ตอน 2

ประเทศ Y

หมู่บ้านเอลเคลต์

“ยานี้ทานหลังอาหารสามเวลานะครับห้ามลืม ส่วนนี่คือยาแก้ปวดให้ทานก่อนนอนนะครับแต่ถ้าปวดมากจนทนไม่ไหวก็เพิ่มเป็น 2 เม็ดได้ครับ”

กรรฐ์เอ่ยบอกหญิงชราที่ยื่นมือมารับยาไปจากเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดวงตาดอกท้องดงามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกทั้งซาบซึ้งและตื้นตันใจ

“ขอบคุณคุณหมอมากที่เสียสละเวลามารักษาเอรีสถ้าไม่ได้คุณหมอเอรีสต้องแย่แน่ ๆ”

น้ำตาเม็ดโตไหลหล่นลงบนแก้มที่ซูบตอบเพราะขาดสารอาหารของหญิงชราในดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาแฝงไปด้วยความหดหู่ใจตั้งแต่สงครามจบลงทุกครอบครัวที่อาศัยอยู่ระหว่างชายแดนของประเทศ Y ต่างได้รับผลกระทบกันทุกครัวเรือนรวมถึงเธอด้วยที่สูญเสียสามีและลูกชายคนโตไปอย่างไม่มีวันกลับครอบครัวของเธอในวันนี้จึงมีเพียงเธอและลูกชายคนเล็กเท่านั้นกรรฐ์ยื่นมือไปกุมมือของหญิงชราเอาไว้พร้อมบีบเบาๆให้กำลังใจก่อนที่เขาจะเอ่ยขอตัวและลุกขึ้นเดินจากไป

“คุณหมอลุกซ์”

ทันทีที่กรรฐ์ออกมาจากกระท่อมของหญิงชราเด็กชายตัวเล็กก็พุ่งเข้ามากอดเขาเอาไว้ใบหน้าซูบตอบเงยขึ้นส่งยิ้มให้คุณหมอหนุ่มที่มักจะแวะมาดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยให้คนในหมู่บ้านด้วยความดีใจ

“ว่ายังไงครับลีวานเด็กดี”

กรรฐ์ย่อตัวลงนั่งยอง ๆพร้อมยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กน้อยไปมาในขณะที่ลีวานเอาแต่กอดคุณหมอหนุ่มไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวว่าถ้าเขาเผลอปล่อยมือคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป

“ลีวานคิดถึงคุณหมอ”

เด็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดสะอื้นก่อนที่อ้อมแขนอบอุ่นจะสวมกอดเด็กชายตัวเล็กเอาไว้มือเรียวยาวที่ขาวดั่งหยกลูบแผ่นหลังของเด็กน้อยเบาๆอย่างปลอบประโลม

“คุณหมอก็คิดถึงลีวานเหมือนกันครับวันนี้คุณหมอมีของเล่นมาฝากลีวานด้วยน้า”

ดวงตาของเด็กน้อยพลันทอแสงเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อได้ยินว่าคุณหมอมีของเล่นมาฝากตัวเองความเศร้าโศกเสียใจที่ไม่ได้เจอหน้าคุณหมอตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาพลันหายวับไปในชั่วพริบตาเมื่อเห็นหุ่นยนต์ยอดมนุษย์ตัวเล็กที่อยู่ในมือของคุณหมอ

“ซุปเปอร์แมนตัวน้อยลีวานชอบไหมครับ ?” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามลีวานด้วยใบหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“ชอบ ลีวานชอบซุปเปอร์แมน”

เด็กน้อยพยักหน้ารับด้วยความดีใจแววตากระจ่างใสจ้องมองยอดมนุษย์ในมือของคุณหมอด้วยความชื่นชอบ

“ให้ลีวานครับ”

กรรฐ์ยื่นหุ่นยนต์ตัวน้อยให้ลีวานที่ยิ้มกว้างรับหุ่นยนต์มาถือเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นปากก็ร้องตะโกนเรียกชื่อซุปเปอร์แมนเสียงดังด้วยความดีใจไม่หยุด

“ลีวานสัญญาว่าจะดูแลเจ้าซุปเปอร์แมนตัวนี้เป็นอย่างดี”

ปากเล็กช่างเจรจาเอ่ยให้คำมั่นสัญญากับคุณหมอหนุ่มผู้มีพระคุณของหมู่บ้านแต่สำหรับเด็กชายลีวานแล้วคุณหมอเฮลเปรียบเสมือนเทพเจ้าถ้าไม่มีคุณหมอเฮลในวันนั้นลีวานก็คงจะกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้พ่อขาดแม่ในวันนี้ผลกระทบจากสงครามทำให้บิดามารดาของเด็กชายได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพทหารและการรักษาจากคุณหมอเฮลวันนี้ครอบครัวของเด็กชายจึงยังคงอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาถึงแม้ว่าชีวิตจะไม่ได้สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนแต่แค่ยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นแสงตะวันที่งดงามและผืนหญ้าที่เขียวชอุ่มเด็กน้อยก็พึงพอใจมากแล้ว

“สัญญาแล้วต้องทำให้ได้นะครับ”

“แน่นอน ลีวานทำได้ไม่ผิดสัญญาแน่นอน”

กรรฐ์ยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าของเด็กชายที่รีบยื่นนิ้วของตัวเองมาเกี่ยวก้อยและเอ่ยให้คำมั่นสัญญาอย่างแข็งขันก่อนที่หนึ่งคนตัวสูงและหนึ่งคนตัวเล็กจะจับจูงมือกันเดินไปข้างหน้าเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยให้คนในหมู่บ้านตลอดทั้งวันที่กรรฐ์ทำการรักษาผู้ป่วยข้างๆเขาจะมีเด็กชายตัวน้อยคอยเจรจาเจื้อยแจ้วอยู่ไม่ห่างแต่กลับไม่ได้สร้างความวุ่นวายหรือความรู้สึกรำคาญใจให้กรรฐ์แต่อย่างใดตรงกันข้ามการที่มีเด็กน้อยคอยอยู่เคียงข้างทำให้กรรฐ์รู้สึกว่าการรักษาผู้ป่วยของเขาในวันนี้ช่างมีสีสันชวนให้รู้สึกขบขันอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

“ไง คุณหมอสุดหล่อ”

ทันทีที่กรรฐ์เดินทางกลับมาถึงที่พักยังหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนที่เขาพักอยู่อาศัยมาเป็นระยะเวลาสามเดือนชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายก็เอ่ยทักทายเขาด้วยความสนิทสนม

“อืม เหนื่อยนิดหน่อย”

น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเอ่ยตอบชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีเกียจคร้านก่อนที่กรรฐ์จะวางกล่องยาลงบนโต๊ะและนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องพักด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าวันนี้เขารักษาผู้ป่วยเยอะมากจริงๆ

“ถ้านายเหนื่อยมากคืนนี้ก็ให้เลน่ามาช่วยนวดผ่อนคลายให้สิ”

กรรฐ์ “_”

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดเอ่ยแนะนำเพื่อนสนิทคนใหม่ด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ที่แฝงไปด้วยเลศนัยแต่กรรฐ์กลับยักไหล่น้อยๆอย่างไม่แยแสเขาก็แค่เหนื่อยไม่ได้มีความต้องการเรื่องบนเตียงสักหน่อยดูเหมือนเจ้าเพื่อนซื่อบื้อของเขาคนนี้จะหลงประเด็นไปหน่อยนะ

“นายน่าจะรู้ดีนะว่าฉันไม่เคยกินใครซ้ำสอง อีกอย่างฉันก็แค่เหนื่อยนอนพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้วไม่เห็นจะต้องมีใครมานวดผ่อนคลายให้สักหน่อย”

กรรฐ์หรี่ตาพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าอากาศในฤดูหนาวความเย็นชาค่อยๆแผ่ออกมาจากตัวของเขาบ่งบอกว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้โดยเฉพาะหญิงสาวที่อาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากใจในอนาคตเพราะฉะนั้นการสัมผัสรสชาติที่เร่าร้อนจึงเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและจบลงโดยที่ไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์ใดๆต่อกันทั้งสิ้นถึงเขาจะชื่นชอบเรื่องบนเตียงแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องชอบผู้หญิงที่ทำเรื่องบนเตียงกับเขาสักหน่อยอีกอย่างความสัมพันธ์ฉาบฉวยนี้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายเขาไม่ได้บังคับข่มขู่ใคร

“ฉันรู้ดีน้าแต่เธอสวยขนาดนั้นนายอดใจไหวได้ยังไง ? ”

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามนายแพทย์หนุ่มที่มาเป็นแพทย์อาสา ณ กองบัญชาการทหารแห่งนี้เป็นเวลาสามเดือนแล้วด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปิดบังแพทย์หญิงเลน่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากในสายตาของเอ็ดเวิร์ดคนในค่ายทหารต่างรู้ดีว่าเธอแอบชอบนายแพทย์หนุ่มที่กำลังมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดาส่วนเรื่องที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันนั้นเป็นข้อตกลงระหว่างคนทั้งคู่ที่ฝ่ายชายตัดจบอย่างไม่เหลือเยื่อใยเพราะเขาไม่ได้มีใจให้เธอตั้งแต่แรกแล้วในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นยังคงอาลัยอาวรณ์

“สวดมนต์ก่อนนอนก็ใช้ได้แล้ว”

เอ็ดเวิร์ด O_O

คำตอบที่อยู่เหนือการคาดเดาของเอ็ดเวิร์ดทำเอาเขาถึงกับหน้าเหวอดวงตาคู่คมจ้องมองเสี้ยวหน้าคมคายของนายแพทย์หนุ่มด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด

“นายไม่ได้เป็นพระนะลูซ” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยล้อเลียนเพื่อนพร้อมหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

“ไม่ได้เป็นพระแล้วทำตัวเหมือนพระไม่ได้ไงมีข้อห้ามไหนที่บอกว่าผู้ชายห้ามสวดมนต์ถือศีลเหมือนพระบ้างนายลองว่ามาสิ ?”

น้ำเสียงของเขาฟังดูเนือยๆคล้ายไม่ใส่ใจแต่ดวงตาดอกท้องดงามกลับยกโค้งจนคล้ายพระจันทร์เสี้ยวทำเอาร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูกพูดถึงเรื่องทำตัวถือศีลอดมีอะไรให้น่ายินดีกันขนาดเขาที่ยังโสดไร้คู่แต่ละอาทิตย์ยังต้องเข้าไปในตัวเมืองเพื่อหาใครสักคนมาช่วยปลดปล่อยความต้องการแต่คนตรงหน้ากลับอยู่อย่างเหงากายเปลี่ยวใจ อืม ผู้ชายแบบเขานี่ช่างน่านับถือจริงๆ

“ก็ไม่มีข้อห้ามจริงๆนั้นแหละแต่ว่าอยู่คนเดียวมันก็เหงาไงอย่างน้อยมีสาวๆมาช่วยผ่อนคลายอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี” 

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดยังคงหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องบนเตียงเช่นเคยทำให้กรรฐ์ได้แต่ส่ายหน้าไปมาน้อยๆอย่างเอือมระอา

“ดื่มสักหน่อยไหม ?” 

กรรฐ์เปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยการเอ่ยถามเอ็ดเวิร์ดที่รีบดึงตัวเองออกจากภวังค์ความคิดแล้วพยักหน้ารับด้วยดวงตาเปล่งประกายทันที

“ชวนดื่มเหล้าดีทั้งทีใครจะปฏิเสธ”

เอ็ดเวิร์ดเอ่ยขึ้นไล่หลังกรรฐ์ที่เดินกลับเข้าไปหยิบเหล้าในห้องรอไม่นานกรรฐ์ก็เดินกลับมาพร้อมเหล้าราคาแพงและแก้วสองใบ

“เพิ่งส่งมาถึงเมื่อวานลองชิมดู”

กรรฐ์ผลักแก้วเหล้าไปทางเอ็ดเวิร์ดที่รีบหยิบแก้วขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้วด้วยสีหน้าเบิกบานใจสุดฤทธิ์

“จะรีบกระดกให้หมดแก้วไปทำไม ค่อยๆจิบแล้วดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นไม่ได้หรือไง ?”

ถึงปากจะพร่ำบ่นให้คนข้างๆแต่มือกลับหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทใส่แก้วให้เอ็ดเวิร์ดทำเอามุมปากของนายทหารหนุ่มยิ่งกดลึกมากขึ้นจนตาแทบหยีถ้าหากว่าเขามีหางก็คงกำลังแกว่งไกวไปมาด้วยความดีใจอยู่แน่ ๆ

“จะมัวดื่มด่ำกับธรรมชาติไปทำไม ? เหล้าดีแบบนี้ต้องรีบดื่มให้หมดดื่มให้เมาสิถึงจะถูก”

จบประโยคเหล้าแก้วที่สองในมือของเอ็ดเวิร์ดก็ถูกกระดกรวดเดียวหมดแก้วเช่นเคย

“อืม ต้องรีบดื่มให้หมดจริงๆนั้นแหละเพราะต่อไปจะไม่มีให้ดื่มแล้ว”

มือที่กำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มของเอ็ดเวิร์ดพลันชะงักไปเล็กน้อยเขาลดแก้วลงพลางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังมองดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยท่าทีเกียจคร้านด้วยความรู้สึกที่เศร้าใจอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะรู้จักและคบหากับนายแพทย์หนุ่มที่มาเป็นแพทย์อาสาที่หน่วยทหารของเขาได้เพียงสามเดือนแต่เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่คนนี้นิสัยใจคอที่รักในอาชีพและทุ่มเทรักษาผู้ป่วยโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความลำบากตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาทำให้เขานับถือนายแพทย์หนุ่มเพื่อนใหม่คนนี้จากใจจริง

“ใกล้จะกลับบ้านแล้วสินะ” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายด้วยน้ำเสียงที่เจือความเศร้าเล็กน้อย

“อืม ว่าจะกลับไปหาผู้หญิงดีๆแต่งงานด้วยสักคนน่ะ”

คำพูดติดตลกขอกรรฐ์ทำให้เอ็ดเวิร์ดหัวเราะออกมาด้วยความขบขันเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนอย่างกรรฐ์จะกลับไปแต่งงานตามที่พูดจริงๆ

“เฮ้ย เอาจริงดิเพื่อน ?” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามกรรฐ์ด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“ล้อเล่นน้าอายุก็แค่เนี่ยจะรีบมีเมียไปทำไม อืม แต่ก็ไม่แน่นะเผื่อว่าเจอคนที่ถูกใจบางทีฉันอาจจะเอาทั้งตัวและหัวใจไปลองเล่นกับเธอคนนั้นดูก็ได้” กรรฐ์พูดติดตลกด้วยท่าทีเรื่อยเปื่อยไม่จริงจัง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่จริงน้าคนอย่างนายเนี่ยนะจะยอมทุ่มเทหัวใจเพื่อใคร ไม่มีทางฉันไม่เชื่อเด็ดขาด” 

เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้าไปมาพร้อมหัวเราะเสียงดังลั่นด้วยท่าทีที่บ่งบอกว่าไม่เชื่ออย่างสุดฤทธิ์ซึ่งกรรฐ์ก็ไม่ได้เอ่ยแก้ตัวให้ตัวเองแต่อย่างใดเขายังคงพูดจาไปเรื่อยเปื่อยโดยที่หาสาระในบทสนทนาแทบไม่มีแต่ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดก็ยังคงสนทนากับเขาอย่างลื่นไหลเป็นการพูดคุยในเรื่องที่ไร้สาระแต่กลับทำให้สองคนรู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะความสบายใจแบบนี้ช่างเป็นความทรงจำแสนดีที่ต่างต้องเก็บเกี่ยวเอาไว้ในใจหากยามใดที่คิดถึงกันขึ้นมาก็แค่นึกถึงช่วงเวลาดีๆที่ทั้งคู่เคยพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุขด้วยกันเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ตอน 3

ณ บ้านร้างแห่งหนึ่งบนภูเขากรรฐยืนพิงต้นไม้ทอดสายตามองไปยังบ้านหลังนั้นด้วยท่าทีเกียจคร้านแฝงไปด้วยความเสเพลอยู่หลายส่วนมือเรียวยาวขาวดั่งหยกค่อยๆดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปากสีไวน์ควันสีเทาหม่นพลันพวยพุ่งขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะค่อยๆจางหายกลายเป็นสายลมโบกพัดไปมาแผ่วเบาให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายดวงตาดอกท้อคู่งามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอันตรายทำให้ลูกน้องทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ข้างๆพลันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกเพราะทุกครั้งเวลาที่เจ้านายของพวกเขายิ้มแบบนี้ทีไรก็มักจะมีคนตายทุกครั้งไปลางสังหรณ์ในใจบอกพวกเขาว่าภารกิจช่วยเหลือเด็กที่ถูกลักพาตัวในวันนี้จะต้องมีคนตายอย่างแน่นอน

“ลงมือเลยไหมครับนาย ?” ร่างสูงที่อยู่ในชุดดำอำพรางตัวเอ่ยถามผู้เป็นนายด้วยท่าทีกระตือรือร้น

“อืม ไม่ต้องถึงตาย”

น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเอ่ยบอกลูกน้องที่ก้มหน้ารับคำสั่งของเขาก่อนที่ลูกน้องทั้งสี่คนของกรรฐ์จะทะยานร่างไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบากรรฐ์ทิ้งบุหรี่ที่อยู่ในมือลงบนพื้นพร้อมใช้ฝ่าเท้าบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผงเมื่อแน่ใจว่าประกายไฟมอดดับไปแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างไปทั่วผืนฟ้าก่อนที่ร่างสูงจะเร้นกายหายลับไปในความมืดราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

“อ๊ะ...”

เสียงร้องของคนที่ทำหน้าที่เฝ้าเวรยามในค่ำคืนนี้ยังไม่ทันเปล่งออกมามือของกรรฐ์ที่กุมอยู่ที่ลำคอของอีกฝ่ายก็ออกแรงบิดปลิดลมหายใจของอีกฝ่ายทิ้งทันทีทำเอาเดม่อนหรือเดฟลูกน้องคนสนิทที่เดินตามหลังกรรฐ์มาติดๆถึงกับเลิกคิ้วด้วยความงุนงงเขาจำได้ว่าก่อนหน้าที่จะบุกเข้ามาเจ้านายของเขาบอกว่าไม่ต้องเอาให้ถึงตายแล้วนี่มันอะไรกันทำไมเจ้านี่ถึงได้นอนตายตาไม่หลับแบบนี้

“จะยืนบื้ออยู่อีกนานไหม ?”

กรรฐ์เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนมองคนชั่วที่นอนตายอยู่บนพื้นหญ้าด้วยสีหน้าโง่งมจนทำให้เขาอยากจะจับเจ้านี่ไปผ่าสมองวิเคราะห์ดูสิ่งที่อยู่ในหัวจริงๆว่าทำไมถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้

“แฮะ แฮะ ไปแล้วครับไปแล้ว”

เดฟรีบเอ่ยตอบเจ้านายที่กำลังปรายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงปราดเปรียวจะวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วจนไม่เห็นฝุ่นทิ้งให้กรรฐ์ได้แต่ยืนส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจกับนิสัยที่ดูค่อนข้างใสซื่อของเดฟทั้ง ๆที่เป็นนักฆ่าฝีมือดีอันดับห้าที่ถูกนักล่าตั้งราคาค่าหัวอยู่ที่หลักร้อยล้านแต่นิสัยของเดฟบางครั้งกลับใสซื่อราวกับเด็กน้อย

กรรฐ์กับลูกน้องใช้เวลาเพียงไม่นานกองกำลังฟาอิซทั้งหมดก็ถูกจับเป็นและจับตายซึ่งการจับตายนั้นล้วนเป็นฝีมือของกรรฐ์ที่จัดการกับอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณียิ่งในยามที่เขาเห็นพวกมันบางคนกำลังทำร้ายร่างกายของเด็กน้อยที่ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวปืนในมือของกรรฐ์ก็ยกขึ้นกดลั่นไกปลิดชีพโจรชั่วเหล่านั้นอย่างไม่ลังเลทันที

“จับพวกมันมัดรวมกันเอาไว้”

กรรฐ์เอ่ยสั่งลูกน้องทั้งสี่คนที่ก้มหน้ารับคำสั่งพร้อมแยกย้ายกันไปจัดการส่วนกรรฐ์เองก็เดินเข้าไปหาเด็กๆที่กำลังนั่งเกาะกลุ่มกันพลางร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวถึงแม้ว่าทุกคนที่ถูกจับมาจะไม่รู้ว่าใครคือคนที่มาช่วยตนเองแต่ก็ยังมีเด็กน้อยที่ใจกล้าเอ่ยถามกรรฐ์ที่เดินมาหยุดลงตรงหน้าด้วยความอยากรู้

“พวกพี่มาช่วยพวกผมใช่ไหม?”

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวาดระแวงเอ่ยถามชายหนุ่มที่ย่อตัวลงนั่งยอง ๆอยู่ตรงหน้าตนเองก่อนที่ชายคนนั้นจะพยักหน้าตอบรับทำให้เด็กน้อยพากันเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจดวงตากลมโตสุกใสที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายหนุ่มที่ปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิดด้วยความซาบซึ้งใจ

“ขอบคุณพี่ชายมากที่มาช่วยพวกเรา”

เด็กน้อยที่ดูโตกว่าทุกคนในกลุ่มประสานมือก้มหัวลงเล็กน้อยพร้อมเอ่ยขอบคุณกรรฐ์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจต่อให้พี่ชายใจดีจะไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าให้ทุกคนได้เห็นแต่ความช่วยเหลือที่พวกเขาได้รับในวันนี้จะอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป

“ต่อไปอย่าพากันออกมาเล่นไกลหมู่บ้านอีกนะ”

กรรฐ์ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่เขาจะหยิบอมยิ้มในกระเป๋าเสื้อออกมายื่นให้เด็กชายตัวน้อยที่ยังคงมีท่าทีลังเลไม่กล้ารับ

“อมยิ้มปลอบใจรับรองว่าปลอดภัยไม่มีอันตรายแน่นอน”

ได้ยินดังนั้นเด็กๆก็ไม่รอช้ารีบพากันยื่นมือมารับอมยิ้มด้วยท่าทีผ่อนคลายบนใบของทุกคนล้วนประดับด้วยรอยยิ้มถึงแม้จะเผชิญกับความหวาดกลัวระคนตื่นตกใจมาตลอดทั้งช่วงบ่ายแต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจิตใจด้วยอมยิ้มทุกคนต่างก็ดีใจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าเพิ่งมีครั้งแรกเด็กๆ ทุกคนต่างได้ยินเรื่องเล่าก่อนหน้านี้ที่เด็กสาวในหมู่บ้านถูกจับตัวไปแต่สุดท้ายก็ถูกช่วยกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัยโดยที่ไม่รู้ว่าใครคือคนที่บุกเข้าไปช่วยเพราะกว่าทหารจะไปถึงพวกที่จับตัวไปก็ถูกฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมแล้ว

“นั่งรอพี่ทหารกันตรงนี้นะครับรอไม่นานเดี๋ยวพวกพี่ๆเขาก็มาแล้ว”

กรรฐ์ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กชายตัวน้อยที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพร้อมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายดวงตากระจ่างใสจ้องมองร่างสูงที่ลุกขึ้นเดินจากไปด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์เห็นเพียงแผ่นหลังที่เหยียดตรงและก้าวเดินที่มั่นคงเพียงไม่นานพี่ชายใจดีพร้อมเพื่อนๆก็จากไปจนกระทั่งพวกเขาถูกช่วยเหลืออีกครั้งโดยกองกำลังทหารที่คอยดูแลปกป้องรักษาหมู่บ้านติดชายแดนของพวกเขา

“ฝีมือคนๆนั้นอีกแล้วครับ”

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดเหลือบมองลูกน้องที่เดินเข้ามารายงานด้วยท่าทีสงบนิ่งใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะเย็นชาเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่ทหารใต้บังคับบัญชาจะเดินจากไปเพื่อจัดการกับพวกกองกำลังฟาอิซที่ถูกจับมัดรวมกันเอาไว้อย่างแน่นหนา รอยยิ้มบางเบาจึงค่อยๆปรากฏขึ้นบนมุมปากของเอ็ดเวิร์ดเขาเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวภายใต้ความมืดสายลมเย็นๆพัดโชยเอื่อยเข้ามาพร้อมกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา

บุคคลลึกลับคนนั้นที่ลูกน้องของเขาเข้ามารายงานเอ็ดเวิร์ดรู้ดีว่าเขาคือใครเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายคนนั้นทำแบบนี้เรียกได้ว่าหลายครั้งหลายคราแล้วที่เขาได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลแปลกหน้าที่ฝีมือร้ายกาจยิ่งกว่ากองกำลังทหารของเขาครั้งแรกที่ได้รับความช่วยเหลือเขายังไม่รู้ว่าบุคคลลึกลับคนนั้นคือใครแต่ในครั้งต่อมาเมื่อเขาพยายามตามสืบอีกฝ่ายจงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้เอ็ดเวิร์ดจึงรู้ว่าบุคคลลึกลับที่มากความสามารถคนนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกลเขาคือเพื่อนใหม่ที่เอ็ดเวิร์ดให้ความสนิทสนมแบบไว้ใจอย่างคุณหมอลุกซ์นั้นเอง

ระยะเวลาเพียงสามเดือนที่คุณหมอหนุ่มคนนี้ปรากฏตัวขึ้นเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายในค่ายทหารที่เอ็ดเวิร์ดดูแลอยู่พื้นที่ในเขตสงครามนั้นหายากที่จะมีหมอมาประจำการถ้าหากไม่ใช่คนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์อยากจะช่วยเหลือคนไข้จริงๆก็คือพวกใจกล้าบ้าบิ่นที่ไม่กลัวตายสำหรับลุกซ์เพื่อนใหม่คนนี้เอ็ดเวิร์ดมองว่าเขามีทั้งอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่และความใจกล้าในแบบที่เขายังเทียบไม่ติดตอนที่สงครามเพิ่งจบลงเขาก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมึนงงของกลุ่มแพทย์อาสาที่ถูกส่งตัวมาช่วยเพราะในนั้นไม่มีรายชื่อของเขาแต่เขากลับยื่นเอกสารยืนยันตัวตนความเป็นหมอของเขาอย่างครบครันทุกคนจึงวางใจให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากสงครามในครั้งนี้แต่ใครจะคาดคิดว่าเขากลับทำเกินกว่าหน้าที่ของตัวเองไปมากทีเดียว

“จริงๆเลยน้าเจ้าเพื่อนคนนี้จะจากไปทั้งทียังไม่วายทำตัวเป็นฮีโร่ให้คนจดจำไม่ลืม”

มุมปากของเอ็ดเวิร์ดกดลึกเป็นรอยยิ้มจริงใจที่ยากจะได้พบเห็นก่อนที่เขาจะหมุนตัวและเดินกลับไปรวมกลุ่มกับลูกน้องที่จัดการเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วเด็กทุกคนได้รับการช่วยเหลือและส่งตัวคืนให้ครอบครัวอย่างปลอดภัยส่วนพวกกองกำลังที่เหลืออยู่ต่างถูกส่งตัวให้ทางการจัดการตามความเหมาะสมหมู่บ้านเอลเคลต์กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งพร้อมการเดินทางจากไปของคุณหมอลุกซ์ที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจกับคนในหมู่บ้านรวมถึงคุณหมอเลน่าที่ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้เอ่ยคำลากับเขา

กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ไนท์คลับ

“ตกลงว่าจะกลับเมืองไทย ?”

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าผมสีบลอนด์รูปร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยท่าทีเกียจคร้านแต่กลับน่ามองด้วยความอยากรู้

“อืม ทำตัวเหลวไหลมานานแล้วอยากจะกลับไปทำตัวเป็นเด็กดีของครอบครัวบ้างน่ะ”

มุมปากของเดรคพลันกระตุกเมื่อได้ฟังคำพูดที่ดูไร้ความจริงใจของเพื่อนสนิทที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นว่าเพื่อนของตนเองจะทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทของครอบครัวเลยสักครั้งทุกคำพูดทุกการกระทำล้วนแต่ดื้อรั้นเอาแต่ใจเวลาที่คิดอยากจะไปไหนก็ไปทันทีเวลาที่คิดอยากจะกลับมาก็กลับมาทันทีเช่นกันช่างเป็นเพื่อนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้และหาตัวพบได้ยากมาก

“นี่นายกำลังพล่ามเรื่องไร้สาระให้ใครฟังกันที่ผ่านมาไม่เห็นว่านายจะทำตัวดีเลยสักครั้ง เวลาบอกให้นายไปทางซ้ายนายก็ดันไปทางขวาแต่พอบอกให้กลับมาทางขวานายก็วิ่งกลับไปทางซ้ายตลอด หึ ฉันว่านะลุกซ์วันดีคืนดีเกิดมีสาวถูกใจนายแล้วขอซื้อตัวไปเป็นนายบำเรอคงไม่ใช่ว่านายจะตอบตกลงอย่างไม่ลังเลหรอกนะ”

เดรคเอ่ยหยอกล้อเพื่อนสนิทด้วยคำพูดติดตลกพร้อมหัวเราะออกมาด้วยความขบขันใครเลยจะคิดว่าดวงตาของกรรฐ์พลันทอแสงเปล่งประกายคล้ายกำลังเจอเรื่องตื่นเต้นที่น่าสนใจ

“อืม ที่นายพูดมาก็น่าสนใจดีไม่หยอกถ้าวันหนึ่งเกิดบังเอิญมีคนบ้าอย่างที่นายว่ามาจริงๆฉันอาจจะตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดให้ปวดสมอง”

เดรค “_”

มุมปากของเดรคพลันกระตุกอีกครั้งดวงตาคู่คมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่อยู่ในท่านั่งผ่อนคลายสบายอารมณ์ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มที่เดรคยากจะคาดเดาหรือจะให้พูดตามตรงก็คือเขาเดาความคิดของเพื่อนสนิทคนนี้ไม่เคยออกเลยสักครั้ง

“หืม ? ไม่ใช่ว่านายหวงตัวหรือไงตอนนั้นฉันจำได้นะเว้ยว่านายปฏิเสธแม่ดาวเด่นคนสวยของที่นี่ยังไง ? นี่ถ้าไม่เลวจริงทำไม่ได้นะนั่น”

เดรคเอ่ยเท้าความหลังถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้วของกรรฐ์ที่มีอยู่วันหนึ่งในขณะที่พวกเขากำลังนั่งดื่มกันอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์อยู่ ๆก็มีสาวสวยเดินมาขอชนแก้วและเอ่ยชวนเพื่อนของเขาขึ้นเตียงอย่างตรงไปตรงมาแต่เพื่อนสนิทของเขากลับตอบปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าทำเอาสาวสวยคนไหนโมโหจนเผลอสาดเหล้าใส่หน้าของกรรฐ์คิดไม่ถึงว่ากรรฐ์จะสาดเหล้าใส่หน้าผู้หญิงคนนั้นคืนโดยไม่สนใจคำว่าสุภาพบุรุษเลยแม้แต่น้อยเพราะเพื่อนของเขาถือคติที่ว่าดีมาก็ดีตอบร้ายมาก็ร้ายตอบโดยที่ไม่เลือกเพศหรือเวลาเพื่อนเขาคนนี้ช่างเป็นคนที่ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อนตอนนี้เปลี่ยนแล้ว”

เหล้าที่เดรคเพิ่งดื่มเข้าไปแทบพุ่งออกจากปากเมื่อได้ฟังคำพูดที่พลิกกลับไปกลับมาของเพื่อนสนิทความคิดของหมอนี่คิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนง่ายๆเขาละอยากจะบ้าตายจริงๆ

“นายนั่งดื่มไปก่อนนะเดี๋ยวฉันมา”

ยังไม่ทันที่เดรคจะได้ต่อว่าต่อว่าขานเพื่อนสนิทว่าหน้าไม่อายกรรฐ์ก็ลุกขึ้นเดินล้วงกระเป๋าจากไปด้วยท่าทีเกียจคร้านเขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงบริเวณหลังร้านมือที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าก็ถูกดึงออกมาพร้อมบุหรี่กลิ่นหอมที่อยู่ในมือกรรฐ์ปล่อยตัวปล่อยใจดื่มด่ำไปกับสายลมเย็นๆควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากสีไวน์ครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมความคิดของเขาที่ค่อยๆล่องลอยไปไกลแสนไกลกลายเป็นภาพชายหนุ่มเสเพลชวนมองที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจละสายตาไปจากภาพนี้ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED