ตอน 1

บทที่ 1

กองกระดาษสีขาวปึกหนาที่แปะตรงริมด้านบนด้วยกระดาษจดบันทึกสีชมพูแผ่นเล็ก หนีบคลิปไว้อย่างดีจนบดบังตัวอักษรบางตัวไป แต่พอจะอ่านออกได้ว่า ‘ต้นฉบับที่ผ่านแล้ว’ ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ที่ต่อให้สาบานหรืออมพระทั้งวัดมาพูดมาบอกเล่า ก็คงหาคนเชื่อยาก ว่านี่คือโต๊ะทำงาน เพราะมันรกได้ใจ รกขนาดไม่มีที่ว่างสำหรับวางมือให้ได้เต็มฝ่ามือเสียด้วยซ้ำ ทั้งโต๊ะที่มองสีเดิมได้เพียงช่องเล็กๆ ผ่านเอกสารกองมหึมาจนเฉียดจะคล้ายกองขยะเข้าไปทุกทีนั้น แทบดูไม่ออกว่าโต๊ะนี้เป็นสีอะไร ทว่าชายเจ้าของโต๊ะยังคงวางต้นฉบับที่เปิดอ่านแล้วสุมลงมาอีกโดยไม่เกรงใจสายตาคนมองเลยทีเดียว

“มองอะไรวะ?” ประโยคกวนนั้นไม่เหมาะที่จะออกจากปากชายวัยสี่สิบต้นๆ ทว่าดูหนุ่มกว่าอายุมาก ถ้าผมบนศีรษะที่ยาวระต้นคอนั้นจะไม่ประจานแบบวิ่งแซงอายุจริงไปโขด้วยสีผิดธรรมชาติ ผมสีดอกเลาประปรายที่แซมออกมานั้นเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเขาไปเสียแล้ว เมื่อเพื่อนสนิทมิตรสหายและลูกน้องมักชอบเรียกเขาว่า ‘หงอก’ ส่วนคำนำหน้านั้นเปลี่ยนแปลงตามสถานะคนเรียกทั้ง ไอ้หงอก พี่หงอก และบอกอหงอก ทั้งที่ชื่อจริงๆ ของเขาออกจะ เพราะพริ้งว่า ทรงภพ พัฒนะวาทย์

คนถูกถามด้วยเสียงดุประกอบท่าทางยียวนของทรงภพ มองแล้วส่ายหน้าชนิดไม่กล้าหือ ก็ใครจะกล้าต่อกรกับบรรณาธิการบริหารหนุ่มใหญ่ไฟแรงอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งลูกน้องในสำนักพิมพ์คิดว่ามันออกจะแรงเกินไปเสียด้วยซ้ำ เพราะมันแรงเกินจนทำให้พวกเขาพากันหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน

“ส่ายหน้าทำไม ก็เห็นๆ ว่ามองอยู่” เขายังไม่ยอมเลิกรา ท่าทางเหมือนจะชวนทะเลาะเสียให้ได้ แต่อาการรื้อค้น และพลิกหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งบนต้นฉบับปึกหนาเล่มหนึ่งนั้นยังไม่หยุด

“หาอะไรเหรอ พี่ภพ” นทีพนักงานคนเดียวในสำนักพิมพ์ ที่ยังไม่กล้าเรียกอย่างสนิทสนมว่า พี่หงอกเหมือนคนอื่นๆ เลี่ยงที่จะตอบคำถาม แต่ส่งคำถามกลับแทน

ทรงภพเงยหน้าขึ้นมองลูกน้องอายุห่างกันนับสิบปี ก่อนก้มหน้าหาต่อพลางบอก “ต้นฉบับนี่ ทำไมไม่มีชื่อจริง นามสกุลจริง หรือเบอร์โทรฯ ติดต่อกลับของเจ้าของผลงาน พวกแกทำตกหายตอนปริ๊นต์ออกมาหรือเปล่า”

“เรื่องไหนพี่ แต่ผมไม่เคยบกพร่องทำหน้างานหายไปแม้แต่แผ่นเดียวนะครับ” นทีรี่เข้าไปใกล้

ทรงภพยื่นปึกเอกสารต้นฉบับมาตรงหน้านที เพื่อให้เห็นชื่อเรื่องชัดๆ

“เล่ห์เสน่หา โดย เตือนตะวัน อ่า เรื่องนี้ผมปริ๊นต์กะมือ รับรองไม่ขาดหายพี่ แต่นักเขียนเขาไม่ใส่มาจริงๆ มีแต่อีเมลให้ติดต่อกลับ ผมกะว่าให้ผลมันออกมาก่อนว่าผ่านหรือไม่ผ่านแล้วค่อยติดต่อไป ขอชื่อที่อยู่ เบอร์โทรฯ อีกครั้ง”

ทรงภพมองตามที่อยู่อีเมลซึ่งนทีจิ้มให้ดู harlot@hotmail.com เขาถึงกับอึ้งในทีแรกที่เห็นชื่ออีเมลนั้น ใครหนอช่างกล้าเอาคำนี้มาตั้ง

“หญิงแพศยา” เขางึมงำก่อนหยิบต้นฉบับเล่ห์เสน่หาติดมือ เดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ซึ่งเป็นห้องทำงานโดยตำแหน่งที่แท้จริง หน้าห้องติดป้ายหรา บรรณาธิการบริหาร ส่วนโต๊ะข้างนอกเมื่อครู่นั้นเป็นโต๊ะที่เขาชอบมานั่งมองลูกน้องทำงานเสียมากกว่า ด้วยเหตุจะได้ใกล้ชิด

ทรงภพมานั่งลงตรงโต๊ะทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่วางบนโต๊ะยังคงเปิดและเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา หนุ่มใหญ่แต่ใจกระชุ่มกระชวยด้วยการแต่งตัวและบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ ยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ในท่าสุดสบาย ยามเปิดอ่านหน้าหนึ่งของต้นฉบับที่ใช้นิ้วคั่นมาเมื่อครู่

ตอน 2

สาวน้อยวัยสิบแปดในชุดติดกันผ้าลูกไม้สีชมพูสั้นแค่เข่า ทอดสายตาร้าวรานเข้าไปทางช่องประตูที่เปิดแง้ม เสียงและภาพจากภายในที่มองเห็นชัดเจนในทีแรก เริ่มพร่ามัวด้วยม่านน้ำในดวงตาสีน้ำตาลทอง มือเรียวเล็กที่กำแน่นนั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ กับท่วงท่าเร่าร้อนกลางกองเพลิงพิศวาสของสองหนุ่มสาวด้านใน เด็กหนุ่มในชุดทักซิโดสีขาวที่กำลังนัวเนียกับสาวน้อยในชุดดำบางเบา สองร่างกอดรัดแทบจะกลืนเป็นหนึ่งเดียวอยู่รอมร่อ เด็กหนุ่มค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำ ขณะสาวน้อยรั้งชายกระโปรงตนเองขึ้นสูง

เด็กสาววัยสิบแปดมิอาจทนดูต่อไปได้ เธอผลักประตูเข้าไปอย่างแรงจนเกิดเสียง เด็กสาวชุดดำที่กำลังอารมณ์เพริดถึงกับสะดุ้งสุดตัวรีบดึงชายกระโปรงที่ถูกตลบขึ้นไปจนถึงเอวลงมา เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอหันขวับ พร้อมทำท่าดุจเห็นมัจจุราช แต่เขายังไม่ทันได้พูดหรืออุทานอันใดออกมา แหวนเพชรเม็ดงามที่ถูกรูดจากนิ้วเด็กสาววัยสิบแปดก็ขว้างมา แม่นเหมือนจับวาง มันตรงเข้าเจาะหน้าผาก ฝากรอยแดงไว้เล็กน้อยพองาม พร้อมเสียงปนสะอื้นแต่ฟังดูเกรี้ยวกราด

“เอาของคุณคืนไป คนหลายใจ”

“เดือนฉาย!!” เด็กหนุ่มไม่สนใจแหวนเพชรสนนราคาเรือนแสนที่ตกอยู่บนพื้นห้อง เขารีบตามหญิงสาวไปโดยเร็ว

“เดือนๆ ฟังภพก่อน ภพมีคำอธิบาย เดือน!!” เขาตะโกนตามหลังร่างแบบบางที่วิ่งห่างออกไปด้วยดวงใจที่เต็มไปความปวดร้าว ส่วนตัวเขานั้นสำนึกผิดเต็มหัวใจ

เอี๊ยด!

โครม!!

(((สุดหล่อ รับโทรศัพท์ด้วย สุดหล่อ รับโทรศัพท์กิ๊ก สุด...)))

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของทรงภพดังขึ้น เขาวางต้นฉบับหน้าที่กำลังอ่านค้างลง กดรับพร้อมกรอกเสียงหวานไปอย่างคุ้นเคย ก็ชื่อหน้าจอโชว์หราว่าใครโทรฯ มา

“ว่ายังไงคะ ที่รัก” ทรงภพเลิกคิ้วเล็กน้อยกับเสียงตอบกลับปลายทาง ก่อนเกลื่อนยิ้มบนใบหน้าแล้วกรอกเสียงหวานจนเลี่ยนกลับไป

“ได้สิคะ สำหรับคุณ ยังไงก็ได้ แล้วจะส่งให้ผมวันไหนครับ ขอก่อนสิ้นเดือนได้ไหมเอ่ย มันจะได้ทันวางขายช่วงงานสัปดาห์หนังสือปลายเดือนหน้าพอดีไงคะ” หน้าระรื่นของชายหนุ่มสลดลงเล็กน้อยเมื่อฝ่ายโน้นตอบกลับมา ก่อนตอบกลับไปอีกครั้งด้วยเสียงเนิบ ไม่หวานหยดแบบเมื่อครู่

“โอเค ครับ ทำให้ดีที่สุดแล้วกัน ยังไงผมก็รอต้นฉบับของคุณทุกลมหายใจนะครับ ครับๆ สวัสดีครับ” เขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะอย่างแรง สีหน้าผิดกับตอนที่เริ่มรับสายลิบลับ ชนิดคนละช็อตคนละตอน ก่อนจะหันไปกระดิกนิ้วเรียกนทีที่อยู่ห้องด้านนอกผ่านกระจกใสที่กั้นเป็นผนังและม่านที่รูดเปิดจนสุด เพราะเห็นชายหนุ่มกำลังมองเข้ามาพอดี เมื่อนทีเข้ามาทรงภพก็สั่งงานทันที

“ติดต่อ นักเขียนเจ้าของเรื่องนี้” เขาจิ้มที่ต้นฉบับปึกหนาซึ่งวางลงบนโต๊ะ “ให้โทรฯ กลับมาเร็วที่สุด พี่จะวางแทนของ พิมพ์ภัทรา”

“ฮ้า! ชีจะยอมหรือพี่” นทีทำหน้าแปลกใจร้องถามเสียงสูงออกไป

“ไม่ยอมได้ไง เขาโทรฯ ขอเลื่อนส่งต้นฉบับ แผนงานเราที่วางไว้ว่าจะวางหนังสือใหม่หลากแนว อย่างน้อยแนวละเรื่องในงานสัปดาห์หนังสือนะ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน เรื่องนี้แนวเดียวกับของ พิมพ์ภัทรา แต่มีส่วนต้องแก้ไข พี่จะบอกกับนักเขียนเอง ให้เขารีบโทรฯ กลับมาก็แล้วกัน”

“ครับ” นทีรับคำแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่เหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ ชายหนุ่มหันกลับมองบรรณาธิการบริหาร นายทุนเงินหนาของสำนักพิมพ์ ที่ลงมาทำงานเองในส่วนบรรณาธิการ

“เอ่อ พี่ครับ เรื่องนี้ไม่ผ่านนี่ครับ พี่หมูกับพี่อังเคิลส่ายหน้า พล็อตเน่า สำนวนก็ยังไม่ดี แถมบทอิโรติกที่ใส่มาไม่ลื่นไหล เหมือนนั่งเทียนเขียนส่งๆ อ่านยังไงเลือดกำเดาก็ไม่กระฉูด ไม่เหมือนของพิมพ์ภัทรา รายนั้นแถมทิชชูได้เลย”

นทีมองผู้บริหารหนุ่มใหญ่แต่หน้าอ่อนยิ้มอย่างรู้เท่าทัน รู้ดีว่าเหตุที่นักเขียนนามพิมพ์ภัทรานั้นเขียนบทเลิฟซีนได้ลื่นไหล และไหลขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะมีติวเตอร์มือโปรฯ ช่วยสอนภาคปฏิบัติ เจ้าหล่อนถึงเอามาเขียนเป็นภาคทฤษฎีได้เลือดกำเดากระฉูด

“ก็นี่ไง เลยต้องให้เขารีบโทรฯ กลับ” ทรงภพยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตากรุ้มกริ่มขึ้นมาทันที

“โหพี่ ไหนเคยบอกว่าสมภารไม่กินไก่วัด”

“ก็ใช่ แต่สมภารอย่างพี่นะเลี้ยงไก่ไว้เชือดเอง ฮ่าๆ” ทรงภพหัวเราะอารมณ์ดี เสยเส้นผมดำแซมสีดอกเลาประปรายเล่น ต่างหูทองคำขาวข้างเล็กที่ติดอยู่ตรงติ่งหูทั้งสองข้างบ่งบอกถึงความเป็นผู้ชายที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองมากที่สุด อายุขนาดเขา ทั้งยังนั่งตำแหน่งผู้บริหาร มีทั้งโรงพิมพ์เป็นของตัวเองและบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือเต็มรูปแบบ ไหนจะกิจการอื่นๆ ของครอบครัวที่เป็นมรดกตกทอดลงมารอเขาไปนั่งบริหาร ซึ่งเขาก็ทำได้ดี แม้จะขัดกับบุคลิกภายนอกที่คนมอง เหมือนเพลย์บอยมากกว่านักบริหาร

“แล้วถ้าเกิด นักเขียนเป็นผู้ชายขึ้นมา”

“ผู้หญิง อายุยี่สิบต้นๆ” ทรงภพดูจะมั่นใจมาก จนนทีแปลกใจ ในเมื่อต้นฉบับที่ไร้ชื่อ นามสกุลนั้นยากที่จะเดาว่าผู้ชายหรือผู้หญิง แม้พอจะจับสำนวนตามประสาคนที่ผ่านตาต้นฉบับมามากมาย หรือคาดเดาจากนามปากกาซึ่งยากพอสมควร แต่การประเมินอายุของนักเขียนนี่สิ นทีไม่คิดว่าทรงภพจะทำไปได้

“อะไรทำให้พี่คิดแบบนั้น”

“ผู้ชายที่ไหนจะนั่งเทียนเขียนบทเลิฟซีน แล้วนามปากกาก็ หวานซะ เอาน่าผู้หญิงแหงๆ” เขาค่อนข้างเชื่อแบบนั้น และหันกลับไปหยิบต้นฉบับที่ปริ๊นต์ออกมาเปิดอ่านตรงที่ค้างไว้ด้วยท่าทีตั้งใจอีกครั้ง นทีจึงรีบกลับออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายทันที

ตอน 3

ร่างเด็กสาวในชุดลูกไม้สีชมพูเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาทันทีเมื่อร่างบางลอยสูงจากแรงปะทะ และละลิ่วตกลงมากระแทกพื้นคอนกรีตหน้าโรงแรมหรู พร้อมโลหิตจำนวนมากซึมไหลออกมาจากรอยแยกของบาดแผลบนร่างกาย

“ว้าย! คนถูกรถชน”

“เดือน!!!” เสียงของเด็กหนุ่มที่วิ่งตามมานั้นดังกลบเสียงไทยมุงที่เห็นเหตุการณ์ และกำลังวิ่งกรูกันเข้ามา เด็กหนุ่มช้อนร่างกระตุกเกร็งบนพื้นซีเมนต์ท่ามกลางดวงไฟส่องสว่างบนเสาริมถนน

“เดือน เดือนจ๋า เดือนลืมตามามองภพสิครับเดือน” ชุดทักซิโดสีขาวของเด็กหนุ่มย้อมจนแดงด้วยเลือดของหญิงสาวที่เขาเรียกว่า เดือน

ดวงตาสีน้ำตาลทองของเธอค่อยปรือขึ้นอย่างอ่อนแรง หนักอึ้งเหมือนมีหินหนักมาถ่วงไว้ ร่างกายไร้ซึ่งความเจ็บปวดแต่เต็มไปด้วยความเหน็บหนาว หนาวเพราะเลือดกำลังไหลออกจนหมดตัว หนาวเพราะความเสียใจกับการกระทำของชายหนุ่มที่ร่ำร้อง เรียกให้เธอลืมตาขึ้นมอง เขากำลังเล่นเกมสวาทกับผู้หญิงคนนั้นในวันหมั้นของเรา

“ฉันไม่ให้อภัยคุณ” เสียงสุดท้ายพร้อมดวงตาสีอ่อนจ้องเขานิ่ง แม้หน้าอกเธอไม่กระเพื่อมเพราะก้อนเนื้อภายในทรวงหยุดการเคลื่อนไหวสูบฉีดโลหิต ทว่าดวงตาสีน้ำตาลทองยังเบิกค้างจ้องมองชายหนุ่มอย่างอาฆาตแค้น

“เดือน!!! โธ่ภพขอโทษเดือนได้ยินไหม ถึงเดือนไม่ให้อภัยภพ ภพก็ไม่ว่า แต่ขอให้เดือนรับรู้ไว้ชาตินี้ภพจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ภพรักเดือนได้ยินไหม”

ฉันไม่ให้อภัยคุณ

“เดือน!” ทรงภพสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมร้องเรียกชื่อนั้นเสียงหลง เขาพบว่าตัวเองยังอยู่ที่ห้องทำงาน ตรงโต๊ะทำงาน ขายาวๆ ของเขาพาดอยู่บนโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยังเปิดและเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตอยู่เช่นเคย เพราะต้นฉบับที่ปริ๊นต์มาอ่านค้างลื่นหลุดจากมือเมื่อเผลอหลับ เขาจึงได้ตกใจตื่น ชายหนุ่มยกมือเรียวขาว ขาวจนเห็นเส้นขนนั้นเขียวคล้ำชัดเจนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานพ่นความเย็นอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เวลาเข้างานและจนถึงเวลาเขากลับออกไป ชายหนุ่มยื่นมือลงไปหยิบต้นฉบับเรื่องเล่ห์เสน่หาที่ตกอยู่บนพื้นพรมหนานุ่มของห้องนำกลับมาวางบนโต๊ะ ก่อนลุกจากเก้าอี้เบาะหนังหนานุ่มมันปลาบ เดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาไล่ความง่วง เพราะต้องขับรถกลับบ้าน

เมื่อเขาเดินกลับออกมายืนตรงโต๊ะทำงานอีกครั้ง แถบด้านล่างหน้าจอคอมพิวเตอร์มีแถบสีส้มกะพริบๆ อยู่ ส่งสัญญาณว่ามีคนต้องการจะติดต่อเขาในรูปแบบของการสนทนาผ่านโปรแกรมMessenger ชนิดหนึ่ง หนุ่มใหญ่คลิกเรียกขึ้นมาดูทันที

หญิงแพศยา พูดว่า :

สวัสดีค่ะ ดิฉัน คือเจ้าของนามปากกา เตือนตะวันค่ะ

แค่เห็นข้อความ ทรงภพก็อมยิ้ม นั่งลงอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED