพเดียวกับนาง
“แกต้องการอย่างนั้นจริงๆ เหรอเดือน ถ้าแกต้องการอย่างนั้นฉันก็จัดให้” รณชัยคำรามเสียงดัง โกรธที่สองแม่ลูกไม่ได้ดังใจ
“ถ้ามันอยากเจ็บตัวก็จัดให้มันเลยค่ะคุณพ่อ เดี๋ยวหญิงจะช่วยเองค่ะ”
รัตนามณีไม่ห้ามปรามบิดา ยังจะสนับสนุนและเห็นดีเห็นงามด้วย เธอตรงเข้าไปดึงรั้งร่างของน้องสาวให้ออกห่างร่างของผกากรอง เพื่อที่บิดาจะได้จัดการกับภรรยาน้อยได้อย่างถนัด
“คุณพ่อขา พี่หญิง อย่าทำแม่ของตาเลยนะคะ คุณพ่อจะให้ตาทำอะไรบอกตามาเลยค่ะ ตาทำทุกอย่าง อย่าทำร้ายแม่ของตาเลยนะคะ ฮือ”
ญาตาวีพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของพี่สาว แต่ความที่เธอตัวเล็กและผอมบางทำให้ไม่อาจเข้าไปช่วยมารดาที่กำลังถูกบิดาทำร้ายได้
“แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง ให้ที่อยู่ที่กินยังไม่นึกถึงบุญคุณของฉัน ยังจะมีหน้ามากำเริบดื้อดึ้งไม่ทำตามที่ฉันบอก วันนี้แกได้ตายคามือฉันแน่เดือน” ทุกประโยคที่รณชัยพูดจบท้ายด้วยกันตบใบหน้าของอีกฝ่าย
ผกากรองทำตัวเป็นเป้านิ่งให้สามีซ้อมตามอำเภอใจ นางไม่ดิ้นรน ไม่ขัดขืน นางยอมเจ็บยอมทนทุกอย่างเพื่อเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เพื่อสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของนาง
ญาตาวีน้ำตาไหลพรากที่ต้องทนเห็นมารดาถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แน่นอนที่ว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มารดาโดนทำร้าย มันเป็นภาพที่เธอเห็นนับครั้งไม่ถ้วน เห็นครั้งใดใจเจียนสลาย เจ็บปวดที่ไม่อาจช่วยเหลือผกากรองได้ และต้องทนเห็นภาพที่เกิดขึ้นไปอีกนานแสนนาน ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อใด
3
“คุณพ่ออย่าทำแม่ อย่าทำแม่ ฮือ”
ญาตาวีพยายามตะเกียกตะกายร่างไปช่วยมารดา ทว่าฝ่ามือของพี่สาวจิกเส้นผมกลางศีรษะของเธอไว้แน่น กระชากไปทางด้านหลังจนหน้าหวานสวยอาบน้ำตาแหงนหงายตามแรง ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังถูกพี่สาวใจร้ายตบอีกหนึ่งฉาด สนองความสะใจของคนตบ
“ถ้าแกไม่อยากเห็นแม่ของแกเจ็บตัว แกก็ต้องทำตามที่คุณพ่อบอก แกต้องไปนอนกับคุณสิงห์ แลกกับเงินมาค้ำจุนบริษัทของเรา แต่ถ้าแกไม่ยอมแม่ของแกก็ต้องตายคามือคุณพ่อ เลือกเอาแกจะให้แม่แกตายตรงนี้ หรือว่าแกจะเลือกไปนอนกับผู้ชาย”
สมองและหูของญาตาวีอื้ออึงไปหมด วินาทีนี้เธอไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ไม่สนใจว่าบิดากับพี่สาวต้องการให้เธอทำอะไร นอกจากให้มารดาปลอดภัย ญาตาวีทนไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวที่เห็นผกากรองถูกทำร้าย หนทางไหนที่ทำให้มารดาร้อนพ้นจากเงื้อมมือของรณชัยได้ เธอยินดีทำทุกอย่าง
“อย่ายอมนะตา แม่ทนได้ ให้แม่ตายแม่ก็ยอม” ผกากรองรู้ดีกว่าใครว่า ลูกสาวสุดที่รักจะตัดสินใจอย่างไร นางจึงร้องห้ามทั้งที่รู้ว่าไม่อาจห้ามได้
“มึงอย่าทำเสียเรื่อง กูฆ่ามึงได้นะ” รณชัยพูดขู่ภรรยาน้อยที่เขาไม่เห็นค่ามากไปกว่าเครื่องบำเรอความใคร่
“ตายอม ตายอมทุกอย่าง อย่าทำร้ายแม่ หยุดทำร้ายแม่ของตาได้แล้วค่ะ ฮือ...ตายอมคุณพ่อทุกอย่าง”
แม้แต่ชีวิตเธอก็ยอมแลกเพื่อมารดา แล้วมีหรือที่ญาตาวีจะยอมทำตามสิ่งที่บิดาต้องการไม่ได้
รณชัยได้ยินคำพูดของลูกสาวคนเล็กแล้วกระตุกยิ้ม หันมามองหน้าคนจนแต้มอย่างผู้กำชัย “แกแน่ใจนะตาว่าแกจะยอมไปเป็นของเล่นบนเตียงสนองความต้องการให้กับคุณสิงห์”
ช่างเป็นคำถามเสียดแทงหัวใจดวงน้อยๆ ของญาตาวีมากเหลือคณา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยินยอมพลีกายตามความปรารถนาของบิดา แลกกับความไม่เจ็บปวดทางร่างกายของผกากรอง
“แน่ใจค่ะคุณพ่อ แน่ใจที่สุดค่ะ” ญาตาวีพูดทั้งน้ำตา
“มันก็แค่นี้แหละ แกสองแม่ลูกนี่โรคจิต ถ้าไม่เจ็บตัวก็ไม่ยอมทำตาม”
รัตนามณีผลักร่างของน้องสาวให้ออกห่างตัวเต็มแรง ทำหน้ายี้ประหนึ่งว่าอีกฝ่ายเป็นตัวน่ารังเกียจ โสโครกแสนขยะแขยง ญาตาวีเมื่อได้รับอิสระก็คลานมาหามารดา กอดร่างบวมช้ำไปด้วยฝีมือของบิดาด้วยความรักบูชาและสงสารจับขั้วหัวใจ
“นังตา แกตามฉันไปที่บ้านใหญ่ ฉันมีเรื่องจะพูดทำความตกลงกับแก แล้วอย่าคิดเปลี่ยนใจนะ ถ้าแกเปลี่ยนใจฉันจะเล่นงานแม่ของแกให้หนักเลยคอยดู” รณชัยสั่งเสียงเฉียบ ก่อนจะหันไปพูดกับรัตนามณีด้วยน้ำเสียงที่ต่างราวกับฟ้าแลดิน “ไปกันเถอะลูกหญิง หมดธุระแล้ว”
“ค่ะคุณพ่อ” รัตนามณีไม่วายหันมารังแกน้องสาว ด้วยการใช้ฝ่าเท้ากระแทกลงไปยังลำแขนของญาตาวี ส่งผลให้ร่างของคนถูกถีบเซไปตามแรง พอเห็นดังนั้นก็หัวเราะเยาะพร้อมเดินตามหลังบิดาไปอย่างอารมณ์ดี
ก่อนหน้าที่รณชัยกับรัตนามณีสองพ่อลูกนิสัยไม่ดีจะย่างกายมายังเรือนหลังเล็ก รณชัยได้บอกความต้องการของราชสีห์กับลูกสาวคนโตมาก่อน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเสียงแข็งจากรัตนามณีที่ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ยอม ก่อนที่เธอจะหาทางออกให้บิดา
“ไม่ค่ะ หญิงไม่มีวันทำตามที่คุณพ่อพูดแน่นอนค่ะ”
เสียงถือดีของรัตนามณี ลูกสาวคนโตของรณชัย สุวรรณเจริญ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของเมืองไทย เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมโรสแลนด์ คอนโดสุดหรูกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพ ถึงห้า แห่ง สนนราคาต่อห้องไม่ต่ำกว่าเจ็ดล้านบาท เสียงนั้นดังขึ้นหลังจากที่ได้ยินคำขอร้องของผู้เป็นพ่อ
“หญิงช่วยพ่อหน่อยเถอะนะ มันเป็นทางเดียวที่พ่อจะได้เงินก้อนนี้นะลูก”
รณชัยขอร้องลูกสาวสุดที่รัก เขานึกอยู่แล้วว่ารัตนามณีต้องไม่ยอม แต่เขาก็ไม่ละความพยายาม เพราะวิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่เขาจะได้เงินก้อนโตมาพลิกฟื้นสถานการณ์ของธุรกิจ
“แต่คุณพ่อกำลังจะทำให้หญิงคิดว่า หญิงเป็นโสเภณีชั้นต่ำ ที่ต้องนอนกับผู้ชายแลกเงินอยู่นะคะ หญิงไม่มีวันเป็นแบบนั้นแน่นอน อีกอย่างหญิงก็มีแฟนแล้วและเราจะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ด้วย” รัตนามณียังยืนกรานคำเดิม เป็นตายร้ายดียังไงเธอก็ไม่มีวันทำตามที่รณชัยต้องการแน่นอน
“ถ้าหญิงไม่ช่วยพ่อ งานนี้พ่อต้องล้มละลายแน่ นะหญิงนะ ช่วยพ่อหน่อยนะลูก” รณชัยรู้ดีกว่าใครว่า รัตนามณีเป็นคนดื้อและพูดยากมากแค่ไหน หากปากบอกว่าไม่ก็คือไม่ ต่อให้พูดปากจนถึงรูหูก็ยังคงคำพูดเดิม แต่เขาก็ไม่ละความพยายามเนื่องจากรัตนามณีคือความเดียวของเขา “หรือไม่ก็ให้คุณเสือ คนรักของลูกช่วยพ่อก็ได้ถ้าหญิงไม่อยากทำตามที่พ่อขอร้อง”
ผู้เป็นพ่อเปลี่ยนจากขอร้องลูกสาวไปเป็นนางบำเรอราชสีห์ มาเป็นขอร้องให้ราเมศร์ คนรักของรัตนามณีที่มีความร่ำรวย มีธุรกิจด้านอสิงหาริมทรัพย์หลายแห่งช่วยแทน
“โอ๊ย! ไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ ถ้าหญิงไปขอความช่วยเหลือจากคุณเสือ คุณแม่ของคุณเสือก็ต้องรู้แน่ๆ ว่าเรากำลังตกอับ เขาจะได้รังเกียจหญิงกันพอดี คุณพ่อหาทางอื่นเถอะค่ะ”
รัตนามณีปฏิเสธที่จะช่วยเหลือบิดา คุณหญิงสุจิตรา มารดาของราเมศร์เป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง คบค้าสมาคมกับคนระดับเดียวกันเท่านั้น คนที่ต่ำกว่านางจะตั้งท่ารังเกียจทั้งสายตาและคำพูด ถ้าหากเธอไปขอร้องราเมศร์ให้ช่วยเหลือเรื่องเงิน รับรองได้ว่าตำแหน่งสะใภ้ของรัตนามณีจะต้องกระเด็นหลุดมือเธอไปแน่นอน หญิงสาวไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด