ตอน 2

KEEP IN MIND 1

กองทัพขับรถไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้าและเห็นจะมีเพียงแค่แสงจากหลอดไฟข้างถนนเท่านั้นที่สาดส่องลงมาให้พอเห็นทางข้างหน้าได้บ้าง ในเมื่อติดต่อเด็กคนนั้นไม่ได้เขาก็เลิกสนใจ โทรศัพท์เครื่องนั้นถูกโยนไปเบาะข้างกันด้วยความหงุดหงิดผสมขัดใจนิดหน่อยที่ปั้นจั่นปิดเครื่องหนีเขาแบบนี้ จะว่ากองทัพแคร์ความรู้สึกปั้นจั่นมากกว่าคนอื่น ๆ ก็ได้ เพราะเขาแคร์เด็กนั่นมากเกินไปแล้วจริง ๆ

กึก! เอี๊ยดดดด…!!!

“บ้าชิป! ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น จู่ ๆ ก็มีรถราคาแพงเหยียบสิบล้านขับปาดหน้า จากัวส์สีดำขัดเงาคันนั้นหลับตามองแล้วให้ฟังแค่เสียงกองทัพยังรู้เลยว่ามันเป็นรถของใคร!

ร่างโปร่งทุบพวงมาลัยอย่างหงุดหงิด เขาบีบแตร์รถจนเกิดเสียงดังวุ่นวายตรงนั้นไปหมด ดีที่มันไม่ใช่ชุมชนหรือหมู่บ้าน ไม่งั้นเด็กคนนั้นคงหนีไม่พ้นเสียงด่าทอและรองเท้าเละ ๆ สักคู่ปาใส่รถแน่!

อีกฝั่งเดินออกมาจากรถ... เขากัดริมฝีปากแล้วเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้นนิดหน่อย รอยยิ้ม...ไม่สิ ถ้าจะเรียกให้ถูกคือแสยะยิ้ม จากริมฝีปากผู้ชายตัวสูงคนนั้นมันยั่วไม้ยั่วมือดีชะมัด กองทัพกัดกรามกรอด ๆ เพราะนึกในใจแล้วมันดันตรงเผง!

“ไอ้เรียว!” กองทัพเรียกเขาเสียงเข้มในรถ ไม่อยากเดินลงไปเท่าไหร่นักแต่เพราะมันจอดรถขวางไว้แบบนี้เห็นทีต้องมัดต้องมวยกันสักตั้ง! คิดแล้วเด็กหนุ่มก็กระชากเปิดประตูรถเดินลงไป อีกคนที่ยืนพิงฝากระโปรงหลังรถอยู่แล้วก็ยิ้มกริ่ม เรียวมะชอบความมั่นอกมั่นใจของกองทัพนะ...เด็กนี่ดูมั่นใจไปหมดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น โดยที่กองทัพไม่รู้เอาซะเลยว่าที่ทำอยู่น่ะมันน่าสมเพช เพื่อนเขามันจิตใจอ่อนไหวง่าย...คิรินทร์มันแค่ไม่อยากรังแกเด็กหัดเดินแบบมันเฉย ๆ หรอกว่ะ

“มึงคิดว่ามึงเป็นใคร! มึงเป็นใครห๊ะ! คิดจะขับรถเหี้ย ๆ แบบนี้ก็ได้เหรอสัด!”

“ขี้โวยวายจังวะ... อีกอย่างนะ เมื่อกี้มันก็แค่อุบัติเหตุมึงก็เห็นนี่หว่า แล้วนี่กูก็ออกมารับผิดชอบแล้วไง?” เรียวมะพูดท่าทางเล่น ๆ แต่สายตาเขาไม่ขำ ไม่ตลกสักนิด เป็นผู้ชายที่รู้จักกันทั่วทั้งพื้นที่นี้ในตอนนี้...

ว่ากันว่า... ‘เรียวมะ’ คือลูกชายท่านทูติคนสำคัญของญี่ปุ่นท่านหนึ่ง แต่เรื่องลับ ๆ แบบนั้นมันก็แค่พูดมาปากต่อปาก พวกกองทัพบางคนก็เชื่อปักใจและหวาดกลัวเขา แต่บางคนก็ไม่เชื่อ...แน่นอนว่ากองทัพจัดอยู่ในจำพวกที่ไม่เชื่อ ไม่กลัว ไม่ยี่หระใด ๆ ทั้งนั้น

เรียวมะเป็นเพื่อนของ คิรินทร์หรือคิงส์ ไอ้ตัวเกะกะที่กองทัพเกลียดมันเข้าไส้ กองทัพทำทุกทางที่จะให้คิรินทร์ยอมหมอบใต้อำนาจตนเองแต่ผู้ชายคนนั้นยิ่งโตขึ้นนับวันก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นจนกองทัพจัดการได้ยากเข้าทุกที ช่วงนี้เรียวมะกับกองทัพเลยมักได้เจอกันโดยบังเอิญบ่อย ๆ

กองทัพไม่รู้หรอกว่าเรียวมะคิดอะไรอยู่ เรียวมะเป็นผู้ชายหน้านิ่งเรียบเหมือนคนไร้ความรู้สึกและน่ากลัว หากว่ามองจากรูปลักษณ์ภายนอกแบบนี้ ด้วยเครื่องหน้าที่ลงตัวอย่างธรรมชาตินั่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดหนึ่งที่ล้ำค่าแต่มันก็แฝงไปด้วยความลึกลับน่าค้นหาและอันตราย...

แต่...ความหลงใหลภายนอกพวกนั้นมันไม่ได้เข้าตากองทัพเลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่ชอบอะไรที่ดูแล้วป่าเถื่อน ไม่ชอบอะไรสักอย่างที่เจาะตามร่างกายของไอ้มนุษย์ไร้สีหน้าคนนั้น กองทัพไม่นิยมการสักลายตามร่างกายเพราะมันดูรก เพราะแบบนั้นเด็กหนุ่มถึงมีผิวพรรณที่ขาวเนียนแล้วก็นุ่ม ใช่แล้ว...ระหว่างเขากับเรียวมะต่างคนละขั้วโลก ผู้ชายคนนั้นป่าเถื่อน ดิบห่ามแถมยังดูไม่น่าเข้าใกล้!

“กูไม่ต้องการให้มึงมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ถ้าจะให้ดี...ช่วยเอารถเน่า ๆ ของมึงถอยให้พ้นทางด้วย กูจะกลับบ้าน!”

“นี่...ไอ้หนูกูจะบอกอะไรมึงสักอย่าง” เรียวมะพูดเสียงปกติแล้วเขาก็ไม่สนใจด้วยว่าเมื่อกี้กองทัพพล่ามอะไรยาวยืดใส่เขา เหมือนลมพัดแล้วมันก็ผ่านไปแบบนั้นซึ่งนั่นเป็นอะไรที่ทำให้คนอย่างกองทัพน็อตหลุดง่ายที่สุด เด็กคนนั้นเคยชินกับการเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้มา ไม่สนวิธีการด้วย!

“มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเลยใช่ไหมห๊ะ!!”

พรึ่บ!!!

“เฮ้ย!!!” เรียวมะตรงปรี่มากระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มแล้วแกล้งตะเบ็งเสียงใส่หน้ากองทัพดัง ๆ เล่นเอาเด็กคนนั้นผงะถอยหลัง ริมฝีปากสีชมพูเป็นกระจับสั่นขึ้นมาเล็กน้อยเพราะใบหน้าคมเข้มและดุจัดอยู่ใกล้ ๆ กับใบหน้าตนเองแค่ไม่ถึงห้าเซ็นติเมตร ลมหายใจที่เจือปนไปด้วยกลิ่นบุหรี่ของเรียวมะลอยมาประทบที่ปลายจมูกกองทัพ ซึ่งเขารับกลิ่นมันเข้าไปเต็ม ๆ ดวงตาคมเรียวประดุจพญาเหยี่ยวของเรียวมะจดจ้องใบหน้าของกองทัพ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาแต่กองทัพก็ดันไปรับรู้ไอสังหารที่ระเหยออกมาจนได้!

“...”

“เราไม่ได้สนิทถึงขั้นที่มึงจะมาตะโกนใส่หน้ากูได้นะ รู้ใช่ไหมกูกับไอ้คิงส์ไม่เหมือนกัน”

“อึก...!” กองทัพกลืนน้ำลายลงคอ เรียวมะไม่ได้ปล่อยคอเสื้อเขากลับกันมันยังดึงจนตัวเขาจะลอยเหนือพื้นอยู่รอมร่อ ผู้ชายตัวสูงตรงหน้าแค่นยิ้มเหมือนจะเยาะแล้วผลักอกกองทัพจนเด็กหมุ่นเซถลาไปนอนราบอยู่บนฝากระโปรงรถตนเอง เรียวมะตามเข้าไป เขาใช้แขนล่ำ ๆ กักกั้นตัวกองทัพเอาไว้จนหมดหนทางหนี ใบหน้าครึ่งเสี้ยวญี่ปุ่นที่กองทัพแสนชังคืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นจนเด็กหนุ่มต้องหดคอหนี!

“กูรู้นะ”

“รู้? ระ รู้เหี้ยอะไร!”

“รู้ว่ามึงเคยทำเรื่องชั่วไว้กับบ้านพี่ปืนไง หึ ๆ พี่ชายมึง...ลอบฆ่าพ่อกับแม่พี่ปืนใช่ไหม ไอ้ทัพ”

“มะ มึงเอาอะไรมาพูด! พี่ชายกูมันตายไปแล้วมึงยังจะกล้าปรักปรำคนตายอีกเหรอห๊ะ!” กองทัพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแววตากลมโตของเด็กคนนั้นสั่นวูบไปมาแต่ก็เปลี่ยนเป็นปกติได้ในทันที เรื่องในอดีตที่ตัวเองพยายามปกปิดมันเอาไว้กำลังโดนใครที่ไหนก็ไม่รู้มาซักไซ้เค้นถาม แล้วกองทัพก็ไม่ยอมให้มันมาแตกเอาตอนนี้แน่!

“คนอย่างกูไม่เคยพูดอะไรลอย ๆ อยู่แล้ว”

“!!!”

“เพราะงั้นที่มาวันนี้ กูมาเตือน...กูเอาจริงแน่ไอ้ทัพ ถ้ามึงยังยุ่งวุ่นวายกับไอ้คิงส์ไม่เลิก ถ้ามึงตามรังควานมันกับเด็กคนนั้น ถ้ามึง! ทำให้เพื่อนกูต้องกลายเป็นคนผิดอีกครั้งละก็...” เขายิ้มแล้วก็เว้นวรรคเอาไว้ให้กองทัพได้คิดเอง แค่เท่านี้ก็รู้แล้วว่าปั้นจั่นปิดเครื่องทำไม ป่านนี้ก็คงจะอยู่กับคิรินทร์ ไอ้ชาติชั่วนั่น! จับคนของเขาไปงั้นเหรอ!

“พะ พวกมึงทำอะไรปั้นจั่น... ไอ้เรียว! เด็กคนนั้นไม่เกี่ยว!!!” เรียวมะเดินออกไปได้สามก้าว กองทัพถึงมีสติแล้วตะโกนตามหลังเขา และคำพูดพวกนั้นมันทำให้เรียวมะหันกลับมา ผู้ชายคนนั้นจ้องกองทัพตาแข็งกร้าวและเดินเข้าใส่เด็กหนุ่มไร้ซึ่งความกลัว!

ผลั่ก!

“กูไม่สนเด็กคนนั้น! กูไม่สนคนอื่นหรือใครหน้าไหน!!” เรียวมะผลักกองทัพอีกครั้งแต่คราวนี้เด็กคนนั้นไม่ล้มเพราะตั้งตัวทัน เขาจับฝ่ามือที่ดันหน้าอกตัวเองยึดมันเอาไว้ด้วยความโกรธ แววตากองทัพแดงก่ำเมื่อนึกถึงความปลอดภัยของปั้นจั่น ต่อให้ครอบครัวเขาจะเกลียดครอบครัวของเด็กคนนั้นและแม้ว่าตัวเขาเองจะเกลียดทุกอย่างที่ครอบครัวปั้นจั่นมีก็ตาม ความจริงกองทัพเองก็เกลียดปั้นจั่นแทบเป็นแทบตาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมจิตใจมันถึงบอกว่าเด็กคนนั้นสะอาดเกินกว่าจะเปื้อนเลือด...

“ละ แล้วมึง...! เพื่อนมึงจับปั้นไปทำไม! ถ้าทำอะไรปั้นจั่นกูฆ่าพวกมึงแน่!”

“หึ ๆ ๆ ๆ”

“…”

“ก่อนจะฆ่ากัน...กูว่ามึงหยุดความคิดกูให้ได้ก่อนดีกว่าเด็กดี”

“อื้อ! อื้ออ!!!” ดวงตากลมโตสีครามเข้มเบิกโพลง เมื่อผู้ชายร่างสูงกว่าตนเองเพียงนิดโน้มหน้ามาประกบริมฝีปากหยักลงปิดริมฝีปากของตนเองจนมิดชิด เพราะว่ากองทัพจิกหลังมือของเรียวมะยึดไว้ ทำให้หนุ่มญี่ปุ่นคนนั้นจิกต้นคอของอีกคนเอาไว้เพราะร่างโปร่งพอดีมือเขาเริ่มมีอาการดีดดิ้นไปมาจนเขาชักจะรำคาญ แรงเยอะมากนัก ปากเสียดีนัก! เขาคนนี้นี่แหละจะดูดออกไปให้หมด!!

“อ่ะ...ซี้ด ชอบแบบเจ็บ ๆ ใช่ไหมมึง!” เรียวมะผละออกมาพูดเสียงน่ากลัว เพราะอีกฝ่ายกัดปากเขาจนแตกแล้วเลือดก็ไหลซึมเข้าสู่โพลงปาก

จากที่เขาจะแกล้งให้มันตกใจเล่น ๆ ตอนนี้กลับก้มลงไปบดจูบใหม่แต่รุนแรงจนกลิ่นบุหรี่ รสคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพลงปากเล็ก ๆ กองทัพทุบเขาพร้อมกับร้องประท้วงเมื่อเรียวมะมันเล่นขบกัดปากล่างเขาจนมันแตกหลายจุด รสคาวของเลือด ปลายลิ้นร้อนดันปลายลิ้นเล็ก ๆ เล่นก่อนจะเกี่ยวมันออกมาดูดแรง ๆ ตรงปลายลิ้นเล็กจนกระทั่งกองทัพหน้าซับสีเลือดด้วย เด็กหนุ่มยืนงง มึน เบลอ แม้ว่าเรียวมะจะทิ้งเขาและขับรถออกไปได้หลายสิบนาทีแล้วก็ตาม

“อึก! มะ มึง!... ไอ้เหี้ยเรียว มึง!!!”

ตอน 3

KEEP IN MIND 2

วันต่อมา...

คำพูดของเรียวมะมันกวนใจจนทำให้กองทัพนอนไม่หลับ และเพราะเพื่อนของไอ้บ้านั่นมันตั้งใจเอาปากสกปรกมาจูบตัวเองด้วยยิ่งทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าโกรธอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขมวดคิ้วจนยุ่ง กองทัพขับรถออกมาจากคอนโดส่วนตัวของตนเองเพื่อจะตามหาบางสิ่ง...

“ไอ้เหี้ยคิงส์ มึงเจอกูแน่!” กองทัพกัดฟันแน่นตอนที่ขับรถมารอใต้คอนโดคิรินทร์ได้สักพักแล้วเห็นไอ้ตัวการมันเดินหัวเสียลงมา จากนั้นคิรินทร์ก็ขับรถออกไปด้วยความเร็วสูง เสียงล้อบดกับพื้นถนนของจากัวร์สีดำวิ่งตามออกไปทันที ไม่ว่ายังไงวันนี้

เขาต้องพาปั้นจั่นกลับมาเป็นของตัวเองให้ได้!

เอี๊ยดด...!!!

ตามมาไม่เท่าไหร่คิรินทร์ก็เหมือนจะรู้ตัวว่ากองทัพอยู่ด้านหลังเขา แล้วไอ้เด็กผีนั่นมันก็ไล่บี้ เปิดไฟกระพริบใส่เขาไม่เลิกรา คิรินทร์เบรกเอี๊ยดเป็นจังหวะที่กองทัพขับปาดขึ้นข้างหน้าแล้วขวางทางคิรินทร์เอาไว้

“มึงลงมาเลย ไอ้เหี้ย” กองทัพเปิดประตูรถราคาแพงของตัวเองแล้วลงมายืนพิงฝากระโปรงรถรอคิรินทร์ก่อนแบบไม่เกรงกลัว แม้ว่าคิรินทร์จะอายุเยอะกว่าเกือบสิบปีก็ตาม อีกฝ่ายเปิดประตูรถลงมาได้ก็ขมวดคิ้วใส่กองทัพอย่างแปลกใจ แต่ว่ากองทัพไม่สน ประเด็นของวันนี้คือปั้นจั่นไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้วกองทัพก็รู้ว่าเป็นฝีมือไอ้เวรนี่!

“ขับรถแบบนี้ มึงไปขับเล่นที่สวนหญ้าหน้าบ้านมึงนะ”

“ปั้นจั่นอยู่ไหน” กองทัพจ้องหน้าคิรินทร์ตาเขียวปั๊ด สาบานเลยวันนี้เขาจะต่อยมันให้ปากแตก!

“หืม? ถามหาคนของตัวเองกับคนอื่นแบบนี้นี่บ่งบอกสันดานได้เลยนะเว้ย หึ ๆ”

“อย่ามาเล่นลิ้นกับกู ไอ้คิงส์! กูรู้นะว่ามึงจับเมียกูไป! อยากแดกอ้วกที่กูคายไว้จริง ๆ ด้วยสินะ?” บางอย่างมันทำให้กองทัพพูดออกมาแบบนั้น เด็กคนนี้ไม่รู้หรอกว่าทำไมตัวเองต้องอยากเอาชนะคิรินทร์ไปเสียทุกเรื่องด้วย รู้แค่ว่าเขาจะพูด จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะเหยียบข้ามหัวไอ้บ้านี่ไปให้ได้!

“เมีย? เมียมึงเหรอ...คนไหนล่ะวะ ยัยเมมินที่กำลังจะร่วมหุ้นโชว์รูมด้วย หรือว่ายัยผู้หญิงรุ่นแม่มึงที่เอาเงินมาล่อให้มึงเอากับเธอ... บอกตามตรงนะเว้ยว่ากูโคตรสมเพชมึงว่ะทัพ” พอโดนพูดใส่แบบนั้นเข้าหน่อย เด็กคนนั้นก็โมโหง่าย ๆ เหมือนตัวเองเป็นกองฟืนแค่รอคิรินทร์มาสะกิดด้วยสะเก็ดไฟ กองทัพก็ลุกโชนขึ้นมาแบบทันที ซึ่งนั่นคือจุดอ่อนของกองทัพและเด็กคนนี้ไม่มีวันรู้ตัวเอง

“เมียกูก็คนเดียวกันกับที่มึงจ้องจะงาบไงวะ แต่เสือกทำไม่ได้…เพราะเขารักกูว่ะ” เด็กหนุ่มแสยะยิ้มเมื่อพูดออกไปแบบนั้นแล้วคิรินทร์หน้าเสีย ความจริงเป็นยังไงพวกเขาต่างรู้กันดี แค่ตอนนี้ปั้นจั่นยังอยู่ในอำนาจของกองทัพเท่านั้น

“…”

“ไม่รู้เหรอ พี่คิงส์... ปั้นจั่นน่ะเกลียดมึงเข้าไส้ เขาบอกกูตลอดนะว่าเขารังเกียจคนอย่างมึง เวลาที่มองหน้ามึงแล้วโคตรอยากจะอ้วกออกมาให้หมดไส้หมดพุง!”

“....!”

“เลิกยุ่งกับคนของกูได้แล้ว!”

“ถ้าเด็กนั่นอยู่กับกูจริง ๆ แล้วมึงจะทำไม?”

“ง่าย ๆ เลยนะ มึงก็แค่คืนของ ๆ กูมา เรื่องเดิมพันคืนนั้นกูก็ให้เงินมึงไปแล้วไง และเงินมันก็มากพอที่จะแลกกับตัวปั้นจั่นดะ-”

ผัวะ!!!

กองทัพยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ คิรินทร์ก็ก้าวเข้ามาซัดหมัดหนัก ๆ ใส่ข้างแก้ม แรงนำพามหาศาลของคิรินทร์ส่งผลให้กองทัพเซไปกระแทกกับรถตัวเองที่จอดอยู่ด้านหลัง มุมปากที่มีบาดแผลอยู่ก่อนเริ่มซึมหยาดเลือดแล้วมันก็ไหลเข้าสู่โพรงปากเด็กคนนั้น ถ้าคิดว่ากองทัพจะยืนให้คิรินทร์มันต่อยเอา ต่อยเอาฝ่ายเดียวละก็...คิดผิด!

“ถุ้ย! มึงจะเอาใช่ไหม!”

“เด็กเหี้ย ๆ แบบมึงไม่มีสิทธิ์ตีค่าปั้นจั่นแบบนั้น!”

“กูจะทำยังไงกับคนของกูก็ได้! มึงอย่าสะเออะให้มากไอ้คิงส์!” กองทัพหันกลับมามองคิรินทร์ด้วยสายตาไม่ยอมแพ้แล้วยืนนวดหน้าตัวเองฝั่งที่โดนมันต่อยเมื่อครู่ ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแล้วคิดเหรอว่าเขาจะปล่อยให้ตัวเองปากแตกอยู่คนเดียว!

ผัวะ!!!

เด็กหนุ่มกระชากคอเสื้อคิรินทร์แล้วซัดหมัดใส่หน้าคิรินทร์จัง ๆ คนสองคนตะคอกใส่หน้ากันอย่างเดือดดาล กระทั่งคิรินทร์ถีบเข้าที่กลางลำตัวกองทัพแล้วเด็กหนุ่มก็จุกจนตัวงอ สีหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บและที่สำคัญคือมันจุกจนพูดไม่ออก คิรินทร์ชี้หน้าด่ากองทัพเสียงดังลั่นข้างถนนแล้วแต่ละประโยคก็ฟังไม่ได้เลย เพราะว่าหยาบคายเหมือนปากผู้หญิงร้าย ๆ ไม่มีผิด!

“อะ อึก... อย่าเสือกมาสอนกู!!” เขาลุกขึ้นแล้วกระหน่ำกำปั้นใส่หน้าคิรินทร์อีกครั้ง ในจังหวะที่กำลังจะเสยปลายคางไอ้บ้านี่แรง ๆ สักที คอเสื้อกองทัพก็ถูกกระชากออกอย่างรุนแรง!

“กัดกันข้างถนนเพื่อ!? พวกมึงเป็นหมาใช่ไหมห๊ะ!!!” รสคาวเลือดไหลเข้าตามร่องปากได้กลิ่นมันติดจมูกตลอดทั้งความเจ็บ เรียวมะกระชากกองทัพออกแล้วตบแก้มเรียกสติสองทีติด ๆ เด็กคนนั้นมึนไปเลย พอลืมตาได้สติขึ้นมา เรียวคิ้วสวยก็ขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ!

ไอ้เรียวมะอีกแล้วเหรอ!!!

“ยะ อย่ามายุ่ง!!!!” กองทัพตะคอกใส่หน้าเรียวมะ ผู้ชายคนนั้นหัวเราะหึในลำคอเบา ๆ ด้วยความชอบใจ ไอ้เด็กนี่ สงสัยเตือนด้วยวาจาดี ๆ แล้วไม่ชอบใช่ไหมวะ...

ตุ้บ!!!

“อย่ามาตะโกนใส่หน้ากู”

กำปั้นหนัก ๆ แบบผู้ชายซัดเข้ากลางท้องกองทัพที่เดิมเน้น ๆ เด็กคนนั้นตาค้างแล้วเลือดก็กระเซ็นออกมาจากริมฝีปากอิ่มเพราะแรงต่อยเมื่อครู่นี้ของเรียวมะมันก็ไม่ใช่เบา ๆ เหมือนตั้งใจต่อยแล้วก็รู้ด้วยว่าต่อยตรงไหนมันจะเจ็บมากกว่ากัน

“มะ มึง...!”

“กูกลับมาคิดบัญชีกับมึงแน่ไอ้ทัพ” เรียวมะพูดแค่นั้นจริง ๆ ด้วยสายตาน่ากลัว เขาผลักกองทัพให้ล้มลงไปนอนกับพื้นแบบไม่แยแสว่ามันจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน ร่างสูงเดินกลับไปดึงตัวเพื่อนที่โดนเด็กมันเล่นสภาพดูไม่ได้ เรียวมะหันกลับมาปรายหางตามองด้วยความเยาะเย้ย

แค่หมัดเดียวก็ลุกไม่ขึ้นแล้วเหรอวะ...

เรียวมะพาคิรินทร์ไปทำแผลก่อนแล้วแวะเข้ามาดูเด็กอีกคนที่โดนเพื่อนเขาล่ามติดเตียงเอาไว้ ปั้นจั่นที่เคยเห็นตอนแรกก็แค่เด็กตัวเล็ก หน้าดุตาเฉี่ยวคม ดูสวยราวกับผู้หญิงผมสั้น แต่ขอเถอะ... พออาละวาดทีแล้วข้าวของในห้องพังเละเทะแบบนี้ สวยแค่ไหนเขาก็ขอบาย... พอมาเจอแล้วเหมือนเด็กบ้าคลั่งสติแตก ร้องไห้ตาแดงก่ำ ตามเนื้อตัวก็เขียวฟกช้ำซึ่งสภาพคิรินทร์ก็ไม่ต่างกันเลย คิรินทร์ทะเลาะกับปั้นจั่นรุนแรงจนเสียงดังออกมาข้างนอก ยอมรับว่าเพื่อนเขาตอนที่มันบ้าขึ้นมาก็ไม่ต่างอะไรกับคนโรคจิต มันไม่สนใคร ไม่แคร์ด้วย รู้แค่ต้องได้เลือดเท่านั้น คิรินทร์ทำอะไรได้มากกว่าที่ใครหลายคนคิดและเรียวมะก็ไม่เสี่ยงที่จะโดนมันฆ่า

เขาโดนไล่ตะเพิดออกมาจากห้องเพราะถ้าเป็นเรื่องปั้นจั่นละก็...คิรินทร์ไม่สนใครหน้าไหน เพื่อนเขาเลือกแต่เด็กคนนั้นเท่านั้น

“เมียไอ้คิงส์แม่งน่ากลัวฉิบหาย”

‘ภีรภรณ์’ เพื่อนในกลุ่มเอ่ยขึ้นตอนที่พวกเขายืนอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน เรียวมะแค่แสยะยิ้มร้ายกาจเท่านั้น ไม่ได้ตอบอะไร ใบหน้าก็ไร้อารมณ์...

“แล้วกูหวังว่าไอ้คิงส์มันจะไม่ฆ่าไอ้เด็กนั่นตายห่าก่อนนะ”

“มันกล้าเหรอ...มึงก็รู้มันรักของมันแค่ไหน”

“แต่อารมณ์มันน่ากลัวไง มึงไม่คิดเหรอวะ บางทีเด็กนั่นอาจจะกลัวมันแล้วคิดสั้นก็ได้”

“ให้แม่งตายห่าไปเลยก็ดี กูรำคาญมามากล่ะ...ส้นตีนอะไรก็ไอ้เด็กเหี้ยนั่น กูไม่เห็นแม่งจะมีดีอะไร” เรียวมะพูดจบก็แค่นหัวเราะออกมาอีก ถ้าไม่ติดว่าคิรินทร์คือคนที่เรียวมะยกให้ขึ้นหิ้งล่ะก็...สาบานเลยว่าเขาจะดักตีหัวไอ้เด็กที่ชื่อปั้นจั่นสักวัน แต่เพราะว่าสำหรับเรียวมะแล้วคิรินทร์คือของสูงที่แตะต้องไม่ได้ ถ้ามันรักใคร เขาก็รักด้วย แต่ขอเลยอย่ามาทำร้ายจิตใจมัน แค่เท่านี้เพื่อนเขาก็รับไม่ไหวแล้ว...

“แล้วนี่มึงจะไปไหน การงานไม่คิดจะทำกันแล้วใช่ไหมพวกมึง วัน ๆ เอาแต่คิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ”

“คนมีเมียเป็นตัวเป็นตนอย่างมึงมีสิทธิ์พูดแบบนี้เหรอ” แม้แต่กับเพื่อนกันเรียวมะยังจิกกัดเหมือนโกรธกันมาเป็นชาติ ไอ้ใบหน้าไร้ความรู้สึก ไร้อารมณ์เหมือนน้ำเย็น ๆ ในมหาสมุทรแบบนั้นเมื่อไหร่เรียวมะจะเลิกทำ ปั้นหน้าเดียว 24 ชั่วโมงก็น่ากลัวไม่อยากเข้าใกล้พอแล้ว แถมมันยังมาพูดแรงต่อยหนักแบบนี้อีก ชาตินี้ทั้งชาติก็ฝันไปเถอะว่ามึงจะมีเมียดี ๆ สักคน ไอ้เพื่อนยาก...

“มึงก็หาสักคนสิวะ แต่หน้าหล่อ ๆ อย่างมึงแค่กระดิกนิ้วผู้หญิงสวย ๆ ก็วิ่งมาเป็นขบวนแล้วเถอะ”

“แค่ของกินเล่นมึงเข้าใจไหมพี กูไม่อยากมีใคร มันน่ารำคาญจะตายไป”

“กูเลือกได้แบบพวกมึงบ้างก็ดีซิ ทุกวันนี้ที่มีอยู่ก็พ่อแม่หาไว้ให้ละวะ เหอะ ๆ” ภีรภรณ์พูดแล้วหัวเราะเยาะตัวเอง เรียวมะมองด้วยสายตาน่ารำคาญ เขาเปิดประตูรถแล้วขับออกไปทันที ขนาดเพื่อนยังไม่ล่ำลา...

กองทัพนั่งอยู่กลางบ้านรุ่นพี่ของตัวเอง ‘หัสดินทร์’ หรือ หัสด์ พวกเขาค่อนข้างสนิทกันเพราะเรียนมาด้วยกันตั้งแต่ตอนที่กองทัพยังอยู่ต่างประเทศ กระทั่งย้ายมาประเทศไทย หัสดินทร์ก็ยังตามมาด้วย แม้มันจะน่าแปลกใจแต่กองทัพก็รู้สึกขอบคุณหัสดินทร์จริง ๆ ที่ไม่เคยทิ้งเขา

“โอ๊ย! มันเจ็บนะเว้ย!”

“กูจิ้มแรงกว่านี้ดีไหมห๊ะ สอนกี่ครั้งแล้วว่าพูดกับผู้ใหญ่ให้พูดเพราะ ๆ เด็กนี่!” หัสดินทร์จิ้มสำลีชุบแอลกอฮอล์ล้างแผลใส่มุมปากกองทัพแรงขึ้น เด็กหนุ่มเบ้หน้าด้วยความแสบแล้วต่อยหน้าขารุ่นพี่แบบไม่แรงนัก

“แม่ง!”

“เมื่อไหร่มึงจะหยุดไปกวนตีนมันสักที ก็รู้อยู่ว่าพี่คิงส์มันบ้าเลือด วอนตีนพี่เขาก็โดนกลับมาแบบนี้ทุกที มึงจะพอได้รึยังกองทัพ” พูดถึงกองทัพกับคิรินทร์ก็มีแต่เรื่องต่อยตีกัน สองคนนี้ไม่เหมือนพวกคนเกลียดขี้หน้ากันทั่วไป เจอกันเมื่อไหร่คือใส่กันยับเยินทุกรอบ กองทัพก็ส่วนกองทัพ คิรินทร์ก็เหมือนคนบ้าจี้ที่พอโดนเด็กแหย่นิดแหย่หน่อยไม่ได้

“มึงเรียกมันว่าพี่เพื่ออะไรห๊ะ!”

“ก็เขาเป็นรุ่นพี่ แล้วมึงก็ควรเรียกกูว่าพี่ซะบ้าง!”

“ไม่เรียกเว้ย!”

“เออดี! อย่าให้ได้ยินว่าเรียก เพราะกูก็ไม่ได้อยากเป็นพี่มึงมากนัก” หัสดินทร์พูดสื่อนัยบางอย่างที่เด็กโง่ ๆ อย่างกองทัพไม่เคยทำความเข้าใจมันสักครั้ง หัสดินทร์รู้ว่ากองทัพนิสัยแบบไหน ที่จริงแล้วเด็กคนนี้ก็แค่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัวเท่านั้น ครอบครัวที่ไม่เคยมอบความรักให้ มีแต่เงินทอง อำนาจ ศักดิ์ศรีบ้าบออะไรที่กองทัพไม่เคยต้องการ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้

“พล่ามเหี้ยอะไรห๊ะ”

“อะไรก็ได้ที่มึงไม่เคยเข้าใจกูเลย กองทัพ…”

“พูดมาก น่าเบื่อ! กูกลับล่ะ...” เด็กหนุ่มกระชากเสียงเจือปนความหงุดหงิดใส่เขาเสมอ แต่หัสดินทร์ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะรู้ว่ากองทัพก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหน... เสียงประตูบ้านเขากระแทกปิดดังลั่นตามประสาเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจคนนั้น หัสดินทร์ส่ายหน้าไปมากับความดื้อของกองทัพ และเขาไม่รู้จะแก้มันยังไงแล้ว...

กองทัพขับรถออกมาจากบ้านหัสดินทร์ด้วยอารมณ์ไม่คงที่เท่าไหร่นัก ยอมรับว่าหงุดหงิดเรื่องคิรินทร์มาก ไหนจะปั้นจั่นอีก จิตใจเด็กหนุ่มไม่สงบสักวินาทีเลย เอาแต่คิดวนไปวนมาว่าจะหาวิธีติดต่อกับปั้นจั่นยังไง รู้ตัวอีกทีตอนที่ขับรถมาจอดนิ่งใต้คอนโดของตัวเอง กองทัพใช้เวลานั่งอยู่ในรถสักพัก ร่างโปร่งถึงได้เดินออกมา แต่พอมองไปที่ทางเดินเข้าของคอนโดเห็นว่าใครยืนอยู่ก่อนแล้วเด็กคนนั้นก็ถึงกับชะงัก...

เรียวมะมาทำอะไรที่นี่!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED