ในแววตาของริสามีความร้ายกาจซ่อนอยู่ เมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง ถึงแม้ในใจจะมีความลังเลอยู่บ้างถึงแม้นลินจะเป็นลูกนอกคอกของเธอก็ตาม แต่ความเกียจชังที่มีต่อลูกสาวมันมากเกินกว่าที่เธอจะเก็บเอามาคิด
ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ค่ารักษาของลูกสาวสุดที่รักของเธอเท่านั้น แม้แต่ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่มีเหลือแล้ว วันพรุ่งนี้ก็คงจะไม่มีอาหารตกถึงท้องแล้ว
หากนราลูกสาวคนโตของเธอไม่ได้ทานอาหารที่ดีและไม่ได้ทานอาหารที่ครบห้าหมู่ อาการป่วยของลูกสาวเธอก็คงจะทรุดหนักไปมากกว่านี้
สุดท้ายนี้ริสาก็ได้แต่ตัดใจใช้แผนการเดิม เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว
“หมายความว่ายังไงคะคุณแม่”
แววตาของนลินสั่นระริก ด้วยความกังวลและความกลัว เมื่อสบตากับคุณแม่ของเธอ
ทุกครั้งที่เห็นแววตาแบบนี้ของคุณแม่ ก็ไม่เคยมีเรื่องดีสำหรับเธอเลยสักครั้ง
“ฉันบอกให้แกทำอะไรแกก็ต้องทำ หรือแกจะปล่อยให้พี่สาวของแกตายเลือกเอา”
“ แม่คะ หนูจะกล้าปล่อยให้พี่สาวตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกันล่ะคะ หนูขอโอกาสสุดท้ายได้ไหมคะคุณแม่ หนูพอจะมีเพื่อนอยู่บ้างหนูอยากจะลองขอกู้ยืมเพื่อนดูก่อน”
นลินยกมือกุมมือคุณแม่ด้วยความอ้อนวอนให้คุณแม่ของเธอเห็นใจเธอบ้าง เพราะต่อให้เธอจะทำงานหนักจนเป็นลมเหมือนเมื่อวานก่อนเธอก็จะทำ
นลินไม่มีทางที่จะปล่อยให้พี่สาวของเธอเป็นอะไรไปแน่ๆ
อึก!ริสาผู้เป็นแม่สะบัดมือออกอย่างแรงทำให้นลินซวนเซไปชนที่ตู้วางแจกันด้านหลังส่งผลให้แผ่นหลังของเธอรับแรงกระแทกเต็มๆ นลินรู้สึกถึงความเจ็บและจุกจนแทบจะหลุดเสียงร้องออกมา แต่ด้วยความกลัวทำให้เธอต้องเก็บเสียงร้องของตัวเองไว้ให้เงียบมากที่สุด
ซาด!น้ำแกงร้อนถ้วยใหญ่ถูกเทราดบนหัวของลูกสาวตัวดีอีกครั้ง เมื่อนลินเริ่มพูดถึงเรื่องราวเพ้อเจ้อในความคิดของริสา
นลินหลับตาลงด้วยความชอกช้ำใจ เธอรีบปัดเศษอาหารและถอดเสื้อนอกออกเพื่อเช็ดน้ำแกงออกจากใบหน้า ทั้งๆที่คนในครอบครัวของเธอไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยซักนิด เมื่อเห็นภาพนี้จนเคยชิน
ริสายืนเท้าเอวหัวเราะขำขันกับคำพูดและความพยายามของลูกสาวของตัวเอง ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง กี่ครั้งก็ไม่เคยปรับปรุงตัวเอง ไม่รู้จักส่องกระจกดูตัวเองซะบ้างมีแต่ความคิดโง่ๆ
ความสามารถแค่นี้จะทำอะไรได้แค่เรียนแพทย์จบเร็วเข้าหน่อยก็หยิ่งผยองคิดว่าตัวเองสามารถทำได้ทุกอย่าง เรียนสูงแล้วทำอะไรได้เรียบจบแล้วก็ไม่มีเงินอยู่ดี ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรหนักหนาเด็กยากไร้พวกนั้น ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด
ครั้งนี้จะถือว่าเป็นการกำราบลูกสาวที่ดื้อรั้นของเธอไปในตัวด้วยก็แล้วกัน เด็กคนนี้จะได้ไม่กล้าพยศกับเธออีก
นลินที่เห็นท่าทางของคุณแม่ เธอก็รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ และดึงแขนเสื้อของคุณพ่อด้วยความอ้อนวอน คุณพ่อคือทางเหลือสุดท้ายของเธอ
“ พ่อคะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูขอโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆ พ่อก็รู้ว่าหนูไม่มีทางทิ้งพี่สาวอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็เอาบ้านหลังนี้ไปจำนองก่อนก็ได้”
นลินจะไม่เห็นได้ยังไงที่แม่ของเธอแอบนัดคุยลับๆล่อๆกับคนชุดดำเมื่อสามวันที่แล้ว
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกกลัวสุดขีด หยาดน้ำตาคลอจวนเจียนจะไหลออกมา ทั้งๆที่นลินเป็นคนที่เข้มแข็งมากและไม่เคยร้องไห้อีกเลยตั้งแต่ห้าขวบ
เคร้ง!! นราวางช้อนด้วยความหงุดหงิดที่เห็นสีหน้าอ่อนลงของคุณพ่อ
ทุกครั้งน้องสาวของเธอก็ชอบอ้อนวอนคุณพ่อของเธอแบบนี้ ถึงแม้ว่าน้องสาวของเธอจะรู้ว่าคุณพ่อช่วยอะไรไม่ได้ก็ตาม
แต่เธอจะปล่อยให้น้องสาวตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้ได้ยังไงกัน เธอไม่มีทางให้มันสำเร็จ…
“พอสักทีเถอะค่ะ เรื่องของหนูทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ต่อให้หาเงินมาได้ก็ต้องติดหนี้ก้อนโต รู้ตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้ก็ปล่อยให้หนูจากไปอย่างสงบจะดีกว่านะคะ หนูไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องมาเดือดร้อนเพราะหนูอีกแล้ว”
พูดจบน้ำตาของนราก็ไหลออกมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ที่ทำให้ทุกคนลำบากเพราะเธอ แล้วเธอก็วิ่งกลับเข้าห้องตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า
เมื่อเห็นนราร้องไห้ ก็ยิ่งทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังรู้สึกเห็นใจและสงสารกลับความโชคร้ายของเธอ
ยิ่งเห็นหัวใจที่แตกสลายของนรา ในใจของนลินที่เป็นน้องสาวฝาแฝดก็ยิ่งรู้สึกผิด
เพี้ย!ฝ่ามือของริสาตบลงที่ใบหน้าของนลินเต็มแรงจนหน้าสะบัด เพียงเพราะว่านราร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น แค่นั้นยังไม่พอนิ้วเรียวและเล็บที่ยาวสีแดงเลือดนกของริสาจิกที่ผมของนลินแรงๆและผลักเธอลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับเทอาหารที่เหลือราดหัวของนลินจนหมด
“คุณ..”
ประสิทธิ์ที่เห็นภรรยาลงมือกับลูกสาวก็สึกตกใจ
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบลูกสาวคนนี้ซักเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยลงมือกับลูกสาวตัวเองเลยซักครั้ง แต่ภรรยาของเขากลับลงไม้ลงมือมาตลอดเขารู้อยู่แก่ใจ แต่ครั้งนี้ภรรยาของเขาทำเกินไปจริงๆ
“ นังลูกไม่รักดี ยังจะกล้ามองหน้าฉันอีก ที่พี่ของแกร้องไห้มันก็เป็นความผิดของแกทั้งนั้น”
ในใจของริสารู้สึกเดือดดาลจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้เหมือนทุกครั้งเวลาที่สามีอยู่ ริสาถึงไม่เคยลงมือตบตีลูกสาวต่อหน้าสามีเลยซักครั้ง อย่างมากก็แค่สั่งสอนเล็กๆน้อยแต่วันนี้เธอสุดจะทนจริงๆ
“….”
“ ทำไมหรือคิดอยากจะลงมือกับแม่ตัวเอง แกถึงได้ใช้สายตาแข็งก้าวมองฉันแบบนี้ เพี้ย!”
เมื่อเห็นว่าสามีของตัวเองไม่ได้ทัดทานอะไรอีกริสาก็ลงมือกับลูกสาวอีกครั้งด้วยความได้ใจ
นลินที่ถูกกดจนใบหน้าของเธอแนบกับโต๊ะอาหาร เธอเลียมุมปากของตัวเองที่แตกแล้วก็หัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง เส้นผมที่ยุ่งเหยิงและร่างกายที่มีแต่กลิ่นของอาหารคละคลุ้งเต็มไปหมด สภาพที่ราวกับไม่ใช่คนแบบนี้มันทำให้เธออยากจะหายออกไปจากที่นี่
ทุกครั้งที่คุณแม่ของเธออารมณ์ไม่ดีและโมโหเธอก็จะกลายเป็นสนามอารมณ์ของคุณแม่เธอทุกครั้ง เหมือนอย่างตอนนี้
ไม่ว่าจะเป็นการตบตีหรือว่าจับเธอไปขังในห้องมืดนลินก็เคยเจอมาหมดทุกรูปแบบแล้ว
นลินยังจำได้ครั้งแรกที่ถูกแม่ของเธอลงโทษ แม่ของเธอทิ้งเธอไว้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด
เพียงเพราะว่าเธอเรียกร้องที่จะเอาของเล่นเหมือนกับพี่สาวให้ได้
ในจิตสำนึกของนลินยังคงจำคำพูดของคุณแม่ได้ ‘เด็กไม่ดีจะต้องถูกสั่งสอนและถูกลงโทษให้หลาบจำ วันหลังจะได้ไม่ทำอีก’
“ จะไปไหนก็ไป ถ้าตอนเย็นฉันหาแกไม่เจอนะคอยดูว่าฉันจะทำยังไงกับแก ยังไม่ไปอีก ไปสิ! ทำให้ฉันหงุดหงิดได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆลูกสาวคนนี้”
ริสาชี้หน้าด่าลูกสาวแล้วหันหน้าหนีอย่างไม่แยแสถึงแม้ว่าจะเห็นรอยฝ่ามือที่แดงเถือกบนแก้มทั้งสองข้างและร่างกายที่มีแต่กลิ่นอาหารของผู้เป็นลูกสาวคนเล็ก
หลังจากที่ปิดประตูห้องจนสนิทแล้วนลินก็หันหลังนั่งพิงประตูอย่างหมดแรง และดึงผมตัวเองเพื่อระบายความรู้สึกที่เธอไม่อาจทำอะไรได้ออกมาจนเส้นผมหลุดออกมาเป็นกำมือ
หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วนลินก็ส่องกระจกดูเส้นผมของตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอถอดเสื้อผ้าออกอย่างช้าๆ
ยังดีที่เส้นผมของเธอหนา ไม่อย่างนั้นเธอก็อาจจะเป็นที่หัวเราะเยาะของคนอื่นได้เมื่อเธอหัวล้านกว่าวัยอันควร เมื่อมองดูร่างกายของตัวเองในกระจกก็เห็นแต่รอยเขียวฟกช้ำเต็มไปหมดที่เกิดจากฝีมือแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง
ในใจของนลินตอนนี้ก็คิดถึงคนรักของตัวเอง นลินลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรัก เพราะเธอไม่อยากให้คนอื่นกล่าวหาว่าเธอคบกันกับคนรักเพื่อหวังผลประโยชน์
‘ พี่ตะวันจะต้องไม่ปล่อยให้ฉันลำบากแน่ ถ้าพี่ตะวันรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของฉัน’
สุดท้ายนลินก็ตัดสินใจโทรหาคนรักด้วยความหวัง
“ ฮัลโหล”
“ ตะวันคะ”
“ นลิน~ คิดถึงตะวันใช่ไหมคะถึงได้โทรหาตะวัน”
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอบอุ่นและขี้เล่นเล็กน้อย ทำให้นลินรู้สึกอุ่นใจไม่น้อย
“ ตะวันคะ ตอนนี้นลินมีเรื่องลำบากนิดหน่อยนลินอยากจะขอ…”
“ ตะวันคะ คุยกับใครอยู่คะ”
ยังไม่ทันที่นลินจะได้ขอในสิ่งที่คิด นลินก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสายของตะวันซะก่อน
“ ตะวัน คุณอยู่กับใครเหรอคะ”
“ นลิน แค่นี้ก่อนนะคะ ตอนนี้ตะวันมีธุระด่วนตะวันยังไม่ว่างจริงๆ..”
นลินถือโทรศัพท์ค้างไว้ที่ใบหูของตนเอง ในใจของเธอเต้นรัว เมื่อนึกได้ว่าคนรักของเธออาจจะอยู่กับผู้หญิงคนอื่น
‘ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงที่ปลายสาย แต่ตะวันก็บอกว่าเป็นคนในครอบครัว บางครั้งก็บอกว่าเป็นน้องสาว แต่ฉันยังจำเสียงของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเสียงผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด’
ตอนนี้นลินแน่ใจแล้วว่าตะวันโกหกเธอ
นลินรีบตัดความคิดที่คิดว่าตะวันจะนอกใจเธอออกไป เพราะเธอเชื่อใจตะวันมาก เธอกับเขาคบกันมานานถึงห้าปีแล้วตั้งแต่ปีหนึ่งที่เรียนแพทย์มาด้วยกัน
ความผูกพันและประสบการณ์ที่ผ่านมาด้วยกันไม่สามารถที่จะทำให้นลินมองตะวันไปในทางที่ไม่ดีเลย เขาคือคนที่ดีกับเธอที่สุดและยังมีอีกคนที่ดีกับเธอมากๆ นลินจับสร้อยคอที่สวมใส่แล้วก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเด็กชายที่เธอเคยเจอในวัยเด็ก เขาคนนั้นที่ช่วยพาเธอกลับบ้านแถมยังมอบสร้อยคอเส้นนี้ให้กับเธออีกด้วย ‘ถ้าหากเธอเหนื่อยหรือท้อใจให้จับสร้อยเส้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแค่ไหน สร้อยเส้นนี้ก็จะคอยดักกินฝันร้ายให้พ้นทางของเธอเอง”
ในวันนั้นนลินแอบปีนหนีลงจากหน้าต่างเพื่อที่จะออกไปทำงานที่ร้านยาของตัวเอง
“ พี่นลินคะพวกเรากลับก่อนนะคะ”
“ รีบกลับเถอะมืดแล้ว เดินทางดีๆล่ะ”
หลังจากที่โบกมือลาให้พนักงานนลินที่กำลังปิดร้านยาจนเกือบจะเสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกที่หน้าร้านอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง
“ ต้องการซื้อยาหรือเปล่าคะ”
นลินแนบหูที่ประตูแต่เธอกลับไม่ได้ยินเสียงอะไร สุดท้ายเธอก็เปิดไฟในร้านยาอีกครั้งแล้วเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบปืนสั้นออกมา เธอแง้มเปิดม่านเล็กน้อยและแอบซ่อนอยู่หลังม่าน เมื่อมองไปข้างนอกก็เห็นชายคนหนึ่งที่บาดเจ็บและมีลูกน้องประคองอยู่ค่ะ
“ ต้องการอะไร”
ทันทีเปิดประตูนลินเล็งปืนไปที่หน้าผากของชายที่ประคองคนเจ็บในระยะใกล้ ถ้าหากชายคนนี้ขยับเธอก็จะลั่นไกปืนทันที
น้ำเสียงที่เยือกเย็นของชายที่บาดเจ็บพูดออกมา“ คุณเป็นหมอหรือเภสัชกร”
“ ….ฉันเป็นหมอ”
ทันทีที่นลินสบตากับชายที่บาดเจ็บเธอก็สลับปลายก็บอกปืนเล็งไปที่เขาทันทีเมื่อเห็นประกายอำมหิตจากเขา คนธรรมดาไม่มีทางที่จะมีรังสีดำมืดเหมือนฆาตกรแบบนี้
“ สวัสดีผมชื่ออนุชาและนี่คือนายของผมก้องภพพอดีว่าเขาบาดเจ็บ คุณพอจะช่วยทำแผลให้หน่อยได้มั้ยถ้าได้พวกเราจะขอบคุณมาก”
“ ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล ฉันคิดว่าคุณพาเจ้านายของคุณไปโรงพยาบาลน่าจะสะดวกกว่า”
นลินรีบบอกปัดทันที หากเธออยากจะรักษาคนไข้ที่นี่เธอคงจะเปิดคลีนิคไปนานแล้ว
“ หมอไร้จรรยาบรรณ”
น้ำเสียงติดห้วนของเขาทำให้นลินขมวดคิ้วบางของเธอเมื่อจู่ๆก็ถูกกล่าวหา
“ หึ~ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทำงานของฉัน อีกอย่างฉันก็ไม่ได้อยู่ในชุดกราวด้วย”
นลินเหยียดริมฝีปากใส่เขาอย่างไม่แคร์ว่าเขาจะคิดกับเธอยังไงแต่เมื่อเธอมองเห็นหยดเลือดบนพื้นทียังคงไหลไม่หยุดในใจของเธอก็ถูกกระตุ้นให้ใจอ่อนทันที วิญญาณหมอเข้าสิงอีกแล้วเห็นคนเจ็บไม่ได้จริงสินะ
“ ไปเถอะ พวกเราไปที่อื่นกันฉันไม่ชอบใบหน้าอวดดีของเธอ”
น้ำเสียงเด็ดขาดของก้องภพทำให้อนุชาถอนหายใจหนักๆเมื่อเห็นว่าคุณยังคงแข็งกร้าวทั้งๆที่มาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแท้ๆ
นลินมองแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวด้วยความลังเล “เดี๋ยวก่อน”
“ ไม่รักษาแล้วจะหยุดพวกเราไว้ทำไมกันยัยหมอเถื่อน”
“ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เข้ามาก่อนสิ”
นลินทำลอยหน้าลอยตาแล้วเดินเข้าไปในร้านก่อนเพื่อเตรียมเครื่องมือแพทย์
“ คนไข้ขึ้นบนเตียงเลยค่ะ”
นลินสวมเสื้อคลุมแล้วบอกให้คนของก้องภพพยุงเขาขึ้นไปบนเตียงเล็กๆสำหรับทำแผลที่เธอใช้ประจำ
หลังจากที่ยกเสื้อขึ้นดวงตาของนลินก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นบาดแผลที่บาดลึกเป็นรอยยาวที่สะโพกและท่อนแขน
“ ไปที่โรงพยาบาลเถอะ คุณบาดเจ็บหนักมาก”
“ พวกเราไม่สามารถที่จะไปโรงพยาบาลได้ เพราะนายท่านได้รับบาดเจ็บจากไซต์ก่อสร้าง ถ้าหากมีข่าวเล็ดลอดออกไปว่ามีอุบัติเหตุในไซต์ก่อสร้างอาจจะทำให้มีการหยุดชะงักในการก่อสร้างได้”
อนุชารีบอธิบายให้นลินเข้าใจถึงเหตุจำเป็นของพวกเขา เพราะคนที่รอช่องโหว่เพื่อเล่นงานของพวกเขาก็มีเยอะแยะ
“ ชีวิตของคุณกับอีแค่ความสูญเสียที่ไม่มาก คุณจะเลือกอะไรคุณก้องภพ ”
“ ความสูญเสียสำหรับฉันมันคือเรื่องปกติ แต่ที่ฉันไม่ไปนั่นก็เพราะไม่อยากไป เธอมีแค่หน้าที่ทำแผลก็ทำไปอย่าพูดมาก เพราะความหวังดีของเธอฉันไม่ต้องการ”
“ ไม่รักชีวิตตัวเองจริงๆ”
“ แล้วเธอยุ่งอะไรด้วยล่ะ แส่ไม่เข้าเรื่อง คนที่ชอบแส่เรื่องของคนอื่นคนแบบเธอมันน่ารังเกียจรู้มั้ย?”
ความเย็นชาที่ก้องภพแสดงอออกมาทำให้นลินปากกระตุก ตกลงใครกันแน่ที่ขอความช่วยเหลือ
“ ปากเสียจริง ทำอย่างกับฉันมาขอร้องอ้อนวอนเพื่อที่จะทำแผลให้กับคุณอย่างนั้นแหละ คนหน้าตายด้านคุณคงไม่เข้าใจสินะคะ”
“ จะทำหรือไม่ทำ ยัยหมอสัปเหร่อ”
“ ดีเลย ศพแรกที่ฉันจะเผาก็คือคุณพร้อมกับสุนัขในปากของคุณด้วย”
ก้องภพคิ้วกระตุกยิกๆด้วยความหมั่นเขี้ยว เมื่อเธอตอบโต้เขาอย่างไม่มีแผ่ว แถมวินาทีที่สบตากันครั้งแรกเธอยังกล้าจ่อปืนที่หัวเขาอีกด้วย เป็นโชคชะตาที่บัดซบจริงๆ
สุดท้ายนลินก็ได้แต่จำใจทำแผลให้กับเขาเพราะใบหน้าที่ซีดเซียวเหมือนกับจะตายของเขา ไม่รู้ว่าจะสมน้ำหน้าหรือสงสารดี
ในขณะที่เธอทำแผลให้กับเขาก้องภพก็มองใบหน้าหน้าเธอใกล้ๆ ความงดงามที่ลงตัวของเธอทำให้ยากจะละสายตาจริงๆ ขนาดรอยฝ่ามือบนใบหน้ายังไม่สามารถทำลายความงามของเธอได้
“ มาทำอะไรที่นี่ มีโรงพยาบาลดีๆตั้งเยอะ”
นลินเช็ดบาดแผลที่ห้ามเลือดจนเสร็จแล้วหันมาสบตากับเขา “ คุณก็แค่คนที่ผ่านมาจะอยากรู้ไปทำไมคะ แส่ไม่เข้าเรื่อง”
เธอไม่อยากที่จะข้องเกี่ยวกับคนที่อันตรายอย่างเขา เธอไม่ชอบอะไรที่ทำให้เกิดความเสี่ยง
“ หมอที่กระเป๋าขาดอย่างเธอคงไม่อยากที่จะให้ใครรู้ว่าตัวเองมีความสามรถไม่ถึงละสิ ถึงได้พาตัวเองมาหลบอยู่ที่นี่”
“ ใช่ กระเป๋าฉันขาดใหญ่มาก แม้แต่เหรียญเดียวที่ก้นถุงฉันก็ไม่มี”
“ ยากจนจริงๆ แต่สำหรับเธอไม่เห็นจะหน้าสงสารเลยสักนิดเธอลองไปนั่งที่หน้าร้านดูสิบางทีก็อาจจะมีคนโยนเหรียญให้เธอก็ได้”
อัก!ก้องภพจัดฟันแน่นจนเหงื่อซึมที่ขมับเมื่อถูกกำปั้นเล็กต่อยลงที่ต้นแขนข้างที่มีบาดแผลอย่างแรง
“ สมน้ำหน้า เก็บสุนัขในปากคุณบ้างก็ได้ ฉันก็แค่มารับจ๊อบเสริมเพื่อหาเงินเรียนชั่วคราวค่ะ ถ้าแผลคุณหายเมื่อไหร่ก็อย่าลืมไปรักษาสุนัขในปากนะคะ”
คำด่าที่เจ็บแสบทำให้ก้องภพรู้สึกสนใจในตัวของเธอมากขึ้นเล็กน้อย คนอะไรจิกกัดคนเก่งยิ่งกว่านกหัวขวานความสามารถนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ