แก๊ก! ผมเดินเข้าไปหามายูที่ห้องนอนแต่ก็ไม่เห็นว่าเธอนอนอยู่ในห้องเลยเดินมาดูที่ห้องไอซีนายแล้วก็เจอว่าเธอนอนอยู่ที่นี่จริงๆ “มายู”
พอเห็นว่าเฮียเดินเข้ามาในห้องก็เห็นว่าผมจะได้หลุดพ้นจากมายูแล้ว “เฮียช่วยด้วย เข้ามาตอนไหนไม่รู้เนี่ย”
“อือ~ มายูจะนอน”
มายูขานตอบกลับผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและเท้าเล็กที่ตะกุยถีบผ้าห่ม ท่าทางไม่พอใจนั่นของเธอมันขัดใจผมทุกครั้งที่ต้องเห็นมันแต่ก็ไม่กล้าลงมือกับเธอจริงๆ สักทีเพราะเห็นว่าเธอเป็นน้องสาวต่างแม่ ผมไม่เคยมองเธอเป็นลูกเลยเพราะผมไม่อยากมีลูกดื้อๆ แบบนี้ “ลุก..”
ฉันดันตัวลุกขึ้นมานั่งบนที่นอนก่อนที่จะโวยวายใส่แด๊ด “แด๊ด!~ ให้มายูนอนก่อนไม่ได้หรอเมื่อคืนฟ้ามันร้องทั้งคืน มายูไม่ได้นอนเลยนะ แถมยังเหม็นเหล้าแด๊ดซีนายจนนอนไม่หลับอีก” ฉันถีบเท้างอแงอยู่บนที่นอนแล้วจู่ๆ แด๊ดเคนโซ่ก็นั่งลงที่ข้างเตียงก่อนจะใช้มือรวบกดหยุดข้อเท้าของฉันที่กำลังถีบงอแงให้นิ่งสงบลง
“เมื่อวานโดดเรียนทำไม” ผมจ้องหน้าถามมายูเสียงเข้ม เพราะรู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทางที่ดื้อรั้นและงอแงของเธอ
ครูประจำชั้นโทรมาฟ้องแด๊ดแน่เลยแก้ตัวยังไงดีเนี่ย “คือ...”
“ไม่อยากเรียนแล้วเหรอ ถ้าไม่อยากเรียนแล้วแด๊ดจะได้พาไปลาออกแล้วให้ไปไถนาซะ” คำนี้ผมจำมาจากแม่ของผมที่เคยพูดบอกผมในวัยเด็ก แต่ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้กับมายู
“ไถนานี่ไม่ต้องใช้สมองใช่ไหมแด๊ด” ฉันหยุดคิดไม่นานก่อนจะตอบตกลงแด๊ดไป “งั้นพรุ่งนี้ไปลาออกเลยค่ะ” ฉันตอบกลับแด๊ดอย่างมั่นใจเพราะฉันคิดว่าเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์บ้านฉันรวยอยู่แล้วเรียนจบมาก็มีเงินแด๊ดใช้อยู่ดีไม่เห็นจะต้องออกไปทำงานหรือเรียนให้ปวดหัวเลย...นอนอยู่บ้านเล่นเกมดูการ์ตูนกินขนมแบบนั้นยังสนุกซะกว่า
…เธอเด็กเกินกว่าที่จะคิดสร้างอนาคตด้วยตัวเอง อีกทั้งความสะดวกสบายที่เคนโซ่และซีนายสร้างไว้ให้ มันก็ทำให้เธอคิดว่าตัวเองจะมีกินมีใช้ไปตลอดแม้ไม่ต้องออกแรงทำงาน
“คึกๆ ^^” ผมกระตุกขำกับคำพูดนั้นของมายูที่พูดตอบกลับเฮียในทันที และดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะไม่ได้พูดออกมาแบบกวนๆ แต่มันออกมาจากใจเธอจริงๆ
ตอนนี้ผมรู้สึกเอือมระอากับเธอเต็มทนแล้วล่ะ ถ้าไม่ดัดนิสัยเปลี่ยนความคิดเธอในตอนนี้หากโตขึ้นกว่านี้เธอต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหาแน่ๆ ถ้าถึงตอนนั้นผมคงจะมานั่งสอนเธอแบบนี้ไม่ได้แล้ว
ผมยืนขึ้นก่อนจะดึงแว่นที่สวมอยู่ออกใส่กระเป๋ากางเกงและอุ้มเธอขึ้นพลาดบ่าออกมาจากห้องของไอซีนาย เป็นพ่อใจดีไม่ชอบอยากเจอพ่อเล่นบทโหดใช่ไหมมายูได้
“โอ๊ยแด๊ดทำอะไรอ่ะ ปล่อยสิอย่าตีมายูนะก็แค่โดดเรียนเอง” ฉันดิ้นและร้องโวยวายเพื่อให้แด๊ดยอมปล่อยตัวฉันลงแต่เหมือนว่าแด๊ดจะโมโหเอามากๆ กับเรื่องที่ฉันโดดเรียนนี่ “งือแด๊ด ทำไมต้องโมโหด้วยล่ะครั้งก่อนแด๊ดยังไม่เห็นโมโหขนาดนี้เลย”
ห้องนอนมายู...
ผมวางมายูลงที่เตียงนอนของเธอก่อนจะเดินไปล็อคห้องและลากเก้าอี้คอมเธอมานั่งเพื่อจะคุยข้อตกลงกับเธอ “ถ้าโดดเรียนอีกครั้งแด๊ดจะเผาหนังสือการ์ตูนนี้ให้หมด แล้วคอมนี่ก็ไม่ต้องเล่นด้วย” มายูเธอติดทั้งเกมส์ติดทั้งหนังสือการ์ตูน ถึงเธอจะไม่ได้เกเรไปในทางอื่นแต่การที่เธอโดดเรียนแบบนี้ก็เป็นการทำร้ายตัวเองในอนาคตได้เหมือนกัน “ถ้าไม่เชื่อวันจันทร์หน้าลองดูได้เลย”
แด๊ดเคนโซ่จ้องหน้าโกรธใส่ฉันอย่างไม่กระพริบตา ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธฉันมากๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ยอมให้แด๊ดเผาหนังสือของฉันหลอก “ขอโทษค่ะแด๊ด”
ฉันก้มหน้ารับความผิดพร้อมกับพูดขอโทษเพื่อให้แด๊ดเห็นใจ ก่อนจะเดินลุกขึ้นไปนั่งอยู่บนตักของแด๊ดและโน้มตัวไปกอดคอเขาไว้แน่น ฉันไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดแค่แสร้งทำมันไปแบบนั้นแหละเพื่อหวังจะให้แด๊ดอภัยในความผิดนี้และไม่ทำโทษฉันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา…
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วแด๊ดจะใจอ่อนเหมือนทุกครั้งเหรอ ฮะ?”
“ฮึ^^ ไม่หายโกรธจริงหย๋อ~” ฉันฟัดจมูกลงที่แก้มของแด๊ดอยู่หลายต่อหลายครั้งเพื่ออ้อนให้เขาหายโกรธแต่สีหน้าของแด๊ดก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะเลิกเก๊กขรึมเลย จุ๊บ “มายูขอโทษนะแด๊ด ต่อไปจะไม่โดดเรียนแล้ว” จุ๊บๆๆ ฉันจุ๊บๆ ปากของแด๊ดอยู่ซ้ำๆ จนปากที่เก๊กขรึมอยู่เริ่มคลายยิ้มออกมาให้เห็น...
“พอแล้ว” ผมยกมือหนาขึ้นมาปิดกลั้นปากมายูไว้ไม่ให้จุ๊บผมได้อีกเพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนกับลูกอ้อนของเด็กดื้อ “รีบลุกไปอาบน้ำ แด๊ดจ้างครูพิเศษมาติวสอนให้แล้ว” หลังจากที่ผมบอกข่าวดีกับมายูเธอก็ลุกยืนงอแงกระทืบเท้าไม่พอใจทันที และท่าทางแบบนั้นมันทำให้ผมอยากจะตีเธอสักครั้งจริงๆ
“นี่มันวันหยุดนะแด๊ด ทำไมวันหยุดต้องเรียนพิเศษอีกล่ะ ไม่เอา” เมื่อได้ยินข่าวร้ายที่แด๊ดบอกฉันก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะแด๊ดกำลังจะทำลายวันหยุดอันแสนสนุกของฉัน
ยิ่งมายูทำกิริยาแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดและยิ่งโทษตัวเองที่แต่ก่อนไม่มีเวลาสอนเธอมัวแต่เอาเวลาไปทำงานและปล่อยให้เธออยู่คนเดียวแต่ในห้องจนกลายเป็นเด็กเกเรไม่เอาการเรียนแบบนี้
“ถ้ายังไม่เลิกนิสัยกระทืบเท้าเอาแต่ใจแด๊ดจะให้คนมายกคอมออกจากห้อง เลือกเอาว่าจะรีบไปอาบน้ำลงไปเรียนพิเศษหรือจะให้แด๊ดจัดการกับคอมนี่”
ผมพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ และน้ำเสียงที่เย็นชานั้นก็เหมือนจะทำให้มายูเริ่มมีทีท่าว่าจะเกรงกลัวต่อคำขู่ของผมมากขึ้น...ผมลุกจากเก้าอี้เพื่อจะเดินออกจากห้องแต่ยังไม่ทันได้เดินพ้นประตูก็ได้ยินเสียงของเด็กสาวพูดขึ้นเสียงของเธอสั่นเครือเหมือนกับว่าเธอจะเสียใจไม่น้อยที่โดนผมทำโทษแบบนี้
“แด๊ดใจร้าย..”
“แด๊ดจะใจร้ายกว่านี้อีกถ้ามายูยังไม่เลิกดื้อ...” ผมหันไปพูดกับเธอจบก็ดันปิดประตูทันทีและก่อนที่บานประตูจะปิดสนิทลงผมก็ได้เห็นน้ำตาของเด็กดื้อไหลอาบแก้มใสของเธอ ผมคิดว่าการที่ผมทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วล่ะผมควรจะดุเธอบ้าง ถ้าขืนยังตามใจสปอยเธออยู่แบบเมื่อก่อนเธอได้เสียคนแน่
ห้องอ่านหนังสือ...
สุดท้ายฉันก็ต้องลงมาเรียนตามที่แด๊ดสั่งเพราะกลัวว่าแด๊ดจะทำอย่างที่ตัวเองพูดขู่ไว้จริงๆ ซึ่งตอนแรกฉันก็คิดว่าแค่เรียนๆ อ่านๆ ไปแบบนั้นน่าจะชิวๆ ไม่มีอะไรมากแต่ตอนนี้เหมือนว่าจะไม่ชิวแล้วสิ
เด็กสาวขว้างสายตาฆ้อนมองมาทางผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆ กับที่เธอนั่งเรียนดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยพอใจที่ผมมานั่งเฝ้าติดตามการเรียนของเธอแบบนี้ ซึ่งวันนี้ผมก็ให้ครูจัดตรางสอนในวิชาที่เธอโดดเรียนไปเมื่อวาน...อยากไม่เข้าเรียนดีนักต้องเจอแบบนี้แหละ
เริ่มเรียนวิชาแรกก็เจอวิชาที่ฉันเกลียดที่สุดเลย ไม่รู้ว่าคนเราจะต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปทำไม ทั้งๆ ที่ก็มีเครื่องคิดเลขให้ใช้ เฮ้อ....
ระหว่างคราบเรียนมายูนั่งหาวสัปหงกตลอด ปึง! ปึง! ผมลุกเดินเข้ามานั่งอยู่ข้างๆ มายูก่อนจะทุบโต๊ะเพื่อเรียกสติของเธอให้กลับมาเพราะตอนนี้หน้าของเธอเอนลงจนจะหมอบไปกับโต๊ะอยู่แล้ว “ถ้าไม่ตั้งใจเรียนพรุ่งนี้แด๊ดจะให้อาจานเขามาสอนอีกดีไหม” มายูมองค้อนใส่ผมก่อนจะสบัดหน้าหันกลับไปมองที่กระดานไวท์บอร์ด
ให้มันได้แบบนี้สิยัยเด็กดื้อ น่าตีจริงๆ …
“วิชาสุดท้ายแล้วมายูสู้ๆ นะจ๊ะ” ฉันเอ่ยปากบอกลูกศิษย์ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะอยากนอนมากกว่าอยากเรียนให้ฮึบสู้เฮือกสุดท้าย
“ค่ะ” รอบนี้แด๊ดนั่งประกบฉันอยู่อย่างใกล้ชิดไม่ลุกห่างไปไหนเลย...ทำไมต้องบังคับกันขนาดนี้ด้วยเนี่ย
“เรื่องที่เพื่อนเรียนกันไปเมื่อวานจะเป็นเรื่องการสืบพันธุ์ หรือ การขยายพันธุ์ การสืบพันธุ์ของสัตว์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และ การสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ซึ่งมนุษย์เราจะจัดอยู่ในประเภทที่สอง”
“แล้วมนุษย์สืบพันธุ์กันยังไงคะ?” นี่เป็นวิชาแรกเลยก็ว่าได้ที่ฉันรู้สึกมีความสนใจเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียน ฉันเองก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าตัวเองเกิดมาได้ยังไงและทำยังไงถึงเกิดมา
“เอ่อ ก็คือมนุษย์...”
“เอ่อ...ผมว่าวันนี้พอแค่นี้ดีกว่านะครับ” ผมเห็นท่าทางของอาจานที่พูดตะกุกตะกักกับคำถามนั้นของมายูแล้วก็เลยพูดแทรกเธอขึ้นและคิดว่าคงให้จบการเรียนแค่ตรงนี้ดีกว่าเดี๋ยวเกิดมายูจะสงสัยอะไรขึ้นมาอีกจะเป็นเรื่องเอาผมอนุญาตให้เธอติดศูนย์วิชานี้ได้วิชาเดียว “ครูกลับได้เลยนะครับ”
“เดี๋ยวสิแด๊ดหนูยังไม่รู้เลยว่ามนุษย์สืบพันธุ์ยังไง...” อยู่ๆ ก็จะให้ครูกลับทั้งที่ฉันจะตั้งใจเรียนเนี่ยนะ
“เดี๋ยวผมเดินไปส่งนะครับ...” ผมเลือกที่จะเมินคำพูดของมายูและเดินไปส่งครูขึ้นรถที่หน้าบ้านแทน ดันมาอยากรู้เรื่องที่ไม่อยากให้รู้เนี่ยนะมายู เฮ้อจริงๆ เลยเด็กคนนี้
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
แด๊ดเคนโซ่เดินหนีหายไปจะเหลือก็แต่แด๊ดซีนายที่ยืนกินน้ำอยู่ในครัวนี่แหละ “แด๊ดคะ รู้ไหมว่ามนุษย์เราสืบพันธุ์กันยังไง”
พรวด! แคร่กๆ พอได้ยินคำถามของมายูเมื่อกี้น้ำที่ไหลเข้าปากก็พุ่งสวนกลับออกมาทันที “อะไรนะมายู?” ผมถามเธออีกครั้งเพื่ออยากให้แน่ใจว่าที่เธอพูดถามผมเมื่อกี้ผมไม่ได้คิดมากหมกมุ่นไปเอง
“มายูอยากรู้ว่าคนเราเกิดมาได้ยังไง แล้วทำยังไงถึงเกิดมา?”
“เอ่อ เกิดยังไงเหรอ..” ตอนเรียนผมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนซะด้วยสิเน้นปฏิบัติเอาอย่างเดียวแต่ถ้าจะอธิบายไปห้วนๆ แบบนั้นคงไม่เหมาะเท่าไหร่ “คือคนเราเกิดมาจาก...เดี๋ยวนะแล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาถามแด๊ดล่ะเนี่ย”
“ก็ครูสอนถึงตรงนี้ แล้วแด๊ดเคนโซ่ก็ให้ครูกลับบ้านไปก่อน มายูยังไม่ทันรู้คำตอบเลยพอถามแด๊ดเคนโซ่ก็ไม่ยอมตอบ เดินหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“แด๊ดอยู่นี่...” ผมเดินเข้ามาได้ยินลูกสาวตัวแสบกำลังนินทาผมอยู่พอดีแล้วก็คิดว่าถ้าวันนี้เธอไม่รู้คำตอบเธอคงเดินถามพวกเราทั้งวันไม่ต้องเป็นอันทำอะไรแน่ “อยากรู้อะไรถามมา”
“คนเราเกิดมายังไงคะ..” ฉันหันหน้าไปจ้องรอคำตอบของแด๊ดเคนโซ่อย่างตั้งอกตั้งใจฟัง
“มนุษย์เกิดจากการสืบพันธุ์แบบปฏิสนธิภายในโดยการร่วมเพศ ซึ่งเพศชายจะสอดใส่ในช่องคลอดของเพศหญิงจนกระทั่งเพศชายหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิง แล้วจากนั้นอสุจิก็จะไปฝังตัวอยู่ในลังไข่แล้วก็ฟักเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนก็คือเด็กตัวเล็กจิ๋วนั่นแหละ” หลังจากเรียบเรียงคำและอธิบายให้มายูฟังจนจบผมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจที่ได้พูดมันออกไป เกี่ยวกับความสงสัยที่คาใจเธออยู่
“แล้วผู้ชายใส่อะไรเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิงเหรอคะ...” แด๊ดพูดแค่ว่าสอดใส่แต่ไม่ได้อธิบายว่าใส่อะไรเข้าไป “แล้วแด๊ดเคยหลั่งน้ำอสุจิเข้าช่องคลอดผู้หญิงหรือเปล่า”
แคร่กๆ!
หลังจากที่ดูเหมือนว่าเฮียจะเอาตัวลอดจากคำถามแรกได้แต่พอเจอคำถามต่อมาผมคิดว่าเฮียคงไม่น่าจะตอบได้แน่นอนเพราะสายตาของเฮียที่กำลังสั่นเลิ่กลั่กมันฟ้องหมดแล้วผมเองก็ควรจะหนีเอาตัวลอดก่อน “ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะเฮีย เดี๋ยวต้องออกไปทำธุระข้างนอก...”
“เฮ้ยเดี๋ยวไอซี ไอซีนาย...” ตอนนี้มายูเอาแต่จ้องมองหน้าผมแบบไม่ละสายตาเลยดูเหมือนว่าเธอจะสนใจเรียนการให้กำเนิดมนุษย์เอามากๆ “เอ่อ..เคยไหมเหรอก็...อุ๊ยแด๊ดทำงานค้างไว้อยู่นี่นาเดี๋ยวแด๊ดไปทำงานต่อก่อนนะ”
“งั้นมายูเสิร์จเน็ตหาเองก็ได้ว่าเขาทำยังไง..” ฉันล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อไขข้อสงสัยที่ยังติดค้างอยู่ในใจ ถ้าวันนี้ฉันไม่รู้ฉันนอนไม่หลับแน่
ขวับ! ผมเดินไปคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือของมายูมาก่อนจะวิ่งหนีขึ้นห้องทำงานอย่างสิ้นหวัง ตอนนี้ผมก็จนปัญญาที่จะตอบคำถามของเธอได้แล้วล่ะเพราะเหมือนว่ายิ่งตอบเธอจะยิ่งสงสัยมากขึ้น
“แด๊ด! ทำอะไรของแด๊ดเนี่ย?” ฉันวิ่งไล่ตามแด๊ดขึ้นไปชั้นบนซึ่งดูเหมือนจุดหมายที่แด๊ดจะวิ่งไปคือห้องทำงานและฉันก็แหย่แขนเข้าไปทันพอดีที่แด๊ดปิดประตู ฉันยอมลงทุนโดนประตูหนีบแขนขนาดนี้ยังไงฉันก็ต้องรู้ให้ได้ ยิ่งพวกแด๊ดไม่อยากบอกฉันก็ยิ่งอยากรู้ “อ๊าย! เจ็บๆ!”
พอเห็นว่าผมปิดประตูหนีบแขนมายูผมก็ต้องจำใจผ่อนแรงต้านออกและยอมให้เธอเข้ามาในห้องแต่โดยดี
“เอาโทรศัพท์มายูมานะ! แฮ่กๆ” ฉันหายใจเหนื่อยหอบไม่เป็นจังหวะเพราะเมื่อกี้ใช้แรงที่มีเร่งฝีเท้าให้ทันแด๊ดจนตอนนี้ฉันทั้งเหนื่อยแถมยังโมโหอีกด้วย
“เด็กห้ามศึกษาเรื่องนี้คนเดียว ไว้แด๊ดว่างแล้วแด๊ดจะอธิบายให้ฟังเข้าใจหรือเปล่า”
“งั้นแด๊ดก็อธิบายตอนนี้เลยสิคะ ทำแบบนี้มายูนอนไม่หลับนะ ทีตอนอยากให้เรียนก็หาครูมาสอนพอทีนี้มายูอยากรู้แด๊ดก็กลับไม่บอกมายู”
“ก็ที่มายูถามมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ไง มายูต้องรอโตกว่านี้ก่อนเข้าใจไหม” ผมยกเรื่องเด็กเรื่องผู้ใหญ่มาพูดมายูจะได้เลิกถามเซ้าซี้ผมสักที
“มายูก็โตแล้วนะ”
“ตัวเท่าลูกหมาร้องโต ไปๆ กลับห้องได้แล้วแด๊ดจะทำงาน” ผมเปลี่ยนเรื่องพูดและไล่ให้เธอกลับห้องไปนอนก่อนที่จะเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานและเปิดลิ้นชักวางโทรศัพท์มือถือของเธอไว้ด้านในนั้นเพื่อไม่ให้เธอหยิบมันไปใช้งานได้
ฉันเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ แด๊ดก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งบนโต๊ะทำงานและจ้องมองไปที่แด๊ดที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงานด้านหน้า “แด๊ดก็รู้หนิคะว่าห้องมายูมีคอม ถ้าแด๊ดไม่อธิบายตอนนี้มายูก็จะไปหาดูในคอมอยู่ดี เพราะงั้นบอกมาดีดีเถอะนะคะยังไงมายูก็ต้องรู้อยู่ดีเพราะสักวันมายูก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ จริงไหมคะ”
“ทีงี้ฉลาดเชียวนะ...” ดูเหมือนว่าผมจะต้องเป็นคนอธิบายให้เธอเข้าใจในเรื่องที่เธอสงสัยด้วยตัวเองแล้วล่ะ เพราะยังไงเธอคงหาเอาคำตอบเองจนได้อยู่ดี และถ้าเธอเสิร์ชหาข้อมูลเองผมกลัวว่าเธอจะไปเจออะไรที่มันเกินกว่าเนื้อหาในการเรียน
แด๊ดดึงแขนของฉันลงไปนั่งที่ตักของเขาก่อนจะดันเก้าอี้เข้ามาหาโต๊ะทำงานและเปิดแม็คบุ๊คขึ้นเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมเพศ “โห่ที่แท้แด๊ดก็ไม่รู้นี่เอง...เป็นเด็กติ๋มอะไรทำไมถึงไม่รู้เรื่อง”
“เดี๋ยว เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะว่าแด๊ดเป็นเด็กติ๋มเหรอ”
“ใช่ ก็แด๊ดใส่แว่นเหมือนเด็กติ๋มหน้าห้องที่ตั้งใจเรียน แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องมานั่งเสิร์ชหาข้อมูลเอาแบบนี้” ฉันก็คิดว่าที่แด๊ดไม่อยากพูดจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น แต่ที่แด๊ดไม่ตอบก็เพราะไม่รู้นี่เอง
ผมดึงแว่นที่เกาะอยู่ที่สันจมูกออกไปวางไว้บนโต๊ะทำงานและใช้มือรวบดึงขาสองข้างของเธอหันมาให้นั่งอยู่บนตักของผมในท่านั่งขวางเก้าอี้เพื่อที่จะได้ตักเตือนเธอถึงคำพูดเมื่อกี้ “แด๊ดไม่ใช่เด็กติ๋มครับ ที่แด๊ดใส่แว่นก็เพราะสายตาสั้น” ผมทำงานอยู่แต่หน้าคอมกับเอกสารอยู่เป็นสิบๆ ปีก็ไม่แปลกที่สายตาของผมจะเสียไปตามการใช้งาน
“เด็กติ๋มก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันไง เพราะสายตาสั้นถึงตัดแว่นไปนั่งหน้าห้องเรียนไม่ใช่เหรอ”
“เพราะเขาตั้งใจเรียนต่างหาก เพื่อนมายูคงไม่อยากให้พ่อแม่ของเขาผิดหวังเลยทำตัวเป็นเด็กน่ารักตั้งใจเรียนแบบนั้นไง” ผมพูดพร้อมกับยกคิ้วใส่มายูเพื่อให้เธอนั้นฟังคำพูดของผมแล้วสำนึกตาม
“งั้นถ้าแด๊ดอยากให้มายูตั้งใจเรียนก็ตอบคำถามมายูมาสิคะว่าแด๊ดเคยทำแบบนั้นหรือเปล่าแล้วตอนทำแด๊ดสอดใส่อะไรเข้าไปคะ...”
เธอจ้องหน้าผมตาไม่กระพริบจนผมต้องคิดรวบรวมคำพูดอีกครั้งเพื่อตอบคำถามของเธอ “ผู้ชายจะสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิงเพื่อทำการมีเพศสัมพันธ์และหลั่งน้ำอสุจิใส่ในช่องคลอดของผู้หญิงหลังจากเสร็จการมีเพศสัมพันธ์”
“อวัยวะเพศหมายถึงตรงนี้เหรอ..” ฉันพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ของลับของตัวเองเพื่อถามแด๊ดให้แน่ใจว่าฉันไม่ได้เข้าใจผิด และแด๊ดก็พยักหน้าตอบกลับคำถามของฉัน “ส่วนของผู้ชายก็ที่เอาไว้ฉี่ใช่ไหม...อันเท่านี้เหรอ” ฉันพูดพร้อมกับใช้นิ้วโป้งขีดไปที่ข้อนิ้วชี้ตามขนาดที่ฉันเคยเห็นของลูกชายป้าแม่บ้านตอนที่มันมาแอบเยี่ยวในสวนหลังบ้าน
“อันเท่านั้นไปดูของใครมาเนี่ยฮะ? อย่าบอกนะว่าเพื่อนที่โรงเรียนเหรอ นี่!มายูเป็นเด็กเป็นเล็กห้ามทำอะไรแบบนั้นรู้ไหม ทำไมทะลึ่งแบบนี้เนี่ยไปแอบดูของผู้ชายแบบนั้นได้ยังไง....” จู่ๆ มายูก็พุ่งหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของผม งับ!
ฉันใช้ฟันคมงับลงที่ริมฝีปากล่างของแด๊ดเพื่อเงียบเสียงบ่นหน้ารำคาญนั่นเพราะแด๊ดเอาแต่บ่นไม่ทิ้งช่วงให้ฉันได้อธิบายบ้างเลย
“โอ๊ย!!~ เจ็บๆ” ผมสลัดปากที่โดนฟันคมของมายูงับอยู่ออกก่อนจะดุเธอถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมเมื่อกี้ “กัดแด๊ดทำไมเนี่ยเป็นหมาเหรอฮะ!”
“ก็แด๊ดชอบดุมายู โดนกัดแบบนี้แหละสมควรแล้ว” ปากของแด๊ดเอาแต่บ่นๆ พูดๆ ต้องกัดให้ปากหลุดไปเลยจะได้ไม่ต้องมีปากมาว่าฉันอีก
เธอเชิดหน้าเถียงผมคอเป็นเอ็นอย่างไม่เกรงกลัว และมันทำให้ผมหมั่นเขี้ยวเธอจนทนไม่ไหวเลยช้อนหน้าเธอดึงเข้ามาใกล้ก่อนจะระดมฟันงับปากเล็กของเธอ แต่พอเธอยิ่งดิ้นยิ่งดันตัวออกห่างร่างเล็กของเธอก็ยิ่งบดเบียดเข้ามาใกล้ร่างหนาของผมมากขึ้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มสองก้อนบนหน้าอกของเธอก็บดถูอยู่กับอกแกร่งของผม และจากที่ผมงับปากเธออยู่ก็กลายเป็นว่าเธอสู้ตอบกลับงับปากผมคืน แต่ครั้งนี้ความเจ็บที่ผมได้รับมันมาพร้อมกับความรู้สึกเสียววูบวาบจนเผลอสู้กลับปากเธอด้วยการบดจูบปากเล็กของเธออย่างเร่าร้อนเพราะตอนนี้มายูทำผมหัวโล่งขาดสติยั้งคิดไปแล้วว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]