โรงแรมเหมราชมนตรา เวลาสี่โมงเย็น ตอนนี้กำลังจัดแต่งงานของแขกระดับเศรษฐีคนหนึ่ง ตามเวลาที่งานจะเริ่มคืนหนึ่งทุ่มตรง ฉะนั้นเวลานี้คือการตรวจตราความเรียบร้อย ของผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ต่อให้ไม่ใช่เวลาทำงานแต่ก็ต้องทำงานอีเว้นท์ให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
คเชนทร์ รองประธานกรรมการหนุ่มหล่อไฟแรง จอดรถที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรม และยังไม่ทันที่เขาจะได้เปิดประตูรถ พนักงานเปิดประตูก็วิ่งมาเปิดให้กับเขาอย่างรู้หน้าที่
“สวัสดีครับท่าน” พนักงานกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ ขณะที่คเชนทร์ก็ก้าวลงรถไปด้วย
“สวัสดีครับ” คเชนทร์ทักทายกลับเสียงเรียบ พลางถอนหายใจเบาๆ เหมือนมีความเครียดและหงุดหงิดเล็กๆ
“วันนี้มีงานเย็นเหรอครับ”
“อืม นี่ไง งานแต่ง ถูกตามด้วยให้มาเช็กความเรียบร้อย”
“เหนื่อยหน่อยนะครับ”
“อืม ฝากเอารถไปไว้ที่ลานจอดทีนะ” คเชนทร์บอกพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้
“ได้ครับ” พนักงานหนุ่มรับคำก่อน จากนั้นคเชนทร์จึงได้เดินเข้าโรงแรมโดยมีพนักงานอีกคนรอเปิดประตูให้ ทว่าจังหวะเดียวกันนั้นก็มีเจ้าหน้าหน้าที่สาววัยสามสิบปี วิ่งกระหืดกระหอบมาทางเขาเลย
“มาพอดีเลยค่ะนาย!”
“มีอะไร แล้วนี่ทำท่าตื่นตกใจทำไมเนี่ย”
“ก็อยู่เนี่ย มีแต่พนักงานตัดสินใจอะไรไม่ได้ ผู้บริหารกลับไปหมดแล้วค่ะ”
“ก็เลยโทรตามผมเนี่ยนะ นี่ก็ผู้บริหาร” คเชนทร์ชี้มือเข้าหาตัวเองพร้อมกับทำสีหน้ากวนๆ
“มันอยู่ในความดูแลของเราเป็นหลักไงคะ”
“แล้วนี่มีปัญหาอะไร” เขาถามเสียงหงุดหงิด
“เดินไปด้วยคุยไปด้วยนะคะ คือจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรยุ่งยากหรอกค่ะ แต่เจ้าของงานอยากให้คนที่ดูแลหลักๆ อยู่ให้เขาปรึกษา เผื่ออยากได้อะไรเพิ่มเติมค่ะ”
“มันเป็นเรื่องของออแกไนซ์ ไม่เกี่ยวกับเรา เราแค่ให้เช่าสถานที่ป่าว” คเชนทร์ถามกลับแบบกวนๆ
“แต่มันเป็นสถานที่เราไงคะ ออแกไนซ์ก็ทีมที่เรารู้จัก อุ้ยลืมถาม พ่อเลี้ยงไม่มาเหรอคะ”
“ถ้ามาก็เห็นแล้วสิ อย่าถามถึงพ่อ พ่อไม่ว่างหมดเวลาทำงานของท่านแล้ว นี่แทบจะยกโรงแรมให้ไอ้เชนทร์แล้วเนี่ย” คเชนทร์ออกปากบ่น
“แหมลูกรักก็งี้แหละค่ะ พ่อก็รักเป็นธรรมดา”
“เดี๋ยวเราเข้าไปดูในงานสักหน่อยเผื่อขาดเหลือ” คเชนทร์บอกอีกครั้ง คราวนี้ทิ้งความกวนเป็นจริงจังเล็กน้อย
“ค่ะ” ว่าแล้วคเชนทร์ก็เดินนำเจ้าหน้าที่สาว ไปยังห้องแกรนด์บอลรูมที่ใช้จัดสถานที่แต่งงานของเศรษฐีคนหนึ่ง เขาไม่รู้จักหรอกเพราะคนรวยน่ะมีเยอะ แต่เรื่องความเยอะของเจ้าบ่าว ก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดแทนทีมออแกไนซ์ไนเสียเหลือเกิน
“นายมาน่ะ” ทีมงานเอ่ยพร้อมกับหันมามองก่อนจะยกมือไหว้สวัสดี
“สวัสดีครับนาย” ทีมงานทักทายคเชนทร์
“สวัสดีครับ ขาดเหลืออะไรไหม ที่ทางโรงแรมจะต้องจัดเตรียมเนี่ย”
“มันก็มีเรื่องกระจุกกระจิกน่ะครับก็แก้ไขได้แหละ แต่ทีมงานก็อยากให้นายมาเป็นขวัญและกำลังใจให้เท่านั้นเอง”
“เรื่องใหญ่จริง ผมไม่ใช่เจ้านายพวกคุณซะหน่อย”
“แต่เป็นผู้บริหารนะครับ อย่างน้อยก็แบบลูกค้าเกรงใจสักนิด”
“แน่ใจเหรอว่าลูกค้าเกรงใจผม ไม่หรอกมั้ง”
“จะว่าไปแล้ว ลูกค้าก็ไม่ได้เห็นหน้านายนี่เนอะ เห็นแต่บอสเราแต่บอส กลับแล้ว นายมาก็ดีครับ คนคุ้นเคยเวลามีเรื่องอะไรเราจะแอบหลบอยู่หลังนาย”
“เป็นไม้กันหมา?” คเชนทร์ถามแบบกวนๆ
“แม่ทัพต่างหากล่ะครับ”
ก็เพราะว่าคเชนทร์เป็นผู้บริหารที่เป็นแม่ทัพ ออกหน้ารับ นำทัพบุกเป็นคนแรก เวลาทำงานอะไรก็ตามทั้งทีมงานของตัวเอง หรือทีมงานจ้างมา ซึ่งรู้จักกันดีก็อยากให้คเชนทร์อยู่ด้วย หรือถ้าจะให้เรียกง่ายๆ คือหากยกพวกตีกันเนี่ย คเชนทร์นี่แหละตัวเปิดล่ะ ซึ่งคนละสไตล์กับพ่อเลี้ยง
“ขาดเหลืออะไรเพิ่มเติมก็บอกแล้วกัน ผมจะอยู่จนถึงหนึ่งทุ่ม แล้วก็จะกลับมีนัดกับนายพ่อน่ะ”
“ได้ครับนาย”
“ผมจะเข้าไปดูด้านในหน่อย”
“เชิญครับเดี๋ยวผมพาไป” หนึ่งในทีมงานซึ่งเป็นหัวหน้าตอบ จากนั้นคเชนทร์จึงได้เดินนำ พร้อมด้วยผู้จัดการสาว และทีมงานเข้าไปในห้องแกรนบอลรูม การจัดตกแต่งสถานที่เรียบร้อยกว่า 99% แล้ว เพียงแต่เจอเจ้าบ่าวเรื่องมากก็จะปรับนั่นเปลี่ยนนี่
คเชนทร์จึงเดินตรวจความเรียบร้อย เพราะหลายๆ อย่างทางโรงแรมเป็นคนจัดการ อย่างเช่นอาหารการกินที่ไว้เลี้ยงแขกรวมถึงเครื่องดื่ม
“อาหารเนี่ยเดี๋ยวพนักงานทยอยนำมาเติมครับ” ทีมงานคนหนึ่งตอบ
“ตอนนี้เจ้าบ่าว เจ้าสาวคือ?”
“แต่งตัวครับงานเริ่มหนึ่งทุ่มครึ่งคงช้านิดหน่อย”
“โอเค นี่ผมไม่ยักกะเห็นภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาว ยังไม่เอาออกมาอีกเหรอ”
“ยังครับ เจ้าบ่าวเขาไม่ชอบอวดน่ะ เพราะว่ามันอยู่ในวีดีโอพรีเซนต์ครับ แล้วก็รอถ่ายภาพที่หน้างานอย่างเดียว ส่วนด้านหน้าก็มีแต่อักษรย่อ”
“หึๆ หรือว่าไม่อยากให้เห็นว่าเจ้าสาวหน้าตาเป็นยังไง” คเชนทร์นึกแซว
“ผมก็ยังไม่เห็นเลยครับ อ่อไม่สิ เห็นในคลิปน่ะ สวยน่ารักมากๆ เชียวน่าอิจฉา”
“หึๆ โอเค ขาดเหลืออะไรบอกนะ”
“จะเข้าออฟฟิศไหมคะคุณเชนทร์” ผู้จัดการสาวถาม
“ไม่ล่ะ ผมคงเดินดูงานน่ะ นี่กะเช้าเริ่มทยอยกันกลับแล้วนี่นะ ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” ผู้จัดการสาวตอบ จากนั้นคเชนทร์ก็ตรวจตราความเรียบร้อย ในฐานะผู้บริหาร และต้องดูแลเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ ต้องจัดการแบบไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะไม่ใช่สายตรงที่ต้องดูแล แต่เวลานี้เขาคือขวัญและกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ทุกคนก็อยากเรียกหา นั่นก็เพราะว่าเขาเคยเป็นลูกน้องมาก่อน เป็นคนใกล้ชิดพ่อเลี้ยงทุกคนเข้าถึงได้ง่าย
เมื่อมาเป็นเจ้านาย เขาก็ยังเป็นคนเดิม เป็นตัวแทนพ่อเลี้ยง และน่าเข้าใกล้สำหรับลูกน้อง ผิดก็แต่บุคลิกที่ภูมิฐานขึ้นตามตำแหน่งนั่นแหละ ฉะนั้นเวลามีงานสำคัญ เขามักถูกขอให้มาอยู่เป็นกำลังใจให้น้องลูกเสมอ แม้แต่เหล่าพันธมิตรอย่างทีมงานออแกไนซ์ประจำจังหวัด
อีเว้นท์คืนนี้เป็นงานแต่งงานของเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง เป็นคนเชียงใหม่ แต่ได้เจ้าสาวเป็นคนกรุงเทพฯ นั่นก็เพราะว่าทำธุรกิจที่กรุงเทพสลับกับเชียงใหม่ แต่งแบบสากล แต่อยากได้สถานที่แบบล้านนานเสียหน่อย จึงเลือกที่จะมาแต่งที่โรงแรมเหมราชมนตรา คเชนทร์ไม่ได้รู้จักหรอก เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใคร เขาทำตัวเหมือนพ่อเลี้ยงของเขานั่นแหละ ติดจะหนักกว่าด้วยซ้ำ คือไม่ชอบยุ่งกับนักธุรกิจคนไหน
ช่วงเวลานี้เจ้าบ่าว เจ้าสาวกำลังแต่งตัว ถูกจัดเอาไว้คนละห้อง แต่งใครแต่งมัน จะนานหน่อยก็เจ้าสาวนี่แหละ เพราะต้องละเอียดละออมากกว่าเจ้าบ่าว แต่ถึงกระนั้นก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง เพื่อความพิถีพิถันในความงดงาม
จวบจนกระทั่งใกล้จะถึงเวลาหนึ่งทุ่มที่งานจะเริ่ม ญาติๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างลงไปรอต้อนรับแขกในงานเสียก่อน ส่วนเจ้าสาวนั้นยังแต่งตัวไม่เสร็จดีนัก เพราะเพิ่งจะแต่งหน้าทำผม และเตรียมที่จะใส่ชุด
“เจ้าขา เสร็จหรือยังลูก แขกใกล้จะมาแล้วนะ” เสียงของมารดาฝ่ายเจ้าสาวเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ยังค่ะแม่ เหลือใส่ชุด แม่ลงไปรับแขกก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูตามลงไป” จันทรภาเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้เอ่ยขึ้นพลาง พลางเตรียมสวมชุด โดยมีช่างแต่งหน้าทำผมช่วย
“แล้วนี่คุณตุลย์เสร็จหรือยังเนี่ย” มารดาถามขึ้นอีก
“ปล่อยให้หนุ่มๆ จัดการตัวเองไปเถอะค่ะ แม่และผู้ใหญ่คนอื่นๆ ลงไปรอด้านล่างเถอะค่ะ”
“จริงๆ ค่ะแม่ เดี๋ยวญาติๆ ฝ่ายเจ้าบ่าวจะไม่เจอนะคะ ทางนี้เดี๋ยวอิงจัดการช่วยยัยเจ้าเองค่ะ” น้ำอิงเพื่อนสนิทของจันทรภา เอ่ยขึ้น
“งั้นฝากน้ำอิงด้วยนะลูก แม่จะลงไปแล้ว”
“ค่ะแม่” น้ำอิงตอบ จากนั้นมารดาของจันทรภาก็ออกไปพร้อมกับญาติฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งอยู่ห้องติดกันนั่นแหละ แต่เจ้าบ่าวจะอยู่อีกห้อง อีกชั้น เพราะความที่เป็นหนุ่มอยากมีความเป็นส่วนตัวตามอุปนิสัยของเขานั่นแหละ เขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวาย แม้กระทั่งเวลาแต่งหน้าแต่งตัวเตรียมเข้าพิธี จนกว่าจะเรียบร้อยโน่นแหละ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกพี่จะขอตัวกลับนะคะ น่าจะเหลือแค่ใส่ชุดเจ้าสาว” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองเอ่ยขึ้น
“อุ้ย! จริงสิคะลืมบอกไป พี่กลับเลยก็ได้ค่ะ พี่ตุลย์จ่ายเงินหรือยังคะ” จันทรภาถามขึ้นทันที เพราะหมดหน้าที่ของช่างแล้วเช่นกัน
“จ่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“งั้นขอบคุณมากๆ เลยค่ะเหลือใส่ชุด เจ้าขากับเพื่อนแต่งกันเองได้ค่ะ”
“โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ” ว่าแล้วช่างแต่งหน้าก็เก็บกระเป๋าเครื่องสำอางทั้งหมด แล้วออกไปทันที เหลือไว้แต่จันทรภากับน้ำอิง
ตี๊ดๆ เสียงคล้ายกับนาฬิกาปลุกมือถือดังขึ้น ทำให้น้ำอิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
“อุ้ยเอ่อ นาฬิกาปลุก ใกล้จะได้เวลาแล้ว เร็วๆ เจ้าขา จะได้ลงไปรับแขก”
“อ้าวเหรอ รอก่อนๆ แล้วจะได้ไปบอกพี่ตุลย์”
“เอ่อ เอางี้ เจ้าขาแต่งตัวรอนะไปก่อน นานอ่ะดูแล้ว เดี๋ยวเราไปเรียกคุณตุลย์เอง น่าจะอยู่กับผู้ช่วยแหละ”
“โอเคๆ ถ้าเสร็จแล้วก็ให้พี่ตุลย์ลงไปก่อนเลยนะ ผู้ชายอ่ะเสร็จเร็วกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว”
“จ้ะ” ว่าแล้วน้ำอิงก็ออกไปจากห้องทันที โดยให้จันทรภาอยู่แต่งตัวคนเดียว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่ง แต่งเองคนเดียวได้ ขั้นตอนอื่นๆ เสร็จสิ้นหมดแล้ว
ช่วงเวลาเดียวกัน จากห้องสวีตที่จันทรภาและบิดามารดาของเธอเปิดเอาไว้เพื่อแต่งตัวนั้น ถัดขึ้นไปชั้นบนก็เป็นห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าว
ซึ่งเป็นห้องสวีทเช่นกัน แยกกันจองเพื่อใช้ในการแต่งตัวแบบผู้ชายอย่างที่บอก แต่คีย์การ์ดมีสองอัน ให้จันทรภาเก็บไว้หนึ่งอัน เผื่ออยากจะเข้ามาเรียกเจ้าบ่าวในห้องนี้ ส่วนอีกอันเจ้าบ่าวเป็นคนเก็บเอาไว้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! น้ำอิงเดินมาถึงห้องก็เคาะประตูทันที และยืนรออยู่สักครู่ประตูก็เปิดเข้าไปช้าๆ พร้อมกับเลขาของเจ้าบ่าวโผล่มา
“อ้าวคุณน้ำอิง เชิญครับ มีอะไรหรือเปล่า” เลขาหนุ่มบอกพลางมองหน้าและการแต่งตัวของเพื่อเจ้าสาวคนนี้ สวยและเซ็กซี่มากเลยทีเดียว
“มาตามคุณตุลย์น่ะ เสร็จหรือยังคะ”
“อยู่อีกห้องหนึ่งครับ ยังไม่เสร็จเท่าไหร่ ถึงผู้ชายจะแต่งตัวเร็วแต่ก็ลำบากเหมือนกันนะครับ เพราะเป็นชุดทักสิโด้”
“งั้นอิงเข้าไปหาคุณตุลย์ได้ไหมคะ ยัยเจ้าขาฝากมาน่ะ”
“ได้ครับ เชิญ เปิดประตูก็ทะลุเข้าไปได้เลยครับ” ว่าแล้วเลขาหนุ่มก็เปิดทางให้น้ำอิงเดินไปจนถึงประตูบานหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องทะลุนั้นเอง โดยที่เลขาหนุ่มไม่ได้ตามเข้าไป พอเข้ามาปุ๊บน้ำอิงก็เห็นว่าเจ้าบ่าวหรือที่เธอเรียกว่าพี่ตุลย์ หรือตุลยเทพ เพิ่งจะใส่กางเกงแต่ยังไม่ได้สวมเสื้อเลย
“อุ้ยเอ่อ คุณตุลย์” น้ำอิงอุทานด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเม้มปากด้วยความประหม่าเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังจะใส่เสื้อ
“ขอโทษทีค่ะ ยัยเจ้าขาให้มาบอกว่า ถ้าคุณตุลย์เสร็จแล้วก็ลงไปก่อนได้เลยค่ะ” สิ้นคำของเธอ ตุลยเทพก็หันมามองพลางยิ้มนิดๆ
“เสร็จเหรอ ยัง” เขาตอบอย่างมีนัย
“แล้วเจ้าขาล่ะแต่งตัวเสร็จหรือยัง” เขาถามขึ้นอีก
“ยังค่ะ แต่แต่งเองได้ เลยให้อิงมาเรียกคุณตุลย์น่ะ” น้ำอิงบอกเสียงหวานพลางมองมือเขาที่กำลังติดกระดุม
“ไม่ต้องลงไปพร้อมกันก็ได้ ใครเสร็จก่อนก็ลงไปก่อนเดี๋ยวแขกรอ”
ชายหนุ่มตอบพลางก้มลงมองที่กระดุมเสื้อของตัวเอง สลับกับปลายตามองน้ำอิง
“เอ่อ รบกวนน้ำอิงเรียกเจ้านันเข้ามาหาผมหน่อย”
“ได้ค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินกลับไปยังประตูบานเดิม แล้วเรียกเลขาชายเข้ามาหาตุลยเทพทันที
“ครับคุณตุลย์”
“ลงไปดูงานข้างล่างช่วยคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันแต่งตัวเองได้ ถ้าเสร็จแล้วจะลงไป” ตุลยเทพบอกเสียงเรียบ
“ให้ผมไปบอกคุณเจ้าขาไหมครับ”
“ไม่เป็นไรคะ เจ้าขาก็ให้มาบอกนั่นแหละคะ ว่าถ้าเรียบร้อยแล้วก็ให้ลงไปก่อน แต่งตัวเท่านี้ไม่ลำบากใครหรอก อีกอย่างแขกคงทยอยกันมาแล้ว มัวแต่รอกันอยู่ ก็จะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าภาพน่ะสิคะ” น้ำอิงอธิบาย
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ อย่านานนะครับคุณตุลย์”
“ไม่นานหรอกสักครึ่งชั่วโมงก็น่าจะเรียบร้อย” เขาตอบพลางเหลือบมองน้ำอิงเล็กน้อย
“โอเคครับ” เมื่อรับคำเสร็จนันทนัชก็ออกไปทันที กระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูด้านนอก นั่นแปลว่าเลขาหนุ่มได้ออกแล้ว เท่านั้นแหละตุลยเทพก็เดินเข้ามาหาน้ำอิงแล้วกระชากเข้าไปกอด หญิงสาวได้แต่โอนอ่อนไปตามแรงและเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างเว้าวอน ชนิดที่ไม่เอ่ยอะไร ปากร้อนสุดช่ำชองก็ประกบจูบและบดขี้อย่างดูดดื่มร้อนแรง เรียกได้ว่าทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อืม พี่ตุลย์ น้ำอิงแค่มาตามนะคะ ไม่ได้จะทำอะไรแบบนี้” หญิงสาวทำทีเป็นทัดทานน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็ยอมให้เขารุกเร้าด้วยจูบสะท้าน
“น้ำอิงสวย เซ็กซี่ขยี้ใจพี่จนทนไม่ไหว” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกระเส่า มือไม้อยู่ไม่สุข
“พี่ตุลย์กำลังจะแต่งงานนะ อืม อย่า ปล่อยอิง”
เธอว่าและแสร้งดันเขาออกเบาๆ ขณะที่มือแกร่งลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง ลามลงไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเคล้นหนักๆ
“ถ้าหิวน้ำอิงขนาดนี้ พี่ตุลย์จะแต่งงานกับยัยเจ้าขาทำไม” สิ้นคำพูดของเธอเท่านั้นแหละ เขาก็ผงกศีรษะขึ้น
“อย่ามาพูดกับพี่แบบนี้ เธอเป็นความสุขของพี่ใช่ไหม เราเป็นความสุขของกันและกัน”
“แล้วพี่ก็เอายัยเจ้าขาขึ้นหิ้งเหรอคะ”
“อืม แบบนี้มันก็แซ่บจะตาย” สิ้นคำเขาก็ก้มลงบดขยี้จูบที่ปากอิ่มอีกครั้ง คราวนี้ดูดดื่มร้อนแรง ก่อนจะผละเรียวปากออกพรมจูบพวงแก้ม ซอกคอ ดูดแล้วแรงๆ มือหนาก็แหวกชุดเดรสที่สวมใส่ออกไปจากหัวไหล่ จนกระทั่งเนินอกโผล่เผย เขาจับเสื้อชั้นในรั้งลงพร้อมกับก้มหน้าซุกไซ้เนินอก และอ้าปากดูดเลียเม็ดถัน
“ซี๊ด! อ่า! พี่ตุลย์ เราอ้อยอิ่งไม่ได้” เธอบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า
“พี่จะทำให้เร็วที่สุด รับรอง เสร็จทันสามสิบนาทีแน่นอน” เขาตอบก่อนจะลากลิ้นเลียต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ แต่ไม่ได้รั้งชุดเดรสของเธอลง ทว่าเขากลับคุกเข่ากับพื้นแล้วถลกชายกระโปรงเธอขึ้นไปไว้ที่เอว
“ซี๊ด! อ่า พี่ตุลย์ เร็วนะคะน้ำอิงกลัวใครจะมาเห็นเข้า”
“อื้อ เจอพี่ลงลิ้นรับรองน้ำอิงน้ำแตกภายในสองนาทีแน่นอน” สิ้นคำอันหิวกระหายของเขาเท่านั้นแหละ กางเกงชั้นในก็ถูกรูดลงไปไว้ที่หัวเข่า และในชั่ววินาทีเขาก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แล้วส่งลิ้นออกมาลากเลียกลีบสาวที่อวบอูมเกลี้ยงเกลาอย่างหนักหน่วง
“โอ้ว! พี่ตุลย์! เสียว” เธอร้องครางดังลั่น เมื่อเขาลงลิ้นลากเลียร่องรักขึ้นลง ปาดป่ายสลับไปมา พร้อมกับดุนดันปลายลิ้นกับเม็ดเสียวอย่างหนักหน่วง ทำเอากายสาวสั่นสะท้าน แอ่นเด้งสะโพกเข้าหาปากร้อน พลางจับศีรษะเขาเอาไว้และก้มหน้าลงมองปากร้อนที่ดูดเลียกลีบสาวอย่างร้อนแรง สะโพกก็ขยับเคลื่อนไหนเข้าหาเป็นจังหวะ ปากอิ่มก็เม้มเข้าหากันพลางขมวดคิ้ว และสูดปากด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊ะ! อื้อ! พี่ตุลย์ เสียว โอ้ว เสียวที่สุดเลย” เธอได้แต่ครางอย่างสุดจะกลั้นและครางดังมาก ขณะที่เนินกายก็แอ่นเด้งเข้าหาปากร้อน ลิ้นร้ายก็ละเลงเลียอย่างไม่ปราณี อารมณ์เตลิดเกินจะกู่กลับโดยไม่สนใจ ว่านี่กำลังจะเข้าสู่งานวิวาห์ของเพื่อนรัก
กริ้ง! กริ้ง! กริ้ง! ระหว่างที่จันทรภาแต่งตัวเสร็จแล้วเตรียมออกจากห้องนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“อ้าวแม่เหรอ ค่ะแม่ มีอะไรคะ”
“พี่ตุลย์ยังไม่ลงมาเลย หนูเสร็จหรือยังเนี่ย”
“เสร็จแล้วค่ะกำลังจะออกจากห้อง งั้นเดี๋ยวหนูขึ้นไปตาม แล้วลงไปพร้อมกันเลย”
“รีบหน่อยน๊า
“ได้ค่ะแม่” เมื่อรับคำเสร็จ จันทรภาจึงรีบแต่งตัวให้เสร็จแล้ว จากนั้นเธอก็หยิบคีย์การ์ดห้องของเจ้าบ่าวติดมือไปด้วย เพราะเอาไว้หนึ่งอัน จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องของเจ้าบ่าวที่อยู่ชั้นบน และอย่างที่บอกห้องของเจ้าบ่าวระดับวีไอพี จึงเป็นแบบสองห้องทะลุถึงกันได้ แต่ต้องเปิดเข้าไปในห้องแรกก่อน และด้วยความที่เคยชิน ประกอบกับลืมด้วยทำให้เธอเสียบคีย์การ์ดเข้าไปแล้วเปิดห้องเลย
ทว่าไม่พบใครภายในห้องนี้ คิดว่าเขาคงอยู่อีกห้องแน่ๆ จันทรภาจึงจะเอื้อมมือเปิดประตู ทว่าเธอดันได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน
“ซี๊ด! อื้อ! อิง อิงจ๋า อ่า โคตรเสียว อ่า อมเก่งจริงๆ” เสียงอันคุ้นหูครางออกมาอย่างสุขสม ทำเอาจันทรภาถึงกับเอามือปิดปากเอาไว้ ทั้งตกใจทั้งอึ้งและมือสั่นจนทำอะไรไม่ถูก
“ดีไหมคะพี่ตุลย์ขา” เสียงหญิงสาวดังออกมาให้ได้ยิน น้ำเสียงคล้ายกับมีอะไรอยู่ในปาก
“ดีจ้ะ ดีมากเลย เร็วๆ พี่จะแตกอยู่แล้ว จะได้รีบลงไป”
“อิงกับเจ้าขาใครเก่งกว่ากันคะ หืม บอกให้ชื่นใจซิ”
“ก็ต้องอิงอยู่แล้วสิ เจ้าขาหวงเนื้อหวงตัวจะตาย ยังไม่เคยได้กินเลย”
“งั้นอิงจะทำให้พี่ตุลย์ลืมอิงไม่ลง”
“ซี๊ด! อ่า นี่ก็แทบลืมไม่ลง อ่า เร็วๆ อมเร็วๆ โอ้ว” เขาทั้งครางทั้งพูดออกมาด้วยความเสียวซ่าน ขณะที่คนแอบได้ยินถึงกับเอามือปิดปาก จากนั้นค่อยๆ ตั้งสติหยิบมือถือออกมาเปิดกล้อง แล้วค่อยๆ เข้าสู่โหมดถ่ายวีดีโอ
จันทรภาจะต้องเก็บหลักฐานความชั่วของสองคนนี้ให้จงได้ และทันทีที่เปิดประตูช้าๆ แง้มแต่เพียงเล็กน้อยเธอก็แทบช็อก เมื่อเห็นเจ้าบ่าวตัวเองกำลังดึงรั้งน้ำอิงให้ลุกขึ้น แล้วจับไปนั่งบนโต๊ะแป้ง พร้อมกับแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างขา น้ำอิงก็รู้งานแยกขาออกจากกัน แล้วยกขึ้นเหยียบที่ขอบโต๊ะ จันทรภาเห็นทุกอย่างเต็มสองตา มือที่ถ่ายคลิปก็สั่นระริก
“เร็วสิคะ อิงพร้อมแล้ว ใส่เข้ามา ใส่เข้าแรงๆ พี่ตุลย์ขา” เธอร้องครางหวานและหอบกระเส่า พร้อมกับโอบแขนกอดรอบคอเขาเอาไว้ ชายหนุ่มไม่รอช้า จับท่อนเนื้ออันเขื่องถูไถกับร่องรักอันฉ่ำแฉะของหญิงสาว ก่อนจะกดส่วนปลายเข้าไปในรูสวาท และดูเหมือนจะง่ายดายราวกับผ่านศึกสงสรามกันมาอย่างโชกโชน ท่อนเนื้อสีเข้มจมลึกเข้าไปในรูสวาทจนสุดทาง
“ซี๊ด! อ๊ะ ลึกสุดๆ เลยพี่ตุลย์” น้ำอิงครางลั่นด้วยความเสียวซ่าน ตุลยเทพก็จับขาของน้ำอิงเอาไว้ให้ถางออก แล้วกระแทกสะโพกเข้าออกระรัว
ผับ! ผับ! ผับ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังออกมาให้เจ้าขาได้ยินพร้อมกับน้ำตาพรั่งพรูด้วยความเสียใจ กล้องจับภาพท่อนเนื้อสอดแทรกเข้าออกเห็นเป็นลำๆ เห็นทุกอย่างที่ควรจะเห็น จนเธอแทบจะทนไม่ไหว เสียใจที่เพื่อนรักและเจ้าบ่าวของตัวเองกินกันในวันแต่งงาน มันทุเรศที่สุด ทว่าเสียงสะอื้นนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ และด้วยความทรงตัวไม่อยู่ ทำให้โทรศัพท์เผลอไปกระแทกกับประตูทำให้การเคลื่อนไหวของสองร่างนั้นหยุดชะงักพร้อมกับเสียงหายใจหอบ
“เสียงอะไร” น้ำอิงถามเสียงหอบก่อนจะหันไปมองประตู ซึ่งตุลยเทพก็กันไปมองเช่นกัน และเป็นจังหวะที่เห็นชุดขาวๆ ปลิวผ่านประตู
“เจ้าขา!” ตุลยเทพอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะถอดท่อนกายออกมาจากร่องรักของน้ำอิง
“ไม่ๆๆ พี่ตุลย์ อย่า อิง... อิงใกล้จะเสร็จแล้ว”
“ไม่เสร็จมันแล้ว เจ้าขามาเห็นแล้ว”
เขาพูดไปพลางก็รีบจับท่อนเนื้อใส่เข้าไปในกางเกง แม้มันจะใหญ่โตอยู่แต่เพราะความตกใจเมื่อครู่ทำให้หดลงไปมาก