ตอน 1

ความรู้สึกที่ราวกับถูกฉีกกระชากทำให้หญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อเธอถูกชายหนุ่มพรากความบริสุทธิ์ของตนเองไปด้วยความดิบเถื่อน

“ เจ็บมั้ย”

ในความมืดกึ่งสว่างชายหนุ่มร่างกายกำยำถามเธอออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่เธอกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นในคำถาม

“ เจ็บ ฉันเจ็บมาก”

ร่างกายไม่เคยผ่านมือชายใดถูกเขาย่ำยีเสียจนแหลกสลาย ถูกเขาเด็ดดอมด้วยความหยาบคาย ไม่มีความทะนุถนอมใดๆทั้งสิ้น

“ ในเมื่อรู้ว่าเจ็บแต่ทำไมถึงยังมาขายให้ฉัน ยัยโง่ ฉันรังเกียจผู้หญิงอย่างเธอที่สุด”

เมื่อถูกฤทธิ์ยาควบคุมก้องภพกลับไม่ได้สนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเธอเลือกที่จะเป็นบ่อนรองรับให้เขาเองก็แล้วทำไมเขาจะต้องสงสารเธอด้วยละ?

“ ฉันมีทางเลือกได้หรือไง”

หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาที่ใสบริสุทธิ์ ใบหน้าที่งดงามบริสุทธิ์เหมือนดอกกุหลาบที่ถูกเขาย่ำยีศักดิ์ศรีทำให้ชายหนุ่มรู้สึกบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความยั่วยวนที่เป็นธรรมชาติทำให้เขารู้สึกถูกใจเล็กน้อย

“ ทุกคนมีทางเลือกของตัวเองเสมอ แต่เธอกลับยอมรับชะตากรรมไม่แม้แต่จะลุกขึ้นสู้ คนอย่างเธอไม่คู่ควรที่จะได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น”

“ นั่นสิ มีใครบ้างที่อยากจะช่วยคนที่ขึ้นชื่อว่าตัวซวยอย่างฉัน”

“ พูดมาก เธอคิดว่าคำพูดพวกนี้จะทำให้ฉันรู้สึกสงสารหรือไง เพราะฉันรู้สึกสมเพชเธอมากกว่า”

กลิ่นหอมฟุ้งที่ออกมาจากร่างกายของเธอมากขึ้นอีกสี่ส่วนจนทำให้ชายหนุ่มแปลกใจและเหมือนถูกกระตุ้น แต่กลิ่นหอมนี้กลับทำให้เขารู้สึกอยากดอมดมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ชายหนุ่มมองสายฝนที่ด้านนอกในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่ากลิ่นตัวของเธอเหมือนกลิ่นของสายฝน ที่ให้ความสดชื่นของไอเย็นและความสงบสะอาดจากการชำระล้างทำให้ร่างกายของเธอบริสุทธิ์มากขึ้น

นลินหญิงสาวอาภัพที่อยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มร้องไห้ทั้งน้ำตาเมื่อนึกถึงเรื่องราวของตัวเองที่ทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้

บ้านมณีเปรม

น้ำเสียงผู้หญิงล่วงเลยวัยกลางคนพูดขึ้น“ บ้านก็จะถูกยึด ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่มี ฉันแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว”

บรรยากาศในบ้านบนโต๊ะอาหารขนาดกลางเต็มไปด้วยความอึดอัด เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกสาวคนโตที่มากถึงห้าล้านบาท

ทุกคนที่อยู่รอบโต๊ะอาหารทรงกลมไม่เล็กไม่ใหญ่ต่างมองดูหญิงสาววัยเยาว์แฝดน้องคนเล็กที่ชื่อนลิน ด้วยสายตาเบื่อหน่ายและรำคาญใจ

นลินเธอมีใบหน้าสวยและน่ารัก แต่ทว่าดวงตาคมดุหางตาเฉี่ยวขึ้นทำให้ดวงตาของเธอดูเจ้าเล่ห์งดงามอย่างไม่มีที่ติ

นลินเข้าใจได้ในทันทีว่าทุกคนในบ้านต้องการอะไรจากเธอ เพราะทุกครั้งก็เป็นแบบนี้มาตลอด

หลังจากที่บริษัทของคุณพ่อล้มละลายเพราะติดการพนันจนทำให้คุณพ่อเส้นเลือดในสมองแตก ถึงแม้ว่าจะรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้อีก

การล้มละลายครั้งนี้ทำให้ตระกูลมณีเปรมกลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวงเมอล่าประเทศซีโมน

ส่วนริสาคุณแม่ของเธอหลังจากแต่งงานก็ไม่ได้ทำงานและดูแลภายในบ้านแทน แล้วตอนนี้แม่ของเธอก็ติดการพนันไม่ต่างจากประสิทธิ์คุณพ่อของเธอ

นลินมองมือตัวเองที่ทั้งหยาบกร้านและมีแผลที่เกิดจากการทำงาน ในใจก็อยากจะร้องไห้ เมื่อนึกถึงความเหนื่อยล้าแทบขาดใจกว่าจะผ่านมาได้ในแต่ละวัน

“ หนูจะพยายามรับงานให้มากขึ้นค่ะ พี่สาวไม่ต้องกลัวนะคะ หนูจะไม่ยอมปล่อยให้พี่สาวเป็นอะไรอย่างแน่นอน หนูสัญญาค่ะ”

“ พี่เชื่อ นลินจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”

ใบหน้าที่ซีดเซียวของนรายิ้มให้กับคำพูดของน้องสาว เพื่อให้กำลังใจเช่นเคย

ริสาถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดเมื่อได้ยินคำพูดของนลิน ลูกสาวคนเล็กที่ไม่ได้เรื่องของเธอ

“ แกจะสัญญาอะไรนักหนา ใช่ว่าแกจะทำได้ทุกครั้ง ปากก็อ้างจะทำงานให้มากขึ้นแล้วแกจะหาเงินได้มากขึ้นได้ซักเท่าไหร่กัน กว่าแกจะหาเงินได้ครบห้าล้านพวกเราต้องรอแกอีกกี่สิบปี จนถึงตอนนั้นแกก็คงไม่มีวันได้เห็นหน้าพี่สาวของแกแล้ว นังลูกโง่!เกิดมาเสียข้าวสุกจริงๆ”

นลินหน้าหงายเมื่อถูกแม่ของเธอชี้นิ้วแล้วผลักหน้าผากแรงๆจนเธอเกือบจะตกเก้าอี้

ยังดีที่เธอมีปฏิกิริยาว่องไว ถึงได้จับโต๊ะอาหารไว้ได้ทัน ปากเล็กเป่าลมออกมาเบาๆด้วยความใจหาย ‘ โล่งอกไปที’

นลินเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนออกมาด้วยความยากลำบาก ในใจก็รู้สึกน้อยใจมากที่แม่ของเธอรักพี่สาวมากกว่า..

“ แต่หนูก็พยายามแล้วนะคะ ทุกวันนี้หนูก็ทำงานจนตัวเป็นเกรียวจนไม่มีเวลาว่างเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังต้องมาทำโปรเจกต์เรียนจบให้พี่สาวอีกด้วย”

“เหอะ! แกยังกล้าที่จะพูดถึงเวลาส่วนตัวอีกอย่างงั้นเหรอ ทำไมแกถึงไม่ไปตายแทนพี่แกเลยล่ะ ถ้าแกจะมีความคิดเห็นแก่ตัวแบบนี้ แกไม่น่าเกิดมาเป็นลูกฉันเลยจริงๆ”

ริสากรอกตาแล้วพูดออกมาอย่างไม่แยแสกับลูกสาวตัวดีของเธอ เธอน่าจะฆ่าลูกไม่รักดีคนนี้ให้ตายตั้งแต่ตอนคลอด เด็กคนนี้จะได้ไม่อกตัญญูแบบนี้ นิสัยเลวเหมือนคนนั้นไม่มีผิด

“คุณแม่จะให้หนูทำยังไงกันล่ะคะ หนูก็มีแค่สองมือเท่านั้น อาการป่วยของพี่สาวก็ไม่ใช่ว่าหนูไม่เคยใยดี ถ้าพี่สาวไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลังจากที่ถ่ายไขกระดูกสามวันแรก ป่านนี้โรคธาลัสซีเมียของพี่สาวก็คงจะหายขาดไปนานแล้ว หนูทำเต็มที่แล้วค่ะ แต่ก็น่าเสียดายจริงๆ”

นราที่ได้ยินคำพูดของน้องสาวในใจก็รู้สึกกรุ่นโกรธเป็นอย่างมาก ที่น้องสาวฟ้องแม่ของเธอแบบนี้

แต่ถึงอย่างนั้นในดวงตาและสีหน้าของเธอกลับแสดงความเศร้าออกมาให้ทุกคนเห็น เพราะเธอก็ทำผิดจริงๆ

“ นลินพี่ขอโทษนะ ถ้าหากวันนั้นพี่ไม่รู้สึกแย่เพราะอาการป่วย พี่ก็คงไม่เผลอดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อนจนทำให้ไขกระดูกที่เธอให้กับพี่ต้องเสียเปล่าแบบนี้”

นราบีบมือน้องสาวด้วยความรู้สึกผิดเต็มอกกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ พี่อย่าคิดมากเลยค่ะ ถึงยังไงมันก็ผ่านไปแล้ว”

นลินที่เห็นพี่สาวคิดมาก เธอก็กลัวว่าโรคหัวใจของพี่สาวจะกำเริบขึ้นมาอีก

“คุณแม่คะ คุณพ่อคะ แค่นี้นลินก็เหนื่อยมากพอแล้วอย่าทำให้น้องสาวลำบากใจอีกเลยค่ะ”

ริสายื่นไปจับมือนราด้วยความสงสาร

“ ให้นลินลำบากแค่นี้จะเป็นอะไรไป ในเมื่อแม่คลอดนลินออกมาด้วยความยากลำบากจนเกือบหมดลมหายใจไปแล้วครั้งหนึ่ง”

“ แต่แม่คะ…”

“ ลูกไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น เชื่อแม่ อีกอย่างนลินก็แข็งแรงดี ไม่ได้เจ็บป่วยมาตั้งแต่เด็กเหมือนลูก เห็นได้ชัดว่านลินเอาเปรียบลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง ไม่อย่างนั้นนลินจะแข็งแรงอยู่คนเดียวได้ยังไง”

นลินบีบมือตัวเองแน่นเมื่อคุณแม่ของเธอหยิบยกประโยคนี้ขึ้นมาพูดอีกแล้ว

นลินจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแม่ของเธอใช้คำพูดพวกนี้มาทำให้เธอรู้สึกผิดกี่ครั้งแล้ว แล้วยังนำเรื่องนี้มากดดันและมาบีบบังคับเธอทุกครั้งอีกด้วย

นลินได้แต่ก้มหน้าก้มตา เพื่อกักเก็บอารมณ์และความรู้สึกที่แสดงออกมาบนใบหน้าของตัวเอง ไม่ให้ใครเห็นความอ่อนแอของตัวเองอีก

เธอรู้ว่าความอ่อนแอและความเสียใจของเธอมันใช้ไม่ได้ผลกับทุกคนในบ้าน ไม่เหมือนกับพี่สาวของเธอ ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดีไปหมดในสายตาของคุณพ่อกับคุณแม่

ความเก็บกด และความอัดอั้นตันใจจากการถูกกดขี่จากครอบครัว เธอก็ได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกพวกนี้เอาไว้ในใจด้วยความขมขื่น สุดท้ายนลินก็ไม่อาจทำอะไรได้

“ถ้าสมองน้อยนิดของแกไม่สามารถที่จะหาทางออกอะไรได้ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้แกก็เตรียมตัวทำตามวิธีของฉันก็แล้วกัน”

ตอน 2

ในแววตาของริสามีความร้ายกาจซ่อนอยู่ เมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง ถึงแม้ในใจจะมีความลังเลอยู่บ้างถึงแม้นลินจะเป็นลูกนอกคอกของเธอก็ตาม แต่ความเกียจชังที่มีต่อลูกสาวมันมากเกินกว่าที่เธอจะเก็บเอามาคิด

ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ค่ารักษาของลูกสาวสุดที่รักของเธอเท่านั้น แม้แต่ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่มีเหลือแล้ว วันพรุ่งนี้ก็คงจะไม่มีอาหารตกถึงท้องแล้ว

หากนราลูกสาวคนโตของเธอไม่ได้ทานอาหารที่ดีและไม่ได้ทานอาหารที่ครบห้าหมู่ อาการป่วยของลูกสาวเธอก็คงจะทรุดหนักไปมากกว่านี้

สุดท้ายนี้ริสาก็ได้แต่ตัดใจใช้แผนการเดิม เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว

“หมายความว่ายังไงคะคุณแม่”

แววตาของนลินสั่นระริก ด้วยความกังวลและความกลัว เมื่อสบตากับคุณแม่ของเธอ

ทุกครั้งที่เห็นแววตาแบบนี้ของคุณแม่ ก็ไม่เคยมีเรื่องดีสำหรับเธอเลยสักครั้ง

“ฉันบอกให้แกทำอะไรแกก็ต้องทำ หรือแกจะปล่อยให้พี่สาวของแกตายเลือกเอา”

“ แม่คะ หนูจะกล้าปล่อยให้พี่สาวตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกันล่ะคะ หนูขอโอกาสสุดท้ายได้ไหมคะคุณแม่ หนูพอจะมีเพื่อนอยู่บ้างหนูอยากจะลองขอกู้ยืมเพื่อนดูก่อน”

นลินยกมือกุมมือคุณแม่ด้วยความอ้อนวอนให้คุณแม่ของเธอเห็นใจเธอบ้าง เพราะต่อให้เธอจะทำงานหนักจนเป็นลมเหมือนเมื่อวานก่อนเธอก็จะทำ

นลินไม่มีทางที่จะปล่อยให้พี่สาวของเธอเป็นอะไรไปแน่ๆ

อึก!ริสาผู้เป็นแม่สะบัดมือออกอย่างแรงทำให้นลินซวนเซไปชนที่ตู้วางแจกันด้านหลังส่งผลให้แผ่นหลังของเธอรับแรงกระแทกเต็มๆ นลินรู้สึกถึงความเจ็บและจุกจนแทบจะหลุดเสียงร้องออกมา แต่ด้วยความกลัวทำให้เธอต้องเก็บเสียงร้องของตัวเองไว้ให้เงียบมากที่สุด

ซาด!น้ำแกงร้อนถ้วยใหญ่ถูกเทราดบนหัวของลูกสาวตัวดีอีกครั้ง เมื่อนลินเริ่มพูดถึงเรื่องราวเพ้อเจ้อในความคิดของริสา

นลินหลับตาลงด้วยความชอกช้ำใจ เธอรีบปัดเศษอาหารและถอดเสื้อนอกออกเพื่อเช็ดน้ำแกงออกจากใบหน้า ทั้งๆที่คนในครอบครัวของเธอไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยซักนิด เมื่อเห็นภาพนี้จนเคยชิน

ริสายืนเท้าเอวหัวเราะขำขันกับคำพูดและความพยายามของลูกสาวของตัวเอง ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง กี่ครั้งก็ไม่เคยปรับปรุงตัวเอง ไม่รู้จักส่องกระจกดูตัวเองซะบ้างมีแต่ความคิดโง่ๆ

ความสามารถแค่นี้จะทำอะไรได้แค่เรียนแพทย์จบเร็วเข้าหน่อยก็หยิ่งผยองคิดว่าตัวเองสามารถทำได้ทุกอย่าง เรียนสูงแล้วทำอะไรได้เรียบจบแล้วก็ไม่มีเงินอยู่ดี ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรหนักหนาเด็กยากไร้พวกนั้น ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด

ครั้งนี้จะถือว่าเป็นการกำราบลูกสาวที่ดื้อรั้นของเธอไปในตัวด้วยก็แล้วกัน เด็กคนนี้จะได้ไม่กล้าพยศกับเธออีก

นลินที่เห็นท่าทางของคุณแม่ เธอก็รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ และดึงแขนเสื้อของคุณพ่อด้วยความอ้อนวอน คุณพ่อคือทางเหลือสุดท้ายของเธอ

“ พ่อคะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูขอโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆ พ่อก็รู้ว่าหนูไม่มีทางทิ้งพี่สาวอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็เอาบ้านหลังนี้ไปจำนองก่อนก็ได้”

นลินจะไม่เห็นได้ยังไงที่แม่ของเธอแอบนัดคุยลับๆล่อๆกับคนชุดดำเมื่อสามวันที่แล้ว

ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกกลัวสุดขีด หยาดน้ำตาคลอจวนเจียนจะไหลออกมา ทั้งๆที่นลินเป็นคนที่เข้มแข็งมากและไม่เคยร้องไห้อีกเลยตั้งแต่ห้าขวบ

เคร้ง!! นราวางช้อนด้วยความหงุดหงิดที่เห็นสีหน้าอ่อนลงของคุณพ่อ

ทุกครั้งน้องสาวของเธอก็ชอบอ้อนวอนคุณพ่อของเธอแบบนี้ ถึงแม้ว่าน้องสาวของเธอจะรู้ว่าคุณพ่อช่วยอะไรไม่ได้ก็ตาม

แต่เธอจะปล่อยให้น้องสาวตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้ได้ยังไงกัน เธอไม่มีทางให้มันสำเร็จ…

“พอสักทีเถอะค่ะ เรื่องของหนูทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ต่อให้หาเงินมาได้ก็ต้องติดหนี้ก้อนโต รู้ตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้ก็ปล่อยให้หนูจากไปอย่างสงบจะดีกว่านะคะ หนูไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องมาเดือดร้อนเพราะหนูอีกแล้ว”

พูดจบน้ำตาของนราก็ไหลออกมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ที่ทำให้ทุกคนลำบากเพราะเธอ แล้วเธอก็วิ่งกลับเข้าห้องตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า

เมื่อเห็นนราร้องไห้ ก็ยิ่งทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังรู้สึกเห็นใจและสงสารกลับความโชคร้ายของเธอ

ยิ่งเห็นหัวใจที่แตกสลายของนรา ในใจของนลินที่เป็นน้องสาวฝาแฝดก็ยิ่งรู้สึกผิด

เพี้ย!ฝ่ามือของริสาตบลงที่ใบหน้าของนลินเต็มแรงจนหน้าสะบัด เพียงเพราะว่านราร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น แค่นั้นยังไม่พอนิ้วเรียวและเล็บที่ยาวสีแดงเลือดนกของริสาจิกที่ผมของนลินแรงๆและผลักเธอลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับเทอาหารที่เหลือราดหัวของนลินจนหมด

“คุณ..”

ประสิทธิ์ที่เห็นภรรยาลงมือกับลูกสาวก็สึกตกใจ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบลูกสาวคนนี้ซักเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยลงมือกับลูกสาวตัวเองเลยซักครั้ง แต่ภรรยาของเขากลับลงไม้ลงมือมาตลอดเขารู้อยู่แก่ใจ แต่ครั้งนี้ภรรยาของเขาทำเกินไปจริงๆ

“ นังลูกไม่รักดี ยังจะกล้ามองหน้าฉันอีก ที่พี่ของแกร้องไห้มันก็เป็นความผิดของแกทั้งนั้น”

ในใจของริสารู้สึกเดือดดาลจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้เหมือนทุกครั้งเวลาที่สามีอยู่ ริสาถึงไม่เคยลงมือตบตีลูกสาวต่อหน้าสามีเลยซักครั้ง อย่างมากก็แค่สั่งสอนเล็กๆน้อยแต่วันนี้เธอสุดจะทนจริงๆ

“….”

“ ทำไมหรือคิดอยากจะลงมือกับแม่ตัวเอง แกถึงได้ใช้สายตาแข็งก้าวมองฉันแบบนี้ เพี้ย!”

เมื่อเห็นว่าสามีของตัวเองไม่ได้ทัดทานอะไรอีกริสาก็ลงมือกับลูกสาวอีกครั้งด้วยความได้ใจ

นลินที่ถูกกดจนใบหน้าของเธอแนบกับโต๊ะอาหาร เธอเลียมุมปากของตัวเองที่แตกแล้วก็หัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง เส้นผมที่ยุ่งเหยิงและร่างกายที่มีแต่กลิ่นของอาหารคละคลุ้งเต็มไปหมด สภาพที่ราวกับไม่ใช่คนแบบนี้มันทำให้เธออยากจะหายออกไปจากที่นี่

ทุกครั้งที่คุณแม่ของเธออารมณ์ไม่ดีและโมโหเธอก็จะกลายเป็นสนามอารมณ์ของคุณแม่เธอทุกครั้ง เหมือนอย่างตอนนี้

ไม่ว่าจะเป็นการตบตีหรือว่าจับเธอไปขังในห้องมืดนลินก็เคยเจอมาหมดทุกรูปแบบแล้ว

นลินยังจำได้ครั้งแรกที่ถูกแม่ของเธอลงโทษ แม่ของเธอทิ้งเธอไว้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด

เพียงเพราะว่าเธอเรียกร้องที่จะเอาของเล่นเหมือนกับพี่สาวให้ได้

ในจิตสำนึกของนลินยังคงจำคำพูดของคุณแม่ได้ ‘เด็กไม่ดีจะต้องถูกสั่งสอนและถูกลงโทษให้หลาบจำ วันหลังจะได้ไม่ทำอีก’

“ จะไปไหนก็ไป ถ้าตอนเย็นฉันหาแกไม่เจอนะคอยดูว่าฉันจะทำยังไงกับแก ยังไม่ไปอีก ไปสิ! ทำให้ฉันหงุดหงิดได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆลูกสาวคนนี้”

ริสาชี้หน้าด่าลูกสาวแล้วหันหน้าหนีอย่างไม่แยแสถึงแม้ว่าจะเห็นรอยฝ่ามือที่แดงเถือกบนแก้มทั้งสองข้างและร่างกายที่มีแต่กลิ่นอาหารของผู้เป็นลูกสาวคนเล็ก

หลังจากที่ปิดประตูห้องจนสนิทแล้วนลินก็หันหลังนั่งพิงประตูอย่างหมดแรง และดึงผมตัวเองเพื่อระบายความรู้สึกที่เธอไม่อาจทำอะไรได้ออกมาจนเส้นผมหลุดออกมาเป็นกำมือ

หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วนลินก็ส่องกระจกดูเส้นผมของตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอถอดเสื้อผ้าออกอย่างช้าๆ

ยังดีที่เส้นผมของเธอหนา ไม่อย่างนั้นเธอก็อาจจะเป็นที่หัวเราะเยาะของคนอื่นได้เมื่อเธอหัวล้านกว่าวัยอันควร เมื่อมองดูร่างกายของตัวเองในกระจกก็เห็นแต่รอยเขียวฟกช้ำเต็มไปหมดที่เกิดจากฝีมือแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง

ในใจของนลินตอนนี้ก็คิดถึงคนรักของตัวเอง นลินลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรัก เพราะเธอไม่อยากให้คนอื่นกล่าวหาว่าเธอคบกันกับคนรักเพื่อหวังผลประโยชน์

‘ พี่ตะวันจะต้องไม่ปล่อยให้ฉันลำบากแน่ ถ้าพี่ตะวันรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของฉัน’

สุดท้ายนลินก็ตัดสินใจโทรหาคนรักด้วยความหวัง

“ ฮัลโหล”

“ ตะวันคะ”

“ นลิน~ คิดถึงตะวันใช่ไหมคะถึงได้โทรหาตะวัน”

ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอบอุ่นและขี้เล่นเล็กน้อย ทำให้นลินรู้สึกอุ่นใจไม่น้อย

“ ตะวันคะ ตอนนี้นลินมีเรื่องลำบากนิดหน่อยนลินอยากจะขอ…”

“ ตะวันคะ คุยกับใครอยู่คะ”

ยังไม่ทันที่นลินจะได้ขอในสิ่งที่คิด นลินก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสายของตะวันซะก่อน

ตอน 3

“ ตะวัน คุณอยู่กับใครเหรอคะ”

“ นลิน แค่นี้ก่อนนะคะ ตอนนี้ตะวันมีธุระด่วนตะวันยังไม่ว่างจริงๆ..”

นลินถือโทรศัพท์ค้างไว้ที่ใบหูของตนเอง ในใจของเธอเต้นรัว เมื่อนึกได้ว่าคนรักของเธออาจจะอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

‘ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงที่ปลายสาย แต่ตะวันก็บอกว่าเป็นคนในครอบครัว บางครั้งก็บอกว่าเป็นน้องสาว แต่ฉันยังจำเสียงของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเสียงผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด’

ตอนนี้นลินแน่ใจแล้วว่าตะวันโกหกเธอ

นลินรีบตัดความคิดที่คิดว่าตะวันจะนอกใจเธอออกไป เพราะเธอเชื่อใจตะวันมาก เธอกับเขาคบกันมานานถึงห้าปีแล้วตั้งแต่ปีหนึ่งที่เรียนแพทย์มาด้วยกัน

ความผูกพันและประสบการณ์ที่ผ่านมาด้วยกันไม่สามารถที่จะทำให้นลินมองตะวันไปในทางที่ไม่ดีเลย เขาคือคนที่ดีกับเธอที่สุดและยังมีอีกคนที่ดีกับเธอมากๆ นลินจับสร้อยคอที่สวมใส่แล้วก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเด็กชายที่เธอเคยเจอในวัยเด็ก เขาคนนั้นที่ช่วยพาเธอกลับบ้านแถมยังมอบสร้อยคอเส้นนี้ให้กับเธออีกด้วย ‘ถ้าหากเธอเหนื่อยหรือท้อใจให้จับสร้อยเส้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแค่ไหน สร้อยเส้นนี้ก็จะคอยดักกินฝันร้ายให้พ้นทางของเธอเอง”

ในวันนั้นนลินแอบปีนหนีลงจากหน้าต่างเพื่อที่จะออกไปทำงานที่ร้านยาของตัวเอง

“ พี่นลินคะพวกเรากลับก่อนนะคะ”

“ รีบกลับเถอะมืดแล้ว เดินทางดีๆล่ะ”

หลังจากที่โบกมือลาให้พนักงานนลินที่กำลังปิดร้านยาจนเกือบจะเสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกที่หน้าร้านอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง

“ ต้องการซื้อยาหรือเปล่าคะ”

นลินแนบหูที่ประตูแต่เธอกลับไม่ได้ยินเสียงอะไร สุดท้ายเธอก็เปิดไฟในร้านยาอีกครั้งแล้วเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบปืนสั้นออกมา เธอแง้มเปิดม่านเล็กน้อยและแอบซ่อนอยู่หลังม่าน เมื่อมองไปข้างนอกก็เห็นชายคนหนึ่งที่บาดเจ็บและมีลูกน้องประคองอยู่ค่ะ

“ ต้องการอะไร”

ทันทีเปิดประตูนลินเล็งปืนไปที่หน้าผากของชายที่ประคองคนเจ็บในระยะใกล้ ถ้าหากชายคนนี้ขยับเธอก็จะลั่นไกปืนทันที

น้ำเสียงที่เยือกเย็นของชายที่บาดเจ็บพูดออกมา“ คุณเป็นหมอหรือเภสัชกร”

“ ….ฉันเป็นหมอ”

ทันทีที่นลินสบตากับชายที่บาดเจ็บเธอก็สลับปลายก็บอกปืนเล็งไปที่เขาทันทีเมื่อเห็นประกายอำมหิตจากเขา คนธรรมดาไม่มีทางที่จะมีรังสีดำมืดเหมือนฆาตกรแบบนี้

“ สวัสดีผมชื่ออนุชาและนี่คือนายของผมก้องภพพอดีว่าเขาบาดเจ็บ คุณพอจะช่วยทำแผลให้หน่อยได้มั้ยถ้าได้พวกเราจะขอบคุณมาก”

“ ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล ฉันคิดว่าคุณพาเจ้านายของคุณไปโรงพยาบาลน่าจะสะดวกกว่า”

นลินรีบบอกปัดทันที หากเธออยากจะรักษาคนไข้ที่นี่เธอคงจะเปิดคลีนิคไปนานแล้ว

“ หมอไร้จรรยาบรรณ”

น้ำเสียงติดห้วนของเขาทำให้นลินขมวดคิ้วบางของเธอเมื่อจู่ๆก็ถูกกล่าวหา

“ หึ~ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทำงานของฉัน อีกอย่างฉันก็ไม่ได้อยู่ในชุดกราวด้วย”

นลินเหยียดริมฝีปากใส่เขาอย่างไม่แคร์ว่าเขาจะคิดกับเธอยังไงแต่เมื่อเธอมองเห็นหยดเลือดบนพื้นทียังคงไหลไม่หยุดในใจของเธอก็ถูกกระตุ้นให้ใจอ่อนทันที วิญญาณหมอเข้าสิงอีกแล้วเห็นคนเจ็บไม่ได้จริงสินะ

“ ไปเถอะ พวกเราไปที่อื่นกันฉันไม่ชอบใบหน้าอวดดีของเธอ”

น้ำเสียงเด็ดขาดของก้องภพทำให้อนุชาถอนหายใจหนักๆเมื่อเห็นว่าคุณยังคงแข็งกร้าวทั้งๆที่มาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแท้ๆ

นลินมองแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวด้วยความลังเล “เดี๋ยวก่อน”

“ ไม่รักษาแล้วจะหยุดพวกเราไว้ทำไมกันยัยหมอเถื่อน”

“ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เข้ามาก่อนสิ”

นลินทำลอยหน้าลอยตาแล้วเดินเข้าไปในร้านก่อนเพื่อเตรียมเครื่องมือแพทย์

“ คนไข้ขึ้นบนเตียงเลยค่ะ”

นลินสวมเสื้อคลุมแล้วบอกให้คนของก้องภพพยุงเขาขึ้นไปบนเตียงเล็กๆสำหรับทำแผลที่เธอใช้ประจำ

หลังจากที่ยกเสื้อขึ้นดวงตาของนลินก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นบาดแผลที่บาดลึกเป็นรอยยาวที่สะโพกและท่อนแขน

“ ไปที่โรงพยาบาลเถอะ คุณบาดเจ็บหนักมาก”

“ พวกเราไม่สามารถที่จะไปโรงพยาบาลได้ เพราะนายท่านได้รับบาดเจ็บจากไซต์ก่อสร้าง ถ้าหากมีข่าวเล็ดลอดออกไปว่ามีอุบัติเหตุในไซต์ก่อสร้างอาจจะทำให้มีการหยุดชะงักในการก่อสร้างได้”

อนุชารีบอธิบายให้นลินเข้าใจถึงเหตุจำเป็นของพวกเขา เพราะคนที่รอช่องโหว่เพื่อเล่นงานของพวกเขาก็มีเยอะแยะ

“ ชีวิตของคุณกับอีแค่ความสูญเสียที่ไม่มาก คุณจะเลือกอะไรคุณก้องภพ ”

“ ความสูญเสียสำหรับฉันมันคือเรื่องปกติ แต่ที่ฉันไม่ไปนั่นก็เพราะไม่อยากไป เธอมีแค่หน้าที่ทำแผลก็ทำไปอย่าพูดมาก เพราะความหวังดีของเธอฉันไม่ต้องการ”

“ ไม่รักชีวิตตัวเองจริงๆ”

“ แล้วเธอยุ่งอะไรด้วยล่ะ แส่ไม่เข้าเรื่อง คนที่ชอบแส่เรื่องของคนอื่นคนแบบเธอมันน่ารังเกียจรู้มั้ย?”

ความเย็นชาที่ก้องภพแสดงอออกมาทำให้นลินปากกระตุก ตกลงใครกันแน่ที่ขอความช่วยเหลือ

“ ปากเสียจริง ทำอย่างกับฉันมาขอร้องอ้อนวอนเพื่อที่จะทำแผลให้กับคุณอย่างนั้นแหละ คนหน้าตายด้านคุณคงไม่เข้าใจสินะคะ”

“ จะทำหรือไม่ทำ ยัยหมอสัปเหร่อ”

“ ดีเลย ศพแรกที่ฉันจะเผาก็คือคุณพร้อมกับสุนัขในปากของคุณด้วย”

ก้องภพคิ้วกระตุกยิกๆด้วยความหมั่นเขี้ยว เมื่อเธอตอบโต้เขาอย่างไม่มีแผ่ว แถมวินาทีที่สบตากันครั้งแรกเธอยังกล้าจ่อปืนที่หัวเขาอีกด้วย เป็นโชคชะตาที่บัดซบจริงๆ

สุดท้ายนลินก็ได้แต่จำใจทำแผลให้กับเขาเพราะใบหน้าที่ซีดเซียวเหมือนกับจะตายของเขา ไม่รู้ว่าจะสมน้ำหน้าหรือสงสารดี

ในขณะที่เธอทำแผลให้กับเขาก้องภพก็มองใบหน้าหน้าเธอใกล้ๆ ความงดงามที่ลงตัวของเธอทำให้ยากจะละสายตาจริงๆ ขนาดรอยฝ่ามือบนใบหน้ายังไม่สามารถทำลายความงามของเธอได้

“ มาทำอะไรที่นี่ มีโรงพยาบาลดีๆตั้งเยอะ”

นลินเช็ดบาดแผลที่ห้ามเลือดจนเสร็จแล้วหันมาสบตากับเขา “ คุณก็แค่คนที่ผ่านมาจะอยากรู้ไปทำไมคะ แส่ไม่เข้าเรื่อง”

เธอไม่อยากที่จะข้องเกี่ยวกับคนที่อันตรายอย่างเขา เธอไม่ชอบอะไรที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

“ หมอที่กระเป๋าขาดอย่างเธอคงไม่อยากที่จะให้ใครรู้ว่าตัวเองมีความสามรถไม่ถึงละสิ ถึงได้พาตัวเองมาหลบอยู่ที่นี่”

“ ใช่ กระเป๋าฉันขาดใหญ่มาก แม้แต่เหรียญเดียวที่ก้นถุงฉันก็ไม่มี”

“ ยากจนจริงๆ แต่สำหรับเธอไม่เห็นจะหน้าสงสารเลยสักนิดเธอลองไปนั่งที่หน้าร้านดูสิบางทีก็อาจจะมีคนโยนเหรียญให้เธอก็ได้”

อัก!ก้องภพจัดฟันแน่นจนเหงื่อซึมที่ขมับเมื่อถูกกำปั้นเล็กต่อยลงที่ต้นแขนข้างที่มีบาดแผลอย่างแรง

“ สมน้ำหน้า เก็บสุนัขในปากคุณบ้างก็ได้ ฉันก็แค่มารับจ๊อบเสริมเพื่อหาเงินเรียนชั่วคราวค่ะ ถ้าแผลคุณหายเมื่อไหร่ก็อย่าลืมไปรักษาสุนัขในปากนะคะ”

คำด่าที่เจ็บแสบทำให้ก้องภพรู้สึกสนใจในตัวของเธอมากขึ้นเล็กน้อย คนอะไรจิกกัดคนเก่งยิ่งกว่านกหัวขวานความสามารถนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED