หลายวันผ่านไป
ฉันไม่ได้ออกไปไหนที่ร้านกาแฟก็ฝากลูกน้องดูแลแทน เพื่อนของฉันแวะมาเยี่ยมบ้างแต่พวกมันก็มาไม่บ่อย บอกว่าอยากให้ฉันอยู่กับตัวเองและตอนนี้ฉันก็โอเคขึ้นบ้างแล้ว
คงเป็นเพราะฉันห่างจากความรักมานาน พอมาเปิดใจรับใครแล้วต้องเจอกับความเจ็บปวดก็เลยเสียใจมาก แต่ต่อไปนี้ฉันจะพยายามเข้มแข็ง จะไม่อ่อนแอแบบที่ผ่านมาอีก แล้วก็จะไม่ทำตัวโง่ๆ ขอร้องให้พี่เพิร์ทกลับมาด้วย
กริ้ง~เสียงโทรศัพท์ในมือของฉันดังขึ้น เบอร์ที่โทรมาคือเบอร์ของอลิช ฉันจึงรีบกดรับสาย
( ว่าไงแก ) ฉันถาม
( แกโอเคขึ้นหรือยัง พอดีฉันอยากจะให้ไปดูอลันที่คอนโดให้หน่อยน่ะ โทรไปไม่รับสายเลย )
( อื้อฉันอยากออกไปข้างนอกอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวจะแวะไปดูให้นะ )
จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากจะรับปาก แต่เพราะเพื่อนขอร้องจึงปฏิเสธไม่ได้ น้ำเสียงของอลิชเหมือนจะกังวลไม่น้อยที่น้องชายตัวเองเงียบไป
( ขอบคุณมากนะแก ยังไงก็บอกให้อลันโทรกลับมาหาฉันด้วยนะ ห้องอลันอยู่ตรงข้ามกับห้องฉันที่คอนโดเก่านั่นแหละ )
( อื้อๆ )
หลังจากกดรับสายแล้วฉันก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว วันนี้จะเป็นวันแรกที่ได้ออกไปข้างนอกหลังจากที่อุดอู้อยู่แต่ในห้องมาหลายวัน
#คอนโด
ฉันขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่อลิชเคยพักอยู่แล้วเดินไปหยุดที่หน้าห้องฝั่งตรงข้ามตามที่เธอบอก พอมาหยุดยืนที่หน้าห้องก็ยกมือขึ้นมากดกริ่ง
รอไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก อลันมองฉันด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เปลี่ยนใจอยากมานอนด้วย ?”
ฉันอยากจะฟาดปากเข้าให้สักทีจริงๆ ไอ้เด็กนี่ คิดเรื่องลามกแบบนั้นได้ยังไง ภายนอกเขาดูเป็นคนเงียบขรึม เย็นชา แต่พอพูดออกมามันไม่น่าฟังเอาซะเลย
อุตส่าห์ไม่คิดถึงเรื่องที่เจอกันที่คลับแล้วนะ เพราะฉันคิดว่าเขาเมา แต่พอได้ยินแบบนี้คงไม่ใช่เมาแล้ว
“อลิชให้ฉันมาดูนาย”
“ดูทำไม ?”
“แล้วทำไมนายไม่รับสายพี่สาวบ้างล่ะ รู้ไหมว่าอลิชเป็นห่วง ต้องลำบากฉันมาดูอีก” ฉันบ่นออกไปยาวเหยียด เด็กนี่เย็นชาชะมัด ทำเป็นหูทวนลมอีกต่างหาก
“นายไม่เป็นอะไรก็แล้วไป งั้นฉันกลับก่อนแล้วกัน”
“เดี๋ยว”
พอฉันจะเดินไปอลันก็เรียกไว้ เขานิ่งไปครู่หนึ่งเอาแต่มองหน้าฉัน สายตาแบบนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ
“ป้าทำอาหารเป็นหรือเปล่า ?”
กรี๊ดดดดด ไอ้เด็กบ้าบังอาจเรียกฉันว่าป้างั้นเหรอ อายุฉันยังไม่ถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ!!
“หูตึงแล้วเหรอ ?” พอฉันไม่ตอบเขาก็พูดขึ้นมาอีกแต่ละคำนี่มันฟังไม่รื่นหูเอาซะเลย
“ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้น!”
“อ่า! ถ้าอย่างนั้นจะเรียกป้าว่าอะไรดี” อลันขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ ฉันจึงรีบถอยหนี แต่เขากลับก้าวขาเดินมาใกล้ฉันอีก เขาเดินมาใกล้พร้อมกับพูดไปด้วย “จะให้เรียกว่า คุณ เธอ หรือ….”
“ระ เรียกพี่สิ ฉันอายุเยอะกว่านาย”
“อืม! ขอเรียกพี่เวลาที่อยากจะเรียกก็แล้วกัน ทำอาหารเป็นหรือเปล่า ?”
“อะ อื้อ เป็นสิ”
“งั้นก็ทำให้กินหน่อย” เขาบอกแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องโดยที่เปิดประตูไว้
“เฮ้!นี่! ฉันไม่ใช่คนรับใช้นายนะ” ฉันบอกตามหลังแต่อลันทำเป็นหูทวนลม “นั่นห้องครัว อ๋อ! ไม่ชอบกินเผ็ดมากนะ ไม่ต้องทำอะไรที่มันรสจัด”
โอเค๊! ให้มันได้แบบนี้สิ น้องชายเพื่อนก็เหมือนน้องชายฉัน ท่องเอาไว้แพร
ฉันเดินเข้ามาในห้อง ยังเดินได้ไม่กี่ก้าวเสียงของอลันก็พูดขึ้นมาอีก
“ปิดประตูห้องด้วย”
ให้มันได้แบบนี้สิ! ถ้านายไม่ใช่น้องชายอลิชฉันไม่มีทางทำตามคำสั่งแบบนี้แน่
ฉันเดินกลับมาปิดประตูกระแทกเสียงแบบประชด ทำให้ถูกสายตาดุดันของอลันจ้องเขม็ง แต่ฉันไม่ใส่ใจรีบเดินไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นดูว่ามีอะไรพอจะทำอาหารได้บ้าง
แต่ทว่าในตู้เย็นมีแค่ไข่กับหมูที่กำลังจะเน่า สายตาเหลือบไปเห็นมาม่าพอดีก็เลยต้มมาม่าให้ ง่ายดี ฉันจะได้รีบๆ กลับ
ในขณะที่กำลังรอน้ำเดือดอยู่ฉันก็นึกสงสัยตัวเองว่าทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย บ้าจริงๆ เลย
พอทำมาม่าเสร็จฉันก็ยกออกมาวางไว้ตรงหน้าอลันที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
“ฉันไปแล้วนะ”
“ใครล่ามโซ่ไว้ ?”
จุก!! เป็นคำถามที่ทำเอาคนฟังอย่างฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก ก็แค่บอกตามมารยาทไม่เห็นจะต้องตอบกลับมาแบบไร้มารยาทอย่างนี้เลย ตัวเองเป็นคนใช้ให้ฉันทำของให้กินแท้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี
“อย่าลืมโทรหาพี่สาวนายก็แล้วกัน”
ฉันบอกทิ้งท้ายจากนั้นก็รีบเดินออกมาจากห้องทันที พอออกมาจากห้องเดินไปได้ไม่ไกลก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนฉัน ตอนแรกก็ไม่อะไรเหรอกแต่พอเห็นผู้หญิงคนนั้นหยุดที่หน้าห้องอลันต่อมความขี้สงสัยของฉันก็เริ่มทำงาน
ฉันหยุดมองครู่หนึ่งเห็นว่าอลันเปิดประตูให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในห้อง แต่ก่อนจะปิดประตูเขาได้หันมามองทางฉัน ด้วยความตกใจฉันจึงรีบหมุนตัวแล้วเดินไปที่ลิฟต์ทันที
เด็กคนนี้คงจะร้ายไม่เบา…
#คอนโด
หลังจากไปตรวจงานที่ร้าน Coffee เป็นร้านเล็กๆ ของฉันเอง กลับมาถึงคอนโดก็ช่วงเย็นๆ คงเป็นเพราะว่าอยู่ที่ห้องมานานหลายวันมันถึงทำให้ฉันรู้สึกเบื่อแบบนี้ จะไปหาอลิชก็ไม่ได้ ตอนนี้นางใจอ่อนให้สามีแล้วคงอยากมีเวลาส่วนตัว
ฉันหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าแล้วพิมพ์แชตกลุ่มไปหาเพื่อน
ฉัน: วันนี้ไปดื่มกัน
พอฉันพิมพ์บอกไปทั้งขวัญและมินนี่ก็พิมพ์ตอบกลับมาเร็วมากๆ
ขวัญ: เย้!! ในที่สุดเพื่อนคนเดิมของฉันก็กลับมาสักที รู้ไหมไม่ได้ยินแกชวนไปดื่มตั้งนานโคตรเหงาเลย
ฉัน: ขนาดนั้นเชียว ?
มินนี่: แล้วแกโอเคขึ้นหรือยังเรื่องผู้ชายคนนั้น
ฉัน: อื้อ โอเค
ขวัญ: ตอบแบบนี้แปลว่าไม่ชัวร์
มินนี่: ไปแล้วทำหน้าหงอยแบบรอบที่แล้วตบนะคะ
ฉัน: สามทุ่มครึ่งเจอกันที่หน้าคลับแล้วกัน
พวกนางรู้ดีว่าฉันหมายถึงคลับไหน เพราะเราจะมีคลับที่ไปดื่มกันประจำ
พิมพ์บอกเสร็จฉันก็กดปิดแชตแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ชีวิตตอนนี้รู้สึกว่ามันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น มันว่างเปล่าจริงๆ เมื่อไหร่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมสักทีนะ
เวลา 21:30 น. #คลับหรูใจกลางเมือง
ทั้งที่ฉันนัดสองคนนั้นเวลานี้แท้ๆ แต่ไม่เห็นจะมีใครโผล่หัวมาเลย พอฉันโทรถามก็บอกกำลังจะออกมา กำลังออกมาที่ว่าคงไม่ใช่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จเหรอกนะ
“แพร”
ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปรอเพื่อนในคลับจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อของฉันดังขึ้น เสียงนั้นเป็นเสียงที่ฉันคุ้นเคย
“…พี่เพิร์ท”
ฉันเผลอกำมือแน่นเมื่อเห็นพี่เพิร์ทกำลังเดินมาทางนี้ ทั้งที่พยายามจะลืมแล้วแท้ๆ แต่ทำไมต้องมาเจอกันแบบนี้อีก
“มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ ?” พี่เพิร์ทมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครมากับฉันจึงถาม
“แพรมากับเพื่อนค่ะ เดี๋ยวเพื่อนตามมา” แปลกนะ ทั้งๆ ที่ฉันควรจะเกลียดผู้ชายคนนี้แท้ๆ เพราะเขาเป็นคนทิ้งฉันไป เขาเป็นคนทำให้ฉันเจ็บปวด แต่ทำไมฉันถึงยังหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้เจอหน้า
“เดี๋ยวนี้มาเที่ยวบ่อยนะ” ที่ถูกถามแบบนี้ก็เพราะตอนฉันคบกับเขาฉันไม่ได้มาคลับเลย พี่เพิร์ทไม่ชอบให้เที่ยวทั้งที่ฉันชอบดื่มชอบปาร์ตี้แต่ก็ยอมตามใจเขา
“ไม่มีคนห้ามแล้วนี่คะ” ฉันจ้องลึกไปที่ดวงตาของผู้ชายตรงหน้า มันไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า
“วันนั้นไม่เห็นไปรอพี่ที่ห้องเลย”
“…..” เมื่อถูกถามแบบนี้มันก็จุกอกเหมือนกันนะ ความต้องการของเรามันต่างกันจริงๆ
“พะ แพรขอตัวก่อนนะคะ”
หมับ! ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาเดินพี่เพิร์ทก็รั้งแขนฉันเอาไว้ซะก่อน
“ไปหาที่เงียบๆ คุยกันหน่อยไหม”
“มีอะไรต้องคุยอีกเหรอคะ” ฉันพยายามจะดึงมือกลับแต่เขาไม่ยอมปล่อย
“ไปคุยกันที่ห้องพี่ได้ไหม ?”
แค่เอ่ยปากมาแบบนี้ฉันก็รู้แล้วว่าความต้องการของผู้ชายตรงหน้าคืออะไร วันนั้นฉันคิดน้อยไปที่บอกว่าจะยอมเขา แต่ตอนนี้ต่อให้ยังรักอยู่ฉันก็ไม่ยอม เพราะพี่เพิร์ทไม่ได้รักฉันเลย
“แพรกับพี่เพิร์ทเลิกกันแล้ว ต่างคนต่างอยู่แล้วจะให้ไปที่ห้องเพื่ออะไรเหรอคะ อยากได้แพรขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันยิงคำถามออกไปตรงๆ ทำให้เขาเงียบ
ฉันเบือนหน้าหนีสายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มวัยรุ่นกำลังเดินมาทางนี้ หนึ่งในนั้นมีเด็กผู้ชายที่ฉันรู้จัก ‘อลัน’
อลันมองมาด้วยสายตาที่เย็นชา ฉันพยายามส่งสายตาสื่อให้เขารู้ว่าฉันต้องการความช่วยเหลือ แต่ทว่าเขากลับเฉยเมยและเดินผ่านไปทำเหมือนไม่รู้จักฉันเลยด้วยซ้ำ
“พี่รู้ว่าแพรยังรู้สึกดีกับพี่อยู่นะ”
“ปล่อยแพร” ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดดึงแขนตัวเองจนหลุดพ้นจากการจับกุมของพี่เพิร์ท ก่อนจะพูด “ใช่แพรยังรู้สึกและแพรก็เสียใจมากที่ยังรักผู้ชายที่เห็นแก่ได้แบบพี่”
ฉันพยายามกลั้นเสียงสั่นเครือเอาไว้พอพูดจบก็รีบเดินเข้ามาในคลับ ไม่รู้ว่าพี่เพิร์ทได้ตามมาหรือเปล่าเพราะฉันไม่ได้หันกลับไปมองเขาอีกเลย
วันนี้คนค่อนข้างเยอะคงเป็นวันศุกร์ด้วยโชคดีที่จองโต๊ะเอาไว้แล้ว ส่วนหนึ่งที่ฉันชอบมาดื่มที่นี่คงเป็นเพราะสนิทกับเจ้าของคลับด้วย เจ้าของที่นี่ชื่อเฟย ฉันจะเรียกเขาว่าเฮียเฟย เมื่อก่อนเฮียเฟยเข้ามาจีบฉันแต่ฉันไม่ได้เล่นด้วย จีบไปจีบมาเราก็สนิทกัน ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากๆ ไปแล้ว
“มาคนเดียวเหรอ เพื่อนล่ะ ?” เฮียเฟยเดินมาทักทายฉัน
“เดี๋ยวตามมาค่ะเฮีย”
“ห่างหายไปนานนึกว่าจะเลิกเที่ยวไปแล้วซะอีก”
“ของแบบนี้เลิกได้ที่ไหนล่ะคะ คงต้องรอให้แก่จนถือไม้เท้าก่อน ^_^”
“ถ้าอย่างนั้นก็มาทุกวันสิ เฮียอยากเห็นหน้าแพรทุกวัน” ถึงเราจะอยู่ในฐานะพี่น้องแต่เฮียเฟยก็ชอบหยอดคำหวานใส่ฉันประจำ
“เฮียไม่มีงานทำเหรอคะ ?”
“ถามแบบนี้แปลว่าไล่ ?”
“เปล๊า!” ฉันพูดเสียงสูงทำให้ถูกมองค้อน
ขณะที่กำลังคุยๆ กับเฮียเฟยอยู่เพื่อนๆ ทั้งสองคนของฉันก็เสด็จมาที่โต๊ะ
“เฮียเฟยสวัสดีค่ะ / สวัสดีค่ะเฮีย” ทั้งมินนี่และขวัญทักทายเฮียเฟยอย่างสนิทสนม
“งั้นเดี๋ยวเฮียไปตรวจงานก่อนนะ มีปัญหาอะไรบอกเฮียได้”
ก่อนจะเดินไปเฮียเฟยเอามือมายีผมฉันเบาๆ และด้วยความที่ผมมันจะเสียทรงฉันจึงรีบปัดมือออกแล้วเบ้ปากใส่ไปหนึ่งที
“แกนี่ก็แปลกเฮียเฟยตามจีบมาตั้งหลายปีไม่เคยสนใจ ดันไปเปิดใจให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็มาเจ็บช้ำแบบนี้ มันน่าหยิกจริงๆ เลยนะ”
“……” พอได้ยินมินนี่ท้วงมาแบบนั้นฉันที่ยิ้มอยู่ก็หุบยิ้มทันที
“มินนี่แกมีหมาในปากหรือไง พูดทำไมเห็นไหมมันเศร้าเลย” ขวัญตีแขนมินนี่เบาๆ เพื่อตำหนิ
“ฉันโอเค” ฉันบอก
“สีหน้าแกโคตรจะไม่โอเคเลยค่ะ”
“เอางี้มาเล่นเกมสนุกๆ กัน คลายเครียด” มินนี่ออกความคิดเห็น
“เกมอะไรของแกยะ ?” ขวัญถาม
“กติกามีอยู่ว่าพวกแกต้องไปพาผู้ชายที่ฉันชี้มาดื่มที่โต๊ะให้ได้ ถ้าภายในสิบนาทียังดีลมาไม่ได้คนนั้นต้องเลี้ยงเหล้าตลอดหนึ่งเดือน”
“น่าสนอยู่นะ” ขวัญพูดแล้วหันมาถามฉัน “เอาไงแพร เล่นปะ”
“อื้อๆ ก็ได้เบื่อๆ อยู่เหมือนกัน”
“งั้นฉันขอเป็นคนออกคำสั่งคนแรก” ขวัญยกมือขึ้นสั่งมินนี่ “ยัยมินแกต้องไปพาผู้ชายโต๊ะหน้าเวทีเสื้อสีขาวคนนั้นมาดื่มที่โต๊ะ”
ขวัญขี้ไปยังเป้าหมายโต๊ะกลุ่มผู้ชายที่นั่งติดขอบเวที มินนี่ฉีกยิ้มกว้าง พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไป “รับรองว่าไม่ใช่ฉันที่แพ้แน่ๆ”
“แกว่ามันจะเอามาได้ไหมแพร” ขวัญถามฉัน
“แกก็รู้ว่ามินมันอ่อยผู้ชายเก่งอย่างกับอะไร”
“ก็จริงแฮะ”
เพียงไม่ถึงห้านาทีที่มินนี่เดินไป เธอก็เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับเป้าหมาย
“นี่เพื่อนมินเองค่ะ ^_^”
“สวัสดีครับ ^_^” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยทักทายฉันกับขวัญ
“ร้ายนะแกน่ะ” ฉันมองแขนของเพื่อนที่โอบรัดแขนผู้ชายคนนั้นไว้
เมื่อเขามาที่โต๊ะเราก็ชนแก้วกันตามมารยาท สักพักมินนี่นางก็บอกให้ผู้ชายคนนั้นไปรอที่โต๊ะแล้วเดี๋ยวจะไปหาอีกรอบ
“ฉันรอดแล้วนะ! ที่นี้ฉันขอสั่งยัยแพร” มินนี่เอ่ย
“ทำไมไม่ให้ยัยขวัญเล่นก่อนล่ะ” ฉันประท้วง
“แกก่อนเลย ฉันขอทีหลัง”
“อ่าๆ ใครชี้มา” ฉันถาม
“แกต้องไปพาผู้ชายโต๊ะนั้นมา ผู้ชายที่ใส่เสื้อสีดำคนนั้น”
ฉันมองตามมือที่มินนี่ชี้ มันคงจะเป็นเรื่องบังเอิญที่โต๊ะนั้นคือโต๊ะของกลุ่มเพื่อนของอลันน้องชายเพื่อนฉัน และที่สำคัญผู้ชายทั้งโต๊ะก็มีแค่อลันที่ใส่สีดำมาคนเดียว
“เปลี่ยนคนได้ไหม ?” ฉันถามเพื่อน
“ไม่ได้ ชี้แล้วชี้เลย ไปค่ะรีบไปเดี๋ยวนี้จับเวลานะ”
ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักมันก็ไม่อะไรเหรอก แต่นี่เป็นน้องชายของเพื่อน แต่ก็เอาเถอะเขารู้จักฉันคงจะยอมมาที่โต๊ะด้วยง่ายๆ
ฉันลุกขึ้นเดินแหวกฝูงผู้คนที่อัดเบียดกันจนมาหยุดที่โต๊ะของอลัน เพื่อนของอลันต่างเงยหน้าขึ้นมามองฉันแล้วก็ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ มีแต่อลันคนเดียวที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์ออกมา
“มาหาใครครับ ?” ผู้ชายคนหนึ่งที่โต๊ะถามฉัน
“อลัน” ฉันตอบ
“อลันเมียมามึงสนใจหน่อยสิวะ”
“ไม่ๆ ฉันไม่ใช่เมียเขานะ” ฉันรีบสายหน้าปฏิเสธเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นอะไรแบบนั้น
“มีอะไร ?” อลันเงยหน้าขึ้นมาถามเสียงเย็น จะทำขรึมไปถึงไหนก็ไม่รู้
“ไปที่โต๊ะกับฉันหน่อยแป๊บนึง”
“เพื่อ ?”
มันรู้สึกหน้าชากับความเย็นชาของเด็กคนนี้ ดูถามสิ ทั้งที่เขาเลือกจะถามคำอื่นก็ได้